ชาวอำเภอหนองไผ่ ร่วมทอดกฐินสามัคคี เพื่อสืบสานวัฒนธรรม และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447070

ชาวอำเภอหนองไผ่ ร่วมทอดกฐินสามัคคี เพื่อสืบสานวัฒนธรรม และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

ชาวอำเภอหนองไผ่ ร่วมทอดกฐินสามัคคี เพื่อสืบสานวัฒนธรรม และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

25 ตุลาคม 2563 – 12:10 น.

นายสมพงษ์ มหาวังษ์ นายอำเภอหนองไผ่เป็นประธานในพิธีทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2563 ณ วัดหนองไผ่พิทยาราม มีชาวบ้านร่วมทำบุญและจัดโรงทานเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน

วันที่ 24 ตุลาคม 2563 ซึ่งตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำเดือน 12 ที่วัดหนองไผ่พิทยาราม ต.หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นายสมพงษ์ มหาวังษ์ นายอำเภอหนองไผ่ เป็นประธาน ในพิธีทอดกฐินสามัคคี พร้อมด้วยนางยุพิน แซ่ลิ้ม ประธานคณะกฐิน ในปีนี้มีผู้ มีจิตศรัทธา ในพระพุทธศาสนา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี โดยมี พระครูวาปีพัชรานุกูล รองเจ้าคณะอำเภอหนองไผ่ เจ้าอาวาสวัดหนองไผ่พิทยาราม และคณะกรรมการวัดหนองไผ่ ให้การต้อนรับ มีพุทธบริษัท ที่ใจบุญ พ่อค้าแม่ค้าชาวตลาดและประชาชนในเขตอำเภอหนองไผ่และเขตอำเภอใกล้เคียงร่วมจัดโรงทาน เพื่อแจกจ่ายเครื่องดื่ม พร้อม อาหารคาวหวาน แจกจ่ายให้กับประชาชน ผู้มาร่วมงานกฐินของทางวัด

จนกระทั่งถึงเวลา 12.00 น ได้จัดให้มีขบวน พร้อมนางรำ แห่ผ้าพระกฐิน รอบอุโบสถของวัดหนองไผ่ จำนวน 3 รอบ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา จากนั้น ขบวนผ้าพระกฐิน และบริวารกฐิน ได้ขึ้นยังศาลา การเปรียญวัดหนองไผ่ พิทยาราม คณะชาวอำเภอหนองไผ่ และชาวบ้านได้ร่วมกันถวาย ผ้ากฐิน และผ้าป่าสามัคคี ให้แด่พระสงฆ์ ของทางวัด หนองไผ่พิทยาราม เพื่อทำการทอดถวายแก่ทางวัดต่อไป สำหรับยอดกฐิน ในปีนี้มียอดทำบุญนับได้เป็นจำนวนเงิน 535,720 บาท

อานิสงส์ของการทอดกฐิน เป็นบุญใหญ่ บุญน่าอัศจรรย์ จะกระทำได้ปีละ 1 ครั้ง หลังจากออกพรรษาแล้ว ก็จะเข้าสู่ช่วงการทอดกฐิน จะเริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 จึงถือว่ากฐินเป็นบุญเฉพาะการไม่เหมือนการทอดผ้าป่า การทอดกฐินจึงถือเป็นสังฆทานชนิดหนึ่ง หลายคนยังไม่ทราบเรื่องอานิสงส์ของกฐิน จะทำให้เป็นผู้ มั่งมีทรัพย์สินมากและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ได้เป็นอย่างดี ทำให้เป็นผู้มีจิตใจแจ่มใส บริสุทธิ์ และผ่องใสอยู่เสมอ ทำให้เป็นผู้มีจิตใจตั้งมั่นเป็นสมาธิเข้าถึงธรรมได้โดยง่าย ได้ชื่อว่าเป็นผู้สามารถใช้ทรัพย์สมบัติให้เกิดเป็นบุญกุศลติดตามตัวไปในภพเบื้องหน้าได้อย่างเต็มที่เต็มกำลัง ได้รูปงามผิวพรรณงามเป็นที่รักของบุคคลทั่วไป และมีชื่อเสียงเกียรติคุณน่ายกย่องสรรเสริญ เป็นที่ เคารพนับถือของบุคคลทั่วไป บุญกฐินจึงเป็นบุญเฉพาะกาล ใน 1 ปี ทอดได้เพียงครั้งเดียว ในแต่ละวัด

นิติพงษ์ ศรีสุวรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

ตื่นตา ไก่ป่าแสนเชื่อง นับพันออกมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวดูแบบใกล้ชิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447034

ตื่นตา ไก่ป่าแสนเชื่อง นับพันออกมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวดูแบบใกล้ชิด

25 ตุลาคม 2563 – 11:14 น.

ไก่ป่าแสนเชื่องนับพัน ออกมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวดูแบบใกล้ชิด ในเดียวกันก็สามารถทำกิจกรรมครอบครัว  “ให้อาหารไก่ป่า ตามหานกยูง ยลดูปลาใหญ่” เรียกว่าได้ทั้งบุญได้ทั้งชื่นชมธรรมชาติอันบริสุทธิ์

วันที่  24 ต.ค. 63 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ สำนักสงฆ์วัดป่าแสวงบุญ บ้านผาฮาว ม.3 ต.ทุ่งผาสุก อ.เชียงคำ จ.พะเยา เพื่อไปดู ไก่ป่าธรรมชาตินับพันตัวที่ออกมาหากินอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวดู โดยไม่รู้สึกตกใจหรือหวาดกลัวนักท่องเที่ยวเลย ในขณะเดียวกันก็สามารถทำกิจกรรมครอบครัว

นายถนอม อิ่นคำ นายก อบต.ทุ่งผาสุข เผยว่า บริเวณสำนักสงฆ์วัดป่าแสวงบุญ แห่งนี้ เป็นที่ปฏิบัติของของพระภิกษุที่จำวัดเพียง 1 รูป และด้วยความเมตตาจากพระคุณท่าน เศษอาหารจากญาติโยมที่เหลือจากการฉัน ท่านก็เอามาให้สัตว์ต่างๆที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ ซึ่งเริ่มเดิมที่ก็จะมี ไก่บ้านเข้ามาหากินก่อน จากนั้นไก่ป่า ที่มีอยู่มากมายหลายร้อยตัวทั่วภูเขาแห่งนี้ เริ่มทยอยกันเข้ามาหาเศษอาหารที่เคยได้กินทุกๆเช้า และยังชักชวนเพื่อนฝูงไก่ป่ามากินกันเพิ่มขึ้นอีกเกือบพันตัว ทั้งนี้ไก่ป่ายังได้ผสมพันธุ์กับไก่บ้านออกลูกออกหลานเป็นไก่สายผสมอีกนับพันตัว

นายถนอม กล่าวต่อไปว่า การสังเกตว่าเป็นไก่ป่าหรือไก่บ้านนั้น ชาวบ้านจะสังเกตจาก ขาไก่ที่มีลักษณะเป็นสีดำ นิสัยจะตื่นคน สำรับตัวที่ออกจากป่ามาใหม่ๆ ถ้าไก่ที่มี ขามีสีขาวนวล จะเป็นไก่บ้าน ส่วนไก่พันธุ์ผสม จะมี ขาสีเทา นอกจากไก่ป่าแล้วบางครั้งก็ยังมีนกยูงไทย ที่อาศัยในป่าแถบนี้ลงมาหากินร่วมด้วย หากจะดูนกยูงต้องมาดูแต่เช้าตรู่และต้องมาแอบดูห้ามส่งสียงดัง เพราะนกยูงมักจะตื่นคนง่ายกว่าตามนิสัยสัตว์ป่าในธรรมชาติ ส่วนทางบริเวณด้านหน้าของสำนักสงฆ์วัดป่าแสวงบุญ จะมีอ่างเก็บน้ำเล็กๆชื่อว่า อ่างเก็บน้ำน้ำจำ ซึ่งทางชาวบ้านกับทางวัดได้ปล่อยปลาไว้เป็นจำนวนมาก และทำเป็นเขตอภัยทาน ห้ามจับปลาโดยเด็ดขาด จึงทำให้ปลาในอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ มีขนาดใหญ่โตมาก โดยส่วนมากจะเป็นปลาดุก ปลาจีน ปลาตะเพียน ปลานิล ตามลำดับ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถ นำอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ มาให้ปลาและไก่ป่า กินได้ หรือจะนำข้าวสาร เมล็ดธัญพืช เข้ามาร่วมบริจาคสบทบให้กับทางวัดได้จะเป็นกุศลยิ่ง สำหรับท่านที่ต้องการเข้ามาเที่ยวชม  พร้อมทำกิจกรรม  “ให้อาหารไก่ป่า ตามหานกยูง ยลดูปลาใหญ่” สามารถเข้ามาดูได้ โดยเข้าพื้นที่แล้วสอบถามทางกับชาวบ้านพาเข้ามาดูได้ตามสะดวก 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

แนะหลังออกเจ เน้นกินเมนูปลาผัก ผลไม้ ช่วยย่อยง่าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447057

แนะหลังออกเจ เน้นกินเมนูปลาผัก ผลไม้ ช่วยย่อยง่าย

แนะหลังออกเจ เน้นกินเมนูปลาผัก ผลไม้ ช่วยย่อยง่าย

25 ตุลาคม 2563 – 11:00 น.

กรมอนามัย แนะหลังออกเจ เน้นกินเมนูปลา ผัก ผลไม้รสไม่หวานจัดช่วยย่อยง่าย ควบคู่กับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี ชี้หากบริโภคอาหารที่ย่อยยากในช่วงแรก อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด จุกเสียด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อยได้

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในช่วงกินเจติดต่อกันเป็นเวลา 9 วันส่งผลให้ร่างกายมีการปรับระบบการย่อยอาหารจากที่ย่อยเนื้อสัตว์มาเป็นพืชผักแทน ดังนั้น เมื่อร่างกายต้องกลับมากินอาหารประเภทเนื้อสัตว์ตามปกติ จึงต้องมีการปรับสภาพร่างกายด้วยการ กินอาหารชนิดที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา ผักและผลไม้

หลีกเลี่ยงอาหารประเภทเนื้อสัตว์สีแดง เนื่องจากย่อยยาก เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื่องจากระยะแรกร่างกายอาจจะต้องมีการปรับระบบการย่อยอาหารจากพืชผัก มาเป็นเนื้อสัตว์ ซึ่งหากมีการบริโภคอาหารที่ย่อยยากในช่วงแรกอาจทำให้เกิดอาการท้องอืด จุกเสียด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อยได้ 

และยังมีข้อแนะนำเรื่องการดื่มนม โดยแนะนำให้เริ่มดื่มนมวัวครั้งละน้อย ๆ ประมาณครึ่งแก้ว และสามารถเพิ่มเป็นครั้งละ 1 แก้วได้ในเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ หรือดื่มนมในช่วงสายหรือช่วงบ่าย ในมื้ออาหารว่าง

หรือกินผลิตภัณฑ์นมที่ผ่านการย่อยน้ำตาลแลกโตสบางส่วนโดยจุลินทรีย์ เช่น โยเกิร์ต หรือ อาจดื่มนมถั่วเหลืองทดแทนไปก่อน แต่หลังจากที่ร่างกายสามารถปรับสภาพการย่อยอาหารสู่ภาวะเดิม ก็สามารถกินอาหารและดื่มนมได้ตามปกติ โดยควรกินอาหารที่มีประโยชน์ เลี่ยงอาหารรสจัด ลดหวาน มัน เค็ม และ ปรุงสุกใหม่ สะอาดปลอดภัย

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวอีกว่าทั้งนี้ การกินอาหารที่ทำให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนนั้น ควรกินอาหารที่มีประโยชน์ และควบคุมอาหารเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินความจำเป็น โดยกินอาหารให้ครบ 3 มื้อ และกินให้หลากหลาย ในปริมาณที่เหมาะสม ควบคุมอาหารกลุ่มข้าว แป้ง

“เลือกกินข้าวกล้องหรือธัญพืชไม่ขัดสี เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น เนื้อปลา กินไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง และดื่มนมเป็นประจำ เน้นกินผักให้มากและกินผลไม้ควบคู่กับอาหารหลักทุกมื้อดื่มน้ำเปล่าให้วันละ 8-10 แก้ว หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งควรออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพดีในระยะยาว” นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าว

นมแม่ดีน๊า..กรมอนามัย ย้ำชัดทารกวัย 0-6 เดือน กินนมแม่เพียว ๆ อย่างเดียวดีที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447001

นมแม่ดีน๊า..กรมอนามัย ย้ำชัดทารกวัย 0-6 เดือน กินนมแม่เพียว ๆ อย่างเดียวดีที่สุด

นมแม่ดีน๊า..กรมอนามัย ย้ำชัดทารกวัย 0-6 เดือน กินนมแม่เพียว ๆ อย่างเดียวดีที่สุด24 ตุลาคม 2563 – 13:15 น.

นมแม่ดีน๊า…กรมอนามัย ย้ำชัดทารกวัย 0-6 เดือน กินนมแม่เพียว ๆ อย่างเดียวดีที่สุด เพราะมีสารอาหารกว่า 200 ชนิด โดยไม่ต้องให้น้ำหรืออาหารอื่น ช่วยให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรง ส่งเสริมเรื่องสติปัญญา และอารมณ์

วันที่ 24 ตุลาคม 2563  ​นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย  กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)กล่าวว่า จากกรณีที่มีการแชร์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยกลุ่มคุณพ่อคุณแม่บางกลุ่มเลี้ยงลูกด้วยนมเปรี้ยวตั้งแต่แรกเกิด โดยคิดว่าลูกได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์มากกว่าการกินนมแม่นั้น ความจริงแล้วสิ่งที่เด็กทารกวัย 0-6 เดือนควรได้รับและ ดีที่สุดคือนมแม่

“และควรได้รับเพียงอย่างเดียวติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือน โดยไม่ต้องให้น้ำหรืออาหารอื่น หลังจากนั้นกินนมแม่ควบคู่กับการเริ่มอาหารตามวัย เนื่องจากนมแม่เป็นอาหารที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับทารก มีสารอาหารกว่า 200 ชนิด ที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตทางกาย พัฒนาสมอง จอประสาทตา และระบบภูมิคุ้มกันแบบที่นมผงหรือนมเปรี้ยวไม่สามารถให้ได้” นพ.สุวรรณชัยกล่าว 

นพ.สุวรรณชัย  กล่าวอีกว่า รวมทั้งเป็นอาหารที่ย่อยง่ายและถูกสร้างมาให้เหมาะสมที่สุดกับสภาพร่างกายของทารกในแต่ละช่วงอายุ ซึ่งนมเปรี้ยวใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับเด็กโตได้ แต่ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้เลี้ยงทารกเนื่องจากมีสารอาหารหรือแร่ธาตุบางอย่างไม่เหมาะสมกับทารก

​“ทั้งนี้ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นอกจากจะเป็นการให้ลูกได้รับสารอาหารที่ดีที่สุดและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกแล้ว ยังทำให้เกิดสายสัมพันธ์ที่ดี เนื่องจากแม่และลูกได้สัมผัสกัน ก่อให้เกิดความผูกพันผ่านการกระตุ้น ทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทั้งการมองเห็นแม่ ได้ยินเสียงหัวใจแม่ ได้กลิ่นนมแม่ รับรสนมแม่ มือสัมผัสและ ได้รับการโอบกอดจากแม่ ซึ่งจะทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขอีกด้วย” นพ.สุวรรณชัย กล่าวในที่สุด

เที่ยววันหยุดสุดปัง ชมสะพานไม้ไผ่ 5,000 เล่ม ยาวกว่า 200 เมตร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/446932

เที่ยววันหยุดสุดปัง ชมสะพานไม้ไผ่ 5,000 เล่ม ยาวกว่า 200 เมตร

23 ตุลาคม 2563 – 14:42 น.

เที่ยววันหยุดสุดปัง ชมสะพานไม้ไผ่ 5000 เล่ม ยาวกว่า 200 เมตร เตรียมเป็นแหล่งชม-อนุรักษ์นกยูงไทย สร้างจากแรงศรัทธาของชาวบ้านเอง เนื่องจากชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวพร้อมสร้างรายได้ให้ชุมชน

วันนี้ (23 ตุลาคม 2563) เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ อ่างเก็บน้ำน้ำแวน บ้านผาฮาว ต.ทุ่งผาสุข อ.เชียงคำ จ.พะเยา เพื่อชมความสวยงามของสะพานไม้ไผ่ข้ามอ่างเก็บน้ำจากขอบฝั่งสันเขื่อนไปจรดตีนเขาอีกฝาก ที่มีความยาวกว่า 200 เมตร  โดยการสร้างด้วยแรงงานของชาวบ้านผาฮาว ที่ร่วมมือร่วมใจกันกว่า 500 คน ใช้เวลาการสร้างทั้งสิ้น 15 วันและเพิ่งแล้วเสร็จพร้อมทำพิธีสืบชะตาสายน้ำแวนและเปิดใช้สะพานอย่างเป็นทางการเมื่อ วันที่ 21 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ส่วนไม้ไผ่ที่นำมาสร้างสะพานมีจำนวนกว่า 5,000 เล่ม โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้มาจากแรงศรัทธาของชาวบ้านเอง เนื่องจากชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวพร้อมสร้างรายได้ให้ชุมชน

นายถนอม อิ่นคำ นายก อบต.ทุ่งผาสุข อ.เชียงคำ กล่าวว่า ในการสร้างสะพานไม้ข้ามอ่างเก็บน้ำในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ เป็นการสงเริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านที่จะเข้ามาจำหน่ายขายของ ตั้งแผงอาหารร้านค้าโดยจะได้รายได้จากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชม อีกทั้งสิ้นเดือนตุลาคมมีเทศกาลงานลอยกระทง ณ จุดนี้  ก็จะเป็นอีกสถานที่ที่ชาวบ้านจะมาลอยกระทงกันอย่างมากมาย รวมไปถึงฤดูหนาวถึงสิ้นปีจะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นเหนือเพื่อสัมผัสกับอากาศหนาวพร้อมธรรมชาติเขียวขจีบริเวณอ่างเก็บน้ำ อีกทั้งที่บริเวณภูเขาฝั่งตรงข้ามสันเขื่อน พบว่า มีนกยูงไทยเข้ามาอาศัยและหากินกันอย่างมากมาย ทางชาวบ้านเล็งเห็นว่าควรอนุรักษ์เป็นแหล่งเรียนรู้-แหล่งท่องเที่ยวดูนกยูงไทยได้  ซึ่งจะเป็นโครงการต่อไปของ อบต.ทุ่งผาสุข

ด้าน นายยงยุทธ  แซ่โซ้ง ชาวบ้านหล่าย ต.สบบง อ.ภูซาง เผยว่า ตนเองเห็นภาพบรรยากาศ ในโซเชี่ยลที่มีเพื่อนๆ มาเที่ยวแล้วแชร์กัน จึงพาคู่รักตามมายังสถานที่นี้ ซึ่งเป็นทัศนียภาพที่สวยงามท่ามกลางสายน้ำแมกไม้และขุนเขา ตนเองกับแฟนสาวได้ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกบันทึกความทรงจำที่สวยงามนี้ไว้เพื่อเป็นพยานแห่งรักเราสองคน

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

ชาวบ้านนาขุนไกร เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส จัดลอยกระทงในโบสถ์ แห่งเดียวในสุโขทัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/446924

ชาวบ้านนาขุนไกร เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส จัดลอยกระทงในโบสถ์ แห่งเดียวในสุโขทัย

ชาวบ้านนาขุนไกร เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส จัดลอยกระทงในโบสถ์ แห่งเดียวในสุโขทัย23 ตุลาคม 2563 – 13:50 น.

ชาวบ้านนาขุนไกร เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส จัดลอยกระทงในโบสถ์ แห่งเดียวในสุโขทัย โดยได้ร่วมใจกันจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 จากแนวคิดที่หมู่บ้านนี้เป็นพื้นที่แห้งแล้งที่สุดในจังหวัด ไม่มีแหล่งน้ำที่จะลอยกระทง

วันที่ 23 ต.ค. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การบริหารส่วนตำบลนาขุนไกรได้ร่วมกับผู้นำท้องที่ท้องถิ่นและชาวบ้าน เตรียมจัดงานลอยกระทงในโบสถ์ ประจำปี 2563 ในวันที่ 30 ตุลาคม นี้ ที่วัดเขาดินไพรวัน หมู่ 4 ต.นาขุนไกร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย โดยมีกิจกรรมตั้งแต่เวลา 15.30 น. เริ่มแห่ขบวนนางนพมาศ และ 17.30 น. พิธีเปิดงาน พร้อมการประกวดนางนพมาศ การแสดงของนักเรียน ดนตรีย้อนยุค และลอยกระทงภายในโบสถ์

สำหรับงานลอยกระทงสุดแปลกแหวกแนว ที่วัดเขาดินไพรวันแห่งนี้ ชาวบ้านได้ร่วมใจกันจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 มีแห่งเดียวใน จ.สุโขทัย โดยนายประจวบ จั่นจีน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาขุนไกร ได้แนวคิดจากการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เนื่องจากหมู่บ้านนี้เป็นพื้นที่แห้งแล้งที่สุดในจังหวัด ไม่มีแหล่งน้ำที่จะลอยกระทง

จึงเกิดไอเดียสร้างสระน้ำจัดงานลอยกระทงภายในโบสถ์ ในช่วงกำลังมีการก่อสร้างโบสถ์ใหม่เมื่อ 7 ปีที่แล้ว เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสลอยกระทงกันในหมู่บ้าน ไม่ต้องไปลอยไกล และยังได้สืบสานประเพณีโบราณ สร้างความสุขความภาคภูมิใจแก่ชาวบ้านตำบลนาขุนไกรด้วย

ภูเบศวร์  ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุโขทัย

แถลงข่าวเตรียมจัดงาน เดิน-วิ่ง เฉลิมฉลองครบรอบ 112 ปี โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/446920

แถลงข่าวเตรียมจัดงาน เดิน-วิ่ง เฉลิมฉลองครบรอบ 112 ปี โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม

แถลงข่าวเตรียมจัดงาน เดิน-วิ่ง เฉลิมฉลองครบรอบ 112 ปี โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม

23 ตุลาคม 2563 – 13:49 น.

แถลงข่าวเตรียมจัดงาน เดิน-วิ่ง เฉลิมฉลองครบรอบ 112 ปี โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม โดยมีระยะทางแบ่งเป็น 3 ระยะทางได้แก่ ระยะ 1.5 กม. ระยะ 5.5 กม. และระยะ 10.5 กม. คาดเป้าหมายจะผู้สมัครจำนวนมากกว่า 5,000 คน

วันที่ 22 ตุลาคม 2563  เวลา 13.00 น.นายคเณศ พงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม, นายพละวัต ตันศิริ นายกสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนสามัคคีวิทยาคมเชียงราย พร้อมด้วย นายโอวาส สุขเจริญไกรศรี นายกสมาคมผู้ปกครอง ครู โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม และนายผจญ ใจกล้า ประธานฝ่ายเทคนิคการแข่งขัน ได้ร่วมกันแถลงและประชาสัมพันธ์การเตรียมจัดงานเดิน-วิ่ง เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบการสถาปนาโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม 112 ปี

นายคเณศ พงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม กล่าวว่าโรงเรียนแห่งนี้ ได้ก่อตั้งขึ้นโดยพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร (ศุข ดิษยบุตร) ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เมื่อ พ.ศ.2451 ตรงกับปีที่ 41 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และมีอายุครบหนึ่งศตวรรษใน พ.ศ. 2551 จัดเป็นสถานศึกษาสายสามัญของรัฐ ซึ่งตั้งขึ้นเป็นอันดับที่ 15 ของประเทศไทย อันดับที่ 4 ของภาคเหนือ และอันดับที่ 1 ของจังหวัดเชียงราย และเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ มีความพร้อมในการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนได้ในทุกมิติ ด้านนายพละวัต ตันศิริ นายกสมาคมนักเรียนเก่า โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ว่า การจัดงานในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาทุนการศึกษาของนักเรียน อีกทั้ง ยังเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายให้แก่นักเรียนปัจจุบัน และนักเรียนเก่า รวมถึงประชาชนทั่วไปพร้อมกันด้วย

นายผจญ ใจกล้า ในฐานะประธานฝ่ายเทคนิค กล่าวว่า จากข้อมูลการจัดงาน เมื่อปี 2562 มีผู้สมัครถึง 7,500 คน นับได้ว่าเป็นงานวิ่งที่มีผู้สมัครมากที่สุดในเชียงราย โดยในปีนี้จึงได้กำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม 2563 โดยมีระยะทางแบ่งเป็น 3 ระยะทางได้แก่ ระยะ 1.5 กม. ระยะ 5.5 กม. และระยะ 10.5 กม. โดยมีค่าสมัครในประเภททั่วไป ราคา 400 บาท ซึ่งจะได้รับเสื้อยืด เหรียญที่ระลึก BIB และอาหาร ส่วนประเภท VIP ราคา 1,000 บาท จะรับเสื้อคอปกเพิ่มด้วย โดยคาดเป้าหมายจะผู้สมัครจำนวนมากกว่า 5,000 คน

นอกจากนี้ เส้นทางการวิ่งถือได้ว่าเป็นเส้นทางวิ่งเส้นแรกของงานในจังหวัดเชียงรายที่จะไปผ่านสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 1 ที่มีความสวยงามในด้านของศิลปะของเมืองเชียงราย โดยจะมีช่างภาพคอยบันทึกภาพผู้ร่วมงานตลอดเส้นทาง เพื่อเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการจัดงานให้เป็นไปตามรูปแบบการควบคุมของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทางสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนสามัคคีวิทยาคมจึงได้จัดเตรียมอุปกรณ์ในการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายนักวิ่ง ตลอดจนถึงได้เตรียมการจัดสถานที่โดยพื้นที่ของโรงเรียนมีขนาด 56 ไร่ สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานวิ่งได้สูงสุดถึง 10,000 กว่าคน สามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่มาร่วมงาน

บัณฑิตย์  พันธ์พลากร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงราย

มหกรรมอาหาร “ไทยโอชา” ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/446758

มหกรรมอาหาร “ไทยโอชา” ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด

มหกรรมอาหาร "ไทยโอชา" ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด

21 ตุลาคม 2563 – 21:01 น.

สยามพารากอน ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม จัดมหกรรมอาหาร “ไทยโอชา” ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด 22-25 ต.ค.นี้ ณ พาร์ค พารากอน

เพื่อช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการอาหารไทย และกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยให้กลับมามีสีสันอีกครั้ง ศูนย์การค้าสยามพารากอน และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จึงร่วมกันจัดงาน “ไทยโอชา” ขึ้น สุดยอดมหกรรมอาหารรวบรวมร้านอาหารไทยชื่อดังจากทั่วทุกภูมิภาค มีทั้งร้านอาหารไทยโบราณอายุกว่า  100 ปี อาหารพื้นบ้าน และอาหารยอดนิยม มาออกร้านรวมกันกว่า 50 ร้านค้า เสมือนหนึ่งยกตลาดที่รวบรวมสุดยอดอาหารไทยมาไว้ใจกลางเมือง รวมถึง “ปาท่องโก๋การบินไทยและสังขยาเจ้าจำปี” อาหารว่างยอดฮิตแห่งปี ที่จัดเซ็ตพิเศษเฉพาะงานนี้เพียงที่เดียว! และเมนูอาหารนานาชาติ จากอร่อยล้นฟ้า @สยามพารากอน โดยภัตตาคาร Royal Orchid Dining Experience จากครัวการบินไทยมาจำหน่ายภายในงาน ซึ่งงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 ตุลาคมนี้ ณ พาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมี ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนความอร่อย

มหกรรมอาหาร "ไทยโอชา" ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด
มหกรรมอาหาร "ไทยโอชา" ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด

ด้วยคุณลักษณะพิเศษของรสชาติที่มีความกลมกล่อม อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และรูปลักษณ์อันงดงาม ทั้งยังเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สืบทอดส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนาน ถือเป็นเสน่ห์ของอาหารไทยที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นและเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก อาหารไทยจึงเป็นอย่างหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย สร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น และประเทศได้เป็นอย่างดี  มหกรรมสุดยอดอาหารไทย “ไทยโอชา” เล็งเห็นความสำคัญของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของคนไทยด้านอาหาร ภายในงานจึงได้รวบรวมร้านอาหารชื่อดังมากมาย โดยแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 

มหกรรมอาหาร "ไทยโอชา" ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด
มหกรรมอาหาร "ไทยโอชา" ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด

ร้านอาหารตำรับไทย สืบทอดกว่า 100 ปี อาทิ หมี่กรอบจีนหลี สมัยรัชกาลที่ 5 ร้านหมี่กรอบโบราณย่านตลาดพลู, เลี่ยว เลี่ยง เซ้ง ร้านไอศกรีมชื่อดังแห่งราชวงศ์ ที่มีอาหารอย่างก๋วยเตี๋ยวหลอด พระกระโดดกำแพง ขาห่านอบหม้อดิน ข้าวอบเผือก อาหารแต้จิ๋วจำหน่ายด้วย, แหลกี่ บะหมี่เป็ดย่าง ข้าวหน้าเป็ด ข้าวหมูกรอบ ปอเปี๊ยะ, กาแฟแป๊ะเอ๊ย 100 ปี, ก.ไก่ ตังเมกรอบ, แม่ลูกจันทร์ ต้นตำรับความอร่อย ข้าวหลาม 100 ปีแห่งนครปฐม, นำข้าวเหนียวมะม่วง-ทุเรียน, ตี๋เหยาะ ร้านก๋วยเตี๋ยวไส้เนื้อ เกาเหลาไส้เนื้อ, นงลักษณ์ ร้านขนมไทยของดีเมืองแปดริ้ว, แคปหมูแสงดาว, เมี่ยงคำป้าแมว, ปลากริมไข่เต่า, หมื่นไม้หมูสะเต๊ะ, เอี๊ยะแซ ร้านกาแฟโบราณเก่าแก่แห่งเยาวราช, บุรีธารา ร้านเต้าทึงเยาวราชเฉาก๊วยโบราณ, เอ็กเต็งผู่กี่ ร้านกาแฟโบราณ ขนมปังปิ้ง ขนมปังสังขยา 

มหกรรมอาหาร "ไทยโอชา" ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด
มหกรรมอาหาร "ไทยโอชา" ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด

ร้านอาหารพื้นถิ่นไทย อาทิ ข้าวแช่แม่เล็กสกิดใจ, ป้าบุ๋ม ร้านขนมบ้าบิ่นมะพร้าวน้ำหอม, บังสิทธิ์ เคอร์รี่ ร้านจำหน่ายเครื่องแกง, เฮงหอยทอดชาวเลกระทะยักษ์, ปัณณธรขนมเบื้องโบราณ, ลุงจวบ ร้านมะพร้าวน้ำหอมแห่งราชบุรี, มะม่วงน้ำปลาหวาน วังใหม่, เจ๊ภา (วงเวียนใหญ่) ร้านหอยแครงลวก น้ำจิ้มรสเด็ด, ยำแหนมข้าวกรอบ by ป้าสุดใจ 

ร้านอาหารยอดนิยม อาทิ ปาท่องโก๋การบินไทยและสังขยาเจ้าจำปี จัดเซ็ตพิเศษเฉพาะงานนี้เพียง   ที่เดียว พร้อมรับเทศกาลอาหารเจ ด้วยดิปปิ้งแยมผลไม้เจ สูตรการบินไทย รวมถึงเมนูอาหารนานาชาติ จาก    อร่อย ล้นฟ้า @ สยามพารากอน โดยภัตตาคาร Royal Orchid Dining Experience จากครัวการบินไทย, ข้าวต้มมัดยายฟู จากข้าวต้มมัดหาบเร่สู่สายการบิน, เฮียหมู หมูสะเต๊ะ, ซาลาเปาทับหลี ร้านเจ๊หลี, ขนมครกสยาม, จกโต๊ะเดียว ร้านอาหารจีนชื่อดังแห่งเยาวราช, สว่าง หมูสะเต๊ะ (เจ้าเก่า) 50 ปี, จุฑารส ร้านลูกชิ้นปิ้ง รสเด็ด, ขนมเบื้องป้าจี๊ด, Archie Nitro ร้านกาแฟไนโตรโคลด์บรูว์รสเลิศ กับประสบการณ์การดื่มที่สนุกและดีต่อสุขภาพ, ภาวนา ร้านอาหารเจชื่อดังย่านลาดพร้าว, Crepe Phorn ร้านเครปทูโทน เจ้าของสูตรเครปกาแลคซี่      เรนโบว์อันโด่งดังในโซเชียลมีเดีย, ไอศกรีมไข่แข็งประตูน้ำ, ผลไม้ตามฤดูกาลพร้อมรับประทานจากกูร์เมต์    มาร์เก็ต 

มหกรรมอาหาร "ไทยโอชา" ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด
มหกรรมอาหาร "ไทยโอชา" ยกทัพสุดยอดจานเด่นร้านดังทั่วไทย สวรรค์ของนักชิมที่ไม่ควรพลาด

อาหารอร่อยจากศิลปินดารา อาทิ คุ๊กกี้ Bignuts โดยน้ำฝน-พัชรินทร์, Oh My Gyo โดยบูม-สุภาพร,   ปูไข่เยิ้ม โดยมิค-บรมวุฒิ, ขนมปัง 30 หน้า โดยบูม-กิตตน์ก้อง, น้ำเต้าหู้ SoYoung โดยวาววา-ณิชารีย์,        ครัวเชียงใหม่ x พลอยโฮมเมด โดยปาล์ม วงอินสติงค์ และพลอย แห่งรายการคนหัวครัว    

นอกจากจะรวบรวมตำนานความอร่อยของอาหารไทยจากสุดยอดร้านอาหารชื่อดังจากทุกทิศทั่วไทยกว่า 50  ร้านค้ามาให้อิ่มท้องกันถึงใจกลางเมืองแล้ว สุดยอดมหกรรมอาหาร “ไทยโอชา” ยังมีการแสดงจากศิลปินชื่อดังมาร่วมสร้างบรรยากาศ เติมเต็มความอร่อยให้อิ่มใจไปพร้อมๆ กัน ตลอด 4 วันเต็ม กับ 5 ศิลปิน เปิดประเดิมวันแรก 22 ต.ค. พบกับ อิงค์ (วรันธร เปานิล) เวลา 18.30 น. วันที่ 23 ต.ค. พบกับ TheTOYS (ทอย-ธันวา บุญสูงเนิน) เวลา 18.30 น. วันที่ 24 ต.ค. พบกับ มิลลิ (ดนุภา คณาธีรกุล) เวลา 17.30 น. และหยาดพิรุณ (หยาดพิรุณ ปู่หลุ่น) เวลา 18.00 น. วันที่ 25 ต.ค. พบกับ ปาล์มมี่ (อีฟ ปานเจริญ) เวลา 18.30 น.    

เตรียมพบกับสุดยอดมหกรรมอาหาร “ไทยโอชา” รวมที่สุดแห่งร้านอาหารและตำนานความอร่อยของอาหารไทย พร้อมกับมหกรรมความบันเทิงสุดฟินจากศิลปินชื่อดังตลอด 4 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 22-25 ตุลาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 10.30-20.00 น. ณ พาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-610-8000

อบจ.อุตรดิตถ์จัดโครงการ วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ภายใต้โครงการรักน้ำ รักป่า รักษาแผ่นดิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/446755

อบจ.อุตรดิตถ์จัดโครงการ วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ภายใต้โครงการรักน้ำ รักป่า รักษาแผ่นดิน

อบจ.อุตรดิตถ์จัดโครงการ  วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ภายใต้โครงการรักน้ำ รักป่า รักษาแผ่นดิน

21 ตุลาคม 2563 – 20:50 น.

องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์จัดโครงการ วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ภายใต้โครงการรักน้ำ รักป่า รักษาแผ่นดิน

ที่บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ถนนประชานิมิตร ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายชลิต ธนวัฒน์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดโครงการ “วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ” ภายใต้โครงการรักน้ำ รักป่า รักษาแผ่นดิน โดยมี นายเจริญ นาคปิ่น ผอ.กองแผนและงบประมาณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ นายสมชาย  ไชยพันธ์ เลขานุการ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์คณะผู้บริหารพร้อมด้วยข้าราชการ พนักงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ นักเรียนของโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์เข้าร่วมกิจกรรม ในการจัดกิจกรรมในวันนี้ ด้วยจังหวัดอุตรดิตถ์ ขอความร่วมมือในการจัดกิจกรรม “วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ” ในวันที่ 21 ตุลาคม 2563 โดยร่วมกันจัดกิจกรรมบำรุงรักษาต้นไม้ด้วยการพรวนดิน ใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช โรค แมลง ตัดกิ่งไม้ และรดน้ำต้นไม้ในพื้นที่ที่ได้ปลูกต้นไม้ ตามโครงการการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า หรือโครงการวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2563 หรือพื้นที่อันที่สมควร ซึ่งตามมาตรา 45 (7) แห่งพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

กำหนดให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจหน้าที่คุ้มครองดูแลและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำโครงการ “วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ พุทธศักราช 2563 ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ภายใต้โครงการรักน้ำ รักป่า รักษาแผ่นดิน” เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเป็นการสร้างจิตสำนึกให้บุคลากรในสังกัดเกิดความรักความหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาโดยต่อเนื่องทุกปี ต่อไปในการจัดในวันนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 2. เพื่อเป็นการบำรุงรักษาต้นไม้ให้เจริญเติบโตขึ้น รวมถึงส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3. เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้บุคลากรในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ เกิดความรักความหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ของชาติ

สถานที่ดำเนินการ ดำเนินกิจกรรมบำรุงรักษาต้นไม้ ด้วยการพรวนดิน ใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช โรค แมลง ตัดแต่งกิ่งไม้และรดน้ำต้นไม้ โดยแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบ1. บริเวณหน้าอาคารสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์หน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ สำนักปลัด กองกิจการสภาฯ และกองพัสดุ และทรัพย์สิน 2.บริเวณสนามกีฬาหมอนไม้จังหวัดอุตรดิตถ์ หน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ กองการศึกษาฯ กองคลัง หน่วยตรวจสอบภายใน และกองการเจ้าหน้าที่  3.บริเวณคลองจระเข้ หมู่ที่ 5, 6 ตำบลหาดกรวด อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ หน่วยงานผู้ที่รับผิดชอบ ได้แก่ กองแผนและงบประมาณ และกองช่าง 4.บริเวณโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้แก่ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์

ณัฐวัฒน์  ราชประสิทธิ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์

“คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 23 ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/446757

“คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 23  ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

"คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ 23  ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

21 ตุลาคม 2563 – 20:43 น.

“คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 23  “ในความคิด…คำนึง”น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมเรียนรู้ตามรอย “สมเด็จย่า” ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า ในวันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี  บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ขอเชิญร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่า ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ในนิทรรศการ  “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 23 ภายใต้ชื่องาน “In Her Thoughts” หรือ “ในความคิด…คำนึง” ระหว่างวันที่ 21-25 ตุลาคม 2563 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานเปิดงาน ในวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563 เวลา 09.00 น.

"คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ 23  ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า “นิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อพุทธศักราช 2539 และได้จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย โดยทรงเป็นแบบอย่างของการดำเนินชีวิตในทุกๆ ด้าน ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการอย่างต่อเนื่องยาวนาน และสำหรับในปีนี้ นับเป็นครั้งที่ 23 นับเป็นวาระพิเศษครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ 10 รอบปีชวดนักษัตร และ 25 ปี วันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จย่า นิทรรศการในปีนี้จึงจัดขึ้น ภายใต้หัวข้อ “In Her Thoughts” หรือ 

"คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ 23  ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

“ในความคิด…คำนึง”  เพื่อเฉลิมพระเกียรติและย้อนรำลึกถึงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระจริยวัตร ที่ได้ทรงเรียนรู้ทั้งจากบุคคลที่ทรงใกล้ชิด สังคมที่ทรงดำรงพระชนม์ชีพ รวมทั้งอิทธิพลจากนักคิด นักปรัชญา และตำราวิชาการต่างๆ ที่มีส่วนหล่อหลอมจนกลายเป็นทักษะชีวิต ทักษะทางอารมณ์และสังคม มาตลอดพระชนม์ชีพ ซึ่งไฮไลท์ภายในงานได้มีการจำลองสมุดเลคเชอร์ลายพระหัตถ์ภาษาฝรั่งเศสของสมเด็จย่ามาจัดแสดงให้ประชาชนได้ชมเป็นครั้งแรกด้วย” 

นิทรรศการครั้งนี้นำเสนอในรูปแบบเส้นเวลา (Timeline) นับตั้งแต่ปีแรกที่ประสูติ จนกระทั่งสวรรคต และพระราชปณิธานที่มีผู้สานต่อผ่านมูลนิธิหรือองค์กรต่างๆ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ดังนี้ 

"คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ 23  ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

ช่วงที่ 1 พ.ศ. 2443-2460 ชีวิตในวัยเยาว์ เรียนรู้ เติบโตในชุมชนเล็กๆ ใกล้วัดอนงคาราม ได้เป็นข้าหลวงในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ (กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร) กระทั่งได้ร่ำเรียนในฐานะนักเรียนพยาบาล โรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาลแห่งศิริราช และมีโอกาสได้รับทุนการศึกษาวิชาพยาบาล ไปศึกษาต่อ 
ณ สหรัฐอเมริกา 

ช่วงที่ 2 พ.ศ. 2460-2466 ชีวิตของการเป็นนักเรียนทุนในต่างประเทศ ทำให้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ ตลอดทั้งเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ ศิลปวัฒนธรรม และฝึกทักษะด้านภาษา และจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตนักเรียนทุนพยาบาล ณ สหรัฐอเมริกา คือการได้พบและอภิเษกสมรสกับสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ และสร้าง “ครอบครัวมหิดล” 

"คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ 23  ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

ช่วงที่ 3 พ.ศ. 2467-2475 ชีวิตครอบครัวเริ่มได้ไม่นาน ก็ประสบกับความสูญเสีย สมเด็จฯเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ สิ้นพระชนม์ นับจากนั้น แม้การอภิบาลพระโอรสธิดาจะดำเนินไปท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมและประเทศ แต่เจ้านายเล็กๆ ก็เติบโตอย่างมีสุขอนามัยที่สมบูรณ์ ณ วังสระปทุม 

ช่วงที่ 4 พ.ศ. 2476-2514 ช่วงเวลาที่ได้ปฏิบัติพระราชภารกิจยิ่งใหญ่ในการถวายพระอภิบาลและอบรมพระโอรสธิดา และทุกพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาต่อต่างประเทศ นอกจากนั้น สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ ทรงใช้เวลาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ทั้งวิชาปรัชญา ภาษาสันสกฤต และบาลี อย่างจริงจัง ซึ่งนำเสนอผ่านสมุดเลคเชอร์ลายพระหัตถ์ และตำราวิชาต่างๆ ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงสนพระราชหฤทัย

"คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ 23  ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

ช่วงที่ 5 พ.ศ. 2515-2538 นอกจากพระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติด้วยความเมตตากรุณา ส่งไปถึงอาณาประชาราษฎร์ทุกหมู่เหล่าแล้ว ในยามที่ทรงว่างหรือภายหลังการทรงงาน ก็จะทรงพักพระอิริยาบถทรงงานอดิเรกที่โปรด ด้วยทรงตระหนักว่า “เวลาเป็นของมีค่า” ทั้งเรื่องงานปั้น งานปักผ้า งานดอกไม้แห้ง งานวาดรูปบนเครื่องกระเบื้องเซรามิก และความสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับดาราศาสตร์ โปรดให้ตกแต่งเพดานพระตำหนักดอยตุง เป็นภาพสุริยจักรวาล กลุ่มดาวจักรราศี และกลุ่มดาวฤกษ์สำคัญ ซึ่งจำลองมาให้ชมภายในนิทรรศการครั้งนี้ด้วย   ตราบจนถึงวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพ เมื่อเสด็จสวรรคต ทรงเป็น “สมเด็จย่า” ที่ชาวไทยเคารพ เทิดทูน ผูกพันมาจนตราบทุกวันนี้ 

"คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ 23  ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

ช่วงที่ 6 พ.ศ. 2539 – ปัจจุบัน พระราชปณิธานยังคงได้รับการสืบสานผ่านหน่วยงานและองค์กรต่างๆ มาจนถึงปัจจุบัน เช่น มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และโครงการพัฒนาดอยตุงฯ รวมทั้งการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน 

"คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ 23  ในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ และ 25 ปีวันคล้ายวันสวรรคต

พบกับนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 23 ภายใต้หัวข้อ “In Her Thoughts” หรือ “ในความคิด…คำนึง” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พร้อมกับการเรียนรู้ตามรอย ‘สมเด็จย่า’ จากพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระจริยวัตรอันงดงามตลอดพระชนม์ชีพ นอกจากนี้ภายในนิทรรศการยังจัดจำหน่ายสินค้าจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  Doi Tung Café และผลิตภัณฑ์จาก Doi Tung Lifestyle รวมถึงจำหน่ายไม้ดอก ไม้ประดับนานาพันธุ์ ระหว่างวันที่ 21-25 ตุลาคม 2563 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้า