ทรัมป์โว ดูการจับกุมมาดูโรแบบเรียลไทม์ ชี้เหมือนกำลังดูรายการทีวี

ทรัมป์โว ดูการจับกุมมาดูโรแบบเรียลไทม์ ชี้เหมือนกำลังดูรายการทีวี

3 ม.ค. 2569 22:09 น.

ทรัมป์โว ดูการจับกุมมาดูโรแบบเรียลไทม์ ชี้เหมือนกำลังดูรายการทีวี

โดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า เขานั่งดูปฏิบัติการจับกุมผู้นำเวเนซุเอลาแบบสดๆ จากห้องในรีสอร์ตมาร์-อา-ลาโก ของเขา ร่วมกับนายพลของกองทัพ โดยระบุว่าเหมือนกำลังดูรายการโทรทัศน์อยู่เลย

เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ม.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา ซึ่งนายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลากับภริยา ถูกจับกุมตัว และกำลังถูกพาตัวมาสหรัฐฯ เพื่อดำเนินคดีในหลายข้อหา

ช่วงหนึ่ง นายทรัมป์เปิดเผยว่า เขาได้เฝ้าดูปฏิบัติการอันซับซ้อนเพื่อจับกุมนายมาดูโรแบบสดๆ ในเวลาจริงจากห้องหนึ่งในรีสอร์ตมาร์-อา-ลาโก พร้อมกับบรรดานายพลจากกองทัพ

“คนในกองทัพตัวจริงบอกกับผมว่า ไม่มีประเทศอื่นใดในโลกอีกแล้วที่สามารถทำยุทธการแบบนี้ได้” นายทรัมป์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว Fox News “ถ้าคุณได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ผมหมายความว่า ผมเฝ้าดูมันอยู่จริงๆ ราวกับว่ากำลังดูรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งเลยทีเดียว”

“ถ้าคุณได้เห็นความเร็วและความรุนแรง คุณก็รู้ พวกเขาใช้คำว่า ‘ความเร็วและความรุนแรง’ (speed and violence) มันเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก สิ่งที่คนเหล่านี้ทำลงไปเป็นงานอันน่าทึ่ง ไม่มีใครอื่นอีกแล้วที่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้” ทรัมป์กล่าวเสริม

นายทรัมป์บอกอีกว่า เขาได้เฝ้าดูกองทัพสหรัฐฯ จับกุมมาดูโร ซึ่งรวมถึงการพังประตูเหล็กระหว่างการบุกเข้าไปด้วย “เราเฝ้าดูจากห้องๆ หนึ่ง เรามีห้องปฏิบัติการ และเราเฝ้าดูทุกแง่มุมของปฏิบัติการ เราถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนมากมายรวมถึงเหล่าบรรดานายพล และพวกเขารู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันซับซ้อนมาก ซับซ้อนอย่างที่สุด”

“จริงๆ แล้ว พวกเขาแค่บุกเข้าไป บุกเข้าไปในสถานที่ที่ไม่น่าจะมีใครบุกเข้าไปได้ พังประตูเหล็กที่ถูกสร้างไว้เพื่อป้องกันเหตุการณ์นี้โดยเฉพาะ และพวกเขา (มาดูโรกับภริยา) ก็ถูกคุมตัวออกมาในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย” ทรัมป์กล่าวต่อ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

พรรครักชาติ ชู 6 นโยบายไม่ยกร่าง รธน. ใหม่ทั้งฉบับ พร้อมย้ำไม่ใช่พรรคทหารหนุนหลัง

พรรครักชาติ ชู 6 นโยบายไม่ยกร่าง รธน. ใหม่ทั้งฉบับ พร้อมย้ำไม่ใช่พรรคทหารหนุนหลัง

3 ม.ค. 2569 21:42 น.

พรรครักชาติ ชู 6 นโยบายไม่ยกร่าง รธน. ใหม่ทั้งฉบับ พร้อมย้ำไม่ใช่พรรคทหารหนุนหลัง

“เจษฎ์-ชัยวุฒิ” พรรครักชาติ ลงพื้นที่ตลาดประชานิเวศน์ และสยาม ด้าน “เจษฎ์” ขอเสียงวัยรุ่น ชู 6 นโยบาย ไม่ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ พร้อมย้ำ รช. ไม่ใช่พรรคทหารหนุนหลัง

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 3 ม.ค. 2569 ที่ตลาดประชานิเวศน์ 1 พื้นที่แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. พรรครักชาติ(รช.) นำโดยนายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรค ในฐานะแคนดิเดตนายกฯลำดับที่ 2 ลงพื้นที่ช่วยน.ส.สุวีรา เติมรุ่งเรืองเลิศ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 8 หมายเลข 10 หาเสียง พร้อมทีมผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ โดยนายเจษฎ์ เปิดเผยว่า เสียงสะท้อนจากประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็นการเมืองที่ใสสะอาดและผู้แทนที่เข้ามาพัฒนาบ้านเมืองอย่างแท้จริง ไม่ใช่เข้ามาเพื่อกอบโกย ทั้งนี้ พรรคจะนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงแผนนโยบายให้ตอบโจทย์และนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงในแต่ละท้องที่

นายเจษฎ์ ยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและพื้นที่ทับซ้อนว่า แม้การใช้กำลังปะทะกันจะไม่ใช่ทางออก แต่ประเทศไทยจำเป็นต้องยืนหลังตรงในเวทีโลก เพื่อแสดงให้เห็นถึงสิทธิอันชอบธรรมในการสืบสิทธิเหนือดินแดนที่มีมาตั้งแต่สมัยล่าอาณานิคม เราต้องทำให้ประชาคมโลกประจักษ์ว่า ตลอด 100 ปีที่ผ่านมา เราไม่เคยรุกรานใคร แต่หากวันนี้เราถูกรุกราน เราต้องรักษาอธิปไตยและกำหนดเส้นเขตแดนของเราให้ชัดเจน ก่อนที่จะเจรจากันอย่างตรงไปตรงมา โดยให้ชาวโลกเป็นสักขีพยานและสนับสนุนฝ่ายที่ถูกต้อง

ด้านนายชัยวุฒิ กล่าวถึงทางเลือกในสนามเลือกตั้งว่า อยากให้ประชาชนมองข้ามขนาดของพรรคการเมือง แต่มองที่อุดมการณ์เป็นหลัก หากพรรคใหญ่ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ การเลือกพรรคเล็กที่มีอุดมการณ์ตรงกันจะช่วยให้มีตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างเข้มข้น

จากนั้น ช่วงบ่าย นายชัยวุฒิ นายเจษฎ์ นำทีมผู้สมัคร สส.ของพรรค ลงพื้นที่สยามขอคะแนนกลุ่มวัยรุ่นเยาวชนคนรุ่นใหม่ โดยนายเจษฎ์กล่าวถึงนโยบายพรรครช.ที่ยื่นกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ว่า มีทั้งหมด 6 เรื่อง

1. รณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจและเห็นประโยชน์ของรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยเน้นการแก้ไขเฉพาะมาตราที่จำเป็นหรือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อรักษาเสถียรภาพและรับฟังความเห็นของประชาชนโดยไม่ต้องยกร่างใหม่ทั้งฉบับ

2. เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจรายย่อย (SMEs) เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ผ่านการขยายวงเงินสินเชื่อที่เข้าถึงง่าย และใช้มาตรการทางภาษีเพื่อจูงใจและส่งเสริมการทำธุรกิจ

3.ผลักดันตลาดหุ้นไทยให้โดดเด่นในสายตานักลงทุนระดับโลก พร้อมมาตรการดูแลและสร้างความมั่งคั่งให้แก่นักลงทุนรายย่อยอย่างยั่งยืน

4.สร้างกิจกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เช่น สวนสนุกระดับโลก, มหกรรมกีฬาสากล และคอนเสิร์ตระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบันเทิงและกีฬาไทย

5.ขยายโครงการ EEC ไปสู่ภูมิภาคอื่นทั่วประเทศ 6.ปราบปรามสแกมเมอร์ ด้วยการแก้กฎหมาย และตั้งหน่วยงานดูแลเฉพาะ จัดประชุมนานาชาติ เพื่อจัดทำอนุสัญญาปราบปรามสแกมเมอร์ระดับโลก

ส่วนที่ขณะนี้กระแสการเมืองแบ่งเป็น อนุรักษ์นิยม และ ก้าวหน้า ซึ่งพรรครช.ถูกว่าเป็นพรรคอนุรักษ์นิยม โหนกระแสรักชาติ โหนกระแสทหารนั้น นายชัยวุฒิ กล่าวว่า พรรครช.เป็นเรื่องอุดมการณ์ของพรรค เพราะไม่อยากให้คนคิดไม่ดีกับบ้านเมือง ชังชาติ เราจึงชื่อพรรครช.ไม่ได้มีกองทัพหรือทหารหนุนหลัง และไม่ได้อนุรักษ์นิยมแบบสุดโต่ง

อย่างไรก็ตามในการลงพื้นที่พรรครักชาติยังมีการเต้นท่าเกาหลัง ซึ่งมีความหมายว่า ไม่โกง ไม่เทา ไม่เกาหลัง เพราะเกาหลังคือการสมรู้รวมคิด ฮั้วทุจริตคอร์รัปชันอีกด้วย

เวเนซุเอลา วอนโลกประณามสหรัฐฯ ลั่น “มาดูโร” ยังเป็นผู้นำประเทศ

เวเนซุเอลา วอนโลกประณามสหรัฐฯ ลั่น “มาดูโร” ยังเป็นผู้นำประเทศ

3 ม.ค. 2569 21:42 น.

เวเนซุเอลา วอนโลกประณามสหรัฐฯ ลั่น “มาดูโร” ยังเป็นผู้นำประเทศ

ทางการเวเนซุเอลาเรียกร้องให้โลกออกมาเคลื่อนไหวต่อการโจมตีของสหรัฐฯ พร้อมยืนยันว่า นายนิโคลัส มาดูโร ยังคงเป็นประธานาธิบดีของประเทศ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ คืนตัวเขากลับมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 3 ม.ค. 2569 ว่า นายดิออสดาโด คาเบโย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของเวเนซุเอลา ออกมาเตือนให้ประชาชนอยู่ในความสงบ หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางทหารหลายจุดในประเทศของพวกเขา และจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร กับภริยาไปดำเนินคดีในสหรัฐฯ

ตามรายงานของสำนักข่าว รอยเตอร์ส นายคาเบโยเรียกร้องให้ประชาชนเชื่อมั่นในผู้นำและกองทัพของประเทศ และเรียกร้องว่า “โลกจำเป็นต้องออกมาส่งเสียงเกี่ยวกับความก้าวร้าว (ของสหรัฐฯ) ในครั้งนี้”

ด้านนายอีวาน กิล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเวเนซุเอลายืนยันว่า นิโคลัส มาดูโร ยังคงเป็นประธานาธิบดีของประเทศ แม้มีรายงานว่าเขาถูกสหรัฐฯ จับกุมตัวแล้ว

“รัฐธรรมนูญระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ประธานาธิบดีที่ได้รับการเลือกตั้ง หรือประธานาธิบดีตามรัฐธรรมนูญ คือประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร โมโรส ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ จะต้องคืนตัวเขากลับสู่เวเนซุเอลาโดยทันที เพราะนี่คือการละเมิดกฎหมาย” นายกิลกล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐ

กิลยืนยันว่ารัฐธรรมนูญยังคงมีความศักดิ์สิทธิ์และมีผลบังคับใช้ในการปกครองประเทศต่อไป “สถาบันต่างๆ กำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง กองทัพของเราได้วางกำลังพลไว้แล้ว เช่นเดียวกับตำรวจและภาคประชาชน ทุกภาคส่วนต่างเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องมาตุภูมิและอธิปไตย ขอให้เชื่อมั่นว่านี่คือรัฐที่แข็งแกร่ง รัฐธรรมนูญของเรามีความมั่นคงและแข็งแกร่งพอที่จะทำให้เราเผชิญหน้ากับสถานการณ์นี้หรือสถานการณ์ใดๆ ก็ตาม ดังที่เราได้พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา”

ผู้นำชาติลาตินอเมริกาอีกหลายประเทศต่างออกมามีปฏิกิริยาต่อการโจมตีของสหรัฐฯ เช่น กาเบรียล โบริก ประธานาธิบดีชิลี แสดงความกังวลและขอประณามปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกา

ขณะเดียวกัน นายกุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบีย เปิดเผยว่า ประเทศของเขากำลังวางกำลังทหารตามแนวชายแดนที่ติดกับเวเนซุเอลา และเรียกร้องให้องค์กรรัฐอเมริกา (OAS) และสหประชาชาติ (UN) เปิดประชุมเกี่ยวกับการโจมตีของสหรัฐฯ โดยทันที

นายมิเกล ดิอัซ-กาเนล ประธานาธิบดีคิวบา กล่าวว่าประเทศของเขาขอประณามและเรียกร้องให้ประชาคมโลกมีปฏิกิริยาโดยด่วนต่อการโจมตีอันเป็นอาชญากรรมของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลา

ส่วนนายอิร์ฟาน อาลี ประธานาธิบดีกายอานา ซึ่งมีข้อพิพาทด้านดินแดนกับเวเนซุเอลามาอย่างยาวนาน ระบุว่า ประเทศของเขากำลังติดตามสถานการณ์ และกองกำลังความมั่นคงของประเทศเคลื่อนกำลังอย่างเต็มที่แล้ว ตามแผนการความมั่นคงที่วางเอาไว้

ด้านนางกัมลา เปอร์ซาด-บิสเซสซาร์ นายกรัฐมนตรีตรินิแดดและโตเบโก กล่าวว่า “ตรินิแดดและโตเบโกยังคงรักษาความสัมพันธ์อันสงบสุขกับประชาชนชาวเวเนซุเอลาต่อไป”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn , bbc

ส่องปฏิกิริยายุโรป หลังสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา จับกุมประธานาธิบดีมาดูโร

ส่องปฏิกิริยายุโรป หลังสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา จับกุมประธานาธิบดีมาดูโร

3 ม.ค. 2569 21:15 น.

ส่องปฏิกิริยายุโรป หลังสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา จับกุมประธานาธิบดีมาดูโร

ชาติยุโรปเริ่มออกมามีปฏิกิริยาต่อการโจมตีและจับกุมผู้นำเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ แล้ว โดยส่วนใหญ่เรียกร้องให้ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เบลารุสประณามสหรัฐฯ อย่างรุนแรง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป กับชาติยุโรปอื่นๆ เริ่มออกมาแสดงความเห็นกันแล้ว ในวันเสาร์ที่ 3 ม.ค. 2569 หลังจากสหรัฐฯ เปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา พร้อมประกาศจับกุมตัวประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร กับภริยา และกำลังพาตัวทั้งสองไปดำเนินคดีในสหรัฐฯ

นาย อันโตนิโอ กอสต้า ประธานสภายุโรป กล่าวว่าเขากำลังติดตามสถานการณ์ด้วยความกังวลอย่างยิ่ง และเรียกร้องให้มีการลดระดับความตึงเครียด “สหภาพยุโรปจะยังคงสนับสนุนแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างสันติ เป็นประชาธิปไตย และครอบคลุมทุกภาคส่วนในเวเนซุเอลา”

ขณะที่นาง เออร์ซูลา วอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป โพสต์ข้อความบน X ว่า คณะกรรมาธิการ “ยืนหยัดเคียงข้างชาวเวเนซุเอลา และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอย่างสันติและเป็นประชาธิปไตย แนวทางแก้ไขใดๆ จะต้องเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ”

ด้านนาย อันดรีย์ ซิบีฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน ระบุผ่าน X ว่า “ประชาชนชาวเวเนซุเอลาต้องมีโอกาสที่จะมีชีวิตปกติ มีความปลอดภัย ความเจริญรุ่งเรือง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” และเสริมว่า ประเทศของเขาไม่ยอมรับความชอบธรรมตามกฎหมายของมาดูโร หลังจัดการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยการทุจริต และการใช้ความรุนแรงต่อผู้ประท้วง

ส่วนนาง มาเรีย สเตเนอร์การ์ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดน โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า ประเทศของเธอ “เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า นิโคลัส มาดูโร ขาดความชอบธรรม” แต่เสริมว่า “อย่างไรก็ตาม ทุกรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ การเคารพกฎหมายระหว่างประเทศถือเป็นผลประโยชน์ด้านนโยบายความมั่นคงในระยะยาวของสวีเดน”

ตู้คอนเทนเนอร์ที่พังเสียหายในการโจมตีของสหรัฐฯ ที่ที่ท่าเรือ ลา กวยรา (La Guaira) ของเวเนซุเอลา
ตู้คอนเทนเนอร์ที่พังเสียหายในการโจมตีของสหรัฐฯ ที่ที่ท่าเรือ ลา กวยรา (La Guaira) ของเวเนซุเอลา

กระทรวงการต่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์เรียกร้องให้มีการ “ลดระดับความตึงเครียด การยับยั้งชั่งใจ และการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงข้อห้ามในการใช้กำลังและหลักการเคารพในบูรณภาพแห่งดินแดน” พร้อมระบุว่าเชื่อว่าไม่มีพลเมืองสวิสได้รับผลกระทบจากการโจมตี และกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นางวีโอซา ออสมานี ประธานาธิบดีโคโซโว กล่าวว่าประเทศของเธอ “ยืนหยัดอย่างมั่นคง” เคียงข้างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ “เมื่ออเมริกาเป็นผู้นำ เราภาคภูมิใจที่ได้ยืนหยัดร่วมกัน เพราะเสรีภาพโดยรวมของเราขึ้นอยู่กับสิ่งนี้” เธอโพสต์ผ่าน X

ขณะที่นายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุส ได้ออกมา “ประณามอย่างเด็ดขาด” ต่อการกระทำของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา ตามรายงานจากสำนักข่าวเบลตาของรัฐบาลเบลารุส ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเบลารุสระบุเช่นกันว่า “ความก้าวร้าวทางทหาร” ของสหรัฐฯ เป็น “ภัยคุกคามโดยตรง” ต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ

ด้าน เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวว่า จำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเขาจะหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา โดยย้ำด้วยว่า “ผมพูดและเชื่อเสมอว่าเราทุกคนควรยึดถือตามกฎหมายระหว่างประเทศ”

เซอร์สตาร์เมอร์ยืนยันว่า สหราชอาณาจักร “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าทางใดก็ตาม” ในการโจมตีกรุงคารากัส

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

รัสเซียจี้สหรัฐฯ ชี้แจง หลังโจมตีเวเนซุเอลา จับกุม ปธน.มาดูโร

รัสเซียจี้สหรัฐฯ ชี้แจง หลังโจมตีเวเนซุเอลา จับกุม ปธน.มาดูโร

3 ม.ค. 2569 20:38 น.

รัสเซียจี้สหรัฐฯ ชี้แจง หลังโจมตีเวเนซุเอลา จับกุม ปธน.มาดูโร

กระทรวงต่างประเทศของรัสเซียเรียกร้องให้สหรัฐฯ ชี้แจงทันที ต่อกรณีการโจมตีทางทหารในเวเนซุเอลา และข่าวเรื่องการจับกุมตัว ประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร

เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ม.ค. 2569 กระทรวงต่างประเทศของรัสเซีย ออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ ชี้แจงในทันที เกี่ยวกับสถานการณ์ในเวเนซุเอลา หลังจากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีหลายพื้นที่ในเวเนซุเอลา และประกาศว่าได้จับกุม ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร พร้อมกับภริยาของเขาแล้ว และกำลังนำตัวทั้งสองไปดำเนินคดีในสหรัฐฯ

“เรามีความกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานที่ว่า ประธานาธิบดีมาดูโรแห่งเวเนซุเอลาและภริยาถูกบังคับให้นำตัวออกนอกประเทศ ระหว่างการกระทำอันก้าวร้าวของสหรัฐฯ ในวันนี้” กระทรวงต่างประเทศของรัสเซียระบุในแถลงการณ์ “เราขอเรียกร้องให้มีการชี้แจงสถานการณ์นี้โดยทันที”

ทางการรัสเซียระบุด้วยว่า การกระทำดังกล่าว หากเป็นความจริง ถือเป็นการ “ละเมิดอธิปไตยของรัฐเอกราชอย่างไม่อาจยอมรับได้ เพราะการเคารพอธิปไตยถือเป็นหลักการสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศ”

ก่อนหน้านี้ กระทรวงต่างประเทศของรัสเซียออกมาประณามปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลา พร้อมระบุว่า “ข้ออ้าง” ใดๆ ที่นำมาใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการกระทำดังกล่าวนั้น “ฟังไม่ขึ้น”

อนึ่ง ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ โจมตีเรือหลายสิบลำในเมดิเตอร์เรเนียน โดยอ้างว่ากำลังขนยาเสพติดจากเวเนซุเอลาเข้าสู่สหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 110 ศพ และมีการยึดเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ ที่สหรัฐฯ อ้างว่ากำลังขนน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรจากเวเนซุเอลาด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สหรัฐฯ ลั่น จะดำเนินคดีผู้นำเวเนซุเอลา บนแผ่นดินสหรัฐฯ

สหรัฐฯ ลั่น จะดำเนินคดีผู้นำเวเนซุเอลา บนแผ่นดินสหรัฐฯ

3 ม.ค. 2569 20:20 น.

สหรัฐฯ ลั่น จะดำเนินคดีผู้นำเวเนซุเอลา บนแผ่นดินสหรัฐฯ

อัยการสูงสุดสหรัฐฯ ประกาศกร้าว นิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลาจะต้องเผชิญกระบวนการยุติธรรมอเมริกัน บนแผ่นดินอเมริกา ในศาลของอเมริกา หลังมีรายงานมาดูโรถูกจับกุมแล้ว

เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ม.ค. 2569 น.ส.แพม บอนดี อัยการสูงสุดของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความระบุว่า นายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ต้องเผชิญกับ “ความโกรธเกรี้ยวอย่างเต็มรูปแบบของกระบวนการยุติธรรมอเมริกัน บนแผ่นดินอเมริกา ในศาลของอเมริกาในเร็วๆ นี้”

ข้อความของ น.ส.บอนดีเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเวเนซุเอลา และมีรายงานข่าวว่า นายมาดูโรกับภริยาถูกจับกุมตัวแล้ว และกำลังถูกพาตัวไปสหรัฐฯ โดยที่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันที่อยู่ของเขาอย่างเป็นทางการ

มาดูโรถูกสหรัฐฯ ฟ้องร้องในหลายข้อหา รวมถึง สมคบคิดก่อการร้ายค้ายาเสพติด, สมคบคิดนำเข้าโคเคน, ครอบครองปืนกลและอุปกรณ์ทำลายล้าง และสมคบคิดครอบครองปืนกลและอุปกรณ์ทำลายล้างเพื่อต่อต้านสหรัฐอเมริกา

บอนดียังกล่าวขอบคุณทรัมป์และกองทัพสหรัฐฯ พร้อมชื่นชมว่า “ได้ปฏิบัติภารกิจที่น่าทึ่งและประสบความสำเร็จอย่างสูงในการจับกุมผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นนักค้ายาเสพติดข้ามชาติทั้งสองรายนี้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์อ้างจับตัว “มาดูโร” และภรรยาได้แล้ว ขณะที่เวเนซุเอลาระดมทหาร ชี้ถูกรุกรานครั้งเลวร้ายที่สุด

ทรัมป์อ้างจับตัว “มาดูโร” และภรรยาได้แล้ว ขณะที่เวเนซุเอลาระดมทหาร ชี้ถูกรุกรานครั้งเลวร้ายที่สุด

3 ม.ค. 2569 17:54 น.

ทรัมป์อ้างจับตัว “มาดูโร” และภรรยาได้แล้ว ขณะที่เวเนซุเอลาระดมทหาร ชี้ถูกรุกรานครั้งเลวร้ายที่สุด

โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ อ้างกองทัพสหรัฐฯจับกุมตัว ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา พร้อมด้วยภรรยาได้แล้ว หลังปฏิบัติการโจมตีขนาดใหญ่ ส่งผลให้สถานการณ์ในเวเนซุเอลาทวีความตึงเครียด

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยผ่าน Truth Social ว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้จับกุมตัว ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา พร้อมด้วยภรรยา คือซิเลีย ฟลอเรส ได้แล้ว ในปฏิบัติการโจมตีขนาดใหญ่ ส่งผลให้สถานการณ์ในเวเนซุเอลาทวีความตึงเครียดอย่างรุนแรง

ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเวเนซุเอลาออกแถลงโต้ทันควัน โดยรัฐมนตรีกลาโหมประกาศระดมกำลังทหารทั่วประเทศ พร้อมระบุว่าประเทศกำลังเผชิญการรุกรานครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์

โดยวลาดิเมียร์ ปาดริโน โลเปซ รัฐมนตรีกลาโหมเวเนซุเอลา แถลงผ่านวิดีโอเป็นภาษาสเปน ประกาศสั่งการให้กองกำลังทหารทุกเหล่าทัพออกปฏิบัติการทั่วประเทศทันที โดยย้ำว่าการเคลื่อนไหวทั้งหมดเป็นไปตามคำสั่งของประธานาธิบดีมาดูโร

เขาเรียกร้องให้ชาวเวเนซุเอลารวมพลังต่อต้าน พร้อมกล่าวว่า เวเนซุเอลากำลังเผชิญการรุกรานที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่ประเทศเคยเผชิญมาและยืนยันว่า แม้จะถูกโจมตี แต่ไม่มีวันที่พวกเขาจะยอมจำนน

อย่างไรก็ตาม เดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา แถลงว่ารัฐบาลยังไม่ทราบที่อยู่ของประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และภรรยา โดยเธอระบุว่าการขาดการติดต่อกับผู้นำประเทศและสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง และรัฐบาลจะไม่ยอมรับการกระทำที่ละเมิดอธิปไตยของชาติ พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯแสดงหลักฐานยืนยันว่าทั้งสองยังมีชีวิตอยู่โดยทันที

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวระดับเจ้าหน้าที่เปิดเผยกับ CBS News ซึ่งเป็นพันธมิตรของ BBC ในสหรัฐฯ ระบุว่า ประธานาธิบดีมาดูโรถูกจับกุมโดย หน่วยเดลตาฟอร์ซ (Delta Force) ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษต่อต้านการก่อการร้ายระดับสูงสุดของกองทัพสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับรายละเอียดของปฏิบัติการดังกล่าว ท่ามกลางความกังวลว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลาอาจลุกลามกลายเป็นวิกฤตความมั่นคงครั้งใหญ่ในภูมิภาคละตินอเมริกา.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เวเนซุเอล่า

เสียงระเบิดดังหลายจุดทั่วกรุงคารากัส ควันโขมงใกล้ฐานทัพ ท่ามกลางความตึงเครียดสหรัฐ–เวเนซุเอลา

เสียงระเบิดดังหลายจุดทั่วกรุงคารากัส ควันโขมงใกล้ฐานทัพ ท่ามกลางความตึงเครียดสหรัฐ–เวเนซุเอลา

3 ม.ค. 2569 14:52 น.

เสียงระเบิดดังหลายจุดทั่วกรุงคารากัส ควันโขมงใกล้ฐานทัพ ท่ามกลางความตึงเครียดสหรัฐ–เวเนซุเอลา

ด่วน เสียงระเบิดดังสนั่นหลายพื้นที่ทั่วกรุงคารากัส รวมถึงสนามบินทหารและฐานทัพหลัก ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ขณะความตึงเครียดสหรัฐ–เวเนซุเอลาปะทุ หลังทรัมป์สั่งเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารในแคริบเบียน

วันที่ 3 มกราคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประชาชนในกรุงคารากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลาต่างตื่นตระหนกเมื่อมีเสียงระเบิดดังขึ้นเกือบพร้อมกันหลายจุด พร้อมกลุ่มควันลอยขึ้นเหนือเมือง โดยบางจุดเป็นพื้นที่ทางทหารที่สำคัญ

สำนักข่าว CNN รายงานว่า สนามบินทหารลา คาร์ลอตา ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง และฐานทัพฟูเอร์เต ติอูนา ฐานทัพหลักของประเทศ ต่างได้รับผลกระทบ โดยมีคลิปวิดีโอแพร่กระจายในโซเชียลมีเดีย แสดงภาพที่เชื่อว่าเป็นระเบิดในทั้งสองพื้นที่

ขณะเดียวกัน ชุมชนหลายแห่งรอบพื้นที่เกิดเหตุไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง และมีรายงานที่ยังไม่ยืนยันว่ามีเครื่องบินบินวนเหนือกรุงคารากัส เพิ่มความตื่นตระหนกให้กับประชาชน อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานยืนยันผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บอย่างเป็นทางการ

โดยเหตุการณ์ระบเิดเกิดขึ้นในช่วงที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลาอยู่ในระดับสูง หลังรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าปฏิบัติการทางทหารโจมตีเรือเร็วในทะเลแคริบเบียน ซึ่งสหรัฐฯ อ้างว่าใช้ลำเลียงยาเสพติด พร้อมระบุว่า ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอย่างชอบธรรม และยังมีส่วนพัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติดผ่านประเทศ

ด้านรัฐบาลเวเนซุเอลาออกมาตอบโต้ โดยชี้ว่าการกระทำล่าสุดของสหรัฐฯ รวมถึงการยึดเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตร เป็นส่วนหนึ่งของแผนกดดันเพื่อโค่นล้มประธานาธิบดีมาดูโร และเข้าควบคุมทรัพยากรน้ำมันของเวเนซุเอลา.

ที่มา BBC / CNN

เหยื่อไฟไหม้บาร์สกีรีสอร์ตสวิสมีหลายชาติ เร่งส่งคนเจ็บรักษาต่างประเทศ

 เหยื่อไฟไหม้บาร์สกีรีสอร์ตสวิสมีหลายชาติ เร่งส่งคนเจ็บรักษาต่างประเทศ

3 ม.ค. 2569 10:26 น.

เหยื่อไฟไหม้บาร์สกีรีสอร์ตสวิสมีหลายชาติ เร่งส่งคนเจ็บรักษาต่างประเทศ

สวิตเซอร์แลนด์อพยพผู้บาดเจ็บไฟไหม้บาร์สกีรีสอร์ตไปรักษาต่างประเทศ หลังโรงพยาบาลในพื้นที่รับไม่ไหว เผยในจำนวนผู้เสียชีวิตมีนักท่องเที่ยวหลายสัญชาติ

ทางการสวิตเซอร์แลนด์เร่งอพยพผู้บาดเจ็บจากเหตุไฟไหม้บาร์สกีรีสอร์ตไปรักษาในต่างประเทศ หลังมีผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวนมาก จนศูนย์รักษาผู้ป่วยไฟไหม้ในประเทศมีไม่เพียงพอ

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า มีผู้บาดเจ็บ อย่างน้อย 24 คน ถูกส่งตัวไปรักษาในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อบรรเทาภาระของโรงพยาบาลและศูนย์รักษาแผลไฟไหม้ในสวิตเซอร์แลนด์

โดยประเทศที่รับผู้บาดเจ็บไปรักษา ได้แก่ ฝรั่งเศส เบลเยียม เยอรมนี อิตาลี ลักเซมเบิร์ก และโรมาเนีย โดยทางการคาดว่าอาจมีผู้ป่วยถูกส่งออกนอกประเทศรวมเกือบ 50 คน เพื่อเข้ารับการรักษาเฉพาะทางในหน่วยดูแลผู้ป่วยไฟไหม้

ตำรวจรัฐวาเลส์ระบุว่า เหยื่อส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว และมีชาวต่างชาติจำนวนมาก รวมอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยในกลุ่มผู้บาดเจ็บที่สามารถยืนยันสัญชาติได้แล้ว ประกอบด้วย

  • ชาวสวิตเซอร์แลนด์ 71 คน
  • ชาวฝรั่งเศส 14 คน
  • ชาวอิตาลี 11 คน
  • ชาวเซอร์เบีย 4 คน
  • และอีกหลายสัญชาติ เช่น เบลเยียม บอสเนีย โปแลนด์ โปรตุเกส และลักเซมเบิร์ก

ขณะเดียวกัน ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 14 คนที่ยังไม่สามารถยืนยันสัญชาติได้ และทางการเตือนว่า อาจต้องใช้เวลาหลายวัน ในการระบุตัวผู้เสียชีวิตทั้งหมด เนื่องจากสภาพศพถูกไฟไหม้อย่างรุนแรง

ด้านอัยการสูงสุดของรัฐวาเลส์ นางเบียทริซ ปีลูด์ แถลงว่า จากหลักฐานและพยานแวดล้อม มีความเป็นไปได้สูงว่าไฟเริ่มต้นจากพลุไฟหรือเทียนเบงกอล ที่ถูกปักไว้ในขวดแชมเปญ และถูกยกชูใกล้เพดานไม้ที่อยู่ต่ำภายในบาร์

วิดีโอที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า เปลวไฟได้ลุกติดเพดานไม้ซึ่งบุด้วยฟองน้ำเก็บเสียง ก่อนจะลุกลามอย่างรวดเร็ว ขณะที่ผู้ร่วมงานจำนวนมากยังคงเต้นรำโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังตกอยู่ในกับดักมรณะ

เมื่อผู้คนเริ่มรู้ตัวว่าเกิดไฟไหม้ ความโกลาหลจึงเกิดขึ้นทันที หลายคนพยายามทุบกระจกเพื่อหนีตาย ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้และควันจำนวนมากล้มลงตามท้องถนน

มีรายงานว่าผู้จัดการบาร์ชาวฝรั่งเศส ซึ่งมีรายงานว่าเป็นคู่รักจากเกาะคอร์ซิกา รอดชีวิตจากเหตุการณ์ และถูกสอบปากคำในฐานะพยาน โดยขณะนี้ยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาหรือชี้ความรับผิดทางกฎหมาย

ข้อมูลจากผู้บริหารบาร์ถูกนำมาใช้ประกอบการสอบสวน ทั้งผังอาคาร การปรับปรุงสถานที่ล่าสุด ความจุของบาร์ และรายชื่อผู้ที่อยู่ในบาร์ขณะเกิดเหตุ

ล่าสุดบรรยากาศในเมืองเครนส์-มอนทานาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า นักท่องเที่ยวและชาวบ้านร่วมกันวางดอกไม้ไว้อาลัย ขณะที่ครอบครัวของผู้สูญหายยังคงเฝ้ารอข่าวด้วยความวิตกกังวล

รัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลีระบุว่า ภารกิจเร่งด่วนที่สุดคือการช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บสาหัส พร้อมย้ำว่าการใช้ดอกไม้ไฟหรืออุปกรณ์จุดไฟในสถานบันเทิงปิดเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องขาดความรับผิดชอบอย่างยิ่ง.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สวิตเซอร์แลนด์

สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นเสด็จออกมหาสมาคมรับปีใหม่ “เจ้าชายฮิซาฮิโตะ” ร่วมพิธีเป็นครั้งแรก

สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นเสด็จออกมหาสมาคมรับปีใหม่ “เจ้าชายฮิซาฮิโตะ” ร่วมพิธีเป็นครั้งแรก

3 ม.ค. 2569 09:22 น.

สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นเสด็จออกมหาสมาคมรับปีใหม่ “เจ้าชายฮิซาฮิโตะ” ร่วมพิธีเป็นครั้งแรก

สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะแห่งญี่ปุ่น พร้อมด้วยสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จออกมหาสมาคมในโอกาสวันปีใหม่ ณ พระราชวังอิมพีเรียล ใจกลางกรุงโตเกียว

ประชาชนจำนวนมากต่างโบกธงชาติญี่ปุ่นและเปล่งเสียงถวายพระพร ขณะที่สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะแห่งญี่ปุ่น พร้อมด้วยสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จออกมหาสมาคมและอวยพรปีใหม่จากระเบียงพระราชวัง

ปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่ เจ้าชายฮิซาฮิโตะ พระราชนัดดาในสมเด็จพระจักรพรรดิ เสด็จร่วมพิธีอย่างเป็นทางการ หลังทรงก้าวเข้าสู่พระชนม์วัยที่สามารถเข้าร่วมพระราชพิธีของราชสำนัก และทรงเป็นผู้สืบราชบัลลังก์ลำดับที่สอง รองจากพระบิดา

การเสด็จออกทักทายประชาชนรับปีใหม่เป็นธรรมเนียมประจำปี และมีประชาชนจำนวนมากเดินทางฝ่าความหนาวเย็นเพื่อร่วมถวายพระพร

แม้สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นจะไม่มีอำนาจทางการเมือง แต่ทรงมีบทบาทเชิงสัญลักษณ์ และทรงเน้นย้ำสารแห่งสันติภาพ โดยในพระราชดำรัสล่วงหน้า ทรงกล่าวถึงวาระครบรอบ 80 ปี การสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง และความสำคัญของสันติภาพ ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของโลก

พระองค์ยังทรงแสดงความห่วงใยต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นช่วงที่ผ่านมา ทั้งแผ่นดินไหว ฝนตกหนัก หิมะ และไฟป่า

ทั้งนี้ พิธีถวายพระพรปีใหม่เมื่อปี 2024 เคยถูกยกเลิก หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในคาบสมุทรโนโตะ ขณะที่ในปี 2021 และ 2022 ถูกยกเลิกจากสถานการณ์โควิด-19.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สมเด็จพระจักรพรรดิ