บุคคลในข่าว 10 กรกฎาคม 2568

บุคคลในข่าว 10 กรกฎาคม 2568

10 ก.ค. 2568 03:00 น.

บุคคลในข่าว 10 กรกฎาคม 2568

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พล.ท.วีระชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นำคณะกรรมการจัดโครงการประกวดเพลงพื้นบ้านภาคกลาง มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย เมื่อวันก่อน.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พล.ท.วีระชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นำคณะกรรมการจัดโครงการประกวดเพลงพื้นบ้านภาคกลาง มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย เมื่อวันก่อน.

เพลิงสุริยะ มารายงานตัวรับใช้ท่านผู้อ่าน…………….วิกฤติประเทศไทยในห้วงสุญญากาศอำนาจ ……..เลยเส้นตายที่ รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนด เดดไลน์เอาไว้ 9 ก.ค.2568 ในการบังคับใช้ อัตราภาษีใหม่กับประเทศคู่ค้า โดยช่วงคืนวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ส่งจดหมายยืนยันการเรียกเก็บภาษีจากไทย 36% แล้ว ……..พิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและ รมว.คลัง หัวหน้าทีมเจรจาภาษีสหรัฐฯ ยอมรับว่ามีช็อกบ้างนิดหน่อย แต่ยังมองมุมบวกว่าจดหมายของสหรัฐฯออกมาก่อน โดยที่ยังไม่ได้พิจารณาข้อเสนอใหม่ที่ไทยส่งไปล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา

พันล้านขวด ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ จัดงานฉลองความสำเร็จของการรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ครบ 1,000,000,000 ขวด เพื่อนำกลับมาใช้เป็นวัสดุหลักในการผลิตภัณฑ์วัสดุรองพรม EcoSoft® โดยมี วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล และ กรกช คุณาลังการ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมคอร์ทยาร์ด วันก่อน.
พันล้านขวด ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ จัดงานฉลองความสำเร็จของการรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ครบ 1,000,000,000 ขวด เพื่อนำกลับมาใช้เป็นวัสดุหลักในการผลิตภัณฑ์วัสดุรองพรม EcoSoft® โดยมี วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล และ กรกช คุณาลังการ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมคอร์ทยาร์ด วันก่อน.

ก่อนหน้านี้ ขุนคลัง–พิชัย บินไปเจรจาที่สหรัฐฯด้วยตัวเอง แต่ต้องกลับมาบ้านมือเปล่า แม้ข้อเสนอของไทยจะลด แลก แจก แถม แทบจะลอกการบ้านกันมากับเวียดนาม……..ตัวเลขที่ฝ่ายไทยเสนอไปมีทั้ง อัตราภาษี 0%, การลดดุลการค้าลง 50% ให้ได้ปี 2573, จะเร่งสร้างสมดุลทางการค้าระหว่างไทย–สหรัฐฯ ภายใน 7–8 ปี จากเดิมที่วางไว้ในปี 2578, เพิ่มการนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ อาทิ พลังงาน (น้ำมันดิบ-LNG-อีเทน), เครื่องบินและชิ้นส่วน, อาวุธยุทโธปกรณ์, ข้าวโพด ถั่วเหลือง เนื้อวัว ฯลฯ

ดีใจด้วย เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย จัดงานเลี้ยงต้อนรับ เยิร์ก มอนทานี ในโอกาสเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนประจำภูมิภาค คณะ กก.กาชาดระหว่างประเทศ พร้อมอำลาคนเก่า ฮวน เปโดร แชร์เรอร์ โดยมี โลรองต์ บูร์ชัวส์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมณเฑียร วันก่อน.
ดีใจด้วย เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย จัดงานเลี้ยงต้อนรับ เยิร์ก มอนทานี ในโอกาสเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนประจำภูมิภาค คณะ กก.กาชาดระหว่างประเทศ พร้อมอำลาคนเก่า ฮวน เปโดร แชร์เรอร์ โดยมี โลรองต์ บูร์ชัวส์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมณเฑียร วันก่อน.

ท่าทีการเจรจาแบบช้าๆได้พร้าเล่มงาม ที่ดูขัดอกขัดใจกลุ่มผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ แต่ ขุนคลัง–พิชัย ยังเชื่อว่าจะปิดดีลภาษีกับสหรัฐฯได้ก่อนวันที่ 1 ส.ค.ที่จะถึงนี้……..มั่นใจว่าข้อเสนอของไทยครั้งนี้จะได้รับข่าวดี เนื่องจากอธิบาย วัดผลและปฏิบัติได้…..และอัตราภาษีที่ไทยโดนจะไปอยู่ในกลุ่มระดับเดียวกันกับประเทศที่เป็นคู่แข่งทางการค้า และการส่งออกของเราทำให้เราสามารถแข่งขันได้…..สุดท้ายเราต้องรอเมตตาจากสหรัฐฯเคาะออกมา

พัฒนาได้ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา มาร่วมงาน The Secret Sauce Business Weekend 2025 พร้อมโชว์วิสัยทัศน์ของเซ็นทรัลพัฒนาในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยมี ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์ประชุม จ.ขอนแก่น วันก่อน.
พัฒนาได้ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา มาร่วมงาน The Secret Sauce Business Weekend 2025 พร้อมโชว์วิสัยทัศน์ของเซ็นทรัลพัฒนาในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยมี ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์ประชุม จ.ขอนแก่น วันก่อน.

ส่วนข้อกังวลที่ไทยเข้าไปร่วมกลุ่ม BRICS เราเป็นแค่กึ่งพาร์ตเนอร์ เข้าไปเรียนรู้และสังเกตการณ์มากกว่า และต้องอยู่ให้ได้กับทุกฝ่าย คนอื่นไปกันตั้งนานแล้ว……..พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลมีแผนสำรอง ไม่ว่าภาษีจะอัตรา 36% หรือต่ำกว่านั้น เพราะการค้าขายในโลกนี้ต้องปรับกันใหม่ และมีแผนมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ…..นอกจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหลือ ยังมีแหล่งเงินอื่นที่จะลงมาช่วยได้ ทั้งตลาดเงินและตลาดทุน

สมทบทุน สุรินทร์ โกรพินธานนท์ มอบเงินจำนวน 1,800,000 บาท ให้ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ เพื่อสมทบกองทุน คุณแม่อรพินท์ โกรพินธานนท์ โดยมี ศุภชัย โกรพินธานนท์,ธานนท์ โกรพินธานนท์ และ จุฬา ตุลยายน มาร่วมมอบด้วย ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วันก่อน.
สมทบทุน สุรินทร์ โกรพินธานนท์ มอบเงินจำนวน 1,800,000 บาท ให้ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ เพื่อสมทบกองทุน คุณแม่อรพินท์ โกรพินธานนท์ โดยมี ศุภชัย โกรพินธานนท์,ธานนท์ โกรพินธานนท์ และ จุฬา ตุลยายน มาร่วมมอบด้วย ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วันก่อน.

ส่วนข้อห่วงใยของภาคเอกชนที่ยังกังวลว่า การลดภาษีเป็น 0% โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตร อาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกร และผู้ผลิตไทยอย่างรุนแรง ทำให้คู่ค้าชาวไทยที่มีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) เสียเปรียบสหรัฐฯ……..พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานหอการค้าไทย ระบุว่า ภาคเอกชนยอมรับได้กับข้อเสนอของรัฐบาลที่ยื่นไปรอบที่ 2 แต่ก็ คาดหวังว่าจะไม่ลดภาษี 0% ในสินค้าทุกรายการ

เริ่มงานใหม่ ศรีศุภางค์ มอฤทธิ์ จัดงานเลี้ยงฉลองให้เพื่อนรัก อารีรัตน์ กฤษณะสมิต ในโอกาสได้เริ่มงานใหม่กับ Tiffany & Co. โดยมี ภาวรีย์ ว่องไววิทย์, นรรจาพร จงควินิต, อเล็กซ์ ฮิวส์, มยุรี เลาลักษณเลิศ และ ปวีญลักษณ์ ลิมปิชาติ มาร่วมงานด้วย ที่ รร.แมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
เริ่มงานใหม่ ศรีศุภางค์ มอฤทธิ์ จัดงานเลี้ยงฉลองให้เพื่อนรัก อารีรัตน์ กฤษณะสมิต ในโอกาสได้เริ่มงานใหม่กับ Tiffany & Co. โดยมี ภาวรีย์ ว่องไววิทย์, นรรจาพร จงควินิต, อเล็กซ์ ฮิวส์, มยุรี เลาลักษณเลิศ และ ปวีญลักษณ์ ลิมปิชาติ มาร่วมงานด้วย ที่ รร.แมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.

เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. ชี้ว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุดขณะนี้ คือข้อเสนอจากเวียดนามที่สหรัฐฯอาจนำมาใช้เป็นต้นแบบ คืออัตราภาษี 0% ทุกรายการ หากไทยต้องยอมรับเงื่อนไขนี้ สินค้าที่จะได้รับผลกระทบที่สุดคือ ภาคการเกษตร สินค้าเกษตรจากสหรัฐฯราคาถูกจะหลั่งไหลเข้ามาถล่มเกษตรกรไทย……..แล้วกลุ่มเกษตรกรไทยที่เป็นกลุ่มเปราะบางอยู่แล้วในภาคผลิต จะรับมือกับผลกระทบนี้ไหวหรือไม่……..ดนุชา พิชยนันท์ เลขาฯสภาพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ยอมรับ ต้องกลับมาทบทวนการประเมินจีดีพีในไตรมาส 3 และ 4 และยังมีสินค้าบางตัวที่ยังคงแข่งได้ภายใต้อัตราภาษีนี้

ไทย–จีน ศิริพร แผลงจันทึก จัดงาน HELLO DIMOO “Special Friend of Thailand-China Golden Jubilee” เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน โดยมี เฉิน เสี่ยวหยุน, อาเยียน เติง และ เพ็ญโสม เลิศสิทธิชัย มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
ไทย–จีน ศิริพร แผลงจันทึก จัดงาน HELLO DIMOO “Special Friend of Thailand-China Golden Jubilee” เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน โดยมี เฉิน เสี่ยวหยุน, อาเยียน เติง และ เพ็ญโสม เลิศสิทธิชัย มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

“ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าและมือเศรษฐกิจพรรคประชาชน บอกว่าค่อนข้างช็อกที่สหรัฐฯส่งจดหมายบังคับใช้อัตราภาษี 36% กับไทย เป็นการบีบต้อนให้เราจนมุมด้วยเดดไลน์ ทำให้ต้องคายข้อเสนอที่ยังตกลงกันไม่ได้ให้มากกว่าเดิม……..ไม่รู้ว่าภาษีสุดท้ายจะอยู่ที่เท่าไหร่ แต่กว่าจะถึงวันที่ 1 ส.ค. เรายังพอมีโอกาสเจรจาลดภาษีน้อยลงกว่า 36% ได้…….. และใน กมธ.งบประมาณ 2569 กมธ.ในส่วนของพรรค ปชน. เรียกร้องมาตลอดให้จัดทำงบฯใหม่ ให้สอดรับกับสถานการณ์กำแพงภาษีสหรัฐฯ แต่ไม่ได้รับการตอบรับ……..ก็อยู่ที่รัฐบาลแล้วล่ะว่า จะทู่ซี้หัวชนฝา พาคนไทยลงเหวหรือไม่……..และอยู่ที่ทีมไทยแลนด์จะตีโจทย์แตกหรือไม่ เกมการเมืองโลกของแทร่

ตามไปกิน ฝาน กู่ และ สุรลักษณ์ รอดภัย เปิดร้าน “moone rolls” แบรนด์โรลเค้กแฮนด์คราฟต์สาขาแรก พร้อมเสิร์ฟความอร่อย หอมหวานของโรลเค้กทำสดใหม่ โดยมี เคนเนท ตึ้ง เคนมิง, นภนต์ เลิศศิวนนท์ และ ปารดา ดำรงวงศ์ศิริ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
ตามไปกิน ฝาน กู่ และ สุรลักษณ์ รอดภัย เปิดร้าน “moone rolls” แบรนด์โรลเค้กแฮนด์คราฟต์สาขาแรก พร้อมเสิร์ฟความอร่อย หอมหวานของโรลเค้กทำสดใหม่ โดยมี เคนเนท ตึ้ง เคนมิง, นภนต์ เลิศศิวนนท์ และ ปารดา ดำรงวงศ์ศิริ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

กลิ่นเลือกตั้งใหญ่โชยมา เพิ่งจะตีกรอบเวลา KPI เอาไว้ 3 เดือน ให้ข้าราชการมหาดไทยเร่งปั่นผลงาน รวมถึงล้างคราบไคลสีน้ำเงินให้หมด…….. แต่ใน การประชุม ครม. เป็นทางการนัดแรก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เห็นชอบตามที่ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกฯ เสนอโยกย้าย ขรก. สายตรงสีน้ำเงิน คือ ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง และ นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ไปเป็นผู้ตรวจราชการ……..แล้วให้ นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าฯเชียงใหม่ มาเป็นอธิบดีกรมการปกครอง ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าฯเพชรบุรี มาเป็นอธิบดี สถ. แทน

สำหรับ ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ โตมาในพื้นที่อีสานใต้ เคยเป็น รองผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ก่อนขยับขึ้นเป็น ผู้ว่าฯ และต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็น อธิบดีกรมการปกครอง ส่วน นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ เคยเป็น ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ ไปขึ้นรอง ผู้ว่าฯบึงกาฬ จนขึ้นเป็น ผู้ว่าฯบึงกาฬ ก่อนจะโยกมาเป็น ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ และเป็น อธิบดี สถ. ……..ภูมิธรรม อ้างว่าที่บอกว่า 3 เดือน ไม่ได้หมายความว่าให้ครบ 3 เดือน  อะไรที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานสามารถโยกย้ายได้ ……..2 อธิบดีที่ถูกโยกย้าย ไม่เกี่ยวว่าเป็นสายบุรีรัมย์หรือไม่ ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เกี่ยวกับงานล้วนๆ……..เชื่อกันไหมพี่น้อง

ดันต่อไม่ไหวก็พักไว้ก่อน ที่ประชุม ครม. วันเดียวกัน เห็นชอบให้ถอน ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ออกจากสภา หลังเจอแรงกดดันหนักจากทุกฝ่าย……..นี่ก็อีกเกมตอบโต้เขมร เมื่อ ตำรวจไซเบอร์ นำกำลังเข้าตรวจค้นทลายเครือข่าย “ฟู ก๊ก อาน” หรือ ก๊ก อาน คนสนิท ฮุน เซน ผู้นำตัวพ่อของเขมร ตัวเอ้ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ บัญชีม้า โกงทางออนไลน์ ตามหมายจับศาล

สำหรับ ก๊ก อาน เกิดที่เกาะกง เป็นลูกครึ่งจีน-กัมพูชา และยังเป็น วุฒิสมาชิก พรรคซีพีพี เจ้าของ คราวด์ รีสอร์ต หรือรู้จักกันในนาม เจ้าพ่อปอยเปต มีโรงแรมและกาสิโนหลายแห่ง ทั้งที่ ปอยเปตและสีหนุวิลล์……..งานนี้เอาคืนได้แสบ ทุบกล่องดวงใจเขมรเทาตัวพ่อ.

“เพลิงสุริยะ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

กัมพูชาแก้รธน. เปิดทางยึดสัญชาติผู้ร่วมมือกับต่างชาติ

กัมพูชาแก้รธน. เปิดทางยึดสัญชาติผู้ร่วมมือกับต่างชาติ

12 ก.ค. 2568 10:12 น.

กัมพูชาแก้รธน. เปิดทางยึดสัญชาติผู้ร่วมมือกับต่างชาติ

กัมพูชาลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดทางให้รัฐบาลสามารถเพิกถอนสัญชาติจากบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมมือกับต่างชาติ นักสิทธิมนุษยชนหวั่นอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือปิดปากผู้วิจารณ์รัฐบาล

สมาชิกสภานิติบัญญัติกัมพูชาลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อวันศุกร์ เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลสามารถเพิกถอนสัญชาติจากบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมมือกับอำนาจต่างชาติ ซึ่งสร้างความวิตกจากนักสิทธิมนุษยชนว่ากฎหมายดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือปิดปากผู้วิจารณ์รัฐบาล โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวหาว่ารัฐบาลกัมพูชาใช้กฎหมายที่เข้มงวดเกินจำเป็นเพื่อปราบปรามฝ่ายค้านและเสียงเห็นต่างอย่างสันติ

กัมพูชาแก้รธน. เปิดทางยึดสัญชาติผู้ร่วมมือกับต่างชาติ

ผู้สื่อข่าวของ AFP รายงานว่า สมาชิกรัฐสภากัมพูชาทั้ง 125 คน รวมถึงนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ให้แก้ไขถ้อยคำในรัฐธรรมนูญ จากเดิมที่ระบุว่า “ไม่มีพลเมืองเขมรคนใดจะถูกเพิกถอนสัญชาติ ถูกเนรเทศ หรือส่งตัวให้ประเทศอื่น ยกเว้นด้วยความยินยอมร่วมกัน” จะเปลี่ยนไปเป็น “การได้รับ สูญเสีย และเพิกถอนสัญชาติของเขมรจะถูกกำหนดโดยกฎหมาย”

ด้านรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม โกย ริท แถลงกับผู้สื่อข่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะเปิดทางให้มีการออกกฎหมายลูกที่อนุญาตให้เพิกถอนสัญชาติจากบุคคลที่สมคบกับอำนาจต่างชาติเพื่อต่อต้านรัฐ เพราะถ้าใครทรยศต่อชาติ ชาติก็จะไม่เก็บไว้ พร้อมยืนยันว่าจะเสนอร่างกฎหมายเพิกถอนสัญชาติให้รัฐสภาพิจารณาในเร็ว ๆ นี้

อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนกังวลว่ากฎหมายนี้จะกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการโจมตีฝ่ายตรงข้ามและนักเคลื่อนไหวที่วิจารณ์รัฐบาล

โดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ในวันศุกร์ ระบุว่าการเพิกถอนสัญชาติถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง มอนต์เซ เฟร์เรร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยประจำภูมิภาคของแอมเนสตี้กล่าวว่า “เรารู้สึกกังวลอย่างยิ่งว่าหากรัฐบาลกัมพูชามีอำนาจเพิกถอนสัญชาติ อำนาจนั้นจะถูกใช้เพื่อปราบปรามผู้วิจารณ์และทำให้พวกเขากลายเป็นบุคคลไร้สัญชาติ”

ในยุโรป การเพิกถอนสัญชาติจากเหตุผลด้านการทรยศหรือไม่จงรักภักดีเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ใน 15 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โดยใน 8 ประเทศจำกัดเฉพาะผู้ที่ได้รับสัญชาติจากการโอนสัญชาติเท่านั้น ไม่ใช่พลเมืองโดยกำเนิด 

กัมพูชาแก้รธน. เปิดทางยึดสัญชาติผู้ร่วมมือกับต่างชาติ

ข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีขึ้นหลังจากอดีตนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน บิดาของฮุน มาเนต เรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้สามารถเพิกถอนสัญชาติจากชาวกัมพูชาที่เข้าข้างชาติต่างชาติแล้วทำร้ายประเทศของตน

ข้อเรียกร้องของฮุน เซนมีขึ้นภายหลังกลุ่มฝ่ายค้านในต่างแดนวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย

แม้จะมีเสียงคัดค้านจากนักสิทธิมนุษยชน แต่ โกย ริท ยืนยันว่า หากบุคคลเหล่านั้นไม่กระทำความผิดฐานทรยศหรือสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ชาติ ก็จะไม่ถูกเพิกถอนสัญชาติ แต่พวกเขาอาจเผชิญข้อหาอื่นแทน

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลกัมพูชาดำเนินคดีและจำคุกนักเคลื่อนไหวฝ่ายค้านจำนวนมาก รวมถึง นายเขม สกคา แกนนำฝ่ายค้าน ซึ่งเมื่อปี 2023 ถูกศาลพิพากษาจำคุก 27 ปีในข้อหากบฏ และถูกควบคุมตัวภายในบ้านทันทีหลังคำตัดสิน ขณะที่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีมูลความจริง.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ กัมพูชา

ทักษิณลุยเอง

ทักษิณลุยเอง

12 ก.ค. 2568 10:10 น.

ทักษิณลุยเอง

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินกลับออก จากบ้านพิษณุโลก หลังเข้า ร่วมประชุมกับทีมไทยแลนด์ และทีมที่ปรึกษาของนายกฯ เพื่อกำหนดทิศทางการเจรจาต่อรองรับมือกำแพง ภาษีของสหรัฐฯ โดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.คลัง ระบุเชิญมาให้ ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์.

วิเคราะห์การเมือง : ยื้อสุดลิ่มดิ้นหนีซอยตัน

วิเคราะห์การเมือง  : ยื้อสุดลิ่มดิ้นหนีซอยตัน

12 ก.ค. 2568 10:00 น.

วิเคราะห์การเมือง : ยื้อสุดลิ่มดิ้นหนีซอยตัน

โจทย์เร่งด่วนเฉพาะหน้า ตีคู่มากับการแก้เกมกระดานการเมือง

อาการนั่งไม่ติดของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โผล่ไปร่วมซีนวงประชุมทีมไทยแลนด์ที่บ้านพิษณุโลก ร่วมกับ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ ร่วมวางแนวทางรับมือมาตรการภาษีการค้าสหรัฐอเมริกา

เตรียมยื่นเงื่อนไขรอบใหม่ ล่าสุดล่อใจโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลดการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทย 36% ให้ทันก่อนเส้นตายที่จะมีผลบังคับใช้ วันที่ 1 ส.ค.2568

อย่างน้อยก็ต้องต่อรองให้ลดเหลือ 20% เท่ากับการเก็บภาษีกับเวียดนาม อยู่ในเรตพอฟัดพอเหวี่ยงที่ประเทศไทยสามารถสู้กับคู่แข่งการค้าสำคัญในอาเซียนได้ ป้องกันการเสียเปรียบถูกแย่งตลาดในอนาคต

ขณะที่อีกทางก็ต้องวางแนวทางตั้งรับ เยียวยาภาคการส่งออก ทั้งอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจดูแลผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบวิกฤติภาษี “ทรัมป์” การหาตลาดส่งออกใหม่เพิ่มเติม

ไฟต์สำคัญการเปิดดีลเจรจา เอาใจผู้นำมะกันสารพัด เพื่อต่อรองลดการถูกโขกภาษีให้ได้มากที่สุด ปกป้องภาคธุรกิจส่งออกไทยให้เดินหน้าต่อไปได้

ภารกิจเดิมพันอนาคตเศรษฐกิจไทย หากผลการเจรจาล้มเหลว ภาคส่งออกไทยลงไปอยู่ก้นเหวแน่

ซ้ำเติมเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ จากเดิมที่ติดๆดับๆอยู่แล้ว อาจต้องจอดตาย เพราะต้นทุนการส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯแพงขึ้น ไม่สามารถสู้กับคู่แข่งรายอื่นๆได้ กระทบการลงทุนจากต่างประเทศหดหาย ไม่มีใครกล้ามาลงทุนล้มเป็นโดมิโนไปสู่ภาคอุตสาหกรรม ต้องเลิกจ้างแรงงานจำนวนมาก

ทิศทางเศรษฐกิจประเทศขมุกขมัว ต้องลุ้นผลเจรจาการค้าไทย–สหรัฐฯรอบใหม่ ยังไม่รู้จะถูกชุบชีวิต หรือถอดเครื่องช่วยหายใจ

อาการน่าเป็นห่วง ไม่ต่างจากภาวะการเมืองที่กำลังถูกหลายปัจจัยล้อมกรอบ บีบเข้าสู่ซอยตัน

สถานการณ์ที่พรรคเพื่อไทยตกที่นั่งลำบาก “นายกฯอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งพักงาน ติดชนักคดีถอดถอน กรณีคลิปสนทนา สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

ติดบ่วงนิติสงคราม เสี่ยงโดนลากเข้าเกมเปลี่ยนผู้นำ แต่ต้องดิ้นรนหาทางรอด ยื้อสู้จนวินาทีสุดท้าย แม้สภาพจะสะบักสะบอม ถูกนับ 8 ล้มกลิ้งล้มหงาย แต่ไม่มีถอดใจโยนผ้ายอมแพ้ระหว่างทางแน่

ระดับที่ “ทักษิณ” ออกโรงยืนกรานหนักแน่น ประเทศไทยยังไม่ถึงทางตัน เปิด 3 ออปชันทางออกการเมืองไทย

ทางแรก “นายกฯลูกสาว” หลุดบ่วงนิติสงครามกลับมาทำหน้าที่ต่อ ทางที่สอง เข็น “ชัยเกษม นิติสิริ” แคนดิเดตนายกฯคนสุดท้ายพรรคเพื่อไทย เป็นผู้นำ และทางเลือกสุดท้าย ยุบสภาไปเลือกตั้งใหม่

นายใหญ่เลิกแกล้งตาย ออกมาเทกแอ็กชันบัญชาเกมการเมืองอีกครั้ง ส่งสัญญาณสู้ ไม่มียกอำนาจไปยัดใส่มือใครง่ายๆ ถ้าวนลูป

อยู่ในมือพรรคเพื่อไทยไม่ได้ ก็ไปวัดดวงหย่อนบัตรเลือกตั้งกันใหม่

อย่างน้อยก็ต้องยื้อสุดทางลาก แม้แนวโน้มไปต่อลำบากขึ้น ทั้งความเชื่อมั่นตัวผู้นำลดวูบ กระแสพรรคตก สมาชิกเพื่อไทยดิ้นรนออกไปหาสังกัดใหม่

ไม่ต่างจากฟากนิติบัญญัติก็สภาพป้อแป้ เปิดประชุมสภา 2 สัปดาห์ ต้องชิงปิดประชุมดื้อๆ หนีสภาล่มตลอด

สะท้อนชัด เสถียรภาพรัฐบาลง่อนแง่น เสียง สส.ไม่เป็นปึกแผ่น ที่เห็นชัดๆคือ ผลโหวตการถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร มีเสียงเห็นชอบแค่ 253 เสียง เกินองค์ประชุม 246 เสียง มาแค่ 7 แต้ม

เสียงหน้างานผ่านใจหายใจคว่ำ ไม่ตรงปกอย่างที่โม้ตอนปรับ ครม.ใหม่ จะมีเสียง สส.ฝ่ายรัฐบาลทะลุ 260 คน

กว่าจะลากไปถึงการพิจารณาลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วาระ 2-3 เดือน ก.ย.ยังไม่รู้จะต้องเล่นเกมชิงปิดประชุมสภาอีกกี่รอบ

กลไกนิติบัญญัติกะปลกกะเปลี้ยเพลียแรง ไม่สามารถคุมเกมในสภาให้ผ่านกฎหมายได้อย่างราบรื่น ต้องลุ้นนับองค์ประชุมตลอด และคอยระแวง สส.รัฐบาลออกลูกงอแงหิวกล้วย ช่วงเข้าด้ายเข้าเข็ม

สารพัดวิกฤติกระหน่ำรัฐบาล “นายกฯอิ๊งค์” ทั้งการบริหารอำนาจ การบริหารราชการแผ่นดิน นิติสงคราม การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง บีบให้จนกระดาน

ไฟต์บังคับกดดัน “ทักษิณ” ต้องฮึดเล่นบท ส.ท.ร.เต็มตัว กระเตง “นายกฯลูกสาว” ฝ่าวิกฤติที่กำลังล้อมกรอบ ยอมเสี่ยงร่วมบัญชาเกมการทำงานรัฐบาลแบบออกหน้าออกตาชัดเจนขึ้น

กระโจนเข้ามามีบทบาทการร่วมฟื้นเศรษฐกิจ การบริหารจัดการอำนาจรัฐบาล คุมเกมการเมืองและนโยบายรัฐบาลไม่ยอมจำนนถูกต้อนเข้าสู่ทางตัน

ตามเกมเดิมพันอำนาจที่จะปล่อยให้โดนล้มกระดานไม่ได้

แม้จะถูกวิกฤติล้อมกรอบ แต่ก็ต้องยื้อสุดลิ่มดิ้นหนีซอยตัน.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม

เครื่องบินรบพม่าโจมตีวัด ดับอย่างน้อย 23 ศพ รวมเด็ก 4 คน

เครื่องบินรบพม่าโจมตีวัด ดับอย่างน้อย 23 ศพ รวมเด็ก 4 คน

12 ก.ค. 2568 09:42 น.

เครื่องบินรบพม่าโจมตีวัด ดับอย่างน้อย 23 ศพ รวมเด็ก 4 คน

เกิดเหตุโจมตีทางอากาศอย่างรุนแรงในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา โดยเครื่องบินรบของกองทัพพม่าทิ้งระเบิดใส่ศาลาการเปรียญในภูมิภาคสะกาย มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 คน และบาดเจ็บราว 30 คน โดย 10 รายสาหัส

แหล่งข่าวจากกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ซึ่งไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ ระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณตี 1 โดยเครื่องบินรบของกองทัพได้ทิ้งระเบิดใส่ อาคารหลังหนึ่งในวัดในภูมิภาคสะกาย ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองมัณฑะเลย์ไปทางตะวันตกเฉียงตกราว 35 กิโลเมตร โดยอาคารดังกล่าวมีประชาชนกว่า 150 คนจากหมู่บ้านใกล้เคียงมาหลบภัยจากสงครามที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา  เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 คน ในจำนวนนี้มีเด็กอย่างน้อย 4 คน และบาดเจ็บอีกราว 30 คน โดย 10 รายอาการสาหัส ขณะที่สื่ออิสระ Democratic Voice of Burma (DVB) รายงานว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจสูงถึง 30 ราย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

เครื่องบินรบพม่าโจมตีวัด ดับอย่างน้อย 23 ศพ รวมเด็ก 4 คน

ด้านกองทัพพม่ายังไม่ออกแถลงการณ์ใด ๆ เกี่ยวกับเหตุโจมตีครั้งนี้ โดยก่อนหน้านี้ กองทัพเคยอ้างว่าการโจมตีของตนมุ่งเป้าเฉพาะกลุ่มก่อการร้าย หรือเป้าหมายทางทหารเท่านั้น

พม่า หรือเมียนมา ยังคงเผชิญความวุ่นวายทางการเมืองและสงครามกลางเมืองอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่กองทัพยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของ ออง ซาน ซูจี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021 โดยหลังการสลายการชุมนุมอย่างรุนแรง ประชาชนจำนวนมากได้จับอาวุธเข้าร่วมกับ กองกำลังป้องกันประชาชน (People’s Defence Forces – PDF) ซึ่งมีฐานที่มั่นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภูมิภาคสะกาย

ที่ผ่านมา กองทัพพม่าเพิ่มการโจมตีทางอากาศเพื่อสกัดการต่อต้าน ซึ่งฝ่ายต่อต้านแทบไม่มีอาวุธหรือระบบป้องกันภัยทางอากาศเพียงพอในการตอบโต้

เครื่องบินรบพม่าโจมตีวัด ดับอย่างน้อย 23 ศพ รวมเด็ก 4 คน

เหตุโจมตีวัดในลินตะลูเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ หลังจากที่กองทัพพม่าระดมกำลังทหารหลายร้อยนาย พร้อมรถถังและอากาศยานหลากชนิด เปิดปฏิบัติการรุกหนักเพื่อยึดคืนพื้นที่ห่างจากหมู่บ้านเพียง 5 กิโลเมตร ส่งผลให้ประชาชนหลายพันคนต้องอพยพมาหลบภัยในลินตะลูและหมู่บ้านใกล้เคียง

นายเน โฟน ลัต โฆษกของ รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Government – NUG) ฝ่ายต่อต้าน เปิดเผยกับสื่อ AP ว่า กองทัพพยายามยึดพื้นที่คืนจากฝ่ายต่อต้านให้ได้ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่วางแผนจะจัดขึ้นภายในปีนี้

ซึ่งการเลือกตั้งดังกล่าวถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นเพียงความพยายามของกองทัพในการสร้างความชอบธรรมให้กับการยึดอำนาจ และเปิดทางให้คณะนายพลสามารถรักษาอำนาจผ่านกลไกประชาธิปไตยที่ถูกบิดเบือนเท่านั้น.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ พม่า

เชิญ ‘ทักษิณ’ ถก แก้ปัญหา ทรัมป์ขึ้นภาษี ‘รมว.คลัง’ ลุ้น เท่าเวียดนาม อิ๊งค์ไปโคราช

เชิญ ‘ทักษิณ’ ถก แก้ปัญหา ทรัมป์ขึ้นภาษี ‘รมว.คลัง’ ลุ้น เท่าเวียดนาม อิ๊งค์ไปโคราช

12 ก.ค. 2568 08:59 น.

เชิญ ‘ทักษิณ’ ถก แก้ปัญหา ทรัมป์ขึ้นภาษี ‘รมว.คลัง’ ลุ้น เท่าเวียดนาม อิ๊งค์ไปโคราช

“ทักษิณ” ออกโรงถกทีมไทย แลนด์สู้ภาษีทรัมป์ “พิชัย” แจงเชิญอดีตนายกฯมาให้ข้อคิดเห็นทีมเจรจาอ้างจดหมายสหรัฐฯถือว่าเลื่อนเวลาให้ไทย ยังมีเวลาถึง 1 ส.ค. เร่งทำการบ้านปรับทบทวนข้อเสนอ พร้อมเตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ-กลุ่มเกษตรกร “ชัยเกษม” ลั่นเคยเป็นข้าราชการ มีประสบการณ์พร้อมนั่งนายกฯ ทำงานให้ ประเทศโดยไม่มีเงื่อนไข เชื่อบ้านเมืองยังไม่ถึงทางตัน “แพทองธาร” ลงพื้นที่โคราชดูปัญหาจัดการน้ำ-เปิดงานแห่เทียน อ้อนพร้อมรับใช้ชาวบ้านเสมอไม่ว่าอยู่ในหน้าที่ใด “ไผ่” แย้มเสียงหนุนรัฐบาลจะเพิ่ม เรื่อยๆ “ภูมิธรรม” เร่งจัดทัพข้าราชการสั่ง รมต.ทุกกระทรวงเร่งแต่งตั้งโยกย้ายจบก่อนสิ้นเดือน ก.ย.

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกโรง ประชุมร่วมกับทีมไทยแลนด์และทีมที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดทิศทางการเจรจาต่อรองรับมือกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา ขณะที่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.คลัง ออกหน้ารับเป็น คนเชิญอดีตนายกฯ มาให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์

“ทักษิณ” ถกทีมไทยแลนด์ดีลภาษีทรัมป์

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 11 ก.ค. ที่บ้านพิษณุโลก นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เรียกประชุมทีมไทยแลนด์ พร้อมทั้งทีมที่ปรึกษานโยบาย ของนายกฯ เพื่อรับมือมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เผยแพร่จดหมายแจ้งอัตราภาษีนำเข้า ไทยถูกเก็บ ที่ 36% มีรัฐมนตรีทีมไทยแลนด์และทีมที่ปรึกษานโยบายของนายกฯทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรฯ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานโยบายของนายกฯ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตโฆษกประจำสำนักนายกฯ เข้าร่วม กระทั่งเวลา 07.47 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางเข้าร่วมประชุมด้วย โดยใช้เวลาหารือประมาณ 3 ชั่วโมง จากนั้นเวลา 10.54 น. นายทักษิณ เดินทางออกจาก บ้านพิษณุโลก โดยนายจตุพร ร.อ.ธรรมนัส และนายอรรถกร เดินออกมาส่ง

“พิชัย” อ้าง จม.มะกันเลื่อนเวลาให้ไทย

ต่อมา เวลา 11.05 น. นายพิชัยแถลงผลการ ประชุมว่า วันนี้เชิญหลายหน่วยงาน มีทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก รวมถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาหารือกรณีสหรัฐฯ เผยแพร่จดหมายเรียกเก็บภาษีจากไทย 36% ขอย้ำว่าอันนั้นเป็นการเลื่อนเวลาให้เรา เรายัง ไม่ได้เจรจาถึงที่สุด วันนี้ได้มีการทบทวนกันว่าเรามี เวลาถึงวันที่ 1 ส.ค. เพื่อให้ได้ข้อยุติกับสหรัฐฯ ยังเชื่อว่า การได้ข้อยุติวันที่ 1 ส.ค. จะได้ข้อยุติระดับกว้างๆ เสร็จแล้วยังต้องคุยกันอีกนาน สำหรับการหารือในวันนี้ เป็นเพราะวันที่ 10 ก.ค. ได้เรียกประชุมสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและ บริษัทใหญ่ๆว่าหากได้รับผลกระทบในเรื่องใดจะมี มาตรการอย่างไรในการรองรับโดยแยกเป็นหมวดๆ ไป เรามีข้อมูลเยอะพอสมควรและกลับไปทำการบ้านกันคงได้ก่อนวันที่ 14 ก.ค. เพื่อดูผลกระทบแต่ละส่วน เป็นอย่างไร และเพื่อให้การทำงานระหว่างภาคเอกชน และภาครัฐเดินไปได้อย่างเรียบร้อย จึงเป็นที่มาของการคุยกันวันนี้ สิ่งที่คุยกันคือเราได้ให้ข้อมูลทั้งหมดที่ทำงานไป ให้รู้ในรายละเอียดว่าทำอะไรไปบ้างและ มีท่าทีความคิดเห็นอะไรกันบ้าง เพื่อมาดูกันว่าถ้าเกิด ผลกระทบจะแก้ปัญหาอย่างไร

ตั้งเป้าภาษีไม่ให้น้อยกว่าคู่แข่ง

เมื่อถามว่า ตัวเลขภาษีที่เวียดนามได้ 20% ภาค เอกชนห่วงว่าหากไทยโดนมากกว่า 20% อาจกระทบต่อสินค้าประเภทเดียวกัน เพราะเราเสียภาษีมากกว่า คู่แข่ง จะมีมาตรการอย่างไร นายพิชัยกล่าวว่า เราคุยกัน ว่าสิ่งที่เราทำจะทำให้ดีที่สุด เชื่อมั่นว่าสิ่งที่ทำไปหลาย เรื่องที่ไม่ใช่อัตราภาษีอย่างเดียว มีเรื่องอื่นๆประกอบด้วย จะชี้แจงให้ชัดเจนและหวังว่าสิ่งที่เราได้ น่าจะได้ในส่วนที่ไม่ทำให้เสียเปรียบ และสหรัฐฯเขาแบ่งสินค้า เป็น 2-3 ประเภทใหญ่ๆ ประเภทสินค้าทั่วไปเริ่มที่ 10% ประเภทไหนตกที่ 20% เช่นเวียดนาม และอีก ประเภทคือสินค้าผ่านทางที่นำเข้ามาประกอบแล้วส่งออก เชื่อว่าประเทศไทยวันนี้เริ่มเข้มงวดและกวดขัน ส่วนนี้ เราดูแลได้ดีเมื่อเทียบกับบางประเทศ เมื่อถาม ว่า ข้อมูลที่ประชุมกันจะสรุปแล้วส่งไปยังสหรัฐฯ เมื่อใด นายพิชัยกล่าวว่า เราส่งข้อเสนอมาตรการภาษี ไปแล้ววันที่ 6 ก.ค. วันนี้มาดูรายละเอียดเป็นรายสินค้า และให้เห็นสิ่งที่เราทำ เพื่อยืนยันว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว จะส่งข้อมูลไปเพิ่มหรือไม่ อยู่ระหว่างพูดคุย หาโอกาสคุยทางออนไลน์กับผู้ปฏิบัติว่ายังต้องการอะไรอีก หากจะยื่นไปอีกก็เล็กน้อยที่เราจะปรับปรุงในสิ่งที่ควรปรับปรุงอยู่แล้ว ถ้าจำเป็นพร้อมเดินทาง 

บอกเชิญ “ทักษิณ” มาให้ข้อคิด

เมื่อถามว่า วางเป้าไว้หรือไม่ว่าอยากได้ตัวเลข ภาษีที่เท่าไหร่ นายพิชัยตอบว่า ต้องไม่ให้เสียเปรียบคู่แข่งขัน เมื่อถามว่าหากเป็นตัวเลข 25% จะพอใจ หรือไม่ นายพิชัยกล่าวว่า “แล้วเสียเปรียบหรือไม่หาก 25% ถ้าเสียเปรียบเราไม่วางเป้าไว้ที่ตัวเลขนี้ เมื่อถามต่อว่า การที่นายทักษิณมาร่วมประชุมด้วย ได้ให้ความเห็นอะไรบ้าง นายพิชัยกล่าวว่า ตนได้เชิญ ทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลกมาร่วมประชุม และเห็นว่า นายทักษิณรู้เรื่องเหล่านี้ดี น่าจะให้ข้อคิดเห็นได้ดี จึงเชิญมาร่วมประชุมด้วย

กมธ.ศก.วุฒิชงถกด่วนผลกระทบ

นายพละวัต ตันศิริ โฆษกคณะ กมธ.การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีสหรัฐฯ จะจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยในอัตรา 36% เริ่ม ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ว่า กมธ.จะเสนอให้วุฒิสภาเปิดอภิปรายพิจารณาศึกษาผลกระทบจากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ เพื่อส่งความเห็นและข้อเสนอ แนะให้รัฐบาลเร็วที่สุด ก่อนเวลาเจรจาจะหมดไปคณะ เจรจาควรเจรจาเพิ่มและยื่นข้อเสนอใหม่ ถ้ารีบเปิดเงื่อนไขยอมสหรัฐฯมากไป อาจเสียหายหลายกลุ่มสินค้า เช่น สินค้าเกษตร กลุ่มปศุสัตว์ผู้เลี้ยงหมู จะส่ง ผลกระทบวงกว้าง ถ้าใกล้เคียงกับเวียดนาม 20% และ ภาษีนำเข้าสินค้าที่มีต้นทางจากประเทศอื่นที่ถูกส่งมาผลิตที่เวียดนามก่อนส่งไปยังสหรัฐฯ 40% หากไทย เจรจาลดภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยเหลือ 20% ส่วน สินค้าต้นทางจากประเทศอื่นที่ถูกส่งมาผลิตที่ไทย 36% จะกระทบการย้ายฐานการผลิตไม่มากนัก แต่หากสหรัฐฯยืนยันที่ 36% ทุกชนิด ผู้ประกอบในไทย จะได้รับผลกระทบวงกว้างแน่ อาทิ อาหารกระป๋อง อาหาร ไม้แปรรูปต่างๆ อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุปกรณ์ไอทีต่างๆด้วย

“ชัยเกษม” พร้อมนั่งนายกฯ

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 13.30 น. นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุเป็น 1 ในทางเลือก ทางออกของสถานการณ์การเมืองไทยว่า เรื่องยังไม่เกิดขึ้น ยังไปไม่ถึงจุดนั้น อย่าเพิ่งมาถามรอให้ไปถึง จุดนั้นก่อนค่อยว่ากัน อย่าไปคาดการณ์อะไรล่วงหน้า เมื่อถามว่า หากสถานการณ์ไปถึงจุดที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ไม่สามารถทำหน้าที่นายกฯต่อได้ พร้อมเป็นทางเลือกตามหรือไม่ นายชัยเกษมตอบว่า คนเคยเป็นข้าราชการ ไม่ว่าจะทำอะไรที่ไหนต้องพร้อม ไม่ต้องห่วงมีประสบการณ์มาเยอะ ความพร้อมไม่ต้อง พูดถึง แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ รอให้ถึงเวลานั้นก่อน ถ้าไปพูดถึงก่อนแล้วไม่เกิดขึ้นจริงจะอายเปล่าๆ

เชื่อประเทศยังไม่ถึงทางตัน

เมื่อถามว่านายทักษิณเคยพูดคุยให้เตรียม พร้อมรับตำแหน่งนายกฯหรือไม่ นายชัยเกษมตอบว่า ยังไม่ได้พูดคุย ยังไม่เคยคุยกับนายทักษิณ สถานการณ์จะไปถึงจุดนั้นหรือไม่ ยังไม่รู้ ถ้าเกิดขึ้นจริงก็พร้อมทำงานให้ประเทศโดยไม่มีเงื่อนไข สุขภาพไม่มีปัญหา แข็งแรงดี แต่ถ้าไม่เกิดขึ้นก็ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวต่อไป ทั้งนี้ สถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น เชื่อว่าประเทศไม่มีทางตัน คนไทยคุยกันรู้เรื่อง คงไม่มีใครอยากให้ประเทศเดินต่อไม่ได้ มั่นใจว่าประเทศเดินต่อได้ เราผ่านอุปสรรคมากี่ยุคสมัยแล้ว

“ไผ่” แย้มเสียง รบ.จะเพิ่มมาเรื่อยๆ

ที่โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา จ.ชลบุรี นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองขณะนี้ว่า หลายคนบอกว่าประเทศถึงทางตัน ไม่เห็นจะตันตรงไหนเลย นายกฯถูกร้องเรียนเป็นเรื่องปกติ ถึงวันนั้นถูกผิดว่ากันไป ถ้าวันหนึ่งศาลตัดสินอย่างไรว่าไปตามนั้น แต่ยังไม่มีการเลือกตั้งหรอก ทางตันยังไม่เกิดขึ้น ยังไม่เห็นเลยว่ามันตันตรงไหน มันมีทางไปเรื่อยๆของมัน ส่วนเรื่องเสียงของรัฐบาล องค์ประชุมสภาฯ ไม่ได้เป็นปัญหา เดี๋ยวจะทยอยมีมาเรื่อยๆ ผ่านแน่นอน องค์ประชุมสบายๆ เมื่อถามถึงกรณี 3 สส.อีสาน พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โหวตให้รัฐบาล เป็นฝีมือของพรรค กธ.หรือไม่ นายไผ่ยิ้มกล่าวว่า ให้เขาพูดเองดีกว่า เมื่อถามย้ำว่า ตกลงขณะนี้รัฐบาลมีกี่เสียงกันแน่ นายไผ่กล่าวว่า หลังจากนี้คงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“บิ๊กอ้วน” จี้แต่งตั้ง ขรก.ก่อนสิ้น ก.ย.

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย รักษาการนายกฯ มีข้อสั่งการให้รัฐมนตรีทุกกระทรวง เร่งสำรวจข้าราชการที่จะครบวาระเกษียณฯ ปีนี้จะมีข้าราชการระดับสูง และระดับกลางเกษียณอายุราชการภายในวันที่ 1 ต.ค.จำนวนมาก และขอให้เร่งรัดในการแต่งตั้งข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถ ตั้งใจจริงที่จะทำงานรับใช้ประชาชนตามนโยบายรัฐบาล ให้เสร็จทันก่อนสิ้นเดือน ก.ย.นี้ ตำแหน่งสำคัญที่ต้องขอความเห็นชอบ ครม. ขอให้ตรวจสอบและนำเข้าสู่ที่ประชุมขอความเห็นชอบต่อไป เพื่อจะได้เป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลแต่ละกระทรวง และขอให้ข้าราชการระดับสูงตั้งแต่ปลัดกระทรวงลงมา เร่งเดินหน้าทำตามนโยบายรัฐบาลให้มีผลเป็นรูปธรรม อย่าปล่อยให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างกล่าวหาว่าเข้าเกียร์ว่างก่อนเกษียณ หรือรอดูท่าทีรัฐบาล เพราะประเทศต้องขับเคลื่อนทุกวันไม่มีวันหยุด

“ป๊อก” อัดนักการเมืองยุคนี้ขี้ขลาด

วันเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าโพสต์เฟซบุ๊กว่า เหตุที่บรรดานักการเมืองและพรรคการเมืองจำนวนมาก ตั้งข้อรังเกียจกับการนิรโทษกรรมในความผิดการแสดงออกทางการเมือง โดยรวมความผิดตามมาตรา 112 ไปด้วย ไม่มีเหตุผลอื่นใดหรอก นอกจากยังไม่มี “ใบอนุญาต” ให้ทำ จึงเกรงว่าหากทำลงไปแล้วจะถูกยึด “ใบอนุญาต” ที่ให้เป็นรัฐบาล หรือตัดโอกาสการได้ “ใบอนุญาต” ให้เป็นรัฐบาล ลองถ้ามีปาฏิหาริย์ มี “ใบอนุญาต” ให้นิรโทษกรรมขึ้นมาสิ ขี้คร้านจะกลับลำ 360 องศา จนคนดูงงไปตามๆกัน ปัญหาที่ควรขบคิดพิจารณาต่อไปถ้าสัมพันธภาพทางอำนาจตามการเมืองความเป็นจริงนี้บอกเราว่านิรโทษกรรมความผิดตามมาตรา 112 โดยพลการไม่ได้ ต้องมี “ใบอนุญาต” เสียก่อน บรรดาพรรคการเมืองและนักการเมืองพยายามหา “ใบอนุญาต” เพื่อนิรโทษกรรมคดี 112 แล้วหรือยัง เหตุใดการตรากฎหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งเป็น อำนาจนิติบัญญัติของสภาฯกลับต้องมี “ใบอนุญาต” เสียก่อน ตกลงแล้วสภาของผู้ที่รวมตัวกันแล้วอ้างเป็นผู้แทนของราษฎร เป็นผู้แทนของใครกันแน่ นักการเมืองและพรรคการเมืองไทยในยุคนี้ขี้ขลาดขี้กลัวกว่านักการเมืองและพรรคการเมืองไทยในอดีตมาก

“ธนกร” ซัดเสี้ยมให้สังคมแตกแยก

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า นายปิยบุตร กำลังบิดเบือนยุยงปลุกปั่นคนในสังคมให้เข้าใจผิด สร้างความแตกแยกในสังคม ใบอนุญาตที่แท้จริงมาจากประชาชน ผ่านระบบสภาฯ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมต้องรับฟังทุกฝ่ายให้รอบคอบ ไม่ยึดมั่นถือมั่นอยู่กับความคิดตัวเองหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ส่วนที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชน.กล่าวหาว่าร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขของพรรค รทสช.เลือกปฏิบัติล้างผิดกลุ่ม กปปส. ร่างของพรรคเห็นควรนิรโทษกรรมคดีการเมืองทั่วไปที่ไม่ก่อเหตุรุนแรง ย้อนหลังไปตั้งแต่การชุมนุมสร้างความขัดแย้งในสังคมเมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยไม่เลือกช่วยบางกลุ่มบางฝ่าย ร่างของทุกพรรคไม่รวมคดีมาตรา 112 ใช่หรือไม่ ทำให้พาลกล่าวหาพรรคเห็นต่างว่าเลือกปฏิบัติ หยุดใช้แนวคิดสุดโต่งยุยงปลุกปั่นกลุ่มเยาวชน เลิกสร้างความแตกแยกในสังคมเสียที ควรเลิกเป็นเด็ก เอาแต่ใจ เมื่อไม่สบอารมณ์หรือไม่ได้ตามที่ต้องการพาล กล่าวหาเพื่อน ขอให้มองบนหลักการรัฐธรรมนูญที่ถูกต้อง

กกต.ยกคำร้องฮั้ว สว.ขอนแก่น 22 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต. เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต.ที่ 132/2568 ในคดีที่มีผู้กล่าวหาว่า ผู้สมัครรับเลือก สว.ในจังหวัดขอนแก่น จำนวน 22 ราย ซึ่งถูกร้อง 2 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.มาตรา 77 (1) และฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 81 กกต.มีคำ วินิจฉัย “ยกคำร้อง” ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 22 ราย เนื่องจาก กกต. ได้พิจารณารายงานการไต่สวน ตลอดจนพยานหลักฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้องประกอบกันแล้ว อย่างเช่น ผู้ใหญ่บ้าน ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ให้ถ้อยคำว่าไม่พบหรือได้ยินข่าวว่าผู้สมัครรับเลือกเป็น สว.นัดพบกัน เนื่องจากในหมู่บ้านโนนเรือง มีเพียงร้านก๋วยเตี๋ยวและร้านอาหารตามสั่ง ไม่สามารถนัดพบปะหรือประชุมกันได้ ขณะที่ผู้จัดการฝ่ายการตลาดโรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล ให้ถ้อยคำว่าระหว่างวันที่ 1-15 มิ.ย.67 ไม่มีผู้สมัครรับเลือกเป็น สว.จัดประชุมที่โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล

รอดบ่วงไม่พบเส้นเงินผิดปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นอกจากนี้ กกต.ได้ตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมการเงินของผู้ถูกร้องที่ 1-22 ระหว่าง 1 พ.ค.-30 มิ.ย.2567 ไม่พบข้อมูลที่น่าสงสัย นอกจากนี้ ผู้ถูกร้องย่อมมีสิทธิลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ตนเอง หรือบุคคลใดตามความประสงค์ของตนเท่าที่ไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. โดยตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งบริเวณสถานที่เลือก ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ถูกร้องมีพฤติการณ์กระทำการฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. แต่อย่างใด อีกทั้งไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนต่อกฎหมายตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกร้องที่ 1-22 กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 77 (1) และมาตรา 81 ตามคำร้อง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

“อิ๊งค์” อ้อนคนโคราชพร้อมรับใช้เสมอ

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่บ้านไร่ หมู่ 1 ต.ท่าอ่างอ.โชคชัย จ.นครราชสีมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯและ รมว.วัฒนธรรม หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯและรมว.ดิจิทัลฯ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว. การอุดมศึกษาฯ และ สส.นครราชสีมา ลงพื้นที่ดูปัญหาการจัดการน้ำในพื้นที่ มีพี่น้องประชาชนรอต้อนรับ ขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก พร้อมตะโกนให้กำลังใจ “นายกฯอิ๊งค์สู้ๆ” โดย น.ส.แพทองธารกล่าวว่าการมาลงพื้นที่วันนี้ มีนายประเสริฐ รองนายกฯ ที่ดูแล เรื่องการบริหารจัดการน้ำมาพร้อมคณะด้วย จะนำความเดือดร้อนของประชาชนเสนอฝ่ายบริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแก้ไขต่อไป ไม่ว่าจะอยู่ในหน้าที่ไหน ยินดีรับใช้ประชาชนเสมอ วันนี้ขอมารับใช้ในฐานะหัวหน้าพรรค พท. มีอะไรให้บอก สส. เรื่องถึงหัวหน้าพรรคแน่นอน และเรามีรองนายกโคราช ที่ดูแลเรื่องน้ำอยู่ ท่านจะไปบอกนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย รักษาราชการนายกฯ ต่อแน่นอน ดูแลและแก้ปัญหากันต่อไป ปัญหาของพี่น้องต้องถูกได้ยิน ถูกรับฟัง

เปิดงานแห่เทียนศาสตร์ศิลป์ถิ่นย่าโม

ต่อมาเมื่อเวลา 18.00 น. ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จ.นครราชสีมา เทศบาลนครนครราชสีมาและภาคีเครือข่าย จัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2568 “แห่เทียนโคราช ศาสตร์ศิลป์ถิ่นย่าโม” น.ส.แพทองธารมาเป็นประธานในพิธี มีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า อดีตรองนายกฯ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมช.ศึกษาธิการ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ.นครราชสีมา เข้าร่วม โดย น.ส.แพทองธารจุดธูปเทียนสักการะเครื่องบวงสรวงท้าวสุรนารี ถวายเชี่ยนหมากพลูและดาบแห่งชัยชนะ คล้องพวงมาลัย ปิดทองรูปหล่อจำลอง ผูกผ้าแพรเจ็ดสีที่ฐานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ท่ามกลางขบวนแห่และการแสดงศิลปวัฒนธรรมภาคอีสานมาแสดงต้อนรับอย่างคึกคัก จากนั้น น.ส.แพทองธารพร้อมคณะ ชมขบวนแห่ต้นเทียนประเภท ข. ขบวน “สามมรดกโลก” แห่งเมืองโคราช การแสดงช้างดึกดำบรรพ์ชุด “กอมโฟธีเรียม ช้าง 4 งา” การแสดงความหลากหลายของสัตว์ในเขตพื้นที่ป่าดงดิบดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช และปิดท้ายด้วยขบวนแห่ต้นเทียนประเภท ก. ทั้งนี้ก่อนเริ่มงานมีกลุ่มรักชาติชาวนครราชสีมากว่า 30 คน โบกธงชาติตะโกนขับไล่ น.ส.แพทองธารให้ลาออกจากนยกฯ

ทรัมป์ลงพื้นที่เท็กซัส เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม ดับแล้ว 120 ศพ สูญหายกว่า 160 คน

ทรัมป์ลงพื้นที่เท็กซัส เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม ดับแล้ว 120 ศพ สูญหายกว่า 160 คน

12 ก.ค. 2568 08:20 น.

ทรัมป์ลงพื้นที่เท็กซัส เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม ดับแล้ว 120 ศพ สูญหายกว่า 160 คน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงพื้นที่รัฐเท็กซัส เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ตร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 120 ศพ ขณะที่ยังมีสูญหายกว่า 160 คน

วันที่ 11 ก.ค. 2568 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมนางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ลงพื้นที่เมืองเคอร์วิลล์ รัฐเท็กซัส  เพื่อให้กำลังใจประชาชนหลังเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่คร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 120 ศพ และยังมีผู้สูญหายอีก 160 คนทั่วรัฐ

โดยผู้นำสหรัฐฯ เดินสำรวจพื้นที่ภัยพิบัติ ท่ามกลางฉากหลังเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ถูกกระแสน้ำพัดจนพลิกคว่ำ พร้อมกล่าวกับสื่อมวลชนว่าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต แม้ฝนพายุจะพัดถล่มหลายพื้นที่ในภาคกลางของรัฐเท็กซัส แต่เขตเคอร์เคาน์ตี้ถือว่ารับผลกระทบหนักที่สุด เป็นเหตุผลที่ทรัมป์และภริยาเลือกเดินทางมายังพื้นที่นี้โดยตรง

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ศูนย์เยาวชนในเคอร์วิลล์ โดยกล่าวว่า เขาเดินทางมาที่นี่ เพื่อถ่ายทอดความรัก ความห่วงใย และความเศร้าโศกจากทั้งประเทศมายังผู้ประสบภัย 

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่ามีอาสาสมัครกว่า 12,300 คนร่วมระดมกำลังค้นหาผู้สูญหายที่ยังเหลืออีก 160 คน โดยทำงานวันละ 10 ชั่วโมงต่อเนื่อง เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตหรือผู้เคราะห์ร้ายที่อาจยังติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้โศกนาฏกรรมครั้งนี้รุนแรง มาจากเวลาที่เกิดเหตุตอนเช้ามืด ทำเลที่ตั้งของบ้านเรือน และสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งนี้ แม้การแจ้งเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ จะมีความรวดเร็วเพียงพอในครั้งนี้ แต่มีความกังวลเพิ่มขึ้นหลังรัฐบาลทรัมป์ตัดงบประมาณของหน่วยงานด้านสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อการรับมือภัยในอนาคต.

เผยเครื่องบินแอร์ อินเดีย เข้าโหมด “ตัดน้ำมัน” เอง ก่อนเครื่องยนต์ดับกลางอากาศประสบเหตุตกเดือนก่อน

เผยเครื่องบินแอร์ อินเดีย เข้าโหมด "ตัดน้ำมัน" เอง ก่อนเครื่องยนต์ดับกลางอากาศประสบเหตุตกเดือนก่อน

12 ก.ค. 2568 05:42 น.

เผยเครื่องบินแอร์ อินเดีย เข้าโหมด “ตัดน้ำมัน” เอง ก่อนเครื่องยนต์ดับกลางอากาศประสบเหตุตกเดือนก่อน

เผยผลสอบโศกนาฏกรรม “แอร์ อินเดีย” เที่ยวบิน AI171 ตกหลังบินขึ้นไม่นาน พบเงื่อนงำสวิตช์ “ตัดน้ำมัน” เครื่องยนต์ถูกเปิดเองแบบไม่ทราบสาเหตุ โดยมีเสียงนักบินโต้กันกลางห้องนักบินว่าไม่ได้เป็นคนทำ

วันที่ 12 กรกฎาคม 2568 สำนักงานสอบสวนอุบัติเหตุทางอากาศของอินเดีย  เผยแพร่ร่รายงานการสอบสวนเบื้องต้นของเหตุการณ์เครื่องบินโดยสารแอร์อินเดีย เที่ยวบิน AI171 ประสบอุบัติเหตุตกกลางเมืองอาห์เมดาบัด เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 260 ศพ มีผู้รอดชีวิตเพียง 1 คน

รายงานเบื้องต้นชี้ว่า “สวิตช์ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง” ของเครื่องยนต์ทั้งสองข้าง ถูกเปลี่ยนจากโหมด “ใช้งาน” (RUN) ไปเป็น “ตัดน้ำมัน” (CUT OFF) หรือโหมดตัดน้ำมัน ซึ่งเป็นการสั่งดับเครื่องยนต์ ขณะที่เครื่องบินกำลังเร่งความเร็วอยู่กลางอากาศหลังเพิ่งทะยานขึ้นจากรันเวย์

โดยจากข้อมูลบันทึกเสียงในห้องนักบิน ได้ยินเสียงนักบินคนหนึ่งถามว่า “ทำไมถึงตัดน้ำมัน” ซึ่งอีกคนตอบว่า “ผมไม่ได้ทำ” แต่รายงานไม่สามารถระบุได้ว่าใครพูดประโยคนั้น โดยขณะเกิดเหตุ นักบินผู้ช่วยเป็นคนควบคุมการบิน ส่วน กัปตันทำหน้าที่เฝ้าระวังและตรวจสอบระบบ

รายงานยังระบุว่า เครื่องยนต์ข้างหนึ่ง (เครื่องยนต์ที่ 1) มีการหยุดการลดรอบ และพยายามเข้าสู่ขั้นตอนฟื้นตัว (recovery) ได้สำเร็จ ขณะที่เครื่องยนต์ที่ 2 แม้สามารถติดไฟใหม่ (relight) ได้ แต่ไม่สามารถหยุดการลดรอบเครื่องยนต์ได้ ทำให้แรงขับไม่เพียงพอที่จะดึงเครื่องให้ฟื้นตัวขึ้นจากการตก

นอกจากนี้ รายงานยังตัดประเด็นเรื่องนกชนเครื่อง (bird strike) ออกไป โดยระบุว่าไม่มีภาพจากกล้องวงจรปิดใดพบ กิจกรรมการเคลื่อนไหวของฝูงนกที่มีนัยสำคัญในเส้นทางบินช่วงเวลาเกิดเหตุ ซึ่งขัดกับสมมุติฐานของผู้เชี่ยวชาญบางคนก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด โดยเฉพาะประเด็นการเปลี่ยนตำแหน่งสวิตช์น้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญของอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งนี้

ทั้งนี้ เที่ยวบิน AI171 ใช้เครื่องโบอิ้ง 787-8 ดรีมไลเนอร์ เดินทางจากสนามบินอาห์เมดาบัด ไปยังสนามบินลอนดอนแกตวิค มีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 242 คน ในจำนวนนี้มีชาวอินเดีย 169 คน ชาวอังกฤษ 53 คน โปรตุเกส 7 คน และชาวแคนาดา 1 คน.

ศาลเวียดนามสั่งจำคุก ข้าราชการระดับสูง-นักธุรกิจ 30 คน รวมข้าราชการหญิงรับกระเป๋าเงินสด 60 กก.

ศาลเวียดนามสั่งจำคุก ข้าราชการระดับสูง-นักธุรกิจ 30 คน รวมข้าราชการหญิงรับกระเป๋าเงินสด 60 กก.

12 ก.ค. 2568 00:19 น.

ศาลเวียดนามสั่งจำคุก ข้าราชการระดับสูง-นักธุรกิจ 30 คน รวมข้าราชการหญิงรับกระเป๋าเงินสด 60 กก.

ศาลเวียดนามสั่งจำคุกข้าราชการระดับสูงและนักธุรกิจ 30 ราย ปมสินบนมูลค่าความเสียหายกว่า 1.1 ล้านล้านด่อง หรือราว 1,720 ล้านบาท หนึ่งในนั้นมีอดีตข้าราชการหญิงรับกระเป๋าเงินสดหนัก 60 กิโลกรัม

วันที่ 12 กรกฎาคม 2568 ศาลในกรุงฮานอย ของเวียดนาม ได้ตัดสินจำคุกผู้ต้องหารวม 30 ราย ทั้งอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงและนักธุรกิจ จากคดีคอร์รัปชันที่สร้างความเสียหายต่อรัฐมากกว่า 1.16 ล้านล้านด่อง หรือประมาณ 1,720 ล้านบาท

สื่อท้องถิ่นของเวียดนามรายงานว่า หนึ่งในจำเลยหลักคือนายเหงียน วัน เฮา ประธานกลุ่มบริษัทฟุกเซิน ที่ต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 30 ปี ฐานจ่ายสินบนและละเมิดกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ โดยเขาถูกกล่าวหาว่าใช้เงินกว่า 5 ล้านดอลลาร์ ติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐหลายรายระหว่างปี 2553–2567 เพื่อให้ได้สัญญาก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ใน 3 จังหวัด โดยมักจะขนเงินสดใส่กระเป๋าเดินทาง ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตามที่ทำการหรือบ้านพัก

นอกจากนี้ยังมีนางเฮือง ถิ ทวย ลาน อดีตหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ประจำจังหวัดวิญฟุก ซึ่งถูกตัดสินโทษจำคุก 14 ปี จากการรับสินบนรวมมูลค่าเกือบ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังรับกระเป๋าเงินสดหนักเกือบ 60 กิโลกรัม ซึ่งเธอได้ลานยอมรับผิดในชั้นศาล  

ทั้งนี้ การพิจารณาคดีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการกวาดล้างคอร์รัปชันครั้งใหญ่ในเวียดนาม ซึ่งก่อนหน้านี้ส่งผลให้ประธานาธิบดี 2 คน และรองนายกรัฐมนตรี 3 คนต้องพ้นจากตำแหน่ง.

มิน อ่องหล่าย ตอบจม.ทรัมป์ ขอบคุณสำหรับภาษี 40% ดีใจสหรัฐฯ ยอมรับรัฐบาลเมียนมาอย่างเปิดเผยครั้งแรก

มิน อ่องหล่าย ตอบจม.ทรัมป์ ขอบคุณสำหรับภาษี 40% ดีใจสหรัฐฯ ยอมรับรัฐบาลเมียนมาอย่างเปิดเผยครั้งแรก

11 ก.ค. 2568 23:17 น.

มิน อ่องหล่าย ตอบจม.ทรัมป์ ขอบคุณสำหรับภาษี 40% ดีใจสหรัฐฯ ยอมรับรัฐบาลเมียนมาอย่างเปิดเผยครั้งแรก

“มิน อ่องหล่าย” ผู้นำเผด็จการเมียนมา ตอบกลับจดหมายปธน.ทรัมป์ แสดงความชื่นชมและขอบคุณที่สหรัฐฯ ยอมรับรัฐบาลเมียนมาอย่างเป็นทางการครั้งแรก พร้อมถือโอกาสขอผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร

วันที่ 11 กรกฎาคม 2568 พลเอกอาวุโสมิน อ่องหล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ออกแถลงการณ์เผยแพร่จดหมายจาก นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ส่งถึงตัวเขาโดยตรง พร้อมขอให้สหรัฐฯ ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร 

โดยมิน อ่องหล่ายระบุว่า จดหมายจากประธานาธิบดีทรัมป์ลงวันที่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่าสหรัฐฯ จะจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเมียนมาในอัตรา 40% มีผล 1 สิงหาคมนี้ ลดลงจากที่เคยขู่ว่าจะเก็บ 44% ซึ่งเขามองว่านับเป็นสัญญาณการยอมรับอย่างเปิดเผยครั้งแรก ของสหรัฐฯ ต่อรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ปฏิเสธการเจรจาหรือยอมรับรัฐบาลเมียนมาอย่างเป็นทางการ

มิน อ่องหล่าย เปิดเผยว่า เขาได้ตอบจดหมายมีความยาวหลายหน้า แสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อประธานาธิบดีทรัมป์ พร้อมยกย่องผู้นำสหรัฐฯ ว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสหรัฐฯ สู่ความมั่งคั่ง  

ในจดหมาย ผู้นำทหารเมียนมายังขอบคุณที่รัฐบาลทรัมป์สั่งตัดงบ Voice of America และ Radio Free Asia ภาคภาษาพม่า ซึ่งเป็นสื่อที่ได้รับทุนจากสหรัฐฯ และเคยรายงานข่าวความรุนแรงในเมียนมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ มิน อ่องหล่ายระบุว่า เขายังขอให้ทรัมป์พิจารณายกเลิกหรือผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ พร้อมเสนอให้ภาษีนำเข้าอยู่ที่ประมาณ 10–20% และกล่าวขอบคุณสำหรับคำเชิญอันอบอุ่นให้เมียนมาเข้าร่วมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดอันดับหนึ่งของโลก

ทางด้านผู้เชี่ยวชาญจาก International Crisis Group ชี้ว่า จดหมายจากทรัมป์ถือเป็นสัญญาณรับรองอำนาจรัฐบาลทหารเมียนมาอย่างเปิดเผยครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้หากมีการติดต่อก็อาจมาจากฝ่ายอื่น ไม่ใช่ตัวประธานาธิบดีโดยตรง.