ตม.สหรัฐฯ จับกุม ฮูลิโอ ซีซาร์ ชาเวซ จูเนียร์ นักมวยดังเม็กซิโก

ตม.สหรัฐฯ จับกุม ฮูลิโอ ซีซาร์ ชาเวซ จูเนียร์  นักมวยดังเม็กซิโก

4 ก.ค. 2568 11:02 น.

ตม.สหรัฐฯ จับกุม ฮูลิโอ ซีซาร์ ชาเวซ จูเนียร์ นักมวยดังเม็กซิโก

เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ได้จับกุมฮูลิโอ ซีซาร์ ชาเวซ จูเนียร์ นักมวยชาวเม็กซิกันในนครลอสแองเจลิส และมีแผนจะส่งตัวกลับประเทศ เพียงไม่กี่วันหลังจากที่เขาแพ้ให้กับเจค พอล คู่ปรับชาวอเมริกัน

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฮูลิโอ ซีซาร์ ชาเวซ จูเนียร์ ถูกตรวจพบว่าเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย หลังจากที่เขาให้การเท็จในใบสมัครขอมีถิ่นที่อยู่ถาวรในปี 2024 โดยระบุว่าเขาแต่งงานกับพลเมืองสหรัฐฯ

ไมเคิล โกลด์สตีน ทนายความของชาเวซ กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกว่า 20 คนจับกุมนักมวยรายนี้ที่บ้านของเขาในย่านสตูดิโอซิตี้ของลอสแองเจลิสเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (2 ก.ค.)

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิเปิดเผยว่านักมวยวัย 39 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายของฮูลิโอ เซซาร์ ชาเวซ นักมวยแชมป์โลกชาวเม็กซิกัน ถูกสงสัยว่ามีความเกี่ยวพันกับแก๊งยาเสพติด “ซินาโลอา” ของเม็กซิโก ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นองค์กรก่อการร้ายต่างประเทศ

ฟริดา มูโนซ ชาเวซ ภรรยาของเขาเคยแต่งงานกับบุตรชายของฆัวคิน “เอล ชาโปฃ” กุซมัน อดีตหัวหน้าแก๊งซินาโลอา ซึ่งกำลังรับโทษจำคุกตลอดชีวิตในเรือนจำของสหรัฐฯ ส่วนบุตรชายของเขา “เอ็ดการ์” ถูกลอบสังหารในปี 2008

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิระบุว่า ชาเวซเป็นเป้าหมายการจับกุมของเม็กซิโกในข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากรและการค้าอาวุธปืน ส่วนในเม็กซิโก ครอบครัวของชาเวซกล่าวในแถลงการณ์ว่าพวกเขา “เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของเขาอย่างเต็มที่”

เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ชาเวซพ่ายแพ้ให้กับเจค พอล อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังซึ่งผันตัวมาเป็นนักมวย วัย 28 ปี โดยมีผู้ชมเต็มความจุสนามที่เมืองอานาไฮม์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ด้วยคะแนนเอกฉันท์หลังจากชกครบ 10 ยก

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ระบุว่า ชาเวซได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศสหรัฐฯ ชั่วคราวในช่วงต้นเดือนมกราคม ภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ก่อนหน้านี้เขาเคยอยู่ในสหรัฐฯ เกินกำหนดของวีซ่าท่องเที่ยว

กระทรวงฯ ระบุว่าชาเวซถูกตัดสินว่ามีความผิดในลอสแองเจลิสในปี 2024 ในข้อหาอาวุธ นายโกลด์สเตนปฏิเสธว่าเขาไม่ได้ถูกตัดสิน โดยให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาและได้รับอนุญาตให้เข้ารับการบำบัดสุขภาพจิต ซึ่งจะส่งผลให้ข้อกล่าวหาถูกยกฟ้อง

ทั้งนี้ ชาเวซเคยคว้าแชมป์รุ้นมิดเดิลเวทของสภามวยโลก ในปี 2011 แต่เสียแชมป์ไปในปีถัดมา.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ฮุน เซนชี้ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตอนนี้มีแต่เสียกับเสีย ยันกัมพูชาไม่ได้เริ่มก่อน

ฮุน เซนชี้ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตอนนี้มีแต่เสียกับเสีย ยันกัมพูชาไม่ได้เริ่มก่อน

4 ก.ค. 2568 10:10 น.

ฮุน เซนชี้ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตอนนี้มีแต่เสียกับเสีย ยันกัมพูชาไม่ได้เริ่มก่อน

สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวถึงความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าเป็น “สถานการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างเสียหาย” พร้อมย้ำว่ากัมพูชาไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตอบโต้

วันที่ 3 กรกฎาคม 2568 สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวระหว่างปาฐกถาต่อครูและนักศึกษาที่ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมกำจัยเมียะ จังหวัดไพรแวง เกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาว่าเป็น “สถานการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างเสียหาย” (lose-lose situation) พร้อมย้ำว่า กัมพูชาไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตอบโต้

อดีตผู้นำกัมพูชากล่าวว่า เขาได้ให้คำแนะนำแก่ต่อนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ว่าไม่ควรกังวลว่าชายแดนจะปิดหรือมีการเปลี่ยนแปลงเวลาเปิด-ปิด แต่ขอแค่ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติเหมือนช่วงก่อนวันที่ 7 มิถุนายน 2568 เท่านั้น พร้อมกันนี้ระบุว่า กัมพูชาไม่ได้ต้องการเจรจาอะไรเลย ขอแค่ทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิมก็พอ

หากฝ่ายไทยกังวลเรื่องภาพลักษณ์ในสายตาประชาชน ก็สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้โดยไม่ให้เสียหน้า ด้วยวิธีการประกาศกับประชาชนคนไทยว่า การปรับเวลาได้สิ้นสุดลงแล้ว ซึ่งหากจะเรียกว่าปิดด่านหรือเปลี่ยนเวลาทางกัมพูชาก็ไม่สนใจ ขอแค่ประกาศให้ด่านทั้งหมดกลับมาเปิดตามปกติ ตั้งแต่ 06.00-22.00 น. แค่นั้นพอ.

ญี่ปุ่นภูเขาไฟปะทุ ท่ามกลางความหวาดกลัวจะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่

ญี่ปุ่นภูเขาไฟปะทุ ท่ามกลางความหวาดกลัวจะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่

4 ก.ค. 2568 09:49 น.

ญี่ปุ่นภูเขาไฟปะทุ ท่ามกลางความหวาดกลัวจะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่

ภูเขาไฟ “ชินโมเอะดาเกะ” เกิดการปะทุพ่นเถ้าถ่าน ตอกย้ำกระแสความตื่นตระหนกการเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ญี่ปุ่น โดยชาวบ้านบนเกาะอะคุเซกิซึ่งอยู่ในหมู่เกาะโทการะ ซึ่งเกิดแผ่นดินไหวกว่า 1,000 ครั้งในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มทยอยอพยพออกจากพื้นที่แล้ว

ภูเขาไฟชินโมเอะดาเกะ ซึ่งตั้งอยู่ในเทือกเขาคิริชิมะ บริเวณพรมแดนระหว่างจังหวัดมิยาซากิกับคาโกชิมะ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เกิดการปะทุรุนแรงขึ้นเมื่อวันพุธที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยพ่นเถ้าถ่านพุ่งสูงถึง 2,800 เมตรเหนือปล่องภูเขาไฟ และในวันถัดมา การปะทุยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยกลุ่มเถ้าถ่านลอยสูงขึ้นไปถึงระดับ 5,000 เมตร

โดยจากคลิปภาพมุมสูงจะเห็นภาพภูเขาไฟชินโมเอะดาเกะจากมุมมองบนเครื่องบินที่กำลังเข้าใกล้สนามบินในเมืองคาโกชิมะ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยญี่ปุ่นมีการประกาศเตือนภัยระดับ 3 จากทั้งหมด 5 ระดับ และกำลังเฝ้าติดตามภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่อย่างใกล้ชิด โดยยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่เกิดแมกมาจะปะทุได้

ส่วนสถานการณ์แผ่นดินไหว ล่าสุดได้เกิดแผ่นดินไหวขนาดความรุนแรงระดับ 6 ล่าง ตามมาตราวัดแผ่นดินไหวของญี่ปุ่น ซึ่งมีระดับตั้งแต่ 0 ถึง 7 ในหมู่บ้านโทชิมะ นับเป็นแผ่นดินไหวความแรงระดับนี้เป็นครั้งแรก ตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบตั้งแต่ปี 1919 โดยตั้งแต่เช้าวันศุกร์ ชาวบ้านจากเกาะอะคุเซกิ เริ่มทยอยอพยพออกจากบ้านเรือน ไปยังท่าเรือในเมืองคาโกชิมะ และมีกำหนดเดินทางถึงท่าเรือในเมืองคาโกชิมะหลังเวลา 18.00 น. ของวันศุกร์โดยจะพักอาศัยอยู่ในที่พักชั่วคราวที่จัดเตรียมไว้ในเมือง

นายคุโบะ เกนิจิโรนายกหมู่บ้านโทชิมะ ระบุว่าทางการจะจัดเรือเพื่ออพยพประชาชนที่ต้องการเดินทางออกจากเกาะไปยังเมืองคาโกชิมะ ซึ่งล่าสุดมีผู้อยู่อาศัยจำนวน 13 คน ซึ่งมีอายุตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุอายุประมาณ 80 ปี แจ้งความประสงค์จะอพยพออกจากเกาะแล้ว โดยการอพยพในรอบนี้คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ และหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น อาจมีการขยายการอพยพให้ครอบคลุมเกาะอื่น ๆ ในหมู่เกาะใกล้เคียงด้วย

ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา พื้นที่รอบเกาะอะคุเซกิและโคดาการะจิมะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะโทการะ มีความเคลื่อนไหวทางแผ่นดินไหวที่เพิ่มสูงขึ้น โดยพบว่าเกิดแผ่นดินไหวมากกว่า 1,000 ครั้ง ที่มีความรุนแรงตั้งแต่ระดับ 1 ขึ้นไปตามมาตราวัดญี่ปุ่น ทำให้ชาวบ้านบนเกาะนอนไม่หลับ และมีความเครียดสูง

กระแสหวาดกลัวเกี่ยวกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่จะเกิดในญี่ปุ่นวันที่ 5 กรกฎาคม 2025 นี้ กำลังแพร่สะพัดอย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดียทั่วเอเชีย โดยมีต้นตอมาจากมังงะญี่ปุ่นชื่อ Watashi ga Mita Mirai หรือ The Future I Saw ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1999 ผลงานของ เรียว ทัตสึกิ ซึ่งมีผู้ขนานนามว่าเป็น “นอสตราดามุสแห่งญี่ปุ่น”

โดยทัตสึกิซึ่งปัจจุบันอายุ 70 ปี อ้างว่า เธอได้บันทึก 15 ความฝัน ที่มีลักษณะคล้ายคำพยากรณ์ไว้ในสมุดบันทึกตั้งแต่ปี 1985 โดยหลายเหตุการณ์ในนั้น เช่น การเสียชีวิตของเจ้าหญิงไดอาน่า และการระบาดของโรคครั้งใหญ่ในปี 2020 ก็เกิดขึ้นจริงในภายหลัง โดยหนังสือเล่มนี้ได้ทำนายภัยพิบัติครั้งใหญ่ว่าจะเกิดในเดือนกรกฎาคม 2025 ตามความฝันที่ทัตสึกิระบุว่าเธอเห็นรอยแยกใต้ทะเลระหว่างญี่ปุ่นกับฟิลิปปินส์เปิดออก คลื่นสึนามิสูงสามเท่าของเหตุการณ์แผ่นดินไหวโทโฮคุ 2011 ซัดขึ้นฝั่ง และเห็นทะเลเดือดพล่าน

ซึ่งแม้ทัตสึกิระบุในภายหลังว่า วันที่ 5 กรกฎาคมเป็นเพียงวันที่เธอฝันถึงเหตุการณ์ ไม่ใช่วันที่ระบุว่าจะเกิดภัยพิบัติจริง และข้อมูลบางส่วนอาจเกิดจากความผิดพลาดของสำนักพิมพ์ แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งกระแสข่าวลือว่าจะเกิดภัยพิบัติในวันที่ 5 เดือนนี้ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ปฏิเสธข่าวลือที่แพร่สะพัดในวงกว้างนี้ ยืนยันว่าเป็นเพียง “ข่าวลวง” ที่ไม่มีมูลความจริงทางวิทยาศาสตร์รองรับ และยังไม่มีเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ใดที่สามารถคาดการณ์แผ่นดินไหวได้อย่างแม่นยำ ทั้งในแง่ของเวลา พิกัด หรือแม้แต่ขนาดของแรงสั่นสะเทือน โดยเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่า ประชาชนควรรับข้อมูลจากหน่วยงานทางการ และไม่หลงเชื่อข่าวลือที่ไม่มีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แผ่นดินไหวญี่ปุ่น

ไมเคิล แมดเซน นักแสดงขาประจำหนังเควนติน เสียชีวิตแล้วในวัย 67 ปี

ไมเคิล แมดเซน นักแสดงขาประจำหนังเควนติน เสียชีวิตแล้วในวัย 67 ปี

4 ก.ค. 2568 06:43 น.

ไมเคิล แมดเซน นักแสดงขาประจำหนังเควนติน เสียชีวิตแล้วในวัย 67 ปี

ไมเคิล แมดเซน นักแสดงขาประจำของเควนติน ทารันติโน ผู้กำกับชื่อดัง เสียชีวิตแล้วในวัย 67 ปี หลังเจ้าหน้าที่พบเขาในสภาพไม่ไหวติงที่บ้านของตัวเอง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมแพทย์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้รับแจ้งเหตุด่วนจากบ้านในเมืองมาลิบูของนายไมเคิล แมดเซน นักแสดงฮอลลีวูดรุ่นใหญ่วัย 67 ปี และเมื่อไปถึงพวกเขาก็พบร่างของนายแมดเซนในสภาพไม่ไหวติง ก่อนเจ้าหน้าที่จะประกาศว่าเขาเสียชีวิตในเวลา 8.25 น. วันพฤหัสบดีที่ 3 ก.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น

ตัวแทนของนายแมดเซนระบุว่า เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเขาเสียชีวิตจากอาการหัวใจหยุดเต้น (cardiac arrest) โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ มากนัก

ทั้งนี้ แมดเซนเป็นนักแสดงที่ปรากฏตัวในภาพยนตร์มากมาย และเป็นที่รู้จักมากที่สุดบทบาทในภาพยนตร์ของเควนติน ทารันติโน ผู้กำกับชื่อดังอย่าง ขบวนปล้นไม่ถามชื่อ (Reservoir Dogs), นางฟ้าซามูไร 2 (Kill Bill: Vol. 2), 8 พิโรธ โกรธแล้วฆ่า (The Hateful Eight) และ กาลครั้งหนึ่งในฮอลลีวูด (Once Upon a Time in Hollywood)

ในภาพยนตร์ ขบวนปล้นไม่ถามชื่อ ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่มีอิทธิพลอย่างมากในยุค 90 แมดเซนรับบทเป็น มร.บลอนด์ โจรโรคจิต ผู้สร้างความตกตะลึงให้คนดูในฉากที่เขาตัดหูเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แมดเซนยังแสดงภาพยนตร์และซีรีส์อีกมากมายตลอดเส้นทางอาชีพกว่า 40 ปีของเขา โดยเขามักได้รับบทบาทเป็นเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างนายอำเภอ หรือตำรวจสายสืบ แต่ก็เป็นผู้ร้ายด้วยเช่นกัน เช่นบทมือสังหารในภาพยนตร์นางฟ้าซามูไร ล่าสุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาได้ไปให้เสียงตัวละครในเกมหลายเกม รวมถึง GTA 3 และ Dishonored

ไมเคิล แมดเซน เกิดที่เมืองชิคาโก ในเดือนกันยายน 2500 พ่อของเขาเป็นทหารเรือผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งภายหลังผันตัวไปเป็นนักดับเพลิง ส่วนแม่ของเขาเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ ส่วนน้องสาวของเขา เวอร์จิเนีย แมดเซน ก็เป็นนักแสดงชื่อดัง เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ และลูกโลกทองคำมาแล้วหลายครั้ง

แมดเซนเคยแต่งงานทั้งหมด 3 ครั้ง มีลูก 4 คนรวมถึงนักแสดง คริสเตียน แมดเซน โดยเขาหย่ากับเดอแอนนา ภรรยาที่อยู่กินกันมา 28 ปี เมื่อปี 2567 หลังการเสียชีวิตของฮัดสัน ลูกชายของทั้งสอง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อูเครนเตรียมเกณฑ์ผู้หญิงไปเป็นทหาร

อูเครนเตรียมเกณฑ์ผู้หญิงไปเป็นทหาร

4 ก.ค. 2568 05:40 น.

อูเครนเตรียมเกณฑ์ผู้หญิงไปเป็นทหาร

อูเครนเคยเป็นสาธารณรัฐหนึ่งของสหภาพโซเวียต นักยุทธศาสตร์และนายทหารอูเครนในอดีตจบการศึกษาจากสถาบันการทหารเดียวกันกับทหารรัสเซีย ตั้งแต่โซเวียตล่มเมื่อ ค.ศ.1991 จนถึงบัดนี้เป็นเวลา 34 ปีแล้ว นายทหารอูเครนรุ่นที่เคยอยู่ในกองทัพโซเวียต ซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ก็เกษียณไปแล้วเกือบทั้งหมด เหลือแต่ทหารรุ่นใหม่ที่จบการศึกษาจากอูเครน หรือประเทศทางตะวันตก พวกนี้จึงไม่ได้ศึกษายุทธศาสตร์และยุทธวิธีของรัสเซีย

ไม่ว่าจะเป็นสงครามรัสเซีย-ฝรั่งเศสในยุคนโปเลียน ซึ่งพระเจ้านโปเลียนมหาราชแพ้อย่างยับเยิน หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ฮิตเลอร์ของเยอรมนีแพ้โซเวียตอย่างยับย่อย ทั้งหมดมาจากยุทธศาสตร์เงียบงันของรัสเซีย เงียบจนศัตรูไม่รู้ว่าฝั่งรัสเซียกำลังทำอะไร จึงเกิดความฮึกเหิมเกริมใจใยยุกบุกเข้าไปในแผ่นดินรัสเซีย เมื่อเข้าไปได้แล้วก็ดื่มเหล้าร้องเพลงฉลองเฉลิมชัยชนะ

ฉลองได้ที่แล้วก็โดนรัสเซียปิดล้อมและไล่ทำลายทีละกองร้อยได้อย่างสบายใจเฉิบ ขวบปีที่ผ่านมาก็เหมือนกัน ทหารอูเครนและทหารนาโตที่ปลอมตัวเป็นอูเครนบุกเข้ามายึดแผ่นดินรัสเซีย โดยที่รัสเซียทำเป็นแกล้งถอยร่น เมื่อถึงเวลานาทีสำคัญ รัสเซียก็ตลบหลังตีกลับ จนอูเครนตายกลายเป็นผีครั้งละหลายพันคน

ถึงกรกฎาคม 2025 ทหารอูเครนมีไม่พอที่จะไปรบ อาวุธยุทโธปกรณ์ก็ร่อยหรอห่อเหี่ยวเงี่ยวหงุด ทีมวิเคราะห์จากไฟแนนเชียลไทม์สรายงานจากกรุงลอนดอนว่า หากไม่ได้รับอาวุธเพิ่ม อูเครนจะถึงจุดหายนะภายใน 6 เดือน นักวิเคราะห์ของนาโตเตือนว่า ถ้าไม่มีความช่วยเหลือทางทหารและการเงินเพิ่ม อูเครนจะเผชิญกับ Catastrophic failure ที่น่าจะหมายถึง “หายนะอันเกิดจากความล้มเหลวขั้นวิกฤติ” หรือ “การล่มสลายอันใหญ่หลวง”

ทรัมป์ออกมาประกาศแล้วว่า สหรัฐฯจะระงับการส่งอาวุธบางประเภทให้อูเครน เนื่องจากคลังอาวุธสำรองของสหรัฐฯอยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐาน โดยเฉพาะอาวุธป้องกันภัยทางอากาศที่เคยใช้สกัดโดรนและจรวดของรัสเซีย สหรัฐฯผลิตอาวุธใหม่ไม่ทัน

ก่อนที่จะเขียนบทความนี้ ผมได้อ่านแถลงการณ์ของพันเอก พาเวล ปาลิซา รองหัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีอูเครนที่ว่า “อูเครนควรเรียนรู้จากประสบการณ์ของอิสราเอลที่มีการเกณฑ์ทหารทั้งชายและหญิง” “เรากำลังขาดแคลนกำลังคน จึงจำเป็นต้องหาทางเพิ่มกำลังทหาร”

ผมขอสรุปมาตรการที่รัฐบาลของเซเลนสกีมีต่อการเพิ่มกำลังพลดังนี้ 1.ห้ามชายวัย 18-60 ปีออกนอกประเทศ 2.ลดอายุการเกณฑ์ทหารจาก 27 ปีเหลือ 25 ปี 3.เพิ่มโทษหนักแก่ผู้หลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร 4.สำหรับผู้ที่สมัครใจไปรบกับรัสเซีย จะได้รับเงิน 1 ล้านฮรีฟเนีย (หรือประมาณ 8 แสนบาท) ต่อปี (กุมภาพันธ์-มิถุนายน 2025 มีผู้สมัครไม่ถึง 500 คน) 5.เตรียมออกกฎหมายเกณฑ์ทหารหญิง 6.ผู้ที่ไม่เข้ารับราชการทหารอย่างน้อย 1 ปี จะไม่สามารถเข้าถึงสิทธิของรัฐบางประการ เช่น การเข้ารับราชการหรือรับเงินสวัสดิการ

ทันทีที่พันเอกปาลิซาแถลงจบ ก็มีเสียงต่อต้านค้านอื้ออึงจากประชาชนคนอูเครน ว่านี่เป็นการส่งลูกหลานของตนไปตาย ตั้งแต่เกิดสงครามรัสเซีย-อูเครน เดือนกุมภาพันธ์ 2022 พวกที่มีความรู้ มีเงิน มีศักยภาพต่างเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว 6.8 ล้านคน นี่เป็นข้อมูลจากหน่วยงาน UNHCR ส่วนข้อมูลของ USA for UNHCR หน่วยงานนี้มีรายชื่อผู้ลี้ภัย 6.9 ล้านคน

คนที่อยู่ในอูเครนในปัจจุบันเป็นพวกยากคนจนข้นแค้นที่ไม่มีศักยภาพและไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอที่จะถ่อกายออกไปนอกประเทศ การที่เอาหญิงสาวไปฝึกกันย้อกๆแย้กๆเพียงไม่กี่สัปดาห์ แล้วก็ยื่นอาวุธกระจอกงอกง่อยให้ไปรบกับทหารรัสเซีย เป็นการใช้ให้ไปตายโดยเปล่าประโยชน์

หากอูเครนแพ้รัสเซียอย่างราบคาบงาบงาบ ความฝันที่ชาวยิวในรัสเซีย โปแลนด์ เบลารุส ลัตเวีย ลิทัวเนีย และประเทศ ใกล้เคียงที่จะเข้ามาลงหลักปักฐานในอูเครน รวมทั้งการที่จะเข้านาโตก็จะมลายหายสิ้นไป.


นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม

รัสเซียเสียรอง ผบ.กองทัพเรือคนสำคัญ ในการต่อสู้กับยูเครน

รัสเซียเสียรอง ผบ.กองทัพเรือคนสำคัญ ในการต่อสู้กับยูเครน

4 ก.ค. 2568 04:20 น.

รัสเซียเสียรอง ผบ.กองทัพเรือคนสำคัญ ในการต่อสู้กับยูเครน

รัสเซียสูญเสียรองผู้บัญชาการกองทัพเรือ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่คนสำคัญที่เคยได้รับการเลื่อนขั้นและคำชมจากวลาดิเมียร์ ปูติน ระหว่างการต่อสู้กับยูเครน

เมื่อ 3 ก.ค. 2568 กองทัพรัสเซียเปิดเผยว่า พลตรี มิคาอิล กุดคอฟ รองผู้บัญชาการกองทัพเรือรัสเซีย ผู้เคยได้รับการเลื่อนขั้นและคำชื่นชมจากประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ถูกสังหารระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ นับเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่อาวุโสที่สุดของประเทศที่เสียชีวิตในสงครามครั้งนี้

กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า นายพลกุดคอฟ เพิ่งได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติของกองทัพจากปูติน ที่พระราชวังเครมลินเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้บัญชาการกองทัพเรือในเดือนมีนาคม ถูกสังหารเมื่อวันพุธที่ 2 ก.ค. ระหว่างการต่อสู้ที่หนึ่งในเขตชายแดนของแคว้นคูสค์ ซึ่งติดกับยูเครน

ก่อนหน้านี้ แชนเนลอย่างไม่เป็นทางการของกองทัพรัสเซียกับยูเครนบนเทเลแกรม รายงานก่อนหน้านี้ว่า นายพลกุดคอฟถูกสังหารพร้อมกับเจ้าหน้าที่คนอื่นอีกหลายนาย หลังจากยูเครนยิงมิสไซล์ “HIMARS” ที่สหรัฐฯ สร้าง เข้าใส่ฐานบัญชาการในแคว้นคูสค์ของรัสเซีย

สำนักข่าวรอยเตอร์สระบุว่า ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่านายพลกุดคอฟวัย 42 ปี ไปทำอะไรที่แคว้นคูสค์ ขณะที่บล็อกเกอร์สายทหารของรัสเซียหลายคนระบุว่า เขาเป็นผู้บัญชาการกองทัพเรือในแคว้นซูมีของยูเครน ขณะที่ฝ่ายเคียฟยังไม่ออกมาแสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้

ทั้งนี้ นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มบุกโจมตียูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 มีนายพลระดับสูงของรัสเซียถูกสังหารในการโจมตี หรือถูกลอบสังหารไปแล้วอย่างน้อย 10 คน

ปูตินชื่นชมนายกุดคอฟเมื่อเดือนมีนาคม โดยระบุว่า กองพลนาวิกโยธินที่ 155 ที่นายกุดคอฟบัญชาการ เป็นหนึ่งในหน่วยหัวกะทิที่ดีที่สุดของรัสเซีย และมอบหมายให้นายกุดคอฟใช้ความรู้และประสบการณ์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการต่อสู้ของกองทัพใหม่ภายในการนำของเขา และช่วยดูแลเรื่องการปรับโครงสร้างหน่วยนาวิกโยธินของประเทศ

ก่อนจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง กุดคอฟเป็นผู้นำกองพลนาวิกโยธินต่อสู้ภายในหลายพื้นที่ของยูเครน รวมถึงรอบกรุงเคียฟ และมีส่วนร่วมในการโจมตีเมืองท่ามาริอูโปล ก่อนจะมาร่วมการต่อสู้ที่แคว้นคูสค์ โดยเขาได้รับการยกย่องจากเหล่าทหารว่า เป็นผู้บัญชาการที่มีประสิทธิภาพที่สุด และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่กล้ารายงานสถานการณ์จริงให้เบื้องบนทราบ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

สภาล่างสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมาย “ยิ่งใหญ่งดงาม” ของทรัมป์แล้ว

สภาล่างสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมาย “ยิ่งใหญ่งดงาม” ของทรัมป์แล้ว

4 ก.ค. 2568 03:09 น.

สภาล่างสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมาย “ยิ่งใหญ่งดงาม” ของทรัมป์แล้ว

สส.รีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายยิ่งใหญ่งดงามของโดนัลด์ ทรัมป์แล้ว ทำให้ตอนนี้เหลือเพียงรอประธานาธิบดีลงนามบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 ก.ค. 2568 สส.รีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ร่วมกันโหวตผ่านร่างกฎหมาย “ยิ่งใหญ่งดงาม” (OBBB) ของโดนัลด์ ทรัมป์ได้สำเร็จแล้ว ด้วยคะแนนเห็นชอบ 218 เสียงและคัดค้าน 214 เสียง ทำให้ตอนนี้เหลือเพียงให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามเพื่อบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น เนื่องจากสภาสูงเห็นชอบร่างกฎหมายไปแล้วก่อนหน้านี้

ร่างกฎหมายดังกล่าวรวมมาตรการหลายอย่างที่นายทรัมป์เคยให้สัญญาเอาไว้ตอนหาเสียง เช่น การลดภาษีและเพิ่มงบประมาณกองทัพและการรักษาความปลอดภัยชายแดน ในขณะที่ตัดลดค่าใช้จ่ายจำนวนมาก รวมถึงลดขนาดโครงข่ายความปลอดภัยของสังคมเพื่อชดเชยกับรายได้ที่ขาดหาย

นี่นับเป็นชัยชนะในการออกกฎหมายครั้งใหญ่ครั้งแรกในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากงัดข้อกับสมาชิกสภาภายในพรรครีพับลิกันด้วยกันเองมานาน เพื่อรวมพรรคที่แตกแยกกันเรื่องกฎหมายยิ่งใหญ่งดงามฉบับนี้ ให้รวมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อผ่านร่างกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม มี สส.รีพับลิกัน 2 คนที่แตกแถวโหวตคัดค้านกฎหมาย OBBB ได้แก่ นายโทมัส แมสซี สส.รัฐเคนทักกี และนายไบรอัน ฟิตซ์แพทริก สส.เพนซิลเวเนีย โดยนายแมสซีบอกกับสื่อในเวลาต่อมาว่า “กฎหมายฉบับนี้ไม่งดงามเพียงพอให้เขาโหวตสนับสนุน”

ทั้งนี้ หนึ่งในมาตรการภายในกฎหมายยิ่งใหญ่งดงามของนายทรัมป์ คือการขยายเวลาลดภาษีนิติบุคคลและภาษีบุคคล ซึ่งเขาบังคับใช้ในปี 2560 ตอนเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ แรก และกำลังจะหมดอายุในเดือนธันวาคมปีนี้ ให้มีผลบังคับใช้อย่างถาวร นอกจากนั้นยังมีข้อกำหนดว่า จะไม่เก็บภาษีทิปกับค่าทำงานล่วงเวลา ที่พนักงานได้รับด้วย

ขณะเดียวกัน กฎหมายนี้จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อโครงการประกันสุขภาพผู้มีรายได้น้อย หรือ Medicaid กำหนดเงื่อนไขด้านการทำงานเพิ่มเติมสำหรับผู้ขอรับสิทธิ์ ซึ่งสำนักงานงบประมาณแห่งสภาคองเกรสประเมินว่า มาตรการนี้จะทำให้ชาวอเมริกันกว่า 12 ล้านคนเสียสิทธิ์ในโครงการนี้ภายใน 10 ปีข้างหน้า

OBBB ยังจะค่อยๆ ยกเลิกการลดหย่อนภาษีพลังงานสะอาดของโจ ไบเดน หมายความว่าบริษัทพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์จะได้รับการลดหย่อนภาษีน้อยลงเรื่อยๆ หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ OBBB จะยกเลิกการลดหย่อนภาษีแผงโซลาร์เซลล์ในที่พักอาศัยด้วย

ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามบังคับใช้ร่างกฎหมายยิ่งใหญ่งดงามของเขาในพิธีการในเวลา 17.00 น.วันที่ 4 ก.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn , bbc

สส.เดโมแครตทุบสถิติ พูดในสภานานเกือบ 9 ชม. ประท้วงกฎหมายทรัมป์

สส.เดโมแครตทุบสถิติ พูดในสภานานเกือบ 9 ชม. ประท้วงกฎหมายทรัมป์

4 ก.ค. 2568 01:26 น.

สส.เดโมแครตทุบสถิติ พูดในสภานานเกือบ 9 ชม. ประท้วงกฎหมายทรัมป์

ผู้นำ สส.เดโมแครตกล่าวสุนทรพจน์ในสภานานเกือบ 9 ชั่วโมง จนกลายเป็นสถิติใหม่ เพื่อถ่วงเวลาไม่ให้ฝ่ายรีพับลิกันลงมติร่างกฎหมายยิ่งใหญ่งดงามของโดนัลด์ ทรัมป์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 ก.ค. 2568 นายฮาคีม เจฟฟรีส์ สส.เดโมแครตจากรัฐนิวยอร์ก ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ทำลายสถิติกล่าวสุนทรพจน์ในสภานานที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของประเทศ โดยเขาพูดนานถึง 8 ชั่วโมง กับ 44 นาที

การกล่าวสุนทรพจน์มาราธอนของนายเจฟฟรีส์เป็นการทำเพื่อประท้วงต่อต้านร่างกฎหมายการใช้จ่ายและภาษี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ร่างกฎหมายยิ่งใหญ่งดงาม” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยหลังจากนี้จะเป็นการลงมติว่าจะผ่านร่างกฎหมายหรือไม่

นายเจฟฟรีส์เริ่มกล่าวสุนทรพจน์ในเวลา 4.53 น. วันพฤหัสบดีที่ 3 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเขาใช้กลไกทางนิติบัญญัติที่เรียกว่า “magic minute” ซึ่งอนุญาตให้ผู้นำพรรคการเมืองในสภาสามารถกล่าวสุนทรพจน์ได้ยาวนานเท่าที่ต้องการ

ผู้นำเสียงข้างน้อยจากเดโมแครตรายนี้เล่าเรื่องราวของชาวอเมริกันที่จะได้รับผลกระทบจากการตัดลดงบประมาณในโครงการประกันสุขภาพสำหรับผู้มีรายได้น้อย หรือ “Medicaid” และข้อกำหนดอื่นๆ ในร่างกฎหมายของนายทรัมป์ โดยเขาใช้วิธีพูดอย่างช้าๆ และเว้นช่วงระหว่างคำพูดและประโยคเป็นเวลานาน

ทั้งนี้ นายเจฟฟรีส์ทำลายสถิติการกล่าวสุนทรพจน์ในสภายาวนานที่สุดของนายเควิน แมคคาร์ธี ในปี 2564 โดยนายแมคคาร์ธี ซึ่งในตอนนั้นเป็นผู้นำเสียงข้างน้อยของรีพับลิกัน พูดเป็นเวลานาน 8 ชั่วโมง 32 นาที เพื่อชะลอการลงมตินโยบายของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในตอนนั้น โดยนายทรัมป์ออกมาชื่นชมนายแมคคาร์ธีด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ฮุน เซน จี้หยุดซื้อสินค้าเชิงยุทธศาสตร์จากไทย อ้างเรื่องความมั่นคง

ฮุน เซน จี้หยุดซื้อสินค้าเชิงยุทธศาสตร์จากไทย อ้างเรื่องความมั่นคง

4 ก.ค. 2568 00:15 น.

ฮุน เซน จี้หยุดซื้อสินค้าเชิงยุทธศาสตร์จากไทย อ้างเรื่องความมั่นคง

สมเด็จฯ ฮุน เซน เรียกร้องให้ชาวกัมพูชาหยุดซื้อสินค้าเชิงยุทธศาสตร์จากไทย ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และเชื้อเพลิง อ้างความกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติ

สำนักข่าว Khmer Times รายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 ก.ค. 2568 สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้เข้าพบปะอาจารย์และนักศึกษาที่สากลวิทยาลัย เจียซิม กำชัยเมียร์ (Chea Sim Komchaymear) ในจังหวัดไพรแวง (Prey Veng) โดยฮุน เซน ได้เรียกร้องให้หยุดนำเข้าสินค้าเชิงยุทธศาสตร์เช่น ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และเชื้อเพลิง จากประเทศไทย

“กัมพูชาต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าเชิงยุทธศาสตร์ใดๆ จากประเทศไทย อย่างแรกคือไฟฟ้า เราไม่ควรซื้อภายใต้สถานการณ์ใดๆ สองคืออินเทอร์เน็ต สามคือเชื้อเพลิงและแก๊ส เพราะหากสิ่งเหล่านี้ถูกตัดเราก็จบ” ฮุน เซน ย้ำ

อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชาอธิบายต่อว่า คำขู่ของไทยต่อกัมพูชาไม่ใช่เรื่องใหม่ ตอนที่ทั้งสองประเทศมีข้อพิพาทชายแดนในอดีต ไทยก็มีคำขู่ และด้วยเหตุผลนี้เองที่เราสร้างถนนแห่งชาติหมายเลข 68 (National Road 68) โดยใช้ทุนจากงบประมาณแห่งชาติของกัมพูชา เพราะไทยขู่จะตัดความช่วยเหลือทางการเงิน

นอกจากนี้ สมเด็จฯ ฮุน เซน กล่าวด้วยว่า การเผยแพร่ละครไทยทั้งหมดผ่านสถานีโทรทัศน์ของกัมพูชาจะต้องหยุดอย่างสิ้นเชิง และเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ชาวกัมพูชาควรหันไปให้การสนับสนุนแก่ผู้ผลิตละครในประเทศ

ฮุน เซน ยังพูดถึงเหตุการณ์เมื่อปี 2546 โดยอ้างว่า ตอนนั้นกัมพูชาก็ระงับการฉายละครไทยไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่ในช่วงปี 2559-2560 เขาก็อนุญาตให้ละครไทยกลับมาฉายในกัมพูชาได้อีกครั้ง หลังจากฝ่ายไทยขอร้องหลายครั้ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : khmertimes

สลด เกิดเหตุกราดยิงที่ชิคาโก ดับแล้ว 4 ศพเจ็บนับสิบ ยังจับคนร้ายไม่ได้

สลด เกิดเหตุกราดยิงที่ชิคาโก ดับแล้ว 4 ศพเจ็บนับสิบ ยังจับคนร้ายไม่ได้

3 ก.ค. 2568 23:10 น.

สลด เกิดเหตุกราดยิงที่ชิคาโก ดับแล้ว 4 ศพเจ็บนับสิบ ยังจับคนร้ายไม่ได้

(เครดิตภาพ Armando L. Sanchez/Chicago Tribune via AP)

คนร้ายขับรถผ่านหน้าร้านอาหารในเมืองชิคาโก ก่อนเปิดฉากยิงเข้าใส่ผู้คน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ บาดเจ็บอีกนับสิบราย โดยคนร้ายยังคงลอยนวล

เมื่อเวลา 23.02 น. วันพุธที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น (2 ก.ค. 2568) เกิดเหตุกราดยิงขึ้นที่ย่าน ริเวอร์ นอร์ท บนถนนเวสต์ ชิคาโก อเวนิว โดยรถยนต์อเนกประสงค์สีเข้มคันหนึ่งขับผ่านหน้าร้านอาหาร “อาร์ติส เรสเตอรองต์ แอนด์ เลาจ์” ก่อนที่มือปืนจะเปิดฉากยิงเข้าใส่ฝูงชน แล้วหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุทันที จนถึงตอนนี้ตำรวจยังจับคนร้ายไม่ได้

ตำรวจเมืองชิคาโกเปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ เป็นชาย 2 รายกับหญิง 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 14 ราย มีอายุอยู่ในช่วง 20-30 ปี ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง และหลายรายในจำนวนนี้มีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ

ข่าวระบุด้วยว่า ขณะเกิดเหตุ แร็ปเปอร์หญิง เมลโล บัคซ์ กำลังจัดงานเลี้ยงเปิดตัวอัลบั้มของเธอภายในร้านอาหารดังกล่าว โดยเธอโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมขอให้ผู้คนร่วมสวดมนต์ภาวนาให้แก่ผู้บาดเจ็บด้วย

ด้านบาทหลวงโดโนแวน ไพรซ์ ซึ่งทำงานช่วยเหลือเหยื่อความรุนแรง บอกกับสื่อท้องถิ่นว่า “สถานการณ์สับสนอลหม่านอย่างที่สุดในตอนที่ผมไปถึงเมื่อคืนนั้น ตั้งแต่เสียงผู้คนกรีดร้อง ไปจนถึงเลือดตามถนน ผู้คนนอนอยู่บนพื้น และมีตำรวจอยู่เต็มไปหมด มันน่ากลัวมาก มากกว่าอะไรที่ผมเคยเห็น”

บาทหลวงไพรซ์บอกด้วยว่า สถานการณ์ที่โรงพยาบาลหลายแห่งก็อยู่ในความวุ่นวายไม่ต่างจากที่เกิดเหตุ เนื่องจากผู้คนจำนวนมากมาตามหาบุคคลอันเป็นที่รักของพวกเขา

“ดูเหมือนจะมีงานเลี้ยงเปิดตัวอัลบั้มอะไรบางอย่าง ผู้คนมาจากที่นั่น แล้วรถอเนกประสงค์คันหนึ่งก็มาจอด และเปิดฉากยิงเข้าใส่ผู้คน” บาทหลวงไพรซ์กล่าว “มันเกิดขึ้นได้ทุกที่ ช่างน่าเจ็บปวดจริงๆ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : abcnews