เทคนิคการเลือกใช้สำลีทำความสะอาดผิวหน้าและการดูแลรักษาเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653818

วันที่ 25 พ.ค. 2564 เวลา 12:55 น.

เทคนิคการเลือกใช้สำลีทำความสะอาดผิวหน้าและการดูแลรักษาเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะนำการเลือกใช้สำลีให้เหมาะกับผิวหน้าเพื่อประสิทธิภาพมากที่สุด พร้อมเผยเทคนิคการใช้สำลีที่สัมผัสผิวหน้าโดยตรงด้วยวิธีที่ถูกต้อง ทั้งขั้นตอนการความสะอาดผิวหน้า และการบำรุงเพื่อปรนนิบัติผิว

ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในผลิตสำลีทั้งเพื่อใช้ทางการแพทย์และสำลีอเนกประสงค์มาอย่างยาวนาน ล่าสุด AIME Beauty Cotton  (เอเม่ บิวตี้ คอตตอน) แบรนด์สำลีเพื่อการดูแลและทำความสะอาดผิวหน้าโดยเฉพาะ ชวนสาวๆ มาสัมผัสประสบการณ์การการดูแลและทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก ไปกับสำลีคอลลาเจน (AIME COLLAGEN) ผลิตภัณฑ์สำลีเพื่อการดูแลและทำความสะอาดผิวหน้าโดยเฉพาะพร้อมจัดงานเวิร์คช็อปเปิดตัวสำลีคอลลาเจนที่มีคุณสมบัติช่วยดูดซับสิ่งสกปรกได้อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น  กักเก็บความชุ่มชื้นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

แพทย์หญิงนิโลบล เจริญวุฒิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะนำการเลือกใช้สำลีพร้อมเทคนิคการทำความสะอาดและดูแลผิวเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดังนี้

การมีผิวหน้าที่สวยสุขภาพดีนั้นย่อมเกิดจากการที่เราให้ความสำคัญและมีความพิถีพิถันในการดูแลผิวหน้า นอกจากการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมกับสภาพผิวแล้วนั้น อุปกรณ์ทำความสะอาดผิวอย่าง ‘สำลี’ ก็ยังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามถึงแม้ว่าสำลีจะเป็นสิ่งที่ใช้แล้วทิ้ง แต่ที่จริงแล้วถือว่ามีความสำคัญเพราะเป็นสิ่งที่ใช้สัมผัสกับผิวหน้าโดยตรง ซึ่งไม่ว่าจะมีสุขภาพผิวแบบไหน ผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม ต่างก็ต้องใช้สำลีทั้งสิ้น ทั้งเพื่อเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า เช็ดเครื่องสำอางเ ช็ดบำรุงผิว หรือใช้เป็นมาส์ก

โดยสำลีที่ดีนั้นจะต้องเป็นสำลีที่ผลิตจากใยฝ้ายแท้ธรรมชาติ มีผิวสัมผัสที่นุ่มอ่อนโยนต่อผิว ไม่มีส่วนผสมของสารเรืองแสงที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว ช่วยดูดซับน้ำได้ดี และด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีความก้าวหน้าในปัจจุบัน จึงทำให้มีการผลิตสำลีที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนออกมา ทำให้เรามีตัวเลือกในการใช้สำลีที่ดีมากขึ้น ซึ่งถ้าเราใช้สำลีที่ไม่ได้มาตรฐาน มีสารปนเปื้อน ผิวหยาบ ก็จะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ หรือสำลีที่ดูดซับน้ำได้ไม่ดี มีการกักเก็บน้ำได้น้อย ก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดลดน้อยลง

สำหรับวิธีการใช้สำลีเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดนั้น จริงๆ แล้วสำคัญที่เทคนิคการใช้ ต่อให้เราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่แพงที่สุดหรือดีที่สุดแต่เทคนิคไม่ถูกต้อง การใช้ลำลีก็ไม่เกิดประสิทธิภาพ ซึ่งเราสามารถเลือกใช้สำลีได้ตามประเภทของผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ล้างหน้า โดยส่วนใหญ่แล้วเราจะใช้สำลีกับคลีนซิ่งวอเตอร์เป็นหลัก และใช้กับคลีนซิ่งมิลค์เป็นตัวรองลงมา

โดยมีเทคนิคในการใช้ที่ถูกต้องก็คือ เวลาทำความสะอาดผิวหน้า เราต้องเลือกใช้สำลีที่สามารถดูดซับน้ำได้ดี เพื่อที่สำลีจะสามารถโอบอุ้มคลีนซิ่งของเราไม่ให้แห้งเร็ว เพราะเราจะไม่เช็ดหน้าในทันทีหลังจากที่แปะสำลีลงไป แต่จะต้องรอให้คลีนซิ่งทำละลายกับเครื่องสำอางก่อนประมาณ 5-10 วินาที หลังจากนั้นจึงเช็ดเครื่องสำอางออก ก็จะช่วยขจัดคราบเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นเทคนิคในการทำความสะอาดที่ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด หากสำลีที่เราเลือกใช้ดูดซับน้ำได้น้อย สำลีก็จะแห้งเร็วทำให้เราต้องเช็ดหน้าหลายรอบ ถือเป็นการรบกวนผิวหน้าหลายครั้ง ผิวหน้าก็จะเกิดการระคายเคือง เกิดริ้วรอยได้ง่าย

ส่วนการใช้สำลีร่วมกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอื่นๆ อย่างเช่น การใช้สำลีมาส์กหน้า ก็สามารถทำได้ หากสำลีดูดซับน้ำได้ดีก็จะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้อย่างเต็มที่ มีส่วนช่วยให้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวซึบซับลงสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น

เคล็ดลับการดูแลผิวแบบฉบับเซเลบริตี้

“ในทุกๆวัน ไม่ว่าจะแต่งหน้าหรือไม่แต่งหน้า เราจะใช้คลีนซิ่งหยดลงบนสำลีแล้วเช็ดหน้าก่อนล้างหน้าตลอด เพราะเราทาครีมทุกวัน ถ้าใช้โฟมล้างหน้าเลย จะรู้สึกว่าไม่ค่อยสะอาด และอุดตัน สำลีจึงเป็นไอเทมที่เราใช้เยอะมากในแต่ละวัน โดยสำลีที่ดีจะต้องช่วยให้ขั้นตอนการเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าง่ายขึ้น อย่างบริเวณรอบดวงตา เราก็ไม่อยากใช้สำลีถูเยอะ เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองง่าย ดังนั้นต้องเลือกสำลีที่มีผิวสัมผัสอ่อนโยน นุ่มลื่น ยิ่งเป็นสำลีที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนก็ยิ่งดี เพราะจะเหมาะสำหรับการใช้กับผิวหน้าโดยเฉพาะ” …แพร-พิมพิศา จิราธิวัฒน์ 

“ปกติเราเป็นคนผิวแพ้ง่าย เวลาเลือกผลิตภัณฑ์มาใช้กับผิวจะต้องเป็นสูตรที่อ่อนโยน โดยเฉพาะสำลีที่สัมผัสกับหน้าโดยตรง และต้องใช้ทุกวันก็จะพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพราะต้องใช้สำลีทั้งขั้นตอนการเช็ดเครื่องสำอาง และใช้โทนเนอร์ ซึ่งนอกจากผิวสัมผัสจะต้องนุ่มลื่น ไม่บาดผิวแล้ว ที่สำคัญเลยคือ เราจะชอบสำลีที่แผ่นใหญ่ อย่างสำลีคอลลาเจนที่มีขนาดแผ่นใหญ่กว่าสำลีปกติ ทำให้มีพื้นที่ในการเช็ดเยอะ เช็ดแล้วทำให้เครื่องสำอางหลุดง่าย และมีคุณสมบัติในเรื่องการดูดซับสิ่งสกปรกได้ดีด้วย เพราะจะได้เป็นตัวช่วยให้ผิวสะอาดอย่างล้ำลึกมากยิ่งขึ้น”จินนี่-เอมษิกา โชติวิจิตร

 “เราเป็นคนแต่งหน้าค่อนข้างบ่อย ดังนั้นก็จะให้ความสำคัญในเรื่องของการเช็ดทำความสะอาดเป็นอย่างมาก โดยจะใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอาง สำหรับดวงตา ริมฝีปาก และผิวหน้าโดยเฉพาะ แล้วค่อยใช้คลีนซิ่งเช็ดซ้ำอีกครั้งก่อนล้างด้วยโฟมล้างหน้า สำหรับขั้นตอนการเช็ดหน้า เราก็จะเลือกสำลีที่เหมาะกับการดูแลทำความสะอาดผิวหน้าโดยตรง ซึ่งต้องได้มาตรฐาน ไม่เป็นอันตรายต่อผิว และต้องอ่อนโยน นุ่มลื่น เวลาเช็ดแล้วไม่บาดผิว เพื่อจะได้ลดสาเหตุของการเกิดริ้วร้อย และหลังจากทำความสะอาดผิวหน้าแล้ว เราก็จะใช้สำลีมาส์กหน้าด้วยโทนเนอร์ต่อ ยิ่งสำลีมีส่วนผสมของคอลลาเจนด้วยจะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวก่อนรับการบำรุงได้มากขึ้น”มายด์-แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา

“การดูแลผิวเราก็ทำตามขั้นตอนปกติเลย ล้างหน้าให้สะอาด และก็บำรุง แต่เวลาล้างหน้าเราจะใช้น้ำเย็นตลอด เพื่อไม่ให้รูขุมขนกว้าง แล้วก็จะพิถิพิถันในเรื่องของการเลือกสำลีเป็นพิเศษ เพราะเป็นสิ่งที่สัมผัสกับผิวหน้าเราโดยตรง ยิ่งตอนนี้สำลีมีส่วนผสมของคอลลาเจนเนื้อสำลีนุ่มลื่น ไม่เป็นขุย ไม่ระคายเคืองผิว ผลิตจากใยฝ้ายแท้ และใยธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้างบนผิวด้วย ซึ่งถูกใจเรามาก เพราะเรามองว่าถ้าผิวเสียไปแล้วมันกู้คืนยาก ถ้าเราใส่ใจทุกขั้นตอนของการดูแล ผิวหน้าจะได้สุขภาพดีในระยะยาว”โอบอุ้ม-รัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา 

อิ่มเอมได้ง่ายๆ แถมปลอดภัยกว่ากับ ‘เซ็นทารา กูร์เมต์ ทูโก’ บริการเดลิเวอรี่ถึงบ้านจากห้องอาหารโรงแรมเครือเซ็นทารา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/653973

วันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 10:55 น.

อิ่มเอมได้ง่ายๆ แถมปลอดภัยกว่ากับ ‘เซ็นทารา กูร์เมต์ ทูโก’ บริการเดลิเวอรี่ถึงบ้านจากห้องอาหารโรงแรมเครือเซ็นทาราเซ็นทารากลับมาเปิดให้บริการห้องอาหาร พร้อมเปิดตัว ‘เซ็นทารา กูร์เมต์ ทูโก’ ส่งตรงความอร่อยหลากหลายเมนูอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพ ปรุงสด สะอาด และปลอดภัยถึงบ้านจากเซ็นทารา 11 แห่งทั่วไทย

กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้วสำหรับห้องอาหารของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา และเพื่อมอบความสะดวกสบายพร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคนี้ เซ็นทาราได้เปิดตัว “เซ็นทารา กูร์เมต์ ทูโก” (Centara Gourmet to Go) บริการเดลิเวอรี่ส่งความอร่อยถึงบ้าน นำเสนอความอร่อยจากทั่วทุกมุมโลกให้ทุกคนได้อิ่มเอมกับหลากหลายเมนูอาหารคุณภาพ ปรุงสด สะอาด และปลอดภัย ทั้งที่ห้องอาหารโรงแรมและบ้าน

สำหรับ เซ็นทารา กูร์เมต์ ทูโก นำเสนออาหารเดลิเวอรี่เลิศรสหลากหลายสัญชาติจากห้องอาหารยอดฮิตมากมายของเซ็นทารา ทั้งห้องอาหารสเปน”อูโนมาส” และห้องอาหารอิตาเลียน “เวนติซี” ที่เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ รวมถึงห้องอาหารจีน “ไดนาสตี้” และห้องอาหารอิตาเลียน “ดอน จิโอวานนี” ที่เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ซึ่งได้กลับมาเปิดให้บริการสำหรับการนั่งรับประทานที่ร้านแล้วเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นมื้ออาหารในรูปแบบรับประทานที่ห้องอาหารหรือแบบจัดส่งบ้าน เซ็นทารายึดความปลอดภัยด้านสุขภาพและสุขอนามัยของลูกค้าอย่างสูงสุด ภายใต้มาตรฐาน “เซ็นทารา คอมพลีท แคร์” (Centara Complete Care) หลักปฏิบัติด้านการบริการเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยที่เข้มงวด โดยเชฟและพนักงานทุกคนจะต้องได้รับการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้างาน รวมถึงการสวมใส่หน้ากากอนามัยและหน้ากากใสตลอดขั้นตอนการทำอาหาร อีกทั้งการทำความสะอาดครัวและอุปกรณ์ภายในครัวอย่างสม่ำเสมอ

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราที่ให้บริการเดลิเวอรี่ “เซ็นทารา กูร์เมต์ ทูโก” ทั้ง 11 แห่งทั่วไทย ในกรุงเทพฯ ภาคตะวันออก และภาตใต้ ได้แก่

  • เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

ห้องอาหารอิตาเลียนเวนติซีเสิร์ฟความอร่อยให้คุณถึงบ้านจากหลากหลายเมนูอาหารจานหลัก อย่างสตูว์ไก่ตุ๋นไวน์แดง แซลมอนและซอสมัสตาร์ดผักชีดิล พร้อมเมนูเรียกน้ำย่อยต่างๆ ในราคาเริ่มต้นที่ 190 บาทสุทธิ

อีกทั้งห้องอาหารสเปนอูโนมาสที่นำเสนอ “อูโนมาสบรั้นช์” ให้คุณได้อิ่มเอมความอร่อยในแบบสเปนแท้ๆ ที่บ้าน ซึ่งได้รวบรวมบรรดาซีฟู้ดสดใหม่คุณภาพเยี่ยมนานาชนิด จากที่จัดเรียงรายบนน้ำแข็ง อาทิ ก้ามปูอลาสก้าเนื้อหวาน กุ้งล็อบสเตอร์แคนาเดียน กุ้งลายเสือ รวมถึงหลากหลายเมนูโคลด์ คัท สลัด และ ทาปาสต่างๆ ให้คุณได้เลือกอิ่มอร่อยตามใจชอบ ในราคาเพียง 7,999 บาทสุทธิ ต่อ 2 ถึง 4 ท่าน

  • เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

“โบวล์ส-ทู-โก ดิลิเวอรี่” มื้ออร่อยระดับห้าดาวด้วยราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นที่ 69 บาทสุทธิ พร้อมส่งความอร่อยถึงบ้านด้วยอาหารนานาชาติจากหลากหลายห้องอาหารชั้นนำของโรงแรมฯ ไม่ว่าจะเป็นอิตาเลียน ญี่ปุ่น อินเดีย และจีน เพื่อให้คุณได้ลิ้มลองและอิ่มอร่อยไปกับเมนูต่างๆ อาทิ สปาเก็ตตี้เบคอน แกงไก่กับข้าวสไตล์อินเดีย ข้าวหน้าไก่หรือหมูทงคัตสึราดซอสไข่ บะหมี่แห้งเป็ดย่าง และแซลมอนทอดกับพาสต้าผัดกระเทียมซอสมะนาว

  • เซ็นทารา วอเตอร์เกต พาวิลเลียน กรุงเทพฯ

ทีมเชฟจากคาเฟ่ไนน์พร้อมปรุงอาหารอร่อย สะอาด สดใหม่ ทั้งเมนูไทยและนานาชาติมากกว่า 70 รายการ เสิร์ฟให้ท่านถึงบ้าน ในราคาสุดคุ้มค่าเริ่มต้นเพียง 49 บาท

  • เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

ห้องอาหารบิสโทร 4 นำเสนออาหารหลากหลายสัญชาติทั้งไทย ยุโรป และญี่ปุ่น ส่งตรงถึงบ้านในราคาเพียง 69 – 99 บาท นอกจากเมนูอาหารคาวยังมีเมนูอาหารว่างแบบกล่อง (Snack Box) ที่มีทั้งโฮมเมดแซนวิช เบเกอรี่แสนอร่อย ขนมหวานต่างๆ พร้อมน้ำผลไม้ ให้ลูกค้าได้อิ่มอร่อยทั้งมื้อเช้าและมื้อว่างตอนบ่ายที่บ้านอย่างมีความสุข

  • เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา

ห้องอาหารโอเอซิสนำเสนอเมนูเเห่งความสุข ส่งตรงถึงบ้านกับเมนูอาหารขึ้นชื่อจากทั่วทุกมุมโลก พิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบ จนได้มาเป็นเมนูคุณภาพแสนอร่อย ในราคาเริ่มต้นเพียงเมนูละ 99 บาท ทั้งอาหารยุโรปอย่างซุป พาสต้า พิซซ่าเตาถ่าน แซนวิช แฮมเบอร์เกอร์ สเต็ก และอาหารทะเล อีกทั้งตัวเลือกหลากหลายกับเมนูอาหารนานาชาติทั้งอาหารไทย ญี่ปุ่น และจีน โดยเมนูแนะนำ ได้แก่ ข้าวผัดมันกุ้งเสิร์ฟพร้อมกุ้งแม่น้ำ บะหมี่ผัดเนื้อปู ปลากะพงซอสมะขาม และผัดคะน้าฮ่องกงเห็ดหอม

  • เซ็นทารา ซันไรซ่า เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา

ห้องอาหารอูมิมอบอาหารเลิศรสหลากหลายสัญชาติ ทั้งญี่ปุ่น ยุโรป ไทย และอาหารทะเลสดๆ มากมาย อาทิ พิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยน สปาเก็ตตี้ซอสเนื้อ และสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า ในราคา 220 บาท หรือจะเลือกอิ่มอร่อยกับเซตเมนูหมูกระทะสุดคุ้ม อย่าง “เซตฟินคนเดียว” ในราคา 59 บาท หรือจะเป็น “เซตฟินทั้งบ้าน” ที่มีทั้งหมูกระทะและอาหารทะเลสดๆ อีกมากมาย ในราคา 299 บาท

  • เซ็นทรา บาย เซ็นทารา มาริส รีสอร์ท จอมเทียน

อิ่มอร่อยได้ทั้งวันกับ Happy Meal Box ข้าวกล่องพร้อมส่งทั่วพัทยา รสชาติอร่อยและวัตถุดิบระดับโรงแรม มีให้เลือกทั้งเมนูอาหารชุดไทยและเกาหลี ในราคา 245 – 265 บาทต่อกล่อง เมนูอาหารชุดแนะนำสำหรับคนชอบอาหารสไตล์เกาหลี อาทิ ชุดราเม็งผัดกิมจิ ที่มาพร้อมหมูกรอบชุปแป้งทอด คิมบับ (ซูชิเกาหลี) สลัดผักออแกนิค กิมจิ และขนมเค้ก หรือหากชอบเมนูอาหารไทยรสชาติจัดจ้าน ทางโรงแรมฯ ขอแนะนำชุดข้าวผัดต้มยำกุ้งสูตรเข้มข้น ที่มาพร้อมกุ้งโสร่งทอง ไข่ม้วนนุ่ม และผลไม้ตามฤดูกาล

  • เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา หัวหิน

ห้องอาหารโคสต์ บีชคลับและบิสโทร มอบความอร่อยสไตล์คอสโมโพลิถึงบ้าน ด้วย “ชุดอาหารพร้อมรับประทาน” ในราคาเริ่มต้นที่ 85 บาท ไม่ว่าจะเป็นเมนูสลัด สเต็ก อาหารทะเล พาสต้า พิซซ่า และสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการปรุงอาหารแบบแตกต่าง ห้องอาหารโคสต์ฯ แนะนำ “ชุดอาหารแบบพร้อมปรุง” ในราคาเริ่มต้นที่ 390 บาท ที่บรรจุวัตถุดิบหลักและเครื่องปรุงครบทุกรายการให้ลูกค้าได้ปรุงอาหารแบบทันทีที่บ้านด้วยตนเองอย่างง่ายดาย นอกจากนั้น ห้องอาหารโคสต์ฯ ยังมีบริการจัดส่งวัตถุดิบชั้นนำให้ลูกค้าได้เลือกสรรเพื่อปรุงอาหารในแบบฉบับของตัวเองที่บ้านอย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสเต็กวัวและซี่โครงแกะจากประเทศออสเตรเลีย ฟัวกราส์หรือตับห่านชิ้นหนานุ่ม และเนื้อปลาสดใหม่หลายรายการ

  • เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท ภูเก็ต

ส่งตรงประสบการณ์ความอร่อยระดับโรงแรมหรูถึงบ้านจากครัวอิตาเลียน ห้องอาหารมาเร่ ด้วยเมนูขึ้นชื่อของโรงแรมมากมายให้เลือกสรร ในราคาเริ่มต้นที่ 220 บาท อาทิ สลัดส้มโอ อะโวคาโดและเนื้อปู สปาเก็ตตี้ทะเล และพิซซ่าพาร์ม่าแฮม นอกจากเมนูอาหารคาว ยังมีเมนูเบเกอรี่และขนมโฮมเมด หอมกรุ่น อบสดใหม่จากเตาทุกวัน อย่างโรลลูกเกด บราวนี่ช็อกโกแลตมูสเค้ก และครัวซองต์หลากรสให้อิ่มเอมทั้งรสเนยสด อัลมอนด์ ราสเบอร์รี่ และช็อกโกแลต โดยทางโรงแรมฯ ยังให้บริการรับสั่งทำเค้กวันเกิดในรูปแบบพิเศษต่างๆ อีกด้วย

  • โคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช

คาเฟ่ 247 นำเสนอเมนูเบเกอรี่หอมอร่อย พร้อมเครื่องดื่มร้อนและเย็น เดลิเวอรี่ถึงบ้านอย่างสะดวกและรวดเร็ว ด้วยบริการส่งฟรีในระยะ 3 กิโลเมตร เมื่อสั่งขั้นต่ำ 100 บาท โดยมีเมนูเบเกอรี่และขนมต่างๆ ให้อิ่มอร่อยมากมายในราคาเริ่มต้นที่ 30 บาท อาทิ ครัวซองต์ มัฟฟิน เดนิช รวมถึงเมนูเครื่องดื่มร้อนและเย็น ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ ชาไทย และชาเขียวมัทฉะ ในราคาเริ่มต้นที่ 70 บาท

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราที่ให้บริการ “เซ็นทารา กูร์เมต์ ทูโก” ได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/th/gourmet-to-go/

‘ทุเรียน’ King of Fruits ความหอมหวานกับเรื่องดีๆ ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/653887

วันที่ 26 พ.ค. 2564 เวลา 09:15 น.

'ทุเรียน' King of Fruits ความหอมหวานกับเรื่องดีๆ ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ส่องข้อดีและเรื่องที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับ “ทุเรียน” ราชาแห่งผลไม้ พร้อมไขข้อข้องใจกินแล้วร้อนใน ดับร้อนด้วยอะไร ไปดูกัน

นับเป็นเวลาทองของราชาแห่งผลไม้ (King of Fruits) อย่าง “ทุเรียน” เลยละ สำหรับช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนของทุกปี ด้วยรสชาติที่หอมหวานและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ หลายคนจึงยอมควักเงินในกระเป๋าเพื่อการบริโภค ซึ่งราคาปีนี้ตามท้องตลาดที่พบขณะนี้จะอยู่ที่ราวกิโลกรัมละ 150-200 บาท ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์

ทุเรียนนับเป็นผลไม้มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเนื้อทุเรียน 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 150 กิโลแคลอรี อุดมด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และแร่ธาตุหลายชนิด ซึ่งแร่ธาตุซัลเฟอร์ หรือกำมะถัน ทำให้ทุเรียนมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ และจากการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา พบว่า เนื้อทุเรียนมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดระดับไขมันในเลือด แต่เป็นเพียงการศึกษาในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองเท่านั้น

“วิตามินซี” ในทุเรียน

เห็นทุเรียนเป็นผลไม้หวานๆ แบบนี้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าในทุเรียนนี่แหละที่เต็มไปด้วยวิตามินซีสูงมากๆ มีผลต่อการป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ อาทิ โรคหัวใจ โรคที่เกี่ยวกับระบบไหลเวียนของเลือด แนะนำเช่นเคยว่าต้องทานในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้นแล้วจะดีต่อร่างกาย 

ทุเรียนช่วย “ลดระดับไขมัน”

โดยเฉพาะพันธุ์ทุเรียนหมอนทอง ที่มีสารโพลีฟีนอล (Pholyphenols) มีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย และยังมีเส้นใยที่ช่วยลดไขมันได้ดี แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าไม่ควรทานในปริมาณที่มากจนเกินไป (ประมาณไม่เกิน 1 พูต่อวันเท่านั้น) สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนักแต่ก็อดใจไม่ไหวกับทุเรียน ไม่ต้องเครียดกันไป เลือกทานได้ในบางครั้ง เพราะไขมันที่อยู่ในทุเรียนเป็นไขมันที่ไม่ให้โทษต่อร่างกาย วางใจแล้วแอบชิมสักนิดแล้วจะติดใจ

ทุเรียนกับเรื่องการ “เผาผลาญ” และ “ดีท็อกซ์ลำไส้”

ทุเรียนนับว่าเป็นผลไม้ชนิดร้อน เมื่อทานเข้าไปในร่างกายจะเกิดการเผาผลาญด้วยความร้อนจากกำมะถัน โดยต้องเลือกทานทุเรียนเข้าไปในปริมาณที่พอดี (ครั้งละไม่เกิน 1 – 2 พู) ทุเรียนก็จะช่วยเข้าไปเร่งการเผาผลาญภายในร่างกาย  ในทุเรียนอุดมไปด้วยกากใยอาหารซึ่งดีต่อระบบการขับถ่ายในร่างกาย เสมือนยาระบายอ่อนๆ สำหรับใครที่อยากดีท็อกซ์ลำไส้ด้วยทุเรียนก็ไม่ยากเลย เพียงทานทุเรียนในช่วงเช้าไม่เกิน 1 พู ตามด้วยน้ำอุ่น 1 แก้ว จะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีฤทธิ์ลดไขมันในเลือดแต่ทุเรียนถือว่าเป็นผลไม้ที่มีแป้งและน้ำตาลสูง จึงควรจำกัดปริมาณในการบริโภค และไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต และโรคความดันโลหิตสูง ทุเรียนไม่ควรรับประทานคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะทำให้เกิดสารพิษสะสมในร่างกาย เกิดอาการหน้าแดง ชาตามร่างกาย วิงเวียน คลื่นไส้ และทำให้อาเจียนได้

สำหรับสรรพคุณตามตำรายาไทย ระบุว่า เนื้อทุเรียน มีรสหวาน ร้อน ช่วยบรรเทาอาการจุกเสียด บำรุงกำลัง และเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย ตามองค์ความรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านแนะนำว่า หากรับประทานทุเรียนแล้ว ให้รับประทานมังคุดตาม เนื่องจากทุเรียนมีฤทธิ์ร้อน ทำให้ร่างกายร้อนขึ้น และมังคุดเป็นราชินีแห่งผลไม้ (Queen of Fruits) มีฤทธิ์เย็นช่วยลดความร้อนในร่างกาย รับประทานคู่กันช่วยให้ร่างกายเกิดความสมดุล เมื่อบริโภคทุเรียนแล้ว ก็ควรออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ เพื่อเผาผลาญแป้งและน้ำตาล ควบคุมการบริโภคอย่างเคร่งครัด จึงจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย

ส่วนเรื่องทุเรียนกับหน้าร้อน จริงๆ แล้วไม่ว่าจะหน้าไหนหรือฤดูอะไร การกินทุเรียนและผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงก็ต้องควบคุมปริมาณในการกิน ไม่ควรที่จะกินมากจนเกินไป โดยเฉพาะในหน้าร้อน เราควรกินทุเรียนในปริมาณที่พอดี เพราะไม่อย่างนั้นอาจทำให้เป็นแผลร้อนใน เจ็บคอ ไอ มีไข้ ปวดศีรษะ จุกแน่นท้อง มีขี้ตามาก รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว อึดอัด หน้าแดง ลิ้นแดง ฯลฯ

วิธีจะแก้อาการร้อนในก็ต้องกินอาหารธาตุเย็นลงไปเพื่อขับซัลเฟอร์ออก จะได้ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย เช่น

  • ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ หรือดื่มน้ำผสมเกลือครึ่งช้อนชาดื่มสักแก้ว เพื่อขับสารซัลเฟอร์และช่วยลดอาการร้อนในได้
  • กินผักสดให้มากขึ้น
  • กินผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เช่น แตงโม แตงล้าน หรือผลไม้รสเปรี้ยว หรือหวานอมเปรี้ยว เช่น ส้ม สับปะรด มะนาว มังคุด
  • กินอาหารที่มีรสจืดหรือขม เช่น มะระ สะเดา บวบ รากบัว
  • ดื่มน้ำสมุนไพรที่มีฤทธิ์ช่วยแก้ร้อนใน เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำหล่อฮั่งก้วย น้ำรากบัว น้ำมะนาว น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย เฉาก๊วย

สำหรับผลไม้ที่ควรกินช่วงหน้าร้อน อาทิ

1. แตงโม มีฤทธิ์เย็น ฉ่ำน้ำ ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกายได้ดี ช่วยให้ร่างกายสดชื่น

2.สับปะรด ผลไม้ฤทธิ์เย็น ฉ่ำน้ำ โดยสับปะรด 100 กรัม มีน้ำมากถึง 86 กรัม และยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ ที่ดีต่อร่างกายมากมาย โดยสับปะรดมีสรรพคุณช่วยดับร้อน แก้กระหายได้ดี

3.มะพร้าวจัดเป็นผลไม้มีฤทธิ์เย็น มีสรรพคุณช่วยดับร้อน ช่วยแก้กระหาย ลดไข้ตัวร้อน แก้อาการร้อนใน น้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติที่ดื่มแล้วช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นได้ดี 

4.แคนตาลูป ผลไม้ฤทธิ์เย็น อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย โดยแคนตาลูปมีสรรพคุณช่วยดับกระหายคลายร้อน ลดไข้

5.สาลี่ผลไม้ฉ่ำน้ำมีฤทธิ์เย็น มีสรรพคุณลดความร้อนและดับพิษร้อนในร่างกาย

6.มะม่วง ช่วยเพิ่มความสดชื่น คลายร้อน อีกทั้งยังมีสารอาหารและประโยชน์มากมาย แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

7.มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ ที่มักจะมาคู่กับทุเรียน ราชาแห่งผลไม้ ด้วยที่มีสรรพคุณดับร้อนจากทุเรียน และมีน้ำในตัวสูง ช่วยให้คลายร้อนไปได้มากทีเดียว

8. มะละกอ กินดิบในส้มตำก็แซ่บ หรือจะกินสุกเป็นผลไม้ล้างปากก็ชื่นใจ เพราะความหวานจากผลสุกช่วยให้ร่างกายได้รับความสดชื่น แถมมีฤทธิ์ช่วยระบายอีกต่างหาก

5 วิธีสังเกตอาการโรคปวดหลังในผู้สูงอายุ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/653808

วันที่ 25 พ.ค. 2564 เวลา 11:50 น.

5 วิธีสังเกตอาการโรคปวดหลังในผู้สูงอายุวิธีสังเกตผู้สูงอายุในบ้านเกี่ยวกับอาการปวดหลัง และแนวทางการรักษา

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักมองว่าอาการปวดหลังที่เกิดขึ้นกับตนเองเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่มีอายุเยอะแล้ว บางท่านอาการปวดหลังไม่มาก เป็นอาการปวดหลังแบบปวดเมื่อยทั่ว ๆ ไปอาจจะไปหายาทานเองหรือรักษาเพื่อบรรเทาอาการกันเองเพื่อให้อาการปวดหลังหายไปซึ่งความจริงแล้วอาการปวดหลังนั้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงทีก็สามารถนำไปสู่ความพิการได้

นายแพทย์สิทธิพงษ์ สุทธิอุดม ศัลยแพทย์ระบบประสาท แพทย์หัวหน้าศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน เผยว่า อาการปวดหลังนั้นรบกวนการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก ยิ่งหากมีอาการปวดหลังอย่างเรื้อรังก็เสี่ยงกับโรคกระดูกสันหลังที่รุนแรงในอนาคต สาเหตุในการเกิดโรคปวดหลัง เกิดได้จากอุบัติเหตุ คนสูงอายุที่เคยมีอุบัติเหตุล้มในห้องน้ำ ล้มก้นกระแทกพื้น เกิดกระดูกสันหลังยุบได้มาก สาเหตุที่สองคือเกิดจากการที่กระดูกเสื่อมตามวัย ผู้สูงอายุจะมีกระดูกบางลง ยิ่งผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนก็จะมีแคลเซียมในกระดูกน้อยลง

วิธีสังเกตผู้สูงอายุในบ้านเกี่ยวกับอาการปวดหลัง

1. ผู้สูงอายุจะเคลื่อนไหวน้อยลงเพราะกระดูกสันหลังเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ประสานกับการทำงานส่วนอื่น ๆ ในการเคลื่อนไหวของร่างกายหากผู้สูงอายุมีอาการปวดหลัง ก็จะมีลักษณะที่เริ่มผิดปกติไปจากเดิม เนื่องจากคนไข้อาจจะมีอาการปวดเวลาหรือทรมานในการเคลื่อนไหวของร่างกาย ไม่ค่อยลุกเดินหรือเคลื่อนไหวตามปกติที่เคยเป็น

2. ติดนอนทั้งวันจนไม่ยอมลุกไปทำกิจกรรมที่ตนชอบ โดยปกติจากคนที่ชอบทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อมีอาการปวดหลัง หรือสัญญาณเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง จะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกแต่อยากจะนอนอยู่กับที่เดิม ๆ ในบริบทเดิม ๆ เพื่อบรรเทาอาการปวด และเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด

3. ใช้เวลาในการเข้าห้องน้ำนานกว่าปกติ เนื่องจากผู้สูงอายุต้องคอยระวังตัวในการเข้าห้องน้ำอยู่แล้วเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ เช่น การลื่นล้มซึ่งส่งผลอันตรายเป็นอย่างมาก และผู้สูงอายุที่มีอาการปวดหลังที่ตามมาอีก ก็ยิ่งทำให้เคลื่อนไหวตัวได้ช้าลงมากกว่าปกติจึงใช้เวลานานในการเข้าห้องน้ำแต่ละครั้ง

4. ผู้สูงอายุอาจมีเสื้อผ้าเปียกปัสสาวะและอุจจาระ เมื่อมีอายุที่มากขึ้น การกลั้นปัสสาวะ และอุจจาระจะมีประสิทธิภาพที่ลดลงรวมไปถึงการเคลื่อนไหวของร่างกายที่เป็นปัญหา อาจทำให้เดินทางไปยังห้องน้ำช้าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หรือลุกไปไม่ไหวนั่นเอง

5. อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นอาการที่ค่อนข้างอันตรายมาก ๆ เพราะอาการนี้แสดงให้เห็นถึงการปวดหลังที่เรื้อรังหรือมีระยะเวลานาน จึงทำให้กระดูกทับเส้นประสาทหรือเส้นประสาทอักเสบ เดินไม่ได้ไกล มีอาการชาร่วมด้วย และอาจส่งผลอันตรายไปสู่ความพิการได้ ดังนั้นจำเป็นต้องดูแล และสังเกตอาการอยู่เป็นประจำ

แนวทางการรักษา

ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธนร่วมมือกับ บํารุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก โดยทางทีมแพทย์จะให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาความผิดปกติทางกระดูกสันหลัง ไขสันหลัง และเส้นประสาทพร้อมตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพื่อค้นหา สาเหตุของโรคอย่างแท้จริง และพิจารณา แนวทางการรักษาโรคทางกระดูกสันหลังที่ดีที่สุด ให้เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย

· ในกรณีที่ไม่ต้องผ่าตัด มีวิธีการรักษาด้วยการรับประทานยา ใส่อุปกรณ์เสริมช่วยรัดหลัง ออกกำลังกายเพื่อเสริมกล้ามเนื้อหลัง ตลอดจนการฉีดยาสเตียรอยด์เพื่อลดอาการปวด เบื้องต้นผู้ป่วยกว่า 70% จะดีขึ้น

· การผ่าตัด ในการให้การผ่าตัดแก่ผู้ป่วยด้วยกล้องเอ็นโดสโคป แผลเล็กแค่ 8 มิลลิเมตร เจ็บน้อย ฟื้นตัวได้ไว ลดอาการปวดจากการผ่าตัด

ซึ่งหลังการรักษาทางทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่จะแนะนำรายละเอียดการดูแลเป็นพิเศษเกี่ยวกับวิธีนอนและวิธีนั่งที่ถูกต้อง วิธีการลุกขึ้นยืนอย่างปลอดภัยแก่ผู้ป่วย รวมไปถึงการได้รับการรักษาจากหมอกายภาพของโรงพยาบาลในกรณีที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษมีการรักษาที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย เพื่อให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป

เคล็ด (ไม่) ลับในการสร้างโฆษณา Facebook ที่มือใหม่ไม่ควรพลาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/468314

เคล็ด (ไม่) ลับในการสร้างโฆษณา Facebook ที่มือใหม่ไม่ควรพลาด

28 พฤษภาคม 2564 – 14:58 น.

เคล็ด (ไม่) ลับในการสร้างโฆษณา Facebook ที่มือใหม่ไม่ควรพลาด  

หากพูดถึงแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมทั่วโลก คงไม่มีใครไม่รู้จัก Facebook โซเชียลมีเดียที่ทุกคนจะต้องมีกันอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งข้อมูลในการสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแล้ว ยังถือเป็นสื่อกลางสำคัญในการนำเสนอของเหล่าบรรดาธุรกิจทั่วโลก ทั้งเล็กและใหญ่เลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่ารวบรวมกลุ่มลูกค้าทุกเพศทุกวัยไว้ได้อย่างครอบคลุม จึงทำให้หลายองค์กรหันมาให้ความสนใจ “การสร้างโฆษณา Facebook”กันมากขึ้น ที่สำคัญคือหากมีความเข้าใจเทคนิค เคล็ดลับต่าง ๆ และหมั่นอัปเดตข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ การสร้างโฆษณา Facebook ถือว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างยอดขายได้มากมาย

การสร้างโฆษณา Facebook คืออะไร
ยุคสมัยนี้บอกเลยว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักการสร้างโฆษณา Facebook เพราสามารถพบเจอได้ทั่วไป อยู่แทบจะตลอดเวลา หากให้อธิบายในแบบที่เข้าใจได้ง่าย ๆ โฆษณา Facebook คือ การสร้างโฆษณาภายในแพลตฟอร์มของตัวระบบ Facebook และ Instagram ซึ่งผู้ที่ทำธุรกิจสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงตามที่ตัวเองต้องการได้ ซึ่งการสร้างโฆษณานี้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการด้วย 

เคล็ด (ไม่) ลับในการสร้างโฆษณา Facebook สำหรับมือใหม่
1.รู้เท่าทันการอัปเดตของระบบอย่างใกล้ชิด
การทำโฆษณาออนไลน์ที่ดีจำเป็นจะต้องรู้เท่าทันการอัปเดตระบบ Facebook Ads อย่างใกล้ชิด เพื่อการปรับตัวที่รวดเร็วและตามทันกลยุทธ์ล่าสุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญคือการเพิ่มความแม่นยำให้กับการสร้างโฆษณา Facebook และสามารถใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่า

เช่น การอัปเดตล่าสุด ของระบบ iOS 14 เป็นระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์มือถือที่ได้รับความนิยมกันทั่วโลก แน่นอนว่าการอัปเดตครั้งนี้ส่งผลต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม โดยผู้ใช้งานมีสิทธิ์ในการเลือก ยินยอม หรือ ไม่ยินยอม ให้แอปพลิเคชันต่าง ๆ ภายในโทรศัพท์มือถือเข้าถึงได้ตามต้องการ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่าง Facebook ย่อมได้รับผลกระทบในเรื่องการโฆษณา Facebook โดยตรง

2.รู้กลุ่มลูกค้า รู้กลุ่มเป้าหมาย
การทำโฆษณาทุกรูปแบบจะต้องมีการสำรวจเพื่อหากลุ่มลูกค้าก่อนเสมอ เพื่อให้ธุรกิจมีข้อมูลที่ละเอียดเพียงพอต่อการวิเคราะห์และประเมินแนวโน้มการตลาด และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้สูงสุด ลองนึกดูว่าถ้าคุณต้องการสร้างโฆษณาFacebookทั้งที่ทราบดีอยู่แล้วว่ามีคนมากมายหลากหลายช่วงอายุทั่วโลก หากคุณไม่รู้จักกลุ่มเป้าหมายเท่าที่ควร อาจเป็นเหมือนการงมเข็มในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่เลยทีเดียว ทางที่ดีควรศึกษาสินค้าของคุณก่อนว่าลูกค้าหลักคือใคร กลุ่มไหน อาศัยอยู่ในพื้นที่ใด อายุเท่าไหร่ ประกอบอาชีพประเภทไหน และช่วงเวลาในที่นิยมใช้ Facebook มากที่สุด ฯลฯ 

3.ทำความรู้จัก Facebook Ad Manager อย่างถ่องแท้
Facebook Ads Manager เป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการสร้างโฆษณา Facebook ให้เป็นเรื่องที่ง่ายและตรงกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น โดยนักการตลาดสามารถสร้างสรรค์ลักษณะการนำเสนอ รูปแบบที่เหมาะสม รวมไปถึงกำหนดงบประมาณในการทำโฆษณาแต่ละครั้งได้อีกด้วย ภายในมีองค์ประกอบต่าง ๆ ที่รองรับทุกความต้องการของแต่ละธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นภาพรวมของบัญชีโฆษณา ชุดโฆษณา กลุ่มเป้าหมาย  แคมเปญ พื้นที่ในการยิงโฆษณา ข้อมูลเชิงลึกต่าง ๆ และอื่น ๆ ที่มีความจำเป็นต่อการโฆษณา Facebook 

4.เข้าใจถึงความต่างของ Boost Post และ Facebook Ads
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า การ Boost Post คือการโปรโมทบนหน้าเพจที่เน้นการเข้าถึงโพสต์นั้น ๆ แบบกว้าง ๆ เพื่อให้มีผู้คนเข้าถึงได้ในจำนวนที่มากกว่าการโพสต์ทั่วไป แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการสร้างโฆษณา Facebookแล้วมีความแตกต่างกันพอสมควร หากต้องการผลลัพธ์ที่มีความแม่นยำ เจาะกลุ่มลูกค้าได้ตรงความต้องการ แนะนำให้ใช้การโฆษณาผ่าน Facebook Ads Manager จะมีประสิทธิภาพสูงสุด

5.นำเสนอโฆษณา Facebook ให้น่าสนใจ ตรงตามกลุ่มลูกค้า
เทคนิคนี้จะต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความสนใจและมีแนวโน้มที่จะหยุดอ่านมากที่สุด ซึ่งแต่ละธุรกิจสามารถเหลือนำเสนอได้ตามความเหมาะสม ตรงตามกลุ่มลูกค้า เช่น วิดีโอ ภาพสไลด์ ภาพเดี่ยว ฯลฯ ที่สำคัญคือเนื้อหาที่สื่อจะต้องสะดุดตาเข้าอย่างจัง เช่น มีความกระชับ เข้าใจง่าย ความสวยงาม ความชัดเจน เป็นต้น แต่หากมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ด้านนี้เท่าไหร่นัก อาจเลือกใช้บริการผู้เชี่ยวชาญที่ชำนาญการสร้างสรรค์ขึ้นให้ก็ได้เช่นเดียวกัน

นี่ก็เป็นเทคนิค เคล็ดลับสำคัญที่เราได้รวบรวมมาให้มือใหม่ได้ลองศึกษาทำความเข้าใจ ก่อนที่จะลงมือสร้างโฆษณาให้กับธุรกิจของตัวเองเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น แต่ใครที่อ่านแล้วมองว่าเป็นทักษะที่เกินความสามารถจริง ๆ เราแนะนำให้คุณรู้จักกับ Fastwork ที่ได้รวมเหล่านักการตลาดที่มีความรู้ด้านโฆษณา Facebook โดยเฉพาะให้ได้เลือกใช้บริการมากมาย การันตีคุณภาพผลงานและมีความน่าเชื่อถืออย่างแน่นอน สามารถเข้ามาเลือกชมฟรีแลนซ์ก่อนได้ที่ https://fastwork.co/social-media-ads/facebook-ads

ชวนดูแลสุขภาพผิวหลังล้างมือให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/468201

ชวนดูแลสุขภาพผิวหลังล้างมือให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส

27 พฤษภาคม 2564 – 15:31 น.

‘ธัญ ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงามชวนดูแลสุขภาพผิวหลังล้างมือให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส

ในช่วงที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อลดความเสี่ยงและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ควรระวังเรื่องการสัมผัสกับสิ่งต่างๆ รอบตัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ “มือ” ทำให้เราต้องหมั่นทำความสะอาดมืออยู่ตลอดเวลา เพราะการล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์บ่อยๆ เป็นการป้องกันเชื้อโรคที่ดี   แต่ผิวก็จะสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็ว  ยิ่งล้าง ผิวยิ่งแห้งและลอกได้ง่ายกว่าปกติ  แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) เข้าใจถึงผลกระทบต่อผิวหลังการล้างมือ จึงเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงนิโลบล เจริญวุฒิ มาแนะแนวทาง “ดูแลสุขภาพผิวมือให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส” กับผลิตภัณฑ์ ‘ธัญ แฮนด์ ครีม’ (THANN Hand Cream)  อาทิ ‘อะโรมาติก วู๊ด แฮนด์ ครีม’ (Aromatic Wood Hand Cream), ‘โอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ แฮนด์ ครีม’ (Oriental Essence Hand Cream), ‘จัสมิน บลอสซั่ม อินฟินิท แฮนด์ ครีม’ (Jasmine Blossom Infinite Hand Cream) และ ‘อีเดน บรีซ แฮนด์ ครีม’ (Eden Breeze Hand Cream) ร่วมกับเซเลบริตี้สาวสวยที่มาเผยเคล็ดลับการดูแลมือคู่สวยให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส อาทิ เอมษิกา โชติวิจิตร, ณัชชา ชัยรุ่งเรือง และ พรพรรณ รัตนหิรัญญา

แพทย์หญิงนิโลบล เจริญวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะเคล็ดลับการดูแลสุขภาพมือคู่สวยให้เนียนนุ่มน่าสัมผัสว่า “การล้างมือเป็นหนึ่งในมาตราการป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่มีประสิทธิภาพ และลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคต่างๆ ได้ดี เพราะผิวหนังบริเวณมือของเรานั้นเต็มไปด้วยรอยพับ รอยย่น รวมถึงซอกเล็กๆ มากมาย ทำให้เป็นที่หลบซ่อนของเชื้อโรค และแบคทีเรียต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร จากผลการวิจัยจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การล้างมือเป็นประจำด้วยสบู่สามารถลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหารและโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ได้

การล้างมือเป็นเวลาประมาณ 20 วินาทีด้วยสบู่สามารถทำลายเชื้อไวรัส Covid-19 ได้ เนื่องจากสบู่มีโมเลกุลที่เป็นไขมันซึ่งมีโครงสร้างคล้ายเยื่อหุ้มเซลล์ของไวรัส โดยโมเลกุลดังกล่าวจะไปทำการแยกไขมันออกและทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ของไวรัสให้แตกออก ทำให้โครงสร้างภายในของไวรัสถูกทำลาย 

ส่วนการทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70-90% โดยปริมาตรในน้ำ (%v/v) สามารถทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ที่เป็นโปรตีนและไขมันของไวรัสให้แตกออก และเข้าไปรบกวนระบบเมตาบอลิซึม (Metabolism) ของเชื้อไวรัส ทำให้เชื้อไวรัสตายในที่สุด ซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 15 วินาที

แต่การล้างมือด้วยสบู่และการใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือบ่อยๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อผิวหนังชั้นนอกสุด (Stratum corneum) ซึ่งจะถูกปกคลุมด้วยชั้นฟิล์มบางๆ ของน้ำและไขมัน ที่เรียกว่าไฮโดรไลปิด ฟิล์ม (Hydrolipid film) ทำหน้าที่ช่วยทำให้ผิวอ่อนนุ่ม ปกป้องผิวจากแบคทีเรียและเชื้อโรค การล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำหรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์จะทำให้ชั้นฟิล์มของน้ำและไขมันถูกชะล้างออกไป ส่งผลให้ผิวแห้งกร้านหรือระคายเคืองได้ง่าย เนื่องจากสูญเสียเกราะป้องกันผิวและอาจทำให้เกิดโรคผื่นระคายสัมผัส (Contact Dermatitis) ซึ่งหลังการล้างมือแต่การละครั้งผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นไปถึง 20%* ยิ่งล้างมือบ่อยๆ ผิวจะยิ่งแห้งกร้าน และลอกได้ง่ายกว่าปกติ 

ดังนั้นหลังจากการล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ ควรเพิ่มขั้นตอนการบำรุงและป้องกันผิวมือไม่ให้แห้งกร้าน เนื่องจากผิวบริเวณมือนั้นแทบจะไม่มีต่อมไขมันอยู่เลย หากขาดการดูแลและบำรุงอย่างถูกวิธี อาจทำให้มือแห้งกร้าน  เกิดริ้วรอย และเหี่ยวย่นลงเร็วกว่าปกติ ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวมือ สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แฮนด์ครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ และมีความอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว ร่วมกับการนวดบริหารมือหลังทาแฮนด์ครีม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตด้วย’

ท่านวดบริหารมือหลังทาแฮนด์ครีม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น

‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ‘ธัญ’ (THANN) มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ ผ่านการทดสอบจากสถาบันวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่าง Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France), Skinnova Lab Co.,Ltd. และ Dermscan Asia อาทิ Dermatological test, Irritation test และ Efficacy test เพื่อยืนยันในคุณภาพและประสิทธิภาพเพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมือที่มีจำหน่ายในร้านและเคาน์เตอร์ ‘ธัญ’ (THANN) กว่า 100 สาขาในทวีปเอเชีย อเมริกา และยุโรป “ธัญ แฮนด์ ครีม” (THANN Hand cream) มอบคุณค่าการบำรุงและรักษาสมดุลความชุ่มชื้น พร้อมปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส ปราศจากสี, น้ำหอมสังเคราะห์และสารพาราเบน ซึ่งประกอบไปด้วย ‘อะโรมาติก วู๊ด แฮนด์ ครีม’ (Aromatic Wood Hand Cream) ขนาด 40 มล. ราคา 550 บาท มอบความเนียนนุ่ม ปกป้องและรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิวด้วยส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ อาทิ น้ำกุหลาบออแกนิค (Organic rose water), น้ำมันมะพร้าวออแกนิค (Organic coconut oil), น้ำมันอาร์แกนออแกนิค (Organic argan oil) และน้ำมันรำข้าว (Rice bran oil) เติมเต็มความสดชื่น มีชีวิตชีวา ด้วยส่วนผสมจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ อาทิ ส้ม (Orange), ส้มจีน (Tangerine) ลูกจันทน์ (Nutmeg) และไม้จันทน์หอม (Sandalwood)

‘โอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ แฮนด์ ครีม’ (Oriental Essence Hand Cream) ขนาด 40 มล. ราคา 550 บาท มอบความเนียนนุ่ม ปกป้องและรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิวด้วยส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ อาทิ น้ำกุหลาบออแกนิค (Organic rose water), น้ำมันมะพร้าวออแกนิค (Organic coconut oil), น้ำมันอาร์แกนออแกนิค (Organic argan oil) และน้ำมันรำข้าว (Rice bran oil) พร้อมกลิ่นหอมสดชื่นเบาสบายด้วยกลิ่นอายแห่งโลกตะวันออกด้วยส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติจากตะไคร้ (Lemongrass) และมะกรูด (Kaffir lime)

‘จัสมิน บลอสซั่ม อินฟินิท แฮนด์ ครีม’ (Jasmine Blossom Infinite Hand Cream) ขนาด 40 มล. ราคา 790 บาท เสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิวมือและเล็บ พร้อมมอบความเนียนนุ่มชุ่มชื้นสู่ผิวด้วยส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ อาทิ น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรสออแกนิค (Organic evening primrose oil), น้ำมันอะบิสสิเนียน (Abyssinian oil) และน้ำมันรำข้าว (Rice bran oil) พร้อมมอบกลิ่นหอมผ่อนคลายจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติจากดอกมะลิ (Jasmine)

‘อีเดน บรีซ แฮนด์ ครีม’ (Eden Breeze Hand Cream) ขนาด 40 มล. ราคา 790 บาท มอบคุณค่าการบำรุงด้วยน้ำมันสกัดจากธรรมชาติสู่ผลลัพธ์แห่งผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น น่าสัมผัส อาทิ น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรสออแกนิค (Organic evening primrose oil), น้ำมันมะกอกออแกนิค (Organic olive oil), น้ำกุหลาบออแกนิค (Organic rose water) และน้ำมันแมคคาเดเมีย (Macadamia seed oil) เติมเต็มความสงบสมดุล แฝงความอบอุ่นอ่อนหวานด้วยกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติจากดอกมะลิ (Jasmine) และดอกกุหลาบ (Rose)

ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมแชร์เคล็ดลับการดูแลมือคู่สวยให้เนียนนุ่มน่าสัมผัสตามแบบฉบับตนเอง  เริ่มที่สาวสังคม จินนี่-เอมษิกา โชติวิจิตร เผยว่า “ว่า “ก่อนหน้านี้เราคิดว่าเราก็ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีแล้ว แต่ก็ยังได้รับเชื้อโควิด-19 จนได้ และจากเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นถือเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราจะไม่ประมาทอีก ซึ่งทุกวันนี้เราก็ปฏิบัติตัวตามมาตราการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคม รวมถึงการล้างมือทุกครั้งที่หยิบจับหรือสัมผัสกับทุกอย่าง เวลาไปที่ไหนก็พกแอลกอฮอล์เจลติดตัวไว้สำหรับทำความสะอาดเสมอ และก็พกแฮนด์ครีมติดไปด้วยตลอด เพราะการล้างมือบ่อยๆ ก็ทำให้มือของเราแห้งกร้านได้ โดยทุกครั้งหลังการล้างมือเราก็จะใช้แฮนด์ครีมที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติอย่าง อีเดน บรีซ แฮนด์ ครีม ก็เป็นหนึ่งไอเทมที่ชอบมากและขาดไม่ได้เลย เพราะนอกจากจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ แล้ว ยังช่วยบำรุงผิวมือให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นอีกด้วย” 

ถัดมาที่ผู้บริหารสาว เอิร์น-ณัชชา ชัยรุ่งเรือง เล่าว่า “ด้วยสถานการณ์โควิดที่ผ่านๆ มาจนถึงตอนนี้ เราก็ยังจำเป็นต้องล้างมือบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการล้างด้วยน้ำสบู่หรือล้างด้วยแอลกอฮอล์เจล เพื่อยับยั้งแบคทีเรียและเชื้อโรคที่จะติดอยู่บนมือเรา การล้างมือบ่อยๆ นั้นทำให้มือแห้งกร้าน ผิวไม่นุ่ม บางครั้งผิวแห้งลอกจนแสบ แต่พอหลังจากการล้างมือและทาแฮนด์ครีมบ่อยๆ ก็ถือว่าช่วยได้มากขึ้น เพราะผิวมือจะเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่แห้งหรือระคายเคืองเวลาล้างมือบ่อยๆ ทำให้ตอนนี้ขาดแฮนด์ครีมไม่ได้เลย โดยกลิ่นที่เราชอบ คือ โอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ แฮนด์ ครีม cream เป็นกลิ่นหอมแบบสดชื่นเบาสบายของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติจากตะไคร้และมะกรูด ส่วนเคล็ดลับสำคัญที่เอิร์นทำเป็นประจำคือการทาแฮนด์ครีมก่อนนอน เพราะการนอนเป็นเวลาพักผ่อนโดยที่มือเราไม่ต้องหยิบจับอะไรทำให้มือได้รับการบำรุงจากแฮนด์ครีมได้อย่างเต็มที่ พอตื่นมาผิวมือยังคงความนุ่มชุ่มชื้นอีกด้วย”

ปิดท้ายที่คุณแม่มือใหม่ พอลลี่-พรพรรณ รัตนหิรัญญา เผยว่า “เราให้ความสำคัญกับการรักษาความสะอาดของมือมาก นอกจากป้องกันเชื้อโควิดให้กับตัวเองแล้ว เรายังมีลูกน้อยที่ต้องคอยดูแลมากเป็นพิเศษ จึงต้องให้ความสำคัญเรื่องความสะอาดต้องมาเป็นอันดับแรก การล้างมือบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการล้างด้วยน้ำสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล รวมถึงการใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ ก็ทำให้ผิวแห้งกร้านและอาจเกิดการระคายเคืองได้ง่าย ดังนั้นหลังการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ เราก็จะทาแฮนด์ครีมเพื่อบำรุงและเติมความชุ่มชื้นสู่ผิวบริเวณมืออยู่เสมอ โดยเราจะเลือกที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติอย่างตัวที่ใช้ประจำ คือ จัสมิน บลอสซั่ม อินฟินิท แฮนด์ ครีม ที่ช่วยบำรุงผิวได้อย่างอ่อนโยน พร้อมกลิ่นหอมบริสุทธิ์น่าค้นหาของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติจากดอกมะลิ ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่ใช้”

ดูแลมือคู่สวยให้เนียนนุ่มน่าสัมผัสไปกับผลิตภัณฑ์ ‘ธัญ แฮนด์ ครีม ซีรี่ส์’ (THANN Hand Cream Series) ทั้ง 4 กลิ่น ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) จังหวัดภูเก็ต และ ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น จ.พระนครศรีอยุธยา

รวมโปรสินค้าจากแบรนด์ดัง ช้อปสุดคุ้มวันเงินเดือนออก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/468175

รวมโปรสินค้าจากแบรนด์ดัง ช้อปสุดคุ้มวันเงินเดือนออก

27 พฤษภาคม 2564 – 14:03 น.

รวมโปรสินค้าจากแบรนด์ดัง ช้อปสุดคุ้มวันเงินเดือนออก

คมชัดลึกได้รวบรวมไอเทมเด็ดจากแบรนด์ดังสุดฮอตที่ปล่อยโปรโมชั่นสุดคุ้ม ให้ทุกคนได้มาช้อปกันอย่างมันส์ในสิ้นเดือนนี้

รวมแบรนด์ช้อปมันส์ วันเงินเดือนออก

Pomelo

“โพเมโล” แบรนด์แฟชั่นสัญชาติเอเชีย อินเทรนด์ ออนไลน์ ราคาสบายกระเป๋า มาพร้อมกับแคมเปญ Pomelo Fashion Payday ลด 30% ทั้งเวปไซต์ พร้อมกดรับคูปองส่วนลดเพิ่ม เพียงพิมพ์โค้ดลับเฉพาะ!

“PAYDAYTH1 TH” ลด 10% เมื่อซื้อขั้นต่ำครบ 1500 บาท

“PAYDAYTH2 TH” ลด 15% เมื่อซื้อขั้นต่ำครบ 2500 บาท

“PAYDAYTH3 TH” ลด 20% เมื่อซื้อขั้นต่ำครบ 3000 บาท

โปรเริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 1 มิถุนายนนี้เท่านั้น ช้อปเลย!!

Konvy

“คอนวี่” เว็บไซต์เครื่องสำอางอันดับ 1 ในประเทศไทยกับแคมเปญ Midyear Mega Sale ลดราคาสินค้าถึง 90% พิเศษ! สินค้าบิวตี้ลดสูงสุดถึง 99% พร้อมแจกคูปองมูลค่ารวมกว่า 9,000,000 บาท เท่านี้ยังไม่พอ ยังมี Surprise Flash Deal ลดเชือด เดือดทุกชิ้น เริ่มต้นเพียง 14 บาทเท่านั้น โปรเริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 6 มิถุนายนนี้เท่านั้น ช้อปเลย!!

Lazada

ถึงจะสิ้นเดือน แต่ไม่มีสิ้นใจกับ “ลาซาด้า” Payday ดีลดีๆ ลดแบบจุใจ แบรนด์ดังลดล้างสต็อกกว่า 50% 

พร้อมแจกคูปองส่วนลดสินค้า 

ลด 30 บาท เมื่อช้อปขั้นต่ำครบ 349 บาท (ทั้งวัน)

ลด 70 บาท เมื่อช้อปขั้นต่ำครบ 799 บาท (ทั้งวัน)

ลด 200 บาท เมื่อช้อปชั้นต่ำครบ 1,999 บาท (แจกเฉพาะ 10 โมงเท่านั้น)

นอกจากนี้ยังมีโค้ดส่วนลดค่าน้ำ ค่าไฟ ลดทุกบิล คุ้มทุกเดือน

ส่วนลดค่าไฟ 40 บาท เมื่อช้อปขั้นต่ำครบ  399 บาท

ส่วนลดค่าน้ำ 30 บาท เมื่อช้อปขั้นต่ำครบ 199 บาท

โปรเริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคมนี้เท่านั้น ช้อปเลย!!

Anello

“อเนลโล่” แบรนด์กระเป๋าเป้ยอดฮิตจากประเทศญี่ปุ่นที่ผสมผสานทั้งฟังก์ชั่นการใช้งาน และแฟชั่นได้อย่างลงตัว มาพร้อมกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ Mayday MayDeal ลดราคามากสุดถึง 50% โปรเริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พฤษภาคมนี้เท่านั้น ช้อปเลย!!

Beautrium

“บิวเทรี่ยม” ร้านขายเครื่องสำอาง สกินแคร์ น้ำหอม ของแท้มาแรงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ส่งเร็ว ส่งดี ส่งไว มาพร้อมกับแคมเปญ Beautrium Pay Day โปรปังลดแรงแบบไม่มีกั๊ก จะอัพลุคหรือเพิ่มความสวยด้วยเมคอัพ สกินแคร์ น้ำหอม หรือสินค้าลักชัวรี่อื่นๆ ก็ลดสูงสุดถึง 70% 

สามารถเก็บคูปองลดเพิ่มอีก 10% โปรเริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 2 มิถุนายนนี้เท่านั้น ช้อปเลย!!

Charles and Keith

“ชาร์ล แอนด์ คีธ” แบรนด์รองเท้า กระเป๋า และเครื่องประดับแฟชั่นสุดชิค มีโปรส่งฟรี ไม่มีขั้นต่ำกับโปรโมชั่น Charles and Keith Free Delivery! อยู่บ้านแบบชิลล์ๆ ช้อปเท่าไหร่ก็ไม่เสียค่าส่ง (เฉพาะสินค้าราคาปกติเท่านั้น) โปรเริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคมนี้เท่านั้น ช้อปเลย!!

เปิดสูตรทางรอดของคนทำร้านอาหารยุคโควิด-19 ในสไตล์ “เฮงหอยทอดชาวเล” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/468162

เปิดสูตรทางรอดของคนทำร้านอาหารยุคโควิด-19 ในสไตล์ “เฮงหอยทอดชาวเล”

27 พฤษภาคม 2564 – 12:39 น.

เปิดสูตรทางรอดของคนทำร้านอาหารยุคโควิด-19 ในสไตล์ “เฮงหอยทอดชาวเล” มาดูกันว่านอกจากความอร่อยที่มัดใจลูกค้าได้แล้วเธอยังมีเคล็ดลับอะไรบ้างที่ทำให้ร้านสามารถสร้างธุรกิจเพิ่มได้แม้เจอกับสถานการณ์วิกฤติโควิด-19

การมีธุรกิจเป็นของตัวเองนับเป็นความฝันสูงสุดในแง่ของการทำงานสำหรับใครหลายคนในทุกยุคสมัย การเปิดร้านอาหารก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่อยู่ในความนิยมเรื่อยมา แต่การจะทำให้ธุรกิจร้านอาหารเป็นที่จดจำของลูกค้าและอยู่รอดได้จำเป็นต้องมีกลเม็ดเคล็ดลับที่ผ่านการลองผิดลองถูกจนได้เป็นสูตรกลยุทธ์ในแบบของตัวเอง  

วันนี้เรามีตัวอย่างของนักธุรกิจสาวเจ้าของร้านอาหาร “เฮงหอยทอดชาวเล” ร้านหอยทอดสูตรเด็ดที่สืบทอดสูตรกันมาตั้งแต่รุ่นคุณแม่ โดยที่เธอคนนี้ยังเป็นไอคอนิคของผู้หญิงยุคใหม่ที่เป็นนักบริหารในวัยไม่ถึง 30 ปี มาดูกันว่านอกจากความอร่อยที่มัดใจลูกค้าได้แล้วเธอยังมีเคล็ดลับอะไรบ้างที่ทำให้ร้านสามารถสร้างธุรกิจเพิ่มได้แม้เจอกับสถานการณ์วิกฤติโควิด-19

คลื่นยักษ์เปลี่ยนชีวิต
เค้ก-กนกอร วศินสุนทร หญิงสาวร่างเล็กวัย 26 ปีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจคนนี้หากมองจากภายนอกคงยากที่จะรู้ว่าเธอคือทายาทแท้ๆ ของเจ้าของร้านเฮงหอยทอดชาวเล ร้านหอยทอดจากภูเก็ตที่มีสูตรเด็ดจากต้นตำรับดั้งเดิมกว่า 40 ปี โดยเค้กอยู่ในฐานะทายาทรุ่นสองที่สืบทอดสูตรและต่อยอดมาจากคุณแม่ โดยจุดเริ่มต้นของการเปิดร้านสาขาแรกที่เจริญนครนี้เกิดจากคลื่นยักษ์สึนามิที่ซัดกระหน่ำเมื่อปี 2547 ทำให้สาขาแรกที่ภูเก็ตต้องปิดตัวลง ครอบครัวของเธอพร้อมลูกน้องในร้านที่ผูกพันกันจึงตัดสินใจหอบหิ้วสิ่งของที่จำเป็นขึ้นมาตั้งรกรากในกรุงเทพฯ พร้อมเปิดร้านเฮงหอยทอดชาวเล สาขาเจริญนครขึ้นในเวลาต่อมา

แม้คลื่นยักษ์ลูกนั้นจะผ่านไปนานกว่า 17 ปีแล้ว แต่ใครเลยจะรู้ว่าวันนี้หญิงสาวหน้าตาสดใสในวัยที่เพิ่งผ่านพ้นเบญจเพสมาหมาดๆ กลับต้องสวมบทบาทเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญของครอบครัวที่ต้องบริหารร้าน “เฮงหอยทอดชาวเล” ที่ปัจจุบันมีหน้าร้านทั้งหมด 5 สาขาและบน GrabKitchen อีก 3 แห่งให้ยังคงเดินหน้าต่อไปได้แม้ต้องเผชิญกับคลื่นยักษ์ของโรคระบาดที่ไม่มีใครเคยคาดคิดและสามารถสร้างผลกระทบได้ร้ายแรงมากกว่าเดิม

รักษาเสน่ห์แบบเดิมไว้แต่ต้องเพิ่มเติมรสชาติใหม่ๆ ลงไป
หากใครเคยลิ้มลองรสชาติเมนูอาหารของร้านเฮงหอยทอดชาวเล จะรู้ว่าหอยทอดของที่นี่มีความแปลกใหม่ตรงที่แป้งบางกรอบโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และมีความหลากหลายของเมนูจนอาจจะต้องกลับไปซ้ำอีกหลายครั้งหากต้องการจะลองชิมทุกเมนูของร้านให้ครบ “ตั้งแต่ได้เข้ามาดูแลร้านเค้กจะรู้สึกสนุกกับการคิดเมนูใหม่ๆ มาก ส่วนใหญ่ก็จะเกิดจากความชอบของเค้กเอง เช่นเรื่องแป้งบางกรอบที่เป็นจุดเด่นของที่ร้านก็เกิดจากตอนเด็กๆ เค้กชอบให้คุณแม่ทำแป้งเปล่าๆ ทอดกรอบให้กิน จากจุดนั้นเลยเป็นไอเดียให้คุณแม่พัฒนาสูตรหอยทอดแป้งบางกรอบเพื่อที่จะได้รสชาติที่แตกต่างจากหอยทอดแบบเดิมๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดของร้านอย่าง ออลั่วะ ซึ่งมีทั้งรสชาติความนิ่มกำลังพอดีของหอยนางรมที่โปะอยู่บนแป้งบางกรอบและถั่วงอกที่ทอดพอสะดุ้งไฟเบาๆ ทานคู่กับซอสพริกที่เข้ากัน”

“เค้กอยากให้ร้านของเราเป็นร้านสำหรับคนทุกวัย มีเมนูที่หลากหลายเพื่อครอบคลุมความต้องการที่ต่างกัน อย่างเค้กเองจะค่อนข้างเข้าใจว่าวัยรุ่นชอบอะไรหรือเทรนด์อาหารแบบไหนที่กำลังมา ส่วนคุณแม่จะเก่งเรื่องตำรับรสชาติความดั้งเดิมที่จะถูกใจกลุ่มผู้ใหญ่มาก เมนูอาหารของร้านเราจึงเกิดจากการผสมผสานความคิดของคนสองวัยลงไป การดูแลร้านในฐานะพาร์ทเนอร์กับแม่เลยเป็นเรื่องที่สนุกมากเพราะเค้กมีโอกาสได้ลองทำเมนูใหม่ๆ อยู่เสมอ”

วิถีการบริหารธุรกิจสไตล์ผู้หญิงสองรุ่น
บรรยากาศภายในร้านเฮงหอยทอดชาวเลจะดูเป็นแนวโมเดิร์น มินิมัล มีแอร์เย็นฉ่ำนั่งสบายซึ่งแตกต่างจากภาพจำของร้านหอยทอดริมทางที่คุ้นตา ซึ่งการตกแต่งร้านในแต่ละสาขาจะแตกต่างไปในแต่ละพื้นที่แต่ยังคงคอนเซปต์ดูทันสมัยไว้ “ก่อนที่ร้านจะเป็นสไตล์โมเดิร์นได้อย่างทุกวันนี้ เค้กกับแม่ปรับจูนเข้าหากันเยอะมาก เราคุยกันทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องธีมของร้าน โต๊ะ เก้าอี้ สีผนัง หลอดไฟ จาน รวมถึงกล่องใส่อาหาร ซึ่งช่วงเเรกๆ แม่ก็จะมีคำถามเยอะว่าทำไมต้องเปลี่ยนเพราะการเปลี่ยนอะไรสักอย่างหนึ่งในร้านนั่นคือต้นทุนที่เราต้องแบกรับ ซึ่งเค้กมองว่าโลกทุกวันนี้หมุนเร็วมาก เราจะยึดติดกับความสำเร็จแบบเดิมๆ ไม่ได้ ลูกค้าเราเปลี่ยนไปทุกวันเราเองก็ต้องปรับปรุงให้ร้านดีขึ้นกว่าเดิม”

“เค้กคิดว่าในหลายๆ ธุรกิจที่ทายาทเข้ามาสานต่อกิจการของครอบครัวน่าจะเคยเจอเรื่องคล้ายๆ กัน เพราะทุกอย่างถูกวางระบบมาอยู่แล้วตั้งก่อนที่เราจะเข้ามา คือการทำร้านอาหารเราจะใส่ใจแค่ความอร่อยอย่างเดียวไม่ได้ จุดขายของเราต้องแตกต่างแบบที่คนเห็นปุ๊บก็จะรู้เลยว่าเป็นสินค้าของร้านเรา ซึ่งกว่าเค้กกับแม่จะปรับเรื่องการทำงานเข้าหากันอยู่ในจุดสมดุลได้ก็ต้องใช้เวลานานเหมือนกัน การที่เค้กเข้ามาช่วยดูแลเพราะอยากให้ร้านโตขึ้นกว่าเดิมอยากให้มีคนรู้จักร้านเพิ่มขึ้น ซึ่งทุกวันนี้ร้านเราก็พัฒนามามากกว่าเดิมนะคะ”

ร้านจะโตได้คนต้องโตด้วย
เมื่อร้านสาขาแรกเริ่มอยู่ตัวการขยายร้านก็เป็นอีกทางหนึ่งในการช่วยให้ธุรกิจเติบโตขึ้นด้วยสาขาที่มีหน้าร้านมากถึง 5 แห่งกระจายทั่วกรุงเทพฯเริ่มจาก เจริญนครซอย 17-19, โชคชัยสี่ซอย 4-6, เซ็นทรัลลาดพร้าว, อ่อนนุชซอย 34, Habito Mall รวมถึงสาขาบน GrabKitchen อีก 3 แห่งทั้งวิภาวดี ทองหล่อ และพาต้าปิ่นเกล้า ทำให้ทั้งเค้กและแม่ต้องฝึกให้พนักงานในร้านช่วยกันดูแลร้านแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 แล้วที่เค้กเข้ามาช่วยแม่ดูแลร้านอย่างเต็มตัว ในฐานะเจ้าของธุรกิจเราเห็นร้านค่อยๆเติบโตขึ้นก็ดีใจนะคะ ในขณะเดียวกันพนักงานบางส่วนของร้านก็อยู่กับเรามาตั้งแต่ยุคแรกๆ เลย ซึ่งการดูแลพนักงานให้อยู่กับเราได้นานๆ เค้กก็ได้เรียนรู้มาจากคุณแม่เหมือนกัน เพราะก่อนที่เค้กจะเข้ามาช่วยดูแลร้านแบบเต็มตัวแม่ก็ให้เค้กลองไปทำงานประจำก่อน เพื่อให้ได้เรียนรู้ชีวิตการเป็นลูกจ้างก่อนที่จะมาเป็นนายจ้างซึ่งทำให้เรามีความเห็นอกเห็นใจพนักงานของเรามากขึ้น นอกจากนี้ที่ร้านยังมีกิจกรรมสนุกๆอย่างการมอบรางวัลให้พนักงานในสาขาต่างๆ อีกด้วยโดยคัดเลือกพนักงานที่มีความดีเด่นในด้านต่างๆ ทั้งการแต่งกาย การบริการ การทำอาหาร และการทำความสะอาด ซึ่งรางวัลที่มอบให้นี้ก็เปรียบเสมือนกำลังใจในการทำงานให้พวกเขาต่อไป”

มองเห็นโอกาสให้ไว ในวิกฤติที่เข้ามาเร็ว
อีกหนึ่งธุรกิจใหม่ที่อยู่ในเครือของร้านเฮงหอยทอดชาวเล ซึ่งมีเมนูที่แตกต่างอย่างชัดเจนจากไลน์ธุรกิจอาหารทะเลเลย นั่นคือ “ขาหมูกระทะทอง” ความพิเศษคือร้านนี้คือเพิ่งมีหน้าร้านเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา “ขาหมูกระทะทองเป็นร้านที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤติจริงๆ เพราะเป็นไอเดียที่เกิดขึ้นจากผลกระทบเรื่องอาหารทะเลในการระบาดของโควิด-19 ระลอก 2 ช่วงปลายปีที่ผ่านมา จำได้เลยว่าวันนั้นมีข่าวออกมาว่าเเม่ค้ากุ้งติดโควิดส่งผลให้ร้านอาหารที่มีเมนูทะเลเป็นหลักอย่างเราก็ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ แต่ในฐานะเจ้าของธุรกิจเราจะช้าไม่ได้  ตอนนั้นเค้กจำได้ว่าตอนเด็กๆ คุณแม่เคยทำข้าวขาหมูขายซึ่งเป็นขาหมูที่มีถั่วต้มด้วยทำให้รสชาติแตกต่างจากร้านขาหมูทั่วไป เค้กเลยปรึกษากับคุณแม่ว่าจะเอาเมนูขาหมูมาขายในช่วงนั้นเพื่อสร้างทางเลือกให้ลูกค้าที่เลี่ยงทานอาหารทะเล แต่จะลองวางขายใน GrabKitchen ก่อนเพราะเราเข้าร่วมกับระบบนี้อยู่แล้ว และต้องการลองตลาดก่อนว่าคนจะชอบหรือไม่ ซึ่งพอคุณแม่โอเคเราเลยรีบไปซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์มาทำกันเลย เรียกได้ว่าปัดฝุ่นเมนูขาหมูถั่วต้มกันแบบเร่งรัด” 

“พอคุณแม่ทำออกมาก็ปรากฏว่าเป็นรสชาติเดิมที่เราเคยกินสมัยเด็กๆ เค้กเลยจัดการจ้างช่างภาพมาถ่ายรูปเมนูและรีบเอาขึ้นวางขายใน GrabKitchen เลย ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก ซึ่งกลายเป็นว่าลูกค้าก็ติดใจและเป็นเมนูที่ช่วยสร้างรายได้เพิ่มและทำให้ร้านของเราผ่านวิกฤติอาหารทะเลช่วงนั้นมาได้ พอลูกค้าเริ่มรู้จักมากขึ้นเราเลยตัดสินใจเปิดหน้าร้านเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาโดยเลือกโลเคชั่นใกล้กับร้านเฮงหอยทอดชาวเลสาขาเจริญนครค่ะ”

Cloud Kitchen กับทางเลือกการทำธุรกิจร้านอาหาร
ทำร้านอาหารยุคนี้แค่รสชาติอร่อยอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องทำให้ลูกค้ารู้จักและเข้าถึงร้านให้ได้มากที่สุดซึ่งการขยายสาขาในแต่ละครั้งนับเป็นเรื่องสำคัญเพราะจะต้องคำนึงถึงต้นทุนและความเสี่ยงที่จะต้องแบกรับ ระบบ Cloud Kitchen จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการขยายโอกาสทางธุรกิจของเจ้าของร้านอาหารให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นและยังมั่นใจได้กับระบบการเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อช่วยวิเคราะห์ความต้องการตลาดและช่วยให้เจ้าของร้านสามารถคิดค้นเมนูใหม่ๆเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง GrabKitchen ถือเป็นระบบ Cloud Kitchen ที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับเจ้าของร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เค้กเข้าร่วมกับ GrabKitchen ช่วงต้นปี 2562 ค่ะ ตอนนั้นทางแกร็บมาชวนเค้กไปดูสาขาต้นแบบตรงตลาดสามย่าน ก่อนหน้านี้เราศึกษาระบบ Cloud Kitchen มาประมาณหนึ่ง ยังเคยนึกเลยว่าในไทยจะมีใครริเริ่มทำรึเปล่า เพราะเป็นระบบที่น่าสนใจมาก และช่วยตอบโจทย์ลูกค้าที่อยู่ไกลร้านแต่อยากทานอาหารที่หลากหลาย อีกอย่างคือเจ้าของร้านก็จะได้มีโมเดลธุรกิจเพิ่มขึ้นได้ด้วย อย่างร้านขาหมูกระทะทองที่เราลองเอาเข้า GrabKitchen ก่อนเปิดหน้าร้านเพราะค่อนข้างเชื่อมั่นในระบบของแกร็บและช่วยลดความเสี่ยงของการเปิดหน้าร้านเองก่อนได้อีกด้วย การมี GrabKitchen เข้ามาถือว่าเป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยขยายธุรกิจร้านอาหาร โดยใช้ต้นทุนที่น้อยกว่าการเปิดหน้าร้านและช่วยเพิ่มโอกาสการสร้างผลตอบแทนให้เราได้แม้ในสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้ในปัจจุบัน ยุคนี้นอกจากเรื่องของ Food Delivery ที่ร้านควรจะต้องทำแล้ว การศึกษาเรื่อง Cloud Kitchen ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของร้านอาหารได้เช่นกันค่ะ สุดท้ายแล้วเค้กมองว่าสูตรความสำเร็จที่จะทำร้านอาหารให้อยู่รอดได้ในสถานการณ์ทุกวันนี้คือการที่เจ้าของธุรกิจต้องคิดไว ปรับตัวไว และกล้าที่จะลงมือทำค่ะ”

รู้หรือไม่?     
•GrabKitchen เกิดขึ้นในเดือนตุลาคมปี พ.ศ.2562 เพื่อเป็นครัวกลางสำหรับบริการ Food Delivery โดยเฉพาะเป็นรูปแบบ Virtual Food Court ที่นำร้านอาหารหลายๆ ร้านมารวมกัน แต่เน้น delivery และ take away เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกที่มากขึ้น 
•เหตุผลที่ GrabKitchen เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเพิ่มศักยภาพธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร คือ ช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ประโยชน์จากการใช้ข้อมูลมาวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภค ประโยชน์จากเครื่องมือทางการตลาดในการสร้างการมองเห็นให้กับร้านค้า
•ปัจจุบัน GrabKitchen มีทั้งหมด 9 สาขา ได้แก่ สาขาสามย่าน, สาขาวิภาวดีรังสิต, สาขาทองหล่อ, สาขา SS Center สุคนธสวัสดิ์, สาขา Vanilla Moon (ถนนจันทน์),  สาขาพญาไท, สาขาพาต้าปิ่นเกล้า และ สาขาลาดพร้าว 101, โลตัสพระราม4
•5 เมนูที่ขายดีที่สุดบนแกร็บคิทเช่นคือ สุกี้แห้งเนื้อ ข้าวซอยไก่ ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ ไก่ทอด ข้าวไข่ข้นปู

“โต กะลา” ชวนคนดนตรี ครวญเพลง สู้โควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/468054

“โต กะลา” ชวนคนดนตรี ครวญเพลง สู้โควิด-19

26 พฤษภาคม 2564 – 13:27 น.

“โต กะลา” ชวนคนดนตรี ตั้งวง GOOD LUCK แต่งเพลง เราจะผ่านมันไปด้วยกัน สร้างสำนึกสู้สถานการณ์โควิด-19

“โต กะลา อดีตสมาชิก วงกะลา” ชวนกลุ่มคนดนตรี ตั้งวง GOOD LUCK วางสแกน ร๊อคคุณธรรม แต่งเพลงปลุก “เราจะผ่านมันไปด้วยกัน” สร้างจิตสำนึก ส่งกำลังใจ ให้คนไทยฝ่าฟันวิกฤติการณ์ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ย้ำคนดนตรีรับผลกระทบหนักแต่เข้าใจกับสิ่งที่เป็นและต้องปรับตัว รวมถึงแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมของทุกคน

หลังจากแยกย้ายจากวงกะลา กลุ่มศิลปินดังในยุคต้นปี 2000 มาโนช พิมพ์จันทร์ หรือโต กะลา มือกีตาร์ ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในแวดวงดนตรี และกลับไปทำธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย แต่สุดท้ายก็ได้มาพบกับคนในแวดวงดนตรีกลางคืนที่มีมือและแนวคิดตรงกัน

จึงได้กลับเข้าสู่ถนนดนตรีอีกครั้งในนามวง GOOD LUCK ซึ่งมีสมาชิกประกอบด้วย วีรจิตต์ โสภาลัษณ์ (โอ) นักร้องนำ ศุประภส แก่นเพชร (บอล) เบส วัชรพงษ์ หอมยืน (คอร์น) กลอง ซึ่งได้วางแนวคิดในการสร้างแนวดนตรี เป็นร๊อคคุณธรรม ซึ่งได้นำข้อคิดดีๆที่ได้จากหลักคำสอนในพระพุทธศาสนามาแต่งเพลงเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้เข้าถึงการทำความดีเป็นหลักในการดำเนินชีวิต

มาโนช พิมพ์จันทร์ หรือ โต กะลา เล่าถึงที่มาของการแต่งเพลง “เราจะผ่านมันไปด้วยกัน” ว่าด้วยการที่เป็นวงดนตรีที่ทำงานเกี่ยวกกับการส่งเสริมคุณธรรมของเยาชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งเพลงแรกที่ได้ทำนั้นคือเพลงชื่อว่า ศีล5 โดยได้นำเอาศีล 5 ที่มีอยู่มาใส่ดนตรีแนวร๊อคเข้าไป เพื่อให้เด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ฟังและท่องจำได้ง่ายขึ้น

โดยเคยร่วมงานกับกรมอาชีวศึกษา เดินสายออกคอนเสิร์ต ไปหลายจังหวัดทั่วประเทศและประสบความสำเร็จมาแล้ว จากนั้นก็ได้มาอ่านคอลัมภ์ในหนังสือนิตยสารที่หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ได้เคยเขียนหัวข้อว่า “โรคล้างโลก” จึงได้ นำมาแต่งเพลงให้ตระหนักถึงโรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว

ซึ่งทาง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ได้นำเพลงนี้ไปส่งประกวด ในกิจกรรมที่ สสส.ร่วมกับ สคล.สมุทรปราการ ในโครงการประกวดร้องเพลงรณรงค์ แบ่งปันกำลังใจ รอยยิ้ม ความสุข ป้องกัน สู้โควิด-19 โดยได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากผลงานเพลงจากกลุ่มศิลปินที่ส่งมาประกวดจากทั่วประเทศมาแล้ว

“โต กะลา” บอกว่า สำหรับเพลง “เราจะผ่านมันไปด้วยกัน” ได้แรงบันดาลจากสถานการณ์กรแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในบ้านเราซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากขึ้นซึ่งในช่วงศิลปินดารา รวมถึงกลุ่มคนทุกอาชีพต่างก็ได้รับผลกระทบอย่างเท่าเทียมกันหมด

อยากเขียนเพลงที่ทำให้เรามีความรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งแรงบันดาลใจ ก็มาจากข่าวก็ได้เห็นศิลปินดาราหรือหลายๆคนที่ติดเชื้อในระรอกนี้ว่าทุกคนนั้นควรจะมีความรับผิดชอบร่วมกัน ก็เลยเขียนไปว่าให้ช่วยกันอยู่บ้าน ช่วยกันรักษาระยะความห่างจากกันหน่อย และอยากให้ทุกคนเห็นว่าโควิด เป็นชะตาหนึ่งของโลกที่ทุกนต้องร่วมกันรับผิดชอบ

ตระหนักว่า มันรุนแรงแค่ไหน ซึ่งตอนนี้มีคนรู้จักหลายคนนั้นเสียชีวิตจากการติดเชื้อและมีนักดนตรีหลายรายที่มีการติดเชื้อตอนนี้ ซึ่งหลายคนก็ร่างกายก็กลับมาไม่เหมือนเดิม ซึ่งอยากจะบอกว่าอย่าประมาทและรักษาตัวเองไว้ก่อน และขอให้กำลังใจกับทุกคนด้วย

ศุประภส แก่นเพชร (บอล) มือเบส บอกว่า การแพร่ระบาดทั้ง 3 ระรอกนี้ไม่มีใครที่ตั้งตัวได้ทัน ซึ่งเราต้องทำใจให้ได้และต้องอยู่รอดปลอดภัย นักดนตรีหลายท่านก็ได้ขายเครื่องดนตรีไปแล้ว แต่สิ่งนั้นเราก็ต้องกลับมาสู้กันอีกดีกว่าเราต้องตายจากกันไป

ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือการรักษาชีวิตเราเอาไว้ให้ดีที่สุดเพื่อที่เราจะกลับมาได้สู้กันอีกครั้งซึ่งเนื้อเพลงที่บอกเอาไว้ก็บอกชัดๆว่าเราต้องร่วมมือกันที่จะก้าวข้ามผ่านมันไปด้วยกัน ให้ได้

สำหรับผู้ที่สนใจเพลงของวง  GOOD LUCK สามารถติดตามได้ที่ YOUTUBE ช่อง  Good Luck ร็อคคุณธรรม ซึ่งจะมีการ ลง MV เพลงเราจะผ่านมันไปด้วยกัน เพลง โรคล้างโลก เพลง กาลเวลา และเพลงแรกที่ทำออกมา คือเพลงศีล 5 ทำไม่ยากถ้าอยากทำ

ไม่ได้มงแต่ได้ใจ “โอลิเวีย คัลโป” ขอเคียงข้าง “อแมนด้า” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/467643

ไม่ได้มงแต่ได้ใจ “โอลิเวีย คัลโป” ขอเคียงข้าง “อแมนด้า”

22 พฤษภาคม 2564 – 13:20 น.

ไม่ได้มงแต่ได้ใจ “โอลิเวีย คัลโป” MU2012 ขอเคียงข้าง “อแมนด้า” ถึงแม้จะพลาดมง

ลุ้นสุดตัวกับการประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2020 ถือเป็นการจัดประกวดขึ้นครั้งที่ 69 ที่รัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา แน่นอนนี่คงจะเป็นการประกวดที่ทำให้แฟนนางงามไทย ตื่นเช้ามารวมตัวกันมากที่สุดเพื่อลุ้นและเป็นกำลังใจให้ ตัวแทนสาวไทยอย่าง “อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม” คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์ส เป็นมงที่ 3 ในรอบ 32 ปี ที่ก็ทำได้ดีที่สุดเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย

แต่อีกหนึ่งคนถูกพูดถึงอีกคนหนึ่งบนเวทีครั้งนี้นั่นคือ “โอลิเวีย คัลโป” Miss Universe 2012 หนึ่งในพิธีกรหลักของการประกวด MU2020 ที่แสดงออกทางสีหน้าหลังทราบว่าสาวงามจากไทยไม่เข้ารอบ บอกเลยว่าความน่ารักของอแมนด้านั้น ก็ทำให้เธอได้ใจ โอลิเวีย คัลโป ไปแล้ว เพราะหลังเวทีแม่ลูกคู่นี้ดูสนิทสนมกันมาก แถมน้องได้แนะนำให้โอลิเวีย คัลโป รู้จักกับน้ำหอมแบรนด์ไทย “มาดามฟิน” นั่นเอง นอกจากความสวยของโอลิเวีย คัลโป เธอยังมีจิตใจที่น่ารักคอยอยู่เคียงข้างอแมนด้าไม่ห่าง

โอลิเวีย คัลโป ได้เผยเคล็ดลับในการสร้างเสน่ห์และความมั่นใจของเธอก่อนจะขึ้นเวทีในฐานะพิธีกรหลักประจำปีนี้ผ่านอินสตาแกรมว่า นอกจากเดรสสีแดงสดจาก Valentino แล้วนั่นคือการฉีดน้ำหอมกลิ่นโปรดจากมาดามฟิน เช่นเดียวกับอแมนด้าที่เพิ่มความมั่นใจก่อนขึ้นเวทีด้วยเช่นกัน