ซีเรียโวยอิสราเอล โจมตีตึกกระทรวงกลาโหม-พื้นที่ใกล้ทำเนียบ ปธน.

ซีเรียโวยอิสราเอล โจมตีตึกกระทรวงกลาโหม-พื้นที่ใกล้ทำเนียบ ปธน.

17 ก.ค. 2568 01:47 น.

ซีเรียโวยอิสราเอล โจมตีตึกกระทรวงกลาโหม-พื้นที่ใกล้ทำเนียบ ปธน.

ซีเรียประณามอิสราเอลอย่างรุนแรง หลังตึกกระทรวงกลาโหมกับพื้นที่ใกล้ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงดามัสกัสถูกโจมตี จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศของซีเรียออกมาประณามอิสราเอลอย่างรุนแรง หลังตึกกระทรวงกลาโหมในเมืองหลวงกรุงดามัสกัสและพื้นที่ใกล้เคียงกับทำเนียบประธานาธิบดีถูกโจมตีทางอากาศ ในวันพุธที่ 16 ก.ค. 2568 จนมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ศพ บาดเจ็บอีก 34 คน

ก่อนหน้านี้กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ยืนยันว่า พวกเขาโจมตีเป้าหมายทางทหารในพื้นที่ใกล้เคียงกับทำเนียบประธานาธิบดีซีเรียในกรุงดามัสกัส และยืนยันว่าการโจมตีโดนอาคารกระทรวงกลาโหมของซีเรียด้วย

ด้านกระทรวงต่างประเทศของซีเรียประณามอิสราเอลอย่างรุนแรงว่า ดำเนินการโจมตีตามนโยบายเพื่อโหมกระพือความตึงเครียด แพร่กระจายความวุ่นวาย และบ่อนทำลายความมั่นคงและเสถียรภาพของซีเรีย โดยอิสราเอลจะต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่ออันตรายที่เพิ่มสูงขึ้นนี้และผลที่จะตามมา

ทางการซีเรียบอกด้วยว่า นอกจากผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแล้ว การโจมตียังสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะด้วย

ทั้งนี้ อิสราเอลเริ่มกลับมาโจมตีซีเรียอีกครั้งในสัปดาห์นี้ หลังเกิดการต่อสู้กันระหว่างกลุ่มติดอาวุธชาวดรูซกับกองกำลังชาวเบดูอินเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนที่ในวันจันทร์ (14 ก.ค.) รัฐบาลซีเรียจะส่งทหารเข้าไปเพื่อควบคุมสถานการณ์ และเกิดการปะทะกับกองกำลังชาวดรูซอีก

อิสราเอลระบุว่า พวกเขาพยายามปกป้องสมาชิกชุมชนชาวดรูซ ซึ่งทั่วโลกมีอยู่ประมาณ 1 ล้านคน และกว่าครึ่งอยู่ในซีเรีย ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในเลบานอนกับอิสราเอล

ในอิสราเอล ชาวดรูซถูกมองว่าเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีความภักดี และมักเข้ารับใช้ในกองทัพอิสราเอล โดยในอดีต อิสราเอลก็เคยเข้าแทรกแซงในซีเรียเพื่อปกป้องชาวดรูซมาแล้ว ถึงแม้ว่าชาวดรูซจำนวนมากในซีเรียจะไม่ต้องการให้อิสราเอลเข้าแทรกแซงในนามของพวกเขาก็ตาม

ด้านนักวิเคราะห์มองว่า หนึ่งในเป้าหมายการโจมตีของอิสราเอลคือการยับยั้งรัฐบาลใหม่ของซีเรีย ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงตั้งไข่ ไม่ให้เสริมความเข้มแข็งอย่างรวดเร็วจนอาจเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของอิสราเอล โดยเฉพาะใกล้ชายแดนทางเหนือ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อินโดนีเซียเผย บรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ หลังการต่อสู้อย่างน่าทึ่ง

อินโดนีเซียเผย บรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ หลังการต่อสู้อย่างน่าทึ่ง

16 ก.ค. 2568 23:55 น.

อินโดนีเซียเผย บรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ หลังการต่อสู้อย่างน่าทึ่ง

เจ้าหน้าที่รัฐบาลอินโดนีเซียเผย บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ หลังจากการต่อสู้อย่างน่าทึ่งของทีมเจรจา ขณะที่ประธานาธิบดีปราโบโว ยกข้อตกลงนี้คือการเข้าสู่ยุคใหม่ในความสัมพันธ์การค้ากับสหรัฐฯ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กล่าวในวันพุธที่ 16 ก.ค. 2568 ชูข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ คือการเข้าสู่ยุคใหม่ของการมีผลประโยชน์ร่วมกัน หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเรื่องการบรรลุข้อตกลง ซึ่งจะลดอัตราภาษีตอบโต้ที่จะบังคับใช้กับอินโดนีเซียลงจาก 32% เหลือ 19%

“ผมมีการสนทนาที่ดีมากกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เราเห็นชอบและมีข้อสรุปร่วมกันว่าจะพาความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างอินโดนีเซียกับสหรัฐฯ เข้าสู่ยุคใหม่แห่งการมีผลประโยชน์ร่วมกัน” นายปราโบโวระบุในโพสต์บนอินสตาแกรม โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่าน Truth Social ว่า ภายใต้ข้อตกลงนี้ อินโดนีเซียจะซื้อพลังงานจากสหรัฐฯ มูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์, ซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมูลค่า 4.5 พันล้านดอลลาร์ และซื้อเครื่องบินโบอิ้งอีก 50 ลำ โดยมีหลายลำที่เป็นโบอิ้ง 777 ขณะเดียวกัน เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์, เกษตรกรและชาวประมง จะสามารถเข้าถึงตลาดของอินโดนีเซียได้ทั้งหมดด้วย

นอกจากนั้น สหรัฐฯ จะเก็บภาษีสินค้าอินโดนีเซียทุกชนิดที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ ในอัตรา 19% ส่วนสินค้าสหรัฐฯ จะเข้าสู่อินโดนีเซียโดยปลอดภาษีและมาตรการกำแพงทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี หากมีสินค้าจากประเทศที่มีอัตราภาษีสูงกว่ามาส่งผ่านอินโดนีเซีย ภาษีนั้นจะถูกเพิ่มเข้าไปในภาษีที่อินโดนีเซียจะต้องจ่าย

นายฮาซาน นาสบี โฆษกประธานาธิบดีอินโดนีเซีย บอกกับผู้สื่อข่าวในวันพุธว่า “นี่คือผลจากการดิ้นรนต่อสู้อย่างหนักโดยทีมเจรจาของเราซึ่งนำโดยรัฐมนตรีประสานงานกิจการเศรษฐกิจ” พร้อมกับเสริมว่า ข้อตกลงนี้คือความคืบหน้าที่ไม่สามารถเรียกว่า “เล็กน้อย” ได้เลย

นายนาสบีบอกด้วยว่า นอกจากประธานาธิบดีปราโบโวจะส่งรัฐมนตรีเศรษฐกิจของเขาไปเจรจาที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แล้ว ตัวประธานาธิบดีเองยังได้เจรจาโดยตรงกับนายทรัมป์ผ่านทางโทรศัพท์ด้วย

ก่อนหน้านี้ นายปราโบโวบอกกับผู้สื่อข่าวหลังเดินทางกลับจากการเยือนยุโรปว่า นายทรัมป์เป็นนักเจรจาที่ “เคี่ยว” มาก “ในที่สุดก็มีข้อตกลง เราเข้าใจผลประโยชน์ของพวกเขา และพวกเขาก็เข้าใจผลประโยชน์ของเรา” พร้อมเสริมว่า จะมีการเจรจาเพิ่มเติมอีก

นายปราโบโวยังพูดถึงเรื่องที่อินโดนีเซียตกลงจะซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 50 ลำ โดยระบุว่า นี่เป็นคำสัญญาที่สอดคล้องกับเป้าหมายในการขยายสายการบิน “การูดา” ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของอินโดนีเซียอยู่แล้ว เพื่อทำให้การูดากลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ

“เรามุ่งมั่น ผมมุ่งมั่นที่จะขยายการูดา และเพื่อการนั้น เราต้องการเครื่องบินลำใหม่ มันไม่มีปัญหาใดๆ เลยเพราะเราต้องการเครื่องบินเหล่านี้อยู่แล้ว พวกเขาอยากขาย และเครื่องบินของโบอิ้งก็ดีใช้ได้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ศุลกากรกัมพูชาแจง ไม่ห้ามนำเข้าสินค้าไทย ยกเว้นผัก ผลไม้ เชื้อเพลิง

ศุลกากรกัมพูชาแจง ไม่ห้ามนำเข้าสินค้าไทย ยกเว้นผัก ผลไม้ เชื้อเพลิง

16 ก.ค. 2568 22:40 น.

ศุลกากรกัมพูชาแจง ไม่ห้ามนำเข้าสินค้าไทย ยกเว้นผัก ผลไม้ เชื้อเพลิง

กรมศุลกากรฯ ของกัมพูชายืนยัน ไม่ได้ห้ามนำเข้าสินค้าอื่นๆ จากประเทศไทย ยกเว้นสินค้าประเภทผัก ผลไม้ และเชื้อเพลิง

เมื่อ 16 ก.ค. 2568 กรมศุลกากรและสรรพสามิตแห่งประเทศกัมพูชาออกมาชี้แจงข้อบังคับเรื่องการนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย โดยระบุว่า มีเพียงสินค้าประเภทผัก, ผลไม้, น้ำมันเบนซิน, น้ำมันดีเซล, ก๊าซแอลพีจีกับแอลเอ็นจี, น้ำมันเตา และน้ำมันก๊าด Jet-A1 ที่ห้ามนำเข้า ส่วนสินค้าอื่นๆ สามารถนำเข้าได้ตามกระบวนการปกติ

อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรฯ ไม่แนะนำให้ข้ามพรมแดนกัมพูชา-ไทยเพื่อนำเข้าสินค้า หลังจากฝ่ายไทยปิดชายแดนแต่เพียงฝ่ายเดียว “เราจะสังเกตการณ์และแจ้งต่อผู้ค้า, นักธุรกิจ และประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์และพัฒนาการที่เกี่ยวข้องกับมาตรการนี้ต่อไป”

ทั้งนี้ กัมพูชาห้ามการนำเข้าน้ำมันและก๊าซต่างๆ จากประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. 2568 หลังเกิดข้อพิพาทบริเวณชายแดน โดยสมเด็จฯ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีรับประกันว่า บริษัทน้ำมันท้องถิ่นสามารถจัดหาน้ำมันได้มากเพียงพอกับความต้องการในประเทศโดยไม่ต้องนำเข้าจากไทย ขณะที่ผักผลไม้ถูกห้ามนำเข้าตั้งแต่ 17 มิ.ย.

ข้อพิพาทดังกล่าวยังทำให้กัมพูชาหยุดนำเข้าพลังงานไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตจากประเทศไทย และแบนภาพยนตร์และละครไทยไม่ให้ออกอากาศภายในประเทศด้วย

อนึ่ง ในปี 2567 การค้าระหว่างไทยกับกัมพูชามีมูลค่ารวมกว่า 4,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.38 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึง 15% ทำให้ไทยกลายเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดอันดับที่ 2 ของกัมพูชาในภูมิภาคอาเซียน และลำดับ 4 ของโลก

ขณะที่การค้าระหว่างทั้งสองประเทศในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 มีมูลค่ามากกว่า 1,870 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.05 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2567 ราว 8.3% โดยกัมพูชาส่งออกมูลค่า 395 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยส่งออกมูลค่า 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cambodianess

ภูเขาไฟไอซ์แลนด์ ระเบิดครั้งที่ 12 ในรอบ 4 ปี สั่ง ปชช.-นักท่องเที่ยวอพยพ

ภูเขาไฟไอซ์แลนด์ ระเบิดครั้งที่ 12 ในรอบ 4 ปี สั่ง ปชช.-นักท่องเที่ยวอพยพ

16 ก.ค. 2568 15:46 น.

ภูเขาไฟไอซ์แลนด์ ระเบิดครั้งที่ 12 ในรอบ 4 ปี สั่ง ปชช.-นักท่องเที่ยวอพยพ

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาไอซ์แลนด์กล่าวว่า กลุ่มปล่องภูเขาไฟซุนห์นุกูร์ เกิดการปะทุขึ้นอีกครั้งใกล้กรุงเรคยาวิก เมืองหลวงของไอซ์แลนด์ นับเป็นการปะทุของภูเขาไฟครั้งที่ 12 นับตั้งแต่ปี 2021 

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาไอซ์แลนด์ระบุในแถลงการณ์เมื่อเช้าวันพุธ (16 ก.ค.) ว่ารอยแยกที่ปะทุขึ้นทางตะวันตกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์มีความยาว 700 ถึง 1,000 เมตร “ลาวาส่วนใหญ่ไหลไปทางตะวันออกเฉียงใต้และไม่ได้เข้าใกล้โครงสร้างพื้นฐานใดๆ” 

สำนักงานฯ กล่าวเสริมว่า “จากการวัดด้วยจีพีเอสและสัญญาณการเปลี่ยนรูป มีแนวโน้มว่าการปะทุครั้งนี้เป็นเพียงการปะทุขนาดเล็ก” ภาพที่มีการถ่ายทอดสดแสดงให้เห็นลาวาและควันพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์สาธารณะ RUV ซึ่งอ้างอิงรายงานของตำรวจ ประชาชนถูกอพยพออกจากบลูลากูน รีสอร์ทสปาน้ำพุร้อนใต้พิภพสุดหรู และเมืองกรินดาวิกที่อยู่ใกล้เคียง 

โดยพบว่าลาวาที่ปะทุจากรอยแยก แทนที่จะไหลออกมาจากปล่องภูเขาไฟตรงกลาง กลับปรากฏออกมาจากรอยแตกยาวบนเปลือกโลก

ไอซ์แลนด์ ซึ่งมักถูกเรียกว่าดินแดนแห่งน้ำแข็งและไฟ ได้บันทึกการปะทุของภูเขาไฟไปแล้วกว่าสิบครั้ง นับตั้งแต่ระบบทางธรณีวิทยาบนคาบสมุทรเรคยาเนสกลับมาปะทุอีกครั้งเมื่อ 4 ปีก่อน

จนถึงขณะนี้ การปะทุของภูเขาไฟบนคาบสมุทรเรคยาเนส ยังไม่เป็นภัยคุกคามต่อเมืองเรคยาวิกที่อยู่ใกล้เคียง และไม่ได้ก่อให้เกิดการหยุดชะงักของการจราจรทางอากาศ ต่างจากการปะทุของภูเขาไฟเอยาฟยาตลาเยอคูลล์ในปี 2010 ซึ่งทำให้เครื่องบินต้องหยุดบินทั่วยุโรปตอนเหนือเกือบหนึ่งสัปดาห์

ก่อนที่จะมีคำสั่งอพยพในปี 2023 กรินดาวิกเคยเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนเกือบ 4,000 คน ปัจจุบันเมืองนี้อยู่ในสภาพรกร้างเนื่องจากภัยคุกคามจากลาวาไหลและแผ่นดินไหวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อต้นเดือนเมษายน ภูเขาไฟได้ปะทุขึ้นเหนือแนวป้องกันใกล้เมืองกรินดาวิก และหน่วยกู้ภัยได้อพยพประชาชนและผู้ที่เข้าพักที่สปาบลูลากูน

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการปะทุบนคาบสมุทรอาจดำเนินต่อไปอีกหลายทศวรรษ ขณะที่ไอซ์แลนด์ซึ่งมีประชากรเกือบ 400,000 คน ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายแสนคนให้มาสำรวจภูมิทัศน์ภูเขาไฟทุกปี ในปี 2024 มีชาวต่างชาติเดินทางมายังเกาะนี้เกือบ 2.3 ล้านคน ตามข้อมูลของคณะกรรมการการท่องเที่ยว.

ที่มา  Al Jazeera

เกาหลีใต้รวบผู้ปกครอง-ครู แอบเข้าไปในโรงเรียน ขโมยกระดาษข้อสอบ

เกาหลีใต้รวบผู้ปกครอง-ครู แอบเข้าไปในโรงเรียน ขโมยกระดาษข้อสอบ

16 ก.ค. 2568 14:22 น.

เกาหลีใต้รวบผู้ปกครอง-ครู แอบเข้าไปในโรงเรียน ขโมยกระดาษข้อสอบ

เกาหลีใต้จับกุมครูมัธยมปลายและผู้ปกครองนักเรียน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าบุกรุกเข้าไปในโรงเรียนในช่วงดึกเพื่อขโมยกระดาษข้อสอบ

ครูมัธยมปลายวัย 30 ปีรายหนึ่ง ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (14 ก.ค.) เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดกับผู้ปกครองของนักเรียนคนหนึ่ง เพื่อบุกรุกเข้าไปในโรงเรียนเก่าของเธอและขโมยข้อสอบปลายภาค

ศาลแขวงแทกู ประจำเมืองอันดง ได้ออกหมายจับผู้ต้องสงสัย โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับการหลบหนีหรือการทำลายหลักฐาน เธอกำลังถูกตั้งข้อหารับสินบนเพื่อแลกกับการกระทำที่ไม่เหมาะสม การบุกรุกอาคาร และการแทรกแซงการดำเนินงานของโรงเรียนโดยมิชอบ

เชื่อว่าผู้ต้องสงสัยและแม่ของเด็กได้บุกรุกเข้าไปในโรงเรียนมัธยมปลายในเมืองอันดง จังหวัดคยองซังเหนือ เมื่อเวลาประมาณ 01:20 น. ของวันที่ 4 กรกฎาคม โดยครูวัย 31 ปี ได้สแกนลายนิ้วมือที่ทางเข้า มีหญิงวัย 48 ปี ซึ่งมีลูกสาวเป็นนักเรียนชั้น ม.6 ของโรงเรียนร่วมอยู่ด้วย ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังสำนักงานคณาจารย์ชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องเก็บข้อสอบปลายภาค แม้ว่าครูรายดังกล่าวจะออกจากโรงเรียนไปแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2024 แต่ข้อมูลลายนิ้วมือของเธอยังคงใช้งานอยู่ในระบบรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน ทำให้เธอสามารถเปิดประตูห้องทำงานได้

เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนได้เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ขณะที่ทั้งสองพยายามขโมยข้อสอบ สัญญาณเตือนภัยของโรงเรียนก็ดังขึ้น พวกเขาหลบหนีไป แต่ถูกจับกุมในวันรุ่งขึ้น

ปัจจุบันผู้ต้องสงสัยสอนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมปลายอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดคยองกี เจ้าหน้าที่สืบสวนสงสัยว่าเธอจงใจพุ่งเป้าไปที่สำเนาข้อสอบที่พิมพ์เกิน เนื่องจากเธอคุ้นเคยกับอาคารดังกล่าว แม้ว่าเธอจะป้อนรหัสผ่านถูกต้อง แต่ข้อผิดพลาดของระบบน่าจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสัญญาณเตือน หากไม่มีข้อผิดพลาด ทั้งคู่อาจขโมยเอกสารโดยไม่ถูกตรวจจับได้

ตามรายงานของสำนักงานการศึกษาจังหวัดคยองซังเหนือ ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่าทั้งสองเข้าและออกจากห้องทำงานของคณะภายในเวลาสองถึงสามนาที 

เจ้าหน้าที่สืบสวนสงสัยว่าแม่ของนักเรียนได้รับข้อสอบจากครูเพื่อแลกกับเงินเป็นระยะเวลาสองปี เธอถูกกล่าวหาว่าให้เงินแก่ครู 2 ล้านวอน (ราว 46,800 บาท) ในแต่ละช่วงสอบ รวมเป็นเงินประมาณ 20 ล้านวอน (ราว 468,000 บาท) ทั้งสองพบกันครั้งแรกในปี 2020 ตอนที่ครูคนดังกล่าวสอนลูกคนโตของผู้หญิงคนนั้น

เมื่อลูกสาวของเธอเข้าเรียนมัธยมปลายในปี 2023 ครูคนนี้ทำหน้าที่เป็นครูประจำชั้นของเธอ เธอยังถูกกล่าวหาว่าสอนพิเศษนักเรียนเป็นการส่วนตัว ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเกาหลีใต้ และตำรวจกำลังสอบสวนอยู่

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คณะกรรมการผลการเรียนของโรงเรียนได้ตัดสินใจไล่นักเรียนคนดังกล่าวออก และยกเลิกคะแนนสอบทั้งหมดของเธอ แม้นักเรียนคนดังกล่าวเคยได้อันดับหนึ่งของชั้นเรียนมาโดยตลอด

ตำรวจพบหลักฐานธุรกรรมทางการเงินระหว่างผู้ปกครองและครู และกำลังดำเนินการสืบสวนเพิ่มเติมในคดีนี้ ศาลนัดพิจารณาคดีเพื่อจับกุมผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเวลา 15.00 น. ของวันอังคาร.

ที่มา JoongAng Daily  Korea Herald

โค้ชฟิตเนสจีน สารภาพเป็นชายในคลิปเจ๊หงส์จริง พร้อมโชว์ผลตรวจเลือด

โค้ชฟิตเนสจีน สารภาพเป็นชายในคลิปเจ๊หงส์จริง พร้อมโชว์ผลตรวจเลือด

16 ก.ค. 2568 13:00 น.

โค้ชฟิตเนสจีน สารภาพเป็นชายในคลิปเจ๊หงส์จริง พร้อมโชว์ผลตรวจเลือด

โค้ชฟิตเนสวัย 25 ปี ยืดอกยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้ชายในคลิปเจ๊หงส์จริง หลังถูกชาวเน็ตจับผิดจากเสื้อยืดที่ใส่และรูปร่าง โดยยังนำผลตรวจสุขภาพคัดกรองโรคทางเพศสัมพันธ์มายืนยัน

สื่อจีนยังตามต่อ ประเด็นฉาวเจ๊หงส์ โดยเฉพาะการสืบหาตัวตนของบรรดาชายหนุ่มที่ปรากฎอยู่ในคลิปเจ๊หงส์ โดยล่าสุดนาย “ชีหยาง” โค้ชฟิตเนสวัย 25 ปี ออกมายืดอกยอมรับว่าตัวเขาคือชายหนุ่มกล้ามโตที่อยู่ในวิดีโอของเจ๊หงส์จริง พร้อมนำผลการคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาโชว์เพื่อยืนยันว่าผลการตรวจซิฟิลิสของเขาเป็นลบ 

ทั้งนี้ สาเหตุที่เขายอมเปิดเผยตัวตนเป็นเพราะชาวเน็ตมีการจับผิดเสื้อยืดสีดำที่มีรูปหัวกระทิงที่เขาสวมในคลิป เปรียบเทียบกับรายละเอียดต่าง ๆ เช่น รูปร่าง แว่นตา และรองเท้า จนฟันธงว่าต้องเป็นเขาแน่ ๆ จนนายชีหยางทนไม่ได้กับข้อความส่วนตัวและการคุกคามทางออนไลน์จำนวนมาก จึงตัดสินใจเปิดเผยตัวตนและแจ้งความกับตำรวจ พร้อมเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนอย่าเผยแพร่วิดีโอนี้อีก นอกจากนี้นายชีหยางยังไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพื่อยืนยันว่าเขาไม่ได้ติดเชื้อซิฟิลิส โดยยอมรับว่ารู้สึกโล่งใจมาก และเดือนหน้าจะตรวจซ้ำใหม่ 

โค้ชฟิตเนสจีน สารภาพเป็นชายในคลิปเจ๊หงส์จริง พร้อมโชว์ผลตรวจเลือด

ชีหยางยังได้แชร์ข้อความจากชาวเน็ตหญิงคนหนึ่งที่บอกว่าเธอยินดีแต่งงานกับเขาและไม่สนใจอดีต ซึ่งทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ แต่เขาก็ตอบไปว่า “มีใครบ้างที่ไม่สนใจอดีตของอีกฝ่าย และผมไม่คู่ควรกับความรักที่คุณจะมอบให้” 

นอกจากนี้ชาวเน็ตบางคนยังถามเขาด้วยความสงสัยว่า เขาไม่รู้สึกว่าเจ๊หงส์น่าเกลียดบ้างหรือ ซึ่งชีหยางก็เปิดเผยว่าเขาไม่ได้มองหน้าเจ๊หงส์ดี ๆ ด้วยซ้ำ โดยเขาก็รู้สึกสับสนเล็กน้อยในตอนนั้น คิดว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง เลยไม่ได้คิดอะไรมากหรือลืมตามอง 

โค้ชฟิตเนสจีน สารภาพเป็นชายในคลิปเจ๊หงส์จริง พร้อมโชว์ผลตรวจเลือด

ทั้งนี้ เหยื่อหลายราย กำลังพยายามหาทางลบคลิปของตนเองออกจากโลกออนไลน์ ขณะที่บางรายได้ออกมาเปิดเผยตัวตนเหมือนกับนายชีหยาง แต่ก็มีบางส่วนที่ยังไม่แน่ชัดว่าเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ออกมาอ้างตัวว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ โดยมีการไลฟ์สดประสบการณ์ของตนเองผ่านแพลตฟอร์ม Weibo พร้อมตั้งชื่อว่า “ผมคือหนึ่งในคนที่เกี่ยวข้องกับคดีลุงแดง(เจ๊หงส์)” ซึ่งทำให้เขาได้รับความสนใจจากผู้ชมเป็นจำนวนมาก

สำหรับความคืบหน้าทางคดี ตำรวจเจียงหนิงได้จับกุมตัวเจ๊หงส์หรือนายเจียววัย 38 ปีแล้ว ในข้อหาเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร  เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนจะออกแถลงการณ์เรื่องดังกล่าวเมื่อ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่าจำนวนตัวเลขของคนที่มีสัมพันธ์กับเจ๊หงส์ที่ระบุว่ามีถีง 1,600 กว่ารายนั้นเป็นตัวเลขเกินจริง โดยคดียังอยู่ระหว่างการสอบสวน อย่างไรก็ตาม หากนายเจียวเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จริง ๆ แล้วแพร่เชื้อให้คนอื่น อาจเข้าข่ายความผิดฐานเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยสาธารณะ และมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิตตามกฎหมายด้วย โดยยังไม่มีรายงานความคืบหน้าว่าเขาได้รับการปล่อยตัว หรือจะต้องขึ้นศาลตัดสินคดีเมื่อใด.

โค้ชฟิตเนสจีน สารภาพเป็นชายในคลิปเจ๊หงส์จริง พร้อมโชว์ผลตรวจเลือด

ที่มา : nationalworld , hk01.com , Yahoo

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เจ๊หงส์

หลายสายการบินทั่วโลกตรวจสอบสวิตช์เชื้อเพลิงโบอิ้ง หลังเปิดเผยผลสอบเหตุเครื่องบินแอร์อินเดียตก

หลายสายการบินทั่วโลกตรวจสอบสวิตช์เชื้อเพลิงโบอิ้ง  หลังเปิดเผยผลสอบเหตุเครื่องบินแอร์อินเดียตก

16 ก.ค. 2568 12:17 น.

หลายสายการบินทั่วโลกตรวจสอบสวิตช์เชื้อเพลิงโบอิ้ง หลังเปิดเผยผลสอบเหตุเครื่องบินแอร์อินเดียตก

หลายสายการบินทั่วโลกเริ่มตรวจสอบ “สวิตช์เชื้อเพลิง” เครื่องบินโบอิ้ง หลังมีการเปิดเผยผลสอบสวนเหตุเครื่องบินแอร์อินเดียตกดับ 260 ศพ สาเหตุมาจากการปิดสวิตช์เชื้อเพลิงที่ทำให้เครื่องยนต์ดับ

วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 รัฐบาลอินเดีย และเกาหลีใต้ มีคำสั่งให้สายการบินภายในประเทศเร่งตรวจสอบสวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงของเครื่องบินโบอิ้งหลายรุ่น รวมถึง 787 ดรีมไลเนอร์และ 737 หลังมีการเปิดเผยรายงานเบื้องต้นชี้ว่า “สวิตช์ตัดเชื้อเพลิง” อาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เครื่องบินของสายการบิน แอร์อินเดียเที่ยวบิน AI171 ตกลงไม่นานหลังออกจากสนามบินเมืองอาเมดาบัด เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 260 ราย

ในรายงานฉบับเบื้องต้นของสำนักงานสอบสวนอุบัติเหตุทางอากาศของอินเดียระบุว่า สวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงทั้งสองฝั่งของเครื่องบินถูกเปลี่ยนจากโหมด “RUN” (ทำงาน) เป็น “CUTOFF” (ปิด) ในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะเครื่องกำลังไต่ระดับความสูง โดยบันทึกเสียงในห้องนักบินเผยว่า นักบินคนหนึ่งถามอีกคนว่า “ทำไมถึงตัดเชื้อเพลิง” แต่ได้รับคำตอบว่า “ไม่ได้ทำ”

แม้ทางบริษัทโบอิ้ง และสำนักงานการบินพลเรือนของสหรัฐฯ จะยืนยันว่า เป็นระบบที่ยังปลอดภัย แม้ในอดีตเคยออกคำแนะนำตั้งแต่ปี 2561 ให้สายการบินตรวจสอบระบบล็อกของสวิตช์ตัดเชื้อเพลิง เพื่อป้องกันการเปิด–ปิดโดยไม่ตั้งใจ แต่ไม่ได้บังคับให้ดำเนินการ

หลังเหตุการณ์นี้ สำนักงานการบินพลเรือนของอินเดีย ได้สั่งการตรวจสอบครอบคลุมทุกสายการบินที่ใช้ โบอิ้ง 787 และ 737 ซึ่งเป็นรุ่นที่มีใช้งานมากในภูมิภาคเอเชีย ในขณะที่โบอิ้งต้องเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกระลอก หลังจากก่อนหน้านี้ประสบปัญหาด้านความปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่องในรุ่น 737 แม็กซ์ และ 787 ดรีมไลเนอร์

นอกจากนี้ หลายสายการบินทั่วโลกเริ่มตรวจสอบระบบเชื้อเพลิงในฝูงบินของตนทันที อาทิ สิงคโปร์แอร์ไลน์ และสกู๊ต ระบุว่าได้ทำการตรวจสอบแล้ว ไม่พบปัญหา ในขณะที่ลูฟฮันซา ระบุว่าเคยตรวจตั้งแต่ปี 2561 และตรวจซ้ำอีกครั้งหลังเหตุ AI171 ในส่วนของสายการบินแควนตัส เปิดเผยว่าทำการตรวจเช่นกัน ฃ

ขณะเดียวกัน ยังมีสายการบิน โคเรียนแอร์ เอเอ็นเอ และเจแปน แอร์ไลน์ ระบุว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการ ในส่วนของสายการบินอีวีเอ แอร์ ของไต้หวัน ระบุว่ายังไม่มีคำสั่งเพิ่มเติม และอะแลสกา แอร์ไลน์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่ายังไม่ได้รับคำแนะนำจากโบอิ้ง.

รัฐมนตรีคิวบาลาออกหลังกล่าวว่าประเทศไม่มีขอทาน

รัฐมนตรีคิวบาลาออกหลังกล่าวว่าประเทศไม่มีขอทาน

16 ก.ค. 2568 11:42 น.

รัฐมนตรีคิวบาลาออกหลังกล่าวว่าประเทศไม่มีขอทาน

มาร์ตา เอเลนา เฟโต-กาเบรรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและประกันสังคมของคิวบา ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากที่เธอได้แสดงความคิดเห็นในการประชุมสภาที่ปฏิเสธว่าประเทศคิวบาไม่มีขอทาน

รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานคิวบาเคยกล่าวว่าไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “ขอทาน” ในคิวบา และโดยพื้นฐานแล้ว ผู้คนที่คุ้ยขยะก็ทำเช่นนั้นเพราะเลือกที่จะหา “เงินง่ายๆ” 

ความคิดเห็นของเธอถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากชาวคิวบาทั้งในและต่างประเทศ และกระตุ้นให้ประธานาธิบดีมิเกล ดิอาซ-กาเนลของคิวบาออกมาตอบโต้ เธอจึงลาออกในเวลาไม่นานหลังจากนั้น

ระดับความยากจนและการขาดแคลนอาหารในคิวบาทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ประเทศยังคงเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรง

เฟโต-กาเบรรา ได้แสดงความคิดเห็นดังกล่าวเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งเธอได้กล่าวถึงผู้คนที่ขอทานและคุ้ยขยะในถังขยะในคิวบา เธอดูเหมือนจะปฏิเสธการมีอยู่ของพวกเขา โดยกล่าวว่า “ไม่มีขอทานในคิวบา มีคนแสร้งทำเป็นขอทานเพื่อหาเงินง่ายๆ” ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังกล่าวหาว่าคนที่ค้นหาในถังขยะเป็น “ผู้มีส่วนร่วมในบริการรีไซเคิลอย่างผิดกฎหมาย”

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเธอได้ประเมินความไม่พอใจของประชาชนผิดพลาดอย่างชัดเจน รวมถึงระดับที่ความคิดเห็นเหล่านั้นที่แสดงให้เห็นว่าผู้นำประเทศไร้ความรู้สึก จมอยู่กับอำนาจนิยม และตัดขาดจากการต่อสู้ทางเศรษฐกิจอันเลวร้ายของชาวคิวบาทั่วไป

นักเคลื่อนไหวและปัญญาชนชาวคิวบาจำนวนหนึ่งได้ตีพิมพ์จดหมายเรียกร้องให้เธอออกจากตำแหน่ง โดยระบุว่าความคิดเห็นเหล่านั้นเป็น “การดูหมิ่นประชาชนชาวคิวบา”

จากนั้นประธานาธิบดีคิวบาได้วิพากษ์วิจารณ์เฟโต-กาเบรราในการประชุมรัฐสภา แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อเธอโดยตรงก็ตาม โดยกล่าวว่าผู้นำไม่สามารถ “กระทำการด้วยความดูถูกเหยียดหยาม” หรือ “ตัดขาดจากความเป็นจริง” ของประชาชนได้

เปโดร มอนเรอัล นักเศรษฐศาสตร์ชาวคิวบา โพสต์ข้อความบน X ว่า “มีผู้คนปลอมตัวเป็นรัฐมนตรี” ในคิวบา และพรรคคอมมิวนิสต์คิวบาและรัฐบาลยอมรับการลาออกของเฟโต-กาเบรรา

แม้ว่ารัฐบาลคิวบาจะไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับจำนวนขอทาน แต่จำนวนขอทานที่เพิ่มขึ้นเป็นสิ่งที่ชาวคิวบาส่วนใหญ่พบเห็นได้ทั่วไป ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของประเทศแห่งนี้.

ที่มา BBC

จีนเผยจีดีพี ครึ่งปีแรก ขยายตัว 5.3%

จีนเผยจีดีพี ครึ่งปีแรก ขยายตัว 5.3%

16 ก.ค. 2568 11:31 น.

จีนเผยจีดีพี ครึ่งปีแรก ขยายตัว 5.3%

จีนเผย ตัวเลขจีดีพีครึ่งแรกของปีนี้ ขยายตัว 5.3% หลังเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจมหภาคเชิงรุกมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องแม้เผชิญแรงกดดัน  

วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน แถลงว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ของจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 เมื่อเทียบปีต่อปี สูงถึงราว 66.05 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ  299 ล้านล้านบาท ในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 ขณะที่จีดีพีในช่วงไตรมาสที่ 2 เดือนเมษายน-มิถุนายน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.2 เมื่อเทียบปีต่อปี

นายเซิ่ง ไหล อวิ้น รองหัวหน้าสำนักงานฯ แถลงว่าจีนได้เร่งดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคเชิงรุกมากยิ่งขึ้นนับตั้งแต่ต้นปี 2568 ส่งผลให้เศรษฐกิจก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องแม้เผชิญแรงกดดัน โดยตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญหลายตัวมีผลลัพธ์ดีกว่าที่คาดไว้

ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนในครึ่งปีแรก เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยภาคการผลิตอุปกรณ์และการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่ตลาดผู้บริโภครักษาแนวโน้มขาขึ้น โดยยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เมื่อเทียบปีต่อปี เร็วกว่าการเติบโตในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม อยู่ 0.4 จุด

ขณะเดียวกันการลงทุนสินทรัพย์ถาวรยังคงขยายตัวในช่วงครึ่งปีแรก เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยเฉพาะการลงทุนภาคการผลิตที่เติบโตอย่างโดดเด่น ส่วนตลาดแรงงานโดยรวมมีเสถียรภาพ โดยอัตราการว่างงานในเมืองกลุ่มสำรวจเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 5.2 ในช่วงครึ่งปีแรก ลดลง 0.1 จุดเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก

นอกจากนี้ รายได้ที่ใช้จ่ายได้จริงต่อหัวของจีนในช่วงครึ่งปีแรก อยู่ที่ 21,840 หยวน หรือประมาณ  99,000 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 เมื่อเทียบปีต่อปีในแง่ของมูลค่าที่แท้จริง และเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.4 หลังหักปัจจัยด้านราคาแล้ว

โดยทางการจีนระบุว่า ผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกมีแนวโน้มเชิงบวก และก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้คือความสำเร็จที่ได้มาอย่างยากลำบาก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาสถานการณ์ระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงฉับพลัน และแรงกดดันจากภายนอกที่เพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาสสอง.

ป๊อปมาร์ทคาดกำไรพุ่ง 350% ผลจากกระแสคลั่งลาบูบู้

ป๊อปมาร์ทคาดกำไรพุ่ง 350% ผลจากกระแสคลั่งลาบูบู้

16 ก.ค. 2568 11:06 น.

ป๊อปมาร์ทคาดกำไรพุ่ง 350% ผลจากกระแสคลั่งลาบูบู้

ป๊อปมาร์ท (Pop Mart) บริษัทผู้ผลิตของเล่นจีนผู้อยู่เบื้องหลังตุ๊กตาลาบูบู้ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทั่วโลก ระบุว่า คาดว่ากำไรของบริษัทอาจพุ่งสูงขึ้นในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้

ป๊อปมาร์ทระบุในแถลงการณ์เบื้องต้นว่า คาดว่ากำไรในช่วงเวลาดังกล่าวจะเพิ่มขึ้น 350% เนื่องจากรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่า

ป๊อปมาร์ท ซึ่งมีมูลค่าตลาดหุ้นมากกว่า 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.46 ล้านล้านบาท) ระบุด้วยว่า ผลกำไรเพิ่มขึ้นจากการรับรู้แบรนด์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกและการควบคุมต้นทุน

บรรดานักสะสมต่างหลงใหลตุ๊กตาลาบูบู้ที่โด่งดังอย่างรวดเร็ว โดยมีลักษณะคล้ายสิ่งมีชีวิตคล้ายตัวเอลฟ์ในจินตนาการที่มีฟันแหลมคมเรียงเป็นแถว ซึ่งถูกขายจนหมดเกลี้ยงและทำให้ผู้คนต้องต่อคิวยาวเหยียดในร้านค้าทั่วโลก

บริษัทเป็นที่รู้จักจากการขายของเล่นใน “กล่องสุ่ม” ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ซ่อนของเล่นไว้โดยที่ผู้ซื้อไม่ทราบว่ามีอะไรอยู่ด้านใน ส่วนตุ๊กตาลาบูบู้เปิดตัวในปี 2019 และช่วยให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นผู้ค้าปลีกรายใหญ่ มีตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและร้านค้ามากกว่า 2,000 แห่งทั่วโลก

ป๊อปมาร์ทเริ่มขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในปี 2020 มูลค่าหุ้นของบริษัทพุ่งสูงขึ้นเกือบ 600% ในปีที่ผ่านมา โดยยอดขายจากนอกจีนแผ่นดินใหญ่คิดเป็นเกือบ 40% ของรายได้รวมในปี 2024 ขณะที่ร้านค้าหลายแห่งทั่วโลกต้องระงับการขายตุ๊กตาลาบูบูเนื่องจากความต้องการที่ล้นหลาม

ความสำเร็จครั้งสำคัญของบริษัทในการบุกเบิกตลาดตะวันตก ทำให้ป๊อปมาร์ทกลายเป็นหนึ่งในบริษัทจีนที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงที่สุดในตลาดค้าปลีก โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเกือบ 67% ในปีที่แล้ว เทียบกับ มินิโซ กรุ๊ป บริษัทค้าปลีกสินค้าตกแต่งบ้านและของเล่นที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 45% รวมถึงเสียวหมี่ และบีวายดี ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 20%.

ที่มา BBC Bloomberg