ชาวเนปาลนับพันคน ชุมนุมทวงคืนสถาบันกษัตริย์ ก่อนการเลือกตั้งใหญ่เดือนมีนาคมนี้

ชาวเนปาลนับพันคน ชุมนุมทวงคืนสถาบันกษัตริย์ ก่อนการเลือกตั้งใหญ่เดือนมีนาคมนี้

12 ม.ค. 2569 09:35 น.

ชาวเนปาลนับพันคน ชุมนุมทวงคืนสถาบันกษัตริย์ ก่อนการเลือกตั้งใหญ่เดือนมีนาคมนี้

ชาวเนปาลนับพันคนชุมนุมในกรุงกาฐมาณฑุ เรียกร้องให้มีการฟื้นฟูสถาบันกษัตริย์ก่อนเลือกตั้งมี.ค.นี้ ขณะที่รัฐบาลใหม่ที่เพิ่งเข้าบริหารประเทศ เจอกระแสความไม่พอใจที่แก้ปัญหาคอร์รัปชั่นล่าช้า

วันที่ 11 มกราคม 2568 ชาวเนปาลนับพันคนรวมตัวชุมนุมในกรุงกาฐมาณฑุ เรียกร้องให้มีการฟื้นฟูสถาบันกษัตริย์ก่อนการเลือกตั้งรัฐสภาที่กำหนดจัดขึ้นในเดือนมีนาคมนี้ โดยผู้ชุมนุมพร้อมใจกันตะโกนคำขวัญ “เรารักกษัตริย์ของเรา นำกษัตริย์กลับมา” โดยการชุมนุมครั้งล่าสุดเป็นไปอย่างสงบ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของตำรวจควบคุมฝูงชน

โดยการชุมนุมจัดขึ้นบริเวณอนุสาวรีย์พระเจ้าปฤถวี นารายัน ชาห์ กษัตริย์ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ชาห์ ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 นับเป็นการชุมนุมครั้งแรกของกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตราชวงศ์ หลังเหตุประท้วงรุนแรงของกลุ่มคนรุ่นใหม่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลและกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ 

หนึ่งในผู้ชุมนุม ระบุว่าทางเลือกสุดท้ายและทางเลือกเดียวของเนปาล คือการกลับคืนสู่สถาบันกษัตริย์ พร้อมเสริมว่า หลังการเคลื่อนไหวของคนรุ่น Gen Z และเส้นทางที่ประเทศดำเนินมานั้นจำเป็นต้องฟื้นฟูสถาบันกษัตริย์เพื่อจัดการสถานการณ์ที่สับสนในปัจจุบัน

นอกจากนี้วันที่จัดการชุมนุมยังตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระเจ้าปฤถวี นารายัน ชาห์ ซึ่งในอดีตการชุมนุมประจำปีลักษณะนี้เคยลุกลามเป็นความรุนแรง มีการปะทะระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจ โดยเมื่อเดือนมีนาคม ปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ จากการชุมนุมสนับสนุนสถาบันกษัตริย์ 

ทั้งนี้ เนปาลยกเลิกระบอบกษัตริย์และเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐในปี 2551 หลังกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ถูกกดดันให้สละราชสมบัติ ขณะที่รัฐบาลเฉพาะกาลปัจจุบันของนายกรัฐมนตรีสุชิลา การ์กี เพิ่งเข้าบริหารประเทศหลังการประท้วงของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไม่พอใจปัญหาคอร์รัปชัน อัตราการว่างงาน และการบริหารประเทศที่ล้มเหลว.

ที่มา AP

กลุ่มสิทธิอ้าง ประท้วงอิหร่านดับทะลุ 500 ศพ ทรัมป์จ่อประชุมทางเลือกโจมตี

กลุ่มสิทธิอ้าง ประท้วงอิหร่านดับทะลุ 500 ศพ ทรัมป์จ่อประชุมทางเลือกโจมตี

12 ม.ค. 2569 06:06 น.

กลุ่มสิทธิอ้าง ประท้วงอิหร่านดับทะลุ 500 ศพ ทรัมป์จ่อประชุมทางเลือกโจมตี

กลุ่มสิทธิมนุษยชนอ้างว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในการประท้วงใหญ่ที่ประเทศอิหร่านเพิ่มขึ้นจนมากกว่า 500 ศพแล้ว ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประชุมทางเลือกต่างๆ ที่จะใช้กับอิหร่าน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค. 2569 กลุ่มสิทธิมนุษยชน HRANA ซึ่งมีฐานอยู่ในสหรัฐฯ ระบุว่า เหตุประท้วงรุนแรงในประเทศอิหร่านทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 490 ศพในฝ่ายผู้ประท้วง ขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเสียชีวิต 48 ศพ โดยมีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 10,600 คน ตลอดการประท้วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

รัฐบาลอิหร่านยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาขู่ก่อนหน้านี้ว่า จะโจมตีอิหร่าน “อย่างหนักหน่วง” หากพวกเขา “เริ่มเข่นฆ่าประชาชน” และโพสต์ข้อความในวันเสาร์ว่า “อิหร่านกำลังมองหาเสรีภาพ ในแบบที่อาจไม่เคยมีมาก่อน สหรัฐฯ พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ!!!”

ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งบอกกับสำนักข่าว รอยเตอร์ส เมื่อวันอาทิตย์ว่า ทรัมป์มีกำหนดหารือกับที่ปรึกษาอาวุโสในวันอังคารเพื่อพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ ที่จะใช้กับอิหร่าน

ขณะที่ วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่าทางเลือกเหล่านั้นรวมถึงการโจมตีทางทหาร, การใช้อาวุธลับไซเบอร์, การขยายมาตรการคว่ำบาตร และการให้ความช่วยเหลือทางออนไลน์แก่กลุ่มต่อต้านรัฐบาล

ทางด้านนาย โมฮัมหมัด บาเคอร์ กาลิบัฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้ออกมาเตือนวอชิงตันไม่ให้ “คาดการณ์ผิดพลาด”

“เราขอพูดให้ชัดเจนว่า ในกรณีที่มีการโจมตีอิหร่าน ดินแดนที่ถูกยึดครอง (อิสราเอล) รวมถึงฐานทัพและเรือทหารทั้งหมดของสหรัฐฯ จะตกเป็นเป้าหมายอย่างชอบธรรมของเรา” กาลิบัฟ ซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านกล่าว

ทั้งนี้ การประท้วงในอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อ 28 ธ.ค. 2568 จากความไม่พอใจในปัญหาค่าเงินตกต่ำ ก่อนจะลุกลามเป็นการประท้วงต่อต้านการปกครองของรัฐบาล ที่ดำเนินมาตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 2522

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านกล่าวโทษสหรัฐฯ กับอิสราเอลว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการประท้วงที่เกิดขึ้น เพื่อทำลายเสถียรภาพของอิหร่าน และเรียกกลุ่มผู้ประท้วงบางส่วนที่ก่อเหตุจุดไฟเผามัสยิด, โจมตีธนาคาร และทรัพย์สินสาธารณะว่า “ผู้ก่อการร้าย”

“เหล่าครอบครัวทั้งหลาย ผมขอร้องพวกคุณว่า อย่าปล่อยให้ลูกหลานของท่านเข้าร่วมกับกลุ่มผู้ก่อจลาจลและผู้ก่อการร้ายที่ตัดศีรษะและเข่นฆ่าผู้คน” นายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวในการสัมภาษณ์ผ่านทางโทรทัศน์ พร้อมเสริมว่ารัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังประชาชนและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อิหร่านได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตอังกฤษเข้าพบที่กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อประท้วงต่อ “ความเห็นในเชิงแทรกแซง” ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศแห่งอังกฤษ กับกรณีที่มีผู้ประท้วงปลดธงชาติอิหร่านออกจากอาคารสถานทูตในกรุงลอนดอน แล้วแทนที่ด้วยธงยุคก่อนการปฏิวัติอิสลาม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ปมสหรัฐฯ โค่นมาดูโรฟ้าแลบ 3 เหตุชิงกินรวบอำนาจ

ปมสหรัฐฯ โค่นมาดูโรฟ้าแลบ 3 เหตุชิงกินรวบอำนาจ

ปมสหรัฐฯ โค่นมาดูโรฟ้าแลบ 3 เหตุชิงกินรวบอำนาจ

12 ม.ค. 2569 05:01 น.

สถานการณ์โลกร้อนแรงขึ้นทันที เมื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา” ได้สั่งเปิดปฏิบัติการทางทหารบุกโจมตี เวเนซุเอลา “เพื่อควบคุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร” แบบสายฟ้าแลบใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงนำตัวส่งไปดำเนินคดีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับยาเสพติดในสหรัฐฯ

ถังแก๊สระเบิด บ่าว-สาวปากีสถานดับสลด หลังแต่งงานวันเดียว

ถังแก๊สระเบิด บ่าว-สาวปากีสถานดับสลด หลังแต่งงานวันเดียว

12 ม.ค. 2569 03:17 น.

ถังแก๊สระเบิด บ่าว-สาวปากีสถานดับสลด หลังแต่งงานวันเดียว

เกิดเหตุถังแก๊สระเบิดที่บ้านหลังหนึ่งในเมืองหลวงของปากีสถาน ส่งผลให้คู่บ่าวสาวซึ่งเพิ่งแต่งงานกันได้วันเดียว เสียชีวิตทั้งคู่ และมีผู้เคราะห์ร้ายรายอื่นอีก 6 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 11 ม.ค. 2569 ว่า เกิดเหตุถังแก๊สระเบิดที่บ้านหลังหนึ่งในกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ส่งผลให้คู่บ่าวสาวที่เพิ่งจัดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสได้เพียงวันเดียว เสียชีวิตทั้งคู่

เหตุระเบิดยังทำให้มีผู้เสียชีวิตรายอื่นๆ อีก 6 ศพ รวมถึงแขกที่มาร่วมงานแต่งงานและสมาชิกในครอบครัวที่พักอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 8 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 10 คน

เหตุระเบิดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 07:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์ (11 ม.ค.) ส่งผลให้หลังคาบ้านพังถล่มลงมา ผนังบางส่วนของตัวบ้านถูกแรงอัดจนพังทลาย ทำให้เศษซากปรักหักพังและเครื่องเรือนกระจัดกระจายไปทั่ว

เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นเนื่องจากมีแก๊สรั่วไหลจนสะสมอยู่เต็มห้องก่อนจะเกิดการระเบิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีบ้านใกล้เรือนเคียงอีก 3 หลังได้รับความเสียหายด้วย

นายฮานีฟ มาซีห์ พ่อของเจ้าบ่าว เปิดเผยว่าลูกชายของเขาเพิ่งเข้าพิธีวิวาห์ไปเมื่อวันก่อน โดยคู่บ่าวสาวพร้อมด้วยสมาชิกในครอบครัวและแขกเหรื่อ กำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ในบ้านตอนที่เกิดการระเบิด

มาซีห์กล่าวว่า ทุกคนเข้านอนเมื่อเวลาประมาณ 03:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และต้องตื่นมาพบกับความพินาศย่อยยับ โดยนอกจากลูกชายของมาซีห์แล้ว ลูกสะใภ้ ภรรยา และน้องสะใภ้ของเขาต่างก็เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ทั้งหมด

ด้านตำรวจระบุว่า ได้ปิดล้อมที่เกิดเหตุแล้วและกำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุของการระเบิด โดยมีการส่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานในชุดคลุมสีขาวเข้าตรวจสอบซากปรักหักพังอย่างละเอียด มีการใช้สุนัขดมกลิ่นและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อให้แน่ใจว่าช่วยทุกคนออกมาจากใต้ซากปรักหักพังแล้วด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

พบแล้ว 7 ศพ ภูเขาขยะถล่มในฟิลิปปินส์ หายอีก 29 ความหวังริบหรี่

พบแล้ว 7 ศพ ภูเขาขยะถล่มในฟิลิปปินส์ หายอีก 29 ความหวังริบหรี่

12 ม.ค. 2569 02:27 น.

พบแล้ว 7 ศพ ภูเขาขยะถล่มในฟิลิปปินส์ หายอีก 29 ความหวังริบหรี่

จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุภูเขาขยะถล่มที่ฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นเป็น 7 ศพแล้ว ในขณะที่ความหวังในการพบผู้รอดชีวิตเพิ่มเติมเหลือน้อยเต็มทีแล้ว

เจ้าหน้าที่ในประเทศฟิลิปปินส์กล่าวในวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค. 2569 ว่า ความหวังในการพบผู้รอดชีวิตจากเหตุภูเขาขยะขนาดมหึมาถล่มทับอาคารใกล้เคียงในภาคกลางของประเทศ เหลือน้อยลงทุกทีแล้ว หลังจากเวลาผ่านไปหลายวัน แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งขุดค้นซากขยะจำนวนมหาศาล เพื่อค้นหาผู้ประสบเหตุ

เจ้าหน้าที่กู้ร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งรายเมื่อวันอาทิตย์ ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้วเพิ่มขึ้นเป็น 7 ศพ โดยยังมีผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 29 ราย ในขณะที่ช่วงเวลาวิกฤต 72 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงที่มีโอกาสพบผู้รอดชีวิตมากที่สุด นับตั้งแต่เกิดเหตุในเมืองเซบู ได้ผ่านพ้นไปแล้ว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (8 ม.ค.) โดยภูเขาขยะซึ่งมีความสูงประมาณตึก 20 ชั้นที่บ่อขยะบินาลิว (Binaliw Landfill) พังถล่มลงมาทับอาคารสำนักงาน โครงเหล็ก และพื้นที่ทำงานใกล้เคียง ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่สุขาภิบาลประมาณ 50 คนถูกฝังทั้งเป็น

อนึ่ง บ่อขยะบินาลิว เป็นพื้นที่จัดการขยะของเอกชนที่รองรับขยะจากเมืองเซบู ซึ่งมีประชากรเกือบหนึ่งล้านคน

“เมื่อวานนี้ เราตรวจพบสัญญาณชีพสองจุดผ่านอุปกรณ์เรดาร์เฉพาะทาง โดยยังตรวจพบเสียงหัวใจเต้นอยู่ลึกลงไปใต้ซากปรักหักพัง 30 เมตร แต่ในขณะนี้ ยังไม่มีรายงานการพบสัญญาณดังกล่าวเพิ่มเติมแล้ว” นายเวนเดลล์ บียานูเอวา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงท้องถิ่นบอกกับ AFP เมื่อวันอาทิตย์

จนถึงตอนนี้มีผู้รอดชีวิตเพียง 12 รายที่ถูกดึงตัวออกมาจากกองขยะได้อย่างปลอดภัยและถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาล

โดยเมื่อวันเสาร์ เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะเกิดการถล่มซ้ำ เนื่องจากภูเขาขยะยังคงมีการเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องหยุดปฏิบัติงานเป็นระยะ นอกจากนั้น ฝนที่ตกลงมายังเพิ่มอันตรายดังกล่าวให้มากขึ้นด้วย

นายบียานูเอวาบอกกับสำนักข่าว AFP ว่า ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่จะเปลี่ยนเป้าหมายจากการกู้ชีพ เป็นการกู้ร่างในวันจันทร์นี้ โดยเสริมในภายหลังว่าการตัดสินใจขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับทีมงานจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ไฟป่าออสเตรเลีย ยังลุกโชน 30 จุด คร่าแล้ว 1 ศพ บ้านวอด 300 หลัง

ไฟป่าออสเตรเลีย ยังลุกโชน 30 จุด คร่าแล้ว 1 ศพ บ้านวอด 300 หลัง

12 ม.ค. 2569 01:41 น.

ไฟป่าออสเตรเลีย ยังลุกโชน 30 จุด คร่าแล้ว 1 ศพ บ้านวอด 300 หลัง

เหตุไฟป่าในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลียยังคงรุนแรง เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ บ้านเรือนถูกทำลายนับร้อยหลัง ขณะที่ทางการเตือนว่า ไฟอาจลุกไหม้ไปอีกหลายสัปดาห์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ม.ค. 2569 ว่า เหตุไฟป่ารุนแรงหลายสิบจุดในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งลุกไหม้มานานหลายวันแล้ว ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ศพ ขณะที่บ้านเรือนถูกทำลายอีกกว่า 300 หลัง

ไฟป่าส่วนใหญ่อยู่ในรัฐวิกตอเรีย และบางส่วนในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งได้เผาไหม้พื้นที่กินอาณาบริเวณกว้างเกือบสองเท่าของขนาดพื้นที่เกรเทอร์ลอนดอน

รัฐวิกตอเรียประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไปแล้วก่อนหน้านี้ ขณะที่นักผจญเพลิงหลายพันคนและเครื่องบินมากกว่า 70 ลำกำลังเร่งต่อสู้กับเปลวเพลิง นอกจากนี้ ผู้อยู่อาศัยในชุมชนมากกว่าสิบแห่งได้รับคำแนะนำให้ละทิ้งที่อยู่อาศัยเพื่อความปลอดภัย

ทางการออสเตรเลียกังวลว่า ไฟป่าในครั้งนี้ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด แห้งแล้ง และกระแสลมแรง อาจจะยังคงเผาไหม้ต่อเนื่องไปอีกนานหลายสัปดาห์

นางจาซินตา อัลลัน หัวหน้ารัฐบาลรัฐวิกตอเรียเปิดเผยว่า จนถึงตอนนี้มีไฟป่าที่ยังคงลุกไหม้อยู่ 30 จุดทั่วรัฐ โดยมี 10 จุดที่น่ากังวลเป็นพิเศษ โดยไฟเผาผลาญพื้นที่ไปแล้วกว่า 350,000 เฮกตาร์ (ราว 2.187 ล้านไร่) นับจนถึงเวลา 8.00 น. วันอาทิตย์ (10 ม.ค.)

“เราจะยังคงเห็นไฟป่าเกิดขึ้นทั่วรัฐต่อไปอีกระยะหนึ่ง และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงยังห่างไกลจากจุดที่เลวร้ายที่สุดของเหตุการณ์นี้อีกมาก” นางอัลลันบอกกับสื่อออสเตรเลีย “ขณะนี้ยังมีไฟป่าที่ยังคงลุกไหม้อยู่และกำลังคุกคามบ้านเรือนรวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ”

ด้านตำรวจเผยว่า พบร่างผู้เสียชีวิตในหมู่บ้านโกเบอร์ (Gobur) ใกล้กับเมืองลองวูด (Longwood) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเมลเบิร์น เมืองหลวงของรัฐไปทางเหนือประมาณ 110 กิโลเมตร โดยขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้

ควันจากไฟป่ากำลังส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในหลายพื้นที่ทั่วรัฐวิกตอเรีย รวมถึงในเขตปริมณฑลของเมลเบิร์นด้วย

หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า ฮาร์คอร์ต (Harcourt) บริเวณที่ราบสูงภาคกลางของรัฐวิกตอเรีย โดย ไทโรน ไรซ์ หนึ่งในนักผจญเพลิงต้องสูญเสียบ้านของตัวเองไปในกองเพลิง ซึ่งเขามารู้ข่าวว่าบ้านกำลังถูกไฟไหม้ในขณะที่เขากำลังออกไปปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่าอีกจุดหนึ่งอยู่

เขาบอกกับสื่อออสเตรเลียว่า ความรู้สึกนั้น “เหมือนถูกเตะเข้าที่หน้าท้องอย่างจัง แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนเจอเรื่องแบบนี้ และผมก็คงไม่ใช่คนสุดท้ายเช่นกัน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์เตือนคิวบา ให้รีบทำข้อตกลง ก่อนจะสายเกินไป

ทรัมป์เตือนคิวบา ให้รีบทำข้อตกลง ก่อนจะสายเกินไป

11 ม.ค. 2569 23:28 น.

ทรัมป์เตือนคิวบา ให้รีบทำข้อตกลง ก่อนจะสายเกินไป

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความเตือนประเทศคิวบา ให้รีบทำข้อตกลงก่อนจะสายเกินไป เพราะน้ำมันกับเงินที่พวกเขาได้จากเวเนซุเอลามาตลอดนั้น จะหยุดลงแล้ว

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกโรงเตือนประเทศคิวบาว่า ให้รีบทำข้อตกลงก่อนจะสายเกินไป เพราะว่าหลังจากนี้น้ำมันและเงินที่ส่งไปจากเวเนซุเอลาให้คิวบา จะหยุดลงแล้ว ตามหลังปฏิบัติการจับกุมประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร เมื่อ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา

เวเนซุเอลาเป็นพันธมิตรเหนียวแน่นของคิวบามาตลอด และเชื่อกันว่า เวเนซุเอลาส่งน้ำมันไปให้ประเทศเกาะแห่งนี้ประมาณ 35,000 บาร์เรลต่อวัน แต่ทรัมป์ระบุว่าเรื่องนี้กำลังจะจบลงแล้ว

“คิวบาอยู่รอดมาได้หลายปีด้วยน้ำมันและเงินจำนวนมหาศาลจากเวเนซุเอลา เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน คิวบาได้มอบ ‘การรักษาความปลอดภัย’ ให้แก่ผู้นำเผด็จการ 2 คนล่าสุดของเวเนซุเอลา แต่ตอนนี้มันจะไม่เป็นแบบนั้นอีกต่อไป!” ทรัมป์ระบุในโพสต์บน Truth Social เมื่อวันอาทิตย์

“จะไม่มีการส่งน้ำมันหรือเงินไปยังคิวบาอีกต่อไป ไม่มี! ผมขอแนะนำอย่างจริงจังให้พวกเขาทำข้อตกลงเสียก่อนที่จะสายเกินไป” นายทรัมป์ระบุ โดยไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขของข้อตกลงหรือผลลัพธ์ที่คิวบาอาจจะต้องเผชิญ

อนึ่ง คิวบาได้จัดหาทีมอารักขาความปลอดภัยส่วนตัวให้กับนายมาดูโรมานานหลายปีแล้ว โดยรัฐบาลคิวบาระบุว่ามีพลเมืองของตน 32 รายถูกสังหารระหว่างปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา

ด้านนายทรัมป์ระบุว่า “ชาวคิวบาเหล่านั้นส่วนใหญ่ตายแล้วจากการโจมตีของสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และเวเนซุเอลาไม่ต้องการความคุ้มครองจากพวกอันธพาลและพวกกรรโชกทรัพย์ที่จับพวกเขาเป็นตัวประกันมานานหลายปีอีกต่อไป”

“ตอนนี้เวเนซุเอลามีสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นกองทัพที่ทรงพลังที่สุดในโลก (อย่างเทียบกันไม่ติด!) คอยคุ้มครองพวกเขา และเราจะคุ้มครองพวกเขาอย่างแน่นอน” โพสต์ของนายทรัมป์ระบุ

ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาลของทรัมป์จะยังไม่ได้ระบุแผนการที่ชัดเจนต่อคิวบา แต่ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยกล่าวว่าการแทรกแซงทางทหารนั้นไม่จำเป็น เพราะประเทศนี้ “พร้อมที่จะล่มสลาย” อยู่แล้ว

นายทรัมป์ยังแชร์ข้อความบนโซเชียลมีเดียที่เสนอให้นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายคิวบา ขึ้นเป็นประธานาธิบดีของคิวบา โดยนายทรัมป์โพสต์ข้อความว่า “ฟังดูดีสำหรับผมนะ!”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านลั่นตอบโต้แน่ หากสหรัฐฯ โจมตี ประท้วงดับแล้ว 100 ศพ

อิหร่านลั่นตอบโต้แน่ หากสหรัฐฯ โจมตี ประท้วงดับแล้ว 100 ศพ

11 ม.ค. 2569 22:10 น.

อิหร่านลั่นตอบโต้แน่ หากสหรัฐฯ โจมตี ประท้วงดับแล้ว 100 ศพ

ทางการอิหร่านออกโรงเตือนว่า พวกเขาพร้อมตอบโต้ หากสหรัฐฯ โจมตีพวกเขาตามคำขู่ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในขณะที่การประท้วงยังรุนแรง มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 ศพแล้ว

สำนักข่าว บีบีซี รายงานเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2569 ว่า ทางการอิหร่านออกมาเตือนว่า จะทำการตอบโต้หากสหรัฐฯ ตัดสินใจโจมตีพวกเขาตามคำขู่ ในขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงยังคงออกมาท้าทายการปราบปรามของรัฐบาลเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 2 แห่งบอกกับสื่อว่า มีร่างผู้เสียชีวิตถูกส่งให้พวกเขามากกว่า 100 ศพในเวลาเพียง 2 วัน

บีบีซี ระบุว่า คลิปวิดีโอจากที่เกิดเหตุกับคำบอกเล่าของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ชี้ว่ารัฐบาลอิหร่านกำลังยกระดับการปราบปรามการประท้วง ซึ่งขยายตัวไปมากกว่า 100 เมืองทั่วทุกจังหวัดในอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาขู่ว่า จะโจมตีอิหร่าน “อย่างหนักหน่วง” หากพวกเขา “เริ่มเข่นฆ่าประชาชน” ต่อมาในวันเสาร์ (10 ม.ค.) นายทรัมป์ออกมากล่าวอีกว่า “สหรัฐฯ พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ ในขณะที่อิหร่านกำลังมองหาเสรีภาพ”

วันเดียวกัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรของอิหร่านออกมาตอบโต้คำขู่ของนายทรัมป์ว่า หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตี อิสราเอลรวมถึงฐานทัพและฐานส่งกำลังบำรุงทางเรือทั้งหมดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ จะตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีอย่างชอบธรรมในทันที

ทั้งนี้ การประท้วงที่กำลังเกิดขึ้นในอิหร่านมีสาเหตุหลักมาจาก ความไม่พอใจในวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรง เช่น เงินเฟ้อสูง ค่าเงินตกต่ำ สินค้าจำเป็นแพงขึ้น ก่อนจะลุกลามไปสู่ความไม่พอใจต่อการบริหารงานที่ผิดพลาด การคอร์รัปชัน และนโยบายต่างประเทศของรัฐบาล ประกอบกับความต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองของกลุ่มคนรุ่นใหม่

อย่างไรก็ตาม ทางการอิหร่านยกระดับการปราบปรามผู้ชุมนุมมากขึ้น โดยล่าสุด อัยการสูงสุดของอิหร่านระบุว่า ผู้ใดก็ตามที่ออกมาร่วมประท้วงจะถือว่าเป็น “ศัตรูของพระเจ้า” ซึ่งมีโทษถึงประหารชีวิต ในขณะที่อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวหาผู้ประท้วงว่าเป็นเพียงกลุ่มคนป่าเถื่อน ที่พยายามจะ “เอาใจ” โดนัลด์ ทรัมป์

ในขณะที่การประท้วงทวีความรุนแรงขึ้น จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยกลุ่มสิทธิมนุษยชน 2 แห่งรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 100 ศพ ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงด้วย

เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลหลายแห่งบอกกับ BBC ว่า พวกเขาต้องรับมือกับจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจนเกินขีดความสามารถ โดย BBC ตรวจสอบยืนยันแล้วว่า มีการนำร่างผู้เสียชีวิต 70 รายไปยังโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองแรชต์เมื่อคืนวันศุกร์ และบุคลากรทางการแพทย์รายหนึ่งเผยว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 38 รายที่โรงพยาบาลในกรุงเตหะราน

ด้านผู้บัญชาการตำรวจของอิหร่านกล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า ได้ยกระดับการเผชิญหน้ากับผู้ประท้วงมากขึ้น โดยมีการจับกุม “ตัวการสำคัญ” เมื่อคืนวันเสาร์ พร้อมอ้างด้วยว่า การเสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นฝีมือของกลุ่มบุคคลที่ได้รับการฝึกฝนและบงการมา ไม่ใช่ฝีมือของกองกำลังความมั่นคง แต่ไม่เผยรายละเอียดเพิ่มเติม

ตามรายงานของกลุ่มสิทธิมนุษยชน มีผู้ประท้วงถูกจับกุมไปแล้วมากกว่า 2,500 คน นับตั้งแต่การประท้วงเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2568

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สถาบันโนเบลยันรางวัลสันติภาพ “โอนให้กันไม่ได้” หลังผู้นำฝ่ายค้านเวเนฯ เปรยจะยกรางวัลให้ “ทรัมป์”

สถาบันโนเบลยันรางวัลสันติภาพ "โอนให้กันไม่ได้" หลังผู้นำฝ่ายค้านเวเนฯ เปรยจะยกรางวัลให้ "ทรัมป์"

11 ม.ค. 2569 11:52 น.

สถาบันโนเบลยันรางวัลสันติภาพ “โอนให้กันไม่ได้” หลังผู้นำฝ่ายค้านเวเนฯ เปรยจะยกรางวัลให้ “ทรัมป์”

คณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์ออกแถลงการณ์ ยืนยันกฎเหล็ก “รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ” ไม่สามารถโอนสิทธิ์ เปลี่ยนมือ หรือเพิกถอนได้ หลัง “มาเรีย คอรินา มาชาโด” เจ้าของรางวัลปี 2025 เปรยกลางรายการข่าวว่าอาจมอบรางวัลนี้ให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อตอบแทนที่ช่วยจับกุม “นิโกลัส มาดูโร”

สถาบันโนเบลแห่งนอร์เวย์ ออกแถลงการณ์ยืนยันว่ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพไม่สามารถโอน เปลี่ยนมือ หรือเพิกถอนให้แก่ผู้อื่นหลังประกาศผลแล้ว ตามข้อบังคับของมูลนิธิโดยตัดสินใจครั้งเดียวและถาวร โดยคณะกรรมการรางวัลโนเบลและสถาบันโนเบลระบุว่า “เมื่อรางวัลโนเบลได้รับการประกาศแล้ว จะไม่สามารถเพิกถอน แบ่งปัน หรือโอนไปยังผู้อื่นได้” เป็นคำตัดสินที่สิ้นสุดไม่สามารถอุทธรณ์ได้

คำชี้แจงดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบโต้กระแสข่าวกรณีที่ นางมาเรีย คอรินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลาและเจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพประจำปี 2025 ได้ให้สัมภาษณ์กับรายการของ ชอน แฮนนิตี้ ทางสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 ม.ค.) โดยเธอระบุว่าการส่งต่อรางวัลนี้ให้แก่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะเป็นการแสดงความขอบคุณจากชาวเวเนซุเอลา

นางมาชาโดกล่าวในรายการว่า ความตั้งใจนี้เกิดขึ้นหลังจากที่นายนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ถูกทางการสหรัฐฯ จับกุมตัวได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเมื่อแฮนนิตี้ถามย้ำว่าเธอได้เสนอขอมอบรางวัลนี้ให้ทรัมป์จริงหรือไม่ เธอตอบเพียงว่า “มันยังไม่เกิดขึ้น (ในตอนนี้)”

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเคยแสดงความสนใจในรางวัลโนเบลมาโดยตลอด ได้ออกมากล่าวว่าเขารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะรับรางวัลนี้ หากนางมาชาโดมอบให้ในระหว่างการเข้าพบกันที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์หน้า

สำหรับนางมาชาโด อดีตสมาชิกสมัชชาแห่งชาติเวเนซุเอลา ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งทั่วไปในปี 2024 โดยหน่วยงานที่ฝักใฝ่นายมาดูโร อย่างไรก็ตาม เธอได้ให้การสนับสนุนผู้สมัครตัวแทนที่ถูกมองว่าชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย แม้นายมาดูโรจะประกาศชัยชนะด้วยตนเองท่ามกลางข้อกังขาเรื่องความโปร่งใส ซึ่งผู้สังเกตการณ์อิสระต่างระบุว่าพบความผิดปกติในผลการเลือกตั้งอย่างชัดเจน

สถาบันโนเบลยังเน้นย้ำทิ้งท้ายว่า คณะกรรมการจะไม่มีการแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อการกระทำหรือคำแถลงของเจ้าของรางวัลหลังจากที่ได้รับมอบรางวัลไปแล้ว แต่ยืนยันว่าสิทธิ์ในตัวรางวัลนั้นไม่สามารถส่งต่อให้กันได้ตามกฎหมาย.

ที่มา Reuters

ผู้ประท้วงปีนระเบียงสถานทูตอิหร่านในลอนดอน

ผู้ประท้วงปีนระเบียงสถานทูตอิหร่านในลอนดอน

11 ม.ค. 2569 11:28 น.

ผู้ประท้วงปีนระเบียงสถานทูตอิหร่านในลอนดอน

สถานการณ์ประท้วงต้านรัฐบาลอิหร่านลามถึงกรุงลอนดอน หลังผู้ชุมนุมบุกปีนระเบียงสถานทูตอิหร่านและปลดธงชาติ ขณะที่ในประเทศอิหร่านวิกฤตหนัก การประท้วงเข้าสู่วันที่ 13 มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 50 ศพ ด้านผู้นำอังกฤษ-ฝรั่งเศส-เยอรมนี ออกแถลงการณ์ร่วมจี้รัฐบาลอิหร่านหยุดใช้ความรุนแรงและคืนสิทธิเสรีภาพให้ประชาชน

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (10 ม.ค.) บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำกรุงลอนดอน ในย่านเคนซิงตัน หนึ่งในผู้ประท้วงได้ปีนขึ้นไปบนระเบียงของอาคารสถานทูต ท่ามกลางเสียงเชียร์ของกลุ่มผู้ชุมนุมหลายร้อยคนที่รวมตัวกันอยู่ด้านล่าง ภาพฟุตเทจเผยให้เห็นวินาทีที่ชายคนดังกล่าวทำการดึงธงชาติอิหร่านลงมาจากยอดเสา ก่อนที่ในเวลาต่อมาทางสถานทูตจะนำธงกลับขึ้นไปติดตั้งตามเดิม

สำนักงานตำรวจนครบาลลอนดอน ระบุว่าได้ทำการจับกุมผู้ประท้วงแล้ว 2 ราย โดยรายแรกถูกตั้งข้อหาบุกรุกโดยมีพฤติการณ์รุนแรงและทำร้ายเจ้าหน้าที่ ส่วนรายที่สองถูกตั้งข้อหาบุกรุก นอกจากนี้ยังกำลังติดตามตัวบุคคลที่สามในข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการด้วยเช่นกัน

บรรยากาศการชุมนุมในลอนดอนเต็มไปด้วยการโบกธงและตะโกนคำขวัญต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน โดยมีผู้ชุมนุมจำนวนมากถือรูปของ เจ้าชายเรซา ปาห์ลาวี มกุฎราชกุมารพลัดถิ่นและพระราชโอรสของพระเจ้าชาห์แห่งอิหร่านผู้ล่วงลับ ซึ่งถูกโค่นอำนาจไปในการปฏิวัติปี 1979 โดยกลุ่มผู้ประท้วงทั้งในลอนดอนและในอิหร่านจำนวนมากเริ่มเรียกร้องให้พระองค์กลับคืนสู่ประเทศเพื่อฟื้นฟูระบอบกษัตริย์อีกครั้ง

การประท้วงครั้งใหญ่ในอิหร่านมีชนวนเหตุมาจากปัญหาเศรษฐกิจ ก่อนจะลุกลามเป็นการชุมนุมขับไล่รัฐบาลสาธารณรัฐอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ปัจจุบันการประท้วงเข้าสู่ปีที่ 13 และมีรายงานจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 50 ราย ขณะที่รัฐบาลอิหร่านได้สั่งตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศเพื่อควบคุมการสื่อสาร

ทางด้าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกมาประณามผู้ประท้วงว่าเป็น “ผู้ก่อความไม่สงบ” และกล่าวหาว่าคนกลุ่มนี้ทำไปเพื่อเอาใจประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นส่งผลให้นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ, เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และ ฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ออกแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอิหร่าน โดยระบุว่า “ทางการอิหร่านมีหน้าที่รับผิดชอบในการปกป้องประชาชนของตนเอง และต้องอนุญาตให้มีการแสดงออกและชุมนุมโดยสงบโดยปราศจากความกลัวว่าจะถูกตอบโต้”.

ที่มา BBC