ยูเครนอาลัยฮีโร่หญิง แม่ของลูก 12 คน สละชีวิตในสนามรบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678523

วันที่ 18 มี.ค. 2565 เวลา 19:00 น.ยูเครนอาลัยฮีโร่หญิง แม่ของลูก 12 คน สละชีวิตในสนามรบ

ยูเครนสรรเสริญฮีโร่ของชาติ แพทย์ทหารหญิงสละชีวิตในสนามรบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ายูเครนอาลัยต่อการจากไปของโอลกา เซมิเดียโนวา (Olga Semidyanova) แพทย์ทหารชาวยูเครน วัย 48 ปี ที่สละชีวิตในสงครามอันดุเดือดกับกองทัพรัสเซีย

รายงานระบุว่าโอลกาได้รับบาดเจ็บที่ท้องในสนามรบในเมืองโดเนตสก์ทางตะวันออกของยูเครน ก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ท่ามกลางคำสรรเสริญว่าเธอคือฮีโร่ของชาติอย่างแท้จริง

In Ukraine, a combat medic, 48-year-old mother Olga Semidyanova, died. She left 12 children (6 of them are adopted).According to Olga’s relatives, the woman died on March 3, but it is still impossible to bury her, since her body cannot be taken out due to hostilities. pic.twitter.com/89PtrLj5Rr— NEXTA (@nexta_tv) March 16, 2022

The Sun สื่ออังกฤษรายงานว่า จูเลีย ลูกสาวของโอลกากล่าวว่าเธอทำหน้าที่ช่วยชีวิตคนอื่นจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต “เธอช่วยชีวิตทหารคนอื่นๆ ไว้ เรายังมีภาพถ่ายจากสถานที่นั้น แต่ตอนนี้ด้วยการสู้รบที่ยังคงหนักหน่วงทำให้เราฝังศพแม่ไม่ได้”

ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นคือโอลกาเป็นแม่ของลูกๆ 12 คน เป็นลูกแท้ๆ 6 คน และรับอุปการะเด็กจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอีก 6 คน ทำให้โอลกาเคยได้รับรางวัลสมญานาม Mother Heroine (แม่ผู้เป็นวีรสตรี) ซึ่งจะมอบให้กับคุณแม่ที่มีลูกมากกว่า 5 คน

อันตอน เฮรัชเชนโก ที่ปรึกษากระทรวงมหาดไทยของยูเครนกล่าวสรรเสริญโอลกา โดยระบุว่าเธอปกป้องประเทศชาติจนถึงที่สุด เธอคือฮีโร่ของยูเครน และเป็นฮีโร่สำหรับเขาด้วย

48-year-old Olga Semidyanova died in battle with Russian Armed Forces. She had been a Military Medic since 2014 in the Donetsk region.Olga Semidyanova was awarded the Mother-Heroine status as a mother of six children and six more adopted.#StandWithUkraine#closeUAskyNOW pic.twitter.com/gGI0eXKAjd— MFA of Ukraine (@MFA_Ukraine) March 17, 2022

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความหวาดกลัวของประชาชนชาวยูเครน เมื่อกองทัพรัสเซียยังคงเดินหน้าโจมตีประเทศต่อเนื่องเป็นเป็นเวลา 3 สัปดาห์แล้ว ขณะที่ความสูญเสียของทั้งสองฝ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าทหารรัสเซียสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยวิดีโอหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมากบนโลกออนไลน์เมื่อวานนี้ปรากฏภาพอันน่าสลดเมื่อรถถังของกองทัพรัสเซียสังหารพลเรือนชาวยูเครนผู้สูงวัยขณะกำลังเดินอยู่บนถนนเพียงลำพัง ด้านกองทัพยูเครนแชร์คลิปวิดีโอจากเมืองมาริอูโปลที่ถูกปิดล้อมและถูกทำลายโดยทหารรัสเซีย

ทั้งนี้ เมืองมาริอูโปลได้รับความเสียหายจากการโจมตีของรัสเซียในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่าประชาชนกำลังประสบกับปัญหาความเจ็บป่วยและความหิวโหย เมื่อสัปดาห์ก่อนยังมีรายงานว่ารัสเซียยิงขีปนาวุธเข้าโจมตีโรงพยาบาลแม่และเด็กโดยมีภาพที่น่าสยดสยองพาดหัวข่าวไปทั่วโลก

‘มอลโดวา’ ประเทศเล็กๆ ที่อาจเผชิญชะตากรรมเดียวกับยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678507

วันที่ 18 มี.ค. 2565 เวลา 16:00 น.'มอลโดวา' ประเทศเล็กๆ ที่อาจเผชิญชะตากรรมเดียวกับยูเครน

นักวิเคราะห์เตือนปูตินยังมี ‘เป้าหมายต่อไป’ ซึ่งไม่หยุดอยู่แค่ยูเครน

สงครามในยูเครนต่อเนื่องมาเป็นเวลา 3 สัปดาห์แล้ว ขณะที่หลายฝ่ายเตือนว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียอาจไม่หยุดแค่ยูเครน โดยก่อนหน้านี้แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอ้างถึงภาพถ่ายทางดาวเทียมที่แสดงให้เห็นว่ารัสเซียกำลังระดมกองกำลัง อาวุธยุทโธปกรณ์ และปืนใหญ่ตามแนวชายแดนของเบลารุส ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนโปแลนด์ไปทางตะวันออกเพียง 10 ไมล์

เมื่อถูก เดวิด เมียร์ ของ ABC News ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ปูตินจะไปไกลกว่ายูเครน บลิงเคนตอบว่า “แน่นอนว่ามันเป็นไปได้”

เช่นเดียวกับประธานาธิบดีกิตานัส นาวเซดา ของลิทัวเนีย ซึ่งกล่าวกับบลิงเคนว่าปูตินจะไม่หยุดอยู่แค่ยูเครน พร้อมเรียกร้องให้นานาชาติให้ความช่วยเหลือยูเครน ก่อนที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งในระดับโลก หรือสงครามโลกครั้งที่ 3

ขณะที่บลิงเคนเน้นย้ำถึงมาตรา 5 ภายใต้สนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือของ NATO “มีความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะไม่หยุดอยู่แค่ยูเครน แต่มีบางสิ่งที่ทรงพลังมากที่ขวางทางสิ่งนั้น และมันคือสิ่งเราเรียกว่ามาตรา 5 หมายความว่า การโจมตีประเทศใดประเทศหนึ่งที่เป็นสมาชิก NATO คือการโจมตีทุกประเทศที่เป็นสมาชิก NATO ประธานาธิบดี (โจ ไบเดน) มีความชัดเจนมากว่าเราจะปกป้องทุกตารางนิ้วของดินแดน NATO”

ล่าสุด อาเดรียโน โบโซนี ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ของ Rane บริษัทด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงกล่าวกับ CNBC โดยเตือนว่าปูตินอาจกำลังพิจารณาเป้าหมายต่อไปของเขา ซึ่งก็คือ “มอลโดวา” ซึ่งอยู่ติดกับพรมแดนด้านตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครน

“หากความขัดแย้งขยายออกไปนอกยูเครน มอลโดวาก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเสี่ยงมากที่สุด”

ทว่า มอลโดวาไม่ได้เป็นสมาชิกของ NATO และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป (EU) เช่นเดียวกับยูเครน แม้ว่าจะมีความพยายามจะเป็นทั้งสองอย่าง แต่ก็อยู่ในสถานการณ์คล้ายกับยูเครนคืออดีตสาธารณรัฐโซเวียตแห่งนี้มีประชากรกลุ่มแบ่งแยกดินแดนโปรรัสเซียจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่อยู่ในรัฐทรานส์นิสเตรียบริเวณชายแดนยูเครน

ทรานส์นิสเตรีย ปกครองโดยผู้นำที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย ซึ่งถือได้ว่าเป็นโอกาสทางยุทธศาสตร์ของรัสเซีย โดยขณะนี้รัสเซียได้รวบรวมกำลังพลในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว 1,500 นาย

โบโซนีมองว่าปูตินอาจรับรองภูมิภาคดังกล่าวเป็นรัฐอิสระก่อนที่จะทำการบุกประเทศ เช่นเดียวกับที่เขาทำกับโดเนตสก์และลูฮันสก์ ก่อนที่จะเปิดปฏิบัติการทางทหารอย่างเต็มรูปแบบในยูเครน หรืออาจสร้างสถานการณ์บางอย่างเพื่อเปิดทางให้เข้าไปแทรกแซง

“สำหรับผมมันเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่รัสเซียยังไม่รับรองสถานะรัฐอิสระของทรานส์นิสเตรีย อย่างที่ทำกับโดเนตสก์และลูฮันสก์ เมื่อไรก็ตามที่รัสเซียทำเช่นนั้นมันจะเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าพวกเขากำลังคิดที่จะนำความขัดแย้งไปยังมอลโดวา” โบโซนีกล่าว

นอกจากนี้การบุกมอลโดวาอาจเป็นอีกทางหนึ่งที่รัสเซียจะสามารถเปิดประตูไปสู่พรมแดนด้านตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครนได้ โดยปูตินอาจกำลังมองหาแผนสองขณะที่รัสเซียยังไม่สามารถยึดกรุงเคียฟได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณที่แน่ชัดว่าปูตินกำลังวางแผนกลยุทธ์ดังกล่าวในมอลโดวา ซึ่งโบโซนีอธิบายว่ามันเป็นสถานการณ์ที่มีความน่าจะเป็นต่ำ แต่ความเสี่ยงสูง เพราะหากรัสเซียทำเช่นนั้นจะนำพาความทุกข์ยากไปยังผู้อยู่อาศัยในมอลโดวา 2.6 ล้านคน และยังมีผู้ที่อพยพไปจากยูเครนราว 350,000 คน

ขณะที่คลินตัน วัตตส์ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยนโยบายต่างประเทศแห่งการต่อต้านของมอลโดวามองว่าหากมอลโดวาตกอยู่ในชะตากรรมแบบเดียวกับยูเครนพวกเขาอ่อนแอมาก และจะมีการต่อต้านเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย

ทั้งนี้ มอลโดวาเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในยุโรปโดยพิจารณาจาก GDP ต่อหัว และมีขีดความสามารถทางการทหารน้อยกว่ายูเครนมาก

รายงานระบุว่าหากสิ่งนี้เกิดขึ้นจริง มอลโดวาอาจเผชิญกับชะตากรรมที่คล้ายกับยูเครน คือถูกขังอยู่ในความขัดแย้งกับมหาอำนาจระดับโลก ในขณะที่พันธมิตรตะวันตกเฝ้าดูจากข้างสนาม

ขณะที่มอลโดวาน่าเป็นห่วงกว่าอดีตชาติในสหภาพโซเวียตอื่นๆ อย่างลิทัวเนีย ลัตเวีย และเอสโตเนีย ซึ่งต่างกังวลถึงความมั่นคงของตนขณะที่ภัยคุกคามจากรัสเซียเพิ่มสูงขึ้น แต่ทั้ง 3 ประเทศเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปและ NATO

“ตอนนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะรู้สึกปลอดภัย” ประธานาธิบดีไมอา ซานดู ของมอลโดวากล่าวกับบลิงเคนระหว่างการประชุมเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

Photo by REUTERS/Michael Klimentyev/RIA Novosti/Kremlin

อดีตที่ปรึกษาเพนตากอนชี้ตะวันตกป้อนอาวุธให้ยูเครนเพื่อยืดสงคราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678497

วันที่ 18 มี.ค. 2565 เวลา 14:41 น.อดีตที่ปรึกษาเพนตากอนชี้ตะวันตกป้อนอาวุธให้ยูเครนเพื่อยืดสงคราม

อดีตที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมสหรัฐบอกว่าตะวันตกให้วามหวังลมๆ แล้งๆ กับยูเครน และเดินหน้าป้อนอาวุธให้เพื่อให้สงครามยืดเยื้อ

Russia Today รายงานว่า ดักลาส แม็คเกรเกอร์ อดีตที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยว่า รัสเซียประสบความสำเร็จในการทำลายล้างกองทัพยูเครน แต่บรรดารัฐบาลตะวันตกกลับเข้าใจผิดว่ากระบวนการต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายของพลเรือนสะท้อนถึงความอ่อนแอของรัสเซีย และตะวันตกยังเดินหน้าป้อนอาวุธในยูเครนเพื่อให้สงครามยืดเยื้อ

แม็คเกรเกอร์ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ข่าว Grayzone ว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ออกคำสั่งอย่างเข้มงวดตั้งแต่แรกเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายของพลเรือนและความเสียหายทางทรัพย์สิน

แม็คเกรเกอร์บอกอีกว่า คำสั่งดังกล่าวทำให้การรุกคืบของรัสเซียช้าลง “จนถึงจุดที่ให้ความหวังผิดๆ กับชาวยูเครน…แต่คนในตะวันตกฉวยโอกาสนี้พยายามโน้มน้าวให้ชาวโลกเชื่อว่ารัสเซียกำลังจะพ่ายแพ้ ทั้งที่จริงๆ แล้วมันตรงกันข้าม”

“สงครามไม่ว่าจะมีจุดประสงค์ใดผ่านการตัดสินใจมาแล้ว” นายพลเกษียณกล่าว “ปฏิบัติการทั้งหมดตั้งแต่วันแรกพุ่งเป้าไปที่การทำลายกองกำลังยูเครน ซึ่งส่วนใหญ่สำเร็จแล้ว”

แม็คเกรเกอร์กล่าวต่อว่า กองกำลังยูเครนที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ถูกปิดล้อมอย่างเบ็ดเสร็จ ถูกตัดขาด และถูกโดดเดี่ยวในหลายๆ เมือง รวมทั้งกองกำลังกว่า 60,000 นายที่อยู่ตามพรมแดนโดเนตสก์ซึ่งเสบียงกำลังร่อยหรอ

อย่างไรก็ดี รายงานข่าวเกี่ยวกับการสู้รบเพิกเฉยต่อข้อเท็จจริงนี้และวาดภาพให้ทหารรัสเซียไร้ความสามารถตามที่วุฒิสมาชิกสหรัฐบางคนพูด เนื่องจากรัสเซียไม่ได้ยึดกรุงเคียฟในเวลาเพียงไม่กี่วัน โดยเรื่องนี้ถูกนำไปใช้เป็นข้ออ้างของกลุ่มที่สนับสนุนให้นาโตเข้ามาแทรกแซงและกำหนดเขตห้ามบิน รวมทั้งคนที่ต้องการส่งอาวุธเข้าไปในเคียฟเพิ่ม

“เห็นได้ชัดว่าวอชิงตันต้องการให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไปให้นานที่สุด ด้วยความหวังว่ารัสเซียจะพ่ายแพ้อย่างหมดรูป แต่ผมว่ามันไม่เกิดขึ้นหรอก” แม็คเกรเกอร์เผยกับ Grayzone นายพลรายนี้กล่าวอีกว่า ปัญหาใหญ่ขณะนี้คือ ไม่มีความจริงในโลกตะวันตก มีแต่ความหวังลมๆ แล้งๆ ว่ายูเครนจะประสบความสำเร็จซึ่งไม่จริง “การโกหกคำโตที่ผมได้ยินทางโทรทัศน์บ่อยๆ คือ กองทัพรัสเซียได้รับคำสั่งให้ฆ่าพลเมืองยูเครน มันไร้สาระมาก”

ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนเพิ่งขอให้สภาคองเกรสส่งเครื่องบินรบ ขีปนาวุธ และอาวุธยุทโธปกรณ์อื่นๆ ไปยังกรุงเคียฟและกำหนดเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้ายูเครน และยังกล่าวทำนองเดียวกันนี้กับสมาชิกสภาแคนาดา

อย่างไรก็ดี แม็คเกรเกอร์เชื่อว่า การส่งอาวุธดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบใดๆ และการปฏิเสธการเจรจาหยุดยิงของเซเลนสกีมีแต่จะทำให้ชาวยูเครนถูกสังหารมากขึ้น

REUTERS/Gleb Garanich

เกาหลีใต้คลายมาตรการ แม้โควิดรายวันทะลุ 6 แสน ยอดตายทุบสถิติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678486

วันที่ 18 มี.ค. 2565 เวลา 13:00 น.เกาหลีใต้คลายมาตรการ แม้โควิดรายวันทะลุ 6 แสน ยอดตายทุบสถิติ

เกาหลีใต้เดินหน้าคลายมาตรการคุมโควิด ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อ-เสียชีวิตพุ่งอย่างต่อเนื่อง

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ยังคงเดินหน้าผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคและข้อจำกัดโควิด-19 ขณะที่ประชาชนก็มีท่าทีสนับสนุนความเคลื่อนไหวดังกล่าว

แม้ว่าวานนี้ (17 มี.ค.) เกาหลีใต้รายงานผู้ป่วยโควิด-19 สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 621,328 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตรายวัน 429 รายทำสถิติใหม่เช่นกัน โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลเผยตัวเลขคาดการณ์ผู้ติดเชื้อในประเทศรายวันอาจแตะระดับ 400,000 คน

โดยนับตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. รัฐบาลมีมติผ่อนคลายข้อจำกัดการรวมกลุ่มในที่สาธารณะจาก 6 คนเป็น 8 คน รวมถึงการยกเลิกข้อจำกัดการเว้นระยะห่างทางสังคมเกือบทั้งหมดในไม่กี่วันข้างหน้า

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการขยายเวลาปิดร้านอาหารเป็น 23.00 น. และยกเลิกการบังคับแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนก่อนเข้ารับบริการ นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะยกเลิกมาตรการกักตัวสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศที่ได้รับวัคซีนแล้ว แต่ยังคงมาตรการสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ

โดยสำนักงานควบคุมและป้องกันโรคของเกาหลี (KDCA) กล่าวว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนที่แพร่เชื้ออย่างรวดเร็วผลักดันให้มีผู้ป่วยในประเทศพุ่งขึ้นอย่างก้าวประโดด ในขณะที่ผลสำรวจจากสาธารณชนส่วนใหญ่มองว่าตนเองมีโอกาสที่จะติดเชื้อสูง แต่มีเพียงไม่กี่คนที่กังวลผลกระทบด้านสุขภาพที่ร้ายแรง

ข้อมูลจากรัฐบาลเปิดเผยว่าผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนที่ได้รับรายงานในช่วงปีที่ผ่านมาจำนวน 141,000 ราย พบว่าไม่มีผู้เสียชีวิตในกลุ่มผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปีที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น

ทั้งนี้ ชาวเกาหลี 86.6% ของประชากรทั้งหมด 52 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว โดยเกือบ 63% ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น

Photo by REUTERS/Heo Ran

รมต.ต่างประเทศสหรัฐขู่จีนเจอลงโทษแน่ถ้าช่วยรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678482

วันที่ 18 มี.ค. 2565 เวลา 12:23 น.รมต.ต่างประเทศสหรัฐขู่จีนเจอลงโทษแน่ถ้าช่วยรัสเซีย

สหรัฐเตือนจีนจะเจอบทลงโทษถ้าให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่รัสเซีย

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเผยว่า สหรัฐจะลงโทษจีนถ้าประธานาธิบดี สีจิ้นผิง เลือกให้ความช่วยเหลือทางการทหารแก่รัสเซียเพื่อทำสงครามในยูเครน

“เรากังวลว่าพวกเขากำลังพิจารณาช่วยเหลือรัสเซียโดยตรงด้วยยุทโธปกรณ์ทางทหารเพื่อใช้ในยูเครน” บลิงเคนเผยระหว่างแถลงข่าว “ประธานาธิบดีไบเดนจะพูดคุยกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงและจะพูดให้ชัดเจนว่าจีนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำใดๆ ก็ตามที่เป็นการสนับสนุนการรุกรานของรัสเซีย และเราจะไม่ลังเลที่จะลงโทษ”

บลิงเคนถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของสรัฐที่เตือนจีนตรงๆ ถึงการให้ความช่วยเหลือทางการทหารแก่รัสเซีย โดยบอกว่าเพราะความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซีย จีนจึงมีหน้าที่พิเศษในการโน้มน้าวให้ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน หยุดยั้งสงคราม

แต่ “ดูเหมือนว่าจีนกำลังทำตรงกันข้ามด้วยการไม่ประณามการรุกราน ในขณะที่พยายามแสดงตนเป็นคนไกล่เกลี่ยที่เป็นกลาง” บลิงเคนเผย

ด้านทำเนียบขาวประกาศว่า ไบเดนจะหารือกับสีจิ้นผิงวันนี้เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับสงครามในยูเครนและการแข่งขันระหว่างสหรัฐและจีน รวมถึงประเด็นอื่นๆ

เจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวเผยว่า “นี่เป็นโอกาสที่ประธานาธิบดีไบเดนจะประเมินจุดยืนของประธานาธิบดีสี” และกล่าวอีกว่า ยังไม่มีคำตำหนิจากจีนต่อสิ่งที่รัสเซียกำลังกระทำ ซึ่งขัดกับจุดยืนทุกอย่างของจีน รวมทั้งหลักพื้นฐานของกฎบัตรสหประชาชาติ และหลักการพื้นฐานของการเคารพอธิปไตยของประเทศอื่น

“ดังนั้นที่จีนไม่ประณามการกระทำของรัสเซียแสดงให้เห็นถึงความจริงมากมาย และมันไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความจริงมากมายในรัสเซียและยูเครนเท่านั้น แต่เห็นไปทั่วโลก”

Yoan Valat/Pool via REUTERS/File Photo

ปูติน-เซเลนสกี ต้องการอะไรจึงจะยุติความขัดแย้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678476

วันที่ 18 มี.ค. 2565 เวลา 11:15 น.ปูติน-เซเลนสกี ต้องการอะไรจึงจะยุติความขัดแย้ง

จะทำได้หรือไม่? เปิดเงื่อนไขของทั้งสองฝ่ายที่จะนำไปสู่การยุติสงคราม

เมื่อคืนวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา มิคาอิล โพโดยัค ผู้ช่วยของประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครนเปิดเผยว่าผู้นำยูเครนจะพบกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

เช่นเดียวกับดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียซึ่งกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าการเจรจาระหว่างผู้นำทั้งสองนั้นมีความเป็นไปได้ ขณะที่สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนดำเนินมากว่า 20 วันแล้ว และสองผู้นำเปิดเผยความต้องการของตนอย่างชัดเจน

ประธานาธิบดีเซเลนสกีปราศัยต่อสาธารณชนเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ว่าสิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดในการเจรจาสันติภาพกับรัสเซียนั้นมีความชัดเจนอย่างยิ่ง ซึ่งนั่นก็คือการยุติสงคราม, การรับประกันความมั่นคง, อำนาจอธิปไตยของยูเครน, การฟื้นฟูบูรณภาพเหนือดินแดนยูเครน, การรับประกันอย่างแท้จริงสำหรับยูเครน และการปกป้องอย่างแท้จริงสำหรับยูเครน

ในวันเดัยวกัน ประธานาธิบดีปูตินเผยข้อเรียกร้องของเขาสำหรับข้อตกลงสันติภาพกับยูเครน ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเรเจป เทย์ยิบ เออร์ดวน ของตุรกี ที่เสนอเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่าย

บีบีซีรายงานว่าความต้องการของปูตินแบ่งเป็น 2 ประเด็นใหญ่ๆ ด้วยกัน โดยประเด็นแรกนั้นไม่ยากนักสำหรับยูเครน ซึ่งก็คือยูเครนต้องวางตัวเป็นกลาง และไม่เข้าร่วมกับองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ต้องปลดอาวุธเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เป็นภัยคุกคามต่อรัสเซีย ต้องคุ้มครองคนที่พูดภาษารัสเซียในยูเครน และขจัดระบอบนาซี

ส่วนประเด็นที่สองค่อนข้างยากพอสมควร เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการรับรองสถานะของดินแดนโดเนตสก์-ลูฮันสก์ ในภูมิภาคดอนบัส ทางตะวันออกของยูเครน ที่รัสเซียรับรองสถานะเป็นรัฐอิสระอย่างเป็นทางการซึ่งถือเป็นการเติมเชื้อไฟลงในสงคราม เนื่องจากดินแดนทั้งสองมีปัญหาแบ่งแยกดินแดนระหว่างยูเครนและกลุ่มโปรรัสเซีย

ทั้งนี้ โดเนตสก์และลูฮันสก์แยกตัวออกมาตั้งสาธารณรัฐเอกราช ซึ่งไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ แต่สาธารณรัฐทั้งสองยอมรับว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธัรฐรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม ปูตินกล่าวว่าจะต้องมีการเจรจาแบบเห็นหน้ากันระหว่างตนและเซเลนสกีก่อนที่จะบรรลุข้อตกลงในประเด็นเหล่านี้ โดยเซเลนสกีกล่าวแล้วว่าพร้อมที่จะพบกับประธานาธิบดีรัสเซียและเจรจาแบบตัวต่อตัว

Photo by State Emergency Service of Ukraine/Handout via REUTERS

รบกันโลกขาดทุน แต่นักค้าสงคราม ‘บางชาติ’ รวยเละ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678457

วันที่ 17 มี.ค. 2565 เวลา 20:39 น.รบกันโลกขาดทุน แต่นักค้าสงคราม 'บางชาติ' รวยเละ

น้ำมันขึ้น ของแพง ชีวิตขัดสน อยู่อย่างหวาดกลัว ในช่วงเวลาแห่งสงคราม ยังมีบางคนได้กำไร และคนเหล่านั้นมีผลประโยชน์โดยตรงกับสงครามในฐานะผู้ลงทุนและผู้กำหนดนโยบายสงคราม

2 วันก่อนหาที่รัสเซียจะรุกรานยูเครน มาจอรี เทย์เลอร์ กรีน (Marjorie Taylor Greene) สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรฝ่ายขวาจัดและหมกมุ่นกับทฤษฎีสมคบคิด ลงทุนซื้อหุ้นของ Lockheed Martin บริษัทผลิตอาวุธชั้นนำของโลกเป็นเงิน 15,000 ดอลลาร์ (เกือบ 5 แสนบาท)

มันอาจจะเป็นความบังเอิญก็ได้ แต่มันย้อนแย้งตรงที่กรีนเคยทวีตว่า “สงครามคือธุรกิจใหญ่ของผู้นำเรา ตั้งแต่ผู้ผลิตอุปกรณ์ป้องกันไปจนถึงการซื้อ/ขาย ไปจนถึงการตัดสินใจว่าสงครามและข่าวลือเรื่องสงครามส่งผลกระทบอย่างไรต่อตลาดต่างประเทศที่บริษัทของเราส่งออกงานในอเมริกาที่อิงกับพันธมิตรและศัตรู ทั้งหมดล้วนแต่เป็นเรื่องธุรกิจ”

และกรีนบอกว่า “น่าเศร้าที่กลยุทธ์นโยบายต่างประเทศของอเมริกาในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาทำเพื่อผลกำไรขององค์กรธุรกิจมากกว่า ไม่ใช่เพื่อความมั่นคงของอเมริกาและผลประโยชน์ของชาติของเราเอง”

ข้อความเหล่านี้จะทรงพลังมากหากมันออกมาจากนักการเมืองที่ไม่ได้ทำตัวคัดค้านไบเดนแบบหัวชนฝา และเพิ่งลงทุนไปหยกๆ กับบริษัทผลิตอาวุธที่ทำรายได้มหาศาลจากสงครามในยูเครน

และไม่ใช่แค่กรีนเท่านั้นที่ลงทุนกับธุรกิจอาวุธ แต่ยังมีสมาชิกคองเกรสอีกจำนวนหนึ่งด้วย ซ้ำร้ายคนเหล่านี้ยังมีอิทธิพลต่อนโยบายด้านความมั่นคงด้วย

เมื่อต้นเดือนมีนาคม สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างกฎหมายการอนุมัติการป้องกันประเทศมูลค่าเกือบ 770,000 ล้านดอลลาร์ ตอนนี้กำลังรอการลงคะแนนเสียงของวุฒิสภาและรอลายเซ็นของไบเดน

นักการเมืองเหล่านี้มีหุ้นในธุรกิจ “ป้องกันประเทศ” ย่อมมีส่วนได้ส่วนเสียกับเงินเป็นล้านล้านแน่นอน

ยังไม่นับการสนับสนุนเป็นเม็ดเงินหลายล้านผ่านการล็อบบี้รัฐบาลสหรัฐรวมถึงรัฐสภาโดยบรรดาบริษัทด้านการป้องกันประเทศที่สมาชิกสภาคองเกรสลงทุน

ตามข้อมูลของ OpenSecrets (เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการเงินของแคมเปญและการล็อบบี้) ในปี 2020 บริษัท Lockheed Martin ใช้เงินไปเกือบ 14 ล้านเหรียญสหรัฐ General Dynamics ใช้เงินไปเกือบ 11 ล้านเหรียญสหรัฐ และ Honeywell ใช้เงินไปเกือบ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ

ถามว่ามันคุ้มไหม? ลองดูหุ้นของธุรกิจผลิตอาวุธก็มีปฏิกิริยาในแง่บวกกับแนวโน้มสงคราม

ราคาหุ้นของ Lockheed Martin ขึ้นมา 16.42% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เอาจริงๆ มันขึ้นแบบพุ่งพรวดตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์หรือวันที่รัสเซียรุกรานยูเครน จาก 395.17 ดอลลาร์ต่อหุ้นในวันนั้นมันขึ้นมาเรื่อยๆ จนอยู่ที่ 456.61 ดอลลาร์เมื่อถึงวันที่ 1 มีนาคมและค้างอยู่ที่ 400 กว่าดอลลาร์นับแต่นั้น

หนึ่งในอาวุธถูกโฆษณาผ่านสื่อมากที่สุดในสงครามยูเครนคือ จรวดต่อต้านรถถัง Javelin สื่อตะวันตกรายแล้วรายเล่าช่วยพีอาร์ให้อาวุธชิ้นนี้ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตามว่ามันคือตัวพิฆาตยานเกราะของรัสเซีย

แบบนี้ไม่ให้หุ้นของผู้ผลิต Javelin พุ่งไม่หยุดก็แปลกแล้ว

เช่นเดียวกับ Raytheon ผู้ผลิตขีปนาวุธ Stinger ที่ถูกยกเป็นพระเอกในสงครามยูเครนเช่นกันราคาหุ้นเพิ่ม 3.64% ในช่วง 1 เดือน BAE Systems บริษัทอาวุธของอังกฤษหุ้นขึ้นมา 20.30% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา

นี่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น แม้ไม่อยากจะโชว์ตัวเลขมากเพราะกลัวผู้อ่านจะเบื่อ แต่ต้องทำเพื่อให้เห็นว่าสงครามกำลังทำเงินเข้ากระเป๋าใคร

ถามว่าบริษัทเหล่านี้รู้หรือเปล่าว่าว่าตัวเองกำลังจะมี “บุญหล่นทับ” ตอบว่ารู้แน่นอน เพราะแนวโน้มสงครามคือความมั่งคั่งของพวกเขา

ย้อนกลับไปในเดือนมกราคม Raytheon Technologies มีแถลงประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ปีกลาย เกร็ก เฮเยส (Greg Hayes) ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทบอกว่า “เรากำลังเห็น … โอกาสในการขายระหว่างประเทศ แค่ลองกลับไปดูเมื่อสัปดาห์ที่แล้วซึ่งเราเห็นโดรนโจมตีในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งได้โจมตีโรงงานอื่นๆ บางแห่งของพวกเขา และแน่นอน ความตึงเครียดในยุโรปตะวันออก ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ สิ่งเหล่านี้สร้างแรงกดดันต่อการใช้จ่ายด้านกลาโหมบางส่วนที่นั่น …

ดังผมคาดหวังอย่างเต็มที่ว่าเราจะได้เห็นผลกำไรบางอย่างจากมัน”

เราจะเห็นว่าหายนะในยุโรปนั้นมีใครได้กำไร และเอเชียควรจะสำเหนียกว่าตัวเองกำลังเป็นแหล่งเงินแหล่งทองให้ธุรกิจเหล่านี้ร่ำรวยต่อไป ดังที่เขากล่าวว่า “ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ สิ่งเหล่านี้สร้างแรงกดดันต่อการใช้จ่ายด้านกลาโหมบางส่วนที่นั่น” และยังเสริมว่า “ผมจะบอกว่าหากจะมีการสู้รบกัน ไม่ว่าจะเป็นในตะวันออกกลางหรือในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”

การเอ่ยถึงภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะขณะที่สหรัฐ “ปั่น” ยุโรปให้เกิดสงครามเสร็จแล้ว ก็หันมาปั่นเอเชียให้เกิดความวุ่นวายต่อไป ดังที่ที่ปรึกษาทำเนียบขาวฝ่ายกิจการอินโด-แปซิฟิกบอกว่า สหรัฐต้องเปิดแนวรอบสองด้านคือตะวันตกและตะวันออก และไบเดนจะคุยกับผู้นำอาเซียนด้วยตัวเองเพื่อสกัดการขยายตัวของอิทธิพลจีน

หากเอเชียและไทยไม่ตระหนักเรื่องนี้และหมกกมุ่นอยู่กับการเชียร์สงครามในยุโรป สักวันสงครามจะมาถึงเรา เราจะกลายเป็น “ปุ๋ย” ให้ธุรกิจสงครามเก็บดอกเก็บผลจากต้นไม้แห่งความตายกันต่อไป

บริษัทค้าอาวุธเหมือนกับธุรกิจขายโลงศพอยู่อย่างหนึ่ง ยิ่งคนตายมาก ยิ่งทำรายได้มาก แต่ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจเหล่านี้ยินดีกับความทุกข์ของมนุษย์ ธุรกิจเหล่านี้ “เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษยชาติ”

ผู้เขียนไม่ได้บอกว่าธุรกิจค้าอาวุธเป็นความเลวร้าย ในฐานะมนุษย์เราไม่อาจหนีสงครามได้ แม้ว่าเราจะต้องการสันติภาพแค่ไหนก็ตาม

ตราบใดที่มนุษย์ยังกระหายในอำนาจ ตราบนั้นยังมีสงคราม นี่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

สิ่งที่เรียกว่า “สันติภาพยาวนาน” (Long peace) นั้นไม่ได้หมายความปลอดสงคราม แต่เต็มไปด้วยสงครามยิบย่อยมากมาย ทั้งสงครามกลางเมืองและการรุกรานโดยอ้างความชอบธรรมต่างๆ นานา (ซึ่งชาติตะวันตกชอบทำ)

สงครามเล็กๆ และสงครามตัวแทนเหล่านี้คือสิ่งค้ำจุนสันติภาพในวงกว้าง เพราะทำให้ชาติมหาอำนาจไม่ต้องปะทะกันเอง ดังนั้นธุรกิจเกี่ยวกับสงครามจึงอยู่ได้เรื่อยมา

สิ่งนี้เรียกว่า “เศรษฐกิจสงครามถาวร” (Permanent war economy) นั่นคือทฤษฎีที่ระบุว่าแม้โลกจะสิ้นสงครามใหญ่ๆ แล้ว (เช่นสงครามโลกครั้งที่ 2 ) แต่สหรัฐจะยังอุดหนุนเศรษฐกิจสงครามหรือการใช้จ่ายอย่างหนักด้านอาวุธต่อไป เพื่อให้อุตสาหกรรมทหารช่วยพยุงเศรษฐกิจเอาไว้ เช่น รักษาอัตราการจ้างงาน

จึงไม่น่าแปลกใจว่าสหรัฐจะไปข้องแวะกับความขัดแย้งไม่หยุดหย่อน ก็เพื่อให้เศรษฐกิจสงครามดำรงอยู่ไปได้เรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด แต่เมื่อไม่มีสงคราม งบประมาณกลาโหมก็ยังเพิ่มไม่หยุด (และสูงที่สุดในโลก) เพราะอะไร?

นั่นก็เพราะว่านักการเมืองได้เงินจาก “เศรษฐกิจสงครามถาวร”

นอกจากตัวอย่างตอนเปิดบทความแล้ว ยังมีอีกตัวอย่างหนึ่ง

จากรายงานของ Center for Responsive Politics ในปี 2016 ระบุว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ 70 คนได้ลงนามในจดหมายถึงผู้นำของคณะอนุกรรมการจัดสรรงบประมาณป้องกันประเทศของสภาผู้แทนราษฎร (House Defense Appropriations) เพื่อเรียกร้องให้มีการสนับสนุนโครงการต่อไป (โครงการ F-35 ของ Lockheed ซึ่งประสบปัญหาก่อนหน้านั้น) ในรอบปี 2016 สมาชิกสภานิติบัญญัติ 70 คนนั้นได้รับเงินเกือบ 3.5 ล้านดอลลาร์จากภาคการป้องกัน” และ “โดยรวมแล้วได้รับเงินรวมเกือบ 578,000 ดอลลาร์จาก Lockheed Martin ในรอบปี 2016 คิดเป็นเกือบ 17% ของงบประมาณในการป้องกันประเทศ”

เงินมันดีขนาดนี้จะไม่ให้สนับสนุนสงครามกันได้อย่างไร?

หรือถ้าปั่นสงครามกันสำเร็จแล้วจะให้มันจบกันง่ายๆ จะได้หรือ?

น่าตลกที่ชาติตะวันตกประณามว่าปูตินหวังจะเป็นจักรพรรดิ (พระเจ้าซาร์องค์ใหม่) และต้องการฟื้นจักรวรรดิรัสเซีย แต่การกระทำของพวกตะวันตกเป็น “จักรวรรดินิยม” เสียยิ่งกว่า พวกนี้ครอบงำโลกแบบ “อีแอบ” ไม่ได้รุกรานเพื่อกินแผ่นดินเหมือนสมัยก่อน แต่จะครอบงำทางใดทางหนึ่งเนียนๆ เพื่อดูดทรัพากรและขายสินค้าของตน สินค้าที่ทำกำไรที่สุดอย่างหนึ่งคืออาวุธสงคราม

แต่สงครามยูเครน-รัสเซียมันไม่ใช่สงครามตัวแทนอีกแล้ว มันคือสงครามเต็มรูปแบบที่หากไม่ระวังอาจกลายเป็น “มหาสงคราม” ได้

สหรัฐอยู่ในภาวะมหาอำนาจเดี่ยวนานเกินไปหลังการสิ้นสุดสภาพโซเวียต ทำให้เกิดอาการ “ผยอง” ว่าตนเป็นผู้ควบคุมระเบียบโลก เมื่อรัสเซียแกร่งขึ้นมาอีกและจีนผงาดขึ้น แนวโน้มของ “ช้างสารชนกัน” ก็เกิดขึ้นอีก

ดังในแถลงประกาศผลประกอบการของ Lockheed Martin เมื่อเดือนมกราคม ความตอนหนึ่งบอกว่า “และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรัสเซียในปัจจุบันนี้ และจีน มีการแข่งขันด้านอำนาจครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งรวมถึงการป้องกันประเทศและการคุกคามต่อการป้องกันประเทศ และประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาก็คือเมื่อสภาพแวดล้อมเหล่านั้นมีวิวัฒนาการขึ้นมา เราจะไม่ได้นั่งเฉยๆ แล้วดูมันเกิดขึ้น ดังนั้นผมจึงคงพูดเรื่องตัวเลขไม่ได้ แต่ผมคิดว่า และผมกังวลเป็นการส่วนตัวว่าภัยคุกคามกำลังคืบคลานเข้ามา และเราจำเป็นต้องตอบสนองต่อสิ่งนั้น”

ต่างจากโลงศพที่รอคนตายมาใช้โดยไม่ได้ไปทำให้ใครเขาตาย อาวุธสามารถป้องกันความตายก็ได้ เอาชีวิตคนแบบไร้เหตุผลก็ได้ ดังนั้นคนทำธุรกิจนี้ (หรือคนที่ลงทุนกับของพวกนี้) จึงต้องประคับประคองจิตใจตัวเองดีๆ ไม่ให้ยินดีกับผลกำไรของตนบนหายนะคนอื่น

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงมีสักกี่คนที่ “ใจพระ” ขนาดนั้น?

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น บริษัทอาวุธเหล่านี้แค่ทำหน้าที่ของตนเอง คือสร้างและขายอาวุธ คนที่ควรจะถูกตำหนิที่สุดคือ “นักการเมือง” ที่สามารถลดผลกำไรบริษัทอาวุธได้ สามารถช่วยเราไม่ต้องเสียภาษีเพื่ออุดหนุนน้ำมันได้ และทำให้บริษัทพลังงานหมดโอกาสสวาปามน้ำพักน้ำแรงจากพวกเรา

ทั้งหมดนี้ทำได้ด้วยการเลี่ยงสงคราม ซึ่งไม่ใช่แค่รัสเซียเลี่ยง ยูเครนเลี่ยง จีนเบี่ยง แต่ยังรวมถึงพวก “นักปั่น” บางประเทศที่ไม่ได้ขัดแย้งกับใครโดยตรง แต่มายุ่มย่ามจนภูมิภาคต่างๆ เดือดร้อนกันไปหมด

ในขณะที่บทความนี้ถูกเขียนขึ้น รัสเซียเผยความคืบหน้าเจรจาสันติภาพเรื่องทำให้ยูเครนเป็นกลางคือปลอดจากการแทรกแซงของนาโตชาติตะวันตก เซเลนสกีบอกว่ายูเครนจะไม่ร่วมนาโตแล้ว และที่ปรึกษาของเขาบอกว่าอีกไม่นานจะได้ดีลสันติภาพ

ทันทีที่ผู้เขียนเห็นความเคลื่อนไหวเหล่านี้ เกิดความคิดขึ้นมาว่าสงครามที่จบไวๆ แบบนี้ต้องมีคนไม่ชอบแน่ แล้วก็จริง ขณะที่ดีลกำลังจะผ่านออกมา ชาติตะวันตกก็ยังคว่ำบาตรรัสเซียไม่หยุด

หรือบางครั้ง ตอนเช้ามีข่าวว่าการเจรจาระหว่างรัสเซียกับยูเครนทำท่าจะไปได้สวย ตอนค่ำๆ จะมีข่าวจากฝั่งตะวันตกว่ารัสเซียไม่จริงใจ

การโดดเดี่ยวรัสเซียเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่การบีบให้รัสเซียจนมุมนั้น มองอย่างไรก็ไม่สมเหตุสมผล สงครามโลกครั้งที่แล้วเหตุส่วนหนึ่งมาจากการบีบอีกฝ่ายให้จนมุมมากเกินไปด้วย

เราต้องมองสถานการณ์ด้วยความจริงว่า มีผู้ได้รับประโยชน์จากความขัดแย้งจริงๆ และมันมีกระบวนการเพื่อกอบโกยจากความขัดแย้งนั้น

ขณะที่เราติดตามข่าวสงคราม เราถูกสื่อชี้นำทัศนะของเราแบบไม่รู้ตัวให้สนับสนุนการใช้จ่ายเพื่อสงคราม เราจะตื่นตะลึงกับแสนยานุภาพของอาวุธ ถูกสื่อตะวันตกปั่นหัวให้กลัวสงครามเกิดเหตุ ทั้งหมดนี้คือการพีอาร์แบบแอบแฝงให้สนับสนุนนโยบายเพิ่มงบประมาณทางทหาร

กระบวนการข้างต้นจะได้ผลดีในโลกตะวันตกและพันธมิตรของสหรัฐ เราจะเห็นว่าบางประเทศประกาศเพิ่มงบประมาณทางทหารจนทุบสถิติ โดยที่มติมหาชนไม่ได้คัดค้านแถมยังคล้อยตาม

แน่นอนว่าความรู้สึกจะถูกคุกคามเป็นเงื่อนไขจำเป็นให้ต้องซื้ออาวุธเพิ่ม แต่ภัยคุกคามนี้เป็น “ความจริง” หรือ “สิ่งที่ปลุกปั่นขึ้นมา” นั้นต้องพิจารณาให้ดี

ผู้เขียนไม่ได้คัดค้านงบประมาณทหาร ไม่เสนอให้ลด ไม่ได้เสนอให้เพิ่ม แต่เสนอให้ตรึกตรองโดยใช้ความจริงไม่ใช่อารมณ์ความรู้สึก ถ้ามันมีภัยคุกคามจริงๆ การซื้ออาวุธเพิ่มเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่แทนที่เราจะทุ่มเงินและกำลังคนไปกับนวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่าหลังจากผ่านการระบาดใหญ่มาหมาด เรากลับซื้ออาวุธมาฆ่าฟันกันเสียนี่

โดยที่คนส่วนใหญ่ของโลกไม่ได้ประโยชน์โพดผลอะไร ซ้ำยังจนลงเพราะเศรษฐกิจพัง ขณะเดียวกันก็ต้องจ่ายภาษีหนักขึ้นเพียงเพื่อให้นักการเมืองและ “ทหารอาชีพ” (รวมถึงทหารที่อยากเป็นนักการเมืองแบบทางลัด) ไปซื้ออาวุธและยังได้เงินทางอ้อมจากการล็อบบี้ของนักค้าสงครามอีก

สงครามนั้นทำให้คนรวยกระจุก แต่คนจนลงทั่วแผ่นดิน

ป.ล. 

ความขัดแย้งอย่างกรณียูเครนสามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการถ่วงดุลอำนาจ ยุโรปควรจะถอดเสื้อนาโตออกเสียก่อนเวลาคุยเรื่องความเป็นกลางของยูเครน เพราะอย่างไรเสียยุโรปตะวันตกก็ไม่สามารถยกแผ่นดินย้ายหนีจากรัสเซียได้ จะเป็นการดีหากทำให้ยูเครนเป็นแนวกันชนกับรัสเซีย

แต่ยุโรปหลงตามตามเกมส์สมาชิกนาโตที่อยู่ไกลออกไป อย่างพวกอมริกาเหนือละพวกประเทศหมู่เกาะในยุโรป (ประเทศกลุ่มแองโกลคือพวกพูดภาษาอังกฤษทั้งสิ้น) พวกนี้มักยุให้ยุโรปเผชิญหน้ากับรัสเซีย โยดที่ตัวเองอยู่ไกลไม่ต้องรับผลกระทบ แต่ทรัพย์ไปเต็มๆ

ผลคือเมื่อเกิดสงครามขึ้น พวกยุโรปตะวันออกกลายเป็นหมูให้ประเทศอุตสาหกรรมสงครามหากิน เราจะเห็นดีลหรือข้อเสนอซื้อขายเครื่องบินรบของบริษัทใหญ่สัญชาติอเมริกันหลายดีลในช่วงเดือนเดียว ยังไม่นับการเพิ่มงบประมาณมหาศาลของยุโรป พวกที่รับทรัพย์ก็คืออุตสาหกรรมทหารอเมริกันและบริษัทอาวุธในประเทศนั้นๆ

ส่วนชาวยุโรปตาดำๆ ก็ต้องจ่ายภาษีให้พวกพ่อค้าสงครามกันตามระเบียบ พร้อมกับทยกับของแพง น้ำมันแพง และสุขภาพจิตที่เสียไปเพราะภัยสงครามมาจ่อหน้าประตูบ้าน

ดังที่ปูตินกล่าวว่า “ผมอยากให้คนตะวันตกธรรมดาๆ ได้ยินผมเหมือนกัน คุณได้รับบอกกล่าวอย่างสม่ำเสมอว่าปัญหาในปัจจุบันของคุณเป็นผลมาจากการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ของรัสเซีย และคุณต้องจ่ายเงินจากกระเป๋าของคุณเองสำหรับการพยายามตอบโต้การคุกคามของรัสเซียที่ถูกกล่าวหานั้น ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องโกหก”

ในสายตาหลายๆ คน ปูตินเองก็ไม่ใช่คนดีอะไรนัก แต่ฝ่ายตรงข้ามกับปูตินก็ไม่ใช่พ่อพระเช่นกัน

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน

TOPSHOT – A member of the Japanese Self-Defense Force Amphibious Rapid Deployment Brigade holds position while a US Marine Corps MV-22 Osprey tilt-rotor aircraft takes off during a joint exercise with US Marine Corps personnel at the Higashifuji training area in Gotemba, Shizuoka Prefecture on March 15, 2022. (Photo by Charly TRIBALLEAU / AFP)

HermesFit พร้อมมอบประสบการณ์ระดับโลกสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกในไทย ณ เซ็นทรัลเวิลด์

วันที่ 17 มี.ค. 2565 เวลา 17:40 น.HermesFit พร้อมมอบประสบการณ์ระดับโลกสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกในไทย ณ เซ็นทรัลเวิลด์

เตรียมสัมผัสประสบการณ์ระดับโลกในงาน HermesFit ครั้งแรกในไทย เนรมิตพื้นที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์กว่า 4,000 ตร.ม. ให้เป็น Interactive Sports Universe ที่ไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่นแลนด์มาร์คระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ

Hermès เตรียมมอบประสบการณ์ระดับโลกสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกในไทย กับงาน HermèsFit ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่นแลนด์มาร์คระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ โดย Hermès ชวนทุกคนมาร่วมฟิตร่างกายไปด้วยกัน ณ ยิมที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ บริเวณหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์แบบเต็มพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร (ลานสแควร์ B&C) ระหว่างวันที่ 18 – 27 มีนาคม 2565 แบบไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านทาง hermes.com โดยเซ็นทรัลเวิลด์ ถือเป็นศูนย์การค้าแห่งเดียวของไทยที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานระดับโลกอย่าง HermèsFit ในครั้งนี้ ขอเชิญสัมผัสประสบการณ์สนุกๆ Fitness with Style ที่ HermèsFit ตามเวลาที่ต้องการ หรือสำรองที่เพื่อเข้าร่วมคลาสในยิม และฝึกกับเทรนเนอร์ตามเวลาที่นัดหมาย

HermèsFit เตรียมนำเสนอประสบการณ์ใหม่แบบ Interactive Sports ด้วยกิจกรรม Fitness with Style และความสนุกท้าทายจาก Hermès Accessories ที่ผสมผสานความสง่างามในการออกกำลังกายเข้ากับความสนุกสนานของฟิตเนสได้อย่างลงตัว อาทิ คลาส Carré Yoga โยคะด้วยผ้าพันคอที่จะช่วยให้ร่างกายเกิดความสมดุลด้วยท่าโยคะที่ได้แรงบันดาลใจจากผ้าพันคอของ Hermès, คลาส Belt Stretching ยืดเส้นด้วยเข็มขัด โดยเลือกเข็มขัดเส้นที่ใช่มาช่วยยืดเส้นยืดสาย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และฝึกลมหายใจ, คลาส Kickboxing with Bracelets ต่อยมวยแบบมีสไตล์ด้วยกำไลข้อมือ, คลาส Hat Balance Challenge ที่จะช่วยฝึกสมดุลร่างกายระหว่างสวมหมวก และคลาส Small Leather Goods Workout จะเป็นคลาสที่ใช้เครื่องหนังชิ้นเล็กที่จะช่วยให้คุณออกกำลังกายด้วยความสง่างาม แข็งแรง และยืดหยุ่น โดยเหล่าโค้ชที่แต่งกายอย่างสดใสในชุดสีส้ม จะเตรียมพร้อมให้คำแนะนำ ตลอดช่วงเวลาการออกกำลังกายที่คุณเลือก ซึ่งจะทำให้คุณได้สัมผัสและคุ้นเคยกับงานฝีมือของ Hermès ได้อย่างคาดไม่ถึง

ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์จะถูกเนรมิตให้สวยงามและได้รับการตกแต่งอย่างมีชีวิตชีวาด้วยสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ของ Hermès และผนังตกแต่งลวดลายกราฟิกต่างๆ พื้นที่สีสันสดใส ประกอบไปด้วยห้องสำหรับคลาสออกกำลังกายตามตารางเวลา มีผนังอุปกรณ์ยกน้ำหนักอันครบครัน ทั้งบาร์เบลและเคตเทิลเบลของ Hermès อีกทั้งพื้นที่สำหรับฝึกร่างกายแบบ Callisthenics อันได้แรงบันดาลใจจากผ้าพันคอของ Hermès เวทีมวยและผนังปีนผาจำลอง ที่เป็นบูธถ่ายภาพด้วยในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีบาร์น้ำผลไม้ และอื่นๆ อีกมากมาย

พบไฮไลท์พิเศษในช่วงเย็นบริเวณเวทีมวยที่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่จะถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีดนตรีสำหรับการแสดงต่างๆ โดยจะมีบูทดีเจและคอนเสิร์ตดนตรีสดในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และบริเวณใกล้เคียงถูกตกแต่งด้วยกระสอบทรายลายพิมพ์ผ้าพันคอซิลค์ของ Hermès นอกจากนี้ยังมีโต๊ะปิงปองทรงกลม พร้อมไม้ปิงปองพิมพ์ลายผ้าพันคอซิลค์ ให้ผู้ชมงานมาถ่ายรูปเพื่อเก็บช่วงเวลาอันน่าจดจำของ #HERMESFIT ไว้

HermèsFit เป็นงานอีเวนต์ที่เวียนไปจัดต่อเนื่องกันหลากหลายที่ทั่วโลก อาทิ โตเกียว, นิวยอร์ค ปารีส และอื่นๆ โดยได้นำเสนอประสบการณ์ใหม่เพื่อแบ่งปันเจตนารมณ์ที่ดีให้กับแฟนๆ ทั่วโลก ด้วยความมีเอกลักษณ์และชีวิตชีวาของ HermèsFit วิถีใหม่ของการออกกำลังกาย มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ Fitness with Style ได้ที่ HermèsFit แบบไม่มีค่าใช่จ่าย ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันที่ 18 – 27 มีนาคม 2565 เวลา 10:30 – 19:30 น. เพียงลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านทาง hermes.com หรือสำรองที่เพื่อเข้าร่วมคลาสในยิม และฝึกกับเทรนเนอร์ตามเวลาที่นัดหมาย ให้คุณได้สัมผัสและทำความคุ้นเคยกับงานฝีมือของ Hermès ได้อย่างคาดไม่ถึง

คุยกับ โบว์-จิณณรักษ์ เจตน์รังสรรค์ พร้อมฟังข้อแนะนำเทรนด์การเลือกการลงทุนสำหรับคนรุ่นใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/678419

วันที่ 17 มี.ค. 2565 เวลา 14:12 น.คุยกับ โบว์-จิณณรักษ์ เจตน์รังสรรค์ พร้อมฟังข้อแนะนำเทรนด์การเลือกการลงทุนสำหรับคนรุ่นใหม่

“เสี่ยง” เพื่อ “อิสรภาพ” กับหลักคิด “สาวนักบริหารการเงิน” ในช่วงเวลาที่ความเสี่ยงมารอบทิศทาง

ว่ากันว่า “นักลงทุน” กับ “ความเสี่ยง” เป็นของคู่กัน แต่เสี่ยงอย่างไรให้คุ้มค่าและไปถึงเป้าหมายคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ยิ่งในยุคปัจจุบันที่มีความผันผวนสูง ความเปราะบางเศรษฐกิจมีมาก ไม่มีอะไรที่แน่นอนขณะที่ทุกคนต้องการความชัวร์ เพราะในบั้นปลายชีวิตต้องการเป็นอิสระและมั่งคั่งด้วยหากเป็นไปได้!!!

จิณณรักษ์ เจตน์รังสรรค์

ดังนั้น อาชีพ “นักวางแผนการเงิน” ในวันนี้ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งอาชีพเนื้อหอมที่ใคร ๆ ก็ต้องการเก็บไว้เป็นที่ปรึกษาข้างตัว วันนี้เราได้มีโอกาสคุยกับ คุณโบว์-จิณณรักษ์ เจตน์รังสรรค์ นักวางแผนการเงิน CFP Senior Financial Consultant หญิงสาวเจ้าของบริษัท Money Adwise (Wealth Management) ที่บริหารการเงินการลงทุนของคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยง

ตอนเลือกเรียนด้านการเงิน เลือกเพราะ ชอบเรียนเลข เพราะเลขมันมีที่มาที่ไปชัดเจน มีหลักการคำนวณรองรับ ถ้าเข้าใจกฎเกณฑ์ของมันก็จะแก้โจทย์ หรือปัญหาต่าง ๆ ได้ พอได้เรียนจริงๆ ก็รู้เลยว่าเรื่องการเงินสำคัญต่อชีวิตทุกคน ช่วยให้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ รวมทั้งล้มเหลวได้ถ้าละเลย ก็เลยหันมาศึกษามากขึ้นเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน จนได้คุณวุฒิ นักวางแผนการเงิน CFP® ได้ทำงานให้คำปรึกษามาเรื่อย ๆ พบว่าการบริหารภาษีจะช่วยให้ลูกค้าเหลือเงินไปลงทุนเยอะขึ้น และมีแผนการเงินที่มีประสิทธิภาพขึ้น จึงตัดสินใจเรียนต่อ Mini-MBA ด้านภาษี ทำให้เข้าใจกฎเกณฑ์ รายละเอียด สิทธิต่างๆ ที่มีที่จะทำให้บริหารภาษีได้ดี และถูกต้องตามกฎหมาย

เราเรียนทางด้านนี้มา การได้ใบอนุญาตด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะด้านการวางแผนการลงทุน หรือด้านประกันจึงไม่ได้รู้สึกยากนัก ส่วนการสอบที่ท้าทายที่สุด คงหนีไม่พ้น การสอบจนได้คุณวุฒิวิชาชีพ นักวางแผนการเงิน CFP เพราะต้องสอบหลาย Module ครอบคลุมทั้งด้านการลงทุน ด้านการบริหารความเสี่ยง  

การวางแผนเกษียณ การวางแผนภาษี และมรดก โดยที่การสอบ Module สุดท้ายเป็นการทำแผนการเงินที่ต้องสามารถเชื่อมโยงแต่ละแผนเข้าด้วยกันได้ด้วย การที่เรามีประสบการณ์ทำแผนการเงินองค์รวมมาอย่างต่อเนื่อง เจอผู้รับคำปรึกษาหลากหลายรูปแบบ ทำให้ผ่านการสอบมาได้โดยไม่เครียดจนเกินไป นอกจากนั้นความรู้ที่ได้จากการเรียนก็ช่วยให้เราดูแลลูกค้าได้เป็นอย่างดี

“เกษียณสุข” ต้องเป็นไปได้

ตอนเริ่มทำงานแรก ได้เรียนรู้ว่าต้องมีการตัดสินใจเรื่องเงินตลอดเวลา บริหารเงินเดือนอย่างไร งบสำหรับชุดทำงาน อุปกรณ์ทำงาน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ซื้อของได้แค่ไหน ไปเที่ยวใช้งบเท่าไหร่ แล้วเหลือเงินเก็บไหม แล้วเงินเก็บตรงนี้เพียงพอไหมสำหรับอนาคต แล้วถ้าจะเปลี่ยนงาน จะซื้อรถ จะซื้อบ้าน จะแต่งงาน จะมีลูก จะมีสัตว์เลี้ยง จะเปิดธุรกิจ จะเกษียณ ฯลฯ ถ้าไม่วางแผนให้ดี ปล่อยไปเรื่อย ๆ อาจจะมีเงินไม่พอเวลามีปัญหา หรือไม่ก็เงินไม่พอตอนเกษียณ

เราได้ยินและเห็นคนรอบตัวที่ตัดสินใจพลาดบ้าง โดนหลอกบ้าง เจอวิกฤตบ้าง เกษียณไม่ได้บ้าง เลือกเครื่องมือทางการเงินไม่เหมาะแล้วมีปัญหาบ้าง เช่น ต้องการใช้เงินในระยะ 1-2 ปี แต่ไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูง 100% ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีเกินสิทธิ เลือกประกันผิดประเภท เราจึงต้องการให้คนรอบตัว มีการวางแผนการเงินที่ดี มีความรู้ความเข้าใจ ไม่เป็นภาระคนอื่น และผ่านวิกฤตในชีวิตไปได้ สามารถเกษียณได้จริงๆ

ชูบริการเป็น “คู่คิด” ในทุกช่วงชีวิต

เราเรียกว่า One-stop holistic planning ให้คำปรึกษาครอบคลุมทุกช่วงวัยของชีวิตจริงๆ เนื่องจากแต่ก่อนจะมีปัญหาปรึกษาเรื่องการลงทุนกับสถาบันการเงินแห่งนี้แล้ว วันหนึ่งคนนั้นย้ายออกไป กลายเป็นต้องมานั่งอธิบายใหม่ ขณะมีบางอย่างที่ไม่สามารถมองหรือทำความเข้าใจได้ในระยะเวลาอันสั้น ทำให้นักลงทุนสูญเสียโอกาสไป ซึ่งอาจจะเป็นโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตเลยก็ได้ จึงเป็นที่มาของการเปิดบริษัทฯ และใช้บริการรูปแบบนี้เป็นจุดขาย คอยให้คำปรึกษาทางการเงินแบบเฉพาะทาง เคียงคู่ทุกเหตุการณ์ ซึ่งตลอดการทำงาน มีเคสที่ประทับใจหลายเคสมาก

ถ้าให้ยกตัวอย่างเคสนึง จะนึกถึงเคสบ้านคุณหมอบ้านนึงค่ะ สาเหตุที่ประทับใจ เพราะบ้านนี้ให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินทุกคน แล้วเนื่องจากอยู่คนละช่วงวัย แผนที่แต่ละคนให้ความสำคัญจึงไม่เหมือนกัน สำหรับคุณพ่อคุณแม่ เราดูแลทั้งเรื่องการลงทุน และการเตรียมส่งต่อทรัพย์สิน เราได้ช่วยทำทะเบียนทรัพย์สิน พูดคุยถึงการวางแผนส่งต่อทรัพย์สินให้ลูกหลาน โดยที่ตอนเงินยังไม่ถูกส่งต่อก็ต้องเติบโตเป็นที่น่าพอใจ รวมไปถึงการช่วยร่างพินัยกรรม ซึ่งเรามองว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่ต้องทำไว้ให้ชัดเจน เผื่อวันหนึ่งที่ต้องใช้ ทุกอย่างจะได้เป็นไปตามที่ตั้งใจและได้วางแผนไว้เป็นอย่างดี สำหรับลูกทั้ง 2 คน เราดูแลตั้งแต่ทั้งคู่ยังโสด จนแต่งงาน จนตอนนี้คนหนึ่งมีลูกแล้ว แผนการเงินองค์รวมที่ทำไว้ให้ ช่วยให้เห็นว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร และแต่ละด้านขาดเหลืออะไรบ้าง และเครื่องมือต่างๆ ที่เราช่วยเลือกให้ก็มีหลากหลาย และยืดหยุ่นได้

พอเปลี่ยนสถานะจากโสดมามีครอบครัว ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้าน เกี่ยวกับครอบครัวเพิ่มขึ้น วิถีชีวิตหลายอย่างเปลี่ยนไป แผนการเงินก็ต้องปรับตามไปด้วย ลูกอีกคนของคุณหมอเมื่อแต่งงานแล้วก็รีบนัดพูดคุยเพิ่มเติมว่าจะวางแผนการเงินอย่างไร โดยนำภรรยามาคุยพร้อม ๆ กันเลย แบบนี้คือตัวอย่างที่ดีมากๆ เมื่อทั้งคู่วางแผนการเงินร่วมกัน เห็นภาพเดียวกัน เข้าใจกัน ก็ช่วยกันเก็บเงินลงทุนตามเป้าหมาย แล้วก็ลดปัญหาการทะเลาะกันเรื่องเงินในครอบครัว สองคนนี้เราช่วยดูแลและให้คำแนะนำการลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่วางแผนไว้อย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว เรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่า ครอบครัวจะประสบความสำเร็จด้านการเงินได้ เมื่อคนในครอบครัวมองเรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการ วางแผน และสื่อสารกันให้ดีในครอบครัว

จุดแข็งของ Money Adwise (Wealth Management) ความมั่งคั่งที่มั่นคง

สำหรับความฝันนั้นใหญ่! เราต้องการให้คนไทยเข้าถึงการวางแผนการเงินแบบองค์รวมมากขึ้น ให้ได้รับบริการ และคำแนะนำทางการเงินที่เป็นกลาง ครอบคลุม จากคนที่มีความรู้และประสบการณ์ โดยลักษณะโดดเด่นของการแนะนำด้านการเงินของ Money Adwise (Wealth Management) ถ้าถามว่าคืออะไร ข้อแรกเราทำงานเป็นระบบ และมีขั้นตอนที่ชัดเจน โดยเราเชื่อว่าขั้นตอนแบบนี้จะทำให้เราเข้าใจลูกค้าอย่างดีที่สุด ลูกค้าจะได้ประโยชน์ และเครื่องมือการเงินที่เหมาะสมกับแต่ละคนที่สุด เราให้คำแนะนำลูกค้าเสมือนว่าแผนของลูกค้าคือแผนของเราค่ะ เราจะคิดว่าถ้าเราอยู่ในสถานการณ์ของลูกค้าในปัจจุบันนี้ ด้วยสิ่งที่เรารู้เราเข้าใจ เรามีทางเลือกอะไรบ้าง แล้วแต่ละทางเลือกมีข้อเด่น และข้อจำกัดอย่างไร อะไรเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เราให้คำแนะนำได้ทุกด้านที่เกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคล มีคำถาม ข้อสงสัย ไม่แน่ใจ เรื่องเงิน ถามเราได้เลยทีเดียว ไม่ว่ากำลังจะเปลี่ยนงาน เริ่มวางแผนลงทุน สงสัยเรื่องภาษี จะซื้อบ้านผ่อนเท่าไหร่ เลือกประกันอย่างไร ต้องย้ายไปทำงานต่างประเทศ จะกลับมาอยู่ไทย วางแผนเรื่องเรียนลูก ฯลฯ เราดูแลลูกค้าต่อเนื่องระยะยาว ด้วยแผนที่ครอบคลุมและการเรียนรู้กันทั้งสองฝั่ง จะทำให้เราดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทุกเคส เราดูแลเป็นทีม ไม่ต้องกังวลว่าให้คำแนะนำแล้วจะไม่มีคนดูแล เราให้คำแนะนำด้านการลงทุนและการออมที่คนวัยใกล้เกษียณควรตระหนักรู้ เพื่อความปลอดภัยในอนาคตที่ตัวเองก็อายุมากขึ้นเรื่อย ๆ

โบว์เชื่อว่าทุกคนควรมีแผนการเงิน โดยเฉพาะแผนเกษียณ ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ ไม่ต้องกังวลว่าเริ่มช้าไป และไม่มีคำว่าเร็วเกินไป มีแผนอย่างไรก็ดีกว่า ถ้าให้แนะนำง่ายๆ ลองคำนวณเบื้องต้นว่าต้องใช้งบหลังเกษียณเท่าไหร่ แล้วจากวันนี้จนถึงเกษียณน่าจะมีเงินสำหรับเกษียณจากแหล่งไหนบ้าง เป็นเงินเท่าไหร่ เพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่พอ จะต้องเก็บเพิ่มเท่าไหร่ ใช้เครื่องมืออะไรบ้าง และอย่าลืมคำนึงถึงค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเป็นค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออายุเยอะขึ้น แล้วไม่ได้เป็นแค่ค่ารักษาในโรงพยาบาลอย่างเดียว ยังต้องเตรียมงบสำหรับ ค่ายา ค่าวิตามินอาหารเสริม ค่าคนดูแล ค่าอุปกรณ์เครื่องใช้ ค่าปรับต่อเติมที่อยู่อาศัย ควรวางแผนการออมและลงทุนไว้ล่วงหน้าให้เพียงพอ ประกันสุขภาพสามารถช่วยป้องกัน และแบ่งเบาผลกระทบจากค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่อาจจะต้องใช้หลังเกษียณ

ปัญหาเกี่ยวกับประกันสุขภาพที่พบบ่อย เช่น ซื้อประกันผิดประเภท เลือกแบบประกันที่ความคุ้มครองไม่ครอบคลุม ซื้อประกันช้าเกินไปทำให้ซื้อไม่ได้เนื่องจากประเด็นทางสุขภาพ ไม่ได้วางแผนสำหรับงบที่จะมาจ่ายเบี้ยประกันช่วงหลังเกษียณที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุที่สูงขึ้น ทั้งนี้การกระจายความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญ และควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนในสินค้าหรือโครงการใด ๆ ก็ตาม

ข้อแนะนำเทรนด์การเลือกการลงทุนสำหรับคนรุ่นใหม่

Cryptocurrency ถือเป็น Asset class ใหม่ ที่มีข้อมูลให้ศึกษาย้อนหลังไม่ได้ยาวนักเทียบกับ Asset class อื่นๆ ถึงแม้จะน่าสนใจ และเป็นโอกาสในการลงทุน แต่ก็ควรศึกษาหาข้อมูลเยอะๆ อย่าเชื่อเพียงแค่คนรู้จักลงทุนแล้วก็ลงทุนตามๆกัน การเข้าไปอ่าน Whitepaper และทำความเข้าใจ tokenomics ของเหรียญนั้น ๆ ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

แต่โบว์คิดว่าการทำ Asset allocation เป็นส่วนสำคัญในการวางแผนการลงทุน ควรจัดสรรสินทรัพย์การลงทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมาย ระยะเวลา และระดับความเสี่ยงที่รับได้และเหมาะสมกับเป้าหมายนั้น ๆ ถึงแม้คนรุ่นใหม่อายุยังน้อย แต่สำหรับเงินที่ต้องใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ และรับความเสี่ยงสูงไม่ได้ ก็ไม่ควรลงทุนในคริปโต เนื่องจากมีความผันผวนสูง แต่สำหรับแผนการลงทุนระยะยาวที่รับความเสี่ยงสูงได้ ไม่ได้หมายความว่าต้องลงทุนในคริปโต 100% สินทรัพย์ และเครื่องมือทางการเงินแต่ละประเภทมีจุดเด่นจุดด้อยไม่เหมือนกัน ควรเลือกให้เหมาะสม และกระจายความเสี่ยงให้ดี

จากที่เห็นในข่าวช่วงที่ราคาคริปโตตกลงมามาก บางคนไม่มีเงินผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ต้องไปกู้ยืมหรือเป็นภาระคนอื่น จึงต้องเน้นย้ำว่าแผนการเงินไม่ได้มีแค่เรื่องการลงทุนอย่างเดียว การบริหารรายรับรายจ่าย เตรียมสภาพคล่องฉุกเฉิน บริหารหนี้สิน จัดการเรื่องป้องกันความเสี่ยงด้านชีวิต และสุขภาพ เรื่องเกษียณ และเรื่องภาษี ก็สำคัญเกี่ยวข้องกัน

ท้ายสุด หญิงที่อยู่กับความเสี่ยง อาจเรียกว่าธุรกิจอยู่กับความพลิกผันตลอดเวลา มีทั้งสิ่งที่คาดการณ์ได้และไม่ได้ หลักการทำงาน การเป็นที่ปรึกษาด้านบริหารการเงินที่เรายึดมั่นมาโดยตลอด คือการสร้างคุณค่าให้ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ทุกครั้งที่คุยกันลูกค้าต้องได้คุณค่ากลับไป เราจะคอยคิดอยู่ตลอดว่าจะทำอะไร เพื่อให้ลูกค้าได้ประโยชน์มากขึ้น ทั้งการบริการที่ดีขึ้น ทีมงานที่พัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา พร้อมสนับสนุนด้านการเงินให้ลูกค้าอย่างครอบคลุมและรอบด้านในทุกช่วงวัยของชีวิตจริงๆ

ฉะนั้น เรียกว่ามีคนอย่างเธอเอาไว้… ก็ไม่ “เสี่ยง” แล้ว

Kate Spade New York เฉลิมฉลองเปิดร้านใน Shopee Premium ปล่อย Spring Collection ดึงดูดใจสาวนักช้อป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/678409

วันที่ 17 มี.ค. 2565 เวลา 13:42 น.Kate Spade New York เฉลิมฉลองเปิดร้านใน Shopee Premium ปล่อย Spring Collection ดึงดูดใจสาวนักช้อป

Kate Spade New York เฉลิมฉลองเปิดร้าน Official Store บน ช้อปปี้ ชวนมาจัดปาร์ตี้ในสวนกับ Spring Collection ใหม่ พร้อมให้ได้ยลโฉมสุดเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใครในไทยบน Shopee Premium

ฤดูใบไม้ผลิก็เปรียบเสมือนช่วงเวลาแห่งการเบ่งบานและความสดใส เคท สเปด นิวยอร์ก (Kate Spade New York) ควงแขน ช้อปปี้ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ร่วมเฉลิมฉลองร้านออนไลน์ออฟฟิเชียลสโตร์ใหม่ พร้อมต้อนรับฤดูแห่งความสดใสด้วยการร่วมเปิดตัวคอลเลคชั่นกระเป๋าใหม่ล่าสุดประจำฤดูใบไม้ผลิ (Spring Collection) ให้สาว ๆ นักช้อปได้ร่วมยลโฉม และเป็นเจ้าของในโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟได้ก่อนใครบน Shopee Premium

Spring Collection เมื่อยามที่ฤดูใบไม้ผลิมาเยือน ถึงคราวกล่าวคำทักทายกับดวงตะวัน กับคอนเซ็ปท์ Party in the Park ที่เปรียบสมือนการเนรมิตงานปาร์ตี้ในสวนมาไว้ในมือคุณ เชิญชวนสาว ๆ มาร่วมเบิกบานและสรรค์สร้างให้ทุกวันเป็นวันที่แสนพิเศษท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ในสวน ที่จะเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสถึงเสน่ห์แห่งความคลาสสิก กับกระเป๋ารูปทรงอันหลากหลายที่เหมาะกับทุกช่วงเวลาแห่งความเบิกบานนี้

เตรียมความพร้อมและมาร่วมเอนจอยไปกับเรา เพราะไม่ว่าจะยามอรุณรุ่งหรือราตรีทุก ๆ วันล้วนเปี่ยมไปด้วยโอกาสพิเศษอยู่เสมอ ตั้งแต่ความโอฬารเรื่อยไปจนถึงสิ่งเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เคท สเปด นิวยอร์ก พร้อมเฉลิมฉลองให้กับทุก ๆ สิ่ง ผ่าน Spring Collection นี้

เริ่มต้นกับการเปิดตัวกระเป๋ารุ่น Avenue (อเวนิว) กระเป๋าทรง Satchel สุดเรียบหรูผลิตจากวัสดุหนังวัวคุณภาพสูง พร้อมด้วยช่องใส่ของถึงสามช่อง มาพร้อมกับความเอนกประสงค์ที่จะสามารถสะพายแบบกระเป๋าครอสบอดี้ในวันที่แสนชิล หรือจะเลือกถือก็ดูเหมาะกับช่วงเวลาแห่งความเบิกบานของฤดูใบไม้ผลิอย่างลงตัว มาให้ร่วมสัมผัสสองขนาดคือ ขนาดมินิ และขนาดกลาง

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับกระเป๋ารุ่น Knott (น็อท) สุดชิค วาดลวดลายสลับของสองวัสดุหลักอย่าง Canvas (แคนวาส) และหนังวัวคุณภาพสูง พร้อมตัดกับภาพความฉูดฉาดของฤดูใบไม้ผลิด้วยสีโทนเย็นที่ดูเข้ากันอย่างลงตัว

ปิดท้ายด้วยกระเป๋า Novelty (โนเวลที) ซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ เคท สเปด นิวยอร์ก ที่คราวนี้มาในดีไซน์สุดเก๋ เข้ากับคอนเซ็ปท์ Party in the Park ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความสดใสของฤดูใบไม้ผลิได้อย่างลงตัว แต่งแต้มไปด้วยรายละเอียดของความสนุกสนานและการเลือกใช้สีสันอันชาญฉลาด มาพร้อมกับสีสันที่สว่างสดใส ฉูดฉาด รวมไปถึงรูปทรงที่เป็นเอกลัษณ์ เข้ากับภาพของดอกไม้นานาชนิด อันเป็นตัวแทนแห่งจิตวิญญาณของฤดูใบไม้ผลิได้อย่างประณีตลงตัว นอกจากกลิ่นอายแห่งสปริงแล้ว ยังเห็นได้ถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของกระเป๋า สะท้อนให้เห็นถึงแพชชั่นในผลงานหัตถศิลป์ชิ้นนี้ ที่ต้องการจุดประกายทุก ๆ ความสุขสันต์ในกระเป๋ารุ่น Petal (เพทอล) กระเป๋ารูปทรงดอกไม้ที่ทั้งสนุกสนานและเข้ากับหลากหลายลุค

ร่วมสนุกสนานไปการมิกซ์แอนด์แมทช์ และพร้อมเบิกบานไปในทุก ๆ วันกับ Spring Collection จาก เคท สเปด นิวยอร์ก ที่จะเริ่มให้จับจองเป็นเจ้าของได้ก่อนใครตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2565 เป็นต้นไป มาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษ ลดสูงสุด 800 บาท และพิเศษเฉพาะลูกค้าใหม่ที่กดติดตามร้าน Kate Spade New York Official Store รับทันทีโค้ดส่วนลดสูงสุด 200 บาท[1] เฉพาะเหล่านักช้อปบน Shopee Premium เท่านั้น

กดติดตาม เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารและโปรโมชั่นสุดเลอค่าจาก Kate Spade New York Official Store ได้ที่  https://shopee.co.th/katespadenewyork.official