สนามบินลอนดอนปิด-ยกเลิกเที่ยวบิน หลังเครื่องบินเล็กตก

สนามบินลอนดอนปิด-ยกเลิกเที่ยวบิน หลังเครื่องบินเล็กตก

14 ก.ค. 2568 08:31 น.

สนามบินลอนดอนปิด-ยกเลิกเที่ยวบิน หลังเครื่องบินเล็กตก

สนามบินลอนดอนเซาธ์เอนด์ประกาศปิดทำการจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม หลังจากตำรวจระบุว่าเกิดเหตุเครื่องบินขนาดเล็กตกที่สนามบินบริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ

สนามบินลอนดอนเซาธ์เอนด์ในเมืองเอสเซกซ์ต้องปิดทำการชั่วคราว หลังจากเกิดเหตุเครื่องบินขนาดเล็กตกที่สนามบินบริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม จนเกิดการระเบิดและส่งกลุ่มควันดำลอยคลุ้งในอากาศ

โดยทางสนามบินระบุผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า เที่ยวบินทั้งหมดทั้งขาเข้าและขาออกถูกยกเลิก ขณะที่ตำรวจ หน่วยบริการฉุกเฉิน และทีมสอบสวนอุบัติเหตุทางอากาศกำลังเข้าตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ตำรวจเอสเซกซ์ระบุว่า ขณะนี้พวกเขายังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่สนามบินเซาธ์เอนด์  พร้อมเสริมว่าทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ว่าเครื่องบินขนาด 12 เมตรประสบอุบัติเหตุ

ตามรายงานของ BBC เครื่องบินที่ตกคือรุ่น Beechcraft B200 ซึ่งประสบเหตุตก หลังจากบินขึ้นได้ไม่นาน และยังไม่ชัดเจนว่าในขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารกี่คนอยู่บนเครื่อง

ภาพถ่ายจากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ในอังกฤษ ซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ แสดงให้เห็นลูกไฟขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือสนามบินเซาธ์เอนด์ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงลอนดอนไปทางตะวันออกประมาณ 56 กิโลเมตร

หน่วยรถพยาบาลประจำภูมิภาคตะวันออกของอังกฤษ ระบุว่าได้ส่งรถพยาบาล 4 คันและยานพาหนะฉุกเฉินอื่น ๆ ไปยังที่เกิดเหตุแล้ว

จากข้อมูลบนเว็บไซต์ของสนามบิน พบว่าเที่ยวบินระหว่างประเทศอย่างน้อย 5 เที่ยวบินถูกยกเลิกภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เครื่องบินตก

ครบ 1 ปีเหตุลอบยิงทรัมป์ รายงานชี้ตำรวจลับล้มเหลวในการระงับเหตุ

ครบ 1 ปีเหตุลอบยิงทรัมป์ รายงานชี้ตำรวจลับล้มเหลวในการระงับเหตุ

14 ก.ค. 2568 05:33 น.

ครบ 1 ปีเหตุลอบยิงทรัมป์ รายงานชี้ตำรวจลับล้มเหลวในการระงับเหตุ

รายงานของ สว.สหรัฐฯ จวกหน่วยตำรวจลับว่า ล้มเหลวในการหยุดยั้งความพยายามลอบสังหารโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการหาเสียงที่เมืองบัตเลอร์ เมื่อ 1 ปีก่อน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ค. 2568 คณะกรรมการความมั่นคงมาตุภูมิแห่งวุฒิสภาสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานการตรวจสอบเหตุพยายามลอบสังหาร โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเกิดขึ้นในวันเดียวกันนี้เมื่อ 1 ปีก่อน โดยกล่าวหาหน่วยตำรวจลับ (USSS) ว่าปฏิบัติการล้มเหลวเพราะสื่อสารล่าช้าและไม่เพิ่มการคุ้มกันให้นายทรัมป์ระหว่างการหาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนีย ทั้งที่เขากำลังเผชิญภัยคุกคามมากขึ้น

“นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดเดียว มันเป็นความล้มเหลวที่สามารถป้องกันได้ที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ” คณะกรรมการความมั่นคงมาตุภูมิแห่งวุฒิสภาสหรัฐฯ ระบุ โดยพวกเขาดำเนินการสืบสวนเหตุการณ์ สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจลับ 17 คน ตรวจสอบเอกสารทางกฎหมายกว่า 75,000 หน้า ตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา จนได้ข้อสรุปดังกล่าว

นายแรนด์ พอล สว.รัฐเคนทักกี สังกัดพรรครีพับลิกัน ประธานคณะกรรมการความมั่นคงฯ ให้สัมภาษณ์ในรายการ “Face the Nation” ของสถานีโทรทัศน์ CBS โดยเขากล่าวหา น.ส.คิม ชีเทิล อดีตผู้อำนวยการหน่วยตำรวจลับ ว่าโกหกสภาคองเกรสตอนที่เธอให้การว่า หน่วยงานของเธอไม่ได้รับคำขอเพิ่มการคุ้มกันนายทรัมป์ก่อนเกิดเหตุที่เมืองบัตเลอร์

ผลการสืบสวนพบว่า หน่วยตำรวจลับได้รับคำร้องแล้วอย่างน้อยถึง 4 ครั้งจากตำรวจลับที่คุ้มกันนายทรัมป์และทีมหาเสียงของเขา ให้เพิ่มมาตรการป้องกันการซุ่มยิงและเพิ่มการป้องกันอื่นๆ แต่ไม่ได้รับการตอบรับ “นี่เป็นความผิดพลาดที่ซ้อนทับกัน ตอนเราถามหาผู้รับผิดชอบด้านความมั่นคง ทุกคนต่างชี้นิ้วไปที่คนอื่น”

ด้าน น.ส.ชีเทิลออกแถลงการณ์ในวันอาทิตย์ ยืนยันว่าเธอไม่ได้โกหกต่อสภาคองเกรส แต่ในตอนที่เธอให้การนั้น เธอได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สำนักงานใหญ่และทีมคุ้มกันของนายทรัมป์ ซึ่งรวมถึงตัวนายฌอน คูร์ราน ผู้อำนวยการหน่วยตำรวจลับคนปัจจุบันด้วยว่า ไม่มีคำร้องขอเพิ่มการสนับสนุนแก่เจ้าหน้าที่ของเราในเมืองบัตเลอร์ถูกปฏิเสธเลย

“การยืนยันหรือการสื่อความหมายโดยนัยใดๆ ว่า ฉันให้การชี้นำผิดๆ นั้นไม่เป็นความจริง และส่งผลเสียต่อเจ้าหน้าที่ชายหญิงที่ทำงานอยู่แนวหน้า ซึ่งต้องถูกลงโทษทางวินัยเพราะความล้มเหลวของทีม แทนที่จะเป็นความล้มเหลวส่วนบุคคล

ทั้งนี้ ในวันเกิดเหตุเมื่อ 13 ก.ค. 2567 นายโทมัส แมททิว ครูกส์ วัย 20 ปี ผู้ทำงานที่บ้านพักผู้สูงอายุในรัฐเพนซิลเวเนีย ปีนขึ้นไปบนอาคารนอกเขตรักษาความปลอดภัยรอบเวทีหาเสียงของนายทรัมป์ ในเมืองบัตเลอร์ ก่อนจะใช้ปืนไรเฟิลตระกูล AG ยิงเข้าใส่เวที จนมีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอีก 2 คน ส่วนนายทรัมป์ซึ่งเป็นเป้าหมายในการลอบสังหาร รอดชีวิตมาได้ แต่กระสุนถากส่วนบนของหูขวา ขณะที่คนร้ายถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมในที่เกิดเหตุ

รายงานของคณะกรรมการความมั่นคงฯ ไม่ได้ระบุว่าแรงจูงใจของคนร้ายรายนี้คืออะไร แต่บรรยายความผิดพลาดของการรักษาความปลอดภัยที่ใช้ทรัพยากรมากมายแต่กลับไม่รู้ว่ามือสังหารกำลังพยายามก่อเหตุ

คณะกรรมการฯ ระบุความล้มเหลวของหน่วยตำรวจลับเอาไว้หลายข้อ รวมถึงเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลผู้ต้องสงสัย และที่อยู่ของเขา โดยการสืบสวนพบว่า ภายในหน่วยตำรวจลับมีรายงานที่ขัดแย้งกันในเรื่อง ใครรู้อะไรและรู้เมื่อไร “การขาดการสืบสวนอย่างเป็นโครงสร้าง น่าจะเป็นสาเหตุใหญ่ที่สุดสำหรับความล้มเหลวของหน่วยตำรวจลับ”

ตามรายงานฉบับนี้ ความล้มเหลวของตำรวจลับทำให้นายครูกส์หลบรอดจากการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ได้นานเกือบ 45 นาที และกล่าวโทษเจ้าหน้าที่ในห้องรักษาความปลอดภัย (security room) ว่ากระจายข้อมูลให้ทีมต่างๆ อย่างไม่เหมาะสม ทั้งที่ได้ข้อมูลเรื่องบุคคลน่าสงสัยนอกเขตรักษาความปลอดภัยก่อนเกิดเหตุถึง 25 นาที

ตำรวจรัฐเพนซิลเวเนียนายหนึ่งให้การว่า เขาบอกกับเจ้าหน้าที่ห้องรักษาความปลอดภัยด้วยตัวเองว่า กำลังมีการค้นหาบุคคลที่มีเครื่องวัดระยะนอกเขตรักษาความปลอดภัย แต่เขาไม่รู้ว่า เจ้าหน้าที่ในห้องได้ถ่ายทอดข้อมูลนี้ให้แก่เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ผ่านวิทยุหรือไม่ แต่เขามีความรู้สึกว่า มีการขาดความตระหนักถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์

ต่อมา ตำรวจนายเดิมเปิดเผยว่า เขาได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ในห้องรักษาความปลอดภัย ว่าพบบุคคลน่าสงสัยอยู่บนหลังคาอาคาร แต่เขาไม่รู้ว่ามีการถ่ายทอดข้อมูลต่อหรือไม่ ด้านเจ้าหน้าที่ในห้องรักษาความปลอดภัยให้การขัดแย้งกัน โดยระบุว่า เขาได้ยินผ่านวิทยุสื่อสารว่า ตำรวจท้องถิ่นกำลังจัดการปัญหาในทิศ 3 นาฬิกา แต่ไม่รู้เรื่องคนบนหลังคา

เหตุผลทั้งหมดนี้ ทำให้ไม่มีใครหยุดนายทรัมป์ ไม่ให้ก้าวขึ้นเวทีหาเสียง ซึ่งเขาถูกยิงเข้าใส่ในเวลา 18.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ในการให้สัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่สืบสวน เจ้าหน้าที่ห้องรักษาความปลอดภัยยอมรับว่า เขาไม่มีการติดต่ออื่นๆ กับตำรวจท้องถิ่นในวันเกิดเหตุ และไม่เคยเห็นแผนปฏิบัติการที่ตำรวจรัฐเพนซิลเวเนียกับสำนักงานฉุกเฉินเมืองบัตเลอร์วางเอาไว้ร่วมกัน ก่อนหน้าวันหาเสียงด้วย

คณะกรรมการความมั่นคงฯ พยายามตั้งคำถามว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่นายนี้จึงถูกพบว่าไม่ได้ละเมิดข้อบังคับใดๆ ของหน่วยตำรวจลับ และไม่ได้รับการลงโทษทางวินัยใดๆ ก่อนที่เขาจะเกษียณออกจากหน่วยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : washingtonpost

คำยั่วยุอาจนำไปสู่สงครามนิวเคลียร์

คำยั่วยุอาจนำไปสู่สงครามนิวเคลียร์

14 ก.ค. 2568 04:42 น.

คำยั่วยุอาจนำไปสู่สงครามนิวเคลียร์

ศิษย์เก่าสถาบันเอเชียและแอฟริกาศึกษา มหาวิทยาลัยมอสโก คนหนึ่งกำลังดังมากในรัสเซียและวงการระหว่างประเทศคือ ดมิทรี เซรเกเยวิช เปซคอฟ บุตรชายของอดีตเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำโอมานและปากีสถาน ตั้งแต่ ค.ศ.2012 เปซคอฟได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการของประธานาธิบดีรัสเซีย เขียนให้เข้าใจง่ายก็คือโฆษกใหญ่ที่เรียกว่า Kremlin Press Secretary นอกจากนั้นยังเป็นรองหัวหน้าฝ่ายบริหารของสำนักประธานาธิบดีรัสเซีย

ตอนนี้มีเรื่องที่เปซคอฟต้องออกมาตอบคำถามผู้สื่อข่าวเยอะ โดยเฉพาะ 2 เรื่องที่มีคนพยายามจะเสี้ยมให้รัสเซียกับสหรัฐฯมีความขัดแย้งรุนแรง

1.สถานีโทรทัศน์เครือข่ายข่าวทางเคเบิล (CNN) ออกมาให้ข่าวว่า ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ค.ศ.2024 โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครพรรครีพับลิกัน บอกกับกลุ่มผู้บริจาคเอกชนว่า ตนเป็นคนเตือนปูตินเองว่า ตนจะไปบอมบ์กรุงมอสโกให้เละ หากรัสเซียยังเดินหน้าโจมตีอูเครน

2.หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รายงานว่า เดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2024 หลังจากที่รู้ผลการเลือกตั้งแล้วว่าชนะแน่นอน แต่ยังไม่ได้เข้าพิธีสาบานตน ทรัมป์โทรศัพท์ไปหาปูติน และเตือนปูตินว่า อย่าได้ยกระดับสงคราม (รัสเซีย-อูเครน) ให้มากไปกว่านี้

เปซคอฟอธิบายให้สื่อมวลชนและผู้สนใจในเรื่องนี้ฟังว่า เรื่องของ CNN ที่ทรัมป์ขู่จะทิ้งระเบิดกรุงมอสโกนั้น “ข้าพเจ้าไม่สามารถยืนยันหรือปฏิเสธได้ ถึงแม้ข้าพเจ้าอยากจะพูดก็ตาม พวกนี้ (เป็นคำขู่) จริงหรือปลอม พวกเราเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” “สมัยนี้มีการปล่อยข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จออกมามากมาย” ส่วนการรายงานของวอชิงตันโพสต์นั้นเป็นเรื่องเท็จ “เป็นเรื่องแต่งขึ้นมาเองล้วนๆ”

การสนทนาระหว่างปูตินและทรัมป์ที่ยืนยันได้อย่างเป็นทางการคือ 12 กุมภาพันธ์ 2025 หลังจากที่ทรัมป์เข้าพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีแล้ว 23 วัน ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของการสนทนาที่ยาว 1 ชั่วโมง 30 นาที เพียงแต่มีการให้รายละเอียดกว้างๆว่าเป็นเรื่องสถานการณ์สงครามในอูเครน ตะวันออกกลาง พลังงาน ปัญญาประดิษฐ์ และค่าเงินดอลลาร์

ทรัมป์กับปูตินคุยกันทางโทรศัพท์อย่างเป็นทางการใน ค.ศ.2025 จำนวน 6 ครั้งคือ 12 กุมภาพันธ์, 18 มีนาคม, 19 พฤษภาคม, 4 มิถุนายน พอถึงวันที่ 14 มิถุนายน ปูตินโทรศัพท์หาทรัมป์เพื่ออวยพรวันคล้ายวันเกิดและหารือสถานการณ์ตะวันออกกลาง และครั้งล่าสุดที่โทรศัพท์คุยกันคือ 3 กรกฎาคม เกี่ยวกับสถานการณ์อูเครนและอิหร่าน

8 กรกฎาคม 2025 ในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาว ทรัมป์พูดต่อที่ประชุม โดยสื่อทุกสำนักรายงานตรงกันว่า ทรัมป์พูดถึงปูตินในแง่ลบว่า “We get a lot of bullshit thrown at us by Putin. He’s very nice all the time, but it turns out to be meaningless.” “ปูตินโยนเรื่องไร้สาระใส่เรามากมาย เขาทำตัวสุภาพกับเราตลอดเวลา แต่สุดท้ายก็ไม่มีความหมายอะไรเลย” ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ทรัมป์ยังพูดถึงเรื่องการพิจารณาเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียด้วย

CNN รายงานต่อไปว่า ทรัมป์เคยส่งคำเตือนคล้ายกัน (กับที่ส่งไปให้ปูติน) ไปยังนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เกี่ยวกับความเป็นไปได้หากจีนรุกรานไต้หวัน สหรัฐฯจะทิ้งระเบิดใส่กรุงปักกิ่งเป็นการตอบโต้

ที่ผมนำเรื่องนี้มาเสนอ เพราะคำพูดของทรัมป์ที่ยั่วยุอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน อาจจะทำให้ผู้นำ “ประเทศขนาดใหญ่” ที่เตรียมพร้อมกับการทำสงครามมาอย่างดีอย่างรัสเซียและจีนตัดสินใจร่วมมือกันตอบโต้สหรัฐฯ และมีโอกาสบานปลายเป็นสงครามโลก สงครามโลกครั้งต่อไปจะรุนแรงกว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2

ผู้สนับสนุนซีกสหรัฐฯมักจะขู่ว่า สหรัฐฯมีหัวรบนิวเคลียร์ 3,748 หัวรบ (ตัวเลข 3 กันยายน 2023 พอถึง ค.ศ.2025 มีรายงานว่าหัวรบที่ใช้งานได้ 1,770 หัวรบ) ในขณะที่รัสเซียมีหัวรบนิวเคลียร์ใน ค.ศ.2025 จำนวน 5,459 หัวรบ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯรายงานเมื่อสิ้น ค.ศ.2024 ว่า จีนมีหัวรบนิวเคลียร์มากกว่า 600 หัวรบ มีอัตราการเพิ่มขึ้น 100 หัวรบต่อปี

ผู้นำของประเทศที่มีหัวรบนิวเคลียร์จะต้องไม่ใช่คนที่มีลักษณะยั่วยุ มุทะลุ คำพูดที่ยั่วยุอาจจะนำไปสู่สงครามนิวเคลียร์ซึ่งเป็นอภิพญามหาสงครามล้างโลก เพราะ “ต่างฝ่ายต่างมีของ”.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม

ยูเครนอ้าง ดับชีพ 2 สายลับรัสเซีย ต้องสงสัยลอบสังหาร จนท.ข่าวกรอง

ยูเครนอ้าง ดับชีพ 2 สายลับรัสเซีย ต้องสงสัยลอบสังหาร จนท.ข่าวกรอง

14 ก.ค. 2568 03:41 น.

ยูเครนอ้าง ดับชีพ 2 สายลับรัสเซีย ต้องสงสัยลอบสังหาร จนท.ข่าวกรอง

เจ้าหน้าที่ยูเครนอ้าง สังหารสายลับรัสเซีย 2 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุลอบสังหารเจ้าหน้าที่ข่าวกรองคนหนึ่งกลางกรุงเคียฟเมื่อสัปดาห์ก่อน

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า สำนักงานความมั่นคงยูเครน (SBU) เปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ค. 2568 ว่า พวกเขาสังหารชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งเชื่อว่าเป็นสายลับรัสเซีย และเป็นผู้ต้องสงสัยยิงเจ้าหน้าที่ของ SBU จนเสียชีวิตในกรุงเคียฟเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว โดยยูเครนเชื่อว่า หน่วยข่าวกรองกลาง (FSB) ของรัสเซียคือผู้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารนี้

นายอิวาน โวโรนิช เจ้าหน้าที่ของ SBU ถูกยิงเสียชีวิตในกรุงเคียฟเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ในลักษณะของการลอบสังหาร ส่วนชายหญิงผู้ต้องสงสัยพยายามเก็บตัวเงียบหลังก่อเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ของ SBU กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามรอยจนพบที่อยู่ของคนทั้งสองในกรุงเคียฟ

นายวาซิล มาลยุค หน่วยของ SBU กล่าวว่า ผลจากการสืบสวนอย่างเป็นการลับและใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อต่อต้านการข่าวกรอง รังของศัตรูจึงถูกค้นพบ โดยระหว่างการเข้าจับกุม ผู้ต้องสงสัยทั้งสองขัดขืนและเกิดการยิงต่อสู้กัน สุดท้ายคนทั้งสองก็ถูกสังหาร

SBU อ้างว่า ผู้ต้องสงสัย 2 คนนี้ได้รับคำสั่งให้สะกดรอยตามเป้าหมาย เพื่อหาข้อมูลการใช้ชีวิตประจำวันของเขา จากนั้นทั้งสองคนก็ถูกพาไปยังเซฟเฮาส์ที่มีอาวุธปืนพกติดกระบอกเก็บเสียงรออยู่ ก่อนที่พวกเขาจะไปก่อเหตุลอบสังหาร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านเผย ปธน.ได้รับบาดเจ็บระหว่างทำสงคราม 12 วันกับอิสราเอล

อิหร่านเผย ปธน.ได้รับบาดเจ็บระหว่างทำสงคราม 12 วันกับอิสราเอล

14 ก.ค. 2568 02:23 น.

อิหร่านเผย ปธน.ได้รับบาดเจ็บระหว่างทำสงคราม 12 วันกับอิสราเอล

สื่ออิหร่านเผย ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ได้รับบาดเจ็บหลังอิสราเอลระดมโจมตีฐานลับใต้ดินในกรุงเตหะราน ระหว่างการทำสงคราม 12 วัน

สำนักข่าว Fars ของอิหร่านรายงานเมื่อ 13 ก.ค. 2568 ว่า ในวันที่ 16 มิ.ย. อิสราเอลทิ้งระเบิด 6 ลูก เข้าใส่ทั้งเส้นทางและทางเข้าสู่ฐานลับใต้ดินในกรุงเตหะรานที่นายเปเซชเคียนกำลังเข้าร่วมการประชุมฉุกเฉินกับสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ซึ่งเขากับคนอื่นๆ หลบหนีออกมาได้ผ่านช่องฉุกเฉิน แต่ประธานาธิบดีได้รับบาดเจ็บที่ขาเล็กน้อย

ทางการอิหร่านไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธว่ารายงานของ Fars นั้นเป็นความจริงหรือไม่ แต่ตอนนี้เป็นที่เปิดเผยแล้วว่า ภาพวิดีโอการโจมตีของอิสราเอลเข้าใส่ด้านข้างของภูเขาแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเตหะรานในวันที่ 4 หลังสงครามเริ่มขึ้นนั้น คือการโจมตีฐานลับใต้ดินที่ผู้นำระดับสูงของอิหร่านซ่อนตัวอยู่ ณ ตอนนั้น

Fars รายงานด้วยว่า การโจมตีของอิสราเอลปิดทางเข้าออกทั้ง 6 จุด รวมถึงระบบระบายอากาศด้วย ทำให้ระบบไฟฟ้าถูกตัด แต่นายเปเซชเคียนสามารถออกมาได้อย่างปลอดภัย

เมื่อสัปดาห์ก่อน นายเปเซชเคียนออกมากล่าวหาอิสราเอลว่าพยายามสังหารเขา แต่นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลปฏิเสธ โดยเขาย้ำมาตลอดว่า การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอิหร่าน ไม่ใช่เป้าหมายของสงครามดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม การโจมตีของอิสราเอลสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) กับผู้บัญชาการกองทัพคนสำคัญไปหลายคนตั้งแต่ช่วงแรกของสงคราม โดยผู้นำอิหร่านยอมรับว่า การโจมตีของอิสราเอลเล่นงานพวกเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว และทำให้การตัดสินใจต่างๆ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกกลายเป็นอัมพาต

อิสราเอลยอมรับก่อนหน้านี้ว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายการโจมตี แต่การติดตามพวกเขาขาดไปหลังจากคาเมเนอีถูกพาไปยังสถานที่ลับแห่งหนึ่ง ซึ่งตัดขาดจากโลกภายนอก

ตอนนี้ยังมีคำถามมากมายว่าอิสราเอลได้รับข้อมูลข่าวกรองสำคัญเกี่ยวกับที่อยู่ของเจ้าหน้าที่และผู้บัญชาการระดับสูงของอิหร่านมาได้อย่างไร นี่ยังไม่รวมถึงตำแหน่งที่ตั้งของฐานลับและโรงงานใต้ดินหลายแห่ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กองทัพอิสราเอลยอมรับ “ผิดพลาด” ทิ้งบอมบ์ใส่คนรอตักน้ำ เด็กตาย 6 ศพ

กองทัพอิสราเอลยอมรับ “ผิดพลาด” ทิ้งบอมบ์ใส่คนรอตักน้ำ เด็กตาย 6 ศพ

14 ก.ค. 2568 00:46 น.

กองทัพอิสราเอลยอมรับ “ผิดพลาด” ทิ้งบอมบ์ใส่คนรอตักน้ำ เด็กตาย 6 ศพ

มิสไซล์ของอิสราเอลตกใส่ผู้คนที่กำลังรอเติมน้ำในฉนวนกาซา ทำให้มีเด็กเสียชีวิต 6 ศพ ด้านกองทัพอิสราเอลยอมรับว่าเกิดความผิดพลาดทำให้อาวุธพลาดเป้าหมาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิสราเอลโจมตีทางอากาศโดนกลุ่มคนที่กำลังรอเติมน้ำในพื้นที่ตอนกลางของฉนวนกาซา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ค. 2568 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ศพ เป็นเด็กถึง 6 ราย นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 16 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 7 คน

ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า โดรนลำหนึ่งยิงมิสไซล์เข้าใส่ฝูงชนที่กำลังถือภาชนะเข้าคิวใกล้แทงก์น้ำในค่ายผู้อพยพ อัล-นูเซรัต (al-Nuseirat) ตอนกลางของฉนวนกาซา

ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ยอมรับว่า เกิดความผิดพลาดทางเทคนิคในการโจมตีทางอากาศโดยมีเป้าหมายที่ผู้ก่อการร้ายของกลุ่ม อิสลามิก ญิฮาด ทำให้กระสุนพลาดเป้าหมายไปหลายสิบเมตร

IDF ระบุด้วยว่า พวกเขาทราบเรื่องข้อกล่าวอ้างที่ว่า ผลจากความผิดพลาดดังกล่าวทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในพื้นที่ พร้อมย้ำว่า พวกเขาใช้มาตรการต่างๆ เพื่อลดความเสียหายต่อพลเรือนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเสียใจต่อความเสียหายใดๆ ต่อประชาชนผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ คลิปวิดีโอหลังเกิดเหตุซึ่งสำนักข่าว บีบีซี ยืนยันแล้วว่าเป็นของจริง แสดงให้เห็นที่เกิดเหตุในเวลาประมาณ 8.00 น. บนถนนห่างจากโรงเรียนมัธยมนูเซรัตไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 80 ม. ในขณะที่ผู้คนจำนวนมากต่างพากันช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ซึ่งรวมถึงเด็กๆ อย่างไรก็ตามภาพจากคลิปยืนยันไม่ได้ว่า ความเสียหายเกิดจากอะไร

การโจมตีล่าสุดเกิดขึ้นในขณะที่อิสราเอลยกระดับการโจมตีทางอากาศทั่วฉนวนกาซา โดยโฆษกสำนักงานป้องกันพลเรือนกาซาระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 19 ศพในการโจมตีอาคารที่อยู่อาศัย 3 แห่งในภาคกลางของกาซากับที่เมืองกาซา ซิตี้

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการกาชาดสากล (ICRC) เปิดเผยว่า พวกเขารักษาผู้บาดเจ็บจากอาวุธมากกว่า 3,400 คน นับตั้งแต่อิสราเอลเริ่มบังคับใช้ระบบการกระจายเสบียงอาหารแบบใหม่ในวันที่ 27 พ.ค. โดยในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 250 ศพ

ICRC ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวมากกว่าจำนวนผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตที่พวกเขารักษาในช่วง 1 ปีก่อนหน้านั้นเสียอีก ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า สถานการณ์อันเลวร้ายที่ประชาชนในกาซากำลังเผชิญ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

EU เลื่อนตอบโต้ภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียม เร่งเจรจาข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ

EU เลื่อนตอบโต้ภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียม เร่งเจรจาข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ

13 ก.ค. 2568 23:08 น.

EU เลื่อนตอบโต้ภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียม เร่งเจรจาข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ

สหภาพยุโรปเลื่อนบังคับใช้มาตรการตอบโต้ภาษีเหล็กของสหรัฐฯ ออกไปก่อน เพื่อเปิดทางเจรจาข้อตกลงการค้า หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้ายุโรปในอัตรา 30%

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เออร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวในวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ค. 2568 ว่า สหภาพยุโรปจะเลื่อนมาตรการตอบโต้ภาษีเหล็กกล้า (steel) และอะลูมิเนียมของสหรัฐฯ ออกไปอีก ในระหว่างที่พวกเขาเจรจาเพื่อทำข้อตกลงการค้าเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีต่างตอบแทนของนายทรัมป์

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ร่อนจดหมายแจ้งภาษีต่างตอบแทนถึงสหภาพยุโรป ระบุว่าสหรัฐฯ จะเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าจากชาติสมาชิก EU ทั้ง 27 ประเทศในอัตรา 30% เริ่มตั้งแต่ 1 ส.ค. 2568 นี้ ทำให้การเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายซึ่งดำเนินมานานหลายเดือนตกอยู่ในความสับสน

“สหรัฐฯ ส่งจดหมายถึงเราพร้อมกับมาตรการต่างๆ ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้หากไม่มีการเจรจาหาทางออก ดังนั้นเราจะขยายการระงับมาตรการตอบโต้ของเราออกไปจนถึงต้นเดือนสิงหาคมด้วย” นางฟอน แดร์ เลเยน บอกกับผู้สื่อข่าว “ในเวลาเดียวกัน เราจะเตรียมตัวเพื่อดำเนินมาตรการตอบโต้ต่อไป เพื่อให้เรามีความพร้อมอย่างเต็มที่”

ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปยืนยันด้วยว่า สหภาพยุโรปชัดเจนมาตลอดว่าพวกเขานิยมวิธีเจรจาหาทางออกมากกว่า และมันยังเป็นอย่างนั้น โดยพวกเขาจะใช้เวลาที่มีจนถึง 1 ส.ค.ในการเจรจา

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ ฟอน แดร์ เลเยน จุดประกายความหวังว่า การโพสต์จดหมายแจ้งภาษีของนายทรัมป์ จะไม่ทำลายความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายที่ดำเนินมาจนถึงตอนนี้

อนึ่ง เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา EU ประกาศจะตั้งกำแพงภาษีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่ารวมกว่า 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อตอบโต้นายทรัมป์ที่ประกาศตั้งเก็บภาษีนำเข้าเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจากทั่วโลก 20% แต่ในเดือนเมษายน EU ตัดสินใจเลื่อนการบังคับใช้มาตรการตอบโต้ออกไปก่อน เพื่อเปิดทางเจรจาข้อตกลง

เส้นตายการบังคับใช้มาตรการตอบโต้ของ EU กำลังจะมาถึงในช่วงข้ามคืนวันจันทร์เข้าสู่วันอังคารนี้ (15 ก.ค.) แต่การตัดสินใจล่าสุดของประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เลื่อนเส้นตายนี้ออกไปอีก

“ตั้งแต่แรกเริ่ม เราทำงานหนักมาตลอด และตอนนี้เราพร้อมแล้วที่จะตอบสนองด้วยมาตรการตอบโต้ เราเตรียมรับมือเรื่องนี้แล้ว และเราสามารถโต้กลับด้วยมาตรการตอบโต้หากจำเป็น” ฟอน แดร์ เลเยน กล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ฮุน เซน ไม่แปลกใจ ทักษิณหักหลัง ย้ำอย่าลืมว่าเคยคุยอะไรกับตนบ้าง

ฮุน เซน ไม่แปลกใจ ทักษิณหักหลัง ย้ำอย่าลืมว่าเคยคุยอะไรกับตนบ้าง

13 ก.ค. 2568 21:52 น.

ฮุน เซน ไม่แปลกใจ ทักษิณหักหลัง ย้ำอย่าลืมว่าเคยคุยอะไรกับตนบ้าง

ฮุน เซน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ไม่แปลกใจกับการหักหลังของนายทักษิณ อ้างเข้าใจการเมืองไทยอย่างลึกซึ้งเพราะทักษิณอัปเดตให้ทุกวัน พร้อมย้ำว่า “อย่าลืมว่าเคยพูดอะไรไว้กับผมบ้าง”

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ค. 2568 สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งประเทศกัมพูชาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตอบโต้คำพูดของนาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ที่ได้กล่าวพาดพิง สมเด็จฯ ฮุน เซน หลายครั้ง บนเวทีเนชั่น 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า ไม่แปลกใจกับการหักหลังของนายทักษิณ

ฮุน เซน เริ่มต้นด้วยการพูดถึงประเด็นเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ผมขอเรียกร้องให้ผู้นำโลกและผู้นำอาเซียนยอมรับในสิ่งที่นายทักษิณได้เปิดเผย”

“ดังที่ผมกล่าวไว้เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2025 ที่จังหวัดพระวิหาร เป็นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า บรรดาหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพออนไลน์นั้นกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศไทย โดยมีกรุงเทพมหานครเป็นฐานที่มั่นหลักของอาชญากรไซเบอร์และการฟอกเงินในระดับมหาศาล เครือข่ายอาชญากรรมนี้ได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากประเทศไทยเข้าสู่กัมพูชา”

“ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2025 ทักษิณได้ออกมายอมรับอย่างเปิดเผยผ่านการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ในประเทศไทยว่า ผู้มีบทบาทสำคัญในขบวนการหลอกลวงออนไลน์หลายราย ยังคงใช้ชีวิตอย่างเสรีในคอนโดหรูมูลค่าหลายพันล้านบาทในกรุงเทพฯ และยังสามารถเดินทางไป-กลับระหว่างประเทศเพื่อนบ้านได้โดยไม่ถูกจับกุม”

“ในวันเดียวกันนั้น ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทยได้จับกุมบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์และการฟอกเงินมูลค่า 11.52 พันล้านบาทที่สนามบินดอนเมือง ขณะเดียวกัน รายงานจากสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ก็เปิดเผยว่า การผลิตและลักลอบค้ายาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นเขตรอยต่อของเมียนมา ลาว และไทย ได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ประเทศไทยได้กลายเป็นเส้นทางผ่านหลักและเป็นศูนย์กลางกระจายยาเสพติดจำนวนมากที่ออกจากพื้นที่ดังกล่าว”

“ด้วยเหตุนี้ ผมขอเรียกร้องให้ผู้นำโลกและผู้นำอาเซียนยอมรับในสิ่งที่ทักษิณได้เปิดเผย นอกจากนี้ ผมขอเรียกร้องให้นักการเมืองไทยหยุดกล่าวโทษประเทศกัมพูชาโดยไร้หลักฐาน ขณะเดียวกันก็หลับตาไม่ยอมรับความจริงว่า ประเทศของตนเองนั้นได้กลายเป็นแหล่งซ่องสุมของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ แก๊งยาเสพติด และขบวนการฟอกเงิน”

“ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งขณะนี้ถูกสั่งพักงาน ได้กล่าวว่าการปิดพรมแดนกับกัมพูชาเพื่อต่อสู้กับการพนันออนไลน์นั้น ถือเป็น ‘ความผิดทางจริยธรรมทางการเมืองอย่างร้ายแรง’ ในความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ประเด็นนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือในระดับภูมิภาคจากทุกประเทศ เพื่อร่วมกันรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ”

“ผมเองก็เพิ่งได้เห็นข่าวเมื่อไม่กี่วันมานี้ว่า ทักษิณได้ประกาศว่าจะไม่มีสงครามระหว่างกองทัพของสองประเทศ แต่กล่าวว่า ‘นี่คือการแข่งขันดำน้ำ ใครทนอยู่นานกว่าก็ชนะ’ ซึ่งผมเข้าใจว่า ทักษิณกำลังเปรียบเปรยถึงความอดทนในการปิดพรมแดน ว่าฝ่ายใดสามารถทนได้นานกว่าก็จะเป็นฝ่ายชนะ และหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็แสดงว่าผู้อยู่เบื้องหลังการปิดด่านในครั้งนี้ ก็คือทักษิณเอง”

“ประเทศกัมพูชาขอประกาศว่าจะเล่นเกมนี้ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่น่าห่วงคือ คนที่ยุให้เล่นเกมนี้จะทนอยู่ได้จนจบเกมหรือไม่”

“ผมอาจต้องใช้เวลามากกว่า 3 ชั่วโมง หากจะพูดถึงทักษิณให้ครบทุกเรื่อง—คนที่ผมเคยช่วยเหลือตั้งแต่ปี 2006 จนถึง 2025”

“ในช่วงค่ำของวันที่ 15 มิถุนายน 2025 ทักษิณได้ฝากข้อความผ่านที่ปรึกษาของเขามาว่า “อนุทิน” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะต้องถูกปลดออก เพื่อให้พรรคเพื่อไทยสามารถควบคุมกระทรวงมหาดไทยได้ ผมก็ตอบกลับไปในขณะนั้นว่า ‘ถ้าเอาเขาออก ก็เตรียมตัวโดนออกด้วยเถอะ’”

“โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่รู้สึกแปลกใจใด ๆ กับการหักหลังของทักษิณ เพราะเขายังสามารถหักหลังประเทศของตนเองได้ การหักหลังคนต่างชาติอย่างผมจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย แต่ทักษิณไม่ควรลืมว่า เขาเคยพูดอะไรไว้กับผมบ้าง เคยขอคำปรึกษาจากผมในเรื่องใดบ้าง เช่น การปลดรัฐมนตรีกลาโหมภายใน 24 ชั่วโมง และคำพูดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพต่อทั้งพระมหากษัตริย์พระองค์ก่อน และพระองค์ปัจจุบัน”

“มีนักวิชาการไทยบางคนถึงกับกล่าวว่า ผมเข้าใจการเมืองไทยอย่างลึกซึ้ง และมันจะไม่ลึกซึ้งได้อย่างไรเล่า เมื่อทักษิณเป็นคนที่คอยอัปเดตข่าวสารและมาขอความคิดเห็นจากผมเกือบทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือน ขึ้นอยู่กับว่าเขายุ่งแค่ไหน ทั้งหมดนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับการเมืองไทยของเขาเอง ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกิจการของกัมพูชาเลย”

บุคคลในข่าว 13 กรกฎาคม 2568

บุคคลในข่าว 13 กรกฎาคม 2568

13 ก.ค. 2568 04:06 น.

บุคคลในข่าว 13 กรกฎาคม 2568

ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ คือการชนะใจตัวเอง

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงปลูกต้นไม้ร่วมกับนิสิตและบุคลากรคณะวนศาสตร์ เนื่องในเทศกาลวันเข้าพรรษา ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงปลูกต้นไม้ร่วมกับนิสิตและบุคลากรคณะวนศาสตร์ เนื่องในเทศกาลวันเข้าพรรษา ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม.

หนังสือพิมพ์  ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2568

กล้องไลก้า ดร.แอ็นสท์ ว็อล์ฟกัง ไรเชิล, สุนิล คาวล์ และ ธนสิทธิ์ เธียรกาญจนวงศ์ เปิด “Leica Store Siam Paragon” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของเหล่าไลก้าเลิฟเวอร์ โดยมี ณริสาห์ วิวัฒนกิจเจริญ, ชิตชัย เธียรกาญจนวงศ์ และ นิค อุต มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.
กล้องไลก้า ดร.แอ็นสท์ ว็อล์ฟกัง ไรเชิล, สุนิล คาวล์ และ ธนสิทธิ์ เธียรกาญจนวงศ์ เปิด “Leica Store Siam Paragon” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของเหล่าไลก้าเลิฟเวอร์ โดยมี ณริสาห์ วิวัฒนกิจเจริญ, ชิตชัย เธียรกาญจนวงศ์ และ นิค อุต มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…จากการที่ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจาก ประเทศไทย ในอัตรา ร้อยละ 36 ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2568 ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่จ่อคอหอย รัฐบาล…ร้อนถึง ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ครอบครอง ต้องออกหน้าออกแรงช่วย แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แก้ปัญหาโดยอาศัยฤกษ์ วันเข้าพรรษา เดินทางเข้าบ้านพิษณุโลก เพื่อร่วมประชุมกับ รัฐมนตรีทีมไทยแลนด์ และ ทีมที่ปรึกษานโยบายของนายกฯ อาทิ พิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและ รมว.คลัง จตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ อรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม พันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานคณะที่ปรึกษานโยบายนายกฯ รวมทั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค กล้าธรรม และ จักรภพ เพ็ญแข อดีตโฆษกประจำสำนัก นายกฯ เพื่อหารือเรื่องรับมือ มาตรการภาษีของสหรัฐฯ

อุปรากรจีน ธนินท์ เจียรวนนท์, ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี, อู๋ จื้ออู่, เฉิน ทาว และดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ เปิดการแสดง “มหาอุปรากร สะท้านปฐพี” รอบปฐมทัศน์ เพื่อฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน จัดถึง 16 ก.ค. ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.
อุปรากรจีน ธนินท์ เจียรวนนท์, ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี, อู๋ จื้ออู่, เฉิน ทาว และดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ เปิดการแสดง “มหาอุปรากร สะท้านปฐพี” รอบปฐมทัศน์ เพื่อฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน จัดถึง 16 ก.ค. ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.

โดยภายหลังการประชุม รองนายกฯพิชัย ระบุว่า ได้มีการทบทวนกันว่ายังมีเวลาถึงวันที่ 1 ส.ค. เพื่อให้ได้ข้อยุติกับ สหรัฐฯ และเชื่อว่าการได้ข้อยุติวันที่ 1 ส.ค. เป็นข้อยุติระดับกว้างๆ เสร็จแล้วยังต้องคุยกันอีกนาน โดยมาตรการที่จะทำต้องไม่ให้ได้รับผลกระทบต่อผู้ผลิตในประเทศ ทั้ง ภาคเกษตรกร และ ภาคอุตสาหกรรมรายย่อย สิ่งสำคัญที่สุดได้พูดกันว่าเรารองรับมาตรการที่จะ ช่วยเหลือหลายเรื่อง ซึ่งจะไปทำการบ้านในรายละเอียด หลักการมีแล้วว่า กลุ่มเกษตร จะทำอย่างไร อุตสาหกรรมรายย่อย จะทำอย่างไร…ทั้งนี้ รองนายกฯพิชัย ระบุด้วยว่า เราส่งข้อเสนอเรื่อง มาตรการภาษี ไปแล้วเมื่อวันที่ 6 ก.ค. วันนี้มาดูรายละเอียดเป็นรายสินค้า และให้เห็นว่าสิ่งที่เราทำเพื่อยืนยันว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว การจะ ส่งข้อมูลไปเพิ่ม หรือไม่นั้นอยู่ระหว่าง พูดคุยหาโอกาส ทางออนไลน์กับผู้ปฏิบัติว่ายังต้องการอะไรอีก ส่วนจะยื่นหรือไม่นั้น หากมีก็อีกเล็กน้อยที่เราจะปรับปรุง และถ้าจำเป็นก็พร้อมเดินทาง ส่วนเรื่องเป้าหมาย ตัวเลขภาษี ต้องไม่ให้เสียเปรียบคู่แข่งขัน…งานนี้  อดีตนายกฯทักษิณ มา กำกับชี้แนะแนวทางเอง ถ้ายังต่อรองลดอัตราภาษีลงไม่ได้ เสียฟอร์มแย่เลย

ตามไปชิม  ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ เปิดตัวร้าน “BAB Café” โชว์ผลงานศิลปะหมุนเวียนพร้อม เครื่องดื่มเมนูพิเศษให้ลูกค้าได้ลิ้มลอง โดยมี ไพศาล อ่าวสถาพร, ธารินทร์ รินธนาเลิศ, อดุลญา ฮุนตระกูล และ ยุรี เกนสาคู มาร่วมงานด้วย ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร วันก่อน.
ตามไปชิม ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ เปิดตัวร้าน “BAB Café” โชว์ผลงานศิลปะหมุนเวียนพร้อม เครื่องดื่มเมนูพิเศษให้ลูกค้าได้ลิ้มลอง โดยมี ไพศาล อ่าวสถาพร, ธารินทร์ รินธนาเลิศ, อดุลญา ฮุนตระกูล และ ยุรี เกนสาคู มาร่วมงานด้วย ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร วันก่อน.

อืม…ในห้วงสถานการณ์ที่รัฐบาลภายใต้การนำของ นายกฯแพทองธาร กำลังเผชิญปัญหารุมเร้าหลายด้าน โดยเฉพาะปมร้อน โดน สว. ยื่นเรื่องถอดถอนออกจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี กรณีคลิปเสียงสนทนากับ

สนับสนุน ดร.ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้ จรัสศรี ศรีมณี เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิช่วยคนตาบอด โดยมี อัยรินทร์ จุลล์จักรวงศา, อรวรางค์ จุลล์จักรวงศา และ ณัฐชานนท์ จุลล์จักรวงศา มาร่วมมอบด้วย ที่มูลนิธิช่วยคนตาบอด วันก่อน.
สนับสนุน ดร.ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้ จรัสศรี ศรีมณี เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิช่วยคนตาบอด โดยมี อัยรินทร์ จุลล์จักรวงศา, อรวรางค์ จุลล์จักรวงศา และ ณัฐชานนท์ จุลล์จักรวงศา มาร่วมมอบด้วย ที่มูลนิธิช่วยคนตาบอด วันก่อน.

ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่ ศาลรัฐธรรมนูญ รับเรื่องไว้พิจารณา และสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาด…วันก่อนเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุถึงเสถียรภาพทางการเมืองของ รัฐบาล ภายใต้การนำของ พรรคเพื่อไทย ในขณะนี้ว่า พรรคการเมืองเป็นส่วนที่สำคัญในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจ ความมั่นใจต่อ นักลงทุน และความมั่นใจต่อ ประชาชนทั่วไป ก็ต้องให้การเมืองมีเสถียรภาพ ขณะนี้ยังมีเรื่องอีก 2-3 เรื่อง จะต้องเดินไปข้างหน้า อย่างเช่นคดีต่างๆที่จะทำให้คนรอดู…ส่วนการให้กำลังใจ นายกฯแพทองธาร ก็ได้มีการพูดคุยและบอกให้ลุกขึ้นสู้ นายกฯก็กำลังใจเต็มเปี่ยมอยู่แล้ว ซึ่งเชื่อว่าสู้อยู่แล้ว…แน่นอนมาถึงนาทีนี้คงไม่มีอะไรดีกว่า การให้กำลังใจกัน โดยเฉพาะในฐานะของคนที่เป็น อดีตนายกรัฐมนตรี มีประสบการณ์ตรงกับเรื่องแบบนี้มาก่อน

ดูเพลิน พลินี คงชาญศิริ และ ธีรไนย มาศดิตถ์ จัดงาน Sunday Drive, Sunday Vibes อวดโฉมยนตรกรรมดีไซน์สปอร์ตของแอสตัน มาร์ติน พร้อมชมภาพยนตร์เรื่อง F1 โดยมี สุพันธุ์ มงคลสุธี, ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ และ วสุ วิรัชศิลป์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงภาพยนตร์วัน อัลตร้า สกรีน วันก่อน.
ดูเพลิน พลินี คงชาญศิริ และ ธีรไนย มาศดิตถ์ จัดงาน Sunday Drive, Sunday Vibes อวดโฉมยนตรกรรมดีไซน์สปอร์ตของแอสตัน มาร์ติน พร้อมชมภาพยนตร์เรื่อง F1 โดยมี สุพันธุ์ มงคลสุธี, ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ และ วสุ วิรัชศิลป์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงภาพยนตร์วัน อัลตร้า สกรีน วันก่อน.

อืม…สถานการณ์ความขัดแย้ง ไทย–กัมพูชา ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนต่างฝ่ายต่างยังตรึงกำลัง ดูท่าทีกันอยู่ แต่ ยุทธศาสตร์กดดัน ด้านต่างๆ ก็ยังต้องดำเนินต่อไป…ล่าสุด จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตามข้อสั่งการ นายกฯ เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ให้ดำเนินการจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ แก๊ง

คอลเซ็นเตอร์ และ ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) ได้ดำเนินการเข้มข้นจับกุม แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ ผู้อยู่เบื้องหลัง อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการออกหมายจับ “ก๊ก อาน” เจ้าพ่อบ่อนปอยเปต กัมพูชา เจ้าของเครือข่าย Crown Casino Resort ตึก 25 ชั้น, ตึก 18 ชั้น และตึก Hiso ซึ่งเป็น ฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่ เมืองปอยเปต ในข้อหามีส่วนร่วมใน องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ แหล่งฟอกเงิน และได้บุกค้น 19 จุด ใน กทม. จ.สมุทรปราการ และ จ.ชลบุรี ซึ่งรัฐบาลได้ให้นโยบายปราบปรามอย่างเข้มข้นต่อไป คาดภายในเดือน ก.ค. นี้จะทลายแหล่งตัวการสำคัญเพิ่มเติมนอกเหนือจากกลุ่มนี้ ส่วนนโยบายการ ตัดน้ำ ตัดไฟฟ้า และ ระบบสื่อ สารอินเตอร์เน็ต รัฐบาลยังคงไว้ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก เพื่อตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่อไป…ขณะที่การประสานงานข้อมูลจาก องค์การสหประชาชาติ UNOCS และ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ องค์การนิรโทษกรรมสากล ที่ระบุ กัมพูชา เป็น แหล่งคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ระดับโลก นั้น รัฐบาลไทย จะดำเนินการประสานงานกับ ทุกประเทศ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป…ใช้แผนโลกล้อม พนมเปญ เน้นตัดเส้นเลือดใหญ่ที่สร้าง ผลประโยชน์มหาศาล ให้แก่ ผู้นำกัมพูชา และ บริวารระดับสูง…เมื่อเหิมเกริมมากนัก ก็ต้องเจอมาตรการเด็ดขาด

ฟรีครับ ธีรพล รอดเฉื่อย จัดกิจกรรม “ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า” ให้บริการตรวจเช็กเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก พัดลม หม้อหุงข้าว เตารีดและอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน โดยมี วิชัย อรรฆยากร,ภาดี ขุนนนท์ และ อรทัย เลิศขุนทด มาร่วมงานด้วย ที่โฮมโปร สาขาบางบัวทอง วันก่อน.
ฟรีครับ ธีรพล รอดเฉื่อย จัดกิจกรรม “ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า” ให้บริการตรวจเช็กเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก พัดลม หม้อหุงข้าว เตารีดและอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน โดยมี วิชัย อรรฆยากร,ภาดี ขุนนนท์ และ อรทัย เลิศขุนทด มาร่วมงานด้วย ที่โฮมโปร สาขาบางบัวทอง วันก่อน.

สังคมทั่วไป…รศ.ดร.วิพุธ อ่องสกุล อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นวิทยากร เรื่อง “การวางแผน การวิเคราะห์ และบริหารโครงการ” ในการอบรมนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง หลักสูตรอบรมอัยการจังหวัด รุ่นที่ 48 ที่ห้องบอลรูม 2 โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ 14 ก.ค. 13.30 น.

อ่านมากรู้มาก ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร, วัฒนชัย วินิจจะกูล และ มงคล วิมลรัตน์ เปิดเทศกาลหนังสือ “READ FEST : EXERCISE IDEAS ออกกำลังกายสมอง” เทศกาลหนังสือกลางสนามกีฬา เพื่อส่งเสริมการอ่านและสร้างพื้นที่การเรียนรู้ ที่อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ วันก่อน.
อ่านมากรู้มาก ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร, วัฒนชัย วินิจจะกูล และ มงคล วิมลรัตน์ เปิดเทศกาลหนังสือ “READ FEST : EXERCISE IDEAS ออกกำลังกายสมอง” เทศกาลหนังสือกลางสนามกีฬา เพื่อส่งเสริมการอ่านและสร้างพื้นที่การเรียนรู้ ที่อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ วันก่อน.

ศ.นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการเรื่องปอดอุดกั้นเรื้อรัง สำหรับเภสัชกรและพยาบาลทั่วประเทศ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น 17 ก.ค. 08.30 น.

ศพ คุณแม่เอมอัชฌา พิริยพัฒน์ ตั้งสวดศาลา 27 วัดธาตุทอง 18.30 น. ถึง 16 ก.ค. ฌาปนกิจ 17 ก.ค. 17.00 น. 

“ธนูเทพ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

ปาเลสไตน์ดับรวม 59 ศพ อิสราเอลโจมตีทางอากาศ-ยิงเสียชีวิตขณะขอความช่วยเหลือ

ปาเลสไตน์ดับรวม 59 ศพ อิสราเอลโจมตีทางอากาศ-ยิงเสียชีวิตขณะขอความช่วยเหลือ

13 ก.ค. 2568 11:05 น.

ปาเลสไตน์ดับรวม 59 ศพ อิสราเอลโจมตีทางอากาศ-ยิงเสียชีวิตขณะขอความช่วยเหลือ

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและพยานชาวปาเลสไตน์กล่าวว่า ชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 31 คนถูกยิงเสียชีวิตระหว่างเดินทางไปยังจุดแจกจ่ายความช่วยเหลือในฉนวนกาซาเมื่อวันเสาร์ ขณะที่การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลคร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 28 คน รวมถึงเด็ก 4 คน 

การเสียชีวิตเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากไม่มีสัญญาณของความคืบหน้าในการเจรจาหยุดยิง หลังจากการพบปะกันเป็นเวลาสองวันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ทรัมป์กล่าวว่าเขากำลังใกล้บรรลุข้อตกลงระหว่างอิสราเอลและฮามาส ซึ่งอาจยุติสงครามได้

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและพยานกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตจากการยิง 31 คนกำลังเดินทางไปยังจุดแจกจ่ายที่ดำเนินการโดยมูลนิธิมนุษยธรรมกาซา ซึ่งเป็นองค์กรอเมริกันที่ได้รับการสนับสนุนจากอิสราเอล ใกล้กับเมืองราฟาห์ ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา

สภากาชาดกล่าวว่าโรงพยาบาลสนามของสภากาชาดมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปีหลังจากเกิดเหตุยิง และผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่จากกว่า 100 คนได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน

กองทัพอิสราเอลกล่าวว่าได้ยิงเตือนไปยังบุคคลที่อิสราเอลระบุว่ามีพฤติกรรมน่าสงสัยเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาเข้าใกล้ และเสริมว่ายังไม่ทราบถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ด้านมูลนิธิมนุษยธรรมกาซา (GHF) ระบุว่าไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นใกล้กับพื้นที่ของตน

อับดุลเลาะห์ อัล-ฮัดดัด ชาวปาเลสไตน์ กล่าวว่า เขาอยู่ห่างจากจุดแจกจ่ายความช่วยเหลือที่ดำเนินการโดย GHF ใกล้กับพื้นที่ชาคูช ทางตะวันตกของราฟาห์ 200 เมตร เมื่อรถถังของอิสราเอลเริ่มยิงใส่ฝูงชนชาวปาเลสไตน์

กองทัพอิสราเอลกล่าวว่า ได้ยิงปืนเตือนเพื่อสลายกลุ่มคนที่เชื่อว่า “เป็นภัยคุกคามต่อกองกำลัง” เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ราฟาห์ ห่างจากจุดแจกจ่ายอาหารหลายร้อยเมตร กองทัพกล่าวว่า ไม่ทราบว่ามีผู้เสียชีวิต

ด้านโฆษกของ GHF ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อตามนโยบายของกลุ่ม กล่าวว่า “เราได้ตรวจสอบกับทีมงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และพบว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นใกล้กับศูนย์ปฏิบัติการของเรา” GHF ปฏิเสธว่าไม่เคยมีเหตุรุนแรงใดๆ เกิดขึ้นภายในหรือรอบๆ ศูนย์ปฏิบัติการในอดีต

แต่ผู้รับเหมาสองรายของมูลนิธิฯ บอกกับสำนักข่าวเอพีว่า เพื่อนร่วมงานของพวกเขาได้ยิงกระสุนจริงและระเบิดแสง ขณะที่ชาวปาเลสไตน์กำลังแย่งชิงอาหาร ซึ่งมูลนิธิฯ ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

พยาน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคนจากการยิงของอิสราเอล ขณะมุ่งหน้าไปยังจุดแจกจ่ายอาหารของ GHF ผ่านเขตทหารที่สื่ออิสระห้ามเข้า เหตุการณ์ยังเกิดขึ้นบนเส้นทางที่รถบรรทุกของสหประชาชาติและหน่วยงานช่วยเหลืออื่นๆ บรรทุกความช่วยเหลือเคลื่อนเข้าสู่ฉนวนกาซา และชาวปาเลสไตน์ที่กำลังหาอาหารพยายามแย่งชิงอาหาร

กองทัพยอมรับว่าได้ยิงปืนเตือนชาวปาเลสไตน์ ซึ่งกองทัพฯ ระบุว่าพวกเขาเข้าหากองกำลังด้วยท่าทางน่าสงสัย

สหประชาชาติและกลุ่มช่วยเหลือต่างๆ ระบุว่าพวกเขากำลังประสบปัญหาในการแจกจ่ายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เนื่องจากข้อจำกัดทางทหารของอิสราเอลที่ยังคงมีอยู่ และความล้มเหลวของกฎหมายและความสงบเรียบร้อยที่นำไปสู่การปล้นสะดมอย่างกว้างขวาง

การโจมตีของอิสราเอลซึ่งเกิดจากการโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ได้คร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ไปแล้วกว่า 57,800 ราย โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นผู้หญิงและเด็ก ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขของกาซา.

ที่มา AP