สวิสสั่งสอบสวน 2 ผู้บริหารบาร์สกีรีสอร์ตดัง หลังไฟไหม้คืนเคาท์ดาวน์ คร่า 40 ศพ

สวิสสั่งสอบสวน 2 ผู้บริหารบาร์สกีรีสอร์ตดัง หลังไฟไหม้คืนเคาท์ดาวน์ คร่า 40 ศพ

4 ม.ค. 2569 11:26 น.

สวิสสั่งสอบสวน 2 ผู้บริหารบาร์สกีรีสอร์ตดัง หลังไฟไหม้คืนเคาท์ดาวน์ คร่า 40 ศพ

อัยการสวิตเซอร์แลนด์เปิดการสอบสวนฐานประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หลังเกิดเพลิงไหม้รุนแรงที่บาร์เลอ กงสเตลลาซีญง ในเมืองรีสอร์ตหรูครองส์-มงตานา พบปมปริศนา “พลุขวดแชมเปญ” จ่อเพดานโฟมกันเสียง ทำอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 600 องศาเซลเซียส เผาร่างเหยื่อจนระบุตัวตนยาก ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน

อัยการประจำรัฐวาเล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แถลงความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้รุนแรงภายในบาร์เลอ กงสเตลลาซีญง ระหว่างงานปาร์ตี้ฉลองคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 40 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 119 ราย โดยล่าสุดได้สั่งเปิดการสอบสวนทางอาญาต่อผู้บริหารบาร์ 2 ราย (ไม่ระบุชื่อ) ในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และประมาทเลินเล่อจนทำให้เกิดเพลิงไหม้

บีทริซ พิลลูด หัวหน้าอัยการรัฐวาเล ระบุว่า จากหลักฐานเบื้องต้นคาดว่าเพลิงเริ่มปะทุขึ้นหลังจากพนักงานนำ “พลุไฟประดับขวดแชมเปญ” เข้ามาในร้านและประกายไฟเกิดไปสัมผัสกับวัสดุโฟมกันเสียงที่ติดตั้งอยู่บนเพดานห้องใต้ดินซึ่งเป็นจุดที่ผู้คนกำลังเต้นรำ ทำให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วและแผ่กระจายไปทั่วทั้งอาคาร

นายเบียต ยานส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่านี่เป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ โดยขณะเกิดเหตุอุณหภูมิภายในอาคารพุ่งสูงถึง 500-600 องศาเซลเซียส ซึ่งความร้อนที่รุนแรงนี้ทำให้การพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง

ในขณะนี้เจ้าหน้าที่เพิ่งสามารถยืนยันตัวตนผู้เสียชีวิตได้เพียงบางส่วนเท่านั้น โดยหนึ่งในนั้นคือ “เอมานูเอเล กาเลปปินี” นักกอล์ฟเยาวชนทีมชาติอิตาลี ส่วนรายอื่นๆ ที่ระบุตัวตนได้ล่าสุดเป็นเยาวชนชาวสวิสอายุระหว่าง 16-21 ปี ทั้งนี้มีรายงานว่าเหยื่อบางรายอาจมีอายุต่ำกว่า 16 ปี เนื่องจากบาร์ดังกล่าวเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มวัยรุ่น (ในสวิตเซอร์แลนด์อนุญาตให้ดื่มเบียร์และไวน์ได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี)

ทางด้าน นายฌาคส์ โมเรตติ หนึ่งในเจ้าของบาร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ร้านของเขาผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยมาแล้วถึง 3 ครั้ง และดำเนินการทุกอย่างตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบประวัติการต่อเติมอาคาร, ระบบดับเพลิง, ทางหนีไฟ รวมถึงจำนวนคนที่อยู่ภายในร้านขณะเกิดเหตุว่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่ชาวเมืองเป็นอย่างมาก โดยประชาชนบางส่วนเรียกร้องให้มีการสอบสวนที่เป็นอิสระเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิตและครอบครัว ท่ามกลางบรรยากาศความโศกเศร้าที่ยังปกคลุมไปทั่วเมืองสกีรีสอร์ตแห่งนี้.

ที่มา Reuters

“มาดูโร” ถูกคุมขังในเรือนจำนิวยอร์ก ทรัมป์เผยสหรัฐฯ จะ “บริหาร” เวเนซุเอลา

"มาดูโร" ถูกคุมขังในเรือนจำนิวยอร์ก ทรัมป์เผยสหรัฐฯ จะ "บริหาร" เวเนซุเอลา

4 ม.ค. 2569 10:45 น.

“มาดูโร” ถูกคุมขังในเรือนจำนิวยอร์ก ทรัมป์เผยสหรัฐฯ จะ “บริหาร” เวเนซุเอลา

ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา ถูกคุมขังในเรือนจำนิวยอร์กแล้ว เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากหน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ จับกุมและนำตัวเขาออกจากประเทศ หลังการโจมตีกรุงการากัสครั้งใหญ่ ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าเวเนซุเอลาจะอยู่ภายใต้การบริหารของสหรัฐฯ อย่างมีประสิทธิภาพ

การประกาศของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจากการโจมตีอย่างรวดเร็วในช่วงก่อนรุ่งสางวันเสาร์ (3 ม.ค.) ซึ่งหน่วยคอมมานโดจับกุมมาดูโรและนางซิเลีย ฟลอเรซ ภรรยาของเขา ขณะที่การโจมตีทางอากาศถล่มหลายจุดในและรอบๆ กรุงการากัส

นายมาดูโร และภรรยาถูกนำตัวขึ้นเรือ และต่อด้วยเครื่องบิน ซึ่งได้เดินทางถึงฐานทัพอากาศแห่งชาติสจวร์ตในรัฐนิวยอร์ก ห่างจากแมนฮัตตันไปทางเหนือประมาณ 97 กิโลเมตร ก่อนถูกนำตัวไปยังศูนย์กักกันเมโทรโพลิแทน ซึ่งเป็นสถานที่กักกันของรัฐบาลกลางในย่านบรูคลิน ซึ่งทั้งคู่จะถูกนำตัวขึ้นศาลในข้อหาค้ายาเสพติดและอาวุธ

ทำเนียบขาวโพสต์วิดีโอใน X แสดงภาพมาดูโรถูกใส่กุญแจมือและสวมรองเท้าแตะ ถูกนำตัวโดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางผ่านสถานที่ของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งสหรัฐฯ ในนิวยอร์ก โดยนายยมาดูโรวัย 63 ปีกล่าวเป็นภาษาอังกฤษว่า “ราตรีสวัสดิ์ สวัสดีปีใหม่”

แม้ว่าการบุกโจมตีที่เสี่ยงอันตรายจะประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปนั้นยังไม่แน่นอนอย่างยิ่ง ทรัมป์กล่าวว่าเขา “กำลังแต่งตั้งบุคคล” จากคณะรัฐมนตรีของเขาให้รับผิดชอบในเวเนซุเอลา แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ในอีกเรื่องที่น่าประหลาดใจ ทรัมป์ระบุว่าอาจมีการส่งกองกำลังสหรัฐฯ เข้าไป โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ  “ไม่กลัวที่จะส่งทหารลงพื้นที่” แต่ดูเหมือนเขาจะปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ฝ่ายค้านของเวเนซุเอลาจะยึดอำนาจ และกล่าวว่าเขาอาจจะทำงานร่วมกับเดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลาแทน

สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนขึ้นคือความสนใจของทรัมป์ในแหล่งน้ำมันสำรองมหาศาลของเวเนซุเอลา ทรัมป์กล่าวว่า “เราจะให้บริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เข้าไป ใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ ซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายอย่างหนัก” “เราจะขายน้ำมันในปริมาณมาก”

มาเรีย โครินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปีที่แล้ว โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า “ชั่วโมงแห่งเสรีภาพมาถึงแล้ว” เธอเรียกร้องให้เอ็ดมุนโด กอนซาเลซ อูร์รูเตีย ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีจากพรรคฝ่ายค้านในปี 2024 เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี “ทันที”

แต่ทรัมป์กลับแสดงท่าทีเย็นชาอย่างน่าประหลาดใจต่อความคาดหวังที่ว่ามาชาโดจะกลายเป็นผู้นำคนใหม่ของเวเนซุเอลา โดยกล่าวว่าเธอไม่ได้รับ “การสนับสนุนหรือความเคารพ” ที่นั่น ในทางกลับกัน เขาชื่นชมโรดริเกซ โดยกล่าวว่า “โดยพื้นฐานแล้วเธอยินดีที่จะทำในสิ่งที่เราคิดว่าจำเป็นเพื่อให้เวเนซุเอลากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” ด้านโรดริเกซเรียกร้องให้ปล่อยตัวมาดูโรและให้คำมั่นว่าจะ “ปกป้อง” ประเทศ

เมื่อคืนวันเสาร์ ศาลฎีกาของเวเนซุเอลาสั่งให้โรดริเกซเข้ารับอำนาจประธานาธิบดี “ในฐานะรักษาการ” สะท้อนให้เห็นถึงความสับสน ทรัมป์ระบุว่าการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ น่าจะดำเนินต่อไปในระยะยาว เธอกล่าวว่า “เราจะอยู่ต่อไปจนกว่าการเปลี่ยนผ่านที่เหมาะสมจะเกิดขึ้นได้” 

จีน พันธมิตรของเวเนซุเอลา กล่าวว่า “ประณามอย่างรุนแรง” ต่อปฏิบัติการของสหรัฐฯ ขณะที่ฝรั่งเศสเตือนว่า “ไม่สามารถกำหนดทางออกได้จากนอกประเทศ” ด้านนายอันโตนิโอ กูเตเรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า เขา “กังวลอย่างยิ่งที่กฎหมายระหว่างประเทศไม่ได้รับการเคารพ”

ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจากโซมาเลียแจ้งกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ตามคำร้องขอของเวเนซุเอลา คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะประชุมในวันจันทร์เพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ดังกล่าว 

ชาวเวเนซุเอลาเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตี เนื่องจากกองกำลังสหรัฐฯ ใช้เวลาหลายเดือนในการระดมพลนอกชายฝั่ง ชาวกรุงการากัสเผชิญเสียงระเบิดและเสียงเฮลิคอปเตอร์ทหาร เมื่อเวลาประมาณ 2:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์ การโจมตีทางอากาศได้พุ่งเป้าไปที่ฐานทัพหลักและฐานทัพอากาศ รวมถึงสถานที่อื่นๆ เป็นเวลานานเกือบหนึ่งชั่วโมง

พลเอกแดน เคน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของสหรัฐฯ กล่าวว่าปฏิบัติการที่ชื่อว่า “แอบโซลูท รีโซลฟ์” (Absolute Resolve) ต้องใช้เวลาวางแผนและซ้อมจริงนานหลายเดือน โดยกองกำลังต่าง ๆ ที่ร่วมปฏิบัติการต่างรอสภาพอากาศที่เหมาะสม เครื่องบิน 150 ลำเข้าร่วมปฏิบัติการ โดยสนับสนุนกองกำลังที่ลงจอดด้วยเฮลิคอปเตอร์เพื่อจับกุมมาดูโร ด้วยความช่วยเหลือจากข้อมูลข่าวกรองที่รวบรวมมาหลายเดือนเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของเขา ตั้งแต่ “สิ่งที่เขากิน” ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงที่เขาเลี้ยง เขากล่าวว่า  มาดูโรและภรรยา “ยอมจำนน” โดยไม่มีการต่อสู้ และ “ไม่มีทหารอเมริกันเสียชีวิต” 

ทางการเวเนซุเอลายังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิต แต่ทรัมป์บอกกับนิวยอร์กโพสต์ว่า ชาวคิวบา “จำนวนมาก” ในหน่วยรักษาความปลอดภัยของมาดูโรเสียชีวิต

ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังปฏิบัติการ กรุงการากัสก็เงียบสงัด มีตำรวจประจำการอยู่ด้านนอกอาคารสาธารณะ และกลิ่นควันลอยฟุ้งไปทั่วท้องถนน

สหรัฐฯ และรัฐบาลยุโรปหลายประเทศไม่ยอมรับความชอบธรรมของมาดูโร โดยกล่าวว่าเขาโกงการเลือกตั้งในปี 2018 และ 2024 นายมาดูโร ซึ่งอยู่ในอำนาจตั้งแต่ปี 2013 หลังจากรับช่วงต่อจากฮูโก ชาเวซ ผู้เป็นที่ปรึกษาฝ่ายซ้าย ได้กล่าวหาทรัมป์มานานแล้วว่าพยายามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเพื่อควบคุมแหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลา

ทรัมป์ได้ให้เหตุผลหลายประการสำหรับนโยบายที่ก้าวร้าวต่อเวเนซุเอลา โดยบางครั้งเน้นย้ำเรื่องการอพยพผิดกฎหมาย การค้ายาเสพติด และน้ำมัน แต่ก่อนหน้านี้เขาหลีกเลี่ยงการเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองอย่างเปิดเผย

สมาชิกสภาคองเกรสหลายคนตั้งคำถามถึงความชอบด้วยกฎหมายของการปฏิบัติการนี้อย่างรวดเร็ว แต่ไมค์ จอห์นสัน พันธมิตรคนสำคัญของทรัมป์ และผู้นำพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่ามัน “สมเหตุสมผล”.

สหรัฐบุกเวเนซุเอลาจับปธน.มาดูโร “ทรัมป์” สั่งลุยโจมตี หิ้วออกมาพร้อมเมีย ระบุเป็นองค์กรค้ายา

สหรัฐบุกเวเนซุเอลาจับปธน.มาดูโร "ทรัมป์" สั่งลุยโจมตี หิ้วออกมาพร้อมเมีย ระบุเป็นองค์กรค้ายา

สหรัฐบุกเวเนซุเอลาจับปธน.มาดูโร “ทรัมป์” สั่งลุยโจมตี หิ้วออกมาพร้อมเมีย ระบุเป็นองค์กรค้ายา

4 ม.ค. 2569 08:49 น.

สหรัฐฯเปิดปฏิบัติการสะเทือนโลกตั้งแต่ต้นปี 69 ส่งเฮลิคอปเตอร์ซีนุก-อาปาเช่นับสิบลำ ยิงจรวดถล่มกรุงการากัส เมืองหลวงประเทศเวเนซุเอลา ก่อนฟ้าสางวันที่ 3 ม.ค. แต่ไม่ทันหมดวันทุกอย่างก็จบเมื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศลั่นสหรัฐฯประสบความสำเร็จในการโจมตีครั้งใหญ่

นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ถึงฐานทัพในนิวยอร์กแล้ว

นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ถึงฐานทัพในนิวยอร์กแล้ว

4 ม.ค. 2569 05:08 น.

นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ถึงฐานทัพในนิวยอร์กแล้ว

นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลากับภริยา ถูกพาตัวมาถึงฐานทัพสหรัฐฯ ในนิวยอร์กแล้ว และคาดว่าจะต้องขึ้นศาลพิจารณาคดีหลายข้อหาในสัปดาห์หน้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินที่บรรทุกตัวนาย นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กับ ซิเลีย ฟลอเรส ภริยา เดินทางถึงฐานทัพอากาศสจ๊วต ในรัฐนิวยอร์กแล้ว เมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 3 ม.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ

คาดว่าผู้นำเวเนซุเอลาจะถูกนำตัวขึ้นศาลเพื่อดำเนินคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและอาวุธปืนที่ศาลรัฐบาลกลางในเมืองแมนแฮตตันในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ สหรัฐฯ มีปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลาเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) และจับกุมตัวนาย นิโคลัส มาดูโร กับภริยาได้สำเร็จ โดยมีรายงานข่าวว่า สามีภรรยาคู่นี้ถูก “ลากตัวออกมาจากห้องนอน” ภายในบ้านพักที่ได้รับการคุ้มกันแน่นหนาในกรุงการากัส

อนึ่ง มาดูโรถูกสหรัฐฯ ฟ้องร้องในหลายข้อหา รวมถึง สมคบคิดก่อการร้ายค้ายาเสพติด, สมคบคิดนำเข้าโคเคน, ครอบครองปืนกลและอุปกรณ์ทำลายล้าง และสมคบคิดครอบครองปืนกลและอุปกรณ์ทำลายล้างเพื่อต่อต้านสหรัฐอเมริกา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์เผย ชาวคิวบาจำนวนมากเสียชีวิต ระหว่างบุกจับตัวมาดูโร

ทรัมป์เผย ชาวคิวบาจำนวนมากเสียชีวิต ระหว่างบุกจับตัวมาดูโร

4 ม.ค. 2569 04:46 น.

ทรัมป์เผย ชาวคิวบาจำนวนมากเสียชีวิต ระหว่างบุกจับตัวมาดูโร

โดนัลด์ ทรัมป์ เผย มีชาวคิวบาจำนวนมากเสียชีวิตระหว่างสหรัฐฯ ปฏิบัติการจับกุม นิโคลัส มาดูโร ในเวเนซุเอลา ชี้คิวบาพยายามปกป้องแหล่งรายได้ของตัวเอง

เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวอ้างว่า มีชาวคิวบาจำนวนมากเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในการจับกุมตัวนิโคลัส มาดูโร ในเวเนซุเอลาเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา (ตามเวลาสหรัฐฯ) แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

“คิวบาพึ่งพาเวเนซุเอลามาโดยตลอด นั่นคือแหล่งรายได้ของพวกเขา และพวกเขาคอยปกป้องเวเนซุเอลา แต่มันไม่ได้ผลดีนักในกรณีนี้” ทรัมป์บอกกับ New York Post เมื่อวันเสาร์ “คุณรู้ไหม มีชาวคิวบาจำนวนมากเสียชีวิตเมื่อคืนนี้… พวกเขาพยายามปกป้องมาดูโร นั่นไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีเลย”

นายทรัมป์กล่าวอีกว่า เขาไม่ทราบจำนวนผู้เสียชีวิตที่แน่นอนในฝั่งของกองกำลังคิวบาและเวเนซุเอลา

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันว่า เขายังไม่ได้พิจารณาใช้มาตรการทางทหารต่อคิวบา แต่ประเทศคิวบาจะ “ล่มสลายไปด้วยตัวเอง”

อนึ่ง นายทรัมป์บอกก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารของสหรัฐฯ เสียชีวิตระหว่างการจับกุมมาดูโร ขณะที่สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวหลายคนว่า มีทหารจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนและสะเก็ดระเบิด แต่ไม่มีใครได้รับอันตรายถึงชีวิต

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

รอง ปธน.เวเนซุเอลา ยืนยัน “มาดูโร” คือผู้นำคนเดียวของประเทศ

รอง ปธน.เวเนซุเอลา ยืนยัน “มาดูโร” คือผู้นำคนเดียวของประเทศ

4 ม.ค. 2569 03:45 น.

รอง ปธน.เวเนซุเอลา ยืนยัน “มาดูโร” คือผู้นำคนเดียวของประเทศ

รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลาแถลงยืนยันว่า นายนิโคลัส มาดูโร คือประธานาธิบดีคนเดียวของประเทศ และยืนยันว่าเวเนซุเอลามีรัฐบาลที่ชัดเจน หลังทรัมป์บอกว่าสหรัฐฯ จะเข้ามาบริหาร

เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ม.ค. 2568 นางเดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ออกแถลงการณ์ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์จากกรุงการากัส ยืนยันว่านายนิโคลัส มาดูโร คือประธานาธิบดีเพียงคนเดียวของเวเนซุเอลา หลังจากกองทัพสหรัฐฯ บุกโจมตีและจับกุมตัวนายมาดูโรไปพร้อมกับภริยา เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น)

ถ้อยแถลงนี้มีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่าเธอคือผู้นำคนใหม่ของประเทศ ภายหลังมาดูโรถูกกองกำลังสหรัฐฯ จับกุมตัว

โรดริเกซนั่งแถลงข่าวเคียงข้างบุคคลสำคัญระดับสูงในรัฐบาล ซึ่งรวมถึง ดิออสดาโด คาเบโย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, ฮอร์เก โรดริเกซ ประธานสมัชชาแห่งชาติ และผู้นำทางทหารอีกหลายคน โดยเธอระบุด้วยว่า รัฐบาลมีความพร้อมที่จะ “ปกป้อง” เวเนซุเอลา หลังจากที่ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯ จะเป็นผู้ “บริหาร” ประเทศ

“เราจะไม่มีวันกลับไปเป็นอาณานิคมอีก” นางโรดริเกซกล่าว นอกจากนี้ เธอยังประณาม “การรุกราน” จากสหรัฐอเมริกา และประกาศว่า “คำพูดของประธานาธิบดี (มาดูโร) คือสิ่งเดียวที่ชี้นำพวกเรา”

นางโรดริเกซบอกอีกว่า สภาป้องกันประเทศ (Defence Council) ได้เริ่มทำงานแล้ว และเผยว่า จะมีการตอบสนองจากรัฐบาลเวเนซุเอลาเพิ่มเติมในช่วงไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

“ถึงเวเนซุเอลาของเรา ถึงประชาชนของเรา ที่นี่มีรัฐบาลที่ชัดเจน” เธอกล่าว พร้อมเสริมว่าเวเนซุเอลายินดีที่จะเปิดรับการเจรจาที่เป็นไปอย่างเคารพซึ่งกันและกันและถูกต้องตามกฎหมาย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc , cnn

ทรัมป์จ่ออนุญาต ให้บริษัทน้ำมันสหรัฐฯ ดูแลภาคพลังงานในเวเนซุเอลา

ทรัมป์จ่ออนุญาต ให้บริษัทน้ำมันสหรัฐฯ ดูแลภาคพลังงานในเวเนซุเอลา

4 ม.ค. 2569 02:01 น.

ทรัมป์จ่ออนุญาต ให้บริษัทน้ำมันสหรัฐฯ ดูแลภาคพลังงานในเวเนซุเอลา

โดนัลด์ ทรัมป์เผยว่า จะให้บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ เข้าไปดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในเวเนซุเอลา และว่าจะซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว และสร้างรายได้ให้แก่เวเนซุเอลา

เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ม.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จัดงานแถลงข่าวที่รีสอร์ท มาร์-อา-ลาโก ในรัฐฟลอริดา เปิดเผยความคืบหน้าหลังสหรัฐฯ มีปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา และจับกุมตัวประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร พร้อมกับภริยา แล้วส่งตัวมาดำเนินคดีในสหรัฐฯ

ช่วงหนึ่ง นายทรัมป์ประกาศว่า เขามีแผนที่จะอนุญาตให้บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ เข้าไปดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของเวเนซุเอลา

“เราจะให้บริษัทน้ำมันขนาดใหญ่มากของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก เข้าไปลงทุนด้วยเงินหลายพันล้านดอลลาร์ เพื่อซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายอย่างหนัก ทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน และเริ่มสร้างรายได้ให้กับประเทศ”

“เราจะมีบทบาทในเวเนซุเอลาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน” ทรัมป์กล่าว “เรากำลังจะนำความมั่งคั่งจำนวนมหาศาลขึ้นมาจากใต้ดิน”

นอกจากนั้น สหรัฐฯ จะคงกำลังทหารอยู่ในภูมิภาคต่อไปอีกระยะเวลาหนึ่ง โดยนายทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ จะส่งทหารเข้าไปในเวเนซุเอลาเพื่อรักษาความปลอดภัยแหล่งน้ำมัน พร้อมให้คำมั่นว่ารายได้ที่ได้มานั้นจะนำไปใช้ชดเชยให้แก่ชาวเวเนซุเอลาและสหรัฐฯ สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นภายใต้การนำของมาดูโร

ก่อนหน้านี้ นายทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ จะบริหารเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว หลังจากนายมาดูโรถูกจับกุม และจะบริหารจนกว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจได้อย่าง ปลอดภัย, เหมาะสม และรอบคอบ

นายทรัมป์บอกอีกว่า ขณะนี้สหรัฐฯ กำลังทำงานร่วมกับ เดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา โดยมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ “เพิ่งจะได้พูดคุยกับเธอ และโดยพื้นฐานแล้วเธอยินดีที่จะทำในสิ่งที่เราคิดว่าจำเป็น เพื่อทำให้เวเนซุเอลากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”

ทรัมป์เสริมด้วยว่า “โรดริเกซคุยกับมาร์โกอยู่นาน และเธอบอกว่า ‘เราจะทำทุกอย่างที่คุณต้องการ’ … ผมคิดว่าเธอสุภาพมาก แต่จริงๆ แล้วเธอไม่มีทางเลือกมากนัก”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ จะบริหารเวเนซุเอลา จนกว่าจะถึงเวลาเปลี่ยนผ่าน

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ จะบริหารเวเนซุเอลา จนกว่าจะถึงเวลาเปลี่ยนผ่าน

4 ม.ค. 2569 00:34 น.

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ จะบริหารเวเนซุเอลา จนกว่าจะถึงเวลาเปลี่ยนผ่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศ สหรัฐฯ จะบริหารเวเนซุเอลาจนกว่าจะสามารถเปลี่ยนผ่านอำนาจได้อย่างปลอดภัย และเผยด้วยว่ามีแผนโจมตีระลอก 2 แต่ตอนนี้คงไม่จำเป็นแล้ว

เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ม.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จัดงานแถลงข่าวที่รีสอร์ท มาร์-อา-ลาโก ในรัฐฟลอริดา เปิดเผยความคืบหน้าหลังสหรัฐฯ มีปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา และจับกุมตัวประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร พร้อมกับภริยา แล้วส่งตัวมาดำเนินคดีในสหรัฐฯ

นายทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ จะเป็นผู้บริหารเวเนซุเอลาในช่วงหลังจากการจับกุมนายมาดูโร

“เราจะบริหารประเทศจนกว่าจะถึงเวลาที่เราสามารถดำเนินการเปลี่ยนผ่านอำนาจได้อย่างปลอดภัย เหมาะสม และรอบคอบ” ทรัมป์กล่าว “เราไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับกรณีที่ปล่อยให้คนอื่นเข้ามา แล้วเราก็ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดิมๆ แบบที่เราเผชิญมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้น เราจะเป็นผู้บริหารประเทศเอง”

ทรัมป์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะทำงานร่วมกับ “ทีมงาน” เพื่อช่วยบริหารเวเนซุเอลา “รูบิโอและเฮกเซธจะเป็นทีมที่ทำงานร่วมกับประชาชนชาวเวเนซุเอลา เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะทำให้เวเนซุเอลากลับมาถูกต้องเหมาะสม”

ผู้นำสหรัฐฯ ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะมีการส่งกำลังทหารสหรัฐฯ เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยกล่าวว่า “เราไม่กลัวการส่งทหารราบลงพื้นที่”

เขายังกล่าวอีกว่ามีแผนที่จะ “ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน” โดยบริษัทน้ำมันจะเป็นผู้จ่ายเงินให้โดยตรง

ทรัมป์ไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ชัดเจนว่าเขาคาดการณ์ว่าการเปลี่ยนผ่านอำนาจดังกล่าวจะใช้เวลานานเท่าใด

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวอีกว่า ไฟฟ้าในกรุงคารากัสถูกตัดขณะที่มีการเข้าจับกุม นิโคลัส มาดูโร พร้อมกล่าวชื่นชมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิบัติภารกิจนี้

“ไม่มีประเทศใดในโลกที่จะสามารถบรรลุสิ่งที่อเมริกาทำได้เมื่อวานนี้ หรือพูดตรงๆ คือ ในช่วงเวลาสั้นๆ ศักยภาพทางทหารทั้งหมดของเวเนซุเอลาถูกทำให้ไร้สมรรถภาพ ในขณะที่เหล่าบุรุษและสตรีในกองทัพของเรา ซึ่งทำงานร่วมกับฝ่ายบังคับใช้กฎหมาย ได้บุกจับกุมมาดูโรสำเร็จในช่วงกลางดึกที่เงียบสงัด มันมืดมิด ไฟในกรุงคารากัสส่วนใหญ่ถูกปิดลงด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เรามี” นายทรัมป์กล่าว และเสริมว่า “มันทั้งมืดมิดและรุนแรง”

นายทรัมป์ยืนยันว่า ไม่มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตแม้แต่คนเดียว และไม่มีการสูญเสียยุทโธปกรณ์ใดๆ และสหรัฐฯ ได้ “ทำลายยาเสพติดที่เข้ามาทางทะเลไปได้ถึง 97%” และกล่าวอ้างว่าเรือขนยาเสพติดแต่ละลำคร่าชีวิตผู้คนเฉลี่ยถึง 25,000 คน และยาเสพติดส่วนใหญ่มาจากเวเนซุเอลา

ทรัมป์บอกอีกว่า สหรัฐฯ เตรียมการไว้แล้วที่จะโจมตีเวเนซุเอลาเป็นครั้งที่ 2 หากจำเป็น แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่จำเป็นแล้ว

“เราเตรียมพร้อมที่จะส่งกำลังระลอกที่สองหากมีความจำเป็น — จริงๆ แล้วเราสันนิษฐานไว้ก่อนว่าระลอกที่สองนั้นจำเป็นแน่ๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนคงจะไม่ต้องแล้ว” ทรัมป์กล่าว “ระลอกแรก หรือถ้าคุณอยากจะเรียกมันว่าการโจมตีครั้งแรกนั้น ประสบความสำเร็จอย่างมากจนเราอาจจะไม่ต้องทำระลอกที่สอง แต่เราก็เตรียมพร้อมสำหรับระลอกสอง ซึ่งจริงๆ แล้วจะเป็นระลอกที่ใหญ่กว่าเดิมมาก”

นายทรัมป์ย้ำว่า ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ฝีมือซึ่งกองกำลังพิเศษระดับหัวกะทิของสหรัฐฯ ได้ลากตัวมาดูโรและภรรยาออกมาจากห้องนอน เป็นปฏิบัติการที่มีความ “แม่นยำสูง”

เขาเสริมด้วยว่า ก่อนหน้านี้มีการวางแผนปฏิบัติการทางทหารในขั้นต่อมาในเวเนซุเอลา แต่รัฐบาลอาจจะไม่ต้องลงมือทำสิ่งเหล่านั้นแล้ว

ผู้นำสหรัฐฯ ย้ำด้วยว่า คำสั่งห้ามขายน้ำมันของเวเนซุเอลาจะยังคงมีผลบังคับใช้ และสหรัฐฯ จะยังคงกดดันเวเนซุเอลาทั้งทางเศรษฐกิจและทางทหารในขณะที่กำลังประเมินขั้นตอนต่อไป

“สิ่งที่สำคัญมากคือ การสั่งห้ามขนส่งน้ำมันทั้งหมดของเวเนซุเอลายังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ กองเรือรบของอเมริกายังคงประจำการอยู่ในตำแหน่ง และสหรัฐฯ ยังคงสงวนทางเลือกทางทหารทั้งหมดไว้จนกว่าข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ จะได้รับการตอบสนองและเป็นที่พอใจอย่างครบถ้วน” ประธานาธิบดีกล่าว

นอกจากนี้ นายทรัมป์ยังได้ออกคำเตือนโดยตรงถึงบรรดาผู้นำที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมาดูโรด้วยว่า “บุคคลสำคัญทางการเมืองและทหารทุกคนในเวเนซุเอลาควรเข้าใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับมาดูโรสามารถเกิดขึ้นกับพวกเขาได้เช่นกัน และมันจะเกิดขึ้นกับพวกเขาแน่ หากพวกเขาไม่ให้ความเป็นธรรมแม้กระทั่งกับประชาชนของตัวเอง”

นายทรัมป์กล่าวอีกว่า การขจัดอำนาจของมาดูโรถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเวเนซุเอลา “เผด็จการและผู้ก่อการร้ายในเวเนซุเอลาอย่างมาดูโรได้หมดสิ้นอำนาจลงแล้วในที่สุด ประชาชนมีอิสระ พวกเขากลับมามีเสรีภาพอีกครั้ง มันเป็นเวลาที่ยาวนานสำหรับพวกเขา แต่ตอนนี้พวกเขาเป็นอิสระแล้ว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์โพสต์ภาพ “มาดูโร” ถูกปิดตา ควบคุมตัวอยู่ในเรือรบ

ทรัมป์โพสต์ภาพ “มาดูโร” ถูกปิดตา ควบคุมตัวอยู่ในเรือรบ

3 ม.ค. 2569 23:56 น.

ทรัมป์โพสต์ภาพ “มาดูโร” ถูกปิดตา ควบคุมตัวอยู่ในเรือรบ

โดนัลด์ ทรัมป์ เผยภาพประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรกหลังการโจมตีเวเนซุเอลา โดยเป็นภาพนายมาดูโรถูกควบคุมตัวในเรือรบที่กำลังเดินทางไปสหรัฐฯ

เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ม.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์รูปภาพของ นิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลาที่ถูกสหรัฐฯ จับกุมตัวได้ ขณะอยู่บนเรือ “ยูเอสเอส อิโวจิมะ” (USS Iwo Jima) ออกมาเป็นครั้งแรก หลังสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลาและจับกุมผู้นำรายนี้

ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า นายมาดูโรสวมชุดวอร์มยี่ห้อไนกี้ (Nike) สีเทา ในมือถือขวดน้ำไว้ ขณะที่ดวงตาของมาดูโรถูกปิดด้วยผ้าปิดตาสีดำ และมีสิ่งที่ดูเหมือนหูฟังขนาดใหญ่สวมทับใบหูของเขา โดยยังไม่แน่ชัดว่า มาดูโรอยู่ใกล้กับ ซิเลีย ฟลอเรส ภริยาของเขาหรือไม่ เนื่องจากเธอไม่ได้ปรากฏอยู่ในภาพถ่ายดังกล่าว

นายทรัมป์ยืนยันก่อนหน้านี้ว่า นายมาดูโรกับภริยา กำลังถูกพามาสหรัฐฯ ด้วยเรือรบ ยูเอสเอส อิโวจิมะ ซึ่งเป็นเรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ซึ่งถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในทะเลแคริบเบียน เพื่อสนับสนุนภารกิจของกองบัญชาการภาคใต้ของสหรัฐฯ

ด้านนาย เจมส์ สตาวริดิส อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดของนาโต (NATO) เผยกับ CNN ว่า จากภาพที่นายทรัมป์โพสต์ นายมาดูโรน่าจะถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องพักของนายทหาร (Officer state room) และน่าจะมีนาวิกโยธินเฝ้าอยู่หน้าประตูห้องพัก รวมถึงมีมาตรการป้องกันอื่นๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งของในห้องที่มาดูโรจะสามารถนำมาใช้เป็นอาวุธได้

อดีตพลเรือเอกระบุเพิ่มเติมว่า ไม่เคยมีระเบียบปฏิบัติที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนสำหรับการควบคุมตัวประมุขแห่งรัฐบนเรือรบของกองทัพเรือ ดังนั้นกัปตันเรือน่าจะกำลัง “ประสานงานกับผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเพื่อตัดสินใจเลือกสถานที่ควบคุมตัวที่เหมาะสมที่สุด”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Truth Social , cnn

ทรัมป์ยอมรับ ชาวอเมริกันบาดเจ็บ-ฮ.ถูกยิง ระหว่างโจมตีเวเนซุเอลา

ทรัมป์ยอมรับ ชาวอเมริกันบาดเจ็บ-ฮ.ถูกยิง ระหว่างโจมตีเวเนซุเอลา

3 ม.ค. 2569 23:33 น.

ทรัมป์ยอมรับ ชาวอเมริกันบาดเจ็บ-ฮ.ถูกยิง ระหว่างโจมตีเวเนซุเอลา

โดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับว่า มีชาวอเมริกันได้รับบาดเจ็บและมีเฮลิคอปเตอร์ถูกยิงระหว่างการบุกจับกุม นิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา แต่ยืนยันว่าไม่เสียอากาศยานแม้แต่ลำเดียว

เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ม.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา ซึ่งนายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลากับภริยา ถูกจับกุมตัว และกำลังถูกพาตัวมาสหรัฐฯ เพื่อดำเนินคดีในหลายข้อหา

ช่วงหนึ่ง นายทรัมป์กล่าวว่า เขาเชื่อว่าไม่มีชาวอเมริกันเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แม้จะมีบางส่วนได้รับบาดเจ็บขณะพยายามเข้าจับกุมในสถานที่ที่ทรัมป์อธิบายว่ามีการป้องกันอย่างหนาแน่น

“ผมคิดว่าไม่มีใครเสียชีวิตนะ ผมต้องบอกอย่างนั้น เพราะมีคนถูกยิงอยู่สองสามคน แต่พวกเขากลับมาแล้ว และน่าจะอยู่ในอาการที่ค่อนข้างดี” ทรัมป์บอกสำนักข่าว Fox News และเสริมว่า มีเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งถูกยิงระหว่างปฏิบัติการ แต่ไม่มีอากาศยานลำใดสูญหาย

“เราไม่สูญเสียอากาศยานเลย ทุกลำกลับมาได้ มีลำหนึ่งถูกยิงหนักพอสมควร เป็นเฮลิคอปเตอร์ แต่เราก็นำมันกลับมาได้” ทรัมป์กล่าว

ก่อนหน้านี้ นายทรัมป์กล่าวว่ากำลังชั่งน้ำหนักเรื่องก้าวต่อไปสำหรับเวเนซุเอลา โดยที่นายทรัมป์ยังไม่ได้ออกตัวสนับสนุนนาง มาเรีย คอรีนา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลาและเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพแต่อย่างใด

“เรากำลังตัดสินใจเรื่องนั้นกันอยู่ตอนนี้ เราไม่สามารถเสี่ยงปล่อยให้ใครบางคนเข้ามาบริหารแล้วแค่รับช่วงต่อจากสิ่งที่เขา (มาดูโร) ทิ้งไว้ได้ ดังนั้นเราจึงกำลังตัดสินใจเรื่องนี้กันอยู่ และเราจะมีส่วนร่วมในเรื่องนี้อย่างมาก” ทรัมป์บอกกับ Fox News

เมื่อถูกกดดันถามว่าเขาจะสนับสนุนมาชาโดหรือไม่ ทรัมป์ปฏิเสธที่จะให้การรับรองอย่างชัดเจน “เราคงจะต้องพิจารณาเรื่องนี้กันก่อน” นายทรัมป์กล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn