ต่อมาทรัมป์แพ้เลือกตั้งและกลับมารณรงค์หาเสียงเพื่อสมัครประธานาธิบดีอีกครั้ง มัสก์ก็กลับมาสนับสนุนทรัมป์อีก 5 ตุลาคม 2024 ณ งานชุมนุมหาเสียงในเมืองบัทเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย มัสก์สวมหมวก Make America Great Again ขึ้นเวทีช่วยทรัมป์หาเสียง พร้อมทั้งพูดชักชวนให้คนอเมริกันไปโหวตให้ทรัมป์
นอกจากให้เงินแล้ว มัสก์ยังหนุนทรัมป์ผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์และคณะกรรมการสนับสนุนการเมืองพิเศษ (Super PAC ที่ตั้งขึ้นเพื่อระดมเงินทุนเพื่อสนับสนุนหรือคัดค้านผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยมัสก์ตั้ง Super PAC ที่ชื่อว่า America PAC) เขียนให้เข้าใจง่ายก็คือ มัสก์ตั้งองค์กรระดมทุนทางการเมืองแบบพิเศษ เป็นหน่วยงานสนับสนุนผู้สมัครทางการเมืองที่ไม่ขึ้นตรงต่อพรรค
ทว่าความสัมพันธ์ทางการเมืองเหมือนกับสำนวนอเมริกันที่ว่า Together, yet uncertain if we’re heading the same way. ‘อยู่ด้วยกัน แต่ไม่แน่ใจว่ามุ่งไปทางเดียวกันหรือเปล่า’ ทรัมป์และมัสก์เริ่มเถียงกันเรื่องกฎหมายลดภาษี และ One Big Beautiful Bill หรือร่างกฎหมายงบประมาณและลดภาษีฉบับใหญ่ ซึ่งต่อมา 4 กรกฎาคม 2025 ทรัมป์เซ็นผ่าน และมีผลทางกฎหมายโดยสมบูรณ์ โดยมีชื่อเต็มว่า One Big Beautiful Bill Act ‘พระราชบัญญัติฉบับใหญ่และงดงาม’ มัสก์เชื่อว่ากฎหมายนี้จะทำให้เกิดหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอีกหลายล้านล้านดอลลาร์ และจะเป็นภาระให้กับชาวอเมริกันในอนาคต
3 มิถุนายน 2025 มัสก์โพสต์บนเอ็กซ์ว่า ‘นี่เป็นกฎหมาย abomination ที่น่ารังเกียจ น่าขยะแขยง เลวร้าย’ อีก 2วันต่อมา ทรัมป์ก็ตอบโต้บนแพลตฟอร์ม Truth Social บอกว่า ‘มัสก์บ้าไปแล้ว’ พอถึงปลายเดือนมัสก์ก็ลาออกจากตำแหน่งเบอร์หนึ่งของ DOGE ซึ่งเป็นหน่วยงานปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ
5 กรกฎาคม 2025 มัสก์ประกาศตั้งพรรคการเมือง America Party เพื่อโต้นโยบายของทรัมป์ มัสก์มีความเชื่อว่า ทั้งเด็ม โมแครตและรีพับลิกันเป็นพรรคเดียวกันในรูปแบบแฝงหรือ Uniparty มีแนวทางการเมืองที่เหมือนกันในแง่ของการใช้จ่ายเกินตัว และขาดทางเลือกใหม่ให้กับผู้คน
มัสก์เชื่อว่า Uniparty คือจุดอ่อนประชาธิปไตยของสหรัฐฯ “…we live in a one-party system, not a democracy.” เราอยู่ในระบบพรรคเดียวเท่านั้น ที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย
หลังจากนั้นทรัมป์ก็โพสต์ข้อความลง Truth Social ว่า “เสียใจที่เห็นอีลอน มัสก์ กลายเป็นไอ้พวกขวาตกขอบสุดลิ่มทิ่มประตู เหมือนซากรถไฟที่พังเละเทะตุ้มเป๊ะในเวลาแค่ 5 สัปดาห์”