จีนขยายสิทธิ์ฟรีวีซ่าให้กับกว่า 70 ประเทศ หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว

จีนขยายสิทธิ์ฟรีวีซ่าให้กับกว่า 70 ประเทศ หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว

8 ก.ค. 2568 10:11 น.

จีนขยายสิทธิ์ฟรีวีซ่าให้กับกว่า 70 ประเทศ หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศจีน หลังรัฐบาลผ่อนคลายนโยบายวีซ่าจนถึงระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยพลเมืองจาก 74 ประเทศสามารถเดินทางเข้าจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า 

รัฐบาลจีนเดินหน้าขยายการยกเว้นวีซ่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และเสริมซอฟท์พาวเวอร์ โดยปัจจุบันพลเมืองจาก 74 ประเทศสามารถเดินทางเข้าไปยังจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า เป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากข้อบังคับก่อนหน้านี้

จีนขยายสิทธิ์ฟรีวีซ่าให้กับกว่า 70 ประเทศ หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว

แม้ว่าแหล่งท่องเที่ยวหลักจะยังมีนักท่องเที่ยวชาวจีนมากกว่าชาวต่างชาติอย่างชัดเจน แต่บรรดาบริษัททัวร์และไกด์ท้องถิ่นต่างก็เริ่มเตรียมตัวต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดฤดูร้อนที่ใกล้มาถึง

หลังจากจีนเปิดประเทศเต็มรูปแบบในต้นปี 2023 ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนั้นอยู่ที่ 13.8 ล้านคน ซึ่งยังต่ำกว่าครึ่งของตัวเลขในปี 2019 หรือช่วงก่อนโควิดที่อยู่ที่ 31.9 ล้านคน 

ในเดือนธันวาคม 2023 จีนเริ่มประกาศให้พลเมืองของ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สเปน และมาเลเซีย เข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า หลังจากนั้นจีนได้ขยายรายชื่อประเทศเกือบทั้งหมดในยุโรป ให้ได้รับสิทธินี้ รวมถึงเพิ่มอีก 5 ประเทศในละตินอเมริกา, อุซเบกิสถาน และอีก 4 ประเทศในตะวันออกกลาง

นอกจากนี้จีนจะเพิ่มประเทศที่ได้ฟรีวีซ่าเป็น 75 ประเทศในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ โดยจะรวม อาเซอร์ไบจาน เข้าไปด้วย

ปัจจุบันตลาดนักท่องเที่ยวหลักยังคงเป็นสหรัฐฯ  แต่จำนวนนักท่องเที่ยวยุโรปเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 15–20% ของลูกค้าทั้งหมด จากที่เคยมีไม่ถึง 5% ก่อนปี 2019

บริษัท Trip.com Group ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ในเซี่ยงไฮ้ ระบุว่านโยบายฟรีวีซ่าช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวจีนอย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่ายอดจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม และบริการท่องเที่ยวอื่น ๆ เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ในไตรมาสแรกของปีนี้เทียบกับปีก่อน โดย 75% ของผู้จองมาจากประเทศที่ได้รับฟรีวีซ่า

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีประเทศในทวีปแอฟริกาที่ได้รับสิทธิ์ฟรีวีซ่า แม้จีนจะมีความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจกับหลายประเทศในแอฟริกาค่อนข้างแน่นแฟ้น

สำหรับประเทศที่ ไม่ได้อยู่ในรายชื่อฟรีวีซ่า 30 วัน ยังมีทางเลือกคือ การเข้าเมืองแบบทรานสิท โดยสามารถอยู่ในจีนได้ไม่เกิน 10 วัน หากเดินทางต่อไปยังประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศต้นทาง

นโยบายทรานสิทนี้ใช้ได้ที่ 60 จุดตรวจคนเข้าเมืองทั่วจีน และมีผลกับ 55 ประเทศ โดยส่วนใหญ่ก็อยู่ในรายชื่อประเทศที่ได้ฟรีวีซ่า 30 วันเช่นกัน

แต่สำหรับ 10 ประเทศที่ไม่ได้อยู่ในทั้งสองกลุ่ม ได้แก่:

  • เช็ก
  • ลิทัวเนีย
  • สวีเดน
  • รัสเซีย
  • สหราชอาณาจักร
  • ยูเครน
  • อินโดนีเซีย
  • แคนาดา
  • สหรัฐฯ
  • เม็กซิโก

ในกรณีของสวีเดน ซึ่งเป็นประเทศพัฒนาแล้วเพียงประเทศเดียวในยุโรปตะวันตกที่ไม่อยู่ในรายชื่อฟรีวีซ่า เนื่องจากจีนและสวีเดนมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด หลังจากรัฐบาลจีนตัดสินโทษจำคุกนักเขียนเชื้อสายสวีเดนเป็นเวลา 10 ปีในปี 2020 .

ที่มา : AP

ทรัมป์เผยอีก ตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ ลาว-เมียนมา 40% มาเลเซียโดน 25%

ทรัมป์เผยอีก ตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ ลาว-เมียนมา 40% มาเลเซียโดน 25%

8 ก.ค. 2568 06:47 น.

ทรัมป์เผยอีก ตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ ลาว-เมียนมา 40% มาเลเซียโดน 25%

โดนัลด์ ทรัมป์เผยจดหมายแจ้งอัตราภาษีอีกหลายฉบับ โดยลาวกับเมียนมาโดนเรียกเก็บมากสุดถึง 40% ขณะที่มาเลเซียโดน 25%

เมื่อ 7 ก.ค. 2568 สหรัฐฯ เริ่มส่งจดหมายถึงประเทศต่างๆ เพื่อแจ้งอัตราภาษีต่างตอบแทนที่สหรัฐฯ จะบังคับใช้กับพวกเขาตามนโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว โดยเจ้าตัวโพสต์ภาพผ่าน Truth Social แสดงให้เห็นจดหมายที่ส่งถึงหลายประเทศ ทั้งญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, คาซัคสถาน, มาเลเซีย, ลาว และเมียนมา นอกจากนั้นยังมีแอฟริกาใต้ด้วย

ในตอนแรกนายทรัมป์โพสต์ภาพจดหมายที่ส่งถึงญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ก่อน โดยระบุว่าจะบังคับใช้ภาษีต่างตอบแทนในอัตราย 25% กับทั้งสองประเทศ เริ่มตั้งแต่ 1 ส.ค.เป็นต้นไป

ราว 2 ชั่วโมงต่อมา นายทรัมป์จึงโพสต์จดหมายที่ส่งถึง คาซัคสถาน, มาเลเซีย, ลาว, เมียนมา และแอฟริกาใต้ โดยที่ คาซัคสถานกับมาเลเซียโดนตั้งกำแพงภาษีในอัตราเท่ากันคือ 25% ขณะที่แอฟริกาโดน 30% ส่วนลาวกับเมียนมาเผชิญกำแพงภาษีสูงถึง 40%

จดหมายดังกล่าวมีเนื้อหาแทบจะเหมือนกันทุกฉบับ โดยระบุว่าเหตุผลที่สหรัฐฯ ตัดสินใจตั้งกำแพงภาษีกับประเทศเหล่านี้ คือการที่สหรัฐฯ ขาดดุลทางการค้าอย่างมีนัยสำคัญกับประเทศที่จดหมายถูกส่งถึง พร้อมทั้งเชิญชวนให้พวกเขาสร้างหรือผลิตสินค้าภายในสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงกำแพงภาษี

อนึ่ง เมื่อสัปดาห์ก่อน นายทรัมป์กล่าวว่า เขาได้ลงนามจดหมายแจ้งอัตราภาษีต่างตอบแทนแล้วจำนวนหนึ่ง และจะส่งมันให้กับ 12 ประเทศในวันจันทร์ที่ 7 ก.ค. และจะส่งเพิ่มเติมหลังจากนั้น

ขณะเดียวกัน ดูเหมือนสหรัฐฯ จะเลื่อนเส้นตายการบังคับใช้มาตรการภาษีต่างตอบแทน จากวันที่ 9 ก.ค. ไปเป็น 1 ส.ค. หลังจากในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ทำข้อตกลงการค้าได้เพียง 3 ฉบับเท่านั้น จากทั้งหมดกว่า 90 ฉบับที่รัฐบาลสัญญาเอาไว้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ทรัมป์ร่อนจดหมายถึงญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ แจ้งตั้งกำแพงภาษี 25% เริ่ม 1 ส.ค.นี้

ทรัมป์ร่อนจดหมายถึงญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ แจ้งตั้งกำแพงภาษี 25% เริ่ม 1 ส.ค.นี้

8 ก.ค. 2568 06:41 น.

ทรัมป์ร่อนจดหมายถึงญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ แจ้งตั้งกำแพงภาษี 25% เริ่ม 1 ส.ค.นี้

ทรัมป์ร่อนจดหมายถึงญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ แจ้งตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ 25% อ้างขาดดุลการค้า พร้อมชวนให้มาผลิตสินค้าในสหรัฐฯ เพื่อเลี่ยงกำแพงภาษี

เมื่อ 7 ก.ค. 2568 สหรัฐฯ เริ่มส่งจดหมายถึงประเทศต่างๆ เพื่อแจ้งอัตราภาษีต่างตอบแทนที่สหรัฐฯ จะบังคับใช้กับพวกเขาตามนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แล้ว โดยเจ้าตัวโพสต์ภาพผ่าน Truth Social แสดงให้เห็นจดหมายที่ส่งถึงญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ ซึ่งจะถูกตั้งกำแพงภาษีในอัตรา 25% เริ่ม 1 ส.ค.นี้

ในจดหมายทั้ง 2 ฉบับที่เนื้อหาแทบจะเหมือนกันทุกประการ นายทรัมป์กล่าวว่า เขามีปัญหาอย่างมากกับเรื่องที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับประเทศทั้งสอง ซึ่งหมายความว่าสหรัฐฯ ซื้อสินค้าจากญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้มากกว่าที่ธุรกิจอเมริกันส่งออกให้ประเทศทั้งสอง

นายทรัมป์ระบุด้วยว่า กำแพงภาษีดังกล่าวยังถูกตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองต่อนโยบายอื่นๆ ที่เขาเห็นว่าเป็นการขัดขวางไม่ให้สินค้าสหรัฐฯ ถูกขายในต่างประเทศ

“โปรดเข้าใจด้วยว่า ตัวเลข 25% นี้นั้น ต่ำกว่าตัวเลขที่ควรจะเป็นเพื่อกำจัดการขาดดุลการค้าที่เรามีกับประเทศของคุณมาก” นายทรัมป์ระบุในจดหมายทั้งสองฉบับ และแนะนำให้ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ผลิตสินค้าในสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงกำแพงภาษี

“จะไม่มีกำแพงภาษีเลย หากเกาหลีใต้/ญี่ปุ่น หรือบริษัทภายในประเทศของคุณตัดสินใจสร้างหรือผลิตสินค้าภายในสหรัฐฯ และตามข้อเท็จจริง เราจะทำทุกอย่างที่เป็นไปได้เพื่อให้การอนุมัติอย่างเป็นมืออาชีพ ต่อเนื่อง และรวดเร็ว พูดอีกอย่างคือ ภายในไม่กี่สัปดาห์”

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังขู่ในจดหมายด้วยว่า สหรัฐฯ จะเพิ่มอัตราภาษีอีก 25% หากญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ตั้งกำแพงภาษีตอบโต้สหรัฐฯ

อนึ่ง เมื่อสัปดาห์ก่อน นายทรัมป์กล่าวว่า เขาได้ลงนามจดหมายแจ้งอัตราภาษีต่างตอบแทนแล้วจำนวนหนึ่ง และจะส่งมันให้กับ 12 ประเทศในวันจันทร์ที่ 7 ก.ค. และจะส่งเพิ่มเติมหลังจากนั้น

ขณะเดียวกัน ดูเหมือนสหรัฐฯ จะเลื่อนเส้นตายการบังคับใช้มาตรการภาษีต่างตอบแทน จากวันที่ 9 ก.ค. ไปเป็น 1 ส.ค. หลังจากในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ทำข้อตกลงการค้าได้เพียง 3 ฉบับเท่านั้น จากทั้งหมดกว่า 90 ฉบับที่รัฐบาลสัญญาเอาไว้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : https://truthsocial.com/@realDonaldTrump

มือปืนควงไรเฟิลยิง จนท.ชายแดนเท็กซัสเจ็บ 3 ราย ก่อนโดนวิสามัญฯ

มือปืนควงไรเฟิลยิง จนท.ชายแดนเท็กซัสเจ็บ 3 ราย ก่อนโดนวิสามัญฯ

8 ก.ค. 2568 06:37 น.

มือปืนควงไรเฟิลยิง จนท.ชายแดนเท็กซัสเจ็บ 3 ราย ก่อนโดนวิสามัญฯ

ชายต้องสงสัยใช้ปืนไรเฟิลยิงโจมตีสำนักงานของหน่วยลาดตระเวนชายแดนของรัฐเท็กซัส ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ส่วนตัวคนร้ายถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชายคนหนึ่งซึ่งสวมใส่อุปกรณ์ทางทหาร ใช้ปืนไรเฟิลยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนชายแดนของรัฐเท็กซัส เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 9 ก.ค. 2565 ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ 2 นายกับลูกจ้างอีก 1 คน ได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนร้ายถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ประตูทางเข้าสำนักงานลาดตระเวนชายแดน ในเมืองแมกอัลเลน รัฐเท็กซัส ใกล้ชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก เมื่อเวลาประมาณ 6.00 น. โดยตำรวจเมืองแมกอัลเลนระบุว่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุคือนาย ไรอัน ลิวอิส มอสเกดา อายุ 27 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่รัฐมิชิแกน ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน

นายวิกเตอร์ โรดริเกวซ หัวหน้าตำรวจเมืองแมกอัลเลนบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้ต้องสงสัยยิงปืนหลายสิบนัดเข้าใส่อาคารของหน่วยงานลาดตระเวนชายแดนและใส่เจ้าหน้าที่ภายในอาคาร ก่อนเจ้าหน้าที่จะยิงตอบโต้และวิสามัญฆาตกรรมชายคนนี้

นายโรดริเกวซบอกอีกว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังสรุปแรงจูงใจในการก่อเหตุของนายมอสเกดาไม่ได้ โดยการสืบสวนจนถึงตอนนี้พบว่า ผู้ต้องสงสัยมาถึงรัฐเท็กซัสด้วยรถยนต์ติดป้ายทะเบียนรัฐมิชิแกน ซึ่งรถยนต์คันเดียวกันนี้เพิ่งถูกแจ้งความว่าหายไปจากบ้านในเมืองเวสลาโก รัฐเท็กซัส ซึ่งห่างจากเมืองแมกอัลเลนไปทางตะวันออกราว 28 กม.

รถยนต์คันนี้ยังถูกพ่นสีเป็นตัวหนังสือที่เจ้าหน้าที่สืบสวนยังถอดความไม่ได้ นอกจากนั้น ตำรวจยังพบอาวุธและเครื่องกระสุนเพิ่มเติมภายในรถคันนี้ด้วย

อนึ่ง สถานที่เกิดเหตุตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินเมืองแมกอัลเลน ส่งผลให้การจราจรต้องถูกปิดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย

ล่าสุดสำนักงานสืบสวนกลาง หรือ เอฟบีไอ ได้เข้ารับช่วงต่อการสืบสวนแล้ว ตามการเปิดเผยของนายโรดริเกวซ โดยตำรวจไม่มีเหตุผลให้เชื่อว่า มีภัยคุกคามต่อสังคมมากไปกว่านี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : https://www.bbc.com/news/articles/c07d518v83yo

เปิดจดหมายสหรัฐฯ ร่อนถึงไทย แจ้งกำแพงภาษี 36% อ้างขาดดุลการค้า

เปิดจดหมายสหรัฐฯ ร่อนถึงไทย แจ้งกำแพงภาษี 36% อ้างขาดดุลการค้า

8 ก.ค. 2568 06:27 น.

เปิดจดหมายสหรัฐฯ ร่อนถึงไทย แจ้งกำแพงภาษี 36% อ้างขาดดุลการค้า

ไทยไม่รอด ทรัมป์โชว์จดหมายแจ้งตั้งกำแพงภาษี 36% อ้างเรื่องการขาดดุลการค้า นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่ถูกตั้งกำแพงภาษีระหว่าง 25% ถึง 40%

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ เผยแพร่ภาพจดหมายแจ้งอัตราภาษีต่างตอบแทนผ่าน Truth Social เป็นชุดที่ 3 โดยคราวนี้ประกอบด้วยประเทศไทย, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, บังกลาเทศ, ตูนิเซีย, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา และเซอร์เบีย

จดหมายของสหรัฐฯ ที่ส่งถึงไทยมีเนื้อความดังนี้

ฯพณฯ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย กรุงเทพฯ

เรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี

เป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับข้าพเจ้าที่ได้ส่งจดหมายฉบับนี้ถึงท่าน เพื่อแสดงออกถึงความเข้มแข็งและความมุ่งมั่นในความสัมพันธ์ทางการค้าของเรา และข้อเท็จจริงที่ว่า สหรัฐอเมริกาได้เห็นชอบที่จะทำงานร่วมกับประเทศไทยต่อไป ถึงแม้จะประสบปัญหาขาดดุลทางการค้าอย่างมีนัยสำคัญกับประเทศของท่านก็ตาม

อย่างไรก็ดี เราได้ตัดสินใจที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยกันกับท่าน แต่ต้องอยู่ภายใต้การค้าที่สมดุลและเป็นธรรมมากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้น เราจึงเชิญท่านมาเข้าร่วมในเศรษฐกิจสุดพิเศษของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดอันดับ 1 ของโลกอย่างไม่มีใครเทียบ

เราได้หารือเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้าของเรากับไทยมานานหลายปี และได้ข้อสรุปว่า เราต้องผละจากการขาดดุลการค้าระยะยาวและเรื้อรังนี้ ซึ่งเกิดจากมาตรการภาษีและมิใช่ภาษี, นโยบาย และกำแพงทางการค้าต่างๆ

น่าเสียดายที่ความสัมพันธ์ของเรา ห่างไกลจากคำว่าตอบแทนซึ่งกันและกัน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป เราจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราเพียง 36% สำหรับสินค้าไทยทุกชนิดที่ถูกส่งเข้าสู่สหรัฐฯ แยกจากภาษีตามหมวดหมู่สินค้าทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง ส่วนสินค้าที่ถูกถ่ายเทผ่านประเทศที่ 3 เพื่อเลี่ยงภาษีที่สูงขึ้นจะถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก

โปรดเข้าใจว่า ตัวเลข 36% นี้ต่ำกว่าสิ่งที่จำเป็นเพื่อกำจัดการขาดดุลการค้าที่เรามีกับประเทศของท่านมาก และอย่างที่ท่านทราบ จะไม่มีการเก็บภาษีนำเข้าหากประเทศไทยหรือบริษัทในประเทศของท่าน ตัดสินใจที่จะสร้างหรือผลิตสินค้าภายในสหรัฐฯ และตามข้อเท็จจริง เราจะทำทุกอย่างที่เป็นไปได้เพื่อให้การอนุมัติอย่างเป็นมืออาชีพ ต่อเนื่อง และรวดเร็ว พูดอีกอย่างคือ ภายในไม่กี่สัปดาห์

หากว่าท่านตัดสินใจเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ไม่ว่าจะเพิ่มขึ้นเท่าไร เราจะเพิ่มอัตรานั้นเข้าไปในอัตรา 36% ที่เราเก็บ โปรดเข้าใจว่า ภาษีนำเข้าเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการแก้ไขผลกระทบจากมาตรการภาษีและมิใช่ภาษี, นโยบาย และกำแพงทางการค้าต่างๆ ที่ไทยใช้มานานหลายปี และทำให้เกิดการขาดดุลการค้าในระดับที่ไม่อาจยอมรับได้นี้ การขาดดุลดังกล่าวเป็นภัยใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจและแน่นอนว่า ความมั่นคงของสหรัฐฯ

เราตั้งตารอที่จะทำงานร่วมกับท่านในฐานะหุ้นส่วนการค้าต่อไปอีกหลายปี หากท่านปรารถนาที่จะเปิดตลาดการค้าของท่านที่ปิดอยู่ก่อนหน้านี้ให้แก่สหรัฐฯ และกำจัดมาตรการภาษีและมิใช่ภาษี, นโยบาย และกำแพงทางการค้าต่างๆ บางทีเราอาจจะพิจารณาปรับแก้จดหมายนี้ ภาษีเหล่านี้อาจถูกแก้ไข แต่จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงนั้นขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของเรากับประเทศของท่าน คุณจะไม่มีวันผิดหวังในสหรัฐอเมริกา

ขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้

ด้วยความปรารถนาดีอย่างยิ่ง

ขอแสดงความนับถือ

โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา

เปิดจดหมายสหรัฐฯ ร่อนถึงไทย แจ้งกำแพงภาษี 36% อ้างขาดดุลการค้า
เปิดจดหมายสหรัฐฯ ร่อนถึงไทย แจ้งกำแพงภาษี 36% อ้างขาดดุลการค้า

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์โพสต์ภาพจดหมายที่ส่งถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก่อน โดยระบุว่าจะบังคับใช้ภาษีตอบโต้ในอัตรา 25% กับทั้งสองประเทศ เริ่มตั้งแต่ 1 ส.ค.เป็นต้นไป

จากนั้น ราว 2 ชั่วโมงต่อมา นายทรัมป์จึงโพสต์ภาพจดหมายที่ส่งถึงคาซัคสถาน, มาเลเซีย, ลาว, เมียนมา และแอฟริกาใต้ โดยที่คาซัคสถานกับมาเลเซียโดนตั้งกำแพงภาษีในอัตราเท่ากันคือ 25% ขณะที่แอฟริกาใต้โดน 30% ส่วนลาวกับเมียนมาเผชิญกำแพงภาษีสูงถึง 40%

ส่วนกัมพูชาโดนตั้งกำแพงภาษีในอัตราที่เท่ากับประเทศไทยคือ 36% ขณะที่ตูนิเซียเผชิญกำแพงภาษี 25%, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 30%, อินโดนีเซีย 32% และบังกลาเทศกับเซอร์เบียโดน 35% เท่ากัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : https://truthsocial.com/@realDonaldTrump

ทรัมป์โชว์จดหมายแจ้งตั้งกำแพงภาษี “ไทย” 36% กัมพูชาโดนเท่ากัน

ทรัมป์โชว์จดหมายแจ้งตั้งกำแพงภาษี “ไทย” 36% กัมพูชาโดนเท่ากัน

8 ก.ค. 2568 06:18 น.

ทรัมป์โชว์จดหมายแจ้งตั้งกำแพงภาษี “ไทย” 36% กัมพูชาโดนเท่ากัน

ไทยไม่รอด ทรัมป์โชว์จดหมายแจ้งตั้งกำแพงภาษี 36% ขณะที่กัมพูชาโดนในอัตราที่เท่ากัน นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่ถูกตั้งกำแพงภาษีระหว่าง 25% ถึง 40%

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ เผยแพร่ภาพจดหมายแจ้งอัตราภาษีต่างตอบแทนผ่าน Truth Social เป็นชุดที่ 3 โดยคราวนี้ประกอบด้วยประเทศไทย, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, บังกลาเทศ, ตูนิเซีย, บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา และเซอร์เบีย

โดยในจดหมายระบุว่า สหรัฐฯ จะตั้งกำแพงภาษีต่างตอบแทนต่อสินค้านำเข้าจากประเทศไทยในอัตรา 36% เริ่มตั้งแต่ 1 ส.ค. 2568 โดยอ้างเหตุผลเรื่องการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ และมาตรการกำแพงทางการค้าทั้งในรูปแบบภาษีและไม่ใช่ภาษีที่สหรัฐฯ อ้างว่าฝ่ายไทยบังคับใช้กับพวกเขา

ส่วนกัมพูชาโดนตั้งกำแพงภาษีในอัตราที่เท่ากับประเทศไทยคือ 36% ขณะที่ตูนิเซียเผชิญกำแพงภาษี 25%, บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา 30%, อินโดนีเซีย 32% และบังกลาเทศกับเซอร์เบียโดน 35% เท่ากัน

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์โพสต์ภาพจดหมายที่ส่งถึงญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ก่อน โดยระบุว่าจะบังคับใช้ภาษีต่างตอบแทนในอัตรา 25% กับทั้งสองประเทศ เริ่มตั้งแต่ 1 ส.ค.เป็นต้นไป

จากนั้น ราว 2 ชั่วโมงต่อมา นายทรัมป์จึงโพสต์ภาพจดหมายที่ส่งถึง คาซัคสถาน, มาเลเซีย, ลาว, เมียนมา และแอฟริกาใต้ โดยที่คาซัคสถานกับมาเลเซียโดนตั้งกำแพงภาษีในอัตราเท่ากันคือ 25% ขณะที่แอฟริกาใต้โดน 30% ส่วนลาวกับเมียนมาเผชิญกำแพงภาษีสูงถึง 40%

จดหมายดังกล่าวมีเนื้อหาแทบจะเหมือนกันทุกฉบับ โดยระบุว่าเหตุผลที่สหรัฐฯ ตัดสินใจตั้งกำแพงภาษีกับประเทศเหล่านี้ คือการที่สหรัฐฯ ขาดดุลทางการค้าอย่างมีนัยสำคัญกับประเทศที่จดหมายถูกส่งถึง พร้อมทั้งเชิญชวนให้พวกเขาสร้างหรือผลิตสินค้าภายในสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงกำแพงภาษี

อนึ่ง เมื่อสัปดาห์ก่อน นายทรัมป์กล่าวว่า เขาได้ลงนามจดหมายแจ้งอัตราภาษีต่างตอบแทนแล้วจำนวนหนึ่ง และจะส่งมันให้กับ 12 ประเทศในวันจันทร์ที่ 7 ก.ค. และจะส่งเพิ่มเติมหลังจากนั้น

ขณะเดียวกัน ดูเหมือนสหรัฐฯ จะเลื่อนเส้นตายการบังคับใช้มาตรการภาษีต่างตอบแทน จากวันที่ 9 ก.ค. ไปเป็น 1 ส.ค. หลังจากในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ทำข้อตกลงการค้าได้เพียง 3 ฉบับเท่านั้น จากทั้งหมดกว่า 90 ฉบับที่รัฐบาลสัญญาเอาไว้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : https://truthsocial.com/@realDonaldTrump

สรุปกำแพงภาษีสหรัฐฯ ใหม่ 14 ประเทศ ไทยโดนเท่าเดิม 36% กัมพูชาได้ลด 13%

สรุปกำแพงภาษีสหรัฐฯ ใหม่ 14 ประเทศ ไทยโดนเท่าเดิม 36% กัมพูชาได้ลด 13%

8 ก.ค. 2568 06:12 น.

สรุปกำแพงภาษีสหรัฐฯ ใหม่ 14 ประเทศ ไทยโดนเท่าเดิม 36% กัมพูชาได้ลด 13%

ทรัมป์เผยแพร่จดหมายแจ้งอัตราภาษีใหม่แก่ 14 ประเทศ เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยบางประเทศมีอัตราภาษีลดลง หรือเพิ่มขึ้นจากตอนที่นายทรัมป์ประกาศเมื่อเดือนเมษายน

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่จดหมายแจ้งอัตราภาษีนำเข้าใหม่ที่ส่งให้แกประเทศคู่ค้า 14 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยบางประเทศมีอัตราภาษีลดลงหรือเพิ่มขึ้นจากอัตราเดิมที่นายทรัมป์ประกาศเมื่อ 2 เม.ย. แต่ไทยยังถูกเก็บที่ 36% เท่าเดิม ต่างจาก ลาว, เมียนมา และกัมพูชา ที่ปรับลดลง

อัตรากำแพงภาษีใหม่ที่โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค. 2568 มีดังนี้

ลาว 40% (ลดลง 8% จากเดิม 48%)

เมียนมา 40% (ลดลง 4% จากเดิม 44%)

กัมพูชา 36% (ลดลง 13% จากเดิม 49%)

ไทย 36% (เท่าเดิม)

บังกลาเทศ 35% (ลดลง 2% จากเดิม 37%)

เซอร์เบีย 35% (ลดลง 2% จากเดิม 37%)

อินโดนีเซีย 32% (เท่าเดิม)

บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา 30% (ลดลง 5% จากเดิม 35%)

แอฟริกาใต้ 30% (เท่าเดิม)

ญี่ปุ่น 25% (เพิ่มขึ้น 1% จากเดิม 24%)

คาซัคสถาน 25% (ลดลง 2% จากเดิม 27%)

มาเลเซีย 25% (เพิ่มขึ้น 1% จากเดิม 24%)

เกาหลีใต้ 25% (เท่าเดิม)

ตูนิเซีย 25% (ลดลง 3% จากเดิม 28%)

ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยว่าเหตุใดอัตราภาษีของบางประเทศจึงลดลง ในขณะที่บางประเทศเพิ่มสูงขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : https://truthsocial.com/@realDonaldTrump

เท็กซัสอ่วม ฝนจ่อถล่มเพิ่มหลังน้ำท่วมฉับพลันคร่า 89 ศพ เด็กยังสูญหาย

เท็กซัสอ่วม ฝนจ่อถล่มเพิ่มหลังน้ำท่วมฉับพลันคร่า 89 ศพ เด็กยังสูญหาย

7 ก.ค. 2568 22:50 น.

เท็กซัสอ่วม ฝนจ่อถล่มเพิ่มหลังน้ำท่วมฉับพลันคร่า 89 ศพ เด็กยังสูญหาย

เท็กซัสเตรียมเผชิญฝนตกหนักเพิ่มอีก ในขณะที่เหตุน้ำท่วมฉับพลันทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 89 ศพ และการค้นหาผู้สูญหายยังคงดำเนินต่อไป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ปฏิบัติการค้นหาของเจ้าหน้าที่กู้ภัยในรัฐเท็กซัสยังคงดำเนินต่อไปในวันจันทร์ที่ 7 ก.ค. 2568 เพื่อตามหาผู้สูญหายอีกหลายสิบคน รวมถึงเด็ก 11 คนกับเจ้าหน้าที่อีก 1 คนจากค่ายฤดูร้อน หลังเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันหลายจุดในภาคกลางของรัฐเท็กซัส เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่รัฐเท็กซัสเปิดเผยว่า หน่วยกู้ภัยพบศพผู้เสียชีวิตถึง 75 รายในเขตเคอร์ เคาน์ตี เพียงแห่งเดียว นอกจากนั้นยังพบศพในเขตอื่นๆ ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่อย่างน้อย 89 ศพ

ขณะเดียวกัน แคมป์ มีสติก (Camp Mystic) ค่ายฤดูร้อนหญิงล้วนซึ่งตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำกัวดาลูเป และเผชิญน้ำท่วมฉับพลันเต็มๆ หลังน้ำในแม่น้ำเอ่อล้นตลิ่ง ระบุว่า ตอนนี้พวกเขาสามารถยืนยันได้แล้วว่ามีเด็กหญิงและเจ้าหน้าที่ของค่าย 27 คน รวมอยู่ในหมู่ผู้เสียชีวิตด้วย โดยร่างผู้เคราะห์ร้ายบางรายถูกพบห่างจากค่ายถึง 12.8 กม.

ด้านสำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (NWS) พยากรณ์ว่าจะมีพายุเข้าในพื้นที่ตอนกลางของรัฐเท็กซัสอีกในช่วง 24-48 ชั่วโมงข้างหน้า และคาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกวัดปริมาณน้ำฝนได้ 51-102 มม. ทำให้พวกเขาประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่

ก่อนหน้านี้เมื่อวันอาทิตย์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามประกาศภัยพิบัติครั้งใหญ่ (major disaster) ที่เคอร์ เคาน์ตีแล้ว เพื่อโยกย้ายทรัพยากรมาเพื่อช่วยบรรเทาภัยพิบัติ ขณะที่นายเทด ครูซ สว.รัฐเท็กซัส กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้บอกเขาแล้วว่า หากเท็กซัสต้องการอะไร “คำตอบคือ ได้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ช็อก อดีตรัฐมนตรีรัสเซียจบชีวิตตัวเอง ไม่กี่ชั่วโมงหลังโดนปูตินไล่ออก

ช็อก อดีตรัฐมนตรีรัสเซียจบชีวิตตัวเอง ไม่กี่ชั่วโมงหลังโดนปูตินไล่ออก

7 ก.ค. 2568 22:04 น.

ช็อก อดีตรัฐมนตรีรัสเซียจบชีวิตตัวเอง ไม่กี่ชั่วโมงหลังโดนปูตินไล่ออก

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรัสเซีย ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากถูกวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ปลดออกจากตำแหน่ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโรมัน สตาโรวอยต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของรัสเซีย ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในวันจันทร์ที่ 7 ก.ค. 2568 ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน มีคำสั่งไล่เขาออกจากตำแหน่ง และให้นายอันเดรย์ นิคิติน รัฐมนตรีช่วย ขึ้นเป็นรักษาการแทน

คำสั่งปลดนายสตาโรวอยต์ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์รัฐบาลเครมลินในช่วงเช้าวันจันทร์ โดยเมื่อนักข่าวไปสอบถามนาย ดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาล ว่าอะไรคือเหตุผลในการปลดนายสตาโรวอยต์ออกจากตำแหน่ง ก็ได้รับคำตอบว่า ไม่ได้เป็นเพราะ “การขาดความไว้วางใจ” แต่นายเปสคอฟไม่ได้ให้เหตุผลอื่น

คณะกรรมการสืบสวนของรัสเซีย ออกแถลงการณ์ระบุว่า ร่างของนายสตาโรวอยต์ถูกพบภายในรถยนต์คันหนึ่งซึ่งจอดอยู่ในเมืองโอดินต์โซโว ชานกรุงมอสโก โดยบนร่างของเขามีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน ซึ่งคณะกรรมการฯ ระบุว่า กำลังสืบสวนสถานการณ์การเสียชีวิตของเขา แต่ข้อสันนิษฐานหลักคือ การจบชีวิตตัวเอง

ทั้งนี้ ก่อนจะรับตำแหน่งรัฐมนตรีในเดือนพฤษภาคม 2567 นายสตาโรวอยต์ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการแคว้นคูสค์ ทางใต้ของรัสเซียมาก่อน และเขาลงจากตำแหน่งก่อนที่ยูเครนจะส่งทหารบุกโจมตี อย่างไรก็ตาม เขาถูกกล่าวโทษบางส่วนว่าล้มเหลวในการรักษาความปลอดภัยในแคว้นคูสค์

ส่วนคำสั่งปลดล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก การเดินทางทางอากาศในรัสเซียประสบปัญหาหยุดชะงักหรือติดขัดต่อเนื่องหลายวัน โดยสำนักงานขนส่งทางอากาศแห่งรัสเซียระบุว่า ตลอดช่วงสุดสัปดาห์จนถึงวันจันทร์ มีเที่ยวบินถูกยกเลิก 485 เที่ยวบิน อีก 88 เที่ยวบินต้องเปลี่ยนเส้นทาง และกว่า 1,900 เที่ยวบินออกเดินทางล่าช้า

สำนักงานขนส่งฯ ระบุว่า การยกเลิกเที่ยวบินดังกล่าวเป็นผลจากการแทรกแซงจากภายนอก แต่ไม่เจาะจงว่าการแทรกแซงที่ว่าคืออะไร แต่กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว กองทัพสามารถสกัดการโจมตีระยะไกลจากยูเครนได้มากกว่า 400 ครั้ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

บุคคลในข่าว 7 กรกฎาคม 2568

บุคคลในข่าว 7 กรกฎาคม 2568

7 ก.ค. 2568 04:01 น.

บุคคลในข่าว 7 กรกฎาคม 2568

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทอดพระเนตรโครงการทหารพันธุ์ดี กรมการทหารช่าง ค่ายบุรฉัตร และทรงเปิดศูนย์ผลิตพันธุ์สัตว์ปีกพระราชทาน ณ จ.ราชบุรี เมื่อวันก่อน.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทอดพระเนตรโครงการทหารพันธุ์ดี กรมการทหารช่าง ค่ายบุรฉัตร และทรงเปิดศูนย์ผลิตพันธุ์สัตว์ปีกพระราชทาน ณ จ.ราชบุรี เมื่อวันก่อน.

อนาคตประเทศไทย อยู่บนเส้นยาแดงผ่าแปด เสถียรภาพทางการเมือง ขั้วรัฐบาล สั่นคลอน จากคำสั่งของ ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว แม้อำนาจของรักษาการนายกฯอยู่ในมือของ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย จะตัดสินใจยุบสภา ได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่ใช่การแก้ปัญหา พรรคเพื่อไทย เพราะอาจถึงทางตันในสนามเลือกตั้ง เมื่อเลยช่องทางลาออก ก็ต้องรอลุ้นการวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องใช้เวลาในขั้นตอนของการพิจารณอีกไม่น้อยกว่า 15 วัน นายกฯแพทองธาร จะต้องพ้นจาก ตำแหน่งรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ หรือไม่ .รวมทั้งตำแหน่ง รมว.วัฒนธรรม ในปัจจุบัน เป็นวิบากกรรมที่ต้องรอไปตายเอาดาบหน้า

ห้องสวีท - ทีน่า ลิว เปิดตัว “The Ritz-Carlton Suite” ห้องสวีทขนาด 439 ตารางเมตร สะท้อนถึงความสง่างามและสไตล์เหนือระดับ โดยมี เอเดรียน เจนซ์, อับดุลอาซิซ มูฮัมหมัด อัล–มุฟตาห์, เคลมองต์ ลาร์ และ ชลลดา สิริสันต์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน วันก่อน.
ห้องสวีท – ทีน่า ลิว เปิดตัว “The Ritz-Carlton Suite” ห้องสวีทขนาด 439 ตารางเมตร สะท้อนถึงความสง่างามและสไตล์เหนือระดับ โดยมี เอเดรียน เจนซ์, อับดุลอาซิซ มูฮัมหมัด อัล–มุฟตาห์, เคลมองต์ ลาร์ และ ชลลดา สิริสันต์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน วันก่อน.

ในกรณีที่ นายกฯแพทองธาร จะต้องพ้นจากตำแหน่ง พรรคเพื่อไทย มีตัวเลือกสุดท้าย ชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯที่ยังเหลืออยู่ แม้เจ้าตัวจะแบ่งรับแบ่งสู้ อะไรที่พอจะทำให้ชาติบ้านเมืองเดินได้ ก็ไม่เกี่ยง แต่ต้องเป็นตัวของตัวเอง จะมาสั่งทำโน่นทำนี่ไม่ได้ ไม่ใช่ลูกเล่นใคร ต้องมีความอิสระพอสมควร ก็ไม่ได้หมายความว่า ชัยเกษม จะได้เป็นนายกฯชัวร์ .ขึ้นอยู่กับเสียงของ พรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ว่าจะเทไปทางไหน เฟซบุ๊กของพรรคประชาชน ประกาศจุดยืนชัดเจน หาก นายกฯแพทองธาร พ้นจากตำแหน่ง ต้องการ รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีความชอบธรรมทางการเมือง ทางออกของประเทศ จัดการเลือกตั้งใหม่ โดยเร็ว นายกฯใหม่ จะต้องประกาศความชัดเจน ในการเดินหน้ายุบสภา พรรคประชาชนจะ ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ไปจนกว่า จะเลือกตั้งครั้งใหม่ นายกฯคนใหม่ ต้องยอมรับ เงื่อนไข ในการเป็น รัฐบาลชั่วคราว ที่มีภารกิจเดินหน้าในการยุบสภาโดย พรรคประชาชน จะไม่เข้าร่วมรัฐบาลและจะไม่มีใครจากพรรคประชาชนไปเป็นรัฐมนตรี ทิ้งไพ่ บีบ ให้ต้องมีการยุบสภาเท่านั้น

จากเซ็นทรัล - วัลยา จิราธิวัฒน์, ชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล และ วิลเลี่ยม ไบรท์ มอบเงินจำนวน 8,295,050 บาท ให้ อิทธิพล อิงประสาร เพื่อใช้ในการปรับปรุงภูมิทัศน์และทางเดินเท้าซอยสมคิด โดยมี รศ.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ รุจิเรศ นีรปัทมะ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ศาลาว่าการ กทม. วันก่อน.
จากเซ็นทรัล – วัลยา จิราธิวัฒน์, ชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล และ วิลเลี่ยม ไบรท์ มอบเงินจำนวน 8,295,050 บาท ให้ อิทธิพล อิงประสาร เพื่อใช้ในการปรับปรุงภูมิทัศน์และทางเดินเท้าซอยสมคิด โดยมี รศ.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ รุจิเรศ นีรปัทมะ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ศาลาว่าการ กทม. วันก่อน.

และถ้าดูจากการแถลงข่าวของ หัวหน้าพรรคประชาชน ฝ่ายค้านจะมีมติเสนอให้ ถอนญัตติ พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ออกจากการพิจารณาของสภา….ตั้งความหวัง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบ คดีทางการเมืองทั้งหมด ไม่ควรมีการกีดกันในส่วนของ ม.112 ออก อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ นาทีนี้ พรรคประชาชน คงมีคำตอบอยู่ในใจสำหรับการ โหวตเลือกนายกฯคนต่อไปในสภา เรียบร้อยแล้วใช่ไม่ใช่

เด็กฟันดี - พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ และ ชาติ จันทร์วิจิตร ลงนามความร่วมมือโครงการ “ไลอ้อน-กรมอนามัย เด็กไทยฟันดี” เพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากในกลุ่มเด็กอย่างเป็นระบบ โดยมี ดร.นพ.ปองพล วรปาณิ และ สายพิณ ประจงพงศ์พันธุ์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ วันก่อน.
เด็กฟันดี – พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ และ ชาติ จันทร์วิจิตร ลงนามความร่วมมือโครงการ “ไลอ้อน-กรมอนามัย เด็กไทยฟันดี” เพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากในกลุ่มเด็กอย่างเป็นระบบ โดยมี ดร.นพ.ปองพล วรปาณิ และ สายพิณ ประจงพงศ์พันธุ์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ วันก่อน.

เอากันให้ชัด มติที่ประชุม พรรคประชาชน หาก นายกฯแพทองธาร พ้นจากตำแหน่ง….พร้อมจะโหวตให้ นายกฯคนใหม่ ที่ พร้อมจัดการเลือกตั้งใหม่….ทำประชามติสอบถามประชาชนในการตั้ง ส.ส.ร. จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เร็วที่สุด…คลี่คลายสถานการณ์ ข้อพิพาทไทย–กัมพูชา เข้าสู่ภาวะปกติและ ยุบสภาภายในปีนี้ หลังงบประมาณผ่านสภาเรียบร้อยแล้ว ชัดเสียยิ่งกว่าชัดต้องย้อนไปถึงคำพยากรณ์ของ ฮุน เซน ประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนผู้นำในอีก 3 เดือน ถึงขนาดรู้ชื่อ นายกฯไทยคนใหม่ แล้วด้วย เป็นคำตอบสุดท้ายของรัฐบาลเพื่อไทย

ห้าสิบปี - ธนกร ศรีสุขใส, ชุย ปินเจิน และ สุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ จัดงาน “งานสัปดาห์สื่ออาเซียน-จีน” ครั้งที่ 7 เพื่อฉลอง 50 ปีแห่งมิตรภาพไทย-จีน โดยมี วชิรพงษ์ ปรีชาว่องไวกุล, สุภาพร ปรีชาว่องไวกุล, จาง ต้ง และ เกา หาง มาร่วมงานด้วย ที่เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า วันก่อน.
ห้าสิบปี – ธนกร ศรีสุขใส, ชุย ปินเจิน และ สุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ จัดงาน “งานสัปดาห์สื่ออาเซียน-จีน” ครั้งที่ 7 เพื่อฉลอง 50 ปีแห่งมิตรภาพไทย-จีน โดยมี วชิรพงษ์ ปรีชาว่องไวกุล, สุภาพร ปรีชาว่องไวกุล, จาง ต้ง และ เกา หาง มาร่วมงานด้วย ที่เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า วันก่อน.

อีกคดีการเมือง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี เข้าร่วมรับฟัง การไต่สวนคดีชั้น 14…ยอมรับว่าข้อมูลที่ได้รับมาไม่น่าจะเป็นคุณกับ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ไม่ว่าจะเป็นข้อกฎหมายของ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ และ กฎกระทรวง…หรือ ข้อมูลจาก ป.ป.ช. ตามที่เอกสารข่าว แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระบุว่า การนำข้อเท็จจริงจากคำเบิกความของพยานซึ่งศาลไต่สวนในนัดก่อนออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนในลักษณะคำต่อคำ อาจมีผลกระทบกับพยานรายต่อไป ทำให้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน นำคำเบิกความไปวิเคราะห์ทางคดีเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนตัว ซึ่งต่อมา วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความทักษิณ ออกมายอมรับ เป็นผู้ยื่น คำร้องขอให้ศาลออกข้อกำหนดห้ามเผยแพร่คำเบิกความเอง สาเหตุอาจเพราะพยานสำคัญของคดีที่ประกอบด้วยแพทย์และพยาบาลขึ้นให้การพร้อมกัน วิบากกรรม อดีตนายกฯ ยังต้องลุ้นระทึกกับ คดี ม.112 อีกกระทอก

เข้าใจโรค - ภญ.วิลักษณ์ วังกานนท์ จัดกิจกรรม “สูงวัย เข้าใจโรค NCDs” เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยมี รศ.นพ.ชัยวัฒน์ วชิรศักดิ์ศิริ และ ภก.รัฐพงษ์ พงษ์ประเสริฐ มาร่วมงานด้วย ที่สวนโมกข์กรุงเทพ วันก่อน.
เข้าใจโรค – ภญ.วิลักษณ์ วังกานนท์ จัดกิจกรรม “สูงวัย เข้าใจโรค NCDs” เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยมี รศ.นพ.ชัยวัฒน์ วชิรศักดิ์ศิริ และ ภก.รัฐพงษ์ พงษ์ประเสริฐ มาร่วมงานด้วย ที่สวนโมกข์กรุงเทพ วันก่อน.

พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก สกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ เปิดเผย มีประมาณ 100 ประเทศอาจจะได้รับอัตราภาษีตอบโต้ถูกปรับลดเหลือ 10% คาดว่าจะมีการแถลงข้อตกลงทางการค้าก่อนถึงเส้นตายวันที่ 9 ก.ค.นี้ รอยเตอร์ รายงานว่า จะมี 123 ประเทศที่จะถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่ม 10% โดยที่หลายประเทศยังไม่ได้เจรจาหรือบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯด้วยซ้ำ ยกเว้น อังกฤษ ที่บรรลุข้อตกลงภาษีการค้าที่ 10% …ที่เหลืออาจเห็นภาษีสูงกว่าเดิม เช่น สหภาพยุโรป ที่ 20% อินเดีย 26% และ ญี่ปุ่น 24% ส่วนชาติอื่นที่ยังเจรจาไม่สำเร็จ อาจเจอภาษีตอบโต้สูงกว่านั้น เช่น เลโซโท 50% มาดากัสการ์ 47% และ ไทย 36% สำหรับ เวียดนาม ได้รับการลดเพดานภาษีเหลือ 20% จากเดิม 46% ส่วน คณะทีมไทยแลนด์ นำโดย พิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.คลัง ที่ยังไม่ปริปากผลการเจรจา รู้แต่ว่าเดินทางกลับถึงไทยแบบเงียบๆ อ้างว่า ไทยได้เข้าสู่กระบวนการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯอย่างเป็นทางการกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯแล้ว และเป็นฟีดแบ็กเพื่อนำมาจัดทำข้อเสนอใหม่ อยู่บนหลักการได้ประโยชน์ร่วมกัน หรือ win-win Solution เอาสีข้างเข้าถูไปวันๆ

ผิวสวย - ปณิธิ กอบกุลสุวรรณ เปิดตัว “Xspurt” ผลิตภัณฑ์ใช้ในการดูแลผิวหน้าให้แลดูมีมิติด้วยเทคโนโลยีการผลิตทันสมัย โดยมี ฮีเบิร์ต แลมเบลต, มนู–ผศ.ดร.สุนันท์ ชัยนะกุล และ ประวิทย์–สุวรรณา กอบกุลสุวรรณ มาร่วมงานด้วย ที่ร้าน Kay’s โครงการ Yard 49 วันก่อน.
ผิวสวย – ปณิธิ กอบกุลสุวรรณ เปิดตัว “Xspurt” ผลิตภัณฑ์ใช้ในการดูแลผิวหน้าให้แลดูมีมิติด้วยเทคโนโลยีการผลิตทันสมัย โดยมี ฮีเบิร์ต แลมเบลต, มนู–ผศ.ดร.สุนันท์ ชัยนะกุล และ ประวิทย์–สุวรรณา กอบกุลสุวรรณ มาร่วมงานด้วย ที่ร้าน Kay’s โครงการ Yard 49 วันก่อน.

ข่าวประชาสัมพันธ์

ภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน ปตท. พร้อมด้วย สมลักษณ์ ทินมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารบีเอ็นพี พารีบาส์ และ จีรุตม์ สมจินดา กรรมการผู้จัดการ BNP Paribas ประกาศความสำเร็จร่วมลงทุนระยะสั้นในตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน มูลค่าลงทุนรวมกว่า 2,700 ล้านบาท ตอกย้ำเจตนารมณ์ ปตท. ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

13.30 น. บ.เมืองไทยประกันชีวิต จัดงานประกาศผลและมอบรางวัล Muang Thai Life Assurance Hospital Awards 2024 ที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้

ดูแลข้อเข่า - วาสนา พลายเล็ก และ วริสา ทองเงิน จัดงาน “Comfort Zone of Healing พื้นที่อุ่นใจ ให้ทุกก้าวที่ใช่ เพื่อสุขภาพข้อเข่าที่ดี” เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพข้อเข่า โดยมี อุษา เสมคำ และ ประภัสสร มั่งศิริ มาร่วมงานด้วย ที่ NIRAHN พุทธมณฑลสาย 4 วันก่อน.
ดูแลข้อเข่า – วาสนา พลายเล็ก และ วริสา ทองเงิน จัดงาน “Comfort Zone of Healing พื้นที่อุ่นใจ ให้ทุกก้าวที่ใช่ เพื่อสุขภาพข้อเข่าที่ดี” เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพข้อเข่า โดยมี อุษา เสมคำ และ ประภัสสร มั่งศิริ มาร่วมงานด้วย ที่ NIRAHN พุทธมณฑลสาย 4 วันก่อน.


“อินทรีเหล็ก”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม