ทฤษฎีใหม่? เครื่องบิน China Eastern อาจแตกกลางอากาศก่อนตก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679147

วันที่ 26 มี.ค. 2565 เวลา 17:57 น.ทฤษฎีใหม่? เครื่องบิน China Eastern อาจแตกกลางอากาศก่อนตก

มีปริศนาเพิ่มเติมของเที่ยวบิน MU5735 สายการบิน China Eastern Airlines หลังพบชิ้นส่วนอยู่ไกลจากจุดตกเกือบ 10 กิโลเมตร

ในขณะที่ทางการจีนกำลังเร่งค้นหากล่องดำกล่องที่ 2 ซึ่งเป็นเครื่องบันทึกข้อมูลการบิน (FDR) ของเครื่องบินโบอิง 737-800 ของสายการบินไชนา อีสเทิร์น แอร์ไลนส์ (China Eastern Airlines) ก็พบปริศนาใหม่เกี่ยวการตกของเครื่องบินลำนี้

การสืบสวนอุบัติเหตุเครื่องบินสายการบินไชนา อีสเทิร์น แอร์ไลนส์ เที่ยวบินที่ MU5735 ตกที่เมืองอู๋โจวล่าสุดพบว่า มีชิ้นส่วนของเครื่องบินอย่างน้อย 1 ชิ้นตกในพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ห่างจากจุดที่เครื่องบินตกราว 6 ไมล์ หรือ 9.6 กิโลเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ของจีนระบุว่า หากชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นของเครื่องบินลำเกิดเหตุจริง หมายความว่าเครื่องบินอาจแตกออกกลางอากาศก่อนจะตกถึงพื้น

จางซี หัวหน้าหน่วยดับเพลิงจากเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงเผยว่า ชิ้นส่วนเครื่องบินดังกล่าวยาวประมาณ 1.3 เมตร กว้างราว 10 เซนติเมตร

ในช่วงเริ่มต้นของการสอบสวน เจ้าหน้าที่กล่าวว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทราบว่าชิ้นส่วนนั้นหลวมอันเป็นผลมาจากแรงกดดันระหว่างที่ดิ่งลงพื้น หรือหลุดออกมาก่อนที่จะตกลงสู่เนินเขา

ส่วน เจฟฟ์ กัซเซตติ อดีตหัวหน้าทีมสืบสวนขององค์การบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐเชื่อว่า น่าจะเกิดขึ้นระหว่างช่วงที่เครื่องบินกำลังดื่งลงจากระดับความสูง 29,000 ฟุตในเวลาประมาณ 1 นาที 35 วินาทีมากที่สุด “ในความเห็นผมมันคือชิ้นส่วนของเครื่องบินที่หลุดออกมาตอนที่มันกำลังดิ่งลง คำถามคือ มันคือชิ้นส่วนอะไร และหลุดออกมาตอนไหน”

CGTN via REUTERS TV

หมายเหตุ ภาพประกอบ เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังทำงานในจุดที่เครื่องบินตก

นายพลรัสเซียอ้างสงครามยูเครนเฟสแรกสำเร็จแล้วทั้งที่ไม่คืบหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679141

วันที่ 26 มี.ค. 2565 เวลา 15:00 น.นายพลรัสเซียอ้างสงครามยูเครนเฟสแรกสำเร็จแล้วทั้งที่ไม่คืบหน้า

ฝ่ายรัสเซียเคลมปฏิบัติการทางทหารเฟสแรกในยูเครนสำเร็จแล้วเตรียมบุกตะวันออกต่อไป

CNN รายงานว่า นายพลระดับสูงของรัสเซียเผยรายละเอียดเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ทางการทหารของรัสเซียในยูเครนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยอ้างว่าแผนการทางทหาร “เฟสแรก” ในยูเครนสำเร็จแล้ว โดยหลังจากนี้จะพุ่งเป้าไปที่การโจมตีฝั่งตะวันออกของยูเครน

เซอร์เก รัดสคอย รองผู้บัญชาการเหล่าทัพของรัสเซียเผยว่า ในภาพรวมภารกิจหลักในเฟสแรกของการปฏิบัติการทางทหารในยูเครนได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ศักยภาพการสู้รบของกองทัพยูเครนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เราสามารถพุ่งความสนใจไปที่เป้าหมายหลักอย่างการปลดปล่อยดอนบัส

คำพูดของรัดสคอยเกิดขึ้นในขณะที่การโจมจีของรัสเซียในเมืองสำคัญอย่างเคียฟและคาร์คิฟดูเหมือนว่าจะหยุดชะงัก รัสเซียยังล้มเหลวในการยึดครองน่านฟ้ายูเครน และสูญเสียทหารจำนวนมากนับตั้งแต่เปิดฉากโจมตียูเครน

“ผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและเอกชนต่างสงสัยว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ในพื้นที่ของเมืองที่ถูกปิดล้อมในยูเครน” รัดสคอยกล่าว “การกระทำเหล่านี้ดำเนินการโดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร อุปกรณ์ บุคลากรของกองทัพยูเครน ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้เราไม่เพียงแต่จำกัดกองกำลังของพวกเขาและป้องกันไม่ให้พวกเขาเสริมกำลังในดอนบัส แต่จะไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาทำเช่นนี้จนกว่ากองทัพรัสเซียจะปลดปล่อยดินแดนของ DPR (โดเนตสก์) และ LNR (ลูฮันสก์) อย่างสมบูรณ์”

รัดส์คอยเผยว่า ทหารรัสเซียเสียชีวิต 1,351 นาย และบาดเจ็บอีก 3,825 นายในยูเครน ขณะที่สหรัฐ นาโต และยูเครนคาดว่าตัวเลขทหารรัสเซียที่เสียชีวิตและบาดเจ็บสูงกว่านี้

“ตอนแรกเราไม่ได้วางแผนที่จะบุกโจมตี เพื่อป้องกันการทำลายและลดการสูญเสียบุคลากรและพลเรือน” รัดส์คอยเผย “และถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ดังกล่าวออกไป แต่เมื่อแต่ละกลุ่มเสร็จสิ้นภารกิจที่กำหนดไว้ และแก้ไขได้สำเร็จ กองกำลังและวิธีการของเราจะเน้นไปที่สิ่งสำคัญ นั่นคือการปลดปล่อยดอนบัสอย่างสมบูรณ์”

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าแถลงการณ์ของนายพลรุดส์คอยหมายความว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงในเป้าหมายของรัสเซียหรือไม่ หรือเป็นเพียงการเปลี่ยนวิธีสื่อสารกับสังคมเท่านั้น

REUTERS/Marko Djurica

เพนตากอนชี้จรวดนำวิถีของรัสเซียใกล้หมดแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679136

วันที่ 26 มี.ค. 2565 เวลา 13:42 น.เพนตากอนชี้จรวดนำวิถีของรัสเซียใกล้หมดแล้ว

กลาโหมสหรัฐเผยจรวดนำวิถีความแม่นยำสูงของรัสเซียใกล้หมดแล้ว

The Guardian รายงานว่า คอลิน คาห์ล เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสกระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยว่า จากข้อมูลข่าวกรองจรวดนำวิถีความแม่นยำสูงของรัสเซียใกล้หมดแล้ว และรัสเซียน่าจะต้องพึ่งพาระเบิดไม่นำวิถีและกระสุนปืนใหญ่เป็นหลัก

ระเบิดที่ไม่มีระบบนำวิถีจะเคลื่อนที่แบบวิถีกระสุนทำให้ยากต่อการเล็งเป้า ทำให้ไม่สามารถโจมตีเป้าหมายที่ต้องการ ส่งผลให้ชีวิตประชาชนตกอยู่ในความเสี่ยง

คาห์ลเผยกับ Reuters ว่า ช่วง 28 วันแรกที่รัสเซียบุกยูเครน รัสเซียยิงขีปนาวุธทุกแบบทุกขนาดไปแล้วอย่างน้อย 1,200 ลูก ทว่าไม่ใช่ทุกลูกจะโจมตีถูกเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ โดยขีปนาวุธนำวิถีของรัสเซียมีอัตราความผิดพลาดถึง 60%

“การเปิดเผยตัวเลขนี้ช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดรัสเซียจึงล้มเหลวในการบรรลุวัตถุประสงค์เบื้องต้นนับตั้งแต่เปิดฉากรุกรานเมื่อ 1 เดือนก่อน อาทิ การทำลายกองทัพอากาศยูเครน แม้ว่ากองทัพรัสเซียจะแข็งแกร่งกว่ากองทัพยูเครนที่มีขนาดเล็กกว่า”

คาห์ลเผยกับ Reuters ว่า ขีปนาวุธร่อนที่ปล่อยจากอากาศมีอัตราความล้มเหลวอยู่ที่ 20-60% โดยผู้เชี่ยวชาญ 2 รายเผยกับ Reuters ว่า อัตราความผิดพลาดที่มากว่า 20% ถือว่าสูง

ทว่า คาห์ลเผยว่า รัสเซียยังคงมีอาวุธอื่นๆ อาทิ ขีปนาวุธที่ยิงจากพื้นดินสู่อากาศและขีปนาวุธร่อนอีกมากมาย “ผมหมายความว่าพวกเขาใช้เงินไปมาก แต่พวกเขาก็ทุ่มเทอย่างมาก และพวกเขายังมีเหลืออีกมาก”

Ukrainian Military TV/Handout via REUTERS

หวั่นราคาน้ำมันพุ่งหลังกบฏฮูษีโจมตีโรงเก็บน้ำมันซาอุฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679123

วันที่ 26 มี.ค. 2565 เวลา 10:54 น.หวั่นราคาน้ำมันพุ่งหลังกบฏฮูษีโจมตีโรงเก็บน้ำมันซาอุฯ

กลุมกบฎในเยเมนโจมตีคลังเก็บน้ำมันซาอุสะเทือนราคาน้ำมันโลก

กระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ว่า กลุ่มกบฏฮูษีซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในเยเมน ระดมยิงขีปนาวุธและจรวด โจมตีโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทซาอุดีอารามโกในเมืองเจดดาห์ เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ และตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลแดง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้ที่คลังเก็บน้ำมันสองแห่ง

การโจมตีครั้งนี้เพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคที่เป็นแหล่งส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันขยับขึ้น

Bloomberg รายงานว่า โรงเก็บน้ำมันในเมืองเจดดาห์ที่ถูกโจมตีเก็บน้ำมันสำหรับใช้ในประเทศเป็นหลัก ซึ่งไม่ส่งผลกระทบกับตลาดน้ำมันโลกมากนัก แต่การโจมตีที่ยกระดับขึ้นสร้างความกังวลให้บรรดานักลงทุนน้ำมัน เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

ก่อนหน้านี้ซาอุดีอาระเบียเตือนว่าซัพพลายน้ำมันตกอยู่ในความเสี่ยง และเรียกร้องให้สหรัฐตอบโต้การโจมตีจากกลุ่มกบฏฮูษีซึ่งมีอิหร่านหนุนหลังให้มากกว่านี้ และย้ำข้อความนี้อีกครั้งหลังโรงเก็บน้ำมันของอารามโกถูกโจมตี

“การโจมตีพุ่งเป้าที่โรงน้ำมันและมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลก” ตุรกี อัล-มาลิคิ โฆษฏกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียเผยกับ Saudi Press Agency หลังเหตุโจมตี

ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลกถูกโดรนและขีปนาวุธจากกลุ่มกบฏฮูษีโจมตีหลายครั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยวานนี้กลุ่มพันธมิตรซึ่งนำโดยซาอุดีอาระเบียสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธ 1 ลูกและโดรนติดระเบิด 10 ลำ

REUTERS/Stringer

“เครื่องบินวันสิ้นโลก” ศูนย์บัญชาการลอยฟ้าของสหรัฐหากเกิดสงครามนิวเคลียร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679099

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 20:00 น.“เครื่องบินวันสิ้นโลก” ศูนย์บัญชาการลอยฟ้าของสหรัฐหากเกิดสงครามนิวเคลียร์

สหรัฐส่งเครื่องบินวันสิ้นโลกบินเหนือน่านฟ้าอังกฤษเตรียมพร้อมหากเกิดสงครามนิวเคลียร์

ท่ามกลางคำขู่ของรัสเซียว่าหากนาโตเข้ามาแทรกแซงสงครามรัสเซีย-ยูเครนอาจเกิดสงครามนิวเคลียร์ ส่วนปูตินก็สั่งให้กองกำลังนิวเคลียร์เตรียมพร้อมเต็มอัตรา ก็มีผู้พบเห็น เครื่องบินโบอิง 747 E4-B Nightwatch หรือเครื่องบินวันสิ้นโลก (Doomsday Plane) ของสหรัฐบินป้วนเปี้ยนแถวอังกฤษ

จากข้อมูลของ FlightRadar24 พบว่า หลังจากเทกออฟจากสหรัฐแยกต่างหากจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันที่ส่งไบเดนไปร่วมประชุมกับพันธมิตรในยุโรป เครื่องบินวันสิ้นโลกบินผ่านมหาสมุทรแอตแลนติกทางตอนใต้ของไอร์แลนด์ ก่อนจะบินวนอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ และคาดว่าจะมุ่งหน้าสู่ RAF Mildenhall ซึ่งเป็นสถานีกองทัพอากาศของอังกฤษ แต่ทำหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติการของกองทัพอากาศสหรัฐ (USAF) เป็นหลัก

ที่เครื่องบินลำนี้มีชื่อน่ากลัวว่า “เครื่องบินวันสิ้นโลก” ก็เพราะมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใช้งานในวันที่เกิดสงครามนิวเคลียร์หรือเหตุไม่คาดฝันอื่นๆ ขึ้นจนศูนย์บัญชาการภาคพื้นดินของสหรัฐถูกทำลายหมดไม่ต่างจากวันสิ้นโลก

ด้วยเหตุนี้เครื่องบินวันสิ้นโลกจึงมีนิกเนมว่า “เพนตากอนลอยฟ้า” ที่จะทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการลอยฟ้าเพื่อให้การทำงานของคณะรัฐบาล ประธานธิบดี รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เจ้าหน้าที่ระดับสูง และประธานเสนาธิการทหารร่วมยังคงดำเนินต่อไปได้

เครื่องบินวันสิ้นโลกถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคสงครามเย็น โดยได้รับการออกแบบให้ทนต่อคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากแรงระเบิดของนิวเคลียร์ มีรายงานว่าหน้าต่างของเครื่องบินโบอิง 747 E4-B Nightwatch ลำนี้มีลวดตะแกรงติดอยู่เพื่อเสริมความแข็งแกร่งไม่ให้แตก ส่วนอุปกรณ์และระบบสายไฟก็ถูกทำให้แข็งแรง และยังมีระบบป้องกันความร้อนและนิวเคลียร์ในกรณีที่เกิดการระเบิด

ภายในตัวเครื่องเครื่องบินวันสิ้นโลก เมษายน 1976 ภาพ: wikipedia/กระทรวงกลาโหมสหรัฐ

ภายในตัวเครื่องแบ่งออกเป็น 3 ส่วน จุคนได้มากถึง 112 คน มีห้องนอน 18 ห้อง ห้องน้ำ 6 ห้อง ห้องบรรยายสรุป 1 ห้อง ห้องประชุม พื้นที่สำหรับทำงาน และส่วนของเจ้าหน้าที่ระดับสูง

เครื่องบินลำนี้สามารถบินได้นานถึง 12 ชั่วโมงโดยไม่ต้องหยุดพัก และด้วยความที่สามารถเติมน้ำมันได้กลางอากาศจึงทำให้อยู่บนน่านฟ้าได้นานหลายวัน โดยสถิติล่าสุดอยู่ที่ 35.4 ชั่วโมง

จุดที่แตกต่างจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันที่ตกแต่งอย่างหรูหราเน้นความสบายคือ การตกแต่งเครื่องบินลำนี้เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นหลัก โดยจะติดตั้งอุปกรณ์แบบอะนาล็อกแทนที่จะเป็นเครื่องมือดิจิทัลทันสมัย เพื่อให้เครื่องบินสามารถทำงานต่อไปได้หากถูกพลังแม่เหล็กไฟฟ้าจากระเบิดนิวเคลียร์รบกวน ทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์น้อยกว่า

ส่วนหัวของเครื่องบินมีส่วนที่นูนขึ้นมาเรียกว่า “ray dome” ที่บรรจุจานดาวเทียมหลายสิบจานและเสาอากาศสำหรับติดต่อสื่อสารกับเรือ เรือดำน้ำ และอากาศยานของสหรัฐได้ทุกที่ทั่วโลก

สื่อท้องถิ่นของอังกฤษคาดว่าเครื่องบิน 747 E4-B Nightwatch ลำนี้ ซึ่งดัดแปลงมาจากเครื่องบินโบอิง 747-200B มีมูลค่าราว 180 ล้านยูโร หรือราว 6,650 ล้านบาท

นอกจากนี้ ฝูงบินเครื่องบินวันสิ้นโลกของสหรัฐยังมีหลายลำ โดยอย่างน้อย 1 ลำต้องเตรียมพร้อมขึ้นบินตลอดเวลา อาทิ โบอิง E-6 Mercury เป็นฐานบัญชาการทางอากาศและถ่ายทอดการสื่อสารโดยใช้เครื่องโบอิง 707-320 โดยเครื่องรุ่น E-6A เข้าประจำการในกองทัพเรือสหรัฐเมื่อเดือน ก.ค. 1989 แทนที่ EC-130Q

ขณะนี้ได้รับการโมดิฟายเป็นรุ่น E-6B เข้าประจำการเมื่อเดือน ต.ค. 1998 สามารถควบคุมขีปนาวุธข้ามทวีป Minuteman ด้วยระบบควบคุมการยิงขีปนาวุธทางอากาศ

และ Northrop Grumman E-10 MC2A ที่สร้างจากเครื่องบินพาณิชย์โบอิง 767-400ER

อย่างไรก็ดี แม้ว่าเครื่องบินวันสิ้นโลกจะไม่ใช่ความลับ แต่ก็ไม่ค่อยถูกพูดถึงเท่าไร สมรรถนะที่แท้จริงของเครื่องบินในฝูงบินนี้อย่าง Nightwatch ลำนี้จึงไม่ค่อยมีคนทราบ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย

ขณะที่รัสเซียเองก็มีเครื่องบินวันสิ้นโลกเช่นกันคือ Ilyushin Il-80 หรือที่รู้จักกันว่า Maxdome

ภาพ: wikipedia/Masteruploader

EU ดีลนำเข้าพลังงานจากสหรัฐ หวังเลิกพึ่งรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679100

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 17:40 น.EU ดีลนำเข้าพลังงานจากสหรัฐ หวังเลิกพึ่งรัสเซีย

สหภาพยุโรปดีลเพิ่มการนำเข้าก๊าซจากสหรัฐ ลดพึ่งพารัสเซีย

วันนี้ (25 มี.ค.) สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป (EU) ประกาศข้อตกลงที่จะเพิ่มอุปทานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ไปยังประเทศต่างๆ ในยุโรปให้ได้อย่างน้อย 15 พันล้านลูกบาศก์เมตร ภายในสิ้นปี 2022 และปีละประมาณ 50,000 ล้านลูกบาศก์เมตรจนถึงปี 2030

โดยประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐ และเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ไลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ประกาศความร่วมมือที่จะจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันโดยมีเป้าหมายคือเพื่อให้ยุโรปเลิกนำเข้าเชื้อเพลิงจากรัสเซีย

ทั้งนี้ รัสเซียเป็นซัพพลายเออร์ก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของสหภาพยุโรป โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ของการนำเข้า นอกจากนี้สหภาพยุโรปยังพึ่งพารัสเซียสำหรับการนำเข้าถ่านหินและน้ำมันที่ใหญ่ที่สุด

ด้านเยอรมนีซึ่งนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุดในสหภาพยุโรปตั้งเป้าที่จะเลิกพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลของรัสเซียอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายที่จะยุติการซื้อน้ำมันและถ่านหินจากรัสเซียในวงกว้างในปีนี้ และยุติการนำเข้าก๊าซรัสเซียเกือบทั้งหมดภายในกลางปี 2024

Photo by REUTERS/Evelyn Hockstein

รัสเซียอ้างสหรัฐแอบทดลองยากับทหารยูเครน มีผู้เสียชีวิตแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679090

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 16:30 น.รัสเซียอ้างสหรัฐแอบทดลองยากับทหารยูเครน มีผู้เสียชีวิตแล้ว

กองทัพรัสเซียกล่าวหาสหรัฐทำการวิจัยลับในยูเครน ส่งผลให้มีทหารเสียชีวิต

สำนักข่าว RT และ TASS ของรัสเซียรายงานว่าพลโท อิกอร์ คิริลลอฟ ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันนิวเคลียร์ ชีวภาพ และเคมี ของกองทัพรัสเซีย กล่าวว่าสหรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทดลองยาที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติกับทหารยูเครน ภายใต้โครงการที่เรียกว่า UP-8

คิริลลอฟอ้างรายงานที่ตีพิมพ์ในสื่อบัลแกเรียระบุว่า ทหารยูเครนเสียชีวิตประมาณ 20 นายระหว่างการทดลองในห้องแล็บที่คาร์คิฟเพียงแห่งเดียว และอีก 200 นายเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล พร้อมเสริมว่าโครงการดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมการทดลองมากกว่า 4,000 คน

คิริลลอฟยังกล่าวว่ายาดังกล่าวไม่ผ่านกระบวนการอนุมัติในสหรัฐและแคนาดา ซึ่งวิธีการที่ยอมรับไม่ได้นี้ได้รับความยินยอมจากรัฐบาลสหรัฐ และเป็นเรื่องปกติสำหรับบริษัทยารายใหญ่

“ผมอยากให้พวกคุณสนใจความจริงที่ว่าจำนวนห้องแล็บชีวภาพในสหรัฐนั้นเทียบไม่ได้กับที่มีอยู่ในประเทศอื่นๆ กระทรวงการต่างประเทศจีนเปิดเผยว่าสหรัฐมีห้องแล็บ 336 แห่งใน 30 ประเทศ”

ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียเรียกร้องคำชี้แจ้งจากรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนระหว่างประเทศ เกี่ยวกับเป้าหมายที่แท้จริงของห้องแล็บชีวภาพของสหรัฐ

ก่อนหน้านี้ อิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียยังได้กล่าวว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการพัฒนาส่วนประกอบอาวุธชีวภาพในยูเครน โดยอ้างถึงเอกสารที่ได้รับจากพนักงานยูเครนที่ทำงานในห้องแล็บซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงการชีวภาพของยูเครนได้รับการพัฒนาและอนุมัติโดยตรงจากเพนตากอน

นอกจากนี้ บริษัทยาที่ทำสัญญากับเพนตากอนยังทำงานร่วมกับกระทรวงกลาโหมของยูเครนเพื่อทดสอบยารักษาโรคที่ยังไม่ได้จดทะเบียน กับทหารยูเครน

Photo by REUTERS/Jose Luis Gonzalez

ข่าวกรองยูเครนอ้างรัสเซียต้องการจบสงคราม 9 พ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679080

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 14:57 น.ข่าวกรองยูเครนอ้างรัสเซียต้องการจบสงคราม 9 พ.ค.นี้

ฝ่ายยูเครนอ้างกองทัพรัสเซียต้องการจบสงครามยูเครนในวันที่ 9 พ.ค.นี้

เสนาธิการของกองทัพยูเครนเผยกับ Kyiv Independent ว่า การข่าวกรองของยูเครนทราบมาว่ารัสเซียต้องการยุติสงครามในวันที่ 9 พ.ค. ซึ่งรัสเซียกำหนดให้เป็นวันแห่งชัยชนะเพื่อรำลึกถึงชัยชนะของกองทัพโซเวียตเหนือนาซีเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี 1945 หรือเมื่อ 77 ปีก่อน

เสนาธิการของกองทัพยูเครนเผยอีกว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียยังคงกล่าวอ้างโดยว่า รัสเซียบุกยูเครนเพื่อกำจัดนาซีให้หมดไปจากยูเครน แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานการแพร่หลายของลัทธินาซีในยูเครน อีกทั้งประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ก็เป็นชาวยิว ดังนั้นวันที่ 9 พ.ค.จึงมีความสำคัญกับชาวรัสเซียทั้งในอดีตและปัจจุบัน

การเปิดเผยของเสนาธิการยูเครนมีขึ้นในขณะที่รัสเซียบุกยูเครนครบ 1 เดือน และตลอดการโจมตียูเครน รัสเซียมักจะอ้างว่าพุ่งเป้าไปที่นาซีมากกว่าพลเรือน อย่างที่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของรัสเซียเผยว่า กองทัพรัสเซียถล่มห้องปฏิบัติการวิจัยนิวเคลียร์ในเมืองคาร์คิฟเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากกองพันอาซอฟซึ่งเป็นทหารนีโอนาซีของยูเครนมีแผนจะถล่มห้องปฏิบัติการดังกล่าวแล้วป้ายความผิดให้รัสเซีย

Photo by FADEL SENNA / AFP

เปิดผลวิจัย “บิวตี้บีสต์” เทรนด์คนเจ้าสำอางยุคใหม่ไร้คำจำกัดทางเพศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/679045

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 10:05 น.เปิดผลวิจัย “บิวตี้บีสต์” เทรนด์คนเจ้าสำอางยุคใหม่ไร้คำจำกัดทางเพศ

เมื่อกระแส ‘Gender-Neutral’ เปลี่ยนทัศนคติความงามหนุ่มสาวยุคใหม่ ไอ-ดีเอซี แบงค็อก จับมือ เอ็มไอ กรุ๊ป เปิดผลวิจัย “บิวตี้บีสต์” เทรนด์คนเจ้าสำอางยุคใหม่ไร้ขีดจำกัดทางเพศ ชี้ชายแท้แคร์บุคลิกภาพพุ่ง ดัน “รองพื้น อายไลน์เนอร์ ดินสอเขียนคิ้ว” ขึ้นเป็นสินค้ายอดนิยม

นักการตลาดบิวตี้ต้องรู้!! เปิดช่องทางสื่อเรียกทรัพย์บรรดาคนสวยหล่อ พร้อมคอนเทนท์โกยรายได้จากขาช็อป “บิวตี้บีสต์” โดย บริษัท ไอ-ดีเอซี แบงค็อก จับมือกับ เอ็มไอ กรุ๊ป ในฐานะ Digital Marketing Agency และ Media Agency ที่ให้คำปรึกษาและช่วยวางกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารทางการตลาด เปิดผลการสำรวจที่น่าสนใจ พบปัจจุบันกระแส ‘gender-neutral’ หรือการไม่จำกัดเพศ ได้เปลี่ยนทัศนคติต่อหนุ่มสาวยุคใหม่ที่มีต่อความสวยความงามเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเพศชายที่หันมาให้ความสนใจการพัฒนาบุคลิกภาพ และเลือกใช้เครื่องสำอางในหลากหลายประเภท นอกจากนี้ยังเผยถึงช่องทางสื่อ และคอนเทนท์ที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มดังกล่าวโดยแบรนด์สินค้าที่ต้องการเข้าถึงกลุ่ม Beauty Beast ต้องเน้นสิ่งสำคัญทั้งการสื่อสารเรื่องความสวยความงามที่เป็นกลางการ ชูประโยชน์ของเครื่องสำอางว่ามีส่วนช่วยพัฒนาตัวตนหรือบุคลิกภาพ การใช้สื่อออฟไลน์ในการเปิดตัวสินค้าและสร้างการจดจำสินค้าในวงกว้าง และการใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อทำคอนเทนท์และสร้างการมีส่วนร่วมอย่างสม่ำเสมอ

นางสาวสุชาดา สุภาการ Head of Digital Strategic Planning บริษัท ไอ-ดีเอซี แบงค็อก จำกัด

นางสาวสุชาดา สุภาการ Head of Digital Strategic Planning บริษัท ไอ-ดีเอซี แบงค็อก จำกัด เปิดเผยว่า ทัศนคติและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในสังคมปัจจุบันมีวิวัฒนาการในเรื่องการใส่ใจดูแลตนเองอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ขณะนี้ได้หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องภาพลักษณ์ ความสวยงาม และไลฟ์สไตล์ที่ต้องดูดีอยู่เสมอ รวมไปถึงกระแส ‘Gender-Neutral’ หรือการไม่จำกัดเพศที่ได้เปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคหนุ่มสาวยุคใหม่ที่มีต่อความงามซึ่งได้มองถึงสินค้าหรือบริการด้านความสวยงามว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานในการใช้ชีวิตประจำวัน ล่าสุดจึงได้ทำความร่วมมือกับ บริษัท เอ็มไอ กรุ๊ป เพื่อทำการสำรวจทัศนคติและพฤติกรรม กลุ่ม “Beauty Beasts” หรือหนุ่มสาวยุคใหม่ที่หลงใหลในเรื่องความสวยความงาม  และต้องการปรับบุคลิกภาพของตนเองให้สมบูรณ์แบบ เพื่อช่วยให้กลุ่มนักการตลาดได้รับข้อมูล – มุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับความสวยความงามของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน และสามารถนำไปกำหนดกลุยทธ์ทางการตลาดได้อย่างเหมาะสม

สำหรับการศึกษาในครั้งนี้ได้ผสมผสานวิธีการวิจัยทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ผ่านบทสนทนาเชิงลึกเพื่อทำความเข้าใจทัศนคติ และพฤติกรรมของกลุ่ม Beauty Beasts โดยทำการศึกษา จำนวนทั้งหมด 414 คน แบ่งเป็นชาย 201 คน และ หญิง 213 คน โดยกลุ่ม The Male Beasts  เป็นชายแท้ กลุ่มคนเมือง อายุ 16 – 30 ปี มีรายได้ครัวเรือนระดับกลางถึงระดับสูง และใช้เครื่องสำอางของผู้หญิงในการแต่งหน้าเป็นประจำอย่างน้อย 3 ชนิดและ The Female Beasts ผู้หญิงกลุ่มคนเมือง อายุ 20 – 35 ปี โดยมีรายได้ครัวเรือนระดับกลางถึงระดับสูง ที่ใช้เครื่องสำอางในการแต่งหน้าเป็นประจำและหลงใหลในวัฒนธรรมเคป๊อบ (K-Pop)

ซึ่งผลจากการศึกษาพบว่า 60% ของกลุ่ม Beauty Beasts ให้ความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่และความสุขของตนเอง (Self-focused and self-care) ก่อนที่จะให้ความสนใจกับคนรอบข้าง ความสุขของกลุ่มนี้เริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันมากกว่าการวางเป้าหมายเรื่องการประสบความสำเร็จในการเรียนหรือหน้าที่การงาน นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมโดดเด่นในเรื่องการเป็น “Trend Adapter” ที่มักจะปรับเทรนด์ให้เหมาะสมกับสไตล์และความชอบของตนเองมากกว่าการเลียนแบบจากกระแสนิยม และ 96% ยังให้ความเห็นว่า “ชอบที่จะตามเทรนด์ให้ทันและปรับให้เข้ากับสไตล์และความชอบเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล

อีกข้อมูลที่น่าสนใจในสังคม Beauty Beasts ที่เติบโตมากับ Digital Technology และเป็น Digital Native หนุ่มสาวกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มักสร้างคอนเทนท์ในเรื่องที่แต่ละคนสนใจ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย และหลาย ๆ คนอยากที่จะพัฒนาตนเองให้เป็น Content Creator หน้าใหม่ ซึ่งพวกเขาให้ความสำคัญในการออกแบบและสร้างสรรค์คอนเทนท์ก่อนโพสต์บนโซเชียลมีเดียเสมอ โดย 52% ของ Male Beasts และ 56% ของ Female Beasts ใช้เวลาในการแก้ไขปรับแต่ง รูปภาพ / คอนเทนท์ ก่อนโพสต์บนโซเชี่ยลมีเดีย ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ผู้หญิงมักจะให้ความพิถีพิถันในการตกแต่งรูปภาพมากกว่าผู้ชาย และจากพฤติกรรมนี้ถือเป็นข้อมูลที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับนักการตลาดที่จะสามารถเข้าถึงกลุ่ม Beauty Beasts ได้ด้วยการสร้างกิจกรรมทางการตลาดที่โฟกัสไปที่สิ่งสนุกสนาน และการสร้างแคมเปญที่ดึงดูดให้กลุ่ม Beauty Beasts อยากทำคอนเทนท์ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์บนโซเชียลมีเดีย และเผยแพร่ไปยังผู้ใช้งานในแต่ละแพลตฟอร์ม

“การศึกษากลุ่ม Beauty Beasts ในครั้งนี้มีความน่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะ Male Beasts ที่ขณะนี้ให้ความสำคัญในการดูแลตนเอง รวมไปถึงการทำให้ตนเองดูดีขึ้นจากการใช้เครื่องสำอางผู้หญิง โดยบางคนสามารถพัฒนาตนเองจนเป็นผู้เชี่ยวชาญมากกว่าผู้หญิงบางกลุ่ม และยังพบว่ากลุ่ม Male Beasts เริ่มสนใจแต่งหน้าตั้งแต่วัยมัธยม ใช้เครื่องสำอางผู้หญิงแต่งหน้าโดยเฉลี่ยถึง 9.3 ชนิดอยู่เป็นประจำ โดยมากถึง 78% ใช้รองพื้น 65%ใช้อายไลน์เนอร์ และ 56% ใช้ดินสอเขียนคิ้ว นอกจากนี้ยังได้ทราบถึงความเห็นอีกว่า 78% ของ Male Beasts เห็นด้วยว่า การใช้เครื่องสำอางเพราะการดูแลลุคของตนเองเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตนเอง ซึ่งไม่ต่างจาก 81% ของ Female Beasts ที่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว และมองว่าการใช้เครื่องสำอางคือการพัฒนาตนเองเช่นเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่าค่านิยมในการดูแลตนเองไม่ใช่แค่เรื่องของเพศหญิง หรือเพศใดเพศหนึ่งอีกต่อไป”

นางสาวสุชาดา กล่าวเสริมว่า จากการศึกษาข้อมูลเชิงลึกยังพบว่า สิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับนักการตลาดและแบรนด์สินค้าที่ต้องการเข้าถึงกลุ่ม Beauty Beast ต้องเน้นการสื่อสารเรื่องความสวยความงามที่เป็นกลางไม่แบ่งแยกว่าเป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะผู้หญิงหรือผู้ชายเท่านั้น ชูประโยชน์ที่ได้รับนอกเหนือการจากใช้ผลิตภัณฑ์ว่าสามารถพัฒนาตัวตนหรือบุคลิกภาพของกลุ่ม Beauty Beasts ได้ อีกทั้งต้องสื่อสาร – ทำกิจกรรมทางการตลาดผ่านทาง Beauty Bloggers ทั้งหญิงและชายในช่องทางออนไลน์ต่างๆ เช่น IG Stories หรือ Tik Tok อย่างสม่ำเสมอ และสุดท้ายแบรนด์ควรมีช่องทางการขายผ่านทั้งทางจุดจำหน่ายตามห้างร้านค้า และทาง e-commerce เนื่องจากแต่ละช่องทางมีจุดเด่นในการกระตุ้นให้เกิดการซื้อที่ต่างกันคือ จุดจำหน่ายตามห้างมีบทบาทในการสร้างประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ ในขณะที่ออนไลน์มีบทบาทในด้านการใช้โปรโมชั่นและสามารถเข้าถึงได้ทุกที่

นางสาววรินทร์ ทินประภา Chief Strategy Officer เอ็มไอ กรุ๊ป

ทางด้าน นางสาววรินทร์ ทินประภา Chief Strategy Officer เอ็มไอ กรุ๊ป ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของช่องทางการสื่อสาร โดยในส่วนของสื่อออฟไลน์ต่อกลุ่ม Beauty Beasts พบว่า ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างการรับรู้ ทำให้สินค้าและแบรนด์เป็นมีรู้จักและจดจำได้ดี โดยบทบาทของแต่ละช่องทางมีความแตกต่างกัน 64% ให้ความเห็นว่าสื่อทีวีช่วยให้ได้รู้จักแบรนด์หรือสินค้าใหม่ ๆ 42% เผยว่าสื่อนอกบ้าน (Out of Home) ทำให้จดจำแบรนด์หรือสินค้าต่างๆได้ดียิ่งขึ้น สื่อ ณ จุดขาย –37% เห็นด้วยว่าช่วยกระตุ้นให้ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้ทันที และวิทยุ  37% เห็นด้วยว่า ทำให้จดจำแบรนด์หรือสินค้าต่าง ๆ ได้ดี จึงเหมาะกับการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ต้องการสร้างการรับรู้และทำให้สินค้าหรือแบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ในส่วนบทบาทของสื่อออนไลน์ต่อกลุ่ม Beauty Beasts ก็เช่นกันโดยเฉพาะในปัจจุบัน โซเชี่ยลมีเดีย มีหลากหลายแพลตฟอร์มให้ผู้บริโภคใช้เพิ่มมากขึ้น พบว่า 75% ใช้ Facebook เป็นช่องทางให้การอัพเดตข้อมูลข่าวสาร ขณะที่ 55% ใช้ Line เพื่อติดต่อสื่อสารกับคนรอบข้างและซื้อสินค้า 55% ใช้ YouTube ในการค้นหาไอเดีย และเพื่อความบันเทิง ส่วน Facebook Messenger เป็นอีกช่องทางที่มีความน่าสนใจไม่น้อยเนื่องจากจำนวนถึง 66% มีประสบการณ์ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าทันทีผ่านช่องทางดังกล่าว ด้าน Instagram  พบว่า 44% ใช้ IG เป็นพื้นที่ในการหาแรงบันดาลใจและสร้างคอนเทนท์ของตัวเอง ขณะที่ TikTok – 51% เคยมีส่วนร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ บน TikTok และใช้ TikTok เพื่อความบันเทิง ส่วนสุดท้ายคือ Twitter ซึ่ง 59% ใช้เพื่อสื่อสาร ติดตามไอดอล หรือเซเลบริตี้ต่าง ๆ เพื่อรู้สึกใกล้ชิดกับบุคคลที่เขาชื่นชอบมากขึ้น

จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในครั้งนี้ ทางบริษัท ไอ-ดีเอซี แบงค็อก จับมือกับ บริษัท เอ็มไอ กรุ๊ป ได้มุ่งเน้นที่จะสร้างคอนเทนท์ที่มีความหลากหลาย และเน้นการเจาะลึกข้อมูลในมุมมองของผู้บริโภค ในสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญในชีวิตประจำวัน อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://beauty-beasts.idacthailand.com/BeautyBeasts_i-dacxmi.pdf ติดตามข้อมูลข่าวสารอื่นๆได้ทาง i-dac Bangkok : https://www.facebook.com/idacbkk และ MI group : https://www.facebook.com/migroup.agency

ชวนเที่ยวงาน Siam Center x Esther Bunny Summer Party

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/678980

วันที่ 24 มี.ค. 2565 เวลา 12:08 น.ชวนเที่ยวงาน Siam Center x Esther Bunny Summer Party

สยามเซ็นเตอร์ มอบประสบการณ์ Be The First รับซัมเมอร์ ในงาน Siam Center x Esther Bunny Summer Party เริ่มแล้ววันนี้ถึง 4 พฤษภาคม 2565

สยามเซ็นเตอร์ The Ideaopolis เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ศูนย์กลางแห่งจินตนาการไร้ขีดจำกัด ในทุกศาสตร์แห่งสุนทรี มอบประสบการณ์ Be the first ที่แตกต่างไม่เหมือนใครต้อนรับซัมเมอร์นี้ จัดงาน Siam Center x Esther Bunny Summer Party โดยร่วมกับ บริษัท แอนนิเมชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัดผู้พัฒนาตลาดและตัวแทนลิขสิทธิ์สินค้า และ บริษัท เทค ทอยส์ จำกัด พบกับคาแรคเตอร์กระต่ายสุดคิ้วท์ Esther Bunny ขวัญใจสาวเกาหลีและเอเชียจากการสร้างสรรค์โดย “เอสเธอร์ คิม” ศิลปินสาวชาวเกาหลี-อเมริกัน เอ็กซ์คลูซีฟกับ Esther Bunny Pop Up Cafe ที่แรกที่เดียว พร้อมด้วยสินค้าและกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย ตั้งแต่วันนี้ ถึง 4 พฤษภาคม 2565 ณ เอเทรี่ยม  สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์

ซัมเมอร์นี้สุดฮอตท่ามกลางบรรยากาศโคเรียนที่รายล้อมไปด้วยกระต่ายหวานสีชมพูสุดคิ้วท์ “Esther Bunny” ขนทัพคอลเลคชั่นมาให้ช้อปมากมาย ทั้ง ตุ๊กตา หมอนอิง พวงกุญแจ กระเป๋าสตางค์ ชุดชั้นใน-บอดี้สูท หน้ากากผ้า ถุงเท้าจากซาบีน่า ซึ่งเรื่องราวของเจ้ากระต่าย Esther Bunny มีถึง 4 คาแรคเตอร์ มีบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไป ขอแนะนำ Bow Bunny หรือ Ribbon Bunny กระต่ายสีชมพูน่ารัก ดูหรูหรา มาพร้อมโบว์ติดอยู่ที่หู ชอบแฟชั่น และวัฒนธรรม ชอบอ่านหนังสือคลาสิค และชอบไปพิพิธภัณฑ์ Rose Bunny กระต่ายที่มาพร้อมกับดอกกุหลาบในมือ มีอารมณ์อ่อนไหว ขี้อาย ชอบช่วยเหลือ แต่ขี้กังวล และไม่มั่นใจในตัวเอง เธอมักจะถือดอกกุหลาบไว้ในมือเพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับคนอื่น เพราะเธอกลัวการถูกเกลียด, Cream Bunny หรือ CoCo Bunny กระต่ายตัวสีขาว ดวงตาสีฟ้า มาพร้อมโบว์สีชมพูอ่อน ชอบช้อปปิ้ง เที่ยวคาเฟ่ ชอบอยู่กับตัวเอง ชอบทำอาหาร และสนุกกับการเล่นกล้องของเล่นยุคเก่า, Lavender Bunny กระต่ายน้อยสีม่วง ติดโบว์สีม่วง มาพร้อมกับความสดใส เหมือนดอกไม้ที่ช่วยสร้างบรรยากาศด้วยสีสันและกลิ่นหอม เธอชอบร้องเพลง ทำอาหาร เธอมีความเข้มแข็ง แต่ก็อ่อนหวานในตัวเอง

นอกจากนี้ สยามเซ็นเตอร์ยังมอบความเป็น Be the First พบกับ Esther Bunny Pop Up Cafe คาเฟ่คาแรคเตอร์แห่งแรกในประเทศไทย จัดเต็มสุดเอ็กซ์คลูซีฟ มีทั้งขนมเครื่องดื่ม สุดน่ารัก อาทิ เค้ก, โดนัท, โรล, โยเกิร์ต, บานอฟฟี่, biscoff scone รวมทั้งเมนูไอศครีม ได้แก่ Honey yogurt เป็นไอศกรีมโยเกิร์ตโฮมเมดผสมกับน้ำผึ้ง มีความหอม หวานอมเปรี้ยว, Pinky Milky ไอศครีมนมชมพู, Fresh Milk with Vanilla cookie ไอศครีมสีฟ้าชมพูพาสเทล, Strawberry Crumble ไอศครีมนม กับซอสสตรอเบอรี่ และโฮมเมดครัมเบิ้ล, lychee Rose หอมอร่อย

ไม่เพียงเท่านี้พบกับ ตู้น้ำดื่มเวนดิ้งพลัสที่เป็นทั้งมุมถ่ายรูปสุดชิคและจำหน่ายน้ำดื่มลาย Esther Bunny สีสันสดใสรับซัมเมอร์ พิเศษเมื่อซื้อน้ำดื่ม พบสติ๊กเกอร์เอสเธอร์ บันนีตามแบบที่กำหนด ลุ้นรับ พวงกุญแจ Esther Bunny Angel สุดคิ้วท์ จากประเทศเกาหลี มูลค่า 350 บาท ทันที (ของมีจำนวนจำกัด)

พร้อมพบกับ DIY Workshop ดีไอวายเสื้อยืดแขนกุดและหมวกฟรี! เพียงนำใบเสร็จช้อปครบขั้นต่ำ 1,000 บาท ในสยามเซ็นเตอร์ หรือลูกค้า ONESIAM SuperApp กดคูปองรับ 100 viz coins แลกรับ 1 สิทธิ์ สำหรับลูกค้า ONESIAM SuperApp สามารถรับส่วนลด 10% เมื่อช้อปกระเป๋าสตางค์ และพวงกุญแจ และอีก 10% สำหรับเมนูเครื่องดื่มทุกเมนู

มาพบกับความพิเศษไม่เหมือนใครได้ที่งาน Siam Center x Esther Bunny Summer Party ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ถึง 4 พฤษภาคม 2565 ณ เอเทรี่ยม1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์