5 เมนูอาหารต้านโควิด สั่งซื้อวัตถุดิบง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/466058

5 เมนูอาหารต้านโควิด สั่งซื้อวัตถุดิบง่ายผ่านช่องทางออนไลน์

7 พฤษภาคม 2564 – 13:40 น.

5 เมนูอาหารต้านโควิด สั่งซื้อวัตถุดิบง่ายผ่านช่องทางออนไลน์

สถานการณ์ไวรัสโคโรน่าในปัจจุบัน ทำให้หลายคนไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ บางคนต้องทำงานที่บ้าน บางคนก็ต้องเรียนออนไลน์ และอีกหลายคนก็ไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมหรือสังสรรค์นอกบ้านได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ อาหาร ในเมื่อหลายคนก็คงไม่อยากออกจากบ้าน จะสั่งอาหารทุกวันก็เปลืองเงิน ทาง คมชัดลึก จึงมาแนะนำ 5 เมนูอาหารเด็ดแนะนำที่สามารถสั่งซื้อวัตถุดิบได้ผ่านทางช่องทางออนไลน์ และยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโควิด-19 อีกด้วย

เมนูอาหารต้านโควิด ทำเองที่บ้านได้

  1. ผัดกะเพรา

ใบกะเพรามีสารโอเรียนทิน ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อของเซลล์  ช่วยป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยจากเชื้อไวรัส มีสารสำคัญที่มีศักยภาพในการป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ 

2.ไก่ตุ๋นเห็ดหอมมะระ

ไก่เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ทำให้ย่อยง่าย ส่วนเห็ดหอมมีสารเบต้ากลูแคน ช่วยเสริมระบบคุ้มกัน นอกจากนี้ยังมีมะระ ซึ่งมีสารโพลีฟีนอล ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ส่วนเก๋ากี้ ขึ้นฉ่าย มีสารอะพิจีนิน ช่วยเสริมระบบคุ้มกัน

3.เมี่ยงคำ

เป็นอาหารที่มีส่วนผสมหลักคือ มะนาวหั่นพร้อมเปลือก และหอมแดงสด ทั้งสองอย่างนี้ถือเป็นสมุนไพรที่มีสารเฮสเพอริดิน สารรูติน และวิตามินซี ช่วยป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์ของร่างกาย ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อในอวัยวะต่างๆ ได้

4. แกงเลียง

ส่วนประกอบมีผักและสมุนไพรมากมาย ทั้งบวบเหลี่ยม ตำลึง ใบแมงลัก ฟักทอง เห็ดฟางที่เสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย มีวิตามินซีที่ช่วยป้องกันโรคหวัด  ยังมีพริกไทยที่ช่วยย่อยอาหาร และสมุนไพรอย่าง หอมแดง  ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อและป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ร่างกายได้  ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

5. ข้าวต้มปลา

ปลาเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี มีโอเมก้า 3 ส่วนขิง มีสารจินเจอรอล ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ยังมีกระเทียม ซึ่งมีสารอัลซินิน ช่วยต้านการอักเสบ และช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสโคโรนา

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเมนูต้านโควิดได้ที่นี่

“ธัญ” แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/465910

“ธัญ”แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง 

6 พฤษภาคม 2564 – 13:28 น.

“ธัญ” (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง 

ในช่วงที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อลดความเสี่ยงและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากการทำงานที่บ้าน (Work from home) แล้ว ก็มีกิจกรรมที่สามารถทำได้โดยเป็นการรักษาระยะห่างและดีต่อสุขภาพกายและจิตใจ อย่างการเล่น “เซิร์ฟสเก็ต” (Surf skate) กิจกรรมกลางแจ้งที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ ถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่ต้องใช้ทักษะทั้งการทรงตัว พละกำลัง และสมาธิ ทราบหรือไม่ว่าในระหว่างที่สนุกกับกิจกกรรมกลางแจ้งอยู่นั้น ผิวอาจต้องเผชิญกับความอ่อนล้า แห้งกร้าน หมองคล้ำ ดูไม่สดใส แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง แนะ “วิธีฟื้นฟูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง” กับผลิตภัณฑ์ ‘ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น’ (Hydrating Emulsion), ‘เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม’ (Age inversion face cream), ‘เฟเชียล เซรั่ม’ (Facial Serum) และ ‘รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก’ (Revitalising face mask) โดยมี   เซเลบริตี้สาวสวยร่วมเผยเคล็ดลับการดูแลและฟื้นฟูสภาพผิว  อาทิ จันทมน แย้มพันธุ์, อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ และ ตะวันนา ธารา 

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะเคล็ดลับการฟื้นฟูสภาพผิว หลังเผชิญแสงแดดร้อนจัด ว่า “แสงแดดนั้นจริงๆ แล้วก็มีทั้งประโยชน์และโทษในระดับที่แตกต่างกันไป แต่แน่นอนว่าถ้าต้องเผชิญกับแสงแดดที่ร้อนแรงอยู่เป็นประจำและต่อเนื่อง ความร้อนของแสงแดดนั้นก็สามารถทำร้ายผิวและก่อให้เกิดอาการรุนแรงต่างๆได้ เช่นอาการผิวไหม้แดด (Sunburn) ทำให้ผิวมีสีแดง เจ็บและพุพอง อาการอาจไม่เกิดขึ้นทันที แต่อาจใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมงหลังจากนั้น, ผื่นแพ้แดด โดยมีอาการผื่นแดงและคันเกิดขึ้นเนื่องจากการสัมผัสกับแสงแดด, สิวผดที่จะเกิดขึ้นเมื่อรังสียูวีรวมกับส่วนผสมบางอย่างในเครื่องสำอางหรือครีมกันแดด ก่อให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบของไขมันบริเวณรูขุมขน พบได้ประมาณ 1-2%, ริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมไปถึงโรคผิวหนังที่รุนแรงบางชนิด อย่างเช่น โรคภูมิแพ้ตัวเอง (SLE) และโรคมะเร็งผิวหนัง 

ระดับความรุนแรงของแสงแดดที่ทำอันตรายต่อผิวสามารถส่งผลกระทบได้ทั้งระยะสั้น และระยะยาว โดยในระยะสั้นนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่ 
ระดับแรก ผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง และเกิดอาการเจ็บปวดหรือแสบผิวเล็กน้อย เมื่อผ่านไป 3-5 วัน ผิวจะลอกตามกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว และอาการก็จะดีขึ้นตามลำดับได้เอง 

ระดับที่ 2 ผิวมีอาการแสบคัน บวมแดง และรู้สึกเจ็บปวดเมื่อสัมผัสผิวบริเวณที่เกิดการไหม้แดด ต้องใช้ระยะเวลา 5-7 วัน ในการเฝ้าระวังและฟื้นบำรุงเพื่อให้ผิวกลับมาเป็นปกติ

ระดับที่ 3 ผิวมีอาการปวดแสบปวดร้อนมากกว่าปกติ มีอาการแดง คัน และมีตุ่มน้ำใสๆ เกิดขึ้น ซึ่งในระดับนี้ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำ และหาแนวทางการดูแลรักษาผิวไหม้แดดอย่างถูกวิธี ซึ่งอาจใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์ ในการฟื้นบำรุงผิวไหม้แดดและหมองคล้ำ 

ส่วนอันตรายต่อผิวในระยะยาวนั้น มักจะพบปัญหาเรื่องริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ สีผิวไม่สม่ำเสมอและเกิดจุดด่างดำ ถ้าในระดับที่มีความรุนแรงมากอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ 

สำหรับคนที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานจนผิวไหม้แดด สิ่งที่ควรระวัง คือ ไม่ควรแกะ เกา หรือลอกผิวหนัง เนื่องจากผิวมีความเปราะบางและไวต่อการระคายเคือง ในบางกรณีอาจมีตุ่มใส ไม่ควรเกาหรือเจาะตุ่มน้ำออก เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ควรปล่อยให้ตุ่มยุบหรือแตกเองตามธรรมชาติ หรือปรึกษาแพทย์หากมีอาการที่รุนแรง ควรเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด AHA เพราะจะยิ่งกระตุ้นการไหม้ของผิวไปอีก แนะนำให้ใช้ว่านหางจระเข้ชะโลมให้ผิวเย็นก่อน แล้วค่อยทาครีมบำรุงให้ผิวในขั้นตอนต่อไป 

นอกจากนี้การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิว ก็สามารถช่วยดูแลและแก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด อย่างการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นการดูแลผิวแบบล้ำลึก (Deep nourishment) ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสภาพผิวที่เสียจากแสงแดดได้ดี ตัวอย่างเช่น สารสกัดจากชิโซะ (Shiso extract) ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin), สารสกัดอูกอน (Ougon extract) พืชทะเลทรายที่มีคุณสมบัติลดการอักเสบ รวมถึงช่วยปรับสีผิวที่หมองคล้ำให้กลับแลดูสว่างอย่างเป็นธรรมชาติ (De-colorizing action) หรือสารสกัดจากชาขาว (White tea extract) ที่มีสารโพลีฟีนอล ช่วยยับยั้งกระบวนการที่ผิวทำปฎิกิริยากับออกซิเจน (Anti-oxidant) ช่วยให้ผิวกระจ่างใส เป็นต้น 

นอกเหนือจากการบำรุงผิวจากภายนอกแล้ว สิ่งสำคัญอีกสิ่งคือควรดูแลตัวเองจากภายในควบคู่ไปด้วยคือ ควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ปลาทะเล ผัก ผลไม้ ธัญพืช ผลไม้ตระกูลเบอรี่ และชาเขียว รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด และระบบการทำงานต่างๆ ภายในร่างกาย เพราะการดูแลตัวเองที่ถูกต้องควรจะใส่ใจให้ครบทุกด้าน จึงจะสามารถสร้างความสมบูรณ์แบบได้ในทุกมุมมอง”

‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ‘ธัญ’ (THANN) มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม โดยปัจจุบันมีกว่า 90 สาขา รวมถึงสปาอีก 15 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป โดยผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ในครั้งนี้เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพผิวที่ช่วยคงความชุ่มชื้นมีสุขภาพดีให้แก่ผิว ซึ่งประกอบไปด้วย ‘ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น’ (Hydrating Emulsion) ขนาด 100 มล. ราคา 1,200 บาท ผลิตภัณฑ์เติมเต็มความชุ่มชื้นสำหรับผิวหน้าสูตรที่พัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาผิวขาดน้ำโดยเฉพาะ ซึมซาบเข้าบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน และไม่อุดตันรูขุมขน อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาตินานาชนิด อาทิ สารสกัดจากใบชิโซะ (Nano Shiso Extract) เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และอาการระคายเคืองต่างๆพร้อมปกป้องผิวจากมลภาวะ สารสกัดจากต้นไมโรทัมนัส (Myrothamnus Extract) พืชทะเลทรายจากทวีปแอฟริกาใต้ที่ได้รับฉายาต้นไม้คืนชีพเพียงโดนน้ำแค่หยดเดียวก็สามารถฟื้นคืนความมีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง อุดมด้วยสารอาร์บูติน (Arbutin) และโพลีฟีนอล (Polyphenol) เสริมความแข็งแรงให้ผิวเพิ่มความชุ่มชื้นได้ยาวนานถึง 48 ชั่วโมง พร้อมคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์, น้ำมันเมล็ดชาออแกนิค (Organic Camellia Seed Oil) อุดมด้วยวิตามิน A, B, D, E, กรดโอเลอิก, โอเมก้า 3,6,9 และโพลีฟีนอล )Polyphenol) ทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์, น้ำมันสกัดจากถั่วอินคาออแกนิค (Organic Inca Inchi Seed Oil) อุดมด้วยโอเมก้า 3,6,9 ปกป้อง และลดการระคายเคืองของผิวจากแสงแดด, เชีย บัตเตอร์ (Shea butter), โจโจ้บา ออยล์ (Jojoba oil), น้ำมันมะกอก (Olive oil), สารสกัดจากสาหร่ายทะเล (Algin Extract) และ ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) ฟื้นฟูและปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน บำรุงผิวที่อ่อนล้าได้อย่างอ่อนโยน (*ทดสอบด้วยเครื่อง Corneometer กับกลุ่มผู้ทดสอบ อายุ 25-45 ปี จำนวน 22 คน โดยวัดผลหลังทาผลิตภัณฑ์ผ่านไป 4 ชั่วโมง)

‘เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม’ (Age inversion face cream) ขนาด 40 มล. ราคา 1,500 บาท ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว สูตรเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงด้วยคุณค่าของสารสกัดธรรมชาติที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ เนื้อครีมบางเบาซึมซาบสู่ผิวได้รวดเร็ว ไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์แล้วว่า สามารถลดเลือนริ้วรอยได้ 31.3%* ภายใน 28 วัน ด้วยคุณค่าสารสกัดธรรมชาติจากสารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) ลดการอักเสบและอาการระคายเคือง พร้อมคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์, สารสกัดจากโปรตีนถั่วเหลือง (Soy protein) และสารสกัดจากชาดำ (Black tea extract) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน พร้อมคืนความยืดหยุ่นให้ผิว (*ทดสอบด้วยวิธี Skin Replica กับผู้หญิงเอเชีย 22 คน โดยใช้ผลิตภัณฑ์ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดย Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France))

‘เฟเชียล เซรั่ม’ (Facial Serum) ขนาด 30 มล. ราคา 2,500 บาท เซรั่มเพื่อการฟื้นฟูสภาพผิว พัฒนามาเพื่อรับมือกับปัญหาริ้วรอยแห่งวัยโดยเฉพาะ สามารถลดเลือนริ้วรอยได้ 25.5%* และความยืดหยุ่นของผิวเพิ่มขึ้น 13.4%* ภายใน 28 วัน อุดมด้วยส่วนผสมทรงประสิทธิภาพจากสารสกัดจากใบบัวบก (Centella extract) เสริมประสิทธิภาพในกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจน และโครงข่ายผิว สารสกัดจากปลีกล้วย (Banana flower extract) กระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน และคืนความยืดหยุ่นสู่ผิว สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และอาการระคายเคืองต่างๆ รวมถึงทำหน้าที่เป็นสาร Anti-oxidant ทรงประสิทธิภาพ (*ทดสอบด้วยวิธี Skin Replica และ Cutometry measurement กับผู้หญิงเอเชีย 17 คน โดยใช้ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องวันละ 2 ครั้ง (เช้า และก่อนนอน) ทำการทดสอบโดย Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France))

‘รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก’ (Revitalising face mask) ราคา 1,090 บาท มาส์กหน้าสูตรเข้มข้นที่รวมคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้สว่างใสอย่างไร้ที่ติ มอบความเปล่งประกาย (Luminosity) สู่ผิวถึง 43%* ด้วยส่วนผสมทรงประสิทธิภาพจากธรรมชาตินานาชนิด อาทิ สารสกัดจากผลองุ่น (Grape fruit extract) ปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ, สารสกัดจากรากหม่อน (Mulberry Root extract) ลดเลือนจุดด่างดำและความหมองคล้ำของผิว, สารสกัดจากอูกอน (Ougon extract) และสารสกัดจากทรีฮาโลส (Trehalose extract) ปกป้องและรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว, สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) ลดการอักเสบและอาการระคายเคือง พร้อมคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์ (* ทดสอบด้วยวิธี Sensory Evaluation (C.L.B.T) โดย Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France) กับผู้หญิงเอเชีย จำนวน 22 คน โดยใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์)

ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมแชร์เคล็ดลับการดูแลและฟื้นฟูผิวตามแบบฉบับของตนเอง เริ่มที่สาวยิ้มสวย จันทมน แย้มพันธุ์ เผยว่า “ช่วงนี้มนเองชอบเล่นเซิร์ฟสเก็ตมากค่ะ ถึงขั้นไปลงคอร์สเรียนเล่นเซิร์ฟสเก็ตโดยเฉพาะ แล้วเวลาเรียนส่วนใหญ่จะเป็นตอนช่วงบ่ายโมงถึงบ่ายสามโมง แน่นอนว่าเป็นช่วงที่แดดแรงมากและร้อนมากด้วย ทำให้หลังจากเลิกเรียนแต่ละครั้งก็จะเห็นได้ชัดเลยว่าผิวเราหมองคล้ำลง มีความแห้งกระด้าง ผิวดูไม่สดใสเหมือนเดิม แต่ด้วยความที่เราชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่ค่อยกังวลอะไรมากเพราะเรามีวิธีดูแลและฟื้นฟูสภาพผิวหลังออกแดด สิ่งแรกที่ทำเลยก็คือการมาส์กหน้าด้วยรีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก ถือว่าเป็นการมอบความผ่อนคลายให้กับผิวขั้นตอนแรกของการฟื้นฟูผิว นอกจากตัวมาส์กจะให้ความชุ่มชื้นและยังมอบความเย็นสบายให้ผิวหลังการออกแดดอีกด้วย หลังจากมาส์กเสร็จก็จะบำรุงผิวด้วยเฟเชียล เซรั่ม แล้วตามด้วย เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม และปิดท้ายด้วย ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น นอกจากจะเน้นเรื่องคืนความชุ่มชื้นให้ผิวแล้ว ยังช่วยเรื่องการลดเรือนริ้วรอย และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหลังจากที่เราไปเผชิญกับแสงแดดมา”

ถัดมาที่สาวแฟชั่นนิสต้า อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ เล่าว่า “ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาก็มีโอกาสได้ไปเที่ยวทะเลกับครอบครัว กิจกรรมที่ชอบทำก็คือ ว่ายน้ำ และเซิร์ฟสเก็ต ทำให้เราต้องเจอกับแสงแดดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ผิวเราสูญเสียความชุ่มชื้นไปได้ง่าย และแสงแดดก็ทำให้ผิวเราคล้ำขึ้น ด้วยความที่เราเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่แล้ว เราก็ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับการดูแลและฟื้นฟูสภาพผิวหลังเผชิญกับแสงแดด อย่างการดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้ผิว การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหลังออกแดด ที่สำคัญคือต้องมีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการลดเลือนริ้วรอย และคืนความยืดหยุ่นให้กับผิวอย่างเฟเชียล เซรั่ม และ เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม รวมถึงการใช้มาส์กหน้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นอย่างเร่งด่วนด้วยรีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก นับว่าเป็นสิ่งที่เราขาดไม่ได้และจำเป็นต้องมีไว้ใช้หลังการออกแดดค่ะ”

ปิดท้ายที่ดีไซน์เนอร์สาว ตะวันนา ธารา กล่าวว่า “เราเป็นคนชอบกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นการทำสวน ปลูกต้นไม้ เล่นกีฬา ยิ่งช่วงนี้ก็จะชอบเล่นเซิร์ฟสเก็ตเป็นพิเศษ ทุกครั้งที่ได้ทำกิจกรรมก็มักจะใช้เวลานานหลายชั่วโมง ทำให้ต้องเจอกับแสงแดดเป็นเวลานาน ทำให้ผิวหมองคล้ำ สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายมาก และยิ่งเราเป็นคนผิวสองสีด้วยก็อาจจะกลับมาขาวค่อนข้างยาก แต่เราก็สามารถดูแลฟื้นฟูให้ผิวสวยสุขภาพดีในแบบเราได้ อย่างทุกครั้งก่อนที่ไปทำกิจกรรมข้างนอกก็จะทาครีมกันแดดไว้เพื่อป้องกันแสงยูวี ใส่หมวกเพื่อป้องกันแสงแดด หลังจากเสร็จกิจกรรมกลางแจ้งก็จะให้ความสำคัญกับการบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวด้วยเฟเชียล เซรั่ม เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว หรือหากวันไหนที่ไม่ค่อยมีเวลา เราก็ใช้มาส์กอย่าง รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก เพื่อเป็นตัวช่วยในการดูแลผิวแบบเร่งด่วน ช่วยให้ผิวกลับมาชุ่มชื้น กระจ่างใส รวมถึงลดอาการผิวไหม้จากแดดด้วยค่ะ”

ฟื้นฟูผิวสวยกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว อาทิ ‘ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น’ (Hydrating Emulsion), ‘เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม’ (Age inversion face cream), ‘เฟเชียล เซรั่ม’ (Facial Serum) และ ‘รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก’ (Revitalising face mask) ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) จังหวัดภูเก็ต และ ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น จ.พระนครศรีอยุธยา

ALT พร้อมผนึกรัฐขับเคลื่อนเมืองสู่ Smart City #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/465884

ALTพร้อมผนึกรัฐขับเคลื่อนเมืองสู่ Smart City

6 พฤษภาคม 2564 – 09:57 น.

“เอแอลที”พร้อมร่วมมือภาครัฐนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านดิจิทัลสื่อสาร ขับเคลื่อนเมืองไปสู่ Smart City

นายปริญญ์ ชากฤษณ์  ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ  บริษัทเอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมมือกับภาครัฐเพื่อพัฒนาเมืองไปสู่ Smart City ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา เพื่อให้เป็นเมืองอัจฉริยะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

“ในฐานะที่  ALT เป็นผู้ให้บริการให้เช่าโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารดิจิทัลให้หน่วยงานระดับประเทศมานานกว่า 20 ปี มองว่าการพัฒนาไปสู่เมืองอัจฉริยะอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ต้องถ่ายทอดและเรียนรู้กระบวนการคิดของคนในพื้นที่ให้มีทัศนคติต่อการรักบ้านเกิด อยากพัฒนา และ ตั้งใจต่อการแก้ไขปัญหาพื้นฐานก่อน การมีส่วนร่วมต่อการพัฒนามีส่วนสำคัญมาก  ALT นำนวัตกรรมการพัฒนาเมือง ด้วยหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ซึ่งจำเป็นต้องทำงานร่วมกันกับคนในพื้นที่ทุกกระบวนการ เพื่อเรียนรู้ให้ประชาชนเป็นเจ้าของนวัตกรรม และในแต่ละพื้นที่มีปัญหาในบริบทที่แตกต่างกัน ซึ่งมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ที่กำกับดูแลมีเท่าเดิม จึงต้องนำเทคโนโลยีมาช่วยเพื่อเป็นเครื่องมือช่วยบริหารจัดการไปสู่การบริการภาคประชาชนและแก้ปัญหาได้โดยตรง” นายปริญญ์กล่าว

โดยเบื้องต้น  ALT สามารถต่อยอดพัฒนาระบบอุปกรณ์เดิม ด้านระบบเสาโทรคมนาคมสื่อสาร มาใช้สร้างเสาอัจฉริยะ หรือ Smart pole  เพื่อให้หน่วยงานบริหารเมืองมีศูนย์รวบรวมข้อมูล และ เฝ้าระวัง จากส่วนกลาง เพื่อให้ประชาชนได้รับการตอบสนองการให้บริการ เช่น การแจ้งประกาศเตือนมลพิษในพื้นที่ หรือ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ตามจุดสาธารณะ เพื่อเป็นหูเป็นตาให้กับเมืองเป็นต้น

ส่วนแผนในระยะต่อไป นวัตกรรมดังกล่าว สามารถรวบรวมข้อมูลเชิงสถิติ มาใช้ในการบริหารเชิงวิเคราะห์ พยากรณ์ ไปสู่การป้องกัน และขยายผลในการพัฒนาในแต่ละมิติได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

“ปัจจุบันเราได้ขับเคลื่อนกิจกรรมเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือสนับสนุนด้านการศึกษาวิจัยด้าน Smart Environm

“แอน จักรพงษ์” เหมาหมด คว้าคนข่าว พิธีกรดัง ดาราสุดจี๊ด นั่งจัดรายการล้นช่อง JKN18 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/465790

“แอน จักรพงษ์” เหมาหมด คว้าคนข่าว พิธีกรดัง ดาราสุดจี๊ด นั่งจัดรายการล้นช่อง JKN18

5 พฤษภาคม 2564 – 14:15 น.

“แอน จักรพงษ์” เหมาหมด คว้าคนข่าว พิธีกรดัง ดาราสุดจี๊ด นั่งจัดรายการล้นช่อง JKN18

แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ หรือ มาดามแอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ผู้เล่นใหม่ในสนามทีวีดิจิทัลของไทย ที่ไม่ใช่มือใหม่ แต่มากประสบการณ์ โชว์ความแกร่ง ใน JKN Showcase (เจเคเอ็น โชว์เคส) ตอกย้ำความเป็นเจ้าแม่คอนเทนต์ที่ แอน จักรพงษ์ มาทำช่องเองย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน เริ่มจากวางเกมส์ จัดผัง ปรับรูปแบบให้ตรงใจพฤติกรรมคนดูมากขึ้น มีสัดส่วนรายการข่าวสาระ 55% และความบันเทิง 45%

ยึดสตูดิโอที่แบริ่ง ณ ตึก JKN Empire เป็นฐานทัพผลิตและออกอากาศทุกรายการสด ใหม่ ก่อนใคร โชว์จุดแข็งการถือครองสิทธิ์คอนเทนต์ ต่างประเทศ ทั่วโลกรายใหญ่ที่สุดของไทย และอาเซียน ทั้ง ละคร หรือ ซีรีส์ จากทั่วโลก พร้อมวางหมากปั้นรายการใหม่เตรียมเสิร์ฟลงจอ สร้างจุดเด่นช่วงไพรม์ไทม์ชวนคนดู ดูสดไปด้วยกัน หวังร่วมสร้างความเอ็กซ์คลูซีฟของรายการไปพร้อมกัน ภายใต้สโลแกนของช่องที่ว่า “JKN18 สนุกทุกวัน สำหรับทุกคน”

เปิดผังช่อง JKN18 ใหม่ทั้งหมด เรียกได้ว่า แซ่บ เผ็ด เด็ด ซี๊ด ในทุกรายการ โดดเด่นแตกต่างไปตามคาแร็กเตอร์และผู้นำเสนอในแต่ละรายการ ประกาศรายชื่อพิธีกร, ผู้ประกาศข่าว, ผู้ดำเนินรายการในช่องอย่างทางการ ครั้งนี้ มาดามแอน เหมาหมด จับคนดังทุกวงการร่วมสร้างความสนุกในช่องรวมกว่า 30 ชีวิต อาทิ ตุ๊ก ญาณี , ไก่ สมพล , กิ๊ก สุวัจนี , พีทพล , เก๋ ชลดา , ได๋ ไดอาน่า , บูม สุภาพร , เอิ๊ก พรหมพร , รัศมีแข , ดีเจมะตูม , โอ๋ ภัคจีรา , โบว์ ธนากร , ซานิ , เอกกี้ , อาจารย์ยิ่งศักดิ์ , นีโน เมทนี , ฟิล์ม รัฐภูมิ , อ๊อฟ ปองศักดิ์ และ แอร์ ภัณฑิลา เป็นต้น

ด้านคอนเทนต์ก็ดุ เด็ด เผ็ด มันส์ เอาเรื่อง เริ่มที่ ส่งซีรีส์ที่คว้ามาจากทั่วโลก ประเดิม 6 เรื่องแรกเสิร์ฟลงจอ ได้แก่   ซีรีส์ฮอลลีวูด Alarm for Cobra โคปป้า 11 หน่วยสวาทสาดโคตรกระสุน , ซีรีส์จีน Eagle flag แดนสนธยา – ธงพญาอินทรี , ซีรีส์ฟิลิปปินส์ Dolce Amore ทอรักทักฝัน , ซีรีส์ภารตะ Main bhi Ardhangini ลวงรัก นางอสรพิษ , ซีรีส์ภารตะ Arabya Rajani อาหรับราตรี

เอาใจแฟนรายการกลุ่มสารคดีที่ติดตามต่อเนื่องเหนี่ยวแน่นในช่อง JKN18 อัดสารคดีดังระดับโลกที่พลาดไม่ได้ ได้แก่ บอร์เนียวสวรรค์บนดิน , สุดเส้นขอบฟ้า วงแหวนอาร์กติก , สุดเส้นขอบฟ้าดินแดนลึกลับมองโกเลีย , นามิเบียดินแดนแห่งความลับ และผู้พิทักษ์วาฬ ร่วมด้วยการ์ตูนดังยามเช้าสุดสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน Cartoon Winx การ์ตูนวิงซ์คลับ

ด้านรายการข่าว JKN นั้นขึ้นชื่อเรื่องการถือครองและเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์รายการข่าวที่มีความน่าเชื่อถือระดับโลกอย่าง JKN-CNBC ส่งรายการ ‘Squawk Box’ ล็อคหุ้นรวย ทุกจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.30 น. และ ‘Halftime Report’ เจาะสนามหุ้น ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.00 น. และรายการข่าวรอบโลกที่เจาะลึกกระแสโลก 2 รายการที่คุณต้องไม่พลาดอย่าง ‘รอบโลกกับ JKN-CNBC’ ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 6.00 น. และ ‘พลิกทันโลก’ ออกอากาศทุกวันเสาร์ และอาทิตย์ เวลา 6.00 น.

แกะกล่อง รายการใหม่ข่าววาไรตี้สุดแซ่บ รับชมได้ตลอดทั้งวันจันทร์ถึงศุกร์ ถึง 4 รายการ ได้แก่

1. รายการก๊วนสาวข่าวแซ่บ คว้าพิธีกรฝีปากกล้าทั้ง ตุ๊ก ญาณี , ไก่ สมพล , กิ๊ก สุวัจนี , พีทพล , เก๋ ชลดา , ได๋ ไดอาน่า , บูม สุภาพร ร่วมโรงเปิดโปงข่าวให้แซ่บ จัดมาเป็นก๊วน จัดเต็มประเด็นข่าวแซ่บ ข่าวดังที่จะมาสะกดผู้ชม ให้นั่งติดหน้าจอ ในช่วงเช้าเวลา 10.00 – 12.00 น.

2. รายการตีข่าวเล่าใหญ่ เรื่องข่าว เรื่องใหญ่ที่เป็นประเด็นในสังคมกับคนข่าวมืออาชีพ โก้ รัชชพล , โก้ ชาญชัย , พลอย สุชาทิพ , ณัฏฐ์ , เค้ก พิชชาพัทร พร้อมนำเสนอเรื่องใหญ่ ประเด็นใหญ่ กับคนข่าวรุ่นใหญ่ที่จะเล่าข่าวใหญ่ให้รู้แจ้งเห็นจริง ตลอดช่วงบ่ายเวลา 15.00 – 17.00 น.

3. รายการคุยซี้ดข่าว18 ข่าวดัง ดราม่าเด่น เม้าท์มัน บันเทิงสนั่นจอ สยบทั้งซอย ไปกับ เอิ๊ก พรหมพร , รัศมีแข , โอ๋ ภัคจีรา , โบว์ ธนากร , ฐานิ , กีรติ ทุกเย็น เวลา 18.30 – 20.00 น.

4. รายการเรื่องร้อนรายวัน รวมทุกความร้อนมาเสิร์ฟถึงที่แบบวีไอพี กับ JKN18 รายงานเรื่องร้อน ไปกับ พิธีกรสุดฮ็อต ตลอดการได้แก่ เอกกี้ , อาจารย์ยิ่งศักดิ์ , นีโน เมทนี , ฟิล์ม รัฐภูมิ , อ๊อฟ ปองศักดิ์ , ดีเจมะตูม , แอร์ ภัณฑิลา พร้อมเสิร์ฟทุกเรื่องร้อนให้แก่ผู้ชมอย่างเต็มที่ เวลา 20.30 –  21.30 น.

ทั้งหมดนี้ตั้งเป้าเพื่อสู้ศึกสนามข่าวและวาไรตี้ ทีวีดิจิทัลไทย มั่นใจทุกรายการใหม่และการการจัดผังจะเป็นแรงหนุนให้ JKN18 ก้าวไปสู่เป้าหมายช่องทีวีดิจิทัลติด TOP 10 อันดับครองใจคนดูในประเทศไทยทั้งนี้ สามารถที่จะเข้าดูผังรายการ วันและเวลาที่ออกอากาศได้ที่ Facebook JKN18 และที่ http://www.jknglobal.com งานนี้ มาดามแอน จัดเต็มเพื่อให้ JKN18 “สนุกทุกวัน สำหรับทุกคน” อย่างแท้จริง

“แอ็คมี่” สานฝันทุ่ม 150 ล้าน เปิดตัวบริษัท Fintech “บิทแนนซ์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/465784

“แอ็คมี่” สานฝันทุ่ม 150 ล้าน เปิดตัวบริษัท Fintech “บิทแนนซ์”

5 พฤษภาคม 2564 – 13:55 น.

“แอ็คมี่ วรวัฒน์” นักร้องนำ Doubledeep สานฝันทุ่ม 150 ล้านบาท เปิดตัวบริษัท Fintech “บิทแนนซ์” พร้อมสร้าง Traderist Academy ให้ความรู้นักเทรดฟรี

แอ็คมี่ วรวัฒน์” นักร้องนำ Doubledeep หลังฉลองยอดวิวซิงเกิ้ลล่าสุด “Bitcoin (ฝันใหม่)” ทะลุ 5 ล้านวิวด้วยกระแสตอบรับอย่างท่วมท้น ไม่รอช้าเปิดตัว “บิทแนนซ์” (Bitnance) บริษัทพัฒนาซอฟท์แวร์ทางด้านฟินเทคด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนระดับโลกของคนไทย ทุ่มทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาท พร้อมสร้าง Traderist Academy ศูนย์พัฒนาศักยภาพนักลงทุนยุคใหม่ เพื่อให้ความรู้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

โดย แอ็คมี่-วรวัฒน์ นาคแนวดี นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่หัวใจศิลปิน ในบทบาทนักร้องนำแห่งวงร็อค DoubleDeep เจ้าของบทเพลง Bitcoin (ฝันใหม่) ที่กำลังมาแรงด้วยยอดวิวถล่มทลายทะลุ 5 ล้านวิวภายในเวลาอันสั้น ซึ่งเป็นผู้ให้นิยามใหม่ของวงการดนตรีว่า “วงร็อกเพื่อนรักนักเทรด” และอีกหนึ่งบทบาท คือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท บิทแนนซ์ จำกัด ที่เพิ่งเปิดตัวไป ได้บอกเล่าถึงแนวคิดในการก่อตั้งบริษัทฯขึ้นมาว่า

“เป็นการสานความฝันของผมที่มีมานานนอกเหนือจากงานด้านดนตรี ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมหลงใหลแล้ว อีกสิ่งหนึ่งก็คือเรื่องทางด้านเทคโนโลยีทางการเงิน ผมสร้างบริษัทฯ นี้ เพื่อพัฒนาและให้บริการซอฟท์แวร์ทางด้านฟินเทค (Fintech Financial Technology) และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้านการเงินด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ระดับโลก ให้สอดรับกับกระแสความนิยมในสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ซึ่งกำลังมาแรง และเชื่อว่าจะนำโลกนี้เข้าสู่ระบบการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (Decentralized) งานนี้ผมทุ่มทุนจดทะเบียนถึง 150 ล้านบาท ชำระเต็มจำนวน ซึ่งงบลงทุนทั้งหมดมาจากกำไรที่ผมได้ลงทุนเทรดในตลาดโลก 100 เปอร์เซ็นต์ครับ”

บริษัท บิทแนนซ์ มีเป้าหมายในการสร้างประสบการณ์การลงทุนเหนือระดับให้กับผู้ใช้บริการใน “ผลิตภัณฑ์ของบริษัท” ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวดเร็ว ใช้งานง่าย มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดีตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด ซึ่งยึดเป็นหลักสำคัญในการบริหารจัดการ          

แอ็คมี่-วรวัฒน์ กล่าวต่อด้วยความมั่นใจว่า ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี การเงิน และการลงทุนในตลาดโลกมากว่า 10 ปี ได้รับรางวัลระดับสากลไม่ว่าจะเป็น รางวัล “เทรดเดอร์สร้างแรงบันดาลใจยอดเยี่ยมประจำปี 2016 และ ปี 2017” (Most Inspirational Trader 2016-2017) รางวัล “เทรดเดอร์ยอดเยี่ยมแห่งภูมิภาคอาเซียนประจำปี 2017” (Best Asian Performance Trader 2017) บนเวทีระดับสากลจากประเทศจีนรวมถึง รางวัล “สุดยอดผู้บริหารหน้าใหม่ด้านการเทรดยอดเยี่ยมแห่งภูมิภาคเอเชียประจำปี 2019” (Best New Trading CEO Asia 2019) จากนิตยสาร Global Banking & Finance Review ซึ่งเป็นนิตยสารการเงินการธนาคารชั้นนำของประเทศอังกฤษ ด้วยประสบการณ์ตรงทั้งหมดของผมเอง ทำให้ผมเข้าใจความต้องการของผู้ใช้ และมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ของบริษัทฯ จะสามารถตอบโจทย์และสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้บริการอย่างแน่นอนครับ 

“บริษัท บิทแนนซ์ ของเราอยู่ที่ ซอยนาคนิวาส 16 หลังเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ เป็นอาคาร 3 ชั้น 2 อาคาร มีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 5,500 ตารางเมตร รองรับพนักงานได้มากถึง 500 คน ภายในก็มีการออกแบบเพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์ควบคู่ไปกับการทำงาน และมีการใช้เทคโนโลยีทางด้านไอทีที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการ เพราะเรื่องนี้ถือเป็นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจทางด้านฟินเทค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการด้วยครับ และบริษัทฯ ของเราให้ความสำคัญกับบุคลากรที่มีทักษะ ความสามารถที่ฉายแววโดดเด่นเป็น Rising Star ทางด้านฟินเทค มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ของบิทแนนซ์ ให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้”

นอกจากนี้ยังได้มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาศักยภาพนักลงทุนยุคใหม่ภายใต้ชื่อ “Traderist Academy” โดยได้สร้างฮอลล์ขนาดใหญ่พื้นที่กว่า 900 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้มากถึงครั้งละ 1,000 คน พร้อมเปิดกว้างให้กับนักลงทุน และผู้ที่สนใจได้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทักษะด้านการลงทุน ผ่านเทคโนโลยีด้านการเงินที่ทันสมัย ซึ่งมีหลักสูตรการเรียนการสอนตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงขั้นแอดวานซ์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านฟินเทคระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่จะมาส่งต่อความรู้เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกลงทุนได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด เราจะให้ความรู้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

และสิ่งที่ถือเป็นอุดมการณ์สูงสุดของทางบริษัทฯ คือ “เราจะไม่มีนโยบายรับฝากการลงทุนทุกประเภท ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จคุณต้องลงมือทำด้วยตัวเอง อย่าฝากชีวิตของคุณไว้กับมือคนอื่น การที่คนจะลงทุนเป็น และประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้อย่างถูกต้อง ซึ่งผมมีแนวคิดว่าต้องการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ให้มีความรู้ความสามารถด้านการลงทุนและการใช้ชีวิต เรียนรู้ที่จะประสบความสำเร็จด้วยตัวเขาเอง และเมื่อมีความรู้แล้วก็ขอให้แบ่งปันความรู้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป ซึ่งคอร์สที่ผมจะเปิดสอนภายใต้ Traderist Academy นั้น ทุกคอร์สจะฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายในการให้ความรู้ใดๆ พร้อมกับดูคอนเสิร์ตวงเราฟรีๆด้วยครับ” แอ็คมี่-วรวัฒน์ กล่าวปิดท้าย

พบกับ “บิทแนนซ์” (Bitnance) บริษัทพัฒนาซอฟท์แวร์ทางด้านฟินเทค ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนระดับโลกของคนไทย พร้อม Traderist Academy ศูนย์พัฒนาศักยภาพนักลงทุนยุคใหม่ เพื่อให้ความรู้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เร็วๆนี้

เปลี่ยนทุกที่ให้เป็นรันเวย์ส่วนตัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/651871

วันที่ 03 พ.ค. 2564 เวลา 10:02 น.เปลี่ยนทุกที่ให้เป็นรันเวย์ส่วนตัวSpring/Summer 2021 คอลเลคชั่นล่าสุดจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกโดยสยามดิสคัฟเวอรี่ พร้อมให้คุณผู้หญิงเปลี่ยนทุกที่ให้เป็นรันเวย์ส่วนตัว

เดสติเนชั่นที่อุดมไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์และความล้ำสมัย Siam Discovery The Exploratorium นำเสนอคอลเลคชั่น Sping/Summer 2021 สำหรับคุณผู้หญิงที่มีสไตล์เป็นของตัวเองและกำลังค้นหาไอเทมใหม่ล่าสุดเพื่อเติมเต็มความเป็นตัวเองอย่างไร้ขีดจำกัดในฤดูกาลนี้ ตอบทุกโจทย์สถานที่การใช้ชีวิตพร้อมให้เปลี่ยนทุกพื้นที่เป็นรันเวย์ส่วนตัว ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถประกาศสไตล์ของตัวเองได้ประดุจอยู่บนรันเวย์ชั้นนำ

Discovery Selection โดยสยามดิสคัฟเวอรี่ คือโซนที่คอลเลคชั่นล่าสุดจากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลกที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติสำหรับคุณผู้หญิงพร้อมนำเสนอคอลเลคชั่นล่าสุด Sping/Summer 2021 ที่เต็มไปด้วยสีสันและสไตล์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์เพื่อให้คุณผู้หญิงสามาถเลือกแมทช์ลุคส์ประจำซีซั่นตามโอกาสต่างๆ ได้อย่างอิสระตามคอนเซปต์ Lifestyle Lab ที่สยามดิฟคัฟเวอรี่อยากนำเสนอพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและเปิดกว้างทางไลฟ์สไตล์ให้ทุกคนได้นำเสนอตัวตนของตัวเองผ่านคอลเลคชั่น Spring/Summer 2021 แฟชั่นไอเทมจากแบรนด์ชื่อดังมากมาย ได้แก่

GANNI ที่คอลเลคชั่นนี้เป็นสไตล์ GANNI ที่แท้จริง โดยเน้นไปที่ไอเทมอย่างเดรส ซึ่งเล่นกับเดรสหน้าร้อนสุดน่ารักที่เป็นชิ้นไอเทมซิกเนเจอร์ของ GANNI ด้วยการเพิ่มวอลุ่มให้กับแขนเสื้อ และการใส่รายละเอียดสม็อคลงบนเสื้อท่อนบน และเดรสดิสโก้เมทัลลิกสีเงินเข้มที่มาพร้อมแพทเทิร์นแบบ Swirl ซึ่งจะทำให้อยากเต้นทันทีเมื่อสวมใส่ นอกจากนี้ยังมีเสื้อเชิ้ตแบบปีเตอร์แพนซิกเนเจอร์ และเบรเซอร์กระดุมแถวเดียวที่ตัดมาให้เหมือนเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์ ซึ่งเหมาะแก่การเลเยอร์ลุคส์เป็นที่สุด

SAMSOE SAMSOE คอลเลคชั่นนี้มาในเฉดสีเอิร์ธโทน สีน้ำเงินคราม สีเขียวชะอุ่ม สีม่วง และสีแดงสด โดยนำเสนอผ่านรูปทรงและรูปร่างทุกแบบ รวมทั้งเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนโลกที่ทีมของแบรนด์ได้ลงมือลงแรงศึกษาอย่างลึกซึ้งเพื่อออกแบบคอลเลคชั่น SS21 โดยเฉพาะมีการใช้ผ้าพริ้วบางเบาและโครงสร้างโอเวอร์ไซส์เล่าเรื่องราวของยุคใหม่ของแบรนด์ผ่านความหรูหราของรูปทรงขนาดใหญ่อันสวยงาม การเล่นกับสัมผัส และการเทเลอริ่งแบบนุ่มนวลถูกถ่ายทอดมาในรูปของเสื้อตัวนอก ซึ่งถือเป็นการเพิ่มองค์ประกอบของสไตล์สแกนดิเนเวียนลงในคอลเลคชั่น ขณะที่ลายทางของชุดนอนและลายดอกไม้รูปแบบใหม่จะทำให้ผู้สวมใส่อยากภาวนาให้ฤดูร้อนเวียนมาถึงโดยเร็ว

STINE GOYA โดยโทนสีประจำซีซันนี้ว่าด้วยการจับคู่สีที่รุนแรง เพื่อสร้างการตัดกันกับความเคลื่อนไหวแบบพริ้วไหวขององค์ประกอบในชิ้นงานและโครงร่างแบบเดรป นอกจากนี้ยังเสริมคุณภาพด้านผิวสัมผัสและโทนสีคมกริบบนชิ้นเสื้อนอก รวมถึงการใช้เทคนิคการเดรป หูรูด และการเย็บแขนเสื้อตะเข็บเฉียงจากคอเสื้ออย่างเชี่ยวชาญ หรือจะเป็นการจับคู่แทร็คสูทสุดคลาสสิคเข้ากับผ้าที่ได้แรงบันดาลใจจากเสื้อผ้าสไตล์กูตูร์ หรือเสื้อนอกที่เน้นการใช้งานและเป็นเสื้อยูนิเซ็กส์ โดยแบรนด์หวังว่าจะได้มอบความหมายที่ลึกซึ้งให้กับผู้สวมใส่เพื่อที่พวกเขาจะได้ค้นพบสไตล์ที่แท้จริงของตัวเอง และพบความสุขสนุกสนานระหว่างทาง

YUZEFI แบรนด์กระเป๋ามาแรงที่คอลเลคชั่นนี้มาพร้อมการปฏิวัติรูปทรงไอคอนิกของแบรนด์ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นใหม่พร้อมคุณสมบัติด้านการใช้งานรอบด้าน ความสามารถที่ใช้ได้หลายอย่างในชิ้นเดียว และฟังก์ชั่นการใช้งาน รูปทรงที่คุ้นเคยถูกตกแต่งด้วยหูจับโซ่ขนาดใหญ่อันเป็นองค์ประกอบซิกเนเจอร์ของแบรนด์เพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานที่มากขึ้น อีกทั้งรูปทรงใหม่ประจำซีซั่นนี้ก็ยังคงรักษาความเป็น Yuzefi ที่เน้นรูปทรงนำสมัยแบบ Ultra Modern ไว้ รวมถึงโทนสีที่สวยขึ้นโดยการยกระดับโทนสีเชอร์รี่, ไอริส และน้ำผึ้ง ให้สดใสยิ่งขึ้น พร้อมใส่ความสนุกให้กับโทนสีหลักซึ่งขายดีที่สุดอย่างสีข้าวโอ๊ตและสีดำ ขณะที่เอฟเฟกต์ลายงูสีเดียวก็ถูกทำให้โมเดิร์นขึ้นมากกว่าคลาสสิก และมาพร้อมลูกเล่น Colour Block กับสีเทาเพื่อสอดแทรกความแปลกใหม่

นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ชั้นนำอีกมากมายพร้อมให้เลือกเติมเต็มลุคส์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ว่าจะเป็น YAYA, TELA, SUNCOO, SECOND FEMALE, MODSTORM, ESSENTIAL ANTWERP, CHLOE STORA, Baum, Baum und Pferdgarten, ACLER หรือแบรนด์กระเป๋าอย่าง Scotria และ Danse Lente ที่พร้อมให้คุณแมทช์สไตล์สำหรับการเปลี่ยนทุกพื้นที่ให้เป็นรันเวย์ส่วนตัวที่ชั้น G สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม เปิดบริการทุกวัน 11.00 น. – 20.00 น. และบริการพิเศษ “SIAM DISCOVERY CHAT-CLICK-CALL” ให้คุณช้อปปิ๊งได้จากทุกที่ทุกเวลาด้วย 3 ช่องทาง ดังนี้ 1.CHAT เลือกสินค้าที่สนใจและสอบถามรายละเอียดและขั้นตอนการสั่งซื้อได้ผ่านกล่องข้อความใน Facebook หรือ Instagram และ LINE OA: @SiamDiscovery ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. 2.CLICK คลิกสั่งซื้อสินค้าตลอด 24 ชั่วโมงทาง OneSiam Line Official Account 3.CALL โทรสอบถามสินค้าและขั้นตอนการสั่งซื้อได้โดยตรงจากพนักงานขายที่เบอร์ 061-404-8331 ซึ่งบริการ Call สามารถติดต่อสอบถามและสั่งซื้อสินค้าจาก Club 21 ที่อยู่ในสยามดิสคัฟเวอรี่ได้อีกด้วย ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. และรอรับสินค้าง่ายๆ ได้ที่บ้าน หรือมารับได้ด้วยตนเองที่ Pick Up Station สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม

ติดตามรายละเอียดและอัพเดตแฟชั่นเพิ่มเติมในแบบสยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ได้ที่ Website: www.siamdiscovery.co.th, Facebook: https://www.facebook.com/siamdiscovery/ และ Instagram: @siamdiscovery

อะไรคือตัวฉุดรั้งศักยภาพ? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/651866

วันที่ 03 พ.ค. 2564 เวลา 08:44 น.อะไรคือตัวฉุดรั้งศักยภาพ?โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ท่านสงสัยไหมว่า ทำไมบ่อยครั้งที่ตนมีความคิดดีๆ แต่ไม่กล้านำเสนอ ขาดความเชื่อมั่น คิดไปเองว่ามันจะเข้าท่าหรือ เดี๋ยวก็คงโดนด่ากลับมาอีก

ทำไมคิดเองไม่เป็น คอยแต่จะตามคนอื่น กลัวพลาด ไม่สามารถนำตนเองได้ ไม่เล่นเชิงรุก

ทำไมเวลาที่มีประเด็นเข้ามา ตนจึงมักแก้ปัญหาไม่ตก คิดทีไรก็ได้แต่แนวทางเดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรที่แตกต่าง ที่แปลกใหม่ ขาดความคิดสร้างสรรค์ ขาดนวัตกรรม

ทำไมตนจึงอ่อนไหวต่อความรู้สึกคนอื่นมากเกินไป เวลามีคนเตือนอะไร ตนจึงรู้สึกหวั่นไหว

ทำไมตนจึงเปราะบาง ขาดภูมิต้านทาน ไม่หนักแน่น ไม่ยืนหยัด ขาดความอดทน ไม่อาจทนต่อแรงเสียดทานได้

บ่อยครั้งที่เจอเรื่องแย่ๆ แล้วรู้สึกท้อถอย จมอยู่กับความผิดหวัง ไม่สามารถพลิกฟื้นตนเองให้กลับมาได้

ทำไมเวลาใครได้รับการชื่นชม ตนจึงรู้สึกกัดกินใจตนเอง เหมือนตนได้สูญเสียอะไรบางอย่าง หรือเหมือนมีใครมาแย่งของๆ ตนไป

ทำไมตนจึงปฏิเสธไม่เป็น ไม่เป็นตัวของตัวเอง แกว่งไปตามกระแสสังคมและโซเชียล หรือความคิดของคนอื่น บ่อยครั้งทำให้ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

ตนเป็นผู้นำองค์กร แต่ทำไมจึงไม่สามารถผลักดันทีมงานให้ไปในแนวทางเดียวกันได้

ทั้งหมดนี้คือเหตุที่ทำให้บุคคลไม่สามารถระเบิดศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ผลงานไม่เข้าตา ตนเองก็เสียโอกาส องค์กรไม่บรรลุเป้าหมาย ส่วนรวมก็เสียหาย

แล้วท่านคิดว่าอะไรที่คอยฉุดรั้งศักยภาพท่านไว้

เราพบว่า ทุกการแสดงออกมาจากกรอบความคิด (ภาพในใจ) หรือ Mindset พฤติกรรมเชิงลบจึงมาจากกรอบความคิดที่ติดลบ กรอบความคิดคือตัวตน ตัวตนที่ว่านี้คือ ตัวตนในอดีต มันคือภาพในอดีตที่เรามักจะขุดค้นขึ้นมา แล้วตำหนิตนเองที่ผ่านมาว่าคือต้นเหตุของปัญหาที่ส่งผลในปัจจุบัน นั่นคือในขณะที่ตนกำลังถดถอยนั้น ในขณะนั้นตนเห็น (ภาพในใจ) ตนเองเชิงลบ ภาพเชิงลบที่ว่านี้ก็คือ ความรู้สึกที่ตำหนิตนเอง โทษตนเองว่าคือสาเหตุของปัญหาต่างๆ

ภาวะดังกล่าวเปรียบได้กับการที่คนสองคนกำลังทะเลาะกัน นั่นคือ ตัวตนในปัจจุบันกำลังโทษอดีตตนเอง มันเป็นความขัดแย้งภายใน มันเป็นสงครามกลางใจ ภายในบุคคลจึงแตกสลาย มันเป็นภาวะที่ไม่เป็นหนึ่งเดียว มันไม่กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ภายในจึงไม่สงบ มันครุกรุ่นอยู่ภายในตลอดเวลา รอวันระเบิดเป็นอารมณ์เมื่อมีอะไรมากระทบ หากปล่อยไว้ ก็ยากที่บุคคลจะถึงฝั่ง ว่าไปแล้ว อดีตที่ว่านั้นตายไปนานแล้ว แต่ที่ยังอยู่คือภาพจำ ภาพที่ว่านี้ก็คือ กรอบความคิด นั่นเอง แต่เป็นไปในเชิงลบ และนี่คือรากของปัญหาที่แท้จริงที่คอยฉุดรั้งศักยภาพของบุคคล ดังนั้น ทางออกของปัญหานี้จึงต้องสร้างความเป็นหนึ่งเดียวให้เกิดขึ้นภายในใจให้ได้ โดยเราต้องเรียกตัวเองในอดีตขึ้นมา แล้วคุยกันให้รู้เรื่อง มันจะได้จบเสียที และที่ว่าคุยกันให้รู้เรื่องนั้นก็คือ การยอมรับตนเอง เข้าใจตนเอง การให้อภัยตนเองในสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วในอดีต ไม่ว่าอะไรก็ตาม

อดีตคืออดีต มันได้เกิดขึ้นแล้ว และไม่ว่าอะไรก็ตาม ในความเป็นจริง เราไม่อาจย้อนเวลาได้ แต่เราสามารถย้อนจินตนาการได้ มันคือกรอบความคิดที่เรามีอำนาจเหนือมัน ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า เราจะเล่นกับมันอย่างไร

กรอบความคิดคือตัวตน ตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย ชีวิตคนเราที่ผ่านมามีทั้งเรื่องบวกและลบ ในส่วนที่เป็นลบนั้น มันคือความรู้สึกผิดต่อตนเอง แต่นั่นมิใช่ปัญหา ประเด็นมันอยู่ที่ว่า เราไปรับรู้และเข้าใจมันผิด ดังนั้น บุคคลที่อยู่ในภาวะถดถอยนั้นเป็นเพราะว่า ตนยังเข้าใจผิดต่อความรู้สึกผิด

ด้วยเหตุนี้ การจะพลิกฟื้นตนเองให้กลับมาเข้มแข็งได้ เราจึงจำเป็นต้องปรับความเข้าใจต่อตนเองเสียใหม่ ดังนั้น ที่สุดของการแก้ไขภาวะถดถอยก็คือ การเห็นคุณค่าตนเอง

G-SHOCK ยกทัพนาฬิการุ่นไฮไลท์ โดนใจสายเซิร์ฟ-นักสะสม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/651690

วันที่ 30 เม.ย. 2564 เวลา 11:11 น.G-SHOCK ยกทัพนาฬิการุ่นไฮไลท์ โดนใจสายเซิร์ฟ-นักสะสมพบโมเดลสุดลิมิเต็ดและการเปิดตัวครั้งแรกจาก G-SHOCK พร้อมชมทัพนาฬิการุ่นลิมิเต็ดล่าสุด โดนใจเหล่านักสะสมและสายแอ็คทีฟ ในงาน “Central The Ultimate Watch Fair 2021”

G-SHOCK แบรนด์นาฬิการะดับโลก ยกทัพนาฬิการุ่นไฮไลท์เด็ดแห่งปี มาเปิดตัวเป็นครั้งแรกสำหรับงาน Central The Ultimate Watch Fair 2021 ไม่ว่าจะเป็นโมเดลสุดลิมิเต็ดและการเปิดตัวครั้งแรกของ G-LIDE Night Surfing Editions ดีไซน์เท่และฟังก์ชั่นการใช้งานถูกใจสายเซิร์ฟอย่างแน่นอน 

นาฬิกา G-LIDE เป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มเข้ามาของหมวดนาฬิกาสำหรับสายสปอร์ตของ G-SHOCK ซึ่งเป็นตัวเลือกสุดโปรดของนักโต้คลื่นชื่อดังระดับโลก สำหรับ G-LIDE Night Surfing Editions รุ่น GBX-100NS มาพร้อมความสามารถในการแสดงข้อมูลที่นักโต้คลื่นต้องการ (เวลาและระดับน้ำขึ้นน้ำลง) และสามารถใช้แอปพลิเคชันมือถือเพื่อเลือกตำแหน่งที่ตั้งประมาณ 3,300 แห่งทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย

Highlight Model : G-LIDE Night Surfing Editions / ราคา 7,000 บาท

หน้าปัดที่กว้างและหน้าจอแบบ LCD ที่มี MIP (หน่วยความจำในระดับพิกเซล) คมชัดสูงช่วยเพิ่มความสะดวกในการอ่านฟังก์ชันพื้นฐานบนหน้าจอ เช่น กราฟแสดงระดับน้ำขึ้นน้ำลง ข้อมูลดวงจันทร์ เวลาน้ำขึ้นน้ำลง และเวลาพระอาทิตย์ขึ้น/ตกดิน ฟังก์ชันนี้ให้ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับสภาวะปัจจุบันได้ทันที ซึ่งเมื่อผสานรวมกับชุดฟังก์ชันการวัดค่าตอนฝึกซ้อม (ระยะทาง ความเร็ว ความเร็วเฉลี่ย รอบ ระดับความลาดเอียง) จะให้การสนับสนุนนักโต้คลื่นได้พัฒนาขีดความสามารถ พร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ

นอกจากฟังก์ชันที่ทรงประสิทธิภาพแล้ว G-LIDE Night Surfing Editions รุ่น GBX-100NS ยังมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าในด้านการออกแบบ โครงสร้าง และวัสดุอีกด้วย กรอบของรุ่นนี้ทำจากเรซินและโลหะเพื่อให้ทนทานต่อการกระแทกหินใต้น้ำได้ดียิ่งขึ้น ผิวของกรอบมีฝาสเตนเลสสตีลลายเส้นผมและพื้นผิวที่เกิดจากการขัด ให้รูปลักษณ์ที่ทนทานและหรูหรา โครงสร้างป้องกันที่ทำจากเรซินช่วยปกป้องการกระแทกจากทุกทิศทาง มาพร้อมกับโครงสร้างป้องกันปุ่มที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาซึ่งมอบการปกป้องที่เหนือชั้น ปลายสายยูรีเทนแบบนุ่มที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกามีสลักที่ช่วยระบายน้ำและเหงื่อเพื่อมอบความสบายขณะสวมใส่ เหมาะทั้งใส่เพื่อใช้งานและเพื่อเติมเต็มลุคนักเซิร์ฟสุดเท่ให้คุณ

พิเศษ! กับข้อเสนอระดับพรีเมียมภายในงาน โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นตั้งแต่ วันที่ 29 เมษายน – 12 พฤษภาคม 2564 ที่บูธ CASIO ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว สายช้อปทั้งหลายไม่ควรพลาด!! รีบเชิญมาสัมผัสนาฬิกาสุดลิมิเต็ดต่างๆได้ที่งาน Central The Ultimate Watch Fair 2021 ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน – 12 พฤษภาคม 2564 หรือช้อปออนไลน์ได้ที่ CENTRAL ONLINE

ติดตามข่าวสารที่ Facebook : Casio Watches Thailand หรือ Instagram : CASIOTHAILAND

#GLIDE #GBX100NS #NightSurfing #GSHOCKTH #CASIOCMG #Central #TheUltimateWatchFair2021

ปัญญ์ปุริ คอลเลคชั่นใหม่ ‘Voyage of Curiosities Haze of Grass’ เครื่องหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลิ่นของกัญชา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/651593

วันที่ 29 เม.ย. 2564 เวลา 11:05 น.ปัญญ์ปุริ คอลเลคชั่นใหม่ 'Voyage of Curiosities Haze of Grass' เครื่องหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลิ่นของกัญชาเปิดประสบการณ์ที่แรกของไทยกับ Holistic Cannabis Wellness Experience ด้วยคอลเลคชั่นล่าสุด Voyage of Curiosities Haze of Grass จากปัญญ์ปุริ

ผ่อนคลายสบายจากภายในด้วยพลังของธรรมชาติ ปัญญ์ปุริ (PAÑPURI) Holistic Wellness แบรนด์นำเสนอการมีสุขภาพดีแบบองค์รวม ให้ทุกคนสัมผัสถึงพลังแห่งสมดุลของชีวิตในแบบของตัวเอง พร้อมนำเสนอประสบการณ์ความผ่อนคลายอีกระดับกับคอลเลคชั่นเครื่องหอมตกแต่งบ้านล่าสุด Voyage of Curiosities Haze of Grass ที่แรกของประเทศไทย เปิดประตูพาคุณให้สัมผัสเครื่องหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลิ่นของกัญชา พืชธรรมชาติที่มอบความสบาย ผ่อนคลายอย่างมีประสิทธิภาพ คลายความวิตกกังวล และช่วยให้คุณนอนหลับดียิ่งขึ้น

ในปัจจุบันเรามักประสบกับปัญหาความเครียดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว รวมถึงความเครียดที่สะสมภายในร่างกายและจิตใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ที่จะทำงานมากกว่าปรกติเมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะความกดดัน ความเครียด วิตกกังวล หรือเจ็บป่วย ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย เพราะฮอร์โมนชนิดนี้มีฤทธิ์สลายกลูโคส กรดไขมัน และโปรตีน จึงทำให้ร่างกายเสื่อมเร็วกว่าปรกติ และส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวได้ ดังนั้นปัญญ์ปุริ จึงศึกษาค้นคว้าส่วนผสมจากธรรมชาติที่จะช่วยคลายความเครียดทั้งภายใน และภายนอก และได้พบว่าหนึ่งในพืชสมุนไพรเก่าแก่ของไทยอย่างกัญชานั้นเป็นพืชที่มีคุณสมบัติในเรื่องคลายความเครียดได้อย่างดี พร้อมทั้งบำบัดความขุ่นมัวภายในจิตใจให้สดชื่น

กัญชา เป็นพืชที่มีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างยาวนาน อาทิเช่น ประเทศจีนมีการใช้กัญชาเป็นหนึ่งในสมุนไพรรักษาโรคมายาวนานกว่า 2,000 ปี และในประเทศไทยตั้งแต่สมัยพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยาในศตวรรษที่ 17 มีบันทึกข้อมูลระบุถึงการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรใบกัญชาอย่างแพร่หลาย ซึ่งจากการศึกษาพบว่าคุณสมบัติโดดเด่นของพืชกัญชานั้นมีประโยชน์ ช่วยคลายความเครียด ลดความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ มอบการนอนหลับที่ดียิ่งขึ้น ทำให้ปัญญ์ปุรินำความโดดเด่นของกัญชานี้มาและเป็นแรงบันดาลใจในการนำเสนอคอลเลคชั่น Voyage of Curiosities Haze of Grass ถ่ายทอดเรื่องราวของความทรงจำที่สวยงามของทุ่งหญ้าบนเทือกเขาของดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ จังหวัดเชียงราย โดยรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันกับมิติใหม่ของกลิ่นหอมที่หลอมรวมจินตนาการแห่งความสุข ไว้กับความผ่อนคลายที่ลุ่มลึกด้วยการผสานกลิ่นหอมของตะไคร้, โรสแมรี่ และเปลือกผิวเลมอน ผสมรวมเป็นกลิ่นหอมสมุนไพรสดชื่น สร้างเป็น Cannabis Terpenes Fingerprint กลิ่นจากธรรมชาติ 100% ที่ใกล้เคียงกับ เทอปีนส์ของกัญชามากที่สุด เพื่อให้ได้เอกลักษณ์กลิ่นหอมอันพิเศษสุดในแบบฉบับ ปัญญ์ปุริ ช่วยบำบัดอารมณ์ สร้างความผ่อนคลาย แต่ปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดความมึนเมา ปัญญ์ปุริพร้อมนำเสนอประสบการณ์ที่น่าจดจำของคอลเลคชั่น Voyage of Curiosities Haze of Grass ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์ได้แก่ เทียนหอม, ก้านไม้หอม หรือ ดิฟฟิวเซอร์ และ เทอปีนส์ เบลนด์ ออยล์ (Terpene Blend Oil) ดังนี้ 

เทียนหอม Voyage of Curiosities Haze of Grass Perfume Candle เนื้อเทียนหอมสีเขียวไข่กานำพาจินตนาการคุณดั่งการเปิดประตูสู่ทุ่งหญ้าสีเขียวอันแสนสดชื่นของเทือกเขาในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ สัมผัสถึงความผ่อนคลายอย่างแท้จริงจากการปรุงกลิ่นหอมที่ได้แรงบันดาลใจจากกัญชา ด้วยการผสานกลิ่นตะไคร้, โรสแมรี่ และเปลือกผิวเลมอน ผสมรวมเป็นกลิ่นหอมสมุนไพรสดชื่น พร้อมเจือความสดชื่นของสวีท เบซิล, จูนิเปอร์ เบอร์รี่ ปิดท้ายด้วยแบล็ค เปปเปอร์ จนได้เป็นกลิ่นหอมที่ลงตัว ช่วยให้ผ่อนคลายจากภายในอย่างแท้จริง เนื้อเทียนทำจากแว๊กซ์ถั่วเหลืองจากธรรมชาติ 100% ปราศจากสารพาราฟิน จึงทำให้ เทียนหอมนี้มีการเผาไหม้ที่ดี และยาวนานมากขึ้น ส่วนไส้เทียนทำจากฝ้ายธรรมชาติ 100% ไม่มีส่วนประกอบของโลหะหนัก ทำให้มั่นใจได้ว่าเป็นกลิ่นหอมผ่อนคลายจากธรรมชาติที่ปราศจากสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ เทียนหอมนี้มีจำหน่ายในจำนวนที่จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในความตั้งใจของแบรนด์ที่จะควบคุมคุณภาพของการผลิตให้ดีที่สุด

ดิฟฟิวเซอร์ Voyage of Curiosities Haze of Grass Perfume Diffuser ก้านไม้หอมที่ช่วยสร้างสรรค์อารมณ์คุณให้ผ่อนคลายได้อย่างล้ำลึกด้วยกลิ่นหอมที่ปรุงขึ้นโดยมีแรงบันดาลใจจากกลิ่นของกัญชา และยังสามารถใช้ตกแต่งห้องเพื่อความสวยงามได้อย่างโดดเด่น ด้วยส่วนผสมของตะไคร้, โรสแมรี่ และเปลือกผิวเลมอน พร้อมตัดกลิ่นให้โดดเด่นด้วยสมุนไพรเพื่อเติมความสดชื่น ปรับอารมณ์ และเติมพลังงานให้กับคุณ โดยกลิ่นหอมนี้ปราศจากสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดอันตราย หรือการระคายเคือง โดยเลือกใช้แอลกอฮอล์ที่สกัดจากธรรมชาติอย่างชูการ์ บีท และใช้ก้านไม้ดิฟฟิวเซอร์ที่ทำจากใยฝ้ายธรรมชาติ

เทอปีนส์ เบลนด์ ออยล์ Voyage of Curiosities Haze of Grass Terpene Blend Oil น้ำมันหอมระเหยเข้มข้นที่มีกลิ่นหอมที่โดดเด่นจากแรงบันดาลใจของกลิ่นกัญชาจากสามเหลี่ยมทองคำ พร้อมพาคุณให้ปลดปล่อยความเครียด บรรเทาจิตใจให้ปล่อยวาง ลดความวิตกกังวลจากความเครียดในแต่ละวัน เทอปีนส์ เบลนด์ ออยล์ นี้เป็นการผสานกลิ่นจากธรรมชาติอย่างกลิ่นที่โดดเด่นของตะไคร้ โรสแมรี่ และเลมอน ร่วมกับกลิ่นสมุนไพรที่แสนสดชื่น สร้างสรรค์เป็นกลิ่นหอมที่ลงตัว พร้อมพาคุณออกเดินทางสู่ความสบายที่ไร้ขีดจำกัด โดยการใช้เทอปีนส์ เบลนด์ ออยล์ร่วมกับเครื่องพ่นดิฟฟิวเซอร์ของปัญญ์ปุริ กลิ่นหอมที่ปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถันนี้จะพาให้คุณได้สัมผัสถึงอีกระดับของความผ่อนคลายในพื้นที่ส่วนตัวของคุณเอง

ทั้งนี้ สารเทอปีนส์ที่ปัญญ์ปุรินำมาเป็นหนึ่งในส่วนผสมนั้น จากบริษัท โทพิเคิล เทอร์ปีนส์ จำกัด ที่เป็นบริษัทลูกของ บมจ.โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล กรุ๊ป (GTG) โดยเทอปีนส์นั้นใช้กรรมวิธีทางธรรมชาติให้ใกล้เคียงกับกลิ่นของกัญชามากที่สุด โดยไม่มีการใช้กัญชาในการสกัดจึงเป็นเทอปีนส์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

สัมผัสประสบการณ์ความผ่อนคลายสุดพิเศษที่แรกในประเทศไทยกับคอลเลคชั่น Voyage of Curiosities Haze of Grass จากปัญญ์ปุริ ดังนี้ เทียนหอม จำหน่ายเฉพาะปัญญ์ปุริ สาขาเกษร, เซ็นทรัล เวิล์ด, เซ็นทรัลเอมบาสซี่, เมกะบางนา และ PANPURI.com สำหรับ ดิฟฟิวเซอร์ และเทอร์ปีนส์ เบลนด์ ออยล์ มีจำหน่ายที่ปัญญ์ปุริทุกสาขา และ PANPURI.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล MEDIA@PANPURI.COM รวมไปถึง Facebook, Twitter, Instagram, Weibo ในชื่อ @panpuriofficial และ Line@ ในชื่อ @PANPURI

Buffollow รองเท้าสตรีทสไตล์เท่ๆ แฝงสีสันแห่งความสนุกแบบฉบับคนรักษ์โลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/651589

วันที่ 29 เม.ย. 2564 เวลา 10:55 น.Buffollow รองเท้าสตรีทสไตล์เท่ๆ แฝงสีสันแห่งความสนุกแบบฉบับคนรักษ์โลกรู้จักกับ “Buffollow” รองเท้าสตรีทสไตล์เท่ๆ ของคนรักษ์โลก ที่ไม่ได้เป็นแค่ไอเท็มตามกระแส แต่เป็นสิ่งที่ใส่ได้จริงในทุกวัน

ครั้งนี้โพสต์ทูเดย์พาไปพบกับแหล่งรวมความคิดสร้างสรรค์อันมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ที่ร้าน Absolute Siam Store บนชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ แหล่งรวมสินค้างานดีไซน์และความคิดสร้างสรรค์อันมีเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งสินค้าที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ และคอลลาบอเรชั่น ตอกย้ำความเป็นที่สุดแห่งการสร้างสรรค์แรงบันดาลใจ Be Inspire พร้อมแนะนำ “Buffollow” รองเท้าสตรีทสไตล์เท่ๆของคนรักษ์โลกที่ไม่ได้เป็นแค่ไอเท็มตามกระแสแต่เป็นสิ่งที่ใส่ได้จริงในทุกวัน

แพรว-วรกุล ต่อเทียนชัย เล่าว่า ได้ร่วมกับเพื่อนคือ แยม-อมราภา เลาหพจนารถ ก่อตั้งแบรนด์นี้ขึ้น ตั้งใจให้ “Buffollow” คือตัวตนของคนๆ หนึ่งที่มีความ street เท่ๆ แต่แฝงด้วยความสนุก มีสีสันสดใส ทุก item ของ buffollow จะไม่ได้เป็นของตามกระแส แบรนด์เริ่มต้นจากความเป็นคนชอบ แฟชั่นแนวสตรีทสไตล์ ชอบเอายีนส์วินเทจมาตกแต่งลูกเล่นด้วย patch แผ่นลายต่างๆ แปะนั่นนิดนี่หน่อย ตัดต่อจนเป็นยีนส์ D.I.Y ที่แต่ละตัวลายไม่เหมือนใคร ไม่ซ้ำใคร จึงเริ่มอยากเปิดแบรนด์เป็นของตัวเอง เปิดขายทางออนไลน์ ต่อมาจึงเริ่มผลิตกางเกงยีนส์เอง เสื้อยืด และออกแบบลาย patch กว่า 400 ลาย เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกทำเป็น personalized ซึ่งลูกค้าจะชอบมากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยจะชอบมากเป็นพิเศษกับการได้ใช้สินค้าที่ตัวเองมีส่วนร่วมในการออกแบบลายปะติดต่างๆ

จากยีนส์ เสื้อยืด แจ็คเก็ต มาสู่การทำรองเท้า Slip on , Sneakers แต่ยังคงคอนเซปต์ที่ให้ลูกค้าทำ personalize ได้เช่นกัน เลือกลายมาปะติดที่รองเท้า ซึ่งมีทั้งตัวอักษรภาษาอังกฤษ , ลายอาหารต่างๆ อย่างแฮมเบอร์เกอร์ เฟรนส์ฟราย ,ลายผลไม้ ,ป๊อปคอร์น ,ลายลูกตา ฯลฯ ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี จนมาถึงยุคที่ได้ยินคนพูดถึงเรื่องการรักษ์สิ่งแวดล้อม sustainable มากขึ้น จึงเริ่มสนใจและคิดถึงการขยายฐานลูกค้าไปยังคนกลุ่มนี้ผ่าน product จึงตัดสินใจทำรองเท้าแตะที่ใช้ผ้าสต็อคเหลือใช้จากโรงงาน เพราะส่วนตัวก็ชอบรองเท้าแตะอยู่แล้ว และคิดว่าเหมาะกับคนไทย เพราะอากาศร้อนอยากใส่รองเท้าที่สบายๆระบายอากาศ หาแบบรองเท้าอยู่นานจนในที่สุดมาลงตัวที่รองเท้าแตะ รุ่น Strap on เป็นรองเท้าแตะที่ไม่แตะ คลาสสิคใส่ง่าย พื้นรองเท้านิ่มเป็นพิเศษเพื่อซัพพอร์ตคนที่ต้องเดินเยอะ รูปทรงใส่ง่ายใส่ไปทำกิจกรรมต่างๆได้สบายๆ ไปชายทะเล เดินเล่น ไปคาเฟ่ ใส่ไปทำกิจกรรม Outdoor เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

“ลายรองเท้าใช้ผ้าสต็อคตามโรงงานที่ไม่ใช้แล้วมาออกแบบพันเข้ากับทรงรองเท้าให้มีดีไซน์และดัดแปลงใหม่ ให้ลวดลายต่างกันไปตามการเลือกผ้าแต่ละชิ้น มาแมทช์กับโทนสีให้มีความหลากหลาย อย่างการจับคู่สีที่เข้ากัน หรือคู่สีที่ขัดกัน กลายเป็นรองเท้าที่พิเศษหมดแล้ว หมดเลย ไม่มีผลิลลายผ้านั้นอีก ดังนั้น ในแต่ละลายจะมีรองเท้าอยู่แค่ประมาณ 50 – ไม่เกิน 100 คู่เท่านั้น อีกทั้งการที่เราเลือกใช้ผ้าสต็อคโรงงาน เป็นการนำผ้าที่ไม่มีประโยชน์แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์อีกครั้ง ดีกว่าปล่อยผ้าทิ้งไปให้เสียเปล่า เสียทรัพยากร ทุก items ที่อยู่ในแบรนด์คือตัวตนของเราจริงๆ สิ่งที่ทำให้เราโดดเด่นก็คือเราเลือกผ้าเหลือใช้จริงๆ เอามาทำให้เกิดประโยชน์ จับแมทช์ตัดคู่สี และเปิดโอกาสให้คนได้ทำ personalized คิดว่าเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สำคัญเพราะคนไทยชอบความยูนีค ได้เลือกได้มีส่วนร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่เราใข้ ทำเองเลือกเองใช้เองก็จะภูมิใจอินไปกับมัน” คุณแพรว กล่าว

เลือกชมสินค้าใหม่ๆ จาก Buffollow ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ หรือ FB:absolutesiamstore , Line@absolutesiamstore นอกจากนี้ ยังสามารถช้อปปิ้งผ่านบริการพิเศษ Call & Shop ช้อปให้ทุกอย่างแค่โทรมา บริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับสมาชิก VIZ Card และ Platinum M Card ช้อปได้ทุกอย่างที่ต้องการในสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ โทร. 063-205-7989 หรือ 063-205-7974 พร้อมบริการทุกวัน