ฮ่องกงพิจารณาคดี 3 แกนนำจัดงานรำลึก “เทียนอันเหมิน” ข้อหายุยงบ่อนทำลายอำนาจรัฐ

ฮ่องกงพิจารณาคดี 3 แกนนำจัดงานรำลึก "เทียนอันเหมิน" ข้อหายุยงบ่อนทำลายอำนาจรัฐ

22 ม.ค. 2569 12:32 น.

ฮ่องกงพิจารณาคดี 3 แกนนำจัดงานรำลึก “เทียนอันเหมิน” ข้อหายุยงบ่อนทำลายอำนาจรัฐ

ศาลฮ่องกงเริ่มพิจารณาคดีความมั่นคงกับ 3 นักเคลื่อนไหวอดีตผู้จัดงานจุดเทียนรำลึกเหตุการณ์เทียนอันเหมิน หลังถูกคุมขังมานานกว่า 3 ปี โดยถูกตั้งข้อหา “ยุยงให้บ่อนทำลายอำนาจรัฐ” ด้านองค์กรสิทธิมนุษยชนชี้เป็นความพยายาม “ชำระประวัติศาสตร์” ขณะที่ทางการยันทำตามกฎหมายเพื่อรักษาความมั่นคง

การพิจารณาคดีครั้งสำคัญภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเริ่มต้นขึ้นวันนี้ (22 ม.ค.) โดยจำเลยคืออดีตผู้นำกลุ่ม “Hong Kong Alliance” ซึ่งเป็นกลุ่มที่จัดงานจุดเทียนรำลึกเหตุการณ์ปราบปรามผู้ประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน (4 มิถุนายน 1989) มาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี ก่อนจะถูกสั่งยุบกลุ่มไปในปี 2021

จำเลยในคดีนี้ประกอบด้วย โจว หัง-ถง (Chow Hang-tung) และ ลี จวัก-หยาน (Lee Cheuk-yan) ซึ่งทั้งคู่ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาและถูกคุมขังมาตั้งแต่ปี 2021 ขณะที่จำเลยคนที่สามคือ อัลเบิร์ต โฮ (Albert Ho) ให้การรับสารภาพ โดยทั้งหมดเผชิญโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี ในข้อหาปลุกระดมให้เกิดการล้มล้างอำนาจรัฐ จากการที่กลุ่มมักเรียกร้องให้ “ยุติการปกครองโดยพรรคเดียว” ในจีน

ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น ประชาชนราว 70 คนไปเข้าแถวรอฟังการพิจารณาคดีตั้งแต่เช้ามืด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนายตรึงกำลังรอบศาลอย่างเข้มงวด อดีตผู้เข้าร่วมงานรำลึกระบุว่า งานจุดเทียนที่สวนสาธารณะวิกตอเรียเคยเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าระบบการเมืองของฮ่องกงแตกต่างจากจีนแผ่นดินใหญ่โดยสิ้นเชิง

อัยการเตรียมใช้หลักฐานจากบันทึกของบริษัท เนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย คลิปวิดีโอการปราศรัยต่อสาธารณะ และหลักฐานที่ยึดได้จากพิพิธภัณฑ์เทียนอันเหมินที่ถูกสั่งปิดไปแล้ว ด้านองค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล วิจารณ์ว่าการพิจารณาคดีนี้ไม่ใช่เรื่องของความมั่นคง แต่เป็นการพยายามเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่เพื่อลบความจำเกี่ยวกับเหตุการณ์เทียนอันเหมิน ส่วนฮิวแมนไรท์วอทช์เรียกร้องให้ยกเลิกข้อกล่าวหาและปล่อยตัวนักเคลื่อนไหวทั้งหมด

ศาลฮ่องกงยืนยันว่าการพิจารณาคดีจะดำเนินไปตามตัวบทกฎหมายและพยานหลักฐานเท่านั้น โดยจะไม่ยอมให้ศาลกลายเป็นเครื่องมือในการกดขี่ทางการเมืองตามที่จำเลยกล่าวอ้าง ซึ่งคดีนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากนานาชาติ ต่อเนื่องจากการตัดสินจำคุก จิมมี่ ไหล (Jimmy Lai) เจ้าพ่อสื่อเมื่อเดือนที่ผ่านมา

ฮ่องกงเคยเป็นหนึ่งในสถานที่เพียงไม่กี่แห่งในดินแดนของจีนที่ผู้คนสามารถรวมตัวกันเพื่อรำลึกถึงการปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างรุนแรงในปี 1989 แต่ทางการสั่งห้ามการชุมนุมเหล่านี้ในปี 2020 โดยอ้างนโยบายเกี่ยวกับโควิด-19 แต่ก็ไม่เคยกลับมาจัดอีก นอกจากนี้ ปี 2020 ยังเป็นปีที่กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งทำให้การกระทำที่เห็นต่างในวงกว้างเป็นสิ่งผิดกฎหมาย มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ

กลุ่ม Hong Kong Alliance ก่อตั้งขึ้นในปี 1989 เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในกรุงปักกิ่ง โดยพรรคคอมมิวนิสต์ได้ส่งทหารและรถถังไปปราบปรามการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ในเวลานั้นมีผู้ประท้วงมารวมตัวกันหลายหมื่นคน และคาดการณ์จำนวนผู้เสียชีวิตตั้งแต่ไม่กี่ร้อยคนไปจนถึงหลายพันคน กลุ่มได้กลายเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่เรียกร้องให้รัฐบาลจีนรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นองเลือด ปล่อยตัวนักโทษการเมือง และปฏิรูปประชาธิปไตย.

ที่มา AFP BBC

สุดทึ่ง วัวแสนฉลาด ใช้แปรงเกาหลังด้วยตัวเอง นักวิจัยชี้โคฉลาดกว่าที่คิด

สุดทึ่ง วัวแสนฉลาด ใช้แปรงเกาหลังด้วยตัวเอง นักวิจัยชี้โคฉลาดกว่าที่คิด

22 ม.ค. 2569 12:20 น.

สุดทึ่ง วัวแสนฉลาด ใช้แปรงเกาหลังด้วยตัวเอง นักวิจัยชี้โคฉลาดกว่าที่คิด

งานวิจัยใหม่สร้างความฮือฮาในแวดวงวิทยาศาสตร์ เมื่อพบว่าวัวสามารถใช้เครื่องมือ ได้อย่างมีจุดประสงค์ท้าทายหักล้างความเชื่อเดิมที่มองว่าสัตว์ประเภทนี้มีขีดจำกัดด้านสติปัญญา 

งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Current Biology เมื่อวันที่ 19 มกราคม ระบุว่า นี่คือกรณีแรกที่มีการบันทึกอย่างเป็นทางการว่าวัวสามารถใช้เครื่องมือได้ โดยตัวเอกของการศึกษาคือ เจ้าเวโรนิกา วัวพันธุ์สวิสบราวน์ ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านคารินเทีย และถูกเลี้ยงดูเสมือนสมาชิกในครอบครัวโดยเจ้าของซึ่งเป็นเกษตรกรอินทรีย์

นักวิทยาศาสตร์พบว่า เวโรนิกาสามารถใช้แปรงและไม้ในลักษณะที่ตั้งใจ เธอเลือกใช้ปลายแปรงที่มีขนแข็งเกาบริเวณหลังที่แข็งแรงและกว้าง ขณะที่เมื่อเกาบริเวณท้องหรือส่วนล่างซึ่งบอบบางกว่า เธอจะสลับไปใช้ด้ามแปรงที่เรียบ และยังปรับรูปแบบการเคลื่อนไหวให้เหมาะสม ทั้งแรง ความเร็ว และทิศทาง

นักวิจัยระบุว่า พฤติกรรมนี้เข้าข่ายการใช้เครื่องมือแบบยืดหยุ่นและหลากหลายหน้าที่ ซึ่งพบได้ในสัตว์เพียงไม่กี่ชนิดนอกเหนือจากมนุษย์ เช่น ลิงชิมแปนซี โดยแม้ว่าวัวจะต้องใช้ปากแทนมือในการควบคุมเครื่องมือ แต่เวโรนิกากลับสามารถชดเชยข้อจำกัดทางร่างกายได้อย่างน่าทึ่ง

ทีมวิจัยเชื่อว่า สภาพแวดล้อมการใช้ชีวิตที่แตกต่างจากวัวทั่วไป ทั้งอายุยืน การมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ และการได้อยู่ในพื้นที่เปิดที่หลากหลาย อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่เปิดโอกาสให้เกิดพฤติกรรมเชิงสำรวจและการเรียนรู้ขั้นสูง

นักวิทยาศาสตร์ยังเชิญชวนเกษตรกรและผู้เลี้ยงวัวรายอื่น หากเคยพบเห็นพฤติกรรมคล้ายกัน ให้ร่วมส่งข้อมูลเพิ่มเติมด้วย.

ที่มา : sciencealert.com

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ วัวแสนรู้

ปธน.มาร์กอส ของฟิลิปปินส์ ถูกยื่นเรื่องร้องเรียนเพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่งจากโครงการแก้น้ำท่วมลวงโลก

ปธน.มาร์กอส ของฟิลิปปินส์ ถูกยื่นเรื่องร้องเรียนเพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่งจากโครงการแก้น้ำท่วมลวงโลก

22 ม.ค. 2569 12:05 น.

ปธน.มาร์กอส ของฟิลิปปินส์ ถูกยื่นเรื่องร้องเรียนเพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่งจากโครงการแก้น้ำท่วมลวงโลก

ภาคประชาชนฟิลิปปินส์ยื่นเรื่องร้องเรียนให้ถอดถอนประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ฺ มาร์กอส จูเนียร์ ชี้โครงการแก้น้ำท่วมลวงในงบชาติ ทำรัฐสูญเงินกว่า 5.45 แสนล้านเปโซ

วันที่ 22 มกราคม 2569 กลุ่มภาคประชาชนของฟิลิปปินส์ยื่นคำร้องเรียนให้มีการถอดถอน ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ออกจากตำแหน่ง โดยกล่าวหาว่าประธานิบดีมาร์กอส มีส่วนพัวพันการทุจริตอย่างเป็นระบบ ผ่านโครงการควบคุมน้ำท่วมที่ไม่มีอยู่จริง ส่งผลให้เงินภาษีประชาชนสูญหายเป็นมูลค่ามหาศาล

กลุ่มมาคาบายัน ซึ่งเป็นแนวร่วมพรรคการเมืองฝ่ายซ้าย ระบุว่า ได้ยื่นเอกสารต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ตามระเบียบของสภา แม้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจะไม่อยู่ในเวลานั้นก็ตาม ซึ่งเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญฟิลิปปินส์ ที่ระบุว่าพลเมืองคนใดก็สามารถยื่นคำร้องถอดถอนได้ หากมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างน้อยหนึ่งคนให้การรับรอง

คำร้องระบุว่า ประธานาธิบดีมาร์กอสละเมิดความไว้วางใจของประชาชน ด้วยการอัดโครงการลงในงบประมาณแผ่นดิน เพื่อเบี่ยงเบนงบไปยังพันธมิตรทางการเมือง ขณะที่กระแสไม่พอใจต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่มีอยู่จริงทวีความรุนแรงมาหลายเดือน หลังหลายเมืองถูกน้ำท่วมหนักจากอิทธิพลพายุไต้ฝุ่นรุนแรงตลอดปีที่ผ่านมา

โดยเนื้อหาคำร้องที่ถูกส่งถึงสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า ประธานาธิบดีมาร์กอสได้จัดตั้งกลไกดูดเงิน จากงบแก้ปัญหาน้ำท่วมกว่า 545,600 ล้านเปโซ หรือราว 349,000 ล้านบาท  ส่งต่อให้กลุ่มนายทุนและผู้รับเหมาที่ใกล้ชิด และเปลี่ยนเงินสาธารณะให้กลายเป็นทุนทางการเมืองสำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2568 

คำร้องยังกล่าวหาว่า มาร์กอสมีส่วนเรียกรับเงินใต้โต๊ะ โดยอ้างอิงคำกล่าวหาของอดีต ส.ส.รายหนึ่ง ซึ่งหลบหนีออกนอกประเทศระหว่างถูกสอบสวน ด้านประธานาธิบดีมาร์กอสย้ำมาโดยตลอดว่า เขาเป็นผู้หยิบยกปัญหาโครงการนี้ขึ้นมาตรวจสอบเอง และผลักดันการสอบสวนจนมีผู้บริหารบริษัทก่อสร้าง ข้าราชการ และนักการเมืองจำนวนมากถูกพาดพิง 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า โอกาสที่คณะกรรมาธิการยุติธรรมของสภาจะรับรองเรื่องนี้มีน้อยมาก และยิ่งน้อยลงไปอีกในที่ประชุมใหญ่ เพราะประธานาธิบดียังได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.ส่วนใหญ่

ที่มา AFP

“ทรัมป์” ดึง 7 ชาติมุสลิมร่วม “คณะกรรมการสันติภาพ” หวังดับไฟสงครามกาซา

"ทรัมป์" ดึง 7 ชาติมุสลิมร่วม "คณะกรรมการสันติภาพ" หวังดับไฟสงครามกาซา

22 ม.ค. 2569 11:42 น.

“ทรัมป์” ดึง 7 ชาติมุสลิมร่วม “คณะกรรมการสันติภาพ” หวังดับไฟสงครามกาซา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รุกคืบแผนสันติภาพโลก ล่าสุด 7 ประเทศนำโดยซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ และตุรกี ตอบรับเข้าร่วม “คณะกรรมการสันติภาพ” เพื่อฟื้นฟูกาซา ขณะที่รัสเซียยังสงวนท่าทีขอศึกษารายละเอียดก่อน ด้านอิสราเอลออกอาการไม่พอใจหลังทรัมป์ดึงตุรกี-กาตาร์เข้าร่วมบริหารโดยไม่ปรึกษา

ในการประชุม World Economic Forum ณ เมืองดาวอส ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศความคืบหน้าครั้งสำคัญของโครงการ “คณะกรรมการแห่งสันติภาพ” (Board of Peace) โดยระบุว่ามีอีก 7 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย, ตุรกี, อียิปต์, จอร์แดน, อินโดนีเซีย, ปากีสถาน และกาตาร์ ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมเพื่อเข้าร่วมกลุ่มอย่างเป็นทางการ ตามหลังอิสราเอลที่ยืนยันไปก่อนหน้านี้

ทรัมป์อ้างว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียได้ตอบรับคำเชิญแล้ว แต่ทางทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า “กำลังพิจารณา” อย่างไรก็ตาม ปูตินเปรยว่ารัสเซียพร้อมจะสนับสนุนเงิน 1 พันล้านดอลลาร์จากทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้เพื่อภารกิจในตะวันออกกลาง ขณะที่ทางวาติกันระบุว่าสมเด็จพระสันตาปาปาเลโอทรงได้รับคำเชิญแล้ว แต่ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ ส่วนสโลวีเนียเป็นประเทศแรกที่ปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าองค์กรนี้แทรกแซงระเบียบโลกเดิม

ร่างธรรมนูญของคณะกรรมการชุดนี้ระบุว่าจะเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่มีอำนาจตามกฎหมายสากล โดยมี โดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธาน และตัวแทนสหรัฐฯ ซึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการแต่งตั้งบอร์ดบริหารและยุบเลิกหน่วยงานย่อย สมาชิกที่บริจาคเงิน 1 พันล้านดอลลาร์จะได้รับที่นั่งถาวร ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่านี่คือความพยายามสร้างองค์กรขึ้นมาทำงานแทนที่บางบทบาทของสหประชาชาติ 

แม้เป้าหมายหลักคือการดูแลการหยุดยิงและฟื้นฟูกาซา แต่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ได้แสดงความไม่พอใจที่ทรัมป์แต่งตั้งตัวแทนจากตุรกีและกาตาร์เข้ามาในบอร์ดบริหารโดยไม่ได้ประสานงานกับอิสราเอลก่อน

ปัจจุบันสถานการณ์ในกาซายังคงเปราะบาง แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงในระยะแรก เพื่อแลกเปลี่ยนตัวประกันและนักโทษ แต่การจะก้าวไปสู่ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการถอนทหารและปลดอาวุธกลุ่มฮามาสยังคงเป็นเรื่องยาก เนื่องจากฮามาสปฏิเสธที่จะวางอาวุธหากไม่มีการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระ ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตในกาซานับตั้งแต่เริ่มสงครามพุ่งสูงกว่า 71,550 รายแล้ว

รายชื่อประเทศที่เข้าร่วมแล้วในปัจจุบัน กลุ่มใหม่ประกอบด้วย ซาอุดีอาระเบีย, ตุรกี, อียิปต์, จอร์แดน, อินโดนีเซีย, ปากีสถาน, กาตาร์ ส่วนกลุ่มเดิม ได้แก่ อิสราเอล, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, บาห์เรน, แอลเบเนีย, อาร์เมเนีย, อาเซอร์ไบจาน, เบลารุส, ฮังการี, คาซัคสถาน, โมร็อกโก และเวียดนาม.

ที่มา BBC

ตำรวจชิลีจับผู้ต้องสงสัยวางเพลิงไฟป่ามรณะ คร่า 21 ศพ เผาบ้านวอดนับร้อยหลัง

ตำรวจชิลีจับผู้ต้องสงสัยวางเพลิงไฟป่ามรณะ คร่า 21 ศพ เผาบ้านวอดนับร้อยหลัง

22 ม.ค. 2569 11:16 น.

ตำรวจชิลีจับผู้ต้องสงสัยวางเพลิงไฟป่ามรณะ คร่า 21 ศพ เผาบ้านวอดนับร้อยหลัง

ตำรวจชิลีจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุไฟป่าทางภาคใต้ตอนกลางของประเทศ คร่าชีวิตประชาชน 21 ศพ ใช้น้ำมันเร่งไฟทุ่งข้าวสาลี ไฟลามหนัก 3 แคว้น บ้านพังราว 800 หลัง ประชาชนเดือดร้อนกว่า 2 หมื่นคน

วันที่ 22 มกราคม 2569 นายหลุยส์ กอร์เดโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงของชิลี แถลงว่า ตำรวจสามารถจับกุมชายต้องสงสัยรายหนึ่ง ฐานมีส่วนก่อเหตุไฟป่าครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนกลางของประเทศ ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนอย่างน้อย 21 ศพ และเผาทำลายชุมชนทั้งย่านจนราบเป็นหน้ากลอง

ทางการเปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสารเร่งไฟ จุดไฟในทุ่งข้าวสาลี โดยเจ้าหน้าที่ตรวจยึดเชื้อเพลิงได้ประมาณ 5 ลิตร หรือมากกว่าหนึ่งแกลลอน ขณะเข้าจับกุมช่วงเช้ามืดในเมืองเปร์เกนโก แคว้นอาเราโกเนีย ทางตอนใต้ของแคว้นบีโอบีโอ

โดยไฟป่าเริ่มปะทุขึ้นพร้อมกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในหลายจุดของแคว้นบีโอบีโอและนูเบล ห่างจากกรุงซันติอาโกราว 500 กิโลเมตร ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วจากแรงลมจัดและอุณหภูมิสูง เผาผลาญเมืองชายฝั่งอย่างเปงโก ลีร์เกน และปุนตา เด ปาร์รา เหลือเพียงซากปรักหักพังสีดำ

ทางด้านนายอัลบาโร เอลิซัลเด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุในการแถลงข่าวว่า มีประชาชนราว 20,000 คนได้รับความเสียหายด้านทรัพย์สิน บ้านเรือนอย่างน้อย 800 หลังถูกไฟเผาทำลาย

ขณะที่ประธานาธิบดีกาเบรียล บอริช เดินทางลงพื้นที่แคว้นบีโอบีโอในวันเดียวกัน พร้อมกล่าวว่า รัฐบาลกำลังใช้เครื่องจักรหนักเปิดทางสัญจร เก็บกวาดซากปรักหักพัง และยังคงเร่งควบคุมไฟป่าอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าสถานการณ์ยังอยู่ภายใต้ภาวะฉุกเฉิน

ข้อมูลจากหน่วยงานป่าไม้แห่งชาติระบุว่า เมื่อวันพุธ ที่ผ่านมานักผจญเพลิงยังต้องต่อสู้กับไฟป่ารวม 35 จุด แบ่งเป็น 22 จุดในบีโอบีโอ 5 จุดในนูเบล และ 8 จุดในอาเราโกเนีย อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิที่ลดลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเริ่มช่วยบรรเทาความรุนแรงของไฟ.

ที่มา AFP

ตำรวจชิลีจับผู้ต้องสงสัยวางเพลิงไฟป่ามรณะ คร่า 21 ศพ เผาบ้านวอดนับร้อยหลัง

ตำรวจชิลีจับผู้ต้องสงสัยวางเพลิงไฟป่ามรณะ คร่า 21 ศพ เผาบ้านวอดนับร้อยหลัง

22 ม.ค. 2569 11:16 น.

ตำรวจชิลีจับผู้ต้องสงสัยวางเพลิงไฟป่ามรณะ คร่า 21 ศพ เผาบ้านวอดนับร้อยหลัง

ตำรวจชิลีจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุไฟป่าทางภาคใต้ตอนกลางของประเทศ คร่าชีวิตประชาชน 21 ศพ ใช้น้ำมันเร่งไฟทุ่งข้าวสาลี ไฟลามหนัก 3 แคว้น บ้านพังราว 800 หลัง ประชาชนเดือดร้อนกว่า 2 หมื่นคน

วันที่ 22 มกราคม 2569 นายหลุยส์ กอร์เดโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงของชิลี แถลงว่า ตำรวจสามารถจับกุมชายต้องสงสัยรายหนึ่ง ฐานมีส่วนก่อเหตุไฟป่าครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนกลางของประเทศ ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนอย่างน้อย 21 ศพ และเผาทำลายชุมชนทั้งย่านจนราบเป็นหน้ากลอง

ทางการเปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสารเร่งไฟ จุดไฟในทุ่งข้าวสาลี โดยเจ้าหน้าที่ตรวจยึดเชื้อเพลิงได้ประมาณ 5 ลิตร หรือมากกว่าหนึ่งแกลลอน ขณะเข้าจับกุมช่วงเช้ามืดในเมืองเปร์เกนโก แคว้นอาเราโกเนีย ทางตอนใต้ของแคว้นบีโอบีโอ

โดยไฟป่าเริ่มปะทุขึ้นพร้อมกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในหลายจุดของแคว้นบีโอบีโอและนูเบล ห่างจากกรุงซันติอาโกราว 500 กิโลเมตร ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วจากแรงลมจัดและอุณหภูมิสูง เผาผลาญเมืองชายฝั่งอย่างเปงโก ลีร์เกน และปุนตา เด ปาร์รา เหลือเพียงซากปรักหักพังสีดำ

ทางด้านนายอัลบาโร เอลิซัลเด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุในการแถลงข่าวว่า มีประชาชนราว 20,000 คนได้รับความเสียหายด้านทรัพย์สิน บ้านเรือนอย่างน้อย 800 หลังถูกไฟเผาทำลาย

ขณะที่ประธานาธิบดีกาเบรียล บอริช เดินทางลงพื้นที่แคว้นบีโอบีโอในวันเดียวกัน พร้อมกล่าวว่า รัฐบาลกำลังใช้เครื่องจักรหนักเปิดทางสัญจร เก็บกวาดซากปรักหักพัง และยังคงเร่งควบคุมไฟป่าอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าสถานการณ์ยังอยู่ภายใต้ภาวะฉุกเฉิน

ข้อมูลจากหน่วยงานป่าไม้แห่งชาติระบุว่า เมื่อวันพุธ ที่ผ่านมานักผจญเพลิงยังต้องต่อสู้กับไฟป่ารวม 35 จุด แบ่งเป็น 22 จุดในบีโอบีโอ 5 จุดในนูเบล และ 8 จุดในอาเราโกเนีย อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิที่ลดลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเริ่มช่วยบรรเทาความรุนแรงของไฟ.

ที่มา AFP

ศาลฟิลิปปินส์จำคุก 12 ปี นักข่าวสายสิทธิมนุษยชน ฐานสนับสนุนทางการเงินการก่อการร้าย

ศาลฟิลิปปินส์จำคุก 12 ปี นักข่าวสายสิทธิมนุษยชน ฐานสนับสนุนทางการเงินการก่อการร้าย

22 ม.ค. 2569 11:04 น.

ศาลฟิลิปปินส์จำคุก 12 ปี นักข่าวสายสิทธิมนุษยชน ฐานสนับสนุนทางการเงินการก่อการร้าย

“เฟรนชี เม คุมปิโอ” นักข่าวสายสิทธิมนุษยชนของฟิลิปปินส์ ถูกศาลตัดสินจำคุกอย่างน้อย 12 ปี ในข้อหาสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย หลังถูกคุมขังนาน 6 ปี โดยไม่มีการพิจารณาคดี ด้านองค์กรสื่อทั่วโลกประณาม เป็นการใช้อำนาจรัฐปิดปากผู้วิพากษ์วิจารณ์ และเป็นสัญญาณอันตรายต่อเสรีภาพสื่อในประเทศ

คุมปิโอถูกจับกุมตัวตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารบุกจู่โจมบ้านพักของเธอในยามวิกาล โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าพบระเบิดมือ อาวุธปืน และธงสัญลักษณ์คอมมิวนิสต์บนเตียงนอนของเธอ นอกจากนี้ยังมีการยึดเงินสดจำนวนมาก ซึ่งคุมปิโอชี้แจงมาโดยตลอดว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการระดมทุนเพื่อกิจกรรมสาธารณะ

วันนี้ (22 ม.ค.) หลังจากคุมปิโอถูกคุมขังในเรือนจำมานานถึง 6 ปีโดยไม่มีการพิจารณาคดี ศาลได้ตัดสินยกฟ้องเธอในข้อหาครอบครองอาวุธปืนและวัตถุระเบิดโดยผิดกฎหมาย แต่กลับตัดสินว่าเธอมิความผิดในข้อหา “สนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย” ทนายความของคุมปิโอระบุว่า คำตัดสินนี้ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อการทำข่าวที่มุ่งเน้นเรื่องราวในท้องถิ่น เนื่องจากนักข่าวอิสระที่รายงานข่าวในพื้นที่ห่างไกลและสะท้อนความทุกข์ยากของคนยากจน มักตกเป็นเป้าหมายของการถูกตั้งข้อหาที่ “สร้างหลักฐานเท็จ” โดยรัฐ

คุมปิโอเป็นอดีตผู้อำนวยการสำนักข่าว Eastern Vista และจัดรายการวิทยุ ซึ่งเธอมักรายงานข่าวการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยกองทัพและตำรวจในภูมิภาควิซายัสตะวันออกอย่างต่อเนื่อง

อเล็กซานดรา บีลาโกวสกา ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนขององค์กรนักข่าวไร้พรมแดน กล่าวว่า คำตัดสินดังกล่าวแสดงให้เห็นถึง “การไม่เคารพเสรีภาพสื่ออย่างโจ่งแจ้ง” “ฟิลิปปินส์ควรเป็นแบบอย่างในระดับนานาชาติในการปกป้องเสรีภาพสื่อ ไม่ใช่ผู้กระทำความผิดที่กล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ดำเนินคดี และจำคุกนักข่าวเพียงเพราะพวกเขาทำหน้าที่ของตน” 

ด้าน เบห์ ลีห์ ยี ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของคณะกรรมการคุ้มครองนักข่าว (CPJ) ได้ประณามคำตัดสินของศาลว่า “คำตัดสินที่ไร้สาระนี้แสดงให้เห็นว่าคำมั่นสัญญาต่างๆ ที่ประธานาธิบดีเฟอร์ดินันด์ มาร์กอส จูเนียร์ ให้ไว้เกี่ยวกับการรักษาเสรีภาพสื่อนั้นเป็นเพียงคำพูดที่ว่างเปล่า” พร้อมเสริมว่านี่เป็นครั้งแรกที่นักข่าวถูกตั้งข้อหาว่าให้เงินสนับสนุนการก่อการร้ายในฟิลิปปินส์ “คำตัดสินนี้เน้นย้ำถึงความพยายามของทางการฟิลิปปินส์ที่จะปิดปากการรายงานข่าวที่วิพากษ์วิจารณ์”

สมาคมสตรีในวิทยุและโทรทัศน์ระหว่างประเทศ (IAWRT) และกลุ่มเสรีภาพสื่อหลายแห่งได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันประณามคำตัดสินนี้ว่า เป็น “ความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรม” และเป็นความพยายามของรัฐในการปิดปากผู้ที่กล้าพูดความจริง โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้ส่งข้อความที่น่าสะพรึงกลัวว่า “การบันทึกความยากลำบากของประชาชนกลายเป็นความผิดที่ต้องรับโทษ”

ทั้งนี้ จากข้อมูลขององค์กรนักข่าวนร้พรมแดน (RSF) ระบุว่า ประเทศฟิลิปปินส์ยังคงครองอันดับหนึ่งในประเทศที่อันตรายที่สุดสำหรับคนทำงานสื่อมวลชน.

ที่มา BBC AFP

ดินถล่มรุนแรงซัดจุดกางเต็นท์นิวซีแลนด์ — เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้สูญหาย

ดินถล่มรุนแรงซัดจุดกางเต็นท์นิวซีแลนด์ — เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้สูญหาย

22 ม.ค. 2569 10:28 น.

ดินถล่มรุนแรงซัดจุดกางเต็นท์นิวซีแลนด์ — เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้สูญหาย

กู้ภัยนิวซีแลนด์เร่งค้นหาและช่วยเหลือผู้สูญหาย หลังเกิดดินถล่มขนาดใหญ่ถล่มใส่จุดกางเต็นท์ริมชายหาดในเมืองเมานต์เมาน์กานูอี บนเกาะเหนือของประเทศ หลังอากาศแปรปรวนและฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน

ดินและหินจำนวนมากไหลลงมาจากเชิงเขาเมานต์เมาน์กานูอี หรือที่ชาวท้องถิ่นเรียกว่า “เมาเอา” ซึ่งเป็นภูเขาไฟเก่าที่ดับแล้ว ก่อนไหลทะลักเข้าทับพื้นที่ของ Beachside Holiday Park จุดกางเต็นท์ยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวและครอบครัวเข้าพักเป็นจำนวนมากในช่วงฤดูร้อนของซีกโลกใต้ ส่งผลให้เต็นท์ รถบ้าน รถยนต์ และสิ่งปลูกสร้างหลายส่วนถูกฝังอยู่ใต้ซากดินถล่ม

ตำรวจนิวซีแลนด์ระบุว่า มีผู้สูญหายหลายคน แต่ยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขที่แน่ชัดได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยเผยว่า ภายในหลายชั่วโมงแรกหลังเกิดเหตุ ยังไม่พบผู้รอดชีวิต และไม่ตรวจพบสัญญาณชีพจากใต้ซากถล่ม อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการค้นหายังคงดำเนินต่อไปอย่างเต็มกำลัง แม้จะเผชิญความเสี่ยงจากดินที่ยังไม่เสถียรและอาจเกิดดินถล่มซ้ำ

ทีมกู้ภัยได้ระดมกำลังทั้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ตำรวจ หน่วยค้นหาและกู้ภัยพิเศษ สุนัขดมกลิ่น และเฮลิคอปเตอร์ เข้าช่วยเหลือในพื้นที่ ขณะที่ทางการสั่งปิดแคมป์กราวด์ทันทีหลังเกิดเหตุ และอพยพผู้ที่อยู่ใกล้เคียงออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

รัฐมนตรีด้านการจัดการเหตุฉุกเฉินของนิวซีแลนด์ยืนยันว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าปฏิบัติการกู้ภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานงานกับรัฐบาลท้องถิ่นและหน่วยงานกลางเพื่อสนับสนุนทรัพยากรเพิ่มเติม โดยขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่ประสบภัยและติดตามคำเตือนอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์ดินถล่มครั้งนี้เป็นหนึ่งในหลายเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั่วเกาะเหนือ หลังนิวซีแลนด์เผชิญฝนตกหนักผิดปกติในช่วงฤดูร้อน ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วม ดินสไลด์ และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ทางการเตือนว่าความเสี่ยงจากดินถล่มยังคงมีอยู่ หากฝนยังตกต่อเนื่องในช่วงหลายวันข้างหน้า.

ที่มา : ABCnews

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ นิวซีแลนด์

นายกเทศมนตรีอิตาลีถูกคลื่นยักษ์ซัดขณะไลฟ์สด ตรวจสถานการณ์พายุถล่มภาคใต้ อพยพ-กู้ภัยวุ่นหลายพื้นที่

นายกเทศมนตรีอิตาลีถูกคลื่นยักษ์ซัดขณะไลฟ์สด ตรวจสถานการณ์พายุถล่มภาคใต้ อพยพ-กู้ภัยวุ่นหลายพื้นที่

22 ม.ค. 2569 10:08 น.

นายกเทศมนตรีอิตาลีถูกคลื่นยักษ์ซัดขณะไลฟ์สด ตรวจสถานการณ์พายุถล่มภาคใต้ อพยพ-กู้ภัยวุ่นหลายพื้นที่

นายกเทศมนตรีเมืองตาโอร์มินาของอิตาลี ถูกคลื่นยักษ์ซัดเข้าใส่ ขณะกำลังไลฟ์สดรายงานความเสียหายริมชายฝั่ง ท่ามกลางสภาพอากาศแปรปรวนทั่วพื้นที่ตอนใต้ ทั้งลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก หิมะ และคลื่นยักษ์ 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่เมืองซานตา เทเรซา ดิ รีวา ทางตะวันออกของเกาะซิซิลี ขณะที่ คาเตโน เด ลูกา นายกเทศมนตรีเมืองตาโอร์มินา ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจากพายุ และไลฟ์สดผ่านโซเชียลมีเดียร่วมกับ ดานิโล โล จูดิชเช นายกเทศมนตรีเมืองซานตา เทเรซา ดิ รีวา เพื่อเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงถนนเลียบชายฝั่ง

โดยระหว่างการถ่ายทอดสด ก็เกิดคลื่นยักษ์ซัดข้ามแนวกั้นริมทะเลเข้ามาอย่างรุนแรง แม้นายกเทศมนตรีจะยืนอยู่นอกเขตหวงห้าม แต่คลื่นดังกล่าวพุ่งลึกเข้ามามากกว่า 20 เมตรจากแนวชายฝั่ง แม้จะทำเอาทีมนายกเทศมนตรีทรงตัวไม่อยู่และเปียกปอน แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้

มีรายงานว่า พายุรุนแรงที่ถล่มอิตาลีตอนใต้ยังส่งผลให้เกิดเหตุฉุกเฉินเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงอิตาลีรายงานว่า ตลอด 3 วันที่ผ่านมา มีการเข้าช่วยเหลือประชาชนมากถึง 1,650 ครั้ง ใช้กำลังเจ้าหน้าที่กว่า 1,480 นาย โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือเกาะซิซิลี มีปฏิบัติการช่วยเหลือมากกว่า 1,013 ครั้ง

ในเมืองปาแลร์โม เจ้าหน้าที่ต้องอพยพประชาชน 8 คน รวมถึงเด็ก 2 คน ออกจากอาคารหลายแห่ง หลังคลื่นทะเลซัดน้ำทะลักเข้าท่วมชั้นใต้ดิน และที่ท่าเรือเล็กอาเรเนลลา รถยนต์คันหนึ่งถูกคลื่นซัดตกทะเลและจมลง แต่เจ้าของรถสามารถหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ บนเกาะซาร์ดิเนีย มีการช่วยเหลือกว่า 360 ครั้งตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม ส่วนแคว้นคาลาเบรีย ทีมกู้ภัยเข้าปฏิบัติการเกือบทั่วภูมิภาค โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งทะเลไอโอเนียน รวมแล้ว 293 ครั้ง ขณะที่หน่วยกู้ภัยของตำรวจการเงินอิตาลียังช่วยเหลือครอบครัวชาวสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งติดอยู่กลางพายุหิมะใกล้ปล่องภูเขาไฟเอตนาอีกด้วย

หลังเหตุการณ์ นายกเทศมนตรีเมืองตาโอร์มินาเรียกร้องให้รัฐบาลกลางประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อเร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานชายฝั่งที่ได้รับความเสียหาย และลดขั้นตอนทางราชการที่ล่าช้า โดยเฉพาะด้านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม.

ที่มา :AP

ดูคลิป ที่นี่

ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุก 23 ปี อดีตนายกฯ “ฮัน ด็อกซู” ฐานสนับสนุนอดีตปธน.ยุน ประกาศกฎอัยการศึก

ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุก 23 ปี อดีตนายกฯ "ฮัน ด็อกซู" ฐานสนับสนุนอดีตปธน.ยุน ประกาศกฎอัยการศึก

22 ม.ค. 2569 09:31 น.

ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุก 23 ปี อดีตนายกฯ “ฮัน ด็อกซู” ฐานสนับสนุนอดีตปธน.ยุน ประกาศกฎอัยการศึก

อดีตนายกฯ “ฮัน ด็อกซู” ของเกาหลีใต้ถูกศาลตัดสินโทษหนัก จำคุก 23 ปีฐานมีส่วนร่วม “กบฏต่อรัฐธรรมนูญ” จากการสนับสนุนอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล ประกาศกฎอัยการศึก 

วันที่ 21 มกราคม 2569 สำนักข่าวยอนฮัปรายงานว่า ศาลแขวงกรุงโซลมีคำพิพากษาสั่งจำคุกนายฮัน ด็อกซู อดีตนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ เป็นเวลา 23 ปี ฐานมีบทบาทสำคัญในการก่อการกบฏ จากการสนับสนุนอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล ในการประกาศกฎอัยการศึกเป็นเวลาสั้นๆ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ปีที่แล้ว

พร้อมกันนี้มีคำสั่งให้ควบคุมนายตัวฮันในห้องพิจารณาคดีทันที โดยให้เหตุผลว่า มีความเสี่ยงต่อการทำลายพยานหลักฐาน พร้อมระบุว่า อดีตนายกรัฐมนตรีมีส่วนร่วมในการกบฏจากการเสนอให้อดีตประธานาธิบดียุนเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีก่อนประกาศกฎอัยการศึก

ทางด้านผู้พิพากษา กล่าวว่า จำเลยมีหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับความชอบธรรมทางประชาธิปไตยโดยอ้อม ที่จะต้องยึดมั่นรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รวมถึงปกป้องระบอบรัฐธรรมนูญอย่างถึงที่สุด แต่จำเลยกลับละเลยหน้าที่นั้น และเลือกเข้าร่วมการกบฏ โดยเชื่อว่าการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 3 ธันวาคมอาจประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ คำพิพากษานี้ถือเป็นคำตัดสินครั้งแรกที่ศาลยืนยันอย่างเป็นทางการว่า การประกาศกฎอัยการศึกและการดำเนินการที่ตามมา เข้าข่ายการก่อการกบฏต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นการที่ศาลลงโทษหนักกว่าที่คณะอัยการพิเศษของ โช อึนซุก ร้องขอไว้ที่จำคุก 15 ปี ในข้อหาร่วมสนับสนุนหัวหน้าขบวนการกบฏ มีบทบาทสำคัญในการกบฏ และให้การเท็จ.

ที่มา Yonhap