How to เลือกสีเลนส์แว่นกันแดดให้แมทช์กับแอคทิวิตี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625033

วันที่ 02 มิ.ย. 2563 เวลา 14:00 น.

How to เลือกสีเลนส์แว่นกันแดดให้แมทช์กับแอคทิวิตี้

สายแฟต้องรู้! เพราะแว่นกันแดด MUST-HAVE ITEM เสริมลุคสุดปัง ไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่ยังมีคุณสมบัติกันรังสียูวี แล้วรู้หรือไม่ว่า สีของเลนส์แต่ละสียังช่วยปกป้องดวงตาของเราแตกต่างกัน

หนุ่มสาวสายแฟชั่นจะหยิบจับอะไรมามิกซ์แอนด์แมทช์แต่ละทีก็ต้องเลือกดีไซน์ล้ำๆ แฟชั่นในกระแส โดยเฉพาะ “แว่นกันแดด” ซึ่งนับเป็น MUST-HAVE ITEM เสริมลุคสุดปังที่ขาดไม่ได้เลยจริงๆ

ทว่า การใส่แว่นกันแดดไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่เสริมลุคเป๊ะปัง หรืออวดความเป็นสายแฟเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญอย่างมากกับดวงตาของเรา โดยเฉพาะแสงแดดเมืองไทยที่ร้อนแบบฉุดไม่อยู่จริงๆ แว่นกันแดดจึงเป็นแอคเซสซอรี่สำคัญที่ช่วยปกป้องดวงตาของเราจากแสงที่จ้าเกินจำเป็น แต่เวลาเลือกซื้อแว่นกันแดดเรากลับให้ความสำคัญกับเรื่องของดีไซน์เป็นส่วนใหญ่ จนลืมนึกถึงคุณสมบัติที่แท้จริงของแว่นกันแดดไป

การเลือกซื้อแว่นกันแดดนอกจากจะต้องมีคุณสมบัติกันยูวีเอและยูวีบีได้แล้ว สีของเลนส์ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรพิจารณาด้วยเช่นกัน เพราะการเลือกสีของเลนส์แว่นตาที่เหมาะสมจะช่วยให้เรามองเห็นชัดเจนและทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น และรู้หรือไม่ว่า สีของเลนส์แต่ละสีช่วยป้องกันดวงตาเราแตกต่างกัน

โบลอน (BOLON) แบรนด์แว่นตาชั้นนำจากฝรั่งเศสที่กำลังฮิตในหมู่บล็อกเกอร์และเซเลบคนดัง เผยเคล็ดลับดีๆ ให้หนุ่มสาวสายแฟสามารถเลือกสีเลนส์แว่นกันแดดให้แมทช์กับกิจกรรมที่ทำกัน

เลนส์โทนสีดำ สีเทา

เป็นเลนส์สีพื้นฐานของแว่นกันแดดซึ่งช่วยลดความเข้มของแสงได้ดีที่สุด โดยจะตัดแสงจ้าเมื่ออยู่กลางแจ้ง และทำให้การมองเห็นได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด แสงของวัตถุไม่ผิดเพี้ยน เหมาะสำหรับกิจกรรมอยู่กลางแจ้งท่ามกลางแสงแดดที่รุนแรง

เลนส์โทนสีส้ม สีเหลือง

เลนส์สีโทนนี้มีคุณสมบัติที่ช่วยในการเพิ่มแสงและความคมชัด ทำให้การโฟกัสของดวงตาชัดเจนขึ้น และลดการทำงานหนักของดวงตา โดยเลนส์สีส้มจะช่วยเพิ่มการตัดกันของแสงสีให้มองเห็นภาพได้คมชัดขึ้น เช่นเดียวกับเลนส์สีเหลือง แต่เลนส์สีส้มจะให้ความสว่างที่นุ่มนวลกว่า ไม่บาดตาเท่าเลนส์สีเหลือง ฉะนั้น จึงแนะนำให้ใช้เลนส์สีส้มช่วงบ่ายหรือพลบค่ำ เมื่อต้องทำกิจกรรมที่ต้องการคุณภาพการมองเห็นที่มีความคมชัดสูง

เลนส์โทนสีชมพู สีแดง

เลนส์สีนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับสายแฟให้แต่งตัวเก๋ๆ เท่านั้น แต่ยังเหมาะสำหรับคนที่มีกล้ามเนื้อตาล้าจากการใช้คอมพิวเตอร์ เพราะเลนส์สีนี้มีคุณสมบัติช่วยในการโฟกัสหรือปรับวิสัยทัศน์เชิงลึก เพิ่มประสิทธิภาพในการคำนวณระยะทาง จึงช่วยลดอาการปวดตาที่เกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อดวงตามากเกินไป

เลนส์โทนสีน้ำตาล สีชา

เลนส์สีนี้ช่วยเพิ่มความสามารถในการแยกแยะรายละเอียดของวัตถุในที่สว่างได้ดีมาก ด้วยคุณสมบัติในการปรับทรรศนะวิสัยในภาพรวม เหมาะกับการใส่ขับรถเพราะช่วยให้ดวงตาปรับตัวเข้ากับทุกสภาวะอากาศได้ดี อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพการปรับความคมชัดและการรับรู้ระยะทาง จึงเป็นโทนสีเลนส์ในอุดมคติสำหรับหนุ่มสาวสายกิจกรรมเลยทีเดียว

เลนส์โทนสีฟ้า

เลนส์โทนสีฟ้าจะมาพร้อมกับคุณสมบัติสุดคูลที่ช่วยปกป้องดวงตาได้ดีในสภาวะที่มีการหักเหของแสง สามารถช่วยบรรเทาอาการตาล้าจากการใช้งานดวงตาหนักๆ ได้ดี

.

ดูรูปเพิ่มเติมได้ที่ : bolon eyewear Thailand

เติมเต็มความสดใสและความสนุกสนาน กับ UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดเอดิชั่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/624975

วันที่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 15:48 น.

เติมเต็มความสดใสและความสนุกสนาน กับ UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดเอดิชั่น

ซัมเมอร์สดใสด้วยสไตล์ที่หลากหลาย UNIQLO x Marimekko สานต่อความสำเร็จ เตรียมให้แฟนๆ ช้อปลิมิเต็ดเอดิชั่น 12 มิ.ย.นี้

เตรียมสร้างปรากาฏการณ์รีบช้อปให้ทันกันอีกแล้ว สำหรับ ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น ที่ประกาศเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ซึ่งร่วมมือกับแบรนด์มารีเมกโกะ (Marimekko) พร้อมวางจำหน่ายทั่วประเทศตั้งแต่วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายนนี้ ที่ร้านยูนิโคล่ทุกสาขาและบนออนไลน์สโตร์

นับเป็นการสานต่อความสำเร็จจาก UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดอิดิชันทั้งสองคอลเลคชั่นที่เปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ คอลเลคชั่นล่าสุดประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนปี 2020 ได้นำเสนอวิถีชีวิตช่วงซัมเมอร์ของชาวฟินแลนด์ด้วยลวดลายและสีสันที่โดดเด่นสะดุดตา เติมเต็มความสดใสและความสนุกสนานให้กับผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์ (LifeWear) จากยูนิโคล่ได้เป็นอย่างดี โดย UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดอิดิชัน คอลเลคชั่นนี้ ถือเป็นหนึ่งในความร่วมมือระหว่างยูนิโคล่กับแบรนด์ชั้นนำจำนวนมากที่เปิดตัวในปีนี้

“หลังจากได้ร่วมงานกับมารีเมกโกะอย่างใกล้ชิดมาถึง 3 ฤดูกาล ก็ยิ่งทำให้เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งและรู้สึกหลงใหลในแฟชั่นและดีไซน์เฮ้าส์สัญชาติฟินแลนด์ รวมถึงศิลปะการพิมพ์ลวดลาย เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่จะได้นำลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของมารีเมกโกะที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ระดับตำนานอย่าง ไมยา อิโซลา (Maija Isola) และแอนนิกา ริมาลา (Annika Rimala) มาใช้อีกครั้ง โดยคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ยังมีกลิ่นอายของการเฉลิมฉลองการสิ้นสุดของช่วงฤดูหนาวอันยาวนาน และความสนุกสนานในช่วงซัมเมอร์กับเพื่อนๆ และคนในครอบครัวของชาวฟินแลนด์ เราหวังว่าผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์ที่เปิดตัวครั้งนี้จะเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน” มร. ยูกิ คัทซึตะ (Yuki Katsuta) หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาของยูนิโคล่ กล่าว

“การที่แบรนด์ได้ร่วมทำงานกับพาร์ทเนอร์ที่มีหลักการและแนวคิดเดียวกัน ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์ผลงานอันโดดเด่นสำหรับลูกค้าของเรา ไปพร้อมกับเปิดโอกาสพิเศษให้กับมารีเมกโกะในการถ่ายทอดปรัชญาการออกแบบของเราให้ผู้คนทั่วโลกได้รับรู้ เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมงานกับพาร์ทเนอร์ของเราอย่างยูนิโคล่อีกครั้งกับคอลเลคชั่นที่มีกลิ่นอายแห่งความสนุกสนานในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นจากการนำจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์มารวมกัน ทั้งความงดงามที่ทรงพลังซึ่งขึ้นชื่อด้านศิลปะเทคนิคการพิมพ์ของมารีเมกโกะ และปรัชญาการออกแบบผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์จากยูนิโคล่ ที่ทำให้ทุกคนสามารถสวมใส่เสื้อผ้าที่ใช้งานได้ดี มีคุณภาพสูง ในราคาที่จับต้องได้” ตีน่า อลาฮูห์ตา-กาสโก (Tiina Alahuhta-Kasko) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งแบรนด์มารีเมกโกะ กล่าว

ซัมเมอร์ที่สดใสด้วยสไตล์ที่หลากหลาย

จุดเด่นของคอลเลคชั่นนี้อยู่สไตล์การออกแบบชุดสำหรับช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลาย ด้วยชุดที่เป็นซิกเนเจอร์อย่างเดรสยาวคอวีและเชิ้ตแบบต่างๆ เข้ากันได้ดีมากกับกางเกงขากว้าง กระโปรงและกางเกงขาสั้น ที่เพิ่มความสดใสขึ้นไปอีกด้วยลวดลายของมารีเมกโกะ สำหรับกระโปรงและกางเกงของคอลเลคชั่นนี้มาพร้อมกับลุคที่เข้าคู่กันบนเนื้อผ้าที่สวมใส่สบายตามสไตล์ของผ้าลินินผสม คอตตอนและเจอร์ซี่  ปิดท้ายด้วยไอเทมใหม่อย่าง เสื้อฮู้ดพาร์กาพับเก็บได้ (Pocketable Parkas) ที่ช่วงป้องกันฝนในช่วงซัมเมอร์

สนุกสนานตามสไตล์ครอบครัว

คอลเลคชั่นนี้อัดแน่นไปด้วยไอเทมที่ทำให้คนในครอบครัวสนุกกับการแต่งตัวธีมเดียวกันได้ง่าย ทั้งไอเทมเสื้อผ้าตัดเย็บพิเศษ (cut and sewn) สุดฮิต โดยมีชุดใหม่ล่าสุดทั้งเสื้อยืดทรงบ็อกซีและทรงทูนิคสำหรับผู้หญิง เดรสผ้าเจอร์ซี่และกางเกงขาสั้นสำหรับเด็กผู้หญิง เลกกิ้งสำหรับเด็กวัยหัดเดิน และบอดี้สูทสองชิ้นที่เหมาะสำหรับการนำไปมอบให้เป็นของขวัญสำหรับเด็กแรกเกิด

เครื่องประดับเพื่อการพักผ่อนในช่วงซัมเมอร์

ของต้องมีจากคอลเลคชั่นนี้สำหรับการพักผ่อนในช่วงซัมเมอร์ ได้แก่ หมวกสาน กระเป๋าสาน รองเท้าพื้นสาน และผ้าพันคอ โดยหมวกและกระเป๋าสานจากคอลเลคชั่นนี้มีดีไซน์การสานจากใยต้นปาล์ม (รัฟเฟีย) ซึ่งเข้ากันได้ดีกับลวดลายผ้าที่นำมาตัดเย็บเข้าคู่กัน ส่วนผ้าพันคอที่เป็นผ้าผสมลินินผืนใหญ่ สามารถนำมาใช้ประดับเก๋ๆ ได้อีก

รายละเอียดคอลเลคชั่น UNIQLO x Marimekko Limited Edition Collection จะวางจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป ที่ร้านยูนิโคล่ทุกสาขา และออนไลน์สโตร์ เว็บไซต์ของคอลเลคชั่นนี้ https://www.uniqlo.com/marimekko20ss/th/

ส่องแฟชั่นสุดเก๋ของเหล่าคนดังกับความเชื่อเสริมโชค #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/624971

วันที่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 15:30 น.

ส่องแฟชั่นสุดเก๋ของเหล่าคนดังกับความเชื่อเสริมโชค

อัพเดทเทรนด์แฟชั่นสุดเก๋ของเหล่าคนดัง ดีไซน์เรียบโก้ ช่วยเสริมโชคแก่ผู้สวมใส่ พร้อมรู้เทคนิคการเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์เครื่องประดับเสริมสไตล์ช่วยเพิ่มความโชคดีตามคาแรคเตอร์

เริ่มต้นเดือนกับวันหวยออก ชวนส่องแฟชั่นเครื่องประดับสุดเก๋ของเหล่าคนดัง อาทิ แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์, บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์, ท็อป-จรณ โสรัตน์, โบว์-เมลดา สุศรี, มาร์ช–จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล, นาว-ทิสานาฏ ศรศึก, บอย-พิษณุ นิ่มสกุล, แพรวา-ณิชาภัทร   ฉัตรชัยพลรัตน์, จุ้มจิ้ม-วรนันท์ จันทรัศมี, ไอซ์-อธิชนัน ศรีเสวก, ขนมจีน-กุลมาศ สารสาส, พาย-พิมพ์พัชร วัชรเสวี และหยดน้ำ-นัดดาภรณ์ นิวาตวงศ์ ที่ต่างโพสท่าทางสุดมั่นใจ สวมใส่เครื่องประดับดีไซน์สวยจากแบรนด์ ระวิภา (RAVIPA) ในคอลเลกชั่นล่าสุดที่ชื่อว่า รีมายเดอร์ (Reminder) สร้อยข้อมือดีไซน์เรียบโก้ประดับด้วยอัญมณีแท้หลากสีสัน ที่นอกจากจะช่วยเติมเต็มลุคให้ดูโดดเด่นขึ้นแล้ว ยังช่วยเสริมความโชคดีแก่ผู้สวมใส่ให้มั่นใจในทุกโอกาส พร้อมกันนี้ยังได้แนะนำเทคนิคการเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์เครื่องประดับเสริมสไตล์ ช่วยเพิ่มความโชคดีตามคาแรคเตอร์ของตนเอง

ระวิภา (RAVIPA) แบรนด์เครื่องประดับดีไซน์โก้หรูที่มีแรงบันดาลมาจากความรัก ภายใต้แนวคิดที่ว่า เครื่องประดับดีไซน์สวยที่เหมาะสำหรับเป็นของขวัญแทนใจให้คุณและคนพิเศษที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกวัน โดยถ่ายทอดเรื่องราวความรักหลากหลายแง่มุม ทั้งความรักระหว่างคู่รัก ความรักอันแสนอบอุ่นในครอบครัว ความรักอันแสนบริสุทธ์ระหว่างเพื่อน รวมไปถึงความรักที่มีต่อตนเอง ผ่านการรังสรรค์โดยช่างฝีมือมากประสบการณ์สู่เครื่องประดับดีไซน์โก้หรู ที่โดดเด่นด้วยความประณีต งดงาม โดยการันตีคุณภาพจากรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมระดับประเทศ Design Excellence Award 2019 (DEmark Award)

ธนิสา วีระศักดิ์ศรี ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ระวิภา (RAVIPA) กล่าวถึงจุดเด่นของเครื่องประดับในคอลเลกชั่นนี้ว่า เครื่องประดับของระวิภาทุกชิ้นถูกรังสรรค์จากช่างฝีมือที่มีประสบการณ์มายาวนานกว่า 30 ปี มีความประณีตในทุกขั้นตอนการผลิต โดยใช้วัสดุเงินแท้ 92.5% ชุบทองคำขาว 18K และฝังด้วยคิวบิคเซอร์คอนเนียร์ วัสดุพิเศษที่นำเข้ามาจากประเทศอิตาลี ช่วยเพิ่มความหรูหราอย่างมีระดับให้กับเครื่องประดับได้อย่างลงตัว สำหรับคอลเลกชั่นรีมายเดอร์ (Reminder) นี้เป็นหนึ่งในคอลเลกชั่นที่ถูกออกแบบจากแนวความคิดที่ว่า ความรักเพื่อตัวตนของคุณเอง (RAVIPA: Love Your Life) ถ่ายทอดผ่านเครื่องประดับดีไซน์สวยที่ช่วยเสริมลุคทุกการแต่งตัวของหนุ่มสาว พร้อมช่วยเพิ่มความโชคดีขณะที่สวมใส่ อย่างสร้อยข้อมือเชือกไนลอนหลากสีสันถักอย่างประณีต ประดับด้วยอัญมณีน้ำงามที่ผ่านการคัดสรรค์เป็นอย่างดี มาพร้อมกับสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ ซึ่งความพิเศษของคอลเลกชั่นนี้คือการอัญเชิญ 8 เทพองค์ศักดิ์สิทธิ์ มาช่วยดลบันดาลให้ชีวิตราบรื่นด้วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมสิริมงคลทั้งด้านความรัก การงาน การเงิน และความสำเร็จ เพิ่มความโชคดีให้แก่คุณและคนพิเศษเมื่อสวมใส่ ประกอบไปด้วยสร้อยข้อมือชุดองค์พญานาคราช ช่วยเสริมโชคลาภ ชุดองค์พระตรีมูรติ เทพแห่งความรักสุขสมหวัง ชุดองค์พระสีวลี เทพแห่งโชคลาภ ชุดองค์พระพรหมสี่หน้า ช่วยให้แคล้วคลาด ปลอดภัย ชุดองค์พระพิฆเนศ มหาเทพแห่งปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ ชุดองค์มงกุฎพระพุทธเจ้า ช่วยเสริมบุญบารมี เกียรติยศและชื่อเสียง ชุดองค์พระศิวะ มหาเทพผู้ขับไล่ภัยอันตรายและสิ่งชั่วร้าย และชุดองค์พระเเม่ลักษมี เทวีแห่งความมั่งคั่ง ร่ำรวย

โดยคอลเลกชั่นรีมายเดอร์ (Reminder) สร้อยข้อมือถักประดับด้วยอัญมณีแท้จากธรรมชาติหลากสี ที่ช่วยเสริมความโชคดีในด้านต่างๆ และสัญลักษณ์ที่เป็นเครื่องรางนำโชค ให้ผู้สวมใส่ได้รู้สึกอุ่นใจและเป็นเสมือนเครื่องเตือนใจให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ เพื่อให้เกิดความสุขได้ในทุกๆ วัน ซึ่งประกอบไปด้วย อะความารีน (Aquamarine) หินแห่งความกล้าหาญและการป้องกัน ช่วยให้ก้าวข้ามอุปสรรคไปได้อย่างปลอดภัย, โรโดโครไซต์(Rhodochrosite) หินที่ช่วยในการบำบัดอารมณ์ ช่วยรักษาความรู้สึกทางใจ ให้คุณมอบความรักต่อตัวเองและคนอื่นอย่างไม่มีเงื่อนไข, โรสควอตซ์ (Rose Quatz) อัญมณีสีสวยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความรักหลายรูปแบบ และหินนี้จะเป็นพลังช่วยให้คุณเข้าใจถึงความรักได้จากทุกมุมมอง, อเมทิสต์ (Amethyst) สัญลักษณ์แห่งการปกป้องคุ้มครอง เป็นโล่กันพลังงานด้านลบ ความเครียด และสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นใจ, บลู เบริล (Blue Beryl) หินแห่งความกล้าหาญและการปกป้อง หากมีไว้จะทำให้รู้สึกปลอดภัยช่วยให้ก้าวข้ามอุปสรรคได้อย่างปลอดภัย, ลาบราดอร์ไลท์ (Labradorite) อัญมณีช่วยชำระล้างให้มีแต่พลังงานสะอาดอยู่กับคุณ นำพาคุณค้นพบเส้นทางสู่ความสำเร็จ และเป็นเครื่องเตือนใจว่าความฝันจะเป็นจริง, อาเกตสีดำ (Black Agate) หินเสริมพลังความกล้าหาญ และนำพามาสู่ความสำเร็จ เอาชนะศัตรูและนำชัยชนะมาให้กับผู้สวมใส่, โซดาไลท์ (Sodalite) หินแห่งอุดมคตินิยมช่วยในการสื่อสารและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ สร้อยข้อมือนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับคุณ, เรนโบว์มูนสโตน (Rainbow Moonstone) อัญมณีที่ส่งมอบความสงบ เพิ่มความสำเร็จและความโชคดีในความรักสร้อยข้อมือนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าท้องฟ้ายามค่ำคืนเป็นวัฏจักรของความมืดให้ทางไปสู่แสงสว่าง, ไวท์ คอรัล (White Coral) หินปะการังสีขาว อัญมณีแห่งโชคลาภ ขจัดพลังงานด้านลบและดึงดูดพลังงานในเชิงบวกสร้อยข้อมือนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าพลังงานบวกคือกุญแจสู่ความสุข และ วิชโบน (Wishbone) สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ความปรารถนาของคุณจะเป็นจริงถ้าคุณเชื่อด้วยหัวใจ สร้อยข้อมือนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าจะนำมาซึ่งความโชคดีในชีวิตของคุณ

เทคนิคการเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์เครื่องประดับเสริมสไตล์ช่วยเพิ่มความโชคดีตามคาแรคเตอร์

หนุ่มสาววัยทำงาน

เครื่องประดับชิ้นเล็กที่มีดีไซน์เรียบหรู สามารถมิกซ์แอนด์เข้ากับชุดสูทหรือเบลเซอร์ รวมถึงใส่คู่กับนาฬิกาเรือนโปรดได้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้เสริมลุคให้ดูมีความภูมิฐาน ส่วนอัญมณีที่จะช่วยเสริมโชคในด้านการทำงาน แนะนำเป็น โรโดโครไซต์ (Rhodochrosite) ที่จะช่วยบำบัดอารมณ์ให้มีจิตใจจดจ่อต่อการทำงาน อเมทิสต์ (Amethyst) ช่วยคุ้มครองจากพลังงานด้านลบ ความเครียด และสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นใจ และ อะความารีน (Aquamarine) หินแห่งความกล้าหาญและการป้องกัน ช่วยให้ก้าวข้ามอุปสรรคไปได้

หนุ่มสาวรักการผจญภัย 

สำหรับผู้ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ รวมไปถึงชื่นชอบการทำกิจกรรมผจญภัยที่บางครั้งอาจเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต สามารถเลือกสวมเครื่องประดับดีไซน์เก๋ ประดับด้วยหินอัญมณีสีมงคลที่จะช่วยเสริมความมั่นคงและความปลอดภัยแก่ผู้ที่สวมใส่ อย่างบลูเบริล (Blue Beryl) หินแห่งความกล้าหาญและการปกป้อง จะช่วยทำให้รู้สึกปลอดภัย หรืออะความารีน (Aquamarine) หินแห่งความกล้าหาญและการป้องกัน ช่วยให้ก้าวข้ามอุปสรรคทั้งปวงไปได้อย่างปลอดภัย และเรดวิชโบน (Red Wishbone) สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ที่จะช่วยนำพาความปรารถนาให้เป็นจริงด้วยพลังของวิชโบน

หนุ่มสาวที่กำลังมีความรัก

เครื่องประดับดีไซน์สวยที่นอกจากจะช่วยเติมเต็มลุคให้สวยสมบูรณ์แบบแล้ว คงจะดีไม่น้อยหากเลือกใส่เป็นเครื่องประดับที่จะช่วยเสริมดวงในด้านเรื่องความรัก อย่างสร้อยข้อมือถักดีไซน์เก๋ชิ้นเล็กๆ ประดับด้วยอัญมณีอย่าง เรด วิชโบน (Red Wishbone) สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ที่จะช่วยนำพาความปรารถนาให้เป็นจริงด้วยพลังของวิชโบน หรือ โรโดโครไซต์ (Rhodochrosite) ช่วยรักษาความรู้สึกทางใจให้คุณมอบความรักแก่ตนเองและคนอื่น และโรสควอตซ์ (Rose Quatz) อัญมณีขึ้นชื่อในเรื่องช่วยเสริมความรัก ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความรัก ช่วยให้คุณเข้าใจความรักได้จากทุกมุมมอง

ภาพ http://www.ravipa.com, Facebook: ravipajewelry

ทำไมศักยภาพในการนำตนเองจึงสำคัญ? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/624938

วันที่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 09:45 น.

ทำไมศักยภาพในการนำตนเองจึงสำคัญ?

การรับมือกับปัญหาไวรัสโควิด 19 เชิงองค์รวม : ความท้าทายบทใหม่ของผู้นำองค์กรยุคโควิด ต้องปรับตัวอย่างไร? จึงจะสามารถพาทีมและธุรกิจให้ก้าวผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

สถานการณ์ในปัจจุบัน จากการระบาดของไวรัสโควิด 19 ธุรกิจต่างปรับตัวครั้งใหญ่ โดนกันทั่วหน้า ไม่มียกเว้น ใครสายป่านไม่ยาวพอและไม่สามารถเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับบรรดาเจ้าหนี้ได้ต้องล้มละลายทั้งธุรกิจการบิน เช่ารถ โรงแรม ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ อุปโภคบริโภค การท่องเที่ยว สถาบันการเงิน IT และธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย

โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีสายป่านไม่ยาวพอกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลายธุรกิจเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และไม่รู้ว่าจะกลับมาเปิดได้เมื่อไร หลายธุรกิจต้องปรับโมเดลสู่บรรทัดฐานใหม่ในการทำธุรกิจ อัดแคมเปญมากมายทั้งลดแลกแจกแถม ระบายของเก่า ลดสต็อก เร่งเก็บหนี้ ยืดเจ้าหนี้ เพื่อกำเงินสดไว้ในมือ อีกทั้งต้องปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจเพื่อรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และเร่งฟื้นคืนชีพในครึ่งปีหลัง

…และถึงแม้จะกลับมาเปิดได้ ก็ยังสงสัยว่าจะสามารถทำกำไรได้หรือไม่ จะคงความเข้มแข็งเหมือนเดิมหรือไม่ และจะสร้างความมั่นคงยั่งยืนในอนาคตได้อย่างไร

ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล จากสถาบันอินทรานส์ Hipot-การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคง ยั่งยืน ระบุ ภาพทั้งปี 2563 จึงมีโอกาสพลิกเป็นมีกำไรได้ยาก ในขณะที่ปี 2564 คาดฟื้นมามีกำไรอีกครั้งแต่ก็ยังจำกัด และจะยังไม่กลับมาที่ระดับปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีโอกาสสูงที่จะโดนกระหน่ำซ้ำเติมด้วยสงครามการค้ารอบใหม่ระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกายิ่งไปกว่านั้น องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังเตือนว่านี่ยังไม่ใช่เวลาที่ประเทศต่างๆ จะผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่เร็วเกินไป เพราะยารักษาโดยตรงก็ไม่มี วัคซีนต้องใช้เวลาอีกกว่าปีจึงจะสำเร็จ

ทุกภาคธุรกิจแสดงความกังวลว่าไม่เคยเจอวิกฤติที่หนักเช่นครั้งนี้มาก่อน มันคือวิกฤตการณ์ข้ามคืนที่ทั่วทั้งโลกหยุดในเวลาเดียวกัน ความท้าทายคือผู้นำองค์กรต้องปรับตัวอย่างไรจึงจะสามารถพาทีมงานและคู่ค้าธุรกิจให้ก้าวผ่านไปด้วยกัน?

คุณสมบัติหนึ่งที่มีความสำคัญในการนำธุรกิจกลับมาเพื่อความยั่งยืนคือ การพัฒนาศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุก

ทำไมศักยภาพในการนำตนเองจึงสำคัญ?

เมื่อเหตุการณ์บนโลกใบนี้ไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน และคลุมเครือ ดังเช่นการอุบัติขึ้นของไวรัสโควิด 19 และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความยั่งยืนของธุรกิจ และเป็นที่ทราบดีว่าคนคือปัจจัยสำคัญของความสำเร็จขององค์กร องค์กรจึงต้องการคนที่มีขีดความสามารถสูงเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในภาวะผันผวน และคุณสมบัติหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ปัจจุบันคือ ศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุก

ศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุกคืออะไร?

มันคือความสามารถในการพัฒนาตนเอง สามารถสร้างแรงผลักดันตนเองได้ภายใต้ภาวะวิกฤต สามารถควบคุมตนเองได้โดยไม่ตกอยู่ในอำนาจของปัจจัยภายนอกหรือกระแสสังคม ชีวิตจึงไม่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่เป็นลบ แต่กลับมองหาทางออกว่ามีอะไรที่อยู่ในวิสัยที่ตนพอจะทำได้ อีกทั้งสามารถฟื้นฟูภายในจากสภาพจิตใจที่ติดลบ ท้อถอย ให้กลับมายืนหยัดได้ด้วยตนเอง

เพราะมันไม่สำคัญว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่มันอยู่ที่ว่าเราไปรับรู้และตอบสนองมันอย่างไร และในความเป็นจริงแล้ว เราสามารถเลือกตอบสนองได้ นั่นคือเรามีศักยภาพหากเราเลือกตอบสนองได้ นั่นแสดงว่าเรามีอิสระในการนำตนเองได้ความสามารถในการนำตนเองจึงเป็นที่มาของศักยภาพที่แท้จริง

แล้วเราควรทำอะไรในช่วงนี้?

ในช่วงของการปรับตัวนี้ นี่คือโอกาสสำคัญของการใช้เวลาเพื่อพัฒนาศักยภาพในการนำตนเองเพื่อความยั่งยืนในอนาคตโดย

  1. การปรับกรอบความคิดเชิงบวกเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนตนเองเชิงรุก นำตนเองได้
  2. การพัฒนาแนวคิดเชิงระบบเพื่อการแก้ปัญหาระบบเชิงซับซ้อน
  3. การมองภาพเชิงองค์รวมเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ
  4. การเห็นคุณค่าตนเองเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความมั่นคงภายใน กล้าตัดสินใจ
  5. การเห็นคุณค่าในความแตกต่างเพื่อสร้างศรัทธา เพื่อการทำงานเป็นทีมอย่างเป็นหนึ่งเดียว
  6. การเห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์เพื่อสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง

คุณสมบติเหล่านี้มาจากกรอบความคิด กรอบความคิดเป็นของตนอง ดังนั้น การพัฒนาใดๆ จึงเป็นเรื่องที่ตนกำหนดได้เองทั้งสิ้น

มันคือ.. ความสามารถในการปรับฟื้นคืนสภาพของตนเองได้จากภาวะติดลบ (Self-resilience)

มันคือ.. ความสามารถในการเลือกตอบสนอง (Potential Response-ability)

มันคือ.. ศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุก (Proactive Potentiality)

ความสามารถในการนำตนเองเชิงรุกจึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจ

5 เคล็ดลับต้องรู้ คู่มือคนลดน้ำหนัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/624860

วันที่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 08:10 น.

5 เคล็ดลับต้องรู้ คู่มือคนลดน้ำหนัก

แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์ความงาม แนะวิธีออกกำลังกายลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ทั้งสุขภาพดีและไม่โทรม พร้อมเผย 5 เคล็ดลับต้องรู้คู่มือคนลดน้ำหนัก

“กำลังลดน้ำหนัก” ประโยคสุดฮิตติดยุคนี้ไปแล้ว คนรอบกายเราไม่ว่าจะอวบ อ้วน หรือแม้แต่ดูผอมเพรียว ก็ล้วนแต่ “กำลังลดน้ำหนัก” ด้วยวิธีสารพัดสารพัน จนไม่รู้ว่าอันไหนดี และบางวิธีก็ดูอันตรายซะเหลือเกิน ซิกน่า ประกันที่เข้าใจถึงความต้องการไลฟ์สไตล์และวิถีชีวิตที่แตกต่าง เผยวิธีออกกำลังกายลดน้ำหนักที่ถูกต้องและรวดเร็วที่สุด จากคุณหมอตัวจริง ให้ลดได้ หุ่นดีได้ เลิกมโน โดย หมออุ๊ก-พญ.ธตรฐวงศ์สามศร แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์ความงาม

แต่ก่อนอื่นมาดูก่อนว่าจริงๆ แล้วใครกันนะที่ต้องลดความอ้วน?

ในทางทฤษฎี อ้วนหรือผอม สามารถวัดได้จากค่าต่างๆ เช่น ค่าดัชนีมวลกาย (Body mass index, BMI) อัตราส่วนรอบเอวต่อส่วนสูง (Waist height ratio, WHtR) และอัตราส่วนรอบเอวต่อรอบสะโพก (Waist hip ratio, WHR) ซึ่งทางยุโรปกับเอเชียจะมีค่ามาตราฐานต่างกัน แต่ในทางปฏิบัติแล้วจะพบว่าความพึงพอใจในรูปร่างและน้ำหนักนั้นเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แต่ไม่ว่าจะอย่างไร น้ำหนักตัวที่มากเกินไปทำให้เสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคของหลอดเลือดหัวใจ มีโรคร้ายมาเกี่ยวข้องอย่างนี้จะอยู่เฉยได้ยังไง

รวมเคล็ดลับการลดความอ้วนจากคุณหมอ

เคล็ดลับที่ 1 ทำ Food Diary

หมอให้คนไข้ทุกคนลองทำ Food Diary ของตัวเองคือจดบันทึกทุกอย่างที่ทานในแต่ละวันทั้งประเภทและปริมาณอาหารต้องจดตามจริงนะคะพอครบสัปดาห์ก็ให้ส่งการบ้านมานั่งดูด้วยกันจะเห็นเลยว่าอาหารส่วนมากที่ทานเป็นอาหารตามใจปากทั้งนั้นทานเพราะอยากไม่ใช่เพราะหิวแคลอรี่สูงมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายน้อย

สำหรับการทำ Food Diary  จะรู้ได้อย่างไรว่าต้องกินเท่าไหร่หรือลดน้ำหนักเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าพอดี? หมออยากให้ลองนึกภาพว่าร่างกายของเราเป็นตาชั่งดู ข้างหนึ่ง คือ input ที่เรารับเข้าสู่ร่างกาย อีกข้างเป็น output ที่ออกจากร่างกาย สภาพที่ตาชั่งสมดุลก็คือทั้ง 2 ข้างมีน้ำหนักเท่ากัน ถ้าเราต้องการลดน้ำหนักก็คือควรจะลด input และเพิ่ม output เพื่อให้ร่างกายดึง storage ที่เก็บไว้ในรูปของไขมันออกมาใช้เป็นพลังงานค่ะ การควบคุมปริมาณอาหารก็ช่วยลด input ได้ เน้นว่าลดนะคะไม่ใช่อดอาหาร

เคล็ดลับที่ 2 ปรับพฤติกรรมการกิน

หมอเชื่อว่าทุกคนทราบดีค่ะว่าทานอะไรแล้วอ้วนหรือไม่อ้วนเพียงแต่เรายังทานอยู่เหมือนเดิมเท่านั้นเองถ้าเป็นคนทานเก่งทานจุบจิบทั้งวันก็อาจจะเริ่มจากเปลี่ยนจากขนมขบเคี้ยวเป็นหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาลหรือผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำก่อนแล้วค่อยๆลดปริมาณลงหรือถ้าชอบดื่มชากาแฟหรือน้ำอัดลมก็อาจจะลองลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มหรือเปลี่ยนเป็นชนิดที่ให้พลังงานน้อยลงก็ช่วยได้

เคล็ดลับที่ 3 การออกกำลังกายลดความอ้วน

หมออยากแนะนำวิธีออกกำลังกายลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วนของเราดังนี้

  • Basal Metabolic Rate คือ อัตราการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวัน หรือจำนวนแคลอรี่ขั้นต่ำที่ต้องการใช้ในชีวิตแต่ละวัน ดังนั้นการคำนวณ BMR จะช่วยให้ทราบปริมาณแคลอรี่ที่แต่ละคนต้องการต่อวันเพื่อการลดน้ำหนักได้
  • การออกกำลังกายลดน้ำหนัก คือ กิจกรรมที่ดึงพลังงานไขมันส่วนเกินออกมาใช้ ในสภาวะที่หัวใจมีอัตราการเต้น 130-150 ครั้งต่อนาที (ขึ้นอยู่กับเพศและวัย) เป็นเวลา 15-45 นาที วิธีออกกำลังกายที่แนะนำ กิจกรรมแนะนำ เช่น วิ่ง เต้นแอโรบิค ปั่นจักรยาน
  • การออกกำลังกายเพื่อความกระชับ คือ กิจกรรมที่อวัยวะส่วนนั้นๆ ของร่างกายเคลื่อนไหวในท่าหนึ่งๆ หลายๆ ครั้ง หรือ เกร็งอวัยวะส่วนนั้นๆ เป็นเวลานานๆ ทำให้เกิดอาการล้า และตึงของกล้ามเนื้อ เช่น วิธีออกกำลังกาย ที่เน้นการสร้างความแข็งแรงให้โครงสร้างร่างกาย (Pilates) หรือเวทเทรนนิ่ง การออกกำลังกายที่ใช้แรงต้าน(Weight Training)
  • การออกกำลังกายลดน้ำหนัก และเพิ่มความกระชับไปพร้อมกัน เช่น วิธีออกกำลังกาย ที่นำท่าของการชกมวยมาประยุกต์ใช้ (Boxing) โยคะร้อน (Hot Yoga) หรือ การฝึกการทรงตัวและการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว (Agility Workout)

อยากให้เลือกวิธีการออกกำลังกายลดน้ำหนักให้เหมาะกับร่างกายอายุและความต้องการด้วยนอกจากจะช่วยให้น้ำหนักลดลงเสริมสร้างความแข็งแรงของหัวใจและปอดแล้วยังช่วยยกระดับระบบเผาผลาญในร่างกาย (Basal Metabolic Rate, BMR)ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ค่อยๆ เริ่มทำช่วงที่ว่างก็ได้ พอทำได้แล้วก็ทำให้นานขึ้น ที่สำคัญคืออยากให้ทำเป็นประจำ 3-5 วันต่อสัปดาห์

เคล็ดลับอีกอย่างก็คือ เลือกวิธีการออกกำลังกายที่ชอบและสนุก จะได้ออกกำลังกายเป็นประจำได้โดยไม่เบื่อซะก่อน เพราะหากทำติดต่อกันจนเป็นนิสัย ควบคู่กับการควบคุมอาหาร ไม่ใช่แค่รูปร่างจะดีขึ้นเท่านั้น แต่สุขภาพภายในก็จะดีขึ้นอีกด้วย ลองวัดผลความพยายามของเราด้วยผลตรวจสุขภาพประจำปีดูแล้วจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเลยละ

เคล็ดลับที่ 4 ออกกําลังกายลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป

ตามธรรมชาติถ้าน้ำหนักของร่างกายเราลดลงผิวหนังของเราจะค่อยๆหดตัวลงเพราะชั้นไขมันใต้ผิวหนังมีปริมาณน้อยลงค่ะถ้าน้ำหนักลดเร็วเกินไปจะเกิดภาวะนั้นอยู่แล้วเพราะผิวของเราหดตามไม่ทันดังนั้นการเร่งออกกำลังกายลดน้ำหนักให้เร็วที่สุดอาจไม่ถูกวิธีแต่ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวันก็ช่วยให้รู้สึกสดชื่นไม่โทรมและเสริมด้วยการออกกำลังกายเพื่อช่วยกระตุ้นให้ผิวหนังกระชับ

เคล็ดลับที่ 5 สำคัญที่สุดคือใจของเรา

พออายุที่มากขึ้นเรื่อยๆ การเผาผลาญของร่างกายก็ลดลง มีเวลานอนและออกกำลังกายน้อยลง ไหนจะพฤติกรรมการทานอาหารที่แย่ลงอีก ตรวจสุขภาพประจำปีแล้วผลเลือดผิดปกติเกือบทุกตัว ทั้งเหนื่อยง่าย ทั้งนอนกรน น้ำหนักตัวก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น หมอเองก็อยากมีอายุยืน ถ้าไม่ดูแลร่างกายตั้งแต่ตอนนี้จะเริ่มตอนไหน คือเป็นจุดเริ่มต้นของการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง

…เริ่มจัดตารางชีวิตตัวเองใหม่หมดเลย เปลี่ยนมาตื่นแต่เช้าไปออกกำลังกายก่อนเข้างาน ทำ Food Diary ทานมื้อเช้าเป็นมื้อหลัก และลดปริมาณอาหารมื้อเย็น เครื่องดื่มก็ค่อยๆ ลดกาแฟลง พยายามดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ ทั้งหมดที่กล่าวมาตัวหมอเองใช้เวลาเกือบ 2 ปีกว่าพฤติกรรมจะคงที่เพราะฉะนั้นก็อยากให้ทุกๆคนที่กำลังลดน้ำหนักมีกำลังใจนะคะช้าหรือเร็วอย่าไปกังวลมากสำคัญที่ว่าคุณได้เริ่มต้นดูแลสุขภาพตัวเองแล้ว

.

ขอขอบคุณข้อมูล โดย พญ.ธตรฐ วงศ์สามศร แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์ความงาม พีรวรรธน์คลีนิก รักษาโรคทั่วไป ดูแลความงามและศูนย์ลดน้ำหนัก จาก ซิกน่า

ไลฟ์สไตล์ วันที่ 29-31 พ.ค. 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life

ดวงรอบสัปดาห์ทำนายระหว่างวันที่ 1-7 มิ.ย. 63
ดวงรอบสัปดาห์ทำนายระหว่างวันที่ 1-7 มิ.ย. 63

โดย…อ.ชลธี โพธิ์สุ

วันที่ 31 พ.ค. 2563 เวลา 16:01 น. | ดูดวง
ลุยตามสั่งอิ่มไม่อั้น สดใหม่ใส่ใจทุกจาน  @พระยา คิทเช่น
ลุยตามสั่งอิ่มไม่อั้น สดใหม่ใส่ใจทุกจาน @พระยา คิทเช่น

กลับมาให้หายคิดถึงกับรูปแบบ “ตามสั่ง–อิ่มไม่อั้น” ที่ห้องอาหารพระยา คิทเช่น เสิร์ฟอาหารตามสั่งอิ่มไม่อั้น ทุกศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เริ่มแล้ววันนี้

วันที่ 31 พ.ค. 2563 เวลา 11:50 น. | กิน-เที่ยว
เที่ยววิถีใหม่ เน้นปลอดภัย แคร์คุณเหมือนครอบครัว
เที่ยววิถีใหม่ เน้นปลอดภัย แคร์คุณเหมือนครอบครัว

เที่ยวอุ่นใจหลังโควิด เซ็นทารา พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย ‘เซ็นทารา คอมพลีท แคร์’ ตอบรับวิถีชีวิตใหม่ เน้นท่องเที่ยวปลอดภัย แคร์คุณเหมือนครอบครัว ครอบคลุมทุกบริการ เว้นระยะห่างอย่างพอดี

วันที่ 31 พ.ค. 2563 เวลา 11:00 น. | กิน-เที่ยว
ติดบุหรี่ ติดโควิด เสี่ยงตายสูง
ติดบุหรี่ ติดโควิด เสี่ยงตายสูง

31 พฤษภาคม “วันงดสูบบุหรี่โลก” แพทย์ห่วงการเป็นนักสูบของเด็กและเยาวชน ชี้อันตรายและโทษของบุหรี่ พร้อมแนะใช้หลัก 3 ช.ในการสื่อสาร “เช็ค-ชับ-แชร์”

วันที่ 31 พ.ค. 2563 เวลา 08:30 น. | สุขภาพ
เจาะลึก แอร์-สจ๊วต กับความท้าทายในยุคโควิด-19
เจาะลึก แอร์-สจ๊วต กับความท้าทายในยุคโควิด-19

เจาะลึกผลสำรวจแนวทางการรับมือกับการยอมรับต่อเงื่อนไขการทำงานในรูปแบบใหม่ พร้อมวิธีการดูแลสุขภาพจิตของแอร์-สจ๊วต การบินไทย กับความท้าทายครั้งสำคัญในการฝ่าวิกฤตโควิด-19

วันที่ 31 พ.ค. 2563 เวลา 08:08 น. | work-life-balance
"ไทยชนะ" วิถีใหม่ของคนไทยยุคโควิด-19
“ไทยชนะ” วิถีใหม่ของคนไทยยุคโควิด-19

จริงๆ แล้วไม่ได้มีแต่ประเทศไทยที่ใช้แอฟพลิเคชั่นติดตามโควิด-19 สิงคโปร์และออสเตรเลียก็ใช้เช่นกัน

วันที่ 29 พ.ค. 2563 เวลา 19:50 น. | สุขภาพ

ไลฟ์สไตล์ วันที่ 28 พ.ค. 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life

#SAVEร้านแถวบ้าน เคียงข้างกันไปทุกมื้อ LINE MAN เริ่มแล้ว 3 กม. แรกส่งฟรี!
#SAVEร้านแถวบ้าน เคียงข้างกันไปทุกมื้อ LINE MAN เริ่มแล้ว 3 กม. แรกส่งฟรี!

เอาใจคนชอบสั่งกับแคมเปญใหม่ที่ให้มากกว่า LINE MAN ออกแคมเปญ “เคียงข้างกันไปทุกมื้อ” ชูโมเดล 3 กม. แรกส่งฟรี! #SAVEร้านแถวบ้าน #SAVEเมนูโปรด #SAVEไลน์แมนฮีโร่

วันที่ 28 พ.ค. 2563 เวลา 09:10 น. | กิน-เที่ยว
New Normal : ชีวิตวิถีใหม่เลี้ยงลูกยังไงให้รอด
New Normal : ชีวิตวิถีใหม่เลี้ยงลูกยังไงให้รอด

บทบาทพ่อแม่เมื่อลูกต้องเรียนที่บ้าน สร้างความมั่นใจให้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถเป็นพ่อแม่ New Normal ที่เลี้ยงลูกให้ดีได้ด้วยวิธีง่ายๆ จากผู้เชี่ยวชาญ

วันที่ 28 พ.ค. 2563 เวลา 08:30 น. | work-life-balance
หมอโอ๊คแชร์เคล็ดลับ 'สวยทะลุมาสก์' สอดรับไลฟ์สไตล์ New Normal
หมอโอ๊คแชร์เคล็ดลับ ‘สวยทะลุมาสก์’ สอดรับไลฟ์สไตล์ New Normal

หมอโอ๊ค สมิทธิ์ แนะนำ 5 วิธีการดูแลผิวหน้าให้สวยทะลุมาสก์ จะใส่หน้ากากอนามัยนานแค่ไหนก็มั่นใจได้ ตอบโจทย์วิถีชีวิตแบบใหม่

วันที่ 28 พ.ค. 2563 เวลา 06:40 น. | work-life-balance

ไลฟ์สไตล์ วันที่ 27 พ.ค. 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life

จะดีแค่ไหน ถ้าเราเรียนข้ามมหาวิทยาลัยได้?
จะดีแค่ไหน ถ้าเราเรียนข้ามมหาวิทยาลัยได้?

ครั้งแรกของไทย เมื่อ ‘จุฬาฯ’ ผนึก ‘SkillLane’ ปั้นแพลตฟอร์ม GenEd UC Cloud Learning ให้นิสิตนักศึกษาเรียนวิชาการศึกษาทั่วไปข้ามมหาวิทยาลัยได้

วันที่ 27 พ.ค. 2563 เวลา 17:50 น. | work-life-balance
5 โรคสุดเสี่ยงเพียงขาดการรักษา โรคแทรกซ้อนอาจมาโดยไม่รู้ตัว
5 โรคสุดเสี่ยงเพียงขาดการรักษา โรคแทรกซ้อนอาจมาโดยไม่รู้ตัว

อายุรแพทย์โรคหัวใจ ห่วงผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพิ่มอัตราเสี่ยงเสียชีวิตมากกว่าปกติ แนะคนเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ไต ตับ ปอด ควรตรวจและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 27 พ.ค. 2563 เวลา 16:06 น. | สุขภาพ

เมื่อทรัมป์ยึดอำนาจ สั่งปราบม็อบได้โดยไม่ต้องฟังเสียงใคร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625073

วันที่ 02 มิ.ย. 2563 เวลา 20:02 น.

เมื่อทรัมป์ยึดอำนาจ สั่งปราบม็อบได้โดยไม่ต้องฟังเสียงใคร

แม้ตามปกติกองทัพไม่สามารถยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายของฝ่ายพลเรือน แต่ประธานาธิบดีมีอำนาจพิเศษส่งทหารปราบม็อบได้โดยไม่ต้องผ่านสภา

ในวันที่การประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมให้กับการเสียชีวิตเนื่องจากการใช้กำลังเกินกว่าเหตุโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจของ จอร์จ ฟลอยด์ ลุกลามบานปลายไปทั่วประเทศ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่า “ถ้ารัฐบาลท้องถิ่นไม่ลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ผมจะส่งทหารเข้าพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาให้พวกเขา”

คำถามก็คือ ทรัมป์มีอำนาจทำได้หรือไม่

ภายใต้กฎหมาย Posse Comitatus Act  ที่บังคับใช้มื่อปี 1878 กองทัพไม่สามารถยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายของฝ่ายพลเรือน ไม่ว่าจะเป็นการจับกุม ยึดทรัพย์สิน หรือค้นตัวบุคคล

อย่างไรก็ดี Insurrection Act หรือกฎหมายปราบจลาจลที่บังคับใช้ในปี 1807 มีบทบัญญัติยกเว้นให้ประธานาธิบดีสหรัฐส่งทหารลงพื้นที่เพื่อควบคุมความวุ่นวายที่ไม่สามารถใช้กฎหมายทั่วไปบังคับใช้ได้ โดยมีข้อแม้ว่าผู้ว่าการรัฐจะต้องร้องขอ

ทว่า แม้ว่ารัฐบาลท้องถิ่นว่าคัดค้านการส่งทหารเข้าพื้นที่ เหมือนอย่างที่ผู้ว่าการรัฐหลายแห่งประกาศชัดเจนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ก็ยังมีช่องว่างให้ทรัมป์ใช้อำนาจประธานาธิบดีได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ว่าการรัฐหรือสภาคองเกรส

หนึ่งในข้อยกเว้นก็คือ เมื่อรัฐบาลท้องถิ่นละเมิดสิทธิของประชาชน ตัวอย่างเช่นในปี 1957 ประธานาธิบดี ดไวท์ ไอเซนฮาวร์ ส่งหน่วยพลร่มที่ 101 และกองกำลังพิทักษ์ชาติ (National Guard) ไปยังเมืองลิตเติลร็อก รัฐอาร์คันซอ เพื่อบังคับใช้คำพิพากษาของศาลที่อนุญาตให้นักเรียนผิวดำ 9 คนเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมที่มีแต่คนผิวขาว

ต่อมาประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี และประธานาธิบดี ลินดอน บี. จอห์นสัน ก็ใช้กฎหมายฉบับเดียวกันนี้เพื่อบังคับใช้คำสั่งศาลเกี่ยวกับการยกเลิกการแบ่งแยกสีผิวในหลายรัฐทางตอนใต้ของประเทศ

จะเห็นได้ว่าประธานาธิบดีคนก่อนๆ ใช้อำนาจเด็ดขาดเพื่อปกป้องมโนธรรมของคนในชาติ นั่นคือการต่อต้านการเหยียดคนให้ต่ำกว่าคน

จากข้อมูลของสำนักงานวิจัยแห่งรัฐสภาสหรัฐ (Congressional Research Service) ระบุว่ามีการใช้กฎหมาย Insurrection Act ครั้งสุดท้ายในปี 1992 หลังจากเกิดเหตุจลาจลในเมืองลอสแองเจลิส เพื่อประท้วงที่ศาลพิพากษาให้ตำรวจผิวขาว 4 นายรุมทำร้ายร่างกาย ร็อดนีย์ คิง คนงานก่อสร้างผิวสีบาดเจ็บสาหัส พ้นผิด

แต่ในกรณีของคิงนั้นผู้ว่าการรัฐเป็นฝ่ายร้องของให้รัฐบาลกลางส่งทหารเข้าพื้นที่

นอกจากนี้สำนักข่าว NBC ของสหรัฐรายงานว่า ยังมีอีกเงื่อนไขหนึ่งตามกฎหมายที่ทรัมป์ยังไม่ได้ทำนั่นคือ ต้องประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงแยกย้ายกันกลับบ้านภายในเวลาที่กำหนดก่อน หากผู้ประท้วงยังฝ่าฝืนรวมกลุ่มกันอยู่จึงจะใช้ Insurrection Act ส่งทหารเข้าพื้นที่ได้

อย่างไรก็ดี สำหรับเหตุจลาจลครั้งล่าสุดนี้ สตีเฟน วลาเดค ศาสตรจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเทกซัส มองว่า สถานการณ์ยังไม่เลวร้ายถึงขั้นที่ทรัมป์จะใช้กฎหมาย Insurrection Act โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรส

แล้วจะมีใครหยุดทรัมป์ได้บ้าง?

ในทางทฤษฎีศาลมีอำนาจคัดค้านการประกาศใช้ Insurrection Act ของทรัมป์ ทว่าผู้เชี่ยวชาญมองว่ามีโอกาสน้อยที่ศาลจะหยุดยั้งทรัมป์

โรเบิร์ต เชสนีย์ ศาสตราจารย์กฎหมายจากมหาวิทยาลัยเทกซัสเผยว่า ที่ผ่านมาศาลมักจะไม่ยื่นมือเข้ามาแตะต้องการใช้อำนาจสั่งการทางทหารของประธานาธิบดี ขณะที่ สตีเฟน วลาเดค จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน เผยว่าการตรวจสอบการใช้อำนาจโดยมิชอบอย่างแท้จริงถูกทำให้เป็นเรื่องการเมืองไปเรียบร้อยแล้ว

จึงไม่มีใครกล้าแตะต้องการใช้อำนาจพิเศษของประธานาธิบดี เนื่องจากประธานาธิบดีมีสิทธิ์ให้คุณให้โทษอัยการสูงสุด

เชสนีย์ยังกล่าวอีกว่า สุดท้ายคงต้องพึ่งอำนาจของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่จะเขี่ยผู้นำประเทศลงจากตำแหน่งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป หากเจ้าของคะแนนเสียงไม่เห็นด้วยกับการใช้กฎหมายปราบจลาจลโดยไม่ฟังเสียงใคร

พนักงานเฟซบุ๊กประท้วงซักเคอร์เบิร์ก ไม่จัดการโพสต์ยั่วยุของทรัมป์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625066

วันที่ 02 มิ.ย. 2563 เวลา 18:30 น.

พนักงานเฟซบุ๊กประท้วงซักเคอร์เบิร์ก ไม่จัดการโพสต์ยั่วยุของทรัมป์

พนง.เฟซบุ๊กนับร้อยประท้วง มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก นิ่งเฉยกับโพสต์ปลุกปั่นของผู้นำสหรัฐ

รอยเตอร์รายงานว่า พนักงานของบริษัทเฟซบุ๊กจำนวนหลายร้อยคน ต่างออกมาเขียนข้อความลงสื่อสังคมออนไลน์ในหลายแพล็ตฟอร์ม แสดงความไม่พอใจต่อท่าทีของนาย มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ (CEO)เฟซบุ๊ก ที่ไม่ดำเนินการใดๆกับโพสต์ยั่วยุอาจก่อให้เกิดความรุนแรงของประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้นำสหรัฐในหลายข้อความเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน

ท่าทีของบรรดาพนักงานเฟซบุ๊กครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงจากการที่ชาวอเมริกันทั่วสหรัฐ ต่างพากันลุกฮือประท้วงไม่พอใจและเรียกร้องความยุติธรรมให้กับนายจอร์จ ฟลอยด์ จนบางพื้นที่ความรุนแรงขยายตัวเป็นเหตุจลาจล

พนักงานบางรายของเฟซบุ๊กประท้วงด้วยการลางาน ซึ่งตามกฎของเฟซบุ๊กได้อนุญาตให้พนักงานลางานประท้วงได้ตามสิทธิ์ โดยพนักงานหลายคนแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับท่าทีอันนิ่งเฉยของซัคเกอร์เบิร์ก ที่ปล่อยให้แพล็ตฟอร์มเฟซบุ๊ก ถูกใช้เป็นเครื่องมือยั่วยุปลุกปั่นต่อความรุนแรง และการแพร่ข้อมูลแบบผิดๆ โดยเฉพาะกับข้อความที่ผู้นำสหรัฐได้โพสต์ลงในหลายสัปดาห์ก่อน ซึ่งมีเนื้อหาปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรงในหลายครั้ง ขัดต่อกฏกระเบียบมาตรฐานชุมชนของเฟซบุ๊ก

พนักงานบางรายได้เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นรูปกำปั่นสีดำซึ่งดัดแปลงมาจากสัญลักษณ์ “ไลค์”เพื่อแสดงจุดยืนดังกล่าว ขณะที่หลายคนได้เปลี่ยนการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ไปใช้แพล็ตฟอร์ตคู่แข่งอย่างทวีตเตอร์ในการเขียนข้อความแสดงจุดยืนต่อกรณีจอร์จ ฟอยด์แทน

ความเคลื่อนไหวนี้เป็นเพียงบางส่วนของพนักงานเฟซบุ๊กซึ่งมีทั้งหมดกว่า 40,000 คน โดยก่อนหน้านี้แพล็ตฟอร์มโซเชียลคู่แข่งอย่างทวิตเตอร์ได้ติดป้ายเตือนข้อมูลเท็จต่อข้อความในทวีตของทรัมป์ รวมถึงติดป้ายเตือนข้อความยั่วยุต่อข้อความของทวิตเตอร์บัญชีทำเนียบขาว จนทำให้ผู้นำสหรัฐใช้คำสั่งพิเศษทบทวนกฎหมายให้สิทธิคุ้มครองโซเชียลมีเดีย ซึ่งกระทบถึงเฟซบุุ๊กด้วย แต่เฟซบุ๊กก็ไม่ได้แสดงข้อคิดเห็นใดๆในเรื่องดังกล่าว ขณะที่ด้านมาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก ซึ่งได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมามีใจความให้เฟซบุ๊กเป็นส่วนหนึ่งของช่องทางสนับสนุนความเสมอภาคและความปลอดภัยของชุมชนคนผิวสีมากขึ้น ด้วยการบริจาคเงิน 10 ล้านดอลลาร์ (ราว 315 ล้านบาท) ให้กับกลุ่มที่สนับสนุนความเท่าเทียมทางเชื้อชาติ