ปราการด่านแรก “ระบบภูมิคุ้มกันโรค” สำคัญอย่างไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/642356

วันที่ 10 ม.ค. 2564 เวลา 09:50 น.ปราการด่านแรก "ระบบภูมิคุ้มกันโรค" สำคัญอย่างไรเช็กก่อนรู้ก่อน จับสังเกต 4 อาการโรคที่ดูเหมือนไม่ร้ายแรงอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ พร้อมรู้ไลฟ์ไสตล์ไม่เหมาะสมที่อาจทำลายภูมิคุ้มกัน และวิธีเสริมสร้างเพื่อร่างกายที่แข็งแรงรับมือโรคภัยไข้เจ็บ

ในยุคที่เต็มไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บและมลภาวะที่อาจก่อให้เกิดความเจ็บป่วย ระบบภูมิคุ้มกันโรค (Immune System) เป็นกลไกการทำงานของร่างกายเสมือนปราการด่านแรกในการต้านโรคภัยไข้เจ็บและป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อ หรือเมื่อหลุดเข้ามาแล้ว ระบบภูมิคุ้มกันก็จะพยายามทำลายกำจัดสิ่งแปลกปลอมโดยเร็วและอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อร่างกายเกิดติดเชื้อหรือได้รับเชื้อโรคโดยตรง ระบบภูมิคุ้มกันจะผลิตโปรตีนที่ชื่อ แอนติบอดี (Antibodies) มีฤทธิ์ในการต้านพิษ ทำให้ผู้ป่วยแม้จะเกิดอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ

ระบบภูมิคุ้มกันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 1 ใหญ่ ๆ คือ

ภูมิคุ้มกันที่มีมาแต่กำเนิด (Innate หรือ natural immunity) เป็นการป้องกันที่ผิวหนังหรือเยื่อบุต่างๆ ได้แก่ กลไกทาง กายภาพ กลไกทางเคมี และกลไกทางพันธุกรรม เช่น ผิวหนัง เยื่อบุผิว กระเพาะอาหาร น้ำตา น้ำลาย ระบบขับถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ และเหงื่อ หากสิ่งแปลกปลอมหลุดรอดผ่านไปได้ ระบบภูมิคุ้มกันจะทำปฏิกิริยาทางเคมีระดับเซลล์ เช่น เม็ดเลือดขาว จะเกิดกระบวนการจับกินเชื้อโรค (Phagocytosis) หรือ เคลื่อนย้ายเม็ดเลือดขาว Neutrophilic granulocyte (phagocyte) ทำให้เกิดอาการอักเสบ (Phagocytosis) หรือ ปวด บวม แดง ร้อน

ภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ (Adaptive or Acquired Immunity) ภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะที่เกิดขึ้นหลังจากได้รับสิ่งแปลกปลอม ในกรณีการป้องกันทั้งสองชั้นไม่สามารถกีดกันเชื้อโรคได้ ร่างกายจะตอบสนองต่อเชื้อโรคอย่างจำเพาะเจาะจงผ่านเม็ดเลือดขาว โดยเซลล์ B lymphocyte จะสร้าง Antibody และ T lymphocyte สร้าง T cells ที่สามารถสร้างการตอบสนองที่หลากหลายทั้งต่อเชื้อในเซลล์และนอกเซลล์ ภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะสามารถจดจำเชื้อโรคได้ ทำให้การตอบสนองต่อครั้งหลังรวดเร็ว มีประสิทธิภาพดีและมีปริมาณมากกว่าการตอบสนองในครั้งแรก

บางคนแข็งแรงนานๆ จะป่วยสักครั้ง ขณะที่บางคนป่วยง่าย เนื่องจากภูมิคุ้มกันของคนมีความแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม ไลฟไสตล์ที่ไม่เหมาะสมก็อาจทำลายภูมิคุ้มกันได้ เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ออกกำลังกาย ความเครียดสะสม และรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่นน้ำตาล และรับประทานผักและผลไม้น้อยทำให้ร่างกายขาดแร่ธาตุและวิตามินที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

จับสังเกต 4 อาการโรคที่ดูเหมือนไม่ร้ายแรง อาจเป็นสัญญาณของโรคร้าย จากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ

อาการอักเสบรุนแรงของข้อ โดยเฉพาะข้อนิ้วมือและข้อนิ้วเท้า ข้อฝืดตึงตอนเช้านานกว่า 1 ชั่วโมง อาจเป็นสัญญาณโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของการควบคุมภูมิคุ้มกันของร่างกาย(autoimmune disease) หากปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลให้ข้อถูกทําลายและเกิดความพิการ หรือระบบภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ หนึ่งในโรคนั้นคือโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่าโรคพุ่มพวง

ผิวหนังมีลักษณะแดง ตกสะเก็ดเป็นขุยสีขาว เป็นผื่นแดงนูน เกิดการอักเสบของผิว ผิวแห้งมากจนแตกและมีเลือดออก หนังศีรษะลอกเป็นขุย เล็บมือและเท้าหนาขึ้น มีรอยบุ๋ม ผิดรูปทรง ปวดข้อต่อและมีอาการบวมตามข้อต่อ และยังทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บ คัน หรือรู้สึกแสบร้อนบริเวณผิวหนัง ซึ่งรู้จักกันในชื่อ โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) จัดเป็นโรคไม่ติดต่อ

ปวดหลังช่วงล่างและสะโพก ร่วมกับอาการหลังตึงหรือรู้สึกยึดติดในบริเวณดังกล่าว เรื้อรังนานร่วมเดือนหรือเป็นปี อาจรู้สึกปวดหรือมีอาการข้อติดบริเวณอื่นร่วมด้วย เช่น หลัง ก้น ข้อต่อไหล่ ข้อต่อระหว่างฐานกระดูกสันหลังกับกระดูกเชิงกราน บางรายมีอาการตาอักเสบเป็นๆหายๆ อยู่บ่อยครั้ง สัญญาณเบื้องต้นของโรคข้อสันหลังอักเสบยึดติด (AS: Ankylosing Spondylitis) เกิดจากการระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีความผิดปกติในการแยกแยะเนื้อเยื่อของร่างกายกับสิ่งแปลกปลอมอื่น เป็นโรคที่พบในคุณผู้ชายมากกว่าคุณผู้หญิงประมาณ 3 เท่า และเกิดในช่วงอายุระหว่าง 15-30 ปี โรคนี้มีอุบัติการณ์ต่ำ คนรู้จักโรคนี้ไม่มากนัก ทำให้ได้รับการรักษาล่าช้า

อาการปวดท้อง ท้องร่วง ถ่ายมีเลือดและมูกปน ลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง สัญญาณโรคระบบทางเดินอาหารอักเสบ (Inflammatory Bowel Disease: IBD) เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันเห็นว่าอาหาร แบคทีเรียและไวรัสที่ไม่เป็นอันตรายที่อยู่ภายในลําไส้เป็นสิ่งแปลกปลอมและพยายามจำกัดออก เกิดอาการอักเสบเรื้อรัง

จะเห็นได้ว่าโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันนั้นมีความหลากหลายของอาการมากกว่าที่เราคิด ไหนจะส่งผลต่อการอักเสบตามข้อต่อ ความผิดปกติที่ผิวหนัง การอักเสบของกระดูกสันหลังที่นำมาซึ่งความพิการ รวมไปถึงอาการปวดท้องเรื้อรัง โรคต่างๆ เหล่านี้น้อยคนนักจะรู้ถึงต้นตอโรคว่ามาจากระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้บ่อยครั้งมีการวินิจฉัยที่คาดเคลื่อนและได้รับการรักษาล่าช้า เพราะฉะนั้นหากถูกวินิจฉัยได้เร็วเท่าไร โอกาสในการรักษาหายเป็นปกติก็มีเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น ลดความทรมานและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เวียนศีรษะบ้านหมุน ปัญหาสุขภาพที่หลีกเลี่ยงได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/642053

วันที่ 06 ม.ค. 2564 เวลา 09:43 น.เวียนศีรษะบ้านหมุน ปัญหาสุขภาพที่หลีกเลี่ยงได้กรมการแพทย์เตือนอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน อาจนำไปสู่โรคภัย พร้อมแนะนำการสังเกตอาการ และการปรับพฤติกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงอาการ

กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา เผยอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย หากเกิดอาการไม่ควรซื้อยากินเอง เพราะบางครั้งอาการเวียนศีรษะ อาจเป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นของโรคอื่นๆ ได้

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า อาการบ้านหมุน เป็นปัญหาสุขภาพที่สร้างความรำคาญและกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการเวียนศีรษะระหว่างทำงานหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรอาจเกิดอันตรายได้

อาการที่พบได้บ่อย คือ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม ทรงตัวลำบาก บ้านหมุนคล้ายกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวหมุน หรือรู้สึกว่าตัวเองหมุนทั้งที่ไม่มีการเคลื่อนไหว อาจมีอาการทางหูร่วมด้วย เช่น หูอื้อ มีเสียงในหู เป็นต้น ดังนั้น การวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องจึงมีความสำคัญกับผู้ป่วย เพราะถ้าได้รับการรักษาในระยะแรกจะได้ผลดี หากสงสัยว่าตนเองมีความผิดปกติ รู้สึกเวียนศีรษะ บ้านหมุนโดยที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือมีประวัติโรคหู ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้อง

นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุของอาการบ้านหมุนมักเกิดจากสาเหตุของหูชั้นใน ถ้ามีอาการเวียนศีรษะรุนแรงผู้ป่วยมักจะไม่สามารถเคลื่อนไหวศีรษะได้หรืออาการ ร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน หูอื้อ หรือมีเสียงดังใน เช่น น้ำในหูไม่เท่ากัน หรือหินปูนในหูหลุด คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า อาการบ้านหมุนเกิดจากน้ำในหูไม่เท่ากัน

สำหรับรายที่มีอาการเวียนศีรษะและอาเจียนมากๆ จะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้ความดันในเลือดต่ำและอาจเกิดภาวะช็อก ทำให้เกิดอันตรายได้ ทั้งนี้ เมื่อมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนขณะทำกิจกรรมต่างๆ ควรหยุดนั่งพัก เพื่อป้องกันการหกล้ม กรณีที่มีอาการเวียนศีรษะหรือบ้านหมุนมากๆ ควรนอนพักสักครู่ จนอาการดีขึ้นหรือนั่งพัก หลับตา และรีบไปพบแพทย์

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้อาการเลวลง เช่น การหันศีรษะไวๆ การเปลี่ยนอิริยาบถอย่างรวดเร็ว การก้ม เงยคอนานๆ ความเครียด วิตกกังวล อดนอน เป็นต้น ควรงดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงรับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคได้

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านพันธุศาสตร์กับการรักษา “มะเร็งเต้านม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/642050

วันที่ 06 ม.ค. 2564 เวลา 09:28 น.ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านพันธุศาสตร์กับการรักษา "มะเร็งเต้านม"ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเต้านม เผยแนวทางการรักษาใหม่สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมด้วยการแพทย์แบบแม่นยำ “Precision Medicine”

มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในสตรีไทยและสตรีทั่วโลก ที่น่าสนใจคือ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในประเทศไทยมักมีอายุน้อยกว่าผู้ป่วยทางประเทศตะวันตก โดยอายุเฉลี่ยที่พบสูงสุดคือ 49-51 ปี ซึ่งต่างจากทางประเทศตะวันตกที่มักพบในสตรีอายุมากกว่า 60 ปี นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จะพบผู้ป่วยอายุน้อยหรืออยู่ในกลุ่มวัยก่อนหมดประจำเดือนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยผู้ป่วยมะเร็งเต้านมอายุน้อยเหล่านี้มักเป็นมะเร็งชนิดที่ลุกลามเร็ว และมีพยากรณ์โรคที่แย่กว่ามะเร็งเต้านมในสตรีอายุมาก แสดงให้เห็นถึงสาเหตุกลไกการเกิดโรคและลักษณะทางพันธุกรรมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมกลุ่มนี้ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นต้องอาศัยแนวทางการตรวจวิเคราะห์และนวัตกรรมการรักษาใหม่ๆ

แม้ที่ผ่านมามะเร็งเต้านมเป็นหนึ่งในกลุ่มมะเร็งที่ได้ถูกพัฒนาวิธีการรักษาจนมีผลที่ค่อนข้างดี แต่ก็ยังมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา ทำให้มะเร็งเกิดการลุกลามกลับ เป็นซ้ำและแพร่กระจายจนเสียชีวิตได้ 

ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พรชัย โอเจริญรัตน์ หัวหน้าศูนย์เต้านม โรงพยาบาลเมดพาร์ค และศัลยแพทย์ด้านมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลเจ้าพระยา ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดและค้นคว้าด้านนวัตกรรมใหม่ๆ ในการรักษามะเร็งเต้านม และสำเร็จการศึกษาจากสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำระดับโลก ได้แก่ โรงพยาบาล Royal Marsden, Institute of Cancer Research กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และ Memorial Sloan-Kettering Cancer Center กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวถึงแนวทางการรักษาใหม่ล่าสุดสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีอายุน้อยหรือวัยก่อนหมดประจำเดือนในประเทศไทย ว่าจำเป็นต้องใช้แนวทางที่เรียกว่า “การแพทย์แบบแม่นยำ (Precision medicine)

ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พรชัย กล่าวว่า การใช้ศาสตร์ “การแพทย์แบบแม่นยำ” ในการรักษามะเร็งเต้านม เป็นนวัตกรรมการรักษาที่เน้นการตรวจหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของมะเร็ง โดยค้นหารูปแบบการกลายพันธุ์ของยีนที่มีความสำคัญกับการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของมะเร็ง นำไปสู่การวางแผนการรักษาที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย ประกอบด้วยการวางแนวทางในการรักษาแบบองค์รวม ทั้งวิธีการผ่าตัด รังสีรักษา การให้ยาเคมีบำบัด และการใช้ยาต้านมะเร็งแบบมุ่งเป้า (targeted therapy) ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมมะเร็ง

ผลการวิจัยใหม่ๆ ที่ทำในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมวัยก่อนหมดประจำเดือนที่มีมะเร็งลุกลามกลับเป็นซ้ำ โดยอาศัยองค์ความรู้ทาง “การแพทย์แบบแม่นยำ” พัฒนายามุ่งเป้าที่ไปออกฤทธิ์ยับยั้งยีนชื่อ CDK4/6 ซึ่งเป็นยีนที่ควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง เมื่อให้ยายับยั้ง CDK4/6 จะสามารถชะลอการลุกลามของโรคได้นานถึง 2 ปี มีผลข้างเคียงน้อยและทำให้ผู้ป่วยมีอายุยืนยาวมากขึ้นโดยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อมะเร็งมีการกลายพันธ์เพิ่มขึ้นจนไม่ตอบสนองต่อยา การตรวจหาความผิดปกติของยีนอื่น ๆ เช่น ยีน PIK3CA ซึ่งเป็นยีนหลักที่ควบคุมกระบวนการลุกลามของมะเร็งเต้านม นำไปสู่การคิดค้นยาต้าน PI3K ขึ้นมา 

การใช้ศาสตร์ “การแพทย์แม่นยำ” เพื่อการรักษามะเร็งเต้านมต้องอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านพันธุศาสตร์ ทำให้การศึกษาทางโมเลกุลทำได้อย่างรวดเร็ว ในราคาที่ถูกลง มีการสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมมะเร็งของผู้ป่วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ชะลอการกลับเป็นซ้ำของโรค และลดผลข้างเคียงจากการได้รับยาต้านมะเร็งที่ไม่เกิดประโยชน์ในผู้ป่วย อย่างไรก็ตาม ปัญหาของการตรวจการกลายพันธุ์ และการแสดงออกของยีนคือ การวิเคราะห์ผล ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังในการแปลผลเนื่องจากความหลากหลายทางพันธุกรรมนั้นมีความซับซ้อน ข่าวดีคือปัจจุบันสามารถส่งตรวจหาความผิดปรกติของสารพันธุกรรมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงได้ในคณะแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ หรือที่โรงพยาบาลเอกชนระดับแนวหน้าในประเทศไทย

คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง เชิญยอดนักไวโอลินชื่อดังชาวเยอรมันบรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/454751

คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง เชิญยอดนักไวโอลินชื่อดังชาวเยอรมันบรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO

คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง เชิญยอดนักไวโอลินชื่อดังชาวเยอรมันบรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO

11 มกราคม 2564 – 09:40 น.

คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง เชิญยอดนักไวโอลินชื่อดังชาวเยอรมันบรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO

มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้าฯ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม โดยความสนับสนุนของบี.กริม, BDMS, เมืองไทยประกันภัย และมูลนิธิเอสซีจี ขอเชิญชมการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว งานนี้เชิญ “นิคลาส ลิเพอร์ (Niklas Liepe)” ศิลปินเดี่ยวไวโอลินรุ่นใหม่ชาวเยอรมันชื่อดังระดับนานาชาติบรรเลงเดี่ยวร่วมกับวง RBSO อำนวยเพลงโดย มิเชล เทลคิน (Michel Tilkin) ผู้อำนวยการด้านดนตรีของวง RBSO  

คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง เชิญยอดนักไวโอลินชื่อดังชาวเยอรมันบรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO

รายการเพลงจะบรรเลงผลงามาสเตอร์พีซสามบทของคีตกวีเอกยุคโรแมนติค คือไวโอลินคอนแชร์โตหมายเลข 2 ของเฮนรี เวียนเนียพสกี ยอดนักไวโอลินและคีตกวีชาวโปแลนด์ผู้ยิ่งใหญ่ งานบทนี้เป็นเพลงเดี่ยวไวโอลินที่มีความไพเราะ และท้าทายฝีมือผู้บรรเลงเดี่ยวมากที่สุดบทหนึ่งในบรรดากรุเพลงเดี่ยวไวโอลินทั้งหลาย  ส่วนเพลงบรรเลงคือบทโหมโรง “The Roman Carnival Overture” ของเฮ็คเตอร์ แบร์ลิออซ คีตกวีชาวโปแลนด์  และซิมโฟนีหมายเลข 4 บันไดเสียง F ไมเนอร์ ของปีเตอร์ อิลยิส ไชคอฟสกี คีตกวีชาวรัสเซีย ซึ่งเขาได้ถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกส่วนตัวผ่านงานชิ้นนี้ได้อย่างสมบูรณ์ เป็นงานซิมโฟนีของเขาที่นิยมฟังและนำมาบรรเลงกันมากที่สุด         

บทโหมโรง “The Roman Carnival Overture” ผลงานที่สร้างชื่อเสียงมากให้กับ แบร์ลิออซ ซึ่งเขาได้นำทำนองต่างๆที่ได้ประพันธ์ไว้ อาทิ เพลงร้องคอรัสและเพลงจากอุปรากรเรื่อง Benvenuto Cellini มาร้อยเรียงและประพันธ์เพิ่มเติม มีสำเนียงเพลงเต้นรำพื้นบ้านชาวโปแลนด์ที่ร่าเริง สนุกสนานกับการฉลองเทศกาลคาร์นิวัล สลับกับทำนองที่แสนหวาน ถวิลหาความรัก บรรเลงเดี่ยวโดยปี่อิงลิชฮอร์น ทำนองนี้มีชื่อเสียงมาก ซึ่งมาจากเพลงร้องคอรัสเพื่อศาสนา เพลงเด่นคือไวโอลินคอนแชร์โตหมายเลข 2 ในบันไดเสียง D ไมเนอร์ ของเฮนรี เวียนเนียพสกี ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นคอนแชร์โตที่มีแนวเดี่ยวโลดโผนวิจิตรพิสดาร ทำนองไพเราะมีสีสัน เจิดจ้า ท่อนแรก เศร้าสร้อย ท่อนที่สองเริ่มอย่างเชื่องช้า ไพเราะ ท่อนที่สามซึ่งเป็นท่อนสุดท้าย แนวเดี่ยวไวโอลินบรรเลงทำนองวนไปมาอย่างสนุกสนาน ค่อยๆเร่งเร้าจนจบลงอย่างตื่นเต้นด้วยอารมณ์ที่ร้อนแรง งานชิ้นนี้ศิลปินเดี่ยวไวโอลินได้โชว์ฝีมือทั้งเทคนิคการเล่นไวโอลินขั้นสูงที่แพรวพราวตื่นตาตื่นใจ ได้รับการยกย่องว่าเป็นไวโอลินคอนแชร์โตที่ท้าทายและโด่งดังที่สุดบทหนึ่งในบรรดาไวโอลินคอนแชร์โตทั้งหลาย  เป็นเพลงทดสอบการแข่งขันไวโอลินระดับโลก รายการ Wieniawski Violin Competition และการแข่งขันไวโอลินที่มีชื่อเสียงทั้งหลาย            

คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติในหลวง เชิญยอดนักไวโอลินชื่อดังชาวเยอรมันบรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO

เพลงสุดท้ายซิมโฟนีหมายเลข 4 ในบันไดเสียง F ไมเนอร์ ของปีเตอร์ อิลยิส ไชคอฟสกี คีตกวีชาวรัสเซีย ซึ่งอุทิศงานชิ้นนี้ให้กับมาดาม ฟอน เม็ค ผู้อุปถัมภ์คนสำคัญของเขามายาวนาน ท่อนแรกเริ่มด้วยทำนองที่แสดงความทุกข์ระทม และความอ้างว้างที่บั่นทอนทำลายความสุข จึงตั้งชื่อว่า “ชะตากรรม”  ท่อนที่สอง เศร้าสร้อย หวนคิดถึงอดีตอันแสนหวาน ท่อนที่สาม ให้ความรู้สึกทั้งร่าเริง และความทุกข์ระทม แต่แล้วก็ได้ยินทำนองเพลงพื้นบ้านที่คึกคัก สง่างามเหมือนเพลงมาร์ช ท่อนที่สี่ บรรยายให้เห็นบรรยากาศงานเฉลิมฉลองเทศกาล ทำให้ลืมความทุกข์ระทม  แต่แล้วทำนอง“ชะตากรรม” ได้หวนกลับมาให้ความรู้สึกที่อ้างว้าง จบลงด้วยทำนองที่เร่งเร้า มีพลัง ด้วยความหวังว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างมีความสุข            

ศิลปินเดี่ยวไวโอลิน นิคลาส ลิเพอร์ (Niklas Liepe) มีผลงานเดี่ยวกับวงชั้นนำหลายวงในยุโรป อาทิ NDR Radio Philharmonic, Hamburg Ebphilharmonic, Tauber Philharmonic, Berlin Philharmonic เคยร่วมงานกับศิลปินชื่อดัง อาทิ Gidon Kremer, Yuri Bashmet, Christoph Eschenbach และ Andras Schiff ชนะการแข่งขันรายการ อาทิ Henryk Wieniawski Violin Competition และ German Music Competition ล่าสุดได้ออกอัลบั้มเดี่ยวกับค่าย Sony Classic บรรเลงเพลงทั้งแนวแจ้ส แทงโก้ ลาตินและคลาสสิก ที่นำมาเรียบเรียงและประพันธ์เพิ่มเติมสำหรับวงออร์เคสตร้า            

ลิเพอร์จบการศึกษาด้านไวโอลินที่ Kronsberg Academy, Hannover Music University และCologne Music University โดยเรียนกับปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงคือ Prof. Ana Chumachenco,Prof. Mihaela Martin, Prof. Krzysztof Wegrzyn และ Prof. Zakhar Bron  ตามลำดับ          

ทั้งนี้ คอนเสิร์ต กำหนดแสดงวันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2564 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามคำประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. อย่างเคร่งครัด โดยกำหนดมาตรการต่างๆ เช่น การกำหนดจุดเข้าออก การคัดกรองก่อนเข้าพื้นที่ การกำหนดจำนวนคนต่อพื้นที่ โดยจัดให้มีระยะห่างระหว่างผู้ชมและผู้แสดง โดยผู้ชมต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ฯลฯ
บัตรราคา 300, 700, 900, 1200, 1500 บาท  ลด 50% สำหรับนักเรียน/นักศึกษา และผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จองบัตรได้ที่ ThaiTicketmajor โทร. 02 262 3456 หรือ www.thaiticketmajor.com
สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานมูลนิธิ RBSO โทร.02 255 6617-8 / 02 255 9191-2
Email: rbso@bangkoksymphony.org    

“ธัญ” แนะเคล็ด (ไม่) ลับดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/454551

“ธัญ”แนะเคล็ด (ไม่) ลับดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 

"ธัญ"แนะเคล็ด (ไม่) ลับดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 

11 มกราคม 2564 – 08:50 น.

“ธัญ”(THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงามแนะเคล็ด (ไม่) ลับดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 

บรรยากาศในช่วงนี้มองไปทางไหนก็มักจะได้เห็นหมอกขาวๆ หนาแน่นลอยเหนือยอดตึกสูงเต็มไปหมด แต่ทราบหรือไม่ว่าแท้จริงแล้วหมอกที่เราเห็นนั้นคือ มลพิษที่ลอยในอากาศ (Airborne particulate matter pollution) อย่าง PM 2.5 (Particulate Matter) หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน เป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญในชีวิตประจำวันซึ่งมิอาจหลีกเลี่ยงได้ และส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ และสุขภาพผิวโดยตรง โดยฝุ่น PM 2.5 จะไปทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) กับชั้นฟิล์มไขมันเคลือบผิว (Sebum) ที่ทำหน้าเสมือนเกราะปกป้องผิวให้เกิดการระคายเคือง อักเสบ อุดตัน นำมาซึ่งปัญหาผิว อาทิ สิว ริ้วรอย รวมถึงความหมองคล้ำ แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) คำนึงถึงปัญหาผิวพรรณที่เกิดจากการเผชิญกับมลภาวะฝุ่นละอองในปัจจุบัน จึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงกนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช จัดกิจกรรมแนะเคล็ด(ไม่)ลับ ‘ดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5’ กับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว อาทิ ดีท็อกซิฟายอิ้ง เคลย์ มาส์ก (Detoxifying clay mask), ‘โอ๊ตมีล เฟซ สครับ’ (Oatmeal Face Scrub), ‘ไรซ์ เอ็กซ์แทร็ก มอยซ์เจอร์ไรซิ่ง ครีม’ (Rice Extract Moisturising Cream) และ ‘เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ เฟเชี่ยล ซันสกรีน’ )Very water resistant facial sunscreen SPF50 PA+++) โดยมีเหล่าเซเลบริตี้สาวสวยร่วมทำกิจกรรม อาทิ ปาวา นาคาศัย, รินทร์รตา อินทามระ และ กมลพร วงศ์รักมิตร ที่ เดอะ เอสเคป แบงค็อก เอ็มควอเทียร์

"ธัญ"แนะเคล็ด (ไม่) ลับดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 

พญ.กนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะเคล็ด (ไม่) ลับการดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 ว่า “ปัญหาผิวพรรณของเรานั้นมีสาเหตุเกิดขึ้นได้จาก 2 ปัจจัยก็คือปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ซึ่งปัจจัยภายในจะเกี่ยวข้องกับระบบของร่างกายเรา เช่น การรับประทานอาหาร ระบบขับถ่าย การพักผ่อน อารมณ์ และความเครียด ส่วนปัจจัยภายนอกที่คอยทำร้ายผิวสามารถแบ่งได้ 5 สาเหตุ ประกอบด้วย การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การอาบน้ำร้อน แสงแดด และมลพิษทางอากาศ 

แสงแดดและมลพิษทางอากาศถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำร้ายผิวได้รุนแรงกว่าเมื่อเทียบกับสาเหตุอื่นๆ ปัจจุบันโลกของเรามีแนวโน้มที่จะเผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศมากขึ้น ยิ่งในช่วงนี้ประเทศไทยของเรากำลังประสบปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน เนื่องจากฝุ่น PM 2.5 นั้นมีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่ารูขุมขนคนเราถึง 20 เท่า จึงสามารถแทรกซึมเข้าสู่รูขุมขนได้ง่าย และส่งผลกระทบกับผิวหนังโดยตรงขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น และระยะเวลาการสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ

"ธัญ"แนะเคล็ด (ไม่) ลับดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 

ระยะเฉียบพลัน ก่อให้เกิดอาการอักเสบ ระคายเคืองของผิว ทำให้ผิวเสียสมดุลความชุ่มชื้น เนื่องจาก PM 2.5 สามารถทำลายเซลล์ผิวชั้นนอก หรือชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และทำลายโปรตีนฟิลแลกกริน (Filaggrin) ที่มีหน้าที่ป้องกันผิวหนัง (epidermal barrier protein)  ระยะเรื้อรัง เกิดจากการสัมผัสฝุ่น PM 2.5 เป็นระยะเวลานาน โดยฝุ่น PM 2.5 จะไปกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระรบกวนการทำงานของเซลล์ผิว ทำให้ผิวเสื่อมเร็วกว่าปกติ ทำลายคอลลาเจน ทำให้ผิวเหี่ยวย่น เกิดริ้วรอย กระตุ้นให้ผิวผลิตเม็ดสีสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ

สำหรับเคล็ดลับในการป้องกันและการดูแลผิวนั้น ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 ให้มากที่สุดหรือสัมผัสให้น้อยที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิต้านทานของผิวหนังน้อยหรือผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอยู่แล้ว จะยิ่งต้องดูแลและป้องกันตัวเองให้มากเป็นพิเศษ ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าแขนยาว ขายาว หมวก แว่นตา เพื่อปกปิดไม่ให้ผิวเราสัมผัสกับอนุภาคฝุ่น PM 2.5 ใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นอีกขั้น 

"ธัญ"แนะเคล็ด (ไม่) ลับดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 

การดูแลผิวเมื่อกลับถึงบ้าน ควรรีบอาบน้ำชำระล้างผิวให้สะอาด ควรฟื้นฟูสภาพผิวด้วยผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์ผิวสัปดาห์ละครั้ง โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแด้นท์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี วิตามินอี ประกอบด้วย จะช่วยเสริมให้สุขภาพผิวแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ควรสครับผิวเพื่อกระตุ้นกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพสัปดาห์ละครั้ง แนะนำให้เลือกแบบที่เป็นสูตรอ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว 

สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ การเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยมอยเจอร์ไรซิ่งครีม และเสริมเกราะป้องกันให้กับผิว ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดด ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเป็นฟิล์มบางๆ เคลือบผิวกันไม่ฝุ่นสัมผัสกับผิวได้โดยตรง  ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน ไม่อุดตันรูขุมขน และมีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ รวมถึงควรทำให้ร่างกายแข็งแรง เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานต่อมลภาวะ เพราะเมื่อร่างกายเราอ่อนแอ เวลาที่ได้รับเชื้อโรคหรือฝุ่นเข้ามาก็จะทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย นอกจากนี้การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งผัก ผลไม้ รวมถึงงดการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง โดยสามารถปรับเปลี่ยนมาออกกำลังในร่มแทน นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และควรดื่มน้ำสะอาดในระหว่างวันให้มากๆ”

"ธัญ"แนะเคล็ด (ไม่) ลับดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 

‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ‘ธัญ’ (THANN) มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม โดยปัจจุบันมีกว่า 90 สาขา รวมถึงสปาอีก 15 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป โดยผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ในครั้งนี้เป็นผลิตภัณฑ์โฮม อะโรมา ซึ่งประกอบไปด้วย ดีท็อกซิฟายอิ้ง เคลย์ มาส์ก (Detoxifying clay mask) ขนาด 100 กรัม ราคา 1,200 บาท มาส์กสูตรดีท็อกซ์ผิวจากโคลนธรรมชาติ 3 ชนิด ได้แก่ ทานากุระ เคลย์ (Tanakura Clay) จากประเทศญี่ปุ่น, เกาลิน เคลย์ (Kaolin Clay) และเบนโทไนต์ เคลย์ (Bentonite Clay) ควบคุมความมันส่วนเกิน (Oil control) ได้ยาวนานถึง 6 ชั่วโมง และรูขุมขนมีขนาดเล็กลง 19.1% พร้อมทำความสะอาดสิ่งสกปรกตกค้างได้อย่างดีเยี่ยม สารสกัดจากแตงกวา (Cucumber) และกุหลาบ (Rose) ปลอบประโลมผิว และกระชับรูขุมขน ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ (Efficacy test)* พบว่าสามารถควบคุมความมันส่วนเกิน (Oil Control) ได้ยาวนานถึง6 ชั่วโมง และขนาดของรูขุมขนเล็กลง 19.1% 

(*ทดสอบด้วยวิธี Visual grading และ Sebumetry กับกลุ่มผู้หญิงเอเชีย จำนวน 22 คน โดยใช้ผลิตภัณฑ์สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ระยะเวลา 4 สัปดาห์ ทำการทดสอบโดยสถาบัน Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France)) 

‘โอ๊ตมีล เฟซ สครับ’ (Oatmeal Face Scrub) ขนาด 100 กรัม ราคา 1,200 บาท สครับสำหรับผิวหน้า สูตรอ่อนโยน ด้วยเม็ดสครับเนื้อละเอียดจากธรรมชาติอย่าง ข้าวโอ๊ต (Oatmeal) และเมล็ดผลแอพพริคอท (Apricot seed) ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว พร้อมมอบคุณค่าการบำรุงด้วยสารสกัดจากดอกมาชเมลโล่ (Marsh Mallow) และใบบัวบก (Centella) อุดมด้วยวิตามินเอ, บี และซี ช่วยฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิว เผยผิวเนียนนุ่ม กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

‘ไรซ์ เอ็กซ์แทร็ก มอยซ์เจอร์ไรซิ่ง ครีม’ (Rice Extract Moisturizing Cream) ขนาด 80 กรัม ราคา 1,200 บาท ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มอบความชุ่มชื้นสู่ผิวได้ยาวนาน พร้อมคืนความกระจ่างใสสู่ผิว เหมาะสำหรับผู้มีผิวแห้งหรือแพ้ง่าย อุดมด้วยคุณค่าของสารสกัดธรรมชาติทรงประสิทธิภาพ อาทิ สารสกัดจากเซลล์ต้นกำเนิดของข้าว (Rice callus culture extract)อุดมด้วยกรดไขมันที่ดีต่อผิว, วิตามิน อี และสารแกมม่าออริซานอล มอบความชุ่มชื้น พร้อมคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ทรงประสิทธิภาพ ปกป้องผิวจากมลภาวะ, น้ำมันรำข้าว (Rice bran oil) ซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ไม่เหนอะหนะ และไม่อุดตันรูขุมขน อุดมด้วยวิตามิน อี (Gamma Oryzanol) ซึ่งมีอยู่ในน้ำมันรำข้าวเท่านั้น ทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเดนซ์ทรงประสิทธิภาพ รักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว, เชีย บัตเตอร์ (Shea butter) และ ออร์แกนิค อีฟนิ่ง พริมโรส (Organic evening primrose) ได้รับการรับรองจาก USDA ประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น

‘เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ เฟเชียล ซันสกรีน’ (Very water resistant facial sunscreen SPF50 PA++++)  ขนาด 40 มล. ราคา 1,200 บาท เสริมเกราะปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB พร้อมรับมือกับปัญหาริ้วรอย และผิวคล้ำเสียจากแสงแดด ด้วยเนื้อครีมที่มอบสัมผัสแห้งสบาย ไม่มันวาว ไม่ทิ้งคราบขาวไว้บนใบหน้า ปกป้องผิวจากแสงแดดได้ดีแม้ผิวเปียกน้ำ (Water Resistant) กันน้ำ กันเหงื่อ อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาติที่มอบคุณค่าการบำรุงด้วยส่วนผสมธรรมชาตินานาชนิด อาทิ สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract), น้ำมันสกัดจากเมล็ดแบล็คเคอร์แรนท์ )Blackcurrant seed oil) และสารสกัดจากบอลลูนไวน์ (Balloon vine extract) ลดอาการระคายเคือง และทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์, น้ำมันสกัดจากเมล็ดชาออแกนิค (Organic camellia seed oil) ปรับสภาพผิวให้กระชับ เรียบเนียน, อุดมด้วยสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ ปกป้องและลดอาการอักเสบของผิว, น้ำมันสกัดจากเมล็ดดอกทานตะวัน (Sunflower seed oil) และน้ำมันสกัดจากดอกคำฝอย (Safflower seed oil) เติมเต็มความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว, สารสกัดจากโรสแมรี่ )Rosemary extract) ลดเลือนริ้วรอย และจุดด่างดำ

บรรยากาศในการเวิร์คช็อปเต็มไปด้วยความสนุกสนาน โดยมีเหล่าเซเลบริตี้สาวสวยให้เกียรติมาร่วมเผยเทคนิคการดูแลผิวพรรณให้สุขภาพดีอยู่เสมอ เริ่มจากสาวนักกิจกรรม ปาวา นาคาศัย เผยว่า “เราเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมเอาท์ดอร์หลายอย่างมากไม่ว่าจะเป็น ขี่ม้า ว่ายน้ำ ดำน้ำ แต่ที่ชอบที่สุดคือต่อยมวย ส่วนมากเราจะชอบซ้อมต่อยมวยบริเวณรอบๆ บ้าน เพราะรู้สึกว่ามันสะดวกสบายกว่าเวลาหายใจ แต่ช่วงนี้ฝุ่น PM 2.5 ค่อนข้างเยอะ มลพิษทางอากาศก็เยอะ ทำให้เราต้องหันกลับมาดูแลตัวเองมากขึ้น ช่วงนี้เวลาที่จะออกไปไหนก็ต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอด ส่วนการดูแลผิวพรรณก็ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องการปกป้องผิวจากแสงแดด เพราะเราค่อนข้างจะกังวลเรื่องกระ ฝ้า ดังนั้นครีมกันแดดประเภทกันน้ำกันเหงื่อประเภทที่เนื้อบางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเรา และระหว่างสัปดาห์เราก็จะดีท็อกซ์ผิวหน้าด้วยมาส์กที่มีส่วนผสมของโคลนธรรมชาติ นอกจากจะช่วยทำความสะอาดผิวและรูขุมขนได้อย่างล้ำลึกแล้ว ยังช่วยควบคุมความมันส่วนเกิน และช่วยกระชับรูขุมขนด้วย”

ถัดมาที่สาวยิ้มสวย รินทร์รตา อินทามระ เล่าว่า “ช่วงนี้ถ้ามองออกไปนอกระเบียงคอนโดก็จะมองเห็นฝุ่นที่ลอยตัวอยู่บนอากาศได้อย่างชัดเจน จนคิดว่าเป็นหมอกแต่แท้จริงแล้วคือฝุ่น PM 2.5 ทำให้ตอนนี้ถ้าไม่จำเป็นก็จะหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอก อย่างปกติแล้วถ้ามีเวลาเราก็มักจะชอบออกไปตีกอล์ฟ เดินออกกำลังกาย แต่ช่วงนี้ก็ต้องงดไปก่อน เพราะโดยส่วนตัวแล้วจะมีอาการภูมิแพ้ถ้าต้องเจอฝุ่นเยอะๆ บางครั้งแพ้หนักถึงขั้นต้องไปพบแพทย์ หากวันไหนที่มีแพลนต้องออกไปข้างนอกโดยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เราก็จะเตรียมตัวเป็นพิเศษ นอกจากหน้ากากอนามัยแล้ว เราก็มักจะบำรุงผิวด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์มากกว่าปกติก่อนออกจากบ้าน เพราะเราเชื่อว่าพื้นฐานผิวที่ดี คือ ผิวที่มีความชุ่มชื้น รวมถึงไม่ควรลืมที่จะทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน และเมื่อกลับถึงบ้านก็จะรีบล้างทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกจากผิว นอกจากนี้เราก็จะหาเวลามาทำทรีตเม้นต์เองที่บ้านด้วยการมาส์กและสครับผิวสัปดาห์ละครั้ง สำหรับใครที่มีผิวแพ้ง่ายแบบเราแนะนำว่าควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ ยิ่งถ้าเป็นออแกนิคด้วยก็จะดี เพราะจะได้ลดโอกาสเสี่ยงต่ออาการแพ้ได้”

ปิดท้ายที่สาวผิวสวย กมลพร วงศ์รักมิตร เผยว่า “ทุกวันอาทิตย์เรามักจะชอบออกไปเล่นเทนนิสที่สปอร์ตคลับเป็นประจำ เพราะเป็นกิจกรรมที่ครอบครัวเราชื่นชอบ แต่ช่วงนี้ฝุ่น PM 2.5 เยอะมาก อากาศไม่ค่อยดี ทำให้ต้องงดกิจกรรมกลางแจ้งไปก่อน จริงๆ แล้วฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กิจกรรมกลางแจ้งเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบถึงผิวของเราด้วย ทำให้ผิวเราเกิดผด ผื่นได้ง่าย เนื่องจากมลภาวะเราต้องเผชิญในปัจจุบันทำให้เราต้องคอยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และหันกลับมาดูแลตัวเองอยู่เสมอ อย่างการดูแลผิวของเราจะเน้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ ที่ไม่มีส่วนผสมของพาราเบน ไม่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีน้ำหอมสังเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงเส้นผมด้วย ส่วนเทคนิคการบำรุงผิวของเราก็จะเน้นบำรุงผิวหลังการอาบน้ำ เพราะเป็นช่วงที่รูขุมขนเปิดทำให้ครีมบำรุงต่างๆ ที่เราทาลงไปสามารถซึมซาบสู่ผิวได้ดี”

ดูแลผิวสวยอย่างไม่กลัวผิวเสียด้วยผลิตภัณฑ์ฟื้นบำรุงและปกป้องผิวจากแบรนด์ ‘ธัญ’ (THANN) อาทิ ดีท็อกซิฟายอิ้ง เคลย์ มาส์ก (Detoxifying clay mask), ‘โอ๊ตมีล เฟซ สครับ’ (Oatmeal Face Scrub), ‘ไรซ์ เอ็กซ์แทร็ก มอยซ์เจอร์ไรซิ่ง ครีม’ (Rice Extract Moisturizing Cream)  และ ‘เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ เฟเชี่ยล ซันสกรีน’ )Very water resistant facial sunscreen SPF50 PA+++) ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 15 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) จังหวัดภูเก็ต

กักตัวแต่ไม่ควรปล่อยตัวนะ.. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/454486

กักตัวแต่ไม่ควรปล่อยตัวนะ..

กักตัวแต่ไม่ควรปล่อยตัวนะ..

8 มกราคม 2564 – 10:25 น.

กักตัวแต่ไม่ควรปล่อยตัวนะ..รวมขนมขบเคี้ยว ของว่างสุดเฮลตี้ ดีต่อสุขภาพ กินแล้วไม่รู้สึกผิด

ตั้งแต่ Work From Home มาใครน้ำหนักขึ้นแล้วบ้าง? กลุ้มใจใช่ไหม? ตอนกินก็อร่อยดีแต่ตอนมองน้ำหนักอีกทีแทบจะเป็นลม….ความจริงการทำงานที่บ้านจะทำให้คุณรู้สึกหิวง่ายกว่าเวลาที่คุณอยู่ในออฟฟิศ ส่วนหนึงมาจากความสะดวกสบาย และการการหาของทานเล่นก็ง่ายเพียงเดินเข้าครัว แต่จะให้อดทนไม่กินอะไรเลย ก็ดูจะยากมากสำหรับชาว Work From Home อย่างเราๆ งั้นวันนี้เราได้รวบรวมเอาขนมขบเคี้ยวที่ดีต่อสุขภาพ แคลอรี่น้อยมาฝากกัน 

Healthy snack

ขนมที่พลังงานแคลเป็นศูนย์ แถมยังให้พลังงานกลับมาที่ร่างกายแบบเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนัก หนุ่มๆ สาวๆ คนไหนกำลังคุมน้ำหนักบอกเลยว่าไม่ควรพลาด ซื้อติดบ้านไว้เถอะอิ่มท้องอยู่ได้นานด้วย

กักตัวแต่ไม่ควรปล่อยตัวนะ..

ถั่วต่างๆ

ปริมาณพลังงานประมาณ 200 แคลอรี่

แนะนำของกินเล่นแบบถั่วชนิดต่างๆ แต่ถ้าจะให้ดีต่อสุขภาพสุดๆ ต้องเป็น ถั่วอัลมอนด์ เพราะให้พลังงานสูง เวลาทำงานเครียดๆ จะหยิบมากินเล่นก็ไม่รู้สึกผิด แต่ตัวนี้ต้องระวังเรื่องของโซเดียมสักหน่อย ควรกินทีละน้อยๆ แก้หิวช่วงดึกได้เป็นอย่างดี

กักตัวแต่ไม่ควรปล่อยตัวนะ..

สลัดผักสด

ปริมาณพลังงานประมาณ 93 แคลอรี่

สลัดผักสดแบบแพ็คมาพร้อมทาน ถ้วยเล็กๆตามร้านสะดวกซื้อ รสชาติอร่อย และความสดของผักก็ทำให้คุณรู้สึกสดชื่นด้วย ใครที่ทำงานที่บ้านแล้วอยากทานมื้อเย็นเบาๆ แนะนำเป็นสลัดตัวนี้กับอกไก่นุ่ม เข้ากันดีมากเลย

กักตัวแต่ไม่ควรปล่อยตัวนะ..

ผลไม้อบแห้ง

ปริมาณพลังงานประมาณ 110 แคลอรี่

ใครชอบหาของหวานๆทานเล่น แต่ตอนนี้น้ำหนักก็ไม่ใช่เล่นๆ งั้นลองหันมาลองผลไม้อบแห้ง แนะนำเป็นพวกลูกเกดสีทอง บอกเลยว่ามีประโยชน์ดีต่อสุขภาพหลายอย่าง ใครเบื่อๆอยากกินอะไรหวานๆแต่ไม่อ้วน ตัวนี้ตอบโจทย์มาก

กักตัวแต่ไม่ควรปล่อยตัวนะ..

น้ำเตาหู้

ปริมาณพลังงานประมาณ 70 แคลอรี่

ของทานเล่นพร้อม ก็ต้องหันมาเช็คเครื่องดื่มกันหน่อย บางคนไม่ชอบทานขนมเลอะเทอะมือ แต่ชอบดื่มน้ำหวานต่างๆ วันนี้เราขอแนะนำให้หันมาลองดื่ม น้ำเต้าหู้สูตรหวานน้อย มีสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย เป็นอาหารคลีนที่สามารถกินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ดื่มรองท้องตอนเช้าหรือระหว่างวันก็เหมาะ

กักตัวแต่ไม่ควรปล่อยตัวนะ..

#กินแล้วไม่รู้สึกผิด #ขนม #ขนมแคลต่ำ #wfh #workformhome #กินแล้วไม่อ้วน #คมชัดลึก

ขอขอบคุณภาพจาก :

Kafeel Ahmed on Pexels

Perfect Snacks on Unsplash

Yu Hosoi on Unsplash

Polina Tankilevitch on  Pexels

Brian Suman on Unsplash

SHU รองเท้า 5 อันดับ ฮอตฮิต ขายดีที่สุดแห่งปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/454457

SHU รองเท้า 5 อันดับ ฮอตฮิต ขายดีที่สุดแห่งปี 

SHU รองเท้า 5 อันดับ ฮอตฮิต ขายดีที่สุดแห่งปี 

7 มกราคม 2564 – 20:49 น.

SHU จัดอันดับสุดปัง “SHU TOP5 THE BEST SELLER 2020”  รองเท้า 5 อันดับ ฮอตฮิต ขายดีที่สุดแห่งปี 

ถ้าพูดถึงแบรนด์รองเท้าดังอันดับหนึ่งของเมืองไทย เรียกว่าไม่มีใครไม่รู้จัก SHU ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งในกลุ่มดารา นักแสดง เซเลบริตี้ คนดังระดับประเทศ และ ระดับโลก ก็ยังใส่ SHU ในปีที่ผ่านมา SHU ได้ออกคอลเลคชั่นรองเท้ามาเอาใจสาวๆมากมาย  ในต้นปีนี้จึงได้จัดอันดับ “SHU TOP5 THE BEST SELLER 2020” 5 อันดับรองเท้าฮอตฮิต ขายดีที่สุดของ SHU ตลอดปี 2020 เพื่อตอกย้ำและการันตีคุณภาพจาก SHU 

เริ่มต้นกับอันดับ 1 รองเท้าซิกเนเจอร์ที่ครองใจสาวๆมาตลอดกับ SHU SOFASHOES SLIM SWEET CHIC GLOSSY ASH GREY รองเท้าแตะสุดพิเศษ ลงตัวกับพื้นรองเท้าSOFASHOES ให้ความนุ่มลดแรงกระแทกได้อย่างดี ประดับด้วยโบว์คริสตัลชิคๆ ดูดี มีสไตล์ มีไซส์ให้เลือกตั้งแต่ 35”- 41”  ราคา 1,990 บาท

SHU รองเท้า 5 อันดับ ฮอตฮิต ขายดีที่สุดแห่งปี 

ถัดมาอันดับที่ 2 คู่โปรดที่สาวๆคู่ควรกับ SHU SOFASOFY PRIMA NUDE รองเท้าหนังแกะพรีเมียมอันดับ 1 มาพร้อมสัมผัสที่นุ่มด้วยพื้นรองเท้า SOFASHOES หนา 10 mm. ยืดหยุ่นได้ 360 องศา ใส่สบาย ช่วยลดแรงกระแทกได้ดี มีไซส์ให้เลือกตั้งแต่ 34”- 42”  ราคา 2,290 บาท 

SHU รองเท้า 5 อันดับ ฮอตฮิต ขายดีที่สุดแห่งปี 

อันดับที่ 3 SHU SOFY SLIM ORIGINAL BLACK รองเท้าแฟลตหนังแกะพรีเมี่ยมที่ดีที่สุด ออกแบบด้วยเทคโนโลยีเฉพาะทางของ SHU ทำให้กลายเป็น Item เด็ด ที่ทุกคนต้องมี สวมใส่ได้ในทุกวัน เข้าได้กับทุกชุด ให้ความนุ่มนวลไม่กัดเท้า มีไซส์ให้เลือกตั้งแต่ 34”- 42”  ราคา 1,990 บาท 

SHU รองเท้า 5 อันดับ ฮอตฮิต ขายดีที่สุดแห่งปี 

มาถึงอันดับที่ 4 Item ฮอตกับ SHU x HELLO KITTY SOFASHOES SLIM IN PINK รองเท้ารุ่นพิเศษ ที่สาวกคิตตี้ทั้งหลายไม่ควรพลาด นุ่มสบายด้วยพื้น SOFASHOES มาพร้อมกับเซ็ตกล่องคิตตี้สุดหรู และถุงกระดาษลายคิตตี้ แสนน่ารัก มีไซส์ให้เลือกตั้งแต่ 35”- 41” ราคา 2,290 THB

SHU รองเท้า 5 อันดับ ฮอตฮิต ขายดีที่สุดแห่งปี 

ปิดท้ายอันดับที่ 5 กับรุ่นขายดี SHU SOFASANDALS JEWELRY CHAIN PLATINUM รองเท้าแตะสวยหรู พร้อมประดับเพชรคริสตัลสุดพรีเมียม ดีไซน์โดดเด่น สวมใส่นุ่มสบายด้วยพื้นรองเท้า SOFASHOES  มีไซส์ให้เลือกตั้งแต่ 35”- 41” ราคา 2,290 THB

SHU รองเท้า 5 อันดับ ฮอตฮิต ขายดีที่สุดแห่งปี 

ใครไม่อยากตกเทรนด์ รีบจัดด่วน!! เข้าไปดูไอเท็มเด็ดๆจาก SHU เพิ่มเติมที่ https://www.shu.global/ 

เพจนมแม่ จัดเฟซบุ๊กไลฟ์ “เคล็ดไม่ลับกับคุณแม่ให้นม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/454375

เพจนมแม่  จัดเฟซบุ๊กไลฟ์ “เคล็ดไม่ลับกับคุณแม่ให้นม”  

เพจนมแม่  จัดเฟซบุ๊กไลฟ์ "เคล็ดไม่ลับกับคุณแม่ให้นม"  7 มกราคม 2564 – 11:32 น.

เพจนมแม่  จัดเฟซบุ๊กไลฟ์ “เคล็ดไม่ลับกับคุณแม่ให้นม”  พูดคุยเรื่องเตรียมรู้นมแม่, วิธีเลี้ยงลูก และ 4 เทคนิคเลี้ยงดูคู่เรียนรู้ 6 เดือนแรก

เพจนมแม่ ร่วมกับ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย จัดเฟซบุ๊กไลฟ์ “เคล็ดไม่ลับกับคุณแม่ให้นม” พูดคุยเรื่องเตรียมรู้นมแม่, วิธีเลี้ยงลูก และ 4 เทคนิคเลี้ยงดูคู่เรียนรู้ 6 เดือนแรกเชิญชวนคุณแม่มืออาชีพและคุณแม่มือใหม่ที่อาจมีเรื่องวิตกกังวล คุณแม่ให้นมที่ยังสับสนมีคำถาม รวมถึงบุคคลที่สนใจ โดยรวบรวมทุกเคล็ดลับที่คุณแม่ทุกคนอยากรู้มาแลกเปลี่ยนผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์กับหลากประเด็นน่ารู้ให้คุณแม่ได้เตรียมตัวและนำไปประยุกต์ใช้ 

เพจนมแม่  จัดเฟซบุ๊กไลฟ์ "เคล็ดไม่ลับกับคุณแม่ให้นม"  

ภายในไลฟ์ร่วมพูดคุยกับคุณลิซ่า อาลิซาเบธ แซ๊ดเลอร์ ลีนานุไชย พิธีกรและผู้ประกาศข่าวคุณแม่ลูก 2 ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ลูกสาว น้องอลิซ 6 ขวบ และลูกชาย น้องเทย์แลน 3 ขวบ,  คุณบีม-อาทิกา ธนพงศ์พิพัฒน์ คุณแม่ฟูลไทม์ และลูกสาวน้องมารีน อายุ 5 เดือน และ ศ.คลินิก พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร เลขามูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยฯ ดำเนินรายการโดย คุณลอร่า ศศิธร วัฒนกุล นักสื่อสารมวลชนคุณแม่ลูกสอง       

สำหรับคุณแม่และผู้ที่สนใจสามารถติดตามไลฟ์สดได้ทั้งทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ นมแม่ และ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ใน วันพฤหัสบดี ที่ 7 มกราคม 2564 เวลา 17.00 – 17.45 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ      

ทั้งนี้หวังว่าผู้รับชมจะได้รับความรู้เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการเลี้ยงลูกหรือบุตรหลานใกล้ชิด พร้อมเล็งเห็นถึงความสำคัญว่านมแม่มีประโยชน์มากมาย ด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนจะทำให้ลูกมีภูมิต้านทานโรค และมีพัฒนาการสมบูรณ์ตามวัย สำหรับแม่ให้นมเองก็ช่วยในเรื่องการเผาผลาญพลังงาน ลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคอย่างมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ ที่สำคัญคือสายใยความอบอุ่นที่ส่งผ่านถึงกันก่อให้เกิดความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่มีคุณค่าต่อจิตใจ

“ออม-สุชาร์” นำทีมพาสาวๆ ส่งความสุขด้วยของขวัญชิ้นพิเศษ จาก Kate Spade New York คอลเลกชั่นฮอลิเดย์ 2020 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/454346

“ออม-สุชาร์” นำทีมพาสาวๆ ส่งความสุขด้วยของขวัญชิ้นพิเศษ จาก Kate Spade New York คอลเลกชั่นฮอลิเดย์ 2020

"ออม-สุชาร์" นำทีมพาสาวๆ ส่งความสุขด้วยของขวัญชิ้นพิเศษ จาก Kate Spade New York คอลเลกชั่นฮอลิเดย์ 2020

7 มกราคม 2564 – 09:01 น.

“ออม-สุชาร์” นำทีมพาสาวๆ ส่งความสุขด้วยของขวัญชิ้นพิเศษ จาก Kate Spade New York คอลเลกชั่นฮอลิเดย์ 2020

 Kate Spade New York (เคท สเปด นิวยอร์ก) สร้างบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง จัดงาน “holiday gift shopping party” (ฮอลิเดย์ กิ๊ฟท์ ช้อปปิ้ง ปาร์ตี้) เปิดตัวคอลเลกชั่นฮอลิเดย์ 2020 โดยมี แฟนตัวยง ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง มาร่วมแนะนำเทคนิคการเลือกของขวัญชิ้นพิเศษเพื่อมอบให้คนที่รักในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ ที่ช็อป Kate Spade ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์

"ออม-สุชาร์" นำทีมพาสาวๆ ส่งความสุขด้วยของขวัญชิ้นพิเศษ จาก Kate Spade New York คอลเลกชั่นฮอลิเดย์ 2020

พรเดช จันทวานิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พีเอที ลักซูรี่ คอนเซป จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์ Kate Spade New York กล่าวว่า คอลเลกชั่นฮอลิเดย์จากเคท สเปด เป็นสินค้ายอดนิยมที่ทุกคนรอคอย สำหรับในปีนี้เราได้รวบรวมสินค้าหลากหลายไอเท็มสำหรับงานปาร์ตี้ จัดเต็มตั้งแต่กระเป๋า เรดี้ทูแวร์ เครื่องประดับ และแกดเจ็ต ไม่ว่าจะเป็นชุดเดรสสำหรับใส่ไปงานปาร์ตี้ ซึ่งถือเป็นคีย์หลักสำหรับคอลเลกชั่นนี้ รวมไปถึงเสื้อคาร์ดิแกนขนแกะและแคชเมียร์ซึ่งใช้การถักแบบ Fair Isle                  

"ออม-สุชาร์" นำทีมพาสาวๆ ส่งความสุขด้วยของขวัญชิ้นพิเศษ จาก Kate Spade New York คอลเลกชั่นฮอลิเดย์ 2020

สุดคลาสสิค ในส่วนของเครื่องประดับในซีซั่นนี้ถูกออกแบบเป็นแนวเครื่องดนตรีและ Snow Globe หรือลูกโลกหิมะ มีการใช้สีและแสงไฟที่สะท้อนถึงเทศกาลแห่งการรวมตัวเพื่อสังสรรค์ตามคอนเซ็ปต์ของปีนี้ และมีรองเท้าที่เพิ่มความพิเศษด้วย  สนประดับคริสตัล รวมทั้งรองเท้าที่ตกแต่งด้วยกลิตเตอร์ เมื่อขยับจะเล่นกับแสงเป็นประกายสร้างความสนุกเหมาะสำหรับ สวมใส่ไปปาร์ตี้ ส่วนกระเป๋าถือและเครื่องหนังชิ้นเล็ก มีการใช้ลายพิมพ์ที่สื่อถึงความสดใส ร่าเริง โดดเด่นด้วยดีไซน์และวัสดุที่ให้ความรู้สึกหรูหราอย่างเมทัลลิค โดยนอกจากคอลเลกชั่นเสื้อผ้า กระเป๋า และรองเท้าแล้ว เคท สเปด ยังมีอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีมาให้เลือกกันแบบไม่ซ้ำใคร ทั้งเคสโทรศัพท์มือถือและเคสแอร์พอตซึ่งสีและสไตล์ถูกสร้างสรรค์ออกมาให้เป็นไป ในทิศทางเดียวกับกระเป๋าและเสื้อผ้าอีกด้วยครับ 

"ออม-สุชาร์" นำทีมพาสาวๆ ส่งความสุขด้วยของขวัญชิ้นพิเศษ จาก Kate Spade New York คอลเลกชั่นฮอลิเดย์ 2020

พร้อมกันนี้ยังมีบรรดาก๊วนสาวๆ อาทิ ฝน-ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล, พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร, ตูน-พิมพ์ปวีณ์ โคกระบินทร์ และ แพรว-เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค มาร่วมเติมสไตล์ให้ลุคฮอลิเดย์ปีนี้ ดูสดใสยิ่งกว่าเคยด้วยเสื้อผ้าดีไซน์สวย พร้อมเลือกคอมพลีตลุคด้วยกระเป๋าใบเก๋ จาก Kate Spade New York อย่างสนุกสนาน

"ออม-สุชาร์" นำทีมพาสาวๆ ส่งความสุขด้วยของขวัญชิ้นพิเศษ จาก Kate Spade New York คอลเลกชั่นฮอลิเดย์ 2020

พบกับคอลเลกชั่นฮอลิเดย์ 2020 ที่ช็อป Kate Spade New York ได้ทุกสาขา หรือช่องทางออนไลน์ และ Thailand Official Online Store ที่พร้อมให้ช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ PAT Luxury Group ที่
https://onlinestore.patluxurygroup.com/collections/kate-spade

เตรียมรับมือหากคุณต้อง Work From Home #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/454300

เตรียมรับมือหากคุณต้อง Work From Home

เตรียมรับมือหากคุณต้อง Work From Home

6 มกราคม 2564 – 16:27 น.

ไอเทมเด็ดที่ต้องมีไว้ประจำโต๊ะทำงานของชาวออฟฟิศยุคโควิด-19

จากสถานการณ์ตอนนี้ในประเทศไทย ทำให้ให้บริษัทต่างๆ ต้องมีนโยบายให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงติดเชื้อ COVID-19 และการ Work from Home อาจทำให้คุณต้องเจอปัญหาเรื่องอุปกรณ์ต่างๆ ที่ไม่ได้มีพร้อมเหมือนตอนอยู่ออฟฟิศ วันนี้เราอยากชวนคุณมาจัดโต๊ะทำงานที่บ้านและหาสิ่งที่ช่วยให้การทำงานของคุณมีประสิทธิภาพ สะดวกง่ายยิ่งขึ้น เราเลยรวมรวบสิ่งจำเป็นที่ต้องมีที่บ้านเมื่อต้อง Work from Home ไว้ให้แล้ว
 

ของใช้ในออฟฟิศต่างๆ

อันดับแรกที่คุณควรมี คือของใช้ต่างๆที่สำนักงานหรือออฟฟิศพื้นฐานควรมี เช่น อุปกรณ์เครื่องเขียน post-it กระดาษ เทปกาว ไม่ต้องถึงขั้นซื้อทุกอย่างจัดเต็ม แต่ให้คุณคิดไว้เสมอว่าแม้ว่าเราไม่ได้เข้าออฟฟิศแต่เราก็ต้องจดโน่นจดนี่รวมถึงเขียนลงโน๊ตคอยเตือนเรื่องงานข้อมูลต่างๆ ด้วย เวลาเร่งรีบหรืองานด่วนก็สามารถหยิบคว้าอุปกรรืเหล่านี้ได้สะดวกใกล้มือ

เตรียมรับมือหากคุณต้อง Work From Home

เครื่องฟอกอากาศ

ลองลงทุนกับสุขภาพระยะยาว ด้วยการเติมอากาศบริสุทธิ์ ในบ้านของคุณด้วยการซื้อเครื่องฟอกอากาศสักเครื่อง นอกจากจะช่วยฝุ่นละออง PM 2.5 แล้วมันยังมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียในอากาศได้อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าอากาศที่ดีจะทำให้คุณรู้สึกสดชื่นทำงานได้และสบายตัวมากยิ่งขึ้น

เตรียมรับมือหากคุณต้อง Work From Home

 ต้นไม้ฟอกอากาศ

ถ้าหาเครื่องฟอกอากาศยากไปสำหรับคุณ ก็ลองหาต้นไม้ชนิดที่สามารถฟอกอากาศได้ เช่น ลิ้นมังกร บอสตันเฟิร์น หรือ สาวน้อยประแป้ง ต้นเล็กๆ วางข้างๆ โต๊ะทำงาน ก็ช่วยให้สบายตาเวลาเครียดมองหาสีเขียวของต้นไม้ จะช่วยให้คุณผ่อนคลายได้มากเลยทีเดียว

เตรียมรับมือหากคุณต้อง Work From Home

สเปรย์แอลกอฮอล์

ช่วงนี้โควิดยังคงระบาดใหญ่ไปทั่ว และสามารถติดอยู่บนวัตถุต่างๆ ได้เป็นเวลานาน และในหนึ่งวันมือของคุณต้องสัมผัสกับสิ่งต่างๆมากมาย แม้แต่ในที่พักอาศัยของคุณเอง และยิ่งถ้าคุณอาศัยร่วมกันหลายๆ คน เราขอแนะนำให้คุณซื้อสเปรย์แอลกอฮอล์ฉีดทำความสะอาดมือติดบ้านไว้ และอย่าลืมหันมาทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องเขียนบนโต๊ะบ้าง ก็ช่วยให้คุณห่างไกลเชื้อโรคได้เยอะ

เตรียมรับมือหากคุณต้อง Work From Home

กล้องและไมค์

เวลาทำงานที่บ้านบางคนอาจมีโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ที่มาพร้อมกล้องและไมค์ในตัวอย่างดี แต่ถ้าคอมพิวเตอร์ที่บ้านของเราไม่เป็นแบบรุ่นใหม่ และเราต้องมีการ Video Conference กันเป็นว่าเล่นในช่วงที่ทำงานจากที่บ้าน ประชุมออนไลน์คุณภาพเสียงที่ขาดๆ หายๆ หรือไม่ชัดอาจนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ เราขอแนะนำว่าคุณควรหาซื้อ กล้องและไมค์ หรือหูฟังพร้อมไมค์ในตัว เสริมมาติดตั้งให้กับคอมพิวเอตร์ที่บ้านของคุณก็จะส่งผลดีกับงาน ที่คุณทำอยู่ด้วย

เตรียมรับมือหากคุณต้อง Work From Home

เก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ

การเลือกเก้าอี้ทำงานเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะหากคุณได้นั่งเก้าอี้ที่ไม่ถูกกับกับสรีระร่างกายแล้วละก็ อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพและกระทบต่อการทำงานของคุณได้ มาเลือกเก้าอี้ทำงานทีออกแบบมามาเพื่อชาวออฟฟิศโดยเฉพาะ ให้คุณนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ ได้อย่างสบายๆ

เตรียมรับมือหากคุณต้อง Work From Home

ขอขอบคุณภาพจาก :

Se Kimseng on Pixabay

Roman Koval on Pexels

Ivan Samkov on Pexels

Vlada Karpovich on Pexels

Candid_Shots on Pixabay

Hanliang on Unsplash

Karolina Grabowska on Pexels

Jess Bailey Designs on Pexels

#workfromhome #wfh #ไอเทมโต๊ะทำงาน #ออฟฟิศ #โควิด-19 #คมชัดลึก