ปลดรวดเดียว 1,353 คน เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ตามนโยบายทรัมป์

ปลดรวดเดียว 1,353 คน เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ตามนโยบายทรัมป์

13 ก.ค. 2568 10:26 น.

ปลดรวดเดียว 1,353 คน เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ตามนโยบายทรัมป์

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เริ่มต้นการปรับโครงสร้างบุคลากรครั้งใหญ่ โดยกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้เริ่มปลดเจ้าหน้าที่มากกว่า 1,350 คน

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เริ่มปลดเจ้าหน้าที่ในสหรัฐฯ กว่า 1,350 คนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (11 ก.ค.) ขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเร่งดำเนินการยกเครื่องครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งนักวิจารณ์มองว่าการกระทำดังกล่าวจะบั่นทอนความสามารถของสหรัฐฯ ในการปกป้องและส่งเสริมผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในต่างประเทศ

การปลดเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อข้าราชการพลเรือน 1,107 คน และเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ 246 คน ประจำการอยู่ในสหรัฐฯ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ต่างๆ บนเวทีโลกมากมาย ทั้งสงครามรัสเซียในยูเครน ความขัดแย้งในฉนวนกาซาที่ยืดเยื้อมานานเกือบสองปี และความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน

“กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กำลังปรับปรุงการปฏิบัติงานภายในประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อมุ่งเน้นไปที่ภารกิจสำคัญทางการทูต” ประกาศภายในของกระทรวงการต่างประเทศที่ส่งถึงเจ้าหน้าที่ยังระบุว่า “การลดจำนวนพนักงานผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้ส่งผลกระทบต่อหน่วยงานที่ไม่ใช่หน่วยงานหลัก สำนักงานที่ซ้ำซ้อนหรือซ้ำซ้อน และสำนักงานที่อาจมีประสิทธิภาพอย่างมาก”

การลดจำนวนเจ้าหน้าที่ทั้งหมดจะอยู่ที่เกือบ 3,000 คน รวมถึงการลาออกโดยสมัครใจ ตามประกาศและเจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงการต่างประเทศ จากเจ้าหน้าที่ 18,000 คนในสหรัฐฯ

การดำเนินการครั้งนี้เป็นก้าวแรกของการปรับโครงสร้างองค์กร ที่ทรัมป์พยายามสร้างความมั่นใจว่านโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ สอดคล้องกับนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ของเขา ด้านอดีตนักการทูตและนักวิจารณ์กล่าวว่า การปลดเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศมีความเสี่ยงต่อความสามารถของอเมริกาในการรับมือกับความก้าวร้าวที่เพิ่มมากขึ้นจากฝ่ายตรงข้าม เช่น จีนและรัสเซีย

ทิม เคน วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจากรัฐเวอร์จิเนียกล่าวในแถลงการณ์ว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์ และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ กำลังทำให้สหรัฐอเมริกามีความปลอดภัยน้อยลงและมั่นคงน้อยลงอีกครั้ง” “นี่เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ไร้สาระที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาที่จีนกำลังขยายบทบาททางการทูตไปทั่วโลก และกำลังสร้างเครือข่ายฐานทัพและการขนส่งในต่างประเทศ รัสเซียยังคงโจมตีประเทศเอกราชอย่างโหดร้ายมาหลายปี และตะวันออกกลางกำลังเปลี่ยนจากวิกฤตหนึ่งไปสู่วิกฤตหนึ่ง”

เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศหลายสิบคนรวมตัวกันที่ล็อบบี้สำนักงานใหญ่ของกระทรวงการต่างประเทศในกรุงวอชิงตันดีซี เพื่อปรบมือให้กับเพื่อนร่วมงานที่ถูกปลดออกอย่างกะทันหัน หลายคนร้องไห้ขณะถือสัมภาระใส่กล่อง กอด และกล่าวคำอำลาเพื่อนฝูงและเพื่อนร่วมงาน 

ด้านนอกกระทรวงฯ ประชาชนอีกหลายสิบคนยืนเรียงแถวปรบมือและเชียร์พวกเขาอย่างต่อเนื่อง โดยบางคนถือป้ายที่มีข้อความว่า “ขอบคุณนักการทูตอเมริกา”  และมีการตั้งสำนักงานหลายแห่งภายในอาคารกระทรวงฯ สำหรับพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง เพื่อนำป้ายชื่อ แล็ปท็อป โทรศัพท์ และทรัพย์สินอื่นๆ ที่เป็นของกระทรวงการต่างประเทศมาคืน

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่หลายคนของสำนักงานกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ดูแลการตั้งถิ่นฐานใหม่ให้กับชาวอัฟกันที่เคยทำงานให้กับรัฐบาลสหรัฐฯ ในช่วงสงคราม 20 ปี ก็ถูกไล่ออกเช่นกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูป.

ที่มา Reuters 

ยูเนสโกขึ้นทะเบียนคุกตวลสเลง-ทุ่งสังหาร สถานที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกัมพูชาเป็นมรดกโลก

ยูเนสโกขึ้นทะเบียนคุกตวลสเลง-ทุ่งสังหาร สถานที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกัมพูชาเป็นมรดกโลก

13 ก.ค. 2568 09:52 น.

ยูเนสโกขึ้นทะเบียนคุกตวลสเลง-ทุ่งสังหาร สถานที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกัมพูชาเป็นมรดกโลก

สถานที่ทรมานและประหารชีวิต 3 แห่งของกัมพูชา ที่เขมรแดงใช้กระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เมื่อ 50 ปีก่อน ได้รับการขึ้นทะเบียนในรายชื่อมรดกโลกขององค์การยูเนสโก

กลุ่มลัทธิเหมาหัวรุนแรงนำโดยพลพต ได้กำหนดปฏิทินขึ้นใหม่เริ่มต้น “ปีศูนย์” ในวันที่ 17 เม.ย. 1975 กวาดต้อนผู้คนออกจากเมืองเพื่อสร้างรัฐเกษตรกรรมบริสุทธิ์ที่ไร้ชนชั้น การเมือง หรือทุน ประชาชนราว 2 ล้านคนเสียชีวิตจากความอดอยาก บังคับใช้แรงงาน การทรมาน หรือถูกสังหารหมู่ระหว่างปี 1975-1979
สถานที่ในกัมพูชาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ประกอบด้วยเรือนจำ 2 แห่ง และทุ่งสังหาร ที่ใช้ประหารชีวิตผู้คนหลายพันคน

ยุก ชาง ผู้รอดชีวิตจากทุ่งสังหารและผู้อำนวยการศูนย์เอกสารแห่งกัมพูชา ที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับความโหดร้ายของเขมรแดง กล่าวว่า “นี่คือภูมิทัศน์แห่งความทรงจำร่วมกันของเราในกัมพูชา สิ่งนี้จะช่วยให้การสอนประวัติศาสตร์เขมรแดงมีประสิทธิภาพและตรงประเด็นมากขึ้น 

สถานที่ 2 แห่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนซึ่งตั้งอยู่ในกรุงพนมเปญ ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลสเลง และศูนย์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เจืองเอก

ตวลสเลงเคยเป็นโรงเรียนมัธยมปลายที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นเรือนจำที่รู้จักในชื่อ เอส-21 ที่มีผู้ถูกคุมขังและถูกทรมานราว 15,000 คน ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่สำหรับการรำลึกและให้ความรู้ โดยจัดแสดงภาพถ่ายขาวดำของเหยื่อจำนวนมากและอุปกรณ์ที่ใช้งานโดยผู้ทรมานเขมรแดงเก็บรักษาไว้

เจืองเอก อดีตสุสานชาวจีน ถูกใช้เป็นทุ่งสังหารที่ผู้ถูกคุมขังจากเรือนจำ เอส-21 ถูกประหารชีวิต
ศพกว่า 6,000 ศพถูกขุดขึ้นมาจากหลุมศพหมู่กว่า 100 หลุมในช่วงต้นทศวรรษ 1980 ตามเอกสารของรัฐบาลกัมพูชาที่ยื่นต่อยูเนสโก
ทุกๆ ปีผู้คนจำนวนมากจะร่วมกันสวดมนต์รำลึกหน้าอนุสรณ์สถานซึ่งจัดแสดงกะโหลกศีรษะของเหยื่อ และชมการแสดงของนักศึกษาที่จำลองฉากอาชญากรรมนองเลือดของเขมรแดง
เรือนจำอีกแห่งหนึ่งที่รู้จักในชื่อ เอ็ม-13 ตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบท ใน จ.กำปงชนัง เป็นหนึ่งในเรือนจำสำคัญที่สุดในยุคเขมรแดงช่วงแรก แต่ปัจจุบันเป็นเพียงพื้นที่รกร้าง

เอกสารของกัมพูชาที่ยื่นต่อยูเนสโกระบุว่า เจ้าหน้าที่เขมรแดงคิดค้นและทดสอบวิธีการสอบสวน การทรมาน และการสังหารหลากหลายรูปแบบที่นั่น และให้นักโทษอยู่ในหลุม ซึ่งปัจจุบันยังคงมองเห็นหลุมได้
ศาลพิเศษที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติได้ตัดสินจำคุกบุคคลสำคัญของเขมรแดง 3 คน รวมถึง กาง กึ๊ก เอียว หัวหน้าผู้คุมเรือนจำ เอส-21 ก่อนที่ศาลจะหยุดปฏิบัติงานในปี 2022 ส่วนพลพต หรือที่รู้จักในชื่อพี่ชายหมายเลขหนึ่ง เสียชีวิตในปี 1998 ก่อนที่จะถูกนำตัวขึ้นศาล.

ที่มา FRANCE 24

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

รายงานสืบสวนแอร์อินเดียตก ตอบ 1 คำถาม แต่เพิ่มข้อสงสัยอีกเพียบ

รายงานสืบสวนแอร์อินเดียตก ตอบ 1 คำถาม แต่เพิ่มข้อสงสัยอีกเพียบ

13 ก.ค. 2568 08:30 น.

รายงานสืบสวนแอร์อินเดียตก ตอบ 1 คำถาม แต่เพิ่มข้อสงสัยอีกเพียบ

  • หน่วยงานของอินเดียเผยแพร่รายงานการสืบสวนเบื้องต้นของเหตุการณ์ เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 787 ของสายการบิน แอร์อินเดีย ตก จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 260 ศพออกมาแล้ว
  • รายงานชี้ว่า การจ่ายเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ทั้งสองเครื่องถูกตัดในช่วงเวลาสำคัญตอนที่เครื่องบินกำลังทะยานขึ้น ทำให้เครื่องสูญเสียกำลังและตกในที่สุด
  • คำถามที่ตามมาคือ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร สวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงถูกออกแบบมาให้ไม่สามารถใช้งานได้โดยไม่ตั้งใจ แต่การสนทนาระหว่างนักบินทั้งสองกลับชี้ว่า พวกเขาก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนสับสวิตช์


รายงานการสืบสวนอย่างเป็นทางการเพื่อหาสาเหตุการตกของเครื่องบินโดยสารเที่ยวบินที่ AI171 สายการบิน แอร์อินเดีย เมื่อเดือนก่อน ตอบ 1 คำถาม แต่กลับเพิ่มข้อสงสัยอีกหลายอย่าง

AI171 เพิ่งเดินทางออกจากรันเวย์ของสนามบิน แล้วจู่ๆ มันก็สูญเสียแรงยก และตกในย่านชุมชนของเมืองอาห์เมดาบัด ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องเสียชีวิต 241 ศพ รอดชีวิต 1 คน ขณะที่คนบนพื้นเสียชีวิต 19 ศพ บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก

ตอนนี้รายงานการสืบสวนเบื้องต้นของ สำนักงานสืบสวนอุบัติเหตุการบิน (AAIB) ได้เปิดเผยว่า การจ่ายเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ทั้งสองเครื่องถูกตัดในช่วงเวลาสำคัญตอนที่เครื่องบินกำลังทะยานขึ้น

ข้อมูลจากกล่องดำ ส่วนบันทึกข้อมูลการบิน (FDR) แสดงให้เห็นว่า เครื่องบินเร่งความเร็วไปถึง 180 นอต ก่อนที่สวิตช์เชื้อเพลิงเครื่องยนต์จะเปลี่ยนจาก “ใช้งาน” (RUN) เป็น “ตัดน้ำมัน” (CUT OFF) ตำแหน่งที่ 1 โดยสวิตช์ทั้งสองถูกสับภายในเวลาห่างกันเพียง 1 วินาที หยุดการจ่ายน้ำมันอย่างสิ้นเชิง

รายงานยังระบุด้วยว่า หนึ่งในนักบินถามนักบินอีกคนว่า สับสวิตช์เชื้อเพลิงทำไม? ก่อนที่อีกคนจะตอบว่าเขาไม่ได้ทำ โดยไม่มีการยืนยันชัดเจนว่า ใครเป็นกัปตันและใครเป็นผู้ช่วยนักบิน

ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น สวิตช์เชื้อเพลิงก็ถูกสับให้กลับไปจ่ายเชื้อเพลิง เครื่องยนต์ทั้งสองกลับมาติดอีกครั้ง และเครื่องหนึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการฟื้นฟูการทำงาน แต่มันสายเกินไปที่จะหยุดการร่วงหล่นของ โบอิ้ง 787-8 ดรีมไลเนอร์ลำนี้

รายงานฉบับนี้เปิดเผยเหตุผลรากฐานที่ทำให้เครื่องบินลำนี้ตกแล้ว แต่กลับทำให้เกิดข้อสงสัยตามมามากมาย

พิธีศพของ ไคลฟ์ คุนเดอร์ ผู้ช่วยนักบิน เมื่อ 19 มิ.ย. 2568
พิธีศพของ ไคลฟ์ คุนเดอร์ ผู้ช่วยนักบิน เมื่อ 19 มิ.ย. 2568

เปิดไทม์ไลน์ก่อนเครื่องตก

ในรายงานเบื้องต้นที่เปิดเผยออกมาเมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ค. AAIB ได้ให้รายละเอียดเรื่องลำดับเวลาเอาไว้ว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างก่อนเที่ยว AI171

รายงานชี้ว่า ในวันเกิดเหตุเมื่อ 12 มิ.ย. 2565 เพียง 3 วินาทีหลังจากเครื่องบินของแอร์อินเดียลำนี้ขึ้นบิน ปัญหาก็เกิดขึ้นเนื่องจากสวิตช์เชื้อเพลิงถูกสับจากใช้งานเป็นตัดน้ำมัน ไม่ถึงนาทีหลังจากนั้น ก็มีการส่งสัญญาณเมย์เดย์ (เวลาที่แสดงด้านล่างเป็นเวลามาตรฐานกรีนิช GMT ทั้งหมด ซึ่งช้ากว่าเวลาไทย 7 ชั่วโมง)

5.47 น. : โบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ลำที่เกิดเหตุลงจอดที่สนามบินเมืองอาห์เมดาบัดในฐานะเที่ยวบิน AI423 จากกรุงนิวเดลี

7.48.38 น. : เครื่องบินลำเตรียมเดินออกจากท่าจอดเครื่องบินที่ 34 (Bay 34)

7.55.15 น. : เครื่องบินขออนุญาตขับเคลื่อนบนทางขับ (taxiway) จากหอบังคับการบินและได้รับอนุญาต นาทีต่อมาเครื่องบินก็เดินทางจากท่าจอดไปยังรันเวย์ 23 ผ่านทางขับ R4 กลับลำแล้วเข้าคิวรอเทคออฟ

8.02.03 น. : เครื่องบินถูกส่งต่อการควบคุมจากภาคพื้นไปยังหอบังคับการบิน

8.07.33 น. : ได้รับอนุญาตให้ขึ้นบิน

8.07.37 น. : เครื่องบินเริ่มวิ่ง

8.08.39 น. : เครื่องบินลอยตัวขึ้น เซ็นเซอร์ตรวจสถานะกลางอากาศ/พื้นดิน (air/ground sensor) ถูกสับเปลี่ยนเป็นโหมดกลางอากาศ สอดคล้องกับการยกตัวของเครื่อง

8.08.42 น. : เครื่องบินเร่งถึงความเร็วสูงสุดที่ 180 นอต และหลังจากนั้นในทันที สวิตช์เชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ที่ 1 และ 2 ก็ถูกสับจากตำแหน่ง “ใช้งาน” เป็นตำแหน่ง “ตัดน้ำมัน” ในเวลาห่างกันเพียง 1 วินาที

“เครื่องยนต์ N1 และ N2 เริ่มมีกำลังถดถอยจากระดับตอนขึ้นบินเนื่องจากเชื้อเพลิงที่ส่งให้เครื่องยนต์ถูกตัดขาด”

“ในอุปกรณ์บันทึกเสียงในห้องนักบิน มีเสียงหนึ่งในนักบินถามนักบินอีกคนว่า ทำไมถึงตัดน้ำมัน ส่วนนักบินอีกคนตอบว่า เขาไม่ได้ทำ”

“ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ได้มาจากสนามบินแสดงให้เห็นว่า กังหันอากาศแร (RAT) ถูกเปิดใช้งานระหว่างการไต่ระดับทันทีหลังเครื่องขึ้นบิน”

“จากนั้นเครื่องบินก็เริ่มสูญเสียระดับความสูง ก่อนจะผ่านกำแพงกั้นของสนามบิน”

8.08.47 น. : ค่ากำลังของเครื่องยนต์ทั้งสองเครื่องลดต่ำลงกว่าความเร็วรอบเครื่องยนต์ต่ำสุดที่เครื่องยังสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น และปั๊มน้ำของ RAT ก็เริ่มป้อนพลังงานน้ำให้แก่เครื่องยนต์

8.08.52 น. : สวิตช์ของเครื่องยนต์ที่ 1 ถูกสับกลับจาก ตัดน้ำมัน ไปเป็นใช้งาน

8.08.56 น. : สวิตช์ของเครื่องยนต์ที่ 2 ก็ถูกสับกลับจาก ตัดน้ำมัน ไปเป็นใช้งาน

“เมื่อสวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงถูกสับจาก ตัดน้ำมัน ไปเป็น ใช้งาน ขณะที่เครื่องกำลังบินอยู่ ระบบควบคุมเครื่องยนต์แบบเบ็ดเสร็จ (FADEC) ในเครื่องยนต์แต่ละเครื่อง สามารถติดเครื่องและฟื้นฟูการฉีดเชื้อเพลิงกับการจุดระเบิดกลับมาโดยอัตโนมัติ”

“การลดกำลังของเครื่องยนต์ที่ 1 หยุดลง ย้อนกลับ และเริ่มเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู ส่วนเครื่องยนต์ที่ 2 ก็สามารถติดเครื่องได้ แต่ไม่สามารถหยุดการลดลงของกำลังเครื่องยนต์และฉีดเชื้อเพลิงซ้ำๆ เพื่อเพิ่มการเร่งความเร็วและการฟื้นตัว”

8.09.05 น. : หนึ่งในนักบินส่งสัญญาณ “เมย์เดย์ เมย์เดย์ เมย์เดย์”

8.09.11 น. : การบันทึกข้อมูลหยุดลง

8.14.44 น. : รถดับเพลิงของสนามบินออกปฏิบัติการกู้ภัยและดับเพลิง

สวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงถูกออกแบบมาให้ไม่สามารถใช้งานได้โดยไม่ตั้งใจ
สวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงถูกออกแบบมาให้ไม่สามารถใช้งานได้โดยไม่ตั้งใจ

ไม่มีทางเผลอตัดน้ำมันได้?

รายงานการสืบสวนนี้ไม่ได้บอกชัดเจนว่า สวิตช์เชื้อเพลิงปิดระหว่างบินได้อย่างไร โดยไม่รู้ว่าเป็นการจงใจ, อุบัติเหตุ หรือเหตุขัดข้องทางเทคนิค

สวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ 1 และ 2 ของ โบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์นั้น ติดตั้งอยู่คู่กันระหว่างเก้าอี้นักบินทั้งสองตัว และอยู่ใต้คันเร่งเครื่องบิน (throttle lever) พอดี โดยมีบาร์เหล็กขนาดเล็กป้องกัน 2 ข้างของสวิตช์เอาไว้

สวิตช์นี้เป็นตัวควบคุมการไหลของเชื้อเพลิงเข้าสู่เครื่องยนต์ โดยนักบินจะใช้เพื่อเริ่มเดินเครื่องหรือปิดเครื่องยนต์บนภาคพื้นดิน หรือปิดหรือเปิดเครื่องยนต์ขึ้นมาใหม่ในกรณีเครื่องยนต์ล้มเหลวระหว่างเที่ยวบิน โดยสวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงมีระบบพลังงานและระบบสายไฟแยกเป็นของตัวเอง

การควบคุมสวิตช์นี้ต้องใช้แรงคนในการยกคันสวิตช์ขึ้นมา แล้วโยกไปด้านบนหรือล่าง เนื่องจากมันถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจ ให้ไม่สามารถเผลอไปโยกได้โดยไม่ตั้งใจอย่างเด็ดขาด

จอฟฟรีย์ เดลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางอากาศ ซึ่งร่วมสืบสวนอุบัติเหตุทางอากาศมาแล้วหลายกรณี บอกกับสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ว่า เป็นเรื่องยากที่สวิตช์เชื้อเพลิงทั้ง 2 ตัวจะถูกปิดด้วยความผิดพลาด “มันต้องใช้การกระทำอย่างน้อย 2 ขั้นตอนในการสับสวิตช์แต่ละตัว คุณต้องดึงสวิตช์เข้าหาตัวแล้วโยกมันลงมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะทำโดยไม่ตั้งใจได้”

นอกจากนั้นยังเป็นเรื่องแปลกมากที่นักบินจงใจตัดเชื้อเพลิงเครื่องบินทั้งสองตัวทันทีหลังเครื่องขึ้นบิน “มันไม่มีสถานการณ์ใดเลยบนโลกใบนี้ที่คุณต้องทำมันทันทีหลังเครื่องยกตัวขึ้น” เดลล์กล่าว

เขายังตั้งข้อสังเกตเรื่องที่ สวิตช์เครื่องยนต์ 2 ตัวถูกสับห่างกันเพียง 1 วินาที “นั่นเป็นสิ่งที่คนทำเมื่อคุณจอดเครื่องบิน ณ จุดสิ้นสุดของการบิน คุณนำเครื่องไปจอดในเทอร์มินอลแล้วปิดเครื่องยนต์”

หนึ่งในความเป็นไปได้ที่รายงานการสืบสวนหยิบยกขึ้นมาคือ ข้อมูลจากประกาศเมื่อปี 2561 ของสำนักงานบริหารการบินกลางของสหรัฐฯ (FAA) ว่า “มีโอกาสที่ระบบล็อกของสวิตช์เชื้อเพลิงจะหลุดพ้นจากการควบคุม” แต่กรณีดังกล่าวไม่ถูกจัดเป็นสถานการณ์ไม่ปลอดภัย แอร์อินเดียจึงไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้

เดลล์บอกด้วยว่า อุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบินควรช่วยอธิบายได้ว่า เหตุใดสวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงจึงถูกสับในแต่ละกรณี แต่ AAIB ไม่ได้เผยบทสนทนาทั้งหมดระหว่างนักบินทั้งสองคน ซึ่งทำให้เป็นเรื่องยากที่จะทำความเข้าใจกว่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่

นายราม โมฮาน ไนดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบินพลเรือนของอินเดีย
นายราม โมฮาน ไนดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบินพลเรือนของอินเดีย

อย่าเพิ่งโทษนักบิน

ด้าน เอห์ซาน คาลิด อดีตนักบิน ก็เชื่อว่า รายงานนี้ทำให้เกิดการตั้งคำถามเรื่องตำแหน่งของสวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ ซึ่งที่จริงเจ้าหน้าที่สืบสวนควรให้คำตอบได้อย่างชัดเจน

คาลิดเตือนระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว รอยเตอร์ส เรื่องการกล่าวโทษไปที่นักบิน โดยย้ำว่า สำหรับเขาแล้ว รายงานของ AAIB เป็นเพียงการสรุปที่บอกว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะเครื่องยนต์ทั้งสองตัวสูญเสียกำลัง “นักบินทั้งคู่ตระหนักดีว่าเครื่องยนต์สูญเสียกำลัง และนักบินทั้งคู่ก็รู้ตัวว่าพวกเขาไม่ได้ทำอะไรให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”

นายราม โมฮาน ไนดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบินพลเรือนของอินเดีย กล่าวว่า ยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะเผยแพร่รายงานฉบับเต็มได้ และอย่าเพิ่งด่วนสรุปใดๆ ในเวลานี้เลย


ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : cnn , cna

ฮอกไกโดประกาศเตือนภัย “หมีสีน้ำตาล” เป็นครั้งแรก หลังคนถูกทำร้ายดับ

ฮอกไกโดประกาศเตือนภัย “หมีสีน้ำตาล” เป็นครั้งแรก หลังคนถูกทำร้ายดับ

13 ก.ค. 2568 04:59 น.

ฮอกไกโดประกาศเตือนภัย “หมีสีน้ำตาล” เป็นครั้งแรก หลังคนถูกทำร้ายดับ

ฮอกไกโดประกาศเตือนภัย หมีสีน้ำตาล เป็นครั้งแรกของจังหวัด หลังมีพนักงานส่งหนังสือพิมพ์โดนหมีเข้าจู่โจม ลากเข้าไปในพุ่มไม้ และทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ค. 2568 ทางการจังหวัดฮอกไกโด ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น ประกาศเตือนภัย “หมีสีน้ำตาล” ขั้นสูงสุดที่เมืองฟุกุชิมะ หลังจากพนักงานส่งหนังสือพิมพ์คนหนึ่ง ถูกหมีทำร้ายจนเสียชีวิต

นี่นับเป็นครั้งแรกที่มีผู้เสียชีวิตจากการถูกหมีทำร้ายในฮอกไกโด และเป็นการประกาศเตือนภัยหมีขั้นสูงสุดครั้งแรกนับตั้งแต่มีการก่อตั้งระบบเตือนภัยประเภทนี้ขึ้นในปี 2565 โดยเป็นการเตือนให้ประชาชนในเมืองที่ถูกระบุและพื้นที่ใกล้เคียง ระวังถูกหมีเข้าทำร้าย ซึ่งคาดว่าคำสั่งจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 1 เดือนไปจนถึง 11 ส.ค.

ทั้งนี้ ทางการฮอกไกโดมีคำสั่งดังกล่าวหลังจากคนส่งหนังสือพิมพ์เพศชายวัย 52 ปี ถูกพบเป็นศพอยู่ในพุ่มไม้ เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ โดยตามร่างกายมีบาดแผลที่เชื่อว่าเกิดจากฝีมือของหมี

แหล่งข่าวในกรมตำรวจบอกกับสื่อของญี่ปุ่นว่า ดูเหมือนชายคนนี้จะถูกหมีโจมตีใกล้กับหน้าบ้านหลังหนึ่ง จากนั้นจึงถูกลากเข้าไปในพุ่มไม้ บนตัวของเขามีรอยกรงเล็บอยู่ทั่วร่าง และมีรอยกัดบริเวณท้อง

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า หมีตัวที่ก่อเหตุมีความสูงราว 1-1.5 ม. และไม่ยอมหนีไปแม้ผู้เห็นเหตุการณ์จะตะโกนแล้วก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจกับนายพรานท้องถิ่นกำลังออกตามล่าหมีตัวนี้เพื่อสังหาร แต่ยังไม่พบตัว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : japantoday

เกมบีบ “ทักษิณ” โดดอุ้ม “อิ๊งค์” ยื้ออำนาจเพื่อไทย : เศรษฐกิจคับขัน การเมืองตีบตัน

เกมบีบ “ทักษิณ” โดดอุ้ม “อิ๊งค์” ยื้ออำนาจเพื่อไทย : เศรษฐกิจคับขัน การเมืองตีบตัน

13 ก.ค. 2568 04:58 น.

เกมบีบ “ทักษิณ” โดดอุ้ม “อิ๊งค์” ยื้ออำนาจเพื่อไทย : เศรษฐกิจคับขัน การเมืองตีบตัน

สะท้านศาสนจักร สะเทือนศรัทธาพุทธศาสนิกชนอย่างรุนแรง

ภาพปรากฏการณ์ย้อนแย้งที่เกิดขึ้นตรงกับมหกรรม “วันพระใหญ่” พาดหัวไม้ข่าวยักษ์หนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวัน “อาสาฬหบูชา” วันที่ 10 กรกฎาคม 2568

“เซ่นคลิปเสพ “สีกากอล์ฟ” สึก 2 พระ–อีก 3 โกยแนบ”

ประจานพฤติการณ์แสบทรวงพระสงฆ์ยุคเอไอ ปรากฏ การณ์โป๊ะแตกในหมู่พระผู้ใหญ่ ล้วนแล้วแต่พระราชาคณะ ชั้นราช ชั้นเทพ ระดับ “เจ้าคุณ” วัดดังใน กทม. เจ้าอาวาสพระอารามหลวง เจ้าคณะจังหวัดใหญ่

นับรวมแล้วเกินกว่า 10 รูปที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย

ภูมิรู้พระปริยัติธรรม เปรียญธรรม 6 เปรียญธรรม 7 เปรียญธรรม 9 ตำแหน่งใหญ่โตในการปกครองของหมู่คณะสงฆ์

แต่หลงสีกาคนเดียวกัน ก่อเหตุฉาวมั่วผู้หญิงติดบ่วงเป็นพวง

หลักฐานเป็นคลิปจะจะในโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของสีกา 80,000 ภาพ จับได้แบบคาหนังคาเขา โดนตำรวจไล่ล่าจับศึก ใช้วิธีกดดันให้จำนนโดยสภาพ จำใจต้องยอมลาสิกขาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ บางคนสึกแล้วหนี หรือหนีไปสึก

ต้องอาบัติปาราชิกทางธรรม ลุ้นคดีทางโลก ซิกแซ็กทุจริตเงินวัดหรือไม่

กลายเป็นรอยด่างประวัติศาสตร์วงการสงฆ์ไทยในรอบหลายสิบปี ณ วัน “อาสาฬหบูชา” วันสำคัญแห่งการเกิดพระสงฆ์องค์แรกสาวกองค์พระศาสดา

ต้องมาโดนพระสาวกยุคเอไอปี 2568 ทำแปดเปื้อนพระพุทธศาสนา

“ศาสนจักร” อันเป็นที่พึ่งทางใจกลับต้องวุ่นวาย หลักยึดเหนี่ยวคลอนแคลนอย่างหนัก ในสถานการณ์ “อาณาจักร” ก็ใกล้เกิดกลียุค ตามเงื่อนไขสถานการณ์สับสนอลหม่านทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ

“The Perfect Storm” วิกฤติพายุสมบูรณ์แบบจ่อพัดกระหน่ำเมืองไทย

หลังได้รับแจ้ง “ข่าวร้าย” จากทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. “คาวบอย” โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ร่อนจดหมายดิจิทัลฯผ่านสื่อออนไลน์ จั่วหัวถึง “ผู้มีอำนาจ” ในราชอาณาจักรไทย

ระบุให้เตรียมจ่าย “ภาษีตอบโต้” ในอัตราร้อยละ 36

ตั้งด่านไถสินค้าส่งออกจากไทยแบบเต็มเพดาน ตัวเลขเดียวกับกัมพูชา สูงเป็นลำดับต้นในกลุ่มอาเซียน น้อยกว่าแค่ลาวกับเมียนมา

แม้จะแบะท่าตามมารยาท “ทรัมป์” ตบหัวแล้ว

ลูบหลัง ทีมไทยแลนด์ยังมีช่องในการเจรจาร่วมมืออนาคตในทางยาวๆ

แต่ตามรูปการณ์ที่ไม่น่าจะเคลียร์ทันในเงื่อนเวลา “เดดไลน์” สั้นๆ

ณ จุดที่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและ รมว.คลัง หัวขบวนทีมไทยแลนด์ ที่ตีตั๋วเครื่องบินเปล่าฟาวล์กลับมา เพิ่งส่งข้อเสนอใหม่กลับไปให้สหรัฐฯพิจารณา หัวหมุนเรียกระดมฝ่ายที่เกี่ยวข้องประชุมกันฉุกละหุก

ขลุกๆขลักๆ ไม่วายกั๊กงาน กันท่า เหยียบตาปลากันอุตลุด

ตามสัญญาณที่ “คาวบอยทรัมป์” ประกาศย้ำผ่านทรูธโซเชียลส่วนตัว ยืนกราน “มาตรการภาษีต่างตอบแทนแบบโหด” จะบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ แน่นอน

ไม่มียืดระยะให้อีกต่อไป

โจทย์ “ยูจะให้อะไรกับสหรัฐฯ” ทีมไทยแลนด์คงจัดให้ไม่ทันใจ

ที่สำคัญตามเงื่อนไขสถาน การณ์ “ภูมิรัฐศาสตร์” ที่ไทยถูกสหรัฐฯและชาติตะวันตกตั้งแง่ใกล้ชิดกับจีนแผ่นดินใหญ่ อีกทั้งจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม รัฐบาลไทยยังจ่อเข้าแจมกลุ่มประเทศ BRICS เป้าระแวงของสหรัฐฯ

มันยิ่งเสี่ยงทำให้ “คาวบอยทรัมป์” พาลหมั่นไส้ทุบหนักๆ

เอาเป็นว่า โดยสถานะของไทยแลนด์ในแนวรบสงครามภาษี “Reciprocal tariff” เมื่อเทียบกับคู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนาม ที่ปิดดีลกับทำเนียบขาวไปแล้วที่ร้อยละ 20

ยังไงก็ยากที่อัตราภาษีกองเรือส่งออกไทยจะลดฮวบฮาบไปเท่ากัน

ตามรูปการณ์มันยากที่จะสกัดกั้นกลุ่มทุนข้ามชาติ

หรือแม้แต่นักลงทุนไทย จะย้ายโรงงาน โยกฐานการผลิตไป “กู๊ดมอร์นิ่ง เวียดนาม”

ต้องเตรียมรับสภาพการเลิกจ้างงาน คนตกงานตามมาในอนาคตอันใกล้

มันคือพายุใหญ่ที่ก่อตัวอย่างสมบูรณ์แบบ จ่อกระหน่ำกองเรือส่งออกของไทย ซ้ำวิกฤติเศรษฐกิจที่ลากไม่ขึ้น ในสถานการณ์ที่เครื่องยนต์ในการสร้างรายได้ของไทยเหลือเดินได้อยู่ไม่กี่ตัว

จะหวังพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์หลัก ก็กำลังสำลักน้ำมัน จากการหายไปของทัวร์จีน แหล่งช็อปปิ้งที่เคยคึกคัก เงียบเหงาเป็นป่าช้า

พิษ “จีนเทา” ทำ “จีนแดง” ขยาด

หรือแม้แต่จะงัดมุก “อัฐยายซื้อขนมยาย” มาแก้ขัดเฉพาะหน้า ด้วยการปัดฝุ่นโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” โปรฯสุดฮิตของอดีตรัฐบาล “ลุงตู่”

ทีมเพื่อไทยก็พลาดทำ “หมูหก” งานง่ายๆกลายเป็นเรื่องยาก

จากที่จะได้ทั้งกล่องได้ทั้งแต้ม รัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้องโดนถล่มด่า เพราะบ้อท่าในการบริหารจัดการรองรับประชาชนขาเที่ยวจำนวนมาก ตั้งหน้าตั้งตารอ “กดจองสิทธิ”

ระบบล่มไม่เป็นท่า เพราะแอปพลิเคชันห่วย

สะท้อนภาวะ “ลนลาน” เชิงบริหารของรัฐบาลเพื่อไทยปั่นป่วนต่อเนื่อง ตามสภาพไม่ต่างจากเรือรั่วปะผุตั้งแต่หัวยันท้ายต้องเผชิญพายุกระหน่ำ ในจังหวะที่คณะรัฐมนตรีต้องรีบถอนสมอ มีมติให้ดึงเรื่อง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรฯออกจากสภา ชิ่งหนีภาวะเสียงปริ่มน้ำ รัฐบาล 256 ฝ่ายค้าน 239

ชักฟืนออกจากกองเพลิง ไม่กล้าเสี่ยงเข็นบ่อน “กาสิโน” ลุยไฟ

กับภาวะ “ภูมิต้านทาน” ตกต่ำมาอยู่ในขีดอันตราย ในสภาพ “นายกฯคนลูก” อย่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ กำลังตกหล่ม ติด “บ่วงบาศถอดถอน” ในศาลรัฐธรรมนูญ

ลุ้น “รอด” หรือ “ร่วง” ในคดี “คลิปร้อน” ออดอ้อน “อังเคิลฮุน เซน” บอกทหารไทยเป็นฝ่ายตรงข้าม

ยึดตามตัวเลขเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 รับไว้พิจารณา ประกอบกับมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 สั่ง “แพทองธาร” หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ อัตราต่อรองในวงการเซียนการเมือง อ้างอิงอ๋องกฎหมาย

ราคาไหลไปอยู่ฝ่าย “ร่วง” แทงได้น้อยกว่าฝั่งเต็ง “รอด”

และตามจังหวะที่สอดรับกันเป็นคำตอบว่าหนักหนาสาหัสแค่ไหน โดยเงื่อนไขสถานการณ์ “เศรษฐกิจคับขัน” ที่ตีคู่ขนานมากับสภาวการณ์ “การเมืองตีบตัน” สภาพกดดันผู้นำรัฐบาลคนสุดท้องตระกูลชินวัตร บีบรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

ถึงจุดที่ “นายกฯตัวพ่อ” ต้องเสี่ยงกระโดดออกจากที่ “ซุ่มโป่ง” หลบคดี “วีไอพี ชั้น 14”

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯในตำนาน จำใจยอมเสี่ยงคมหอก คมฉมวก ยั่วสหบาทา “อุ้มลูกสาว” ฝ่าวิบาก ฮึด ยื้อลากอำนาจทีมเพื่อไทย

ตามสไตล์โคตรเซียนการตลาด มุกเก่ง ตีปี๊บอีเวนต์ผ่านสื่อโครมคราม

ด้วยฟอร์มของ “นายใหญ่” ผู้เป็น “ศูนย์กลางจักรวาล” พลังอำนาจรัฐบาลผสมพรรคเพื่อไทย “ทักษิณ” โผล่มาทีต้องเป็นกระแสฮือฮา

เป้าหมายหลักคือเกมยึดพื้นที่ข่าวครองหน้าสื่อ

และก็ตามคาดหมาย “นายใหญ่” ใช้เวทีอีเวนต์ ตั้งใจมาเคลียร์ช็อตคลิปร้อนที่ “อิ๊งค์” พลาดท่าตกหล่ม “ฮุน เซน” กลายเป็น “หนูน้อยหมวกแดง” ที่ถูกจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์หลอกกัดเป็นแผลเหวอะหวะฉกรรจ์

“ทักษิณ” ยืนยันเป็นนัยป้องลูกสาวไม่ได้เดียงสา พลาดท่าโดยลำพัง หรือไปแอบทำโดยพลการ แต่มีมวยเก๋าของทีมเพื่อไทยประกบหลายคน

แต่ไม่คาดคิด มิตรรักที่หลงคบมานานจะตลบหลังกันได้

ที่แน่ๆจับทางได้ “ทักษิณ” อาการเหมือนรับสภาพ “อิ๊งค์” ไปต่อลำบาก แบไต๋ เปิดไพ่ในมือล่วงหน้า ดัน “ชัยเกษม นิติสิริ” แคนดิเดตนายกฯในบัญชีเพื่อไทยที่เหลือรับไม้ลุยไฟต่อ หรือไม่ก็ “ยุบสภา” ล้มกระดาน

แต่ทุกช็อตคือต้องมีพรรคเพื่อไทยอยู่ในสมการฝ่ายถืออำนาจ

ที่พลาดไม่ได้กับอารมณ์ลึกๆ “ทักษิณ” ยังคงมั่นอกมั่นใจในความเป็น “มิสเตอร์ไทยแลนด์” ฮีโร่ตลอดกาลที่คนไทยขาดเขาไม่ได้ แบบที่ประกาศตัวเองจำเป็นต้องเสือก เพราะถ้าไม่ ส.ท.ร.ใครจะกู้เศรษฐกิจโคตรยาก

ถ้าไม่บังเอิญ มาถึงวันนี้ ได้เกิดคำถามตามมามากมาย

ตามสภาพแบบที่เถียงไม่ออก ที่ผ่านมา 2 ปี รัฐบาลเพื่อไทยยังไม่เห็นทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอัน อย่างที่ “นายใหญ่” คุยฟุ้งซี้ปึ้ก “ทรัมป์” ก็เห็นๆเพิ่งโดนเรียกเก็บภาษีแบบกระอัก

“ทักษิณ” ส.ท.ร.กับรัฐบาลลูกน้อง แอบหลังลูกสาวมาตลอด ไม่ยักมีอะไรดีขึ้น นอกจากคุยเขื่อง

หลงอยู่กับเรื่องเก่าๆ ขายแต่ความยิ่งใหญ่ในครั้งอดีต.

“ทีมการเมือง”

คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม

แอริโซนาพบผู้เสียชีวิตจาก “กาฬโรคปอด” ยืนยันความเสี่ยงต่อสังคมต่ำ

แอริโซนาพบผู้เสียชีวิตจาก “กาฬโรคปอด” ยืนยันความเสี่ยงต่อสังคมต่ำ

13 ก.ค. 2568 03:05 น.

แอริโซนาพบผู้เสียชีวิตจาก “กาฬโรคปอด” ยืนยันความเสี่ยงต่อสังคมต่ำ

รัฐแอริโซนาของสหรัฐฯ พบผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อกาฬโรคปอดรายแรกในรอบหลายปี โดยยืนยันว่า ความเสี่ยงต่อสังคมยังคงต่ำ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในรัฐแอริโซนาของสหรัฐฯ ยืนยันว่า พบผู้อยู่อาศัยในเขตโคโคนิโน เคาน์ตี คนหนึ่ง เสียชีวิตจากการติดเชื้อ “กาฬโรคปอด” เมื่อวันศุกร์ที่ 11 ก.ค. 2568 ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 18 ปี ที่พบผู้เสียชีวิตจากเชื้อดังกล่าวในเคาน์ตีนี้

อนึ่ง ย้อนกลับไปในช่วงศตวรรษที่ 14 กาฬโรคเคยเป็นที่รู้จักกันในชื่อโรค “กาฬมรณะ” (Black Death) มันแพร่ระบาดสังหารประชากรยุโรปไปครึ่งทวีป แต่ตอนนี้มันกลายเป็นโรคที่พบในมนุษย์ได้ยากแล้ว และสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ โดยเฉลี่ยจะมีผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ เพียงปีละ 7 รายเท่านั้น

รัฐบาลของเขตโคโคนิโน เคาน์ตี ระบุยืนยันว่า ความเสี่ยงที่สังคมจะสัมผัสกับโรคนี้นั้นยังคงต่ำ พร้อมกับแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ตายเพิ่มเติม เพื่อความเป็นส่วนตัวของครอบครัวของเขาหรือเธอ

กาฬโรคมีหลายรูปแบบ เช่น กาฬโรคต่อมน้ำเหลืองซึ่งบ่อยที่สุด มีสาเหตุเกิดจากการถูกเห็บหมัดที่ติดเชื้อกัด ส่วนกาฬโรคปอดคือการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดเดียวกันคือ “เยอซิเนีย แพสทิส” (Yersinia pestis) ที่ปอดและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยกาฬโรคปอดเป็นรูปแบบที่อันตรายที่สุดและไม่พบเจอบ่อยนัก

อาการป่วยของกาฬโรคต่อมน้ำเหลืองในมนุษย์มักจะแสดงออกมาภายใน 2-8 วันหลังติดเชื้อ เช่น มีไข้สูง, หนาวสั่น, ปวดหัว, อ่อนแรง และต่อมน้ำเหลืองบวม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เจอตัวแล้ว หญิงเยอรมันหลงทาง 11 คืน ในพื้นที่ชนบทห่างไกลในออสเตรเลีย

เจอตัวแล้ว หญิงเยอรมันหลงทาง 11 คืน ในพื้นที่ชนบทห่างไกลในออสเตรเลีย

13 ก.ค. 2568 02:33 น.

เจอตัวแล้ว หญิงเยอรมันหลงทาง 11 คืน ในพื้นที่ชนบทห่างไกลในออสเตรเลีย

เจ้าหน้าที่พบตัวแบ็กแพ็กเกอร์หญิงชาวเยอรมันแล้ว หลังจากเธอหลงทางในพื้นที่ชนบทห่างไกลของออสเตรเลียนานถึง 11 คืน จนต้องประทังชีวิตด้วยน้ำจากแอ่งเล็กๆ และต้องนอนในถ้ำ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แคโรลินา วิลกา อายุ 26 ปี จากประเทศเยอรมนีได้รับความช่วยเหลือแล้วในวันศุกร์ที่ 11 ก.ค. 2568 หลังจากเธอหลงทางในพื้นที่ชนบทห่างไกล ทางตะวันตกรัฐเวสเทิร์น ออสเตรเลีย เป็นเวลานานถึง 11 คืน โดยเธอถูกพบในสภาพอ่อนล้า ขาดน้ำ ถูกแมลงกัดอย่างหนัก และบาดเจ็บที่เท้า

เจสซิกา เซคุโร ตำรวจสืบสวนของออสเตรเลีย ระบุว่า รถตู้ของ น.ส.วิลกาเสียการควบคุมและไปติดกับพุ่มไม้ในพื้นที่ห่างไกลจนวิ่งต่อไม่ได้ ก่อนที่เธอจะเดินออกห่างจากรถตู้ของเธอเป็นระยะทางถึง 24 กม. ในสภาพสับสน และเชื่อว่าคงไม่มีใครหาเธอเจอแล้ว

“เธอใช้เวลา 11 คืนเผชิญกับสิ่งต่างๆ และเอาตัวรอดด้วยการบริโภคอาหารที่เธอมีให้น้อยที่สุด และดื่มน้ำจากแอ่งเล็กๆ และน้ำฝน” แถลงการณ์ของสำนักงานตำรวจเวสเทิร์น ออสเตรเลียระบุ ขณะที่เจ้าหน้าที่เซคุโรกล่าวในงานแถลงข่าวว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยอาศัยเพียงโชคเท่านั้นในการตามหา น.ส.วิลกา

น.ส.วิลกาได้รับความช่วยเหลือหลังจากผู้ที่ขับรถผ่านมาพบตัวเธอ ก่อนเจ้าหน้าที่จะใช้เฮลิคอปเตอร์นำตัวเธอส่งโรงพยาบาลในเมืองเพิร์ธ

ด้าน ทาเนีย เฮนลีย์ ผู้ที่พบตัว น.ส.วิลกา บอกกับสำนักข่าว เอบีซี ของออสเตรเลียว่า เธอเห็น น.ส.วิลกาโบกมืออยู่ที่ข้างถนน โดยเธออยู่ในสภาพเปราะบางมาก “พุ่มไม้นั่นมีหนามเต็มไปหมด ฉันไม่อยากเชื่อว่าเธอรอดชีวิตมาได้ เธอไม่ได้สวมรองเท้า เธอใช้อะไรบางอย่างพันเท้าเอาไว้”

ก่อนได้รับความช่วยเหลือ น.ส.วิลกาถูกพบเห็นเป็นครั้งสุดท้ายที่ร้านขายของแห่งหนึ่งในเมืองบีคอน รัฐเวสเทิร์น ออสเตรเลีย ขณะอยู่ในรถตู้ของเธอ เมื่อ 29 มิ.ย. 2568

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ยุโรปไม่รอด ทรัมป์แจ้งภาษีตอบโต้ 30% เม็กซิโกโดนเท่ากันปมเฟนทานิล

ยุโรปไม่รอด ทรัมป์แจ้งภาษีตอบโต้ 30% เม็กซิโกโดนเท่ากันปมเฟนทานิล

12 ก.ค. 2568 21:31 น.

ยุโรปไม่รอด ทรัมป์แจ้งภาษีตอบโต้ 30% เม็กซิโกโดนเท่ากันปมเฟนทานิล

โดนัลด์ ทรัมป์ ร่อนจดหมายแจ้งอัตราภาษีต่างตอบแทนแก่สหภาพยุโรปแล้ว โดยจะเก็บในอัตรา 30% ส่วนเม็กซิโกโดนเท่ากัน แต่มีสาเหตุจากความล้มเหลวในการหยุดแก๊งค้ายาเสพติด

เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เผยแพร่ภาพจดหมายแจ้งอัตราภาษีต่างตอบแทนอีก 2 ฉบับ ส่งให้สหภาพยุโรป (EU) กับเม็กซิโก โดยกำหนดอัตราภาษีเท่ากันที่ 30% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2568 เป็นต้นไป

ในจดหมายที่ส่งถึงสหภาพยุโรป ระบุว่า สินค้าที่ส่งจากชาติสมาชิก EU เข้าสู่สหรัฐฯ จะถูกเก็บภาษีนำเข้า 30% อ้างเรื่องการขาดดุลการค้าและนโยบายกีดกันสินค้าอเมริกันเป็นเหตุผลที่สหรัฐฯ ตัดสินใจตั้งกำแพงภาษีต่างตอบแทน

จดหมายยังย้ำด้วยว่า สหภาพยุโรปต้องเปิดตลาดให้สหรัฐฯ เข้าถึงโดยไม่ตั้งกำแพงภาษีต่อสินค้าของสหรัฐฯ เพื่อลดการขาดดุลการค้ามหาศาล พร้อมขู่ด้วยว่า หาก EU ตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ สหรัฐฯ จะเพิ่มอัตราภาษีระดับเดียวกันทบเข้าไปบนอัตราภาษีที่ประกาศล่าสุด

ส่วนในจดหมายที่ส่งถึงเม็กซิโก นายทรัมป์ระบุว่านอกจากเรื่องการขาดดุลการค้าและนโยบายกีดกันสินค้าอเมริกัน สหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีเม็กซิโกก็เพื่อรับมือวิกฤตการแพร่กระจายของยาเฟนทานิลภายในประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากความล้มเหลวของเม็กซิโกในการหยุดยั้งแก๊งค้ายาเสพติด

นายทรัมป์ระบุในจดหมายว่า เม็กซิโกช่วยสหรัฐฯ ในการรักษาความปลอดภัยบริเวณชายแดน แต่ยังทำไม่เพียงพอ เม็กซิโกยังไม่สามารถหยุดยั้งแก๊งค้ายาซึ่งกำลังพยายามเปลี่ยนสหรัฐฯ เป็นสนามเด็กเล่นของยาเสพติดได้ สหรัฐฯ จึงจะตั้งกำแพงภาษีต่างตอบแทนในอัตรา 30% เริ่ม 1 ส.ค.นี้

จดหมายย้ำว่า หากเม็กซิโกประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาแก๊งค้ายาเสพติดและหยุดการไหลของยาเฟนทานิลไม่ให้เข้าสู่สหรัฐฯ ได้ พวกเขาจะพิจารณาปรับแก้จดหมายฉบับนี้ อัตราภาษีอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ได้โดยขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับเม็กซิโก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : truthsocial.com/@realDonaldTrump

บุคคลในข่าว 12 กรกฎาคม 2568

บุคคลในข่าว 12 กรกฎาคม 2568

12 ก.ค. 2568 04:42 น.

บุคคลในข่าว 12 กรกฎาคม 2568

ผู้กระทำความชั่ว ย่อมต้องได้รับผลกรรม

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า  กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  เสด็จฯไปทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา ณ โรงพยาบาลอุทัยธานี จ.อุทัยธานี เมื่อวันก่อน.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา ณ โรงพยาบาลอุทัยธานี จ.อุทัยธานี เมื่อวันก่อน.

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม 2568

อัญมณีไทย พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล จัดเสวนาพิเศษเรื่องราวของอัญมณีไทย เพื่อก้าวสู่การเป็น Gem & Jewelry Hub อย่างยั่งยืน โดยมี สุริยน ศรีอรทัยกุล, สุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย, บุญเลิศ สิริภัทรวณิช และ ภูเก็ต คุณประภากร มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.
อัญมณีไทย พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล จัดเสวนาพิเศษเรื่องราวของอัญมณีไทย เพื่อก้าวสู่การเป็น Gem & Jewelry Hub อย่างยั่งยืน โดยมี สุริยน ศรีอรทัยกุล, สุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย, บุญเลิศ สิริภัทรวณิช และ ภูเก็ต คุณประภากร มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…สั่นสะเทือนวงการสงฆ์ ช็อกความรู้สึกญาติโยม หลังจาก ตำรวจกองปราบปราม สอบสวนกรณี พระเทพวชิรปาโมกข์ หรือ เจ้าคุณอาชว์ อดีตเจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพฯ หนีไปสึก เนื่องจากไปมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับ “สีกากอล์ฟ” และโดนแอบถ่ายรูปและคลิปแบล็กเมล์ โดยตำรวจนำโทรศัพท์มือถือของ “สีกากอล์ฟ” ไปตรวจสอบพบว่ามีการถ่ายคลิปพระสงฆ์ที่ “สีกากอล์ฟ” ไปมีสัมพันธ์ รวมแล้ว 8 ราย…ล่าสุด ตำรวจ บก.ปปป. ได้ติดตามตัว พระสงฆ์ ที่เกี่ยวข้องกับคลิปในโทรศัพท์มือของ “สีกากอล์ฟ” เพื่อดำเนินการจับสึก จำนวน 2 ราย คือ พระเทพวชิรธีราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี และ พระเทพวชิรธีรคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ กรุงเทพมหานคร โดยทั้ง 2 รูป จำนนต่อหลักฐาน ยินยอมสลัดผ้าเหลือง สึกจากการเป็นพระ ขณะที่ ศ.ดร.พระมหาบุญเลิศ ช่วยธานี วัดใหม่ยายแป้น กรุงเทพมหานคร ก็ชิงสึกจากกรณีเดียวกัน…ส่วน พระครูสิริวิริยธาดา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ จ.ฉะเชิงเทรา ที่มีหลักฐานว่ามีความสัมพันธ์กับ “สีกากอล์ฟ” ทางตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัว

รุ่น 12 ดร.อัศวิน อิงคะกุล ให้การต้อนรับ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทส. ในโอกาสปิดการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 12 โดยมีนราพัฒน์ แก้วทอง และ อรนุช หล่อเพ็ญศรี มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.
รุ่น 12 ดร.อัศวิน อิงคะกุล ให้การต้อนรับ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทส. ในโอกาสปิดการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 12 โดยมีนราพัฒน์ แก้วทอง และ อรนุช หล่อเพ็ญศรี มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.

ทั้งนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.สอบสวนกลาง ระบุว่าจากข้อมูลโทรศัพท์มือถือของ “สีกากอล์ฟ” พบหลักฐานจำนวนมาก ตำรวจ บก.ปปป. จึงได้ดำเนินการด้าน วินัยสงฆ์ กับ พระที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นสิ่งแรกก่อนที่จะบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้พระสำนึกในตัวเอง และไม่ทำให้ศาสนามัวหมอง โดยหลังจากนี้ต้องสืบสวนขยายผลเรื่องเส้นทางการเงินต่อ แต่เบื้องต้น พระทุกรูปที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับ “สีกากอล์ฟ” เป็นยอดเงินที่มากพอสมควร แต่จะเป็นการทุจริตเงินวัดหรือไม่นั้น ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ…พล.ต.ต.จรูญเกียรติ สำทับด้วยว่า ตำรวจต้องดำเนินการเพื่อทำให้สถาบันศาสนามีแต่พระที่อยู่ในศีลในธรรม ยืนยันตำรวจไม่ได้ต้องการไปทำลายพระพุทธศาสนา และขอฝากไปถึง พระสงฆ์ทั่วประเทศ ว่าต้องระมัดระวังการทำกิจนิมนต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ สีกา ที่จะเข้ามา ไม่ว่าจะในรูปของ การทำบุญทีละมากๆ เป็น เศรษฐินี หรือ ไฮโซ แต่อีกภาคก็อาจจะเป็น มิจฉาชีพ เข้ามาหลอกให้ตายใจ เชื่อใจ พูดคุยทางไลน์ ทางโทรศัพท์ และอัดคลิปเก็บไว้ หากตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เรื่องก็จะไม่เกิดขึ้น…ทั้งนี้ จากกรณีที่เกิดขึ้น “สีกากอล์ฟ” มีการถ่ายคลิปไม่ให้เห็นตัวเองเห็นแต่พระ และเน้นให้ได้ยินเสียงกิจกรรมที่ทำกันว่าทำอะไร เพื่อนำมาเป็นหลักฐานในการ แบล็กเมล์ เรียกเงินจากพระ ไม่ว่าจะเป็น คลิปเซ็กซ์โฟน หรือ โชว์วาบหวิวต่างๆ ซึ่งก็มีทั้งพระที่รู้ตัวว่าถูกถ่ายคลิป แต่บางรูปก็ไม่รู้ตัว ซึ่งอันตรายมาก จึงขอเตือน พระทั่วประเทศ อย่าคุยโทรศัพท์กับ สีกา หรือ เฟซไทม์ เพราะความสัมพันธ์จะเดินหน้าไปเรื่อยๆ จนทำให้เกิดความเสียหายได้

วปส.3 ฐนนท์ศรณ์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล นัดเพื่อน วปส.3 มาร่วมพบปะสังสรรค์ พร้อมแสดงความยินดีให้ สุรพงษ์ ปิยะโชติ ในโอกาสได้เป็น รมช.คมนาคม และ นิรัตน์ ทรัพย์ทวีธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ คปภ. โดยมี พล.ร.อ.ประพฤติพร อักษรมัต มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ วันก่อน.
วปส.3 ฐนนท์ศรณ์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล นัดเพื่อน วปส.3 มาร่วมพบปะสังสรรค์ พร้อมแสดงความยินดีให้ สุรพงษ์ ปิยะโชติ ในโอกาสได้เป็น รมช.คมนาคม และ นิรัตน์ ทรัพย์ทวีธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ คปภ. โดยมี พล.ร.อ.ประพฤติพร อักษรมัต มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ วันก่อน.

แน่นอน เมื่อมีสถานภาพเป็น พระผู้ใหญ่ หลายรูปเป็นพระราชาคณะ แต่เมื่อปล่อยให้ ตัณหาครอบงำจนตบะแตก สมควรแล้วที่ต้องสละผ้าเหลืองสึกพ้นจากความเป็นพระทันที  แต่ยังไงก็หนีไม่พ้นโดนสังคมติฉินประณาม…ส่วน “สีกากอล์ฟ” แม้พฤติกรรมที่ก่อขึ้นอาจไม่มีความผิดในทางกฎหมาย แต่ก็โดนสังคมสาปแช่ง ฐานทำตัวเป็นมารศาสนา

ดีใจด้วย สืบพงษ์ ชลิตอาภรณ์ จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีให้ ดร.แอนดรูว์ มอริส ในโอกาสได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยซอลฟอร์ด ประเทศอังกฤษ โดยมี เฉลิมชัย–ภาวรีย์ ว่องไววิทย์ และ ดร.ศรีศุภางค์ มอริส มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
ดีใจด้วย สืบพงษ์ ชลิตอาภรณ์ จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีให้ ดร.แอนดรูว์ มอริส ในโอกาสได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยซอลฟอร์ด ประเทศอังกฤษ โดยมี เฉลิมชัย–ภาวรีย์ ว่องไววิทย์ และ ดร.ศรีศุภางค์ มอริส มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.

อืม…มาถึงวันนี้ แม้ รัฐบาล ภายใต้การนำของ พรรคเพื่อไทย ได้ถอน ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ตั้งกาสิโนถูกกฎหมาย ออกจากวาระการประชุมของ สภาผู้แทนราษฎร ไปแล้ว แต่ควันหลงเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ก็ได้กลายเป็นประเด็นร้อนตอบโต้กันทางการเมืองระหว่างคู่อาฆาต พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย…หลังจาก อนุทิน ชาญวีรกูล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กมีเนื้อหาสรุปว่า สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐ ประชาชนจีน ได้เตือน รัฐบาล ถึง 3 ครั้ง ให้ยกเลิก นโยบายเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ถ้าไทยยังไม่ยอมถอยก็จะปรับมาตรการจนกระทบกับนักท่องเที่ยว ที่มาไทย มีจำนวนลดลงไปถึง 90%… ทำให้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.วัฒนธรรม ออกมาตอบโต้ว่า ตอนนั้นเดินทางไปเยือน ประเทศจีน อย่างเป็นทางการ สี จิ้นผิง ทราบดีอยู่แล้วว่าทุกประเทศเป็นประเทศของตัวเอง เรื่อง กาสิโน เราก็อธิบายให้ฟังว่า ความจริงเราทำเป็น เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ไม่ได้เน้นเรื่อง กาสิโน เพราะจะมีแค่ 10% แต่กลับเอามาเล่าอีกรูปแบบหนึ่ง ใส่สีตีไข่กันไป เรื่องนักท่องเที่ยวจีนหายไป อดีต มท.1  ออกไปได้ไม่นานลืมซะแล้วว่าเหตุผลที่นักท่องเที่ยวจีน ไม่มาเมืองไทยเพราะ เรื่องความปลอดภัย เรื่องของ มหาดไทย ที่เขาไม่เข้ามาเพราะเรื่องความปลอดภัย และ นักท่องเที่ยวจีนลดลง เพราะมีมาตรการเที่ยวในประเทศ ความจริงมันมีปัญหาหลายเรื่อง ทั้งเรื่อง คอลเซ็นเตอร์ เรื่องตัดน้ำตัดไฟ พอจะตัดก็ตัดยาก ต้องสั่งแล้วสั่งอีก ไม่ทราบว่าได้จดไว้หรือเปล่า และเหตุผลที่นักท่องเที่ยวลดไม่ได้เป็นตามที่กล่าวอ้าง…เรียกว่าฟาดกลับแบบไม่ต้องเกรงใจกันแล้ว

เที่ยวเพลิน ชาริตา ลีลายุทธ นำลูกค้า CENFINITY ของบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน ไปชมอาคารที่ทำการของรัฐบาลและป้อมปราการทิมพูซอง โดยมี วงศ์ชนก ชีวะศิริ, ปณิธิพัทธ์สุขสมบูรณ์ และ นพ.อรรถสิทธิ์ สรรพวัฒน์ ร่วมเดินทางไปด้วย ที่ราชอาณาจักรภูฏาน วันก่อน.
เที่ยวเพลิน ชาริตา ลีลายุทธ นำลูกค้า CENFINITY ของบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน ไปชมอาคารที่ทำการของรัฐบาลและป้อมปราการทิมพูซอง โดยมี วงศ์ชนก ชีวะศิริ, ปณิธิพัทธ์สุขสมบูรณ์ และ นพ.อรรถสิทธิ์ สรรพวัฒน์ ร่วมเดินทางไปด้วย ที่ราชอาณาจักรภูฏาน วันก่อน.
เครื่องดูดเสมหะ สาระ ล่ำซำ มอบเครื่องดูดเสมหะจำนวน 11 เครื่อง ให้ จตุพร โรจนพานิช เพื่อใช้ในการฝึกอบรมหลักสูตรผู้บริบาลคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ โดยมี แรมรุ้ง วรวัธ, พิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ และ ปราโมทย์ ศักดิ์กำจร มาร่วมในพิธีด้วย ที่เมืองไทยประกันชีวิต สนง.ใหญ่ วันก่อน.
เครื่องดูดเสมหะ สาระ ล่ำซำ มอบเครื่องดูดเสมหะจำนวน 11 เครื่อง ให้ จตุพร โรจนพานิช เพื่อใช้ในการฝึกอบรมหลักสูตรผู้บริบาลคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ โดยมี แรมรุ้ง วรวัธ, พิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ และ ปราโมทย์ ศักดิ์กำจร มาร่วมในพิธีด้วย ที่เมืองไทยประกันชีวิต สนง.ใหญ่ วันก่อน.

ผ่างๆ…หลังจากหลายฝ่ายมองว่าการเมืองอาจถึง ทางตัน กรณี นายกฯแพทองธาร ติดชนักคดีคลิปเสียงคุยกับ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งอาจโดน ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งถอดถอนออกจากตำแหน่ง…ล่าสุด ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุทางออกว่า ถ้า นายกฯแพทองธาร รอดก็กลับมาทำงานเหมือนเดิม ถ้า ไม่รอด มีทางเลือก สองอย่าง คือเสนอชื่อ ชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย เป็นนายกฯ หรือ ยุบสภา มีแค่สามทางเท่านั้น…งานนี้เท่ากับส่งสัญญาณชัดไม่ยอมปล่อยให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ชิงตำแหน่งนายกฯไปได้ง่ายๆแน่ จบข่าว

จากเซ็นทรัล รุจิเรศ นีรปัทมะ มอบเงินจำนวน 50,000 บาท ให้ พ.ต.ท.ธีระวัฒน์ อำนาจ เจริญยิ่ง เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์การทำงานด้านการป้องกันและปราบปราม โดยมี ธนาพรรณ พงษ์พันธ์ และ พ.ต.ท.วุฒิวัฒน์ เลี้ยงบุญจินดา มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต วันก่อน.
จากเซ็นทรัล รุจิเรศ นีรปัทมะ มอบเงินจำนวน 50,000 บาท ให้ พ.ต.ท.ธีระวัฒน์ อำนาจ เจริญยิ่ง เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์การทำงานด้านการป้องกันและปราบปราม โดยมี ธนาพรรณ พงษ์พันธ์ และ พ.ต.ท.วุฒิวัฒน์ เลี้ยงบุญจินดา มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต วันก่อน.

สังคมทั่วไป…ศพ คุณแม่เอมอัชฌาพิริยพัฒน์ ตั้งสวดศาลา 27 วัดธาตุทอง 18.30 น. ถึง 16 ก.ค. ฌาปนกิจ 17 ก.ค. 17.00 น.

“ธนูเทพ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

บุคคลในข่าว 11 กรกฎาคม 2568

บุคคลในข่าว 11 กรกฎาคม 2568

11 ก.ค. 2568 04:07 น.

บุคคลในข่าว 11 กรกฎาคม 2568

ผู้เห็นธรรม มองเห็นความจริงด้วยปัญญา

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณวังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ กอกนก กิจบาลจ่าย พร้อมคณะจาก สนง.คณะ กก.กิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้จากการออกร้านงานกาชาด ประจำปี 2567 เมื่อวันก่อน.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณวังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ กอกนก กิจบาลจ่าย พร้อมคณะจาก สนง.คณะ กก.กิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้จากการออกร้านงานกาชาด ประจำปี 2567 เมื่อวันก่อน.

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม 2568

อย่าพลาด ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เปิดงาน “จริงใจ มาหา...นคร” ครั้งที่ 12 เชิญช็อปของดีส่งตรงจากชุมชนทั่วไทย จัดถึง 13 ก.ค. โดยมี พิชัย จิราธิวัฒน์, อุดม ศรีสมทรง, สุพัตรา จิราธิวัฒน์, ปิยวรรณ ลีละสมภพ และ วรรณภา เกียรติพงษา มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
อย่าพลาด ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เปิดงาน “จริงใจ มาหา…นคร” ครั้งที่ 12 เชิญช็อปของดีส่งตรงจากชุมชนทั่วไทย จัดถึง 13 ก.ค. โดยมี พิชัย จิราธิวัฒน์, อุดม ศรีสมทรง, สุพัตรา จิราธิวัฒน์, ปิยวรรณ ลีละสมภพ และ วรรณภา เกียรติพงษา มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…วันนี้ตรงกับ วันเข้าพรรษา ถือเป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนา ที่ต่อเนื่องจาก วันอาสาฬหบูชา สำหรับความสำคัญของ วันเข้าพรรษา พระสงฆ์จะอธิษฐานอยู่จำพรรษา ณ วัดใดวัดหนึ่ง เป็นเวลา 3 เดือน ในช่วง ฤดูฝน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้ ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางที่อาจจะทำให้เหยียบย่ำพืชผลของชาวบ้าน และเพื่อให้พระสงฆ์ศึกษาพระธรรมวินัย และปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่…ในส่วนของ พุทธศาสนิกชน ต่างใช้โอกาสในวันเข้าพรรษาร่วมกิจกรรมทางศาสนา อาทิ ทำบุญตักบาตร ถวายข้าวสาร อาหารแห้ง และถวายเทียนพรรษา กันตามประเพณีอันดีงาม ที่ปฏิบัติสืบสานกันมาต่อเนื่องยาวนาน

ให้โอกาส พล.ท.ทักษิณ สิริสิงห และ พล.ต.ชัชวาลย์ พยุงวงศ์ เปิดโครงการ “The Future Ready by Future Leader” เพื่อให้บัณฑิตจบใหม่ได้ทำงานตรงสายกับผู้ประกอบการชั้นนำของไทย โดยมี ดร.เสกสิทธิ์ สวรรยาธิปัติ และ พราวพุธ ลิปตพัลลภ มาร่วมงานด้วย ที่ วปอ. วันก่อน.
ให้โอกาส พล.ท.ทักษิณ สิริสิงห และ พล.ต.ชัชวาลย์ พยุงวงศ์ เปิดโครงการ “The Future Ready by Future Leader” เพื่อให้บัณฑิตจบใหม่ได้ทำงานตรงสายกับผู้ประกอบการชั้นนำของไทย โดยมี ดร.เสกสิทธิ์ สวรรยาธิปัติ และ พราวพุธ ลิปตพัลลภ มาร่วมงานด้วย ที่ วปอ. วันก่อน.

แม้ทุกวันนี้จะมีข่าวฉาววงการผ้าเหลือง พระผู้ใหญ่หลายรูป เข้าไปพัวพัน ฉันชู้สาว กับ สีกา ทำให้พระบางรายต้องชิงสึกก่อนโดนแฉ ขณะที่บางรายก็โดนจับสึก เพราะนอกจาก เสพเมถุน มั่วสีกา ผิดวินัยสงฆ์ถึงขั้น ปาราชิก ยังมีพฤติการณ์ ยักยอกเงินวัด ไปเล่นการพนันออนไลน์และปรนเปรอสีกาคู่ขา มีความผิดทางอาญา ถูกจับกุมคุมขังดำเนินคดี…ขณะที่ สีกาบางราย ก็ไม่ละอายต่อบาป มีพฤติการณ์เย้ยนรกเข้าไปตีสนิทมีสัมพันธ์ ฉันชู้สาว กับ พระผู้ใหญ่หลายรูป เพื่อหวังทรัพย์สินเงินทอง สร้างความแปดเปื้อนให้วงการสงฆ์…แต่อย่างไรก็ตาม พฤติกรรม พระมั่วสีกา ก็ถือว่าเป็นเรื่องของ ตัวบุคคล แม้ทำให้ วงการสงฆ์สั่นสะเทือน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ พระพุทธศาสนา เสื่อมทรุด เพราะ แก่นแท้ ของ พระพุทธศาสนา อยู่ที่ หลักธรรมคำสอน ของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ได้อยู่ที่ ตัวนักบวชในคราบผ้าเหลือง แต่ประการใด…ด้วยเหตุนี้ พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ จึงยึดมั่นใน หลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ และ ศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาอย่างไม่เสื่อมคลาย

ระวังงูสวัด นพ.ชัยสิทธิ์ คุปต์วิวัฒน์ จัดกิจกรรม “Age Well Live Well” เพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพการป้องกันโรคงูสวัด ภัยใกล้ตัวของผู้มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป โดยมี ญาดา พัฑฒฆายน,พญ.ฤทัยรัตน์ วินิจฉัย และ พิมลวรรณ หุ่นทองคำ มาร่วมงานด้วย ที่โรงพยาบาลวิภาวดี วันก่อน.
ระวังงูสวัด นพ.ชัยสิทธิ์ คุปต์วิวัฒน์ จัดกิจกรรม “Age Well Live Well” เพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพการป้องกันโรคงูสวัด ภัยใกล้ตัวของผู้มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป โดยมี ญาดา พัฑฒฆายน,พญ.ฤทัยรัตน์ วินิจฉัย และ พิมลวรรณ หุ่นทองคำ มาร่วมงานด้วย ที่โรงพยาบาลวิภาวดี วันก่อน.

อืม…ในการประชุม ครม.นัดล่าสุด เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยมี ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุม ครม. ได้มีมติเห็นชอบตามที่ กระทรวงการคลัง เสนอขอถอน ร่าง พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ออกจากวาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยให้เหตุผลว่ามีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ภาคสังคม จึงเห็นสมควรถอนร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกจากการพิจารณาของสภาฯ

ใส่สบาย สุชยา เจียรนันทะ เปิดตัวคอลเลกชัน Spring/Summer 2025 เสื้อผ้าสำหรับนักกอล์ฟโดดเด่นในสไตล์มินิมอลแคชชวลจากแบรนด์ TaylorMade โดยมี รัตนชัย เจียรนันทะ, ภัทร เอกแสงกุล และ ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ มาร่วมงานด้วย ที่ร้าน Only Golf วัน แบงค็อก วันก่อน.
ใส่สบาย สุชยา เจียรนันทะ เปิดตัวคอลเลกชัน Spring/Summer 2025 เสื้อผ้าสำหรับนักกอล์ฟโดดเด่นในสไตล์มินิมอลแคชชวลจากแบรนด์ TaylorMade โดยมี รัตนชัย เจียรนันทะ, ภัทร เอกแสงกุล และ ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ มาร่วมงานด้วย ที่ร้าน Only Golf วัน แบงค็อก วันก่อน.

และในการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ประชุมได้มีมติ 253 ต่อ 67 เสียง เห็นชอบให้ ครม. ถอน ร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ออกจากวาระการพิจารณา เป็นที่เรียบร้อย

แน่นอน ในสถานการณ์ที่ รัฐบาล กำลังเผชิญกระแสต่อต้านอย่างหนัก จากกรณีความขัดแย้ง ชายแดน ไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะปม คลิปเสียงสนทนา ระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา จนโดน สว. ยื่นเรื่องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยถอดถอนออกจากตำแหน่งนายกฯ โดยศาลฯรับเรื่องไว้พิจารณา และมีคำสั่งให้ นายกฯแพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ จนกว่าศาลฯจะมีคำวินิจฉัย…ขณะที่ กลุ่มม็อบต่อต้านรัฐบาล ก็ใช้จังหวะนี้ออกมาชุมนุมเคลื่อนไหว ขับไล่รัฐบาล หาก รัฐบาล ยังดันทุรัง นำ ร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีกระแสต้านจากสังคมเป็นวงกว้างเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ก็จะยิ่งกลายเป็น การสุมไฟจุดชนวนม็อบต่อต้าน ให้ลุกฮือ ขับไล่รัฐบาล อย่างหนักหน่วงรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

น่าใช้มาก สุชาร์ มานะยิ่ง เปิดตัว “Skin Caring Corrector” และ “Hya Plumping Concealer”นวัตกรรมใหม่ผสานเมกอัปเข้ากับสกินแคร์ของแบรนด์เครื่องสำอาง Fleen Beauty โดยมี ชา จีซู, ศุภนาฎ จิตตลีลา และ ภัณฑิลา ฟูกลิ่น มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมโอกุระ เพรสทีจ วันก่อน.
น่าใช้มาก สุชาร์ มานะยิ่ง เปิดตัว “Skin Caring Corrector” และ “Hya Plumping Concealer”นวัตกรรมใหม่ผสานเมกอัปเข้ากับสกินแคร์ของแบรนด์เครื่องสำอาง Fleen Beauty โดยมี ชา จีซู, ศุภนาฎ จิตตลีลา และ ภัณฑิลา ฟูกลิ่น มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมโอกุระ เพรสทีจ วันก่อน.

เหนืออื่นใด สถานการณ์ด้านสภาฯ ในขณะนี้ รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ แค่ประชุมพิจารณาวาระปกติก็ยังโดนลองของ นับองค์ประชุม เสี่ยงสภาล่ม ถ้าขืนดึงดันนำ ร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ตั้งกาสิโนถูกกฎหมาย ที่มีกระแสต้านรุนแรงจากสังคม ขณะที่ พรรคการเมือง หลายพรรคก็ตั้งป้อมคัดค้าน ขืนเอาเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ  ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกคว่ำ…ที่สำคัญร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ถือเป็น ร่างกฎหมายการเงิน ที่เสนอโดย ครม. หากโดนโหวตคว่ำร่างกฎหมายตกไป รัฐบาล โดย นายกรัฐมนตรี จะต้องแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการลาออก …เพราะฉะนั้นการที่ ครม. ถอนร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกจากการพิจารณาของสภาฯ จึงถือเป็นการ ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ก่อนที่จะลามไหม้ตัวเอง

ผ่างๆ…นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. ยังได้มีมติเห็นชอบตามที่ กระทรวงมหาดไทย เสนออนุมัติแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการระดับสูง 4 ราย ได้แก่ ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นผู้ตรวจราชการ นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้ตรวจราชการ และมีมติแต่งตั้ง นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ เป็นอธิบดีกรมการปกครอง และ ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผวจ.เพชรบุรี เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

มีผลงาน ภูมิ เฮงตระกูลสิน จัดนิทรรศการ “หวาน จับ ใจ | HEART SWEET” การออกแบบขนมไทยให้กลายเป็นภาพวาดและงานประติมากรรมเซรามิกผลงานของเด็กนักเรียน โดยมี ศิรินทร์ทิพย์ ระฆุวงศ์รังษี และ แคทรียา ชินกร มาร่วมงานด้วย ที่ Madi Bkk เจริญกรุง 43 วันก่อน.
มีผลงาน ภูมิ เฮงตระกูลสิน จัดนิทรรศการ “หวาน จับ ใจ | HEART SWEET” การออกแบบขนมไทยให้กลายเป็นภาพวาดและงานประติมากรรมเซรามิกผลงานของเด็กนักเรียน โดยมี ศิรินทร์ทิพย์ ระฆุวงศ์รังษี และ แคทรียา ชินกร มาร่วมงานด้วย ที่ Madi Bkk เจริญกรุง 43 วันก่อน.

ใครๆ ก็รู้ว่า ไชยวัฒน์ และ นฤชา เป็นข้าราชการที่มีความใกล้ชิดกับ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อดีตรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย และ เนวิน ชิดชอบ ผู้มีบารมีของ พรรคภูมิใจไทย…ถึงแม้ รองนายกฯภูมิธรรม ออกตัวว่าการโยกย้ายครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องการทำงาน ที่ต้องการให้การทำงานมีประสิทธิภาพ 

แน่นอน การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ถือเป็นกลไกหนึ่งในการ บริหารราชการ เพื่อให้นโยบายจาก รัฐบาล และ เจ้ากระทรวง นำไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพให้เห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นผลงานของรัฐบาล …แต่ในสถานการณ์ที่ พรรคเพื่อไทย กับ พรรคภูมิใจไทย เพิ่งฟัดกันมาหมาดๆ แตกหักถึงขั้นบีบ พรรคภูมิใจไทย ออกจาก การร่วมรัฐบาล ฉะนั้นงานนี้ถ้าใครจะมองว่าเป็นการ ย้ายล้างบางคนของฝ่ายตรงข้าม ก็คงไม่ผิดไปจากข้อเท็จจริงแต่ประการใด

ดีใจด้วย รุจิตร สุธนะเสรีพร, พรศิริ โรจน์เมธา, อติญาณี มัธยมจันทร์, ฐิตินันท์ ทองไข่มุกต์ และ ศุลีพร กาไชย พร้อมเพื่อนครุศาสตร์ จุฬา รุ่น 16 มาร่วมแสดงความยินดีให้ พล.ร.ท.หญิง อรสา ดุรงค์เดช ในโอกาสจัดงานวิวาห์ของบุตรชาย ที่โรงแรมโซฟิเทล วันก่อน.
ดีใจด้วย รุจิตร สุธนะเสรีพร, พรศิริ โรจน์เมธา, อติญาณี มัธยมจันทร์, ฐิตินันท์ ทองไข่มุกต์ และ ศุลีพร กาไชย พร้อมเพื่อนครุศาสตร์ จุฬา รุ่น 16 มาร่วมแสดงความยินดีให้ พล.ร.ท.หญิง อรสา ดุรงค์เดช ในโอกาสจัดงานวิวาห์ของบุตรชาย ที่โรงแรมโซฟิเทล วันก่อน.

สังคมทั่วไป…ศพ คุณแม่เอมอัชฌา พิริยพัฒน์ ตั้งสวดศาลา 27 (แม่สุพร) วัดธาตุทอง 18.30 น. ถึง 16 ก.ค.(11 ก.ค. งดสวด) ฌาปนกิจ 17 ก.ค. 17.00 น.

“ธนูเทพ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม