อิสราเอลยิงขีปนาวุธถล่มตึกค่ายผู้ลี้ภัยในฉนวนกาซาเสียหายหนัก มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ

อิสราเอลยิงขีปนาวุธถล่มตึกค่ายผู้ลี้ภัยในฉนวนกาซาเสียหายหนัก มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ

5 ก.ค. 2568 00:03 น.

อิสราเอลยิงขีปนาวุธถล่มตึกค่ายผู้ลี้ภัยในฉนวนกาซาเสียหายหนัก มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ

อิสราเอลยิงขีปนาวุธถล่มตึกค่ายผู้ลี้ภัยในฉนวนกาซาเสียหายหนัก มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ ด้านกระทรวงสาธารณสุขของกาซาเผยตัวเลขชาวปาเลสไตน์ที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลอยู่ที่ 138 ศพ ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 กล้องของชาวบ้านสามารถบันทึกภาพวินาทีขีปนาวุธของอิสราเอลโจมตีอาคารที่พักอาศัยในค่ายผู้ลี้ภัยนูเซรัต กลางฉนวนกาซาไว้ได้อย่างชัดเจน โดยรายงานระบุว่า กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล ได้ส่งคำเตือนถึงครอบครัวที่อาศัยอยู่ในอาคารก่อนเริ่มการโจมตีไม่นาน

หลังการระเบิด ทีมกู้ภัยปาเลสไตน์เร่งเข้าเคลียร์พื้นที่และค้นหาผู้รอดชีวิตที่อาจติดอยู่ใต้ซากอาคาร ขณะที่อีกจุดหนึ่งในย่านอัล ฮาไซเนห์ ทางฝั่งตะวันตกของค่ายผู้ลี้ภัยนูเซรัต รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า โดรนอิสราเอลได้พุ่งเป้าโจมตีกลุ่มพลเรือน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ และบาดเจ็บอีกหลายราย

โดยตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2566 เป็นต้นมา อิสราเอลในฐานะประเทศผู้ยึดครอง ได้เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา จนกลายเป็นสงครามยืดเยื้อที่หลายฝ่ายประณามว่าเข้าข่ายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ด้วยความรุนแรงที่คร่าชีวิตประชาชนเป็นจำนวนมาก

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มีพลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บจากสงครามครั้งนี้แล้วกว่า 192,000 ศพ ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก นอกจากนี้อีกมากกว่า 11,000 ราย ยังคงสูญหาย ขณะที่หลายแสนคนถูกบีบบังคับให้อพยพ และการขาดแคลนอาหารก็ทำให้เกิดภาวะอดอยากจนมีผู้เสียชีวิตอีกจำนวนมากโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก

แม้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ จะมีคำสั่งผูกพันให้อิสราเอลยุติการรุกราน แต่จนถึงขณะนี้คำสั่งนี้ยังไม่มีผลในทางปฏิบัติแต่อย่างใด.

แรงงานพม่า ฟ้องร้านราเมนดังของญี่ปุ่น หลังโดนหักเงินจนเหลือศูนย์เยน

แรงงานพม่า ฟ้องร้านราเมนดังของญี่ปุ่น หลังโดนหักเงินจนเหลือศูนย์เยน

4 ก.ค. 2568 22:32 น.

แรงงานพม่า ฟ้องร้านราเมนดังของญี่ปุ่น หลังโดนหักเงินจนเหลือศูนย์เยน

แรงงานสาวเมียนมาที่ทำงานในร้านราเมนชื่อดังของญี่ปุ่น ยื่นฟ้องศาลเรียกเงินชดเชยค่าแรงกว่า 1.7 ล้านเยน หลังถูกทางร้านหักค่าที่พักจนไม่เหลือเงินเดือน ชี้ละเมิดกฎหมายแรงงานญี่ปุ่น

วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 สำนักข่าวของญี่ปุ่น รายงานว่า หญิงชาวเมียนมา วัย 28 ปี ที่ทำงานในร้านราเมนชื่อดังในกรุงโตเกียว ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงโตเกียว เพื่อเรียกร้องค่าแรงและค่าชดเชยรวมประมาณ 1.7 ล้านเยน หรือประมาณ 432,000 บาท จากบริษัทผู้บริหารร้านราเมน “มิสึยะโดะ เซอิเมน” (Mitsuyado Seimen) เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลังถูกทางร้านหักเงินเดือนอย่างไม่เป็นธรรมจนเหลือ 0 เยนในเดือนแรกที่ทำงาน

รายงานข่าวระบุว่า หญิงรายนี้เดินทางเข้าญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือนมกราคม 2568 ภายใต้โครงการ “แรงงานทักษะเฉพาะทาง” ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลญี่ปุ่นจัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในบางอุตสาหกรรม โดยเธอได้งานที่ร้านราเมน “มิสึยะโดะ เซอิเมน” ในกรุงโตเกียว พร้อมสัญญาว่าจะได้รับค่าจ้างพื้นฐานรวมค่าล่วงเวลาราว 250,000 เยนต่อเดือน หรือประมาณ 126,000 บาท หลังหักค่าประกันและค่าที่พัก คาดว่าจะได้รับเงินสุทธิเกือบ 180,000 เยน

แต่ปรากฎว่าในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นเดือนแรกที่ได้รับเงินเดือนจริง เธอพบว่าบริษัทกลับหักค่าที่พักทั้งหมดที่เคยจ่ายล่วงหน้า ทำให้เธอเหลือรายได้ศูนย์เยน หรือไม่มีเงินเหลือเลย จากนั้นเดือนเมษายนได้เงินเพียง 40,000 เยน หรือประมาณ 9,600 บาท และเดือนพฤษภาคมได้ 120,000 เยน หรือประมาณ 28,800 บาท

จากนั้นเมื่อเธอปฏิเสธไม่ยอมลาออกตามที่บริษัทเสนอ และไม่ยอมคืนค่าที่พัก บริษัทจึงยังคงหักเงินต่อเนื่อง แม้เธอจะร้องขอให้ปรับปรุง แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง จนสุดท้ายต้องลาออกในวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา 

ทางด้านทนายความที่ช่วยเหลือชาวต่างชาติในญี่ปุ่นระบุว่า การหักค่าใช้จ่ายจากเงินเดือนโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง ถือว่าขัดต่อกฎหมายแรงงานของญี่ปุ่นอย่างชัดเจน

ขณะที่ บริษัทผู้ดำเนินการร้านราเมนมิสึยะโดะ เซอิเม็ง ที่มีสาขาทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศรวม 22 แห่งเปิดเผยกับทีมกฎหมายของแรงงานหญิงรายนี้ว่า การแจ้งให้ลาออกเป็นเพราะเธอไม่เข้าใจเนื้อหาการฝึกอบรม.

ที่มา Mainichi 

บุคคลในข่าว 4 กรกฎาคม 2568

บุคคลในข่าว 4 กรกฎาคม 2568

4 ก.ค. 2568 04:40 น.

บุคคลในข่าว 4 กรกฎาคม 2568

ผลลัพธ์วันนี้ มาจากการกระทำเมื่อวันก่อน หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสิ่งของโบราณวัตถุ ณ พิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งรัฐไบเอิร์น สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อวันก่อน.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสิ่งของโบราณวัตถุ ณ พิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งรัฐไบเอิร์น สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อวันก่อน.

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่ ได้แก่ 1.ภูมิธรรม เวชยชัย เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย 2.สุชาติ ตันเจริญ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 3.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 4.อรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ 5.จตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ 6.ฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รมช.พาณิชย์ 7.เดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย 8.พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.แรงงาน 9.แพทองธาร ชินวัตร เป็น รมว.วัฒนธรรมอีก 1 ตำแหน่ง 10.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ 11. ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รมช.ศึกษาธิการ 12.เทวัญ ลิปตพัลลภ รมช.ศึกษาธิการ 13.อนุชา สะสมทรัพย์ รมช. สาธารณสุข และ 14.ชัยชนะ เดชเดโช รมช.สาธารณสุข

อย่าพลาด - เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” มหกรรมจำหน่ายรถยนต์ครบวงจรให้ พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ จัดถึง 6 ก.ค. โดยมี ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา และ อัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ มาร่วมงานด้วย ที่ไบเทค บางนา วันก่อน.
อย่าพลาด – เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” มหกรรมจำหน่ายรถยนต์ครบวงจรให้ พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ จัดถึง 6 ก.ค. โดยมี ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา และ อัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ มาร่วมงานด้วย ที่ไบเทค บางนา วันก่อน.

โฉมหน้า ครม.อิ๊งค์ 1/2 ตามที่มีประกาศโปรดเกล้าฯแต่งตั้งถือว่า ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ เพราะเป็นไปตามโผที่สื่อได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยเมื่อจำแนกเฉพาะ รัฐมนตรีที่เข้ามาใหม่ มีจำนวน 9 คน ส่วนอีก 5 คน เป็นรัฐมนตรีอยู่แล้ว แต่โยกสลับสับเปลี่ยนกระทรวง ใหม่ ขณะเดียวกันมี รัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่ง หลุดจากวง ครม. 2 คน ได้แก่ พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พาณิชย์ และ อิทธิ ศิริลัทธยากร อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์

เก้าสิบสาม - พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. เป็นประธานในงานครบรอบ 93 ปี วันสถาปนาสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ โดยมี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์, พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี และ พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ มาร่วมงานด้วย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันก่อน.
เก้าสิบสาม – พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. เป็นประธานในงานครบรอบ 93 ปี วันสถาปนาสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ โดยมี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์, พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี และ พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ มาร่วมงานด้วย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันก่อน.
การกุศล - คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน เปิดการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลเพื่อหารายได้จัดซื้อเครื่องมือแพทย์และส่งเสริมอาชีพผู้ต้องขังหญิง โดยมี คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, จรรย์สมร วัธนเวคิน, มาลีรัตน์ ปลื้มจิตรชม, ละออ ตั้งคารวคุณ และ ภัทรพร สันตธาดาพร มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.
การกุศล – คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน เปิดการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลเพื่อหารายได้จัดซื้อเครื่องมือแพทย์และส่งเสริมอาชีพผู้ต้องขังหญิง โดยมี คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, จรรย์สมร วัธนเวคิน, มาลีรัตน์ ปลื้มจิตรชม, ละออ ตั้งคารวคุณ และ ภัทรพร สันตธาดาพร มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.

ขณะที่ นายกฯแพทองธาร เดิมนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีตำแหน่งเดียว รอบนี้นั่งควบ รมว.วัฒนธรรม อ้างเพื่อมุ่งผลักดัน นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ แต่ก็ถูกมองว่าเตรียมไว้เป็น ตำแหน่งสำรอง เพื่อให้สามารถเข้าร่วม ประชุม ครม. ได้ ในกรณี ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ในคดีที่ ประธานวุฒิสภา ยื่นคำร้องของ คณะ สว. ขอให้ศาลฯวินิจฉัย ความเป็นรัฐมนตรี ของ นายกฯแพทองธาร สิ้นสุดลงหรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา พร้อมขอให้ศาลฯสั่งให้ หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีไว้ก่อน จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย

สู่สุคติ - ฐิติวรรณ ไสวแสนยากร เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ กัลยาณี จำนงค์ฤทธิ์ มารดา สรวิทย์ จำนงค์ฤทธิ์ โดยมี พณัฐสิทธิ์ ศรีรัตนวงศ์, ฑีฆาวุฒิ กุลลประภา, กิตติพงศ์ นโรปการณ์, กาญจนา กฤษณะบาล และ สุภลัคน์ วุฒิกรีธาชัย มาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดบางเตย วันก่อน.
สู่สุคติ – ฐิติวรรณ ไสวแสนยากร เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ กัลยาณี จำนงค์ฤทธิ์ มารดา สรวิทย์ จำนงค์ฤทธิ์ โดยมี พณัฐสิทธิ์ ศรีรัตนวงศ์, ฑีฆาวุฒิ กุลลประภา, กิตติพงศ์ นโรปการณ์, กาญจนา กฤษณะบาล และ สุภลัคน์ วุฒิกรีธาชัย มาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดบางเตย วันก่อน.

และก็เป็นไปตามนั้นจริงๆ เพราะหลังจากมีประกาศโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ครม.ชุดอิ๊งค์ 1/2 ในช่วงเช้า ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณากรณี ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องของ สว.ที่ขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ นายกฯแพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว กรณีคลิปเสียงสนทนากับ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา…โดย ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่ง รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยให้ผู้ถูกร้อง ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ภายใน 15 วัน และมีมติโดยเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียง สั่งให้ผู้ถูกร้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี นับแต่วันที่ 1 ก.ค.2568 เป็นต้นไป จนกว่าศาลฯจะมีคำวินิจฉัย…แช่แข็งตำแหน่งนายกฯเอาไว้จนกว่าจะมีคำตัดสินชี้ขาด

โรคหลอดเลือด - ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา และ สิทธิ ภาณุพัฒนพงศ์ เปิดศูนย์ผ่าตัดรักษาโรคหลอดเลือด SYNPHAET MARAVAS เพื่อความพร้อมก้าวสู่ Medical Hub ของการรักษาในระดับนานาชาติ โดยมี รศ.พญ.ปิยนุช พูตระกูล มาร่วมงานด้วย ที่ รพ.สินแพทย์ รามอินทรา วันก่อน.
โรคหลอดเลือด – ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา และ สิทธิ ภาณุพัฒนพงศ์ เปิดศูนย์ผ่าตัดรักษาโรคหลอดเลือด SYNPHAET MARAVAS เพื่อความพร้อมก้าวสู่ Medical Hub ของการรักษาในระดับนานาชาติ โดยมี รศ.พญ.ปิยนุช พูตระกูล มาร่วมงานด้วย ที่ รพ.สินแพทย์ รามอินทรา วันก่อน.

ทางด้าน นายกฯแพทองธาร ได้แถลงข่าวโดยระบุว่า น้อมรับคำสั่งศาลฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่มีเวลา 15 วัน ที่จะชี้แจง ซึ่งจะทำให้เต็มที่ในการที่จะบอก ความตั้งใจที่แท้จริง เรื่องของคลิปเสียงที่หลุดออกมา ความตั้งใจและเจตนาจริงๆเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ ตั้งใจทำ เพื่อประเทศชาติ เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิปไตย รักษาชีวิตของ กองทัพและทหารทุกคน เพื่อสันติภาพที่จะเกิดขึ้นในประเทศของเรา แต่วิธีการที่ทำอาจจะถูกใจ และไม่ถูกใจใครหลายๆคน แต่จะพยายามพิสูจน์เรื่องนี้ให้ได้ว่าเป็นความตั้งใจที่จะทำเพื่อประเทศชาติจริงๆ ไม่ได้มีเจตนาร้าย นี่คือสิ่งที่ตั้งใจและจะชี้แจงให้ได้อย่างครบถ้วน ขอยืนยันอีกครั้งว่าตั้งใจทำเพื่อประเทศชาติจริงๆ แต่ก็ต้อง ขอโทษในวิธีการ ที่ไม่ถูกใจใครหลายๆคน หลังจากนี้ช่วงเวลาที่หยุดปฏิบัติหน้าที่แต่ก็ยังทำเพื่อประเทศชาติได้ต่อไปในฐานะคนไทยคนหนึ่ง พร้อมทำงานต่อไม่ว่า จะอยู่ในตำแหน่งใด และ อยู่ในฐานะไหนก็ตาม พร้อมทำเพื่อประเทศชาติอย่างเต็มที่

แน่นอนสิ่งที่ นายกฯแพทองธาร ทำได้ขณะนี้ ก็คือ การเตรียมตัวชี้แจง ให้ดีที่สุด พร้อมๆกับ เตรียมทำใจ รอฟัง คำวินิจฉัยของศาลฯที่จะออกมาเท่านั้น เอง

ยั่งยืน - ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ และ ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เปิดโครงการ “Village to the World#SustainableAgenda” มิติใหม่การท่องเที่ยวไทยให้มีความยั่งยืนระยะยาว โดยมี สันติสุข คล่องใช้ยา, วรัญญู เกตุชู และ ฉัตรกุล สุนทรบุระ มาร่วมงานด้วย ที่ตลาดหลักทรัพย์ วันก่อน.
ยั่งยืน – ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ และ ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เปิดโครงการ “Village to the World#SustainableAgenda” มิติใหม่การท่องเที่ยวไทยให้มีความยั่งยืนระยะยาว โดยมี สันติสุข คล่องใช้ยา, วรัญญู เกตุชู และ ฉัตรกุล สุนทรบุระ มาร่วมงานด้วย ที่ตลาดหลักทรัพย์ วันก่อน.

ประสา “ธนูเทพ” มองว่าหลังจาก นายกฯแพทองธาร ส่งคำชี้แจงภายใน 15 วัน ตามคำสั่งศาล หรือแม้จะขอขยายเวลาก็ตาม จากนั้นศาลฯคงใช้เวลาไม่นานที่จะมีคำวินิจฉัย คาดว่าช้าสุดก็น่าจะไม่เกิน 45 วัน ก็คงมีคำตัดสินชี้ขาดออกมา…งานนี้ นายกฯแพทองธาร จะรอดพ้นข้อกล่าวหา หรือตกเก้าอี้นายกฯอย่างถาวร ต้องรอลุ้นกันด้วยความระทึก

เพื่อสุขภาพ - ศ.ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย จัดงาน “Love yourself, Drink for your health” ชวนคนไทยดื่มน้ำมะพร้าวแท้ 100% โคโคเลิฟ เพื่อสุขภาพที่ดี โดยมี ดร.ณราทิพย์ อร่ามวัฒนานนท์, เบ็ญจรัตน์ พ่อค้า และ ณิศรา ชัยตันติพงศ์ มาร่วมงานด้วย ที่ท็อปส์ สาขาเมกา บางนา วันก่อน.
เพื่อสุขภาพ – ศ.ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย จัดงาน “Love yourself, Drink for your health” ชวนคนไทยดื่มน้ำมะพร้าวแท้ 100% โคโคเลิฟ เพื่อสุขภาพที่ดี โดยมี ดร.ณราทิพย์ อร่ามวัฒนานนท์, เบ็ญจรัตน์ พ่อค้า และ ณิศรา ชัยตันติพงศ์ มาร่วมงานด้วย ที่ท็อปส์ สาขาเมกา บางนา วันก่อน.

แต่ที่แน่ๆ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. สุริยะ จึงรุ่งเรือง กิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้นำ ครม.ใหม่ รวมทั้ง นายกฯแพทองธาร ในฐานะ รมว.วัฒนธรรม เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว…แน่นอน ในช่วง หัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่าชะตากรรมของ นายกฯแพทองธาร จะได้ไปต่อ หรือถึงจุดที่ต้อง ปิดฉากชีวิตการเมือง สถานการณ์เช่นนี้ รัฐบาล ภายใต้การนำของ พรรคเพื่อไทย จะสามารถกุมสภาพการบริหารแก้ปัญหาของประเทศได้มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน คนที่ทำหน้าที่รักษาราชการแทนนายกฯ อย่าง รองนายกฯภูมิธรรม คงต้องแสดงฝีมือไปพลางๆ อย่างน้อยก็เพื่อรักษากระแสพรรค ไม่ให้ดิ่งวูบลงจนกู่ไม่กลับ หากทำไม่ได้เลือกตั้งครั้งหน้า ลำบากรากเลือดแน่

สังคมทั่วไป

ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ อร่อยทั่วไทย ครั้งที่ 15” สืบสานเอกลักษณ์วัฒนธรรมด้านอาหารไทย และชมการแข่งขัน “ศึกชิงแชมป์ต้มย้ำกุ้ง 2025” รอบชิงชนะเลิศ ที่เอ็ม แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ 4 ก.ค. 16.00 น. งานจัดถึง 13 ก.ค.

ศพ คุณยายจรูญ ชาตะรัตน์ ตั้งสวดศาลา 2 วัดเจ้าอาม เขตบางกอกน้อย 18.00 น. 4 ก.ค. คืนสุดท้าย พระราชทานเพลิง 6 ก.ค. 16.00 น.


“ธนูเทพ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

ขีปนาวุธ-โดรนรัสเซีย ถล่มกรุงเคียฟครั้งใหญ่ที่สุด ขณะปูตินปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงทรัมป์

ขีปนาวุธ-โดรนรัสเซีย ถล่มกรุงเคียฟครั้งใหญ่ที่สุด ขณะปูตินปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงทรัมป์

4 ก.ค. 2568 15:45 น.

ขีปนาวุธ-โดรนรัสเซีย ถล่มกรุงเคียฟครั้งใหญ่ที่สุด ขณะปูตินปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงทรัมป์

รัสเซียยิงโดรนและขีปนาวุธ 550 ลูกถล่มทั่วยูเครนเมื่อคืนนี้ ถือเป็นการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น โดยกรุงเคียฟตกเป็นเป้าหมายหลัก มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 23 ราย และอาคารที่พักอาศัยหลายหลังได้รับความเสียหาย

เจ้าหน้าที่ในกรุงเคียฟของยูเครนเปิดเผยว่า รัสเซียโจมตีกรุงเคียฟด้วยโดรนในการโจมตีตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 23 ราย โครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟได้รับความเสียหาย และอาคารและรถยนต์ถูกไฟไหม้ทั่วทั้งเมือง

กองทัพอากาศยูเครนรายงานว่า การแจ้งเตือนการโจมตีทางอากาศกินเวลานานกว่า 8 ชั่วโมงตลอดทั้งคืน โดยเกิดการโจมตีหลายครั้ง โดยรัสเซียยิงโดรน 539 ลำและขีปนาวุธ 11 ลูกโจมตีดินแดนยูเครน กองทัพอากาศระบุในโพสต์บนแอปเทเลแกรม ว่า “เป้าหมายหลักของการโจมตีคือเมืองหลวงของยูเครน”

วิทาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ กล่าวบนเทเลแกรมว่าผู้ได้รับบาดเจ็บ 14 รายถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล พบความเสียหายใน 6 จาก 10 เขตของกรุงเคียฟ ซึ่งอยู่ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำดนิโปร ส่งผลให้เมืองถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน และเศษซากของโดรนที่ร่วงหล่นลงมายังทำให้เกิดเพลิงไหม้สถานพยาบาลในเขตโฮโลซีฟสกี

การโจมตีดังกล่าวเป็นการโจมตีทางอากาศครั้งล่าสุดของรัสเซียในกรุงเคียฟ ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และรวมถึงการโจมตีที่นองเลือดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สงครามในกรุงเคียฟ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่าการโทรศัพท์หารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซียเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ไม่มีความคืบหน้าใดๆ เกี่ยวกับความพยายามในการยุติสงครามในยูเครน ในขณะที่รัสเซียย้ำว่าจะเดินหน้าต่อไปเพื่อแก้ไขสาเหตุหลักของความขัดแย้ง

การตัดสินใจของสหรัฐฯ เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ที่จะหยุดการส่งอาวุธสำคัญบางส่วนไปยังยูเครน ทำให้ยูเครนได้รับคำเตือนว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะทำให้ความสามารถในการป้องกันการโจมตีทางอากาศที่เข้มข้นขึ้นและการรุกคืบในสนามรบลดน้อยลง ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีแห่งยูเครน กล่าวว่าเขาหวังว่าจะได้พูดคุยกับทรัมป์ในวันศุกร์เกี่ยวกับการจัดหาอาวุธของสหรัฐฯ

บริษัท Ukrzaliznytsia ซึ่งเป็นบริษัทรถไฟของรัฐยูเครน ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถไฟรายใหญ่ที่สุดของประเทศ เปิดเผยผ่านเทเลแกรมว่า การโจมตีกรุงเคียฟได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟในเมือง ทำให้รถไฟโดยสารหลายขบวนต้องเปลี่ยนเส้นทางและเกิดความล่าช้า

วิดีโอที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นผู้คนวิ่งหนีเพื่อหาที่หลบภัย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังดับไฟในความมืด และอาคารพังเสียหายยับเยินพร้อมหน้าต่างและผนังด้านหน้าที่พังเสียหาย

กองทัพอากาศยูเครนกล่าวว่าได้ทำลายอาวุธทางอากาศของรัสเซียที่ยิงออกไปเมื่อคืนนี้ไปแล้ว 478 ลำ โดยพบการโจมตีทางอากาศของศัตรูใน 8 สถานที่ทั่วประเทศด้วยขีปนาวุธ 9 ลูกและโดรน 63 ลำ

ยูเครนกล่าวว่า เมื่อช่วงดึกของวันพฤหัสบดี รัสเซียยิงถล่มเมืองโปโครฟสค์ทางตะวันออกของยูเครนและบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่ถูกรัสเซียโจมตีมานานหลายเดือน 

ทั้งสองฝ่ายต่างปฏิเสธว่าไม่ได้โจมตีพลเรือนในสงครามที่รัสเซียเปิดฉากด้วยการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022 และมีพลเรือนหลายพันคนเสียชีวิตในความขัดแย้งครั้งนี้ โดยส่วนใหญ่เป็นชาวยูเครน.

ที่มา 

รัสเซียเป็นประเทศแรก รับรองรัฐบาลตาลีบันของอัฟกานิสถาน

รัสเซียเป็นประเทศแรก รับรองรัฐบาลตาลีบันของอัฟกานิสถาน

4 ก.ค. 2568 13:02 น.

รัสเซียเป็นประเทศแรก รับรองรัฐบาลตาลีบันของอัฟกานิสถาน

รัสเซียได้กลายเป็นประเทศแรกที่ให้การรับรองรัฐบาลตาลีบันของอัฟกานิสถานอย่างเป็นทางการ โดยนายอามีร์ ข่าน มุตตากี รัฐมนตรีต่างประเทศอัฟกานิสถาน กล่าวว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ “กล้าหาญ”

รัสเซียระบุเมื่อวันพฤหัสบดี ( 3ก.ค.) ว่าได้ยอมรับเอกสารรับรองของเอกอัครราชทูตคนใหม่ของอัฟกานิสถาน ทำให้เป็นประเทศแรกที่ให้การยอมรับรัฐบาลตาลีบัน กระทรวงต่างประเทศรัสเซียระบุในแถลงการณ์ว่า รัสเซียมองเห็นแนวโน้มที่ดีในการพัฒนาความสัมพันธ์และจะยังคงสนับสนุนคาบูลในด้านความปลอดภัย การต่อต้านการก่อการร้าย และการปราบปรามอาชญากรรมยาเสพติด

กระทรวงต่างประเทศรัสเซียระบุว่า “เราเชื่อว่าการรับรองอย่างเป็นทางการของรัฐบาลแห่งรัฐอิสลามเอมิเรตส์อัฟกานิสถาน จะช่วยผลักดันการพัฒนาความร่วมมือทวิภาคีที่มีประสิทธิผลระหว่างประเทศของเราในด้านต่างๆ” ด้านนายอามีร์ ข่าน มุตตากี รัฐมนตรีต่างประเทศอัฟกานิสถาน กล่าวในแถลงการณ์ว่า “เราชื่นชมกับก้าวที่กล้าหาญครั้งนี้ของรัสเซีย และหากพระเจ้าประสงค์ ก้าวนี้จะเป็นตัวอย่างให้กับประเทศอื่นๆ เช่นกัน”

ไม่มีประเทศใดให้การยอมรับอย่างเป็นทางการต่อรัฐบาลตาลีบันที่เข้ายึดอำนาจในเดือนสิงหาคม 2021 ขณะที่กองกำลังที่นำโดยสหรัฐฯ ถอนทัพออกจากอัฟกานิสถาน หลังจากทำสงครามมานาน 20 ปี อย่างไรก็ตาม จีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อุซเบกิสถาน และปากีสถาน ต่างแต่งตั้งให้มีเอกอัครราชทูตประจำกรุงคาบูล ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสู่การยอมรับ ขณะที่ความเคลื่อนไหวของรัสเซียถือเป็นก้าวสำคัญของรัฐบาลตาลีบัน เนื่องจากต้องการผ่อนคลายการถูกโดดเดี่ยวในระดับนานาชาติ

มีแนวโน้มว่ารัฐบาลวสหรัฐฯ จะจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากได้อายัดทรัพย์สินของธนาคารกลางอัฟกานิสถานหลายพันล้านดอลลาร์ และบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรผู้นำระดับสูงบางคนของกลุ่มตาลีบัน ส่งผลให้ภาคการธนาคารของอัฟกานิสถานถูกตัดขาดจากระบบการเงินระหว่างประเทศเป็นส่วนใหญ่

ทั้งนี้ รัสเซียค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มตาลีบัน ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวเมื่อปีที่แล้วว่าขณะนี้เป็นพันธมิตรในการต่อต้านการก่อการร้ายแล้ว ตั้งแต่ปี 2022 อัฟกานิสถานได้นำเข้าก๊าซ น้ำมัน และข้าวสาลีจากรัสเซีย

กลุ่มตาลีบันเคยถูกรัสเซียประกาศให้เป็นกลุ่มนอกกฎหมายในฐานะขบวนการก่อการร้ายในปี 2003 แต่คำสั่งห้ามดังกล่าวได้ถูกยกเลิกในเดือนเมษายนของปีนี้ รัสเซียเห็นว่าจำเป็นต้องทำงานร่วมกับคาบูล เนื่องจากประเทศกำลังเผชิญกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงครั้งใหญ่จากกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ที่ตั้งอยู่ในหลายประเทศตั้งแต่อัฟกานิสถานไปจนถึงตะวันออกกลาง

ในเดือนมีนาคม 2024 มือปืนสังหารผู้คน 149 รายที่ห้องแสดงคอนเสิร์ตนอกกรุงมอสโก ซึ่งกลุ่มรัฐอิสลามอ้างความรับผิดชอบ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่าพวกเขามีข้อมูลข่าวกรองที่บ่งชี้ว่ากลุ่มสาขาในอัฟกานิสถานของกลุ่มรัฐอิสลามโคราซาน (ISIS-K) เป็นผู้รับผิดชอบ โดยกลุ่มตาลีบันกล่าวว่ากำลังดำเนินการเพื่อกำจัดกลุ่มรัฐอิสลามในอัฟกานิสถาน

นักการทูตตะวันตกกล่าวว่า เส้นทางของกลุ่มตาลีบันที่จะได้รับการยอมรับในระดับสากลที่กว้างขึ้นนั้น ยังคงถูกปิดกั้นจนกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแนวทางเกี่ยวกับสิทธิสตรี กลุ่มตาลีบันได้ปิดโรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยสำหรับเด็กผู้หญิงและผู้หญิง และจำกัดการเคลื่อนไหวของนักเรียนโดยไม่มีผู้ปกครองที่เป็นผู้ชาย ตาลีบันกล่าวว่ากลุ่มเคารพสิทธิสตรีตามการตีความกฎหมายอิสลามอย่างเคร่งครัด.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

นักดาราศาสตร์พบ “วัตถุจากนอกระบบสุริยะ” พุ่งเข้าสู่ระบบสุริยะชั้นใน เป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์

นักดาราศาสตร์พบ "วัตถุจากนอกระบบสุริยะ" พุ่งเข้าสู่ระบบสุริยะชั้นใน เป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์

4 ก.ค. 2568 12:18 น.

นักดาราศาสตร์พบ “วัตถุจากนอกระบบสุริยะ” พุ่งเข้าสู่ระบบสุริยะชั้นใน เป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์

องค์การนาซ่า ยืนยันว่า นักดาราศาสตร์ตรวจพบวัตถุจากนอกระบบสุริยะ กำลังพุ่งเข้าสู่ระบบสุริยะชั้นใน ซึ่งเป็นบริเวณที่โลกตั้งอยู่ โดยวัตถุดังกล่าวคาดว่าเป็นดาวหาง และไม่มีความเสี่ยงใดๆ ต่อโลกตรวจพบครั้งแรกจากชิลี โดยระบบเตือนภัยวัตถุพุ่งชนโลก

วัตถุนี้ถูกพบครั้งแรกโดยระบบตรวจจับวัตถุอวกาศ ATLAS (Asteroid Terrestrial-impact Last Alert System) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองริโอ เออร์ตาโด ประเทศชิลี และได้รับการสนับสนุนโดยองค์การนาซ่า

ข้อมูลจาก Minor Planet Center ระบุว่าวัตถุนี้มีคุณสมบัติคล้ายดาวหาง เช่น มี “โคมา” จางๆ และหางสั้น ซึ่งเป็นสัญญาณของการเกิดดาวหาง

หลังจากตรวจพบครั้งแรก กล้องโทรทรรศน์จากทั่วโลก รวมถึงกล้องของ ATLAS และ Zwicky Transient Facility ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมที่ยืนยันว่าดาวหางดวงนี้มีอยู่จริง โดยมาจากกลุ่มดาวคนยิงธนู และกำลังพุ่งด้วยความเร็วกว่า 240,000 กม./ชม.

องค์การนาซ่า (NASA) ระบุว่า วัตถุนี้ดูเหมือนจะเดินทางมาจากอวกาศระหว่างดวงดาว และมีต้นทางจากทิศของกลุ่มดาวคนยิงธนู ปัจจุบันอยู่ห่างจากโลกประมาณ  675 ล้านกิโลเมตร

ตามการให้ข้อมูลของนักดาราศาสตร์ชาวสเปน ดร.โจเซฟ ตริโก รอดริเกวซ จากสถาบันวิทยาศาสตร์อวกาศ ใกล้เมืองบาร์เซโลนาวัตถุนี้มีชื่อรหัสว่า “A11pl3Z” หรือ “3I/ATLAS” และมีขนาดประมาณ 40 กิโลเมตร 

ความเร็วของมันอยู่ที่ประมาณ 244,600 กม./ชม. ซึ่งถือว่าเร็วมาก และเส้นทางการเคลื่อนที่บ่งชี้ว่าไม่ได้มีต้นกำเนิดจากระบบสุริยะเดียวกับโลก

อย่างไรก็ตาม นักดาราศาสตร์ยืนยันว่า ดาวหางดวงนี้จะไม่เฉียดโลก และจะคงระยะห่างจากโลกอย่างน้อย 241 ล้านกิโลเมตร ตลอดเส้นทางการเคลื่อนที่ โดยคาดว่าจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวันที่ 30 ตุลาคม ที่ระยะห่างราว 209 ล้านกิโลเมตร ซึ่งอยู่ภายในวงโคจรของดาวอังคาร

จากนั้นมันจะหายไปด้านหลังดวงอาทิตย์ชั่วคราวในเดือนพฤศจิกายน ก่อนจะปรากฏอีกครั้งในช่วงต้นเดือนธันวาคม

การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นเพียงครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่นักดาราศาสตร์สามารถตรวจพบวัตถุจากนอกระบบสุริยะ ที่เคลื่อนเข้าสู่ระบบสุริยะชั้นใน โดยการค้นพบครั้งแรกคือ “Oumuamua” ในปี 2017 เป็นวัตถุรูปร่างคล้ายซิการ์ที่เคลื่อนผ่านอย่างรวดเร็ว ส่วนครั้งที่สองคือ “21/Borisov” ในปี 2019 เป็นดาวหางที่เชื่อว่าหลุดมาจากระบบดาวอื่น

โดย NASA จะยังคงติดตามและศึกษาขนาดรวมถึงคุณสมบัติทางกายภาพของวัตถุดวงนี้ไปจนถึงเดือนกันยายน ก่อนที่มันจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากเกินกว่าจะมองเห็นจากโลก.

ที่มา : abcnews

อ่านข่าวเกี่ยวกับ วัตถุนอกโลก

ชาวเกาะญี่ปุ่นทยอยอพยพ หลังแผ่นดินไหวกว่าพันครั้ง

ชาวเกาะญี่ปุ่นทยอยอพยพ หลังแผ่นดินไหวกว่าพันครั้ง

4 ก.ค. 2568 12:06 น.

ชาวเกาะญี่ปุ่นทยอยอพยพ หลังแผ่นดินไหวกว่าพันครั้ง

ชาวบ้านบนเกาะในจังหวัดคาโกชิมะ ทางภาคใต้ของญี่ปุ่น เริ่มอพยพออกจากพื้นที่เนื่องจากเกิดแผ่นดินไหวกว่า 1,000 ครั้ง ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นระบุว่า แผ่นดินไหวระดับ 6- เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (3 ก.ค.) เป็นแผ่นดินไหวที่มีขนาดความรุนแรงในระดับนี้ครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้านโทชิมะ นับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบในปี 1919

โดยในช่วงเช้าวันศุกร์ (4 ก.ค.) ชาวบ้านในหมู่บ้านโทชิมะ บนเกาะอาคุเซกิจิมะ ซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่เกาะโทชิมะ เดินทางโดยเรือไปยังท่าเรือเมืองคาโกชิมะ โดยคาดว่าจะอาศัยในที่พักพิงชั่วคราว

กิจกรรมการเกิดแผ่นดินไหวทำให้ชาวบ้านรู้สึกวิตกกังวล ชาวบ้านหญิงคนหนึ่งกล่าวว่า “ฉันกลัวมาก จึงคว้าตัวลูกสาวไว้ บนเกาะยังมีเด็กและนักเรียนอยู่ ฉันเป็นห่วงพวกเขา” ผู้หญิงอีกคนเล่าว่า “เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเสาไฟฟ้าหรือราวกั้นสั่น ฉันรู้สึกประหลาดใจมาก โล่งใจที่ตอนนี้ฉันนอนหลับได้อย่างสบายใจแล้ว”

เรือมีกำหนดเดินทางถึงท่าเรือเมืองคาโกชิมะในช่วงเย็นวันศุกร์ ผู้ที่อพยพจะพักอยู่ในที่พักในเมือง การอพยพคาดว่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ แต่อาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับกิจกรรมแผ่นดินไหว

หมู่บ้านโทชิมะประกอบด้วยหมู่เกาะต่างๆ แผ่นดินไหวหลายครั้งได้สร้างความปั่นป่วนให้กับพื้นที่นี้ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แผ่นดินไหวที่เกาะอากูเซกิจิมะเมื่อวันพฤหัสบดี มีความรุนแรงของแผ่นดินไหวอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 6 ตามมาตราของญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ที่ 0 ถึง 7

เจ้าหน้าที่เรียกร้องให้ประชาชนเฝ้าระวังแผ่นดินไหวอีกครั้ง โดยมีความรุนแรงอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 6 นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเตือนว่าอาจมีฝนตกซึ่งอาจทำให้เกิดดินโคลนถล่มได้.

ที่มา NHK

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

สมาคมพุทธจีนแถลงโต้ การกลับชาติมาเกิดของทะไล ลามะ ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาลกลางเท่านั้น

สมาคมพุทธจีนแถลงโต้ การกลับชาติมาเกิดของทะไล ลามะ ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาลกลางเท่านั้น

4 ก.ค. 2568 12:03 น.

สมาคมพุทธจีนแถลงโต้ การกลับชาติมาเกิดของทะไล ลามะ ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาลกลางเท่านั้น

จีนย้ำสิทธิขาด การกลับชาติมาเกิดขององค์ทะไล ลามะ องค์ที่ 14 บิดเบือนธรรมเนียม สมาคมพุทธจีนประกาศชัด การสืบทอดทะไล ลามะต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาลกลาง ไม่ใช่ตัดสินเองได้

วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 สมาคมพุทธศาสนาแห่งประเทศจีน ออกแถลงการณ์ตอบโต้คำประกาศขององค์ทะไล ลามะ หรือดาไล ลามะ องค์ที่ 14 ที่เพิ่งเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับการสืบสานตำแหน่ง ของพระองค์ว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และละเมิดหลักคำสอนพุทธศาสนา

แถลงการณ์ระบุว่า ตามประเพณีที่สืบต่อกันมาตั้งแต่ทะไล ลามะ องค์ที่ 5 การแต่งตั้งทะไล ลามะ องค์ใหม่ต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลางจีนเท่านั้น โดยถือเป็นแหล่งอำนาจที่รับรองสถานะทางศาสนาและความชอบธรรมของตำแหน่งนี้

แถลงการณ์ของสมาคมฯ ระบุว่า การกลับชาติมาเกิดไม่ใช่เรื่องส่วนตัว พร้อมชี้ว่ากระบวนการค้นหาผู้สืบทอดทะไล ลามะ นั้นมีขั้นตอนทางพิธีกรรมดั้งเดิมชัดเจน หนึ่งในนั้นคือการจับฉลากจากภาชนะทองคำ ซึ่งผู้ได้รับเลือกต้องผ่านการอนุมัติจากรัฐบาลกลางจึงจะถือว่าได้รับการยอมรับทั้งจากสาธารณชนและฝ่ายศาสนา

นอกจากนี้ สำนักบริหารกิจการศาสนาแห่งชาติของจีนยังมีมาตรการควบคุมการกลับชาติมาเกิดของพระลามะแบบทิเบตอย่างเข้มงวด ครอบคลุมถึงกรณีของทะไล ลามะด้วย.

ทรัมป์เตรียมร่อนจดหมาย แจ้งเก็บภาษีกว่า 170 ประเทศ ก่อนครบเส้นตาย 90 วัน

ทรัมป์เตรียมร่อนจดหมาย แจ้งเก็บภาษีกว่า 170 ประเทศ ก่อนครบเส้นตาย 90 วัน

4 ก.ค. 2568 11:37 น.

ทรัมป์เตรียมร่อนจดหมาย แจ้งเก็บภาษีกว่า 170 ประเทศ ก่อนครบเส้นตาย 90 วัน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยอาจเริ่มส่งจดหมายแจ้งรายละเอียดอัตราภาษีศุลกากรฉบับใหม่ไปยังประเทศคู่ค้ากว่า 170 ประเทศ ตั้งแต่วันศุกร์นี้ ก่อนครบเส้นตายการเจรจา 90 วัน ขณะที่ไทยยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจา

ก่อนเดินทางไปรัฐไอโอวาเมื่อวานนี้ (3 ก.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รับทราบถึงความซับซ้อนของการเจรจากับประเทศต่างๆ มากกว่า 170 ประเทศ โดยจดหมายจะถูกส่งครั้งละ 10 ประเทศ ที่ระบุอัตราภาษี เช่น 20% ถึง 30% ทรัมป์กล่าวว่า “เรามีประเทศต่างๆ มากกว่า 170 ประเทศ และคุณสามารถทำข้อตกลงได้กี่ฉบับกันแน่” “ข้อตกลงเหล่านี้ซับซ้อนกว่านั้นมาก”

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า เขาคาดว่าจะมีข้อตกลงที่ละเอียดกว่านี้อีก “สองสามฉบับ” กับประเทศอื่นๆ หลังจากที่วันพุธที่ผ่านมาได้ประกาศข้อตกลงการค้ากับเวียดนาม อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า เขาต้องการแจ้งให้ประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่ทราบเกี่ยวกับอัตราภาษีที่เฉพาะเจาะจง และข้ามรายละเอียดการเจรจา

ความคิดเห็นของทรัมป์เน้นย้ำถึงความท้าทายในการทำให้ข้อตกลงการค้าเสร็จสมบูรณ์ในทุกสิ่งตั้งแต่ภาษีศุลกากรไปจนถึงอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร เช่น การห้ามการนำเข้าสินค้าเกษตร ผู้ช่วยระดับสูงของทรัมป์กล่าวเมื่อเดือนเมษายนว่า พวกเขาจะดำเนินการกับข้อตกลง 90 ข้อใน 90 วัน แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าที่คุ้นเคยกับการเจรจาข้อตกลงการค้าที่มีความยากและใช้เวลานานในอดีต

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวกับสถานีโทรทัศน์บลูมเบิร์กว่าน่าจะมีประเทศราว 100 ประเทศที่จะถูกเรียกเก็บอัตราภาษีศุลกากรที่ 10% และคาดการณ์ว่าจะมีการประกาศข้อตกลงการค้า “มากมาย” ก่อนเส้นตายวันที่ 9 กรกฎาคม ซึ่งอัตราภาษีศุลกากรอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

หากมีการเก็บภาษีศุลกากร 10% กับ 100 ประเทศ นั่นจะน้อยกว่าที่รัฐบาลทรัมป์คาดการณ์ไว้ในตอนแรก รายชื่อการเก็บภาษีศุลกากรต่างตอบแทนเดิมระบุว่ามีเขตอำนาจศาล 123 แห่งที่จะได้รับอัตราภาษีศุลกากร 10% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศขนาดเล็ก รวมถึงดินแดนบางแห่ง เช่น หมู่เกาะเฮิร์ดและแมกโดนัลด์ ในออสเตรเลีย ซึ่งไม่มีคนอาศัยอยู่

เมื่อวันที่ 2 เมษายน ทรัมป์ทำให้ตลาดโลกตกต่ำอย่างหนัก หลังการประกาศอัตราภาษีศุลกากรแบบตอบแทนที่ครอบคลุมตั้งแต่ 10% ถึง 50% แม้ว่าเขาจะลดอัตราภาษีศุลกากรสำหรับประเทศส่วนใหญ่ลงชั่วคราวเป็น 10% เพื่อให้มีเวลาในการเจรจาจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม

หลายประเทศที่มีอัตราภาษีศุลกากรเบื้องต้น 10% ยังไม่ได้เจรจากับรัฐบาลทรัมป์ ยกเว้นอังกฤษ ซึ่งบรรลุข้อตกลงในเดือนพฤษภาคมที่จะคงอัตราภาษีศุลกากรไว้ที่ 10% และได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษสำหรับบางภาคส่วน เช่น ยานยนต์และเครื่องยนต์เครื่องบิน

คู่ค้ารายใหญ่ที่เข้าร่วมการเจรจาในขณะนี้ได้รับผลกระทบด้วยอัตราภาษีศุลกากรที่สูงขึ้นมาก รวมถึง 20% สำหรับสหภาพยุโรป 26% สำหรับอินเดีย และ 24% สำหรับญี่ปุ่น ประเทศอื่นๆ ที่ยังไม่ได้เจรจาการค้ากับรัฐบาลทรัมป์ต้องเผชิญกับภาษีศุลกากรที่สูงกว่านี้ด้วย รวมถึง 50% ประเทศขนาดเล็กอย่างเลโซโท 47% สำหรับมาดากัสการ์ และ 36% สำหรับไทย ซึ่งยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจา

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศข้อตกลงกับเวียดนาม โดยระบุว่าสหรัฐฯ จะลดภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าเวียดนามหลายรายการลงเหลือ 20% จากที่เคยขู่ไว้ว่าจะเก็บภาษี 46%  โดยสินค้าของสหรัฐฯ หลายรายการจะได้รับอนุญาตให้นำเข้าเวียดนามโดยไม่ต้องเสียภาษี.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เปิดโปง สภากาชาดกัมพูชาภายใต้ “บุน รานี” รับเงินบริจาคกลุ่มทุนสีเทา เอาไปต่อยอดอำนาจการเมือง

เปิดโปง สภากาชาดกัมพูชาภายใต้ "บุน รานี" รับเงินบริจาคกลุ่มทุนสีเทา เอาไปต่อยอดอำนาจการเมือง

4 ก.ค. 2568 11:24 น.

เปิดโปง สภากาชาดกัมพูชาภายใต้ “บุน รานี” รับเงินบริจาคกลุ่มทุนสีเทา เอาไปต่อยอดอำนาจการเมือง

เปิดโปง สภากาชาดกัมพูชาภายใต้ “บุน รานี” ภริยา “ฮุน เซน” รับเงินบริจาคจากกลุ่มทุนสีเทาที่ผูกโยงธุรกิจผิดกฎหมาย กว่า 10 ล้านดอลลาร์แล้วเอาไปจัดหาของแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชน กลายเป็นเครื่องมือของพรรค CPP ไว้ต่อยอดอำนาจการเมือง

วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 สำนักข่าว Cambodia Daily เผยแพร่รายงานสืบสวนของเว็บไซต์ Kouprey ที่เจาะลึกข้อมูลเปิดโปงบทบาทของคณะกรรมการกาชาดกัมพูชา (Cambodian Red Cross) หรือ CRC ที่มีนางบุน รานี ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรีฮุน เซน และมารดาของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ดำรงตำแหน่งเป็นประธานองค์กร โดยพบว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนใหญ่ที่พัวพันอาชญากรรมและธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศ

รายงานระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเดือนเมษายน-พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันกาชาดสากล ทาง CRC ได้เผยแพร่ภาพพิธีรับเงินบริจาคจากกลุ่มทุน นักการเมือง และเจ้าของธุรกิจหลายร้อยราย เป็นเงินรวมกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 370 ล้านบาท โดยระบุรายนามผู้บริจาค อาทิ สมาคมนักธุรกิจกัมพูชา (Cambodian Oknha Association) นำโดย ลี ยองพัด บริจาค 1.7 ล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ยังมีนายเล็ง นาวาตรา ผู้เคยมีข่าวเกี่ยวกับการรุกป่าพนมตาเมา บริจาค 1.4 ล้านดอลลาร์ และนายคิธ สุลา บุตรชายของมหาเศรษฐีคิธ เม็ง บริจาค 1.09 ล้านดอลลาร์ ขณะที่บริษัท Chip Mong Group กลุ่มทุนใหญ่ที่มีโครงการถมทะเลสาบตุมปัง บริจาค 1 ล้านดอลลาร์ และนายเฉิน จื้อ ผู้บริหาร Prince Group ผู้มีชื่อเชื่อมโยงกับคดีค้ามนุษย์ บริจาค 500,000 ดอลลาร์ ในส่วนของนายทรี เพียบ เจ้าพ่ออุตสาหกรรมไม้ที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร บริจาค 300,000 ดอลลาร์ นายก๊ก อัน สมาชิกวุฒิสภาและเจ้าของ Crown Complex ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นศูนย์กลางหลอกลวงออนไลน์ บริจาค 50,000 ดอลลาร์

เปิดโปง สภากาชาดกัมพูชาภายใต้ "บุน รานี" รับเงินบริจาคกลุ่มทุนสีเทา เอาไปต่อยอดอำนาจการเมือง

รายงานระบุว่า แม้ว่าองค์กร CRC ของบุน รานี จะเป็นสมาชิกของสหพันธ์กาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ ซึ่งยังมีบทบาทแจกจ่ายข้าวสาร และน้ำปลา ให้แก่ประชาชนตามพื้นที่ประสบภัย แต่บทบาททางการเมืองขององค์กรก็ยิ่งชัดเจน โดยปี 2556 นางบุน รานี เคยกล่าวระหว่างแจกของช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่า “ไม่มีพรรคอื่นมาช่วยคุณ มีแต่ CPP เท่านั้น“

นักวิจารณ์ระบุว่าองค์กรกาชาดกัมพูชา ภายใต้การบริหารงานของบุน รานี ได้กลายเป็นเครื่องมือของพรรคประชาชนกัมพูชาในการใช้สร้างเครือข่ายอุปถัมภ์ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนและนักการเมืองเพื่อซื้อใจประชาชนผ่านการแจกสิ่งของและรับบริจาคจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2559 องค์กรสิทธิมนุษยชน Global Witness ได้เคยออกมาเรียกร้องให้สหพันธ์กาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ พิจารณาขับ CRC ออกจากสมาชิก ขณะที่นักการเมืองฝ่ายค้านอย่างนายลิม กิมยา เคยตั้งคำถามในสภาว่า CRC แจกของเฉพาะผู้สนับสนุนพรรคเท่านั้น ก่อนที่เขาจะถูกลอบยิงเสียชีวิตในกรุงเทพฯ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา.

ที่มา Cambodia Daily

ภาพ Facebook / Samdech Hun Sen of Cambodia