“Yves Rocher (อีฟ โรเช่)” สู้ศึกไลฟ์ ดิสรัปชั่นหลังโควิด ทรานส์ฟอร์มธุรกิจโมเดล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“Yves Rocher (อีฟ โรเช่)” สู้ศึกไลฟ์ ดิสรัปชั่นหลังโควิด ทรานส์ฟอร์มธุรกิจโมเดล

"Yves Rocher (อีฟ โรเช่)" สู้ศึกไลฟ์ ดิสรัปชั่นหลังโควิด ทรานส์ฟอร์มธุรกิจโมเดล 3 กันยายน 2563 – 07:13 น.

“Yves Rocher (อีฟ โรเช่)” สู้ศึกไลฟ์ ดิสรัปชั่นหลังโควิด ทรานส์ฟอร์มธุรกิจโมเดล ย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ความงามอันดับ 1 จากฝรั่งเศส เจาะกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ 


Yves Rocher (อีฟ โรเช่) แบรนด์ความงามอันดับ 1 จากประเทศฝรั่งเศส เปิดแผนทรานส์ฟอร์มธุรกิจ โชว์หมัดเด็ดดึง CRM เป็นจุดแข็งรักษาลูกค้าเก่าและต่อยอดขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่ สร้างประสบการณ์การช้อปแบบไร้รอยต่อรับมือ  ยุคไลฟ์ ดิสรัปชั่น ด้วยกลยุทธ์ Omni-Channel (ออมนิ ชาแนล) เชื่อมโยงช่องทางการขายให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแพลตฟอร์มทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ตอบโจทย์นิว นอร์มอล พร้อมเน้นย้ำจุดยืน “สวยโลกไม่เสีย” สะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์บิวตี้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

"Yves Rocher (อีฟ โรเช่)" สู้ศึกไลฟ์ ดิสรัปชั่นหลังโควิด ทรานส์ฟอร์มธุรกิจโมเดล


คุณวิลาสินี ภาณุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด อีฟ โรเช่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “หลังการรีแบรนดิ้งและทรานส์ฟอร์มบริษัทเป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปีในไทยเมื่อช่วงต้น 2020 ที่ผ่านมาเพื่อปรับตัวและภาพลักษณ์ให้ทันสมัยให้ดึงดูดและและสร้างความตระหนักรู้ของคนรุ่นใหม่ยุคดิจิตอลเอจให้มากขึ้น ด้วยการเปลี่ยนลักษณะแบบแผนการทำการสื่อสาร และมีการขยายทีมงานรุ่นใหม่ให้ทันกับ Digital Disruption (ดิจิทัล ดิสรัปชั่น) ขึ้นถึง 5 เท่า และหลังจากผ่านไปเพียง 1 เดือนภายใต้แผนใหม่นี้ อีฟ โรเช่ได้ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 บน Social Listening ที่วัด Share Of  Voice ส่วนแบ่งทางการรับรู้และ Engagement บนโลกออนไลน์ในกลุ่มสินค้าความงามและยังคงรักษาอันดับ 1 ได้จนถึงปัจจุบัน (YTD July) และในแง่ของยอดขายในไตรมาสแรกมีอัตราการเติบโตขึ้นถึง 27% (Volume Growth) และเพิ่มจำนวนลูกค้าได้ถึง 24% โดยมีลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้นกว่า 30% 


ล่าสุดหลังจากการเล็งเห็นไลฟ์ ดิสรัปชั่นที่ใหญ่และวงกว้างกว่าดิจิตอล ดิสรัปชั่นขึ้นไปอีก ซึ่งส่งผลกระทบถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ทาง อีฟ โรเช่ จึงได้เพิ่มปรับกลยุทธ์ในการทำการตลาดและช่องทางการจำหน่ายรวมถึงการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในโมเดลใหม่ เพื่อให้องค์กรพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ 

"Yves Rocher (อีฟ โรเช่)" สู้ศึกไลฟ์ ดิสรัปชั่นหลังโควิด ทรานส์ฟอร์มธุรกิจโมเดล


โดยเน้นการใช้กลยุทธ์ Omni-Channel อย่างเต็มที่ เพื่อเชื่อมโยงทุกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในตลาด โดยภายใต้โมเดลใหม่นี้ ลูกค้าจะสามารถมีทางเลือกในการติดต่อหรือเลือกซื้อสินค้ากับทางแบรนด์ ที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ รับกับรูปแบบ นิว นอร์มอลในปัจจุบัน ทั้งจากหน้าร้านที่มีอยู่กว่า 100 สาขา ทาง BA Commerce Hotline ทาง Line Official account ทาง Shop-in-shop บน Ecommerce partners (Lazada, Shopee, Konvy) และจากแพลตฟอร์มใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ อย่าง Social Selling ทั้งหมดนี้จะทำให้ทางแบรนด์ขยายศักยภาพและตลาด สามารถตอบสนองความต้องการในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่อย่างกลุ่มดิจิทัลเนทีฟ อีกทั้งยังสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่ลูกค้าปัจจุบัน ซึ่งมีแพทเทิร์นในการซื้อสินค้าที่เปลี่ยนไปหลังโควิด เพื่อกระตุ้นการซื้อสินค้าและเติมเต็มสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ตลอดจนสร้างความผูกพัน (Engagement) ทำให้เกิดการซื้อสินค้าซ้ำ โดยหลังจากเริ่มดำเนินการเฟสแรกในเดือน พ.ค.- ส.ค. ที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้ยอดขายเติบโตขึ้นถึง 50% และเพิ่มจำนวนลูกค้าได้ถึง 39% โดยมีลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้นกว่า 60% แม้จะเพิ่งพ้นช่วงโควิดมา

"Yves Rocher (อีฟ โรเช่)" สู้ศึกไลฟ์ ดิสรัปชั่นหลังโควิด ทรานส์ฟอร์มธุรกิจโมเดล

หัวใจของการทำธุรกิจภายใต้โมเดลใหม่นี้จะอยู่ที่การบริหารดาต้าและการทำ CRM (Customer Relationship Management) เพื่อให้ Brand สามารถ Engage กับลูกค้าได้ถูกต้องแม่นยำตามความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม แต่ละคนตลอดทั้งกระบวนการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภค หรือ Consumer Journey โดยกลุ่มของลูกค้าของ อีฟ โรเช่ จะมีกลุ่มฐานลูกค้าเดิมที่เติบโตและอยู่กับแบรนด์มายาวนานเป็นลูกค้าเหนียวแน่นรักและใช้แบรนด์อย่างต่อเนื่อง มีประมาณ 300,000 คน อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 39 ปี ความต้องการและช่องทางการสื่อสารในการเข้าถึงของกลุ่มนี้ก็จะแตกต่างไปจากลูกค้าอีกกลุ่มที่ทางแบรนด์มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้การทำตลาดทางช่องทางออนไลน์ที่มากขึ้น เป็นกลุ่มดิจิทัลเนทีฟซึ่งโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี ซึ่งจะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25-31 ปี ซึ่งเราคาดว่าจะเพิ่มลูกค้าใหม่เป็น New Members นี้อีกประมาณ 100,000 คน ก่อนสิ้นปี 2020 และด้วยความต้องการที่แตกต่างของลูกค้าที่เรามี ทั้ง CRM และ Omni-Chanel จึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้ทั้งฐานลูกค้าเก่าและกลุ่มลูกค้าใหม่ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากแบรนด์ไป


นอกจากการปรับโมเดลธุรกิจแล้ว อีฟ โรเช่ ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่มอบคุณค่าจากธรรมชาติสู่คนทั่วโลกตามเจตนารมณ์เดิมตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำธุรกิจ โดยเห็นได้จากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ความงามที่มีคุณสมบัติในการดูแลผิวพรรณและเส้นผมอย่างล้ำลึกด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เป็น Vegan (วีแกน) 100% และมีขั้นตอนการผลิตที่เป็น   มิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ใหม่ ส่งผลให้ อีฟ โรเช่ เป็นแบรนด์ความงามที่มีความโดดเด่นแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ในตลาด การันตีด้วยรางวัลอันดับ 1 ในหมวด Beauty Brand, Personal Care Brand, Skincare Brand, Fragrance Brand, Makeup Brand และ Anti-Aging Care Brand จาก Kantar Worldpanel Beauty  (กันตาร์ เวิลด์พาแนล บิวตี้) ในปี 2020 และยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์ที่เป็นที่ชื่นชอบที่สุดในโลก ครองอันดับ 1 ใน 37 ประเทศทั่วโลกจากการจัดอันดับโดย Cosmetify แพลตฟอร์มความงามระดับโลกในไตรมาสแรกของปี 2020 และเป็น    แบรนด์อันดับ 1 ในการจัดอันดับแบรนด์ที่มีคนค้นหามากที่สุดในโลกด้วยตัวเลขการค้นหา 2,000,000 ครั้งต่อเดือน

"Yves Rocher (อีฟ โรเช่)" สู้ศึกไลฟ์ ดิสรัปชั่นหลังโควิด ทรานส์ฟอร์มธุรกิจโมเดล


อีกทั้งปัจจุบัน อีฟ โรเช่ ยังจัดทำโครงการ Eco-Sustainability และแคมเปญ CSR เพื่อเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงที่ช่วยสร้างความตระหนักให้กับทุกคนได้ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การปลูกต้นไม้ 100 ล้านต้นทั่วโลก ผ่านโครงการ Plant for The Planet คุณเปลี่ยนเราปลูก หรือการส่งมอบสิ่งของให้กับโรงพยาบาล และการมอบทุนสนับสนุนบุคคลที่ทำงานหรือกิจกรรม อันเป็นประโยชน์และช่วยพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อชุมชนและสังคม เรียกว่าเป็นการสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ (Emotional Connection) จากแบรนด์สู่ลูกค้า และยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ความงามที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาตลอด 60 ปีอีกด้วย

Thaihealth Watch พบแนวโน้มคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มขึ้น 2.4เท่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Thaihealth Watch พบแนวโน้มคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มขึ้น 2.4เท่า

Thaihealth Watch พบแนวโน้มคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มขึ้น 2.4เท่า2 กันยายน 2563 – 15:50 น.

Thaihealth Watch พบแนวโน้มคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มขึ้น 2.4เท่า ในรอบ10ปี โดยเฉพาะคนเมือง เปิดงานวิจัยพบ กินผักผลไม้ 4 ขีดต่อวัน ธัญพืชไม่ขัดสีลดความเสี่ยงได้ แพทย์เผย 3 สาเหตุ”พันธุกรรม-พฤติกรรม-โรค” แนะปรับพฤติกรรมการกิน

            จากการเสียชีวิตของ แชดวิก โบสแมน ผู้รับบทกษัตริย์ทีชาล่าใน “Black Panther” ที่เสียชีวิตด้วยวัย 43 ปี โดยบัญชี Twitter ของเขารายงานว่าเขาได้ต่อสู้กับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ระยะที่ 3 มากว่า 4 ปี จนกระทั่งเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 4

 อ่านข่าว : คอหนังเศร้า “แชดวิก โบสแมน” นักแสดงนำ Black Panther เสียชีวิตแล้ว

           ล่าสุดข้อมูลของ Thaihealth Watch ได้รายงานสถานการณ์สุขภาพคนไทยพบว่า คนไทยมีแนวโน้มเสียชีวิตด้วยโรคลำไส้ใหญ่ 10 ปีย้อนหลังเพิ่มขึ้น 2.4 เท่า โดยเฉพาะคนในเขตเมืองอย่างกรุงเทพมหานคร และภาคกลางที่มีสัดส่วนการเสียชีวิตสูงที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต

         ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการและผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)กล่าวว่า จากข้อมูลของ Thaihealth Watch ร่วมกับสำนักงานระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ ซึ่งได้รวบรวมสถิติสถานการณ์สุขภาพคนไทย 10 ปีย้อนหลังรายเขตสุขภาพ ระหว่างปี 2552 – 2561 พบข้อมูลที่น่าสนใจคือ คนไทยมีแนวโน้มเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงขึ้น 2.4 เท่าทั้งเพศหญิงและชาย

         โดยในปี 2552 อัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ในเพศชาย อยู่ที่ 3.6 คนต่อแสนประชากร เพิ่มขึ้นเป็น 8.9 คนต่อแสนประชากรในปี 2561 เช่นเดียวกับเพศหญิง ในปี 2552 อยู่ที่ 2.8 คนต่อแสนประชากร เพิ่มขึ้นเป็น 6.7 คนต่อแสนประชากรในปี 2561

        ที่น่าสนใจคือคนในเขตเมืองมีแนวโน้มเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้สูงขึ้น โดยเฉพาะในเขตกทม.ที่มีจำนวนมากที่สุด 15.1 คนต่อแสนประชากร ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1.9 เท่าในรอบ 10 ปี ตามด้วยภาคกลาง 10.2 คนต่อแสนประชากร ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2.4 เท่า       

          ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวว่า การปรับพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายที่เหมาะสมสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ จากรายงาน Food and Agriculture Organization and the World Health Organization (FAO/WHO) พบว่า การบริโภคผักและผลไม้อย่างน้อยวันละ 4-6 ขีด ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

        โดยรายงานวิจัยด้านอาหารโภชนาการและการออกกำลังกายกับการป้องกันมะเร็ง (The Continuous Update Project : CUP) ตีพิมพ์ปี 2561 พบความสัมพันธ์ระหว่างธัญพืช ผักและผลไม้ต่อความเสี่ยงของมะเร็งพบว่า การบริโภคพืชที่เรียกว่า “โฮลเกรน” หรือธัญพืชเต็มเมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ลูกเดือย ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักได้ และการบริโภคใยอาหารจากผักผลไม้อย่างน้อย 4 ขีดต่อวัน ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ลดความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินได้ ซึ่งกลไกการทำงานของใยอาหารยังช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียที่ดีที่เจริญในลำไส้ใหญ่ ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ ช่วยเร่งการขับถ่าย ทำให้ไม่มีของเสียค้างในลำไส้

       นอกจากนี้ “การออกกำลังกาย” จะช่วยระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ได้ในอนาคต

        รศ.นพ.ม.ล.ทยา กิติยากร อาจารย์หน่วยโรคทางเดินอาหารและตับ ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากความผิดปกติของผนังลำไส้ใหญ่ที่เกิดได้ทั่วไปในคนธรรมดา แต่มี 3 สาเหตุที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรค คือ
      1. พันธุกรรม เช่น มียีนผิดปกติตั้งแต่เกิด หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง

      2. พฤติกรรม เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ไม่ออกกำลังกาย และการกินอาหารบางชนิด

      3. โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ซึ่งอัตราการเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ของคนไทยที่เพิ่มขึ้น 2.4 เท่าตัวนั้นมาจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปมากกว่าพันธุกรรม ทางตะวันตกมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งลำไส้มากกว่าประเทศไทย

       แต่สำหรับประเทศไทยที่พบแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในเขตเมืองน่าจะมาจากพฤติกรรมที่คล้ายกับทางตะวันตกมากขึ้นโดยเฉพาะการกินอาหารที่มีผักน้อย เน้นเนื้อและมีไขมันสูง รวมถึงภาวะอ้วนก็เพิ่มความเสี่ยง ซึ่งมีข้อมูลที่ชัดเจนจากหลายงานวิจัยพบว่า การทานผักจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ควรลดการกินเนื้อแดง เนื้อปิ้งย่างที่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรค

       รศ.นพ.ม.ล.ทยา กล่าวอีกว่า การคัดกรองมะเร็งก็สามารถลดการเสียชีวิตจากมะเร็งได้ก่อนที่มะเร็งจะกลายพันธุ์มาจากติ่งเนื้อในลำไส้ ซึ่งช่วงนี้ใช้เวลาหลายปี จึงเป็นช่วงที่แพทย์และผู้ป่วยอยากเจอให้เร็วที่สุดเพราะสามารถรักษาให้หายได้ แต่ปัญหาคือระยะดังกล่าวไม่แสดงอาการ แม้แต่การเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ช่วงต้นก็อาจจะไม่แสดงอาการ เพราะแม้จะมีเลือดออกบ้างแต่หากปนกับอุจจาระก็อาจจะไม่สังเกตเห็น หรือบางกรณีก็ไม่มีเลือดออก หลายคนจึงรู้ตัวเมื่อมีอาการเมื่อช่องลำไส้ตีบลง ซึ่งเมื่อถึงระยะนี้ก็จะรักษาให้หายยากกว่า     

         รศ.นพ.ม.ล.ทยา กล่าวต่อว่า ดังนั้นจึงแนะนำให้ตรวจคัดกรองก่อนมีอาการ โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ญาติหรือคนในครอบครัวที่ห่างจากเรา 1 ขั้น เช่น พ่อแม่ พี่น้องเป็นมะเร็งลำไส้ หรือคนที่เคยเป็นลำไส้อักเสบเรื้อรัง ควรตรวจคัดกรองให้เร็วขึ้นตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ส่วนกลุ่มเสี่ยงปกติหรือคนทั่วไปจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามอายุ จึงควรตรวจคัดกรองในช่วงอายุ 50-70 ปี

        “ซึ่งการตรวจคัดกรองมีอยู่ 3 ทางเลือกคือ 1. การตรวจอุจจาระเพื่อหาสารปนเปื้อนหรือเลือด ซึ่งวิธีนี้ทาง สปสช.มีโครงการสุ่มตรวจประชาชนเพื่อคัดกรองมะเร็งแล้ว 2. การส่องกล้องเพื่อดูและตัดติ่งเนื้อ หรือ 3. การทำ CT Scan พิเศษส่วนลำไส้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้การปรับพฤติกรรมการกินมีความสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคในกลุ่มคนทั่วไป แต่ยังไม่สามารถลดความเสี่ยงเป็นสูญได้ จึงควรตรวจคัดกรองล่วงหน้าก่อนมีอาการด้วย” รศ.นพ.ม.ล.ทยา กล่าวในที่สุด

Thaihealth Watch พบแนวโน้มคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มขึ้น 2.4เท่า

     ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม

Thaihealth Watch พบแนวโน้มคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มขึ้น 2.4เท่า
Thaihealth Watch พบแนวโน้มคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มขึ้น 2.4เท่า

อัญเชิญ “องค์ครุฑ ตราแผ่นดิน” ขึ้นสู่หน้าบันศาลจังหวัดอุตรดิตถ์หลังใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อัญเชิญ “องค์ครุฑ ตราแผ่นดิน” ขึ้นสู่หน้าบันศาลจังหวัดอุตรดิตถ์หลังใหม่

อัญเชิญ "องค์ครุฑ ตราแผ่นดิน" ขึ้นสู่หน้าบันศาลจังหวัดอุตรดิตถ์หลังใหม่

2 กันยายน 2563 – 15:00 น.

“เริงศักดิ์” อธิบดีผู้พิพากษา ภาค 6 อัญเชิญ “องค์ครุฑ ตราแผ่นดิน” ขึ้นสู่หน้าบันศาลจังหวัดอุตรดิตถ์หลังใหม่ ขนาด 14 บัลลังก์ งบกว่า 300 ล้าน แทนอาคารเดิมที่คับแคบรับคดีเพิ่มมากขึ้นทุกปีสูงถึงกว่า 7 พันคดี เริ่มเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ 24 กันยายนนี้

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 63 ที่บริเวณศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ (หลังใหม่) เลขที่ 7 หมู่ 9 ถนนสายเอเชีย พิษณุโลก-เด่นชัย ต.น้ำริด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายเริงศักดิ์  วิริยะชัยวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษา ภาค 6 เป็นประธานในพิธีบวงสรวงและอัญเชิญองค์ครุฑขึ้นประดิษฐานหน้าบันอาคารศาลจังหวัดอุตรดิตถ์หลังใหม่ มี น.ส.งามจิตร อ้นยาง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ ในพิธีบวงสรวงและอัญเชิญองค์ครุฑขึ้นประดิษฐานหน้าบันอาคารดังกล่าวว่า ตามคติไทยโบราณเชื่อกันว่า ครุฑเป็นพญาแห่งนกทั้งมวล เป็นเทพพาหนะของพระนารายณ์ ได้รับพรให้เป็นอมตะ มีพละกำลังมหาศาลและแข็งแรง ไม่มีศาสตราวุธใดทำลายลงได้ มีสติปัญญาเฉียบแหลม เฉลียวฉลาด อ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคารวะ จึงได้นำครุฑมาเป็นสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงปัจจุบัน และถือเป็นตราประจำแผ่นดินหรือตราพระราชลัญจกร ซึ่งหมายถึงพระราชบัลลังก์

“ตราครุฑ” ยังใช้เป็นตราประจำสถานที่ราชการและใช้ตราบนหัวหนังสือหรือเอกสารต่างๆของทางราชการ ดังนั้น เพื่อให้อาคารศาลมีภาพลักษณ์ สมกับเป็นสถานที่อันทรงเกียรติ ที่ได้ปฏิบัติราชการในพระปรมาภิไทพระมหากษัตริย์ ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ จึงได้จัดพิธีบวงสรวงและอัญเชิญองค์ครุฑขึ้นประดิษฐาน ณ หน้าบันอาคารศาลจังหวัดอุตรดิตถ์หลังใหม่ เพื่อความสง่างามและเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติราชการ ตลอดจนผู้มาติดต่อราชการในศาลแห่งนี้ และผดุงไว้ ซึ่งความยุติธรรมสืบไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พิธีบวงสรวงและอัญเชิญองค์ครุฑ มีพระสงฆ์ 10 รูป ร่วมเจริญพุทธมนต์อ่านโอ่งการบวงสรวงบูชาพญาครุฑกำลังแผ่นดินและเทพเทวดา โดย ผู้ช่วยศาสราจารย์ หัสดิน เชาวนปรีชา ในฐานะพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีบวงสรวงสักการะ เริ่มจากบทสวดพระรัตนตรัย บอกกล่าวแทวดา บอกกล่าวครุฑ พร้อมถวายเครื่องบวงสรวง ประกอบด้วย ผลไม้ 7 อย่าง ขนมหวาน น้ำนม น้ำแดงและน้ำบริสุทธิ์

ทั้งนี้ ระหว่างยกองค์ครุฑขึ้นสู่หน้าบันศาลจังหวัดอุตรดิตถ์หลังใหม่ พระสงฆ์ 10 รูป เริ่มสวดเจริญพุทธมนต์ บทสวดชัยมงคลคาถา เพื่อเสริมพลังอำนาจบารมีแก่องค์ครุฑและเพื่อความเป็นสิริมงคลในพิธีครั้งนี้

โดยมี นายพีระศักดิ์ พอจิต สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยคณะผู้พิพากษาศาลจังหวัด, ผู้พิพากษาศาลประจำศาลเยาวชนและครอบครัว, ผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและครอบครัว ในพื้นที่ ภาค6, อัยการจังหวัดอุตรดิตถ์ ข้าราชการทหารสังกัดมณฑลทหารบกที่35 ข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์, ทนายความจังหวัดอุตรดิตถ์ หัวหน้าส่วนราชการและภาคเอกชน เข้าร่วมพิธีอันเป็นมงคลครั้งนี้จำนวนมาก โดยศาลจังหวัดอุตรดิตถ์หลังใหม่นี้ จะเริ่มเปิดใช้ทำการอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 กันยายน 2563

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ มีพื้นที่ใช้สอยรวม 13,612 ตารางเมตร มีบัลลังก์ไว้อำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน จำนวน 5 บัลลังก์  บัลลังก์ที่ 1-4 ตั้งอยู่ชั้นที่ 2 ของอาคารที่ทำการศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ส่วนบัลลังก์ที่ 5 ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของอาคารศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อดูปริมาณคดีที่ฟ้องต่อศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2556-2559 มีจำนวน 4,725 คดี, 6,058 คดี 6,333 คดี และ 7,777 คดี ตามลำดับ

ปัจจัยทางด้านความคับแคบของอาคารที่ทำการจึงไม่เอื้ออำนวยต่อการทำหน้าที่ของศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปีงบประมาณ 2559 สำนักงานศาลได้รับการจัดสรรงบประมาณ สำหรับก่อสร้างอาคาร ที่ทำการศาลจังหวัดอุตรดิตถ์หลังให่ เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 347,400,000 บาท โดยเป็นอาคารที่ทำการศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ขนาด 14 บัลลังก์ พร้อมบ้านพักผู้พิพากษาหัวหน้าศาล 1 หลัง ผู้พิพากษา 7 หลัง ผู้อำนวยการ 1 หลัง อาคารชุดสำหรับเจ้าหน้าที่ธุรการศาล 2 อาคาร แต่ละอาคารมีห้องพักจำนวน 12 ห้อง ซึ่งจะต้องทำการก่อสร้างบนที่ดินสาธารณประโยชน์ม่อนสวนคา หมู่ 9 ต.น้ำริด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์  เนื้อที่ประ มาณ 28 ไร่ ซึ่งห่างจากที่ตั้งที่ทำการศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ หลังปัจจุบันไปทางทิศเหนือประมาณ 12 กิโลเมตร

สมภพ  สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์

ลิ้มรสขนมไหว้พระจันทร์ “Moon Lantern Set” พร้อมดื่มด่ำชา “ซิลเวอร์ มูน ที” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ลิ้มรสขนมไหว้พระจันทร์ “Moon Lantern Set” พร้อมดื่มด่ำชา “ซิลเวอร์ มูน ที” 

ลิ้มรสขนมไหว้พระจันทร์ "Moon Lantern Set" พร้อมดื่มด่ำชา "ซิลเวอร์ มูน ที" 2 กันยายน 2563 – 08:17 น.

ลิ้มรสขนมไหว้พระจันทร์ “Moon Lantern Set” พร้อมดื่มด่ำชา “ซิลเวอร์ มูน ที”  ชาสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีให้เลือกทั้งแบบร้อนและแบบเย็น เติมความสดชื่น และความกลมกล่อมให้กับเซ็ตขนมหวานมากยิ่งขึ้น

ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ กับชุดเมนู “Moon Lantern Set” เซ็ตขนมไหว้พระจันทร์ที่มีรสชาติเย้ายวนใจ รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ 5 ชนิด โดยมีชาเป็นส่วนผสมตามแบบเฉพาะของร้าน ทีดับเบิลยูจี ที พร้อมเพิ่มความประทับใจยิ่งขึ้นด้วยชารสเลิศ “ซิลเวอร์ มูน ที” (Silver Moon Tea) ชาสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีให้เลือกทั้งแบบร้อนและแบบเย็น เติมความสดชื่น และความกลมกล่อมให้กับเซ็ตขนมหวานมากยิ่งขึ้น

เซ็ตขนมไหว้พระจันทร์อันแสนน่าลิ้มลองนี้ประกอบไปด้วยขนม 5 ชนิด ขนมไหว้พระจันทร์มูนไลต์ (Moonlight Mooncake) แป้งอบผิวสีทองอร่ามไส้คัสตาร์ดรสชาติหวานนุ่มลิ้นผสมกับชา โปโล คลับ ที (Polo Club Tea) ชาเขียวที่มีกลิ่นหอมของคาราเมล เพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมอร่อยยิ่งขึ้นด้วยไข่แดงเค็มและถั่วอัลมอนด์  ขนมไหว้พระจันทร์ฮาร์เวสต์ (Harvest Mooncake) แป้งบัวหิมะไส้เม็ดบัวและถั่วอัลมอนด์ ที่มีส่วนผสมของชาเขียวมัทฉะ สอดไส้ด้วยเพสถั่วแดง เพิ่มความหรูหรากับการตกแต่งด้วยแผ่นทองคำบริสุทธิ์       

ลิ้มรสขนมไหว้พระจันทร์ "Moon Lantern Set" พร้อมดื่มด่ำชา "ซิลเวอร์ มูน ที" 

เลมอน เคิร์ด ซาเบล่ (Lemon Curd Sable) คุ้กกี้วานิลลาสไตล์ฝรั่งเศสและใส้ครีมมะนาวที่มีส่วนผสมของชา เลมอน บุช ที (Lemon Bush Tea) ชาแดงที่นำเข้าจากแอฟริกาใต้ เจือรสด้วยผลไม้ตระกูลรสเปรี้ยว ขนมตัวนี้มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานพร้อมสร้างความสดชื่นให้กับคนทานได้เป็นอย่างดี       

ซากุระ มูส ซาเบล่ (Sakura Mousse Sable) คุ้กกี้วานิลลาสไตล์ฝรั่งเศสและใส้มูสซากุระที่มีส่วนผสมของชา ซากุระ! ซากุระ! ที (Sakura! Sakura! Tea) ชาเขียวสูตรพิเศษหอมกรุ่นกลิ่นดอกเชอร์รี่บลอสซั่มสอดใส้ด้วยแยมราสเบอร์รี่และปิดท้ายความหวานเติมความสดชื่นด้วย ราสเบอร์รี่ ฟรุต ทาร์ท (Raspberry Fruit Tart) ทาร์ตผลไม้ราสเบอร์รี่ที่มีส่วนผสมของครีมอัลมอนด์ที่ผสมกับชา อัลมอนด์ ที (ชาดำและอัลมอนด์)        

ลิ้มรสขนมไหว้พระจันทร์ "Moon Lantern Set" พร้อมดื่มด่ำชา "ซิลเวอร์ มูน ที"  ‘

เพิ่มความลงตัวให้กับขนมหวาน ด้วยชา ซิลเวอร์ มูน ที (Silver Moon Tea) ชาเขียวคุณภาพเยี่ยมที่มีส่วนผสมของสตอเบอร์รี่จากแถบสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา และความกลมกล่อมด้วยวานิลลาเบอร์เบิ้นฝักใหญ่จากเกาะมาดากัสการ์ เลือกได้ทั้งแบบร้อนหรือเย็น หนึ่งในชาซิกเนเจอรร์ของ ทีดับเบิลยูจี ที ที่ห้ามพลาด       

ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ พร้อมเติมความหวานและความสดชื่นไปกับขนมสูตรพิเศษ 5 ชนิดกับชาซิกเนเจอร์เบลนด์ในเซ็ตขนม “มูน แลนเทิร์น เซ็ต” (Moon Lantern Set) ในราคาพิเศษเพียง 490++ บาท ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 4 ตุลาคม 2563 ที่ ทีดับเบิลยูจี ที ซาลอน แอนด์ บูติค สาขาสยามพารากอน และ ดิ เอ็มโพเรียม สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2259-9510.

กฟภ.เร่งตรวจสอบและปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้า ช่วยชาวสุโขทัยหลังน้ำลด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กฟภ.เร่งตรวจสอบและปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้า ช่วยชาวสุโขทัยหลังน้ำลด

กฟภ.เร่งตรวจสอบและปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้า ช่วยชาวสุโขทัยหลังน้ำลด

1 กันยายน 2563 – 20:44 น.

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดกิจกรรมฟื้นฟูระบบไฟฟ้าในครัวเรือน ตรวจสอบและปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าหลังน้ำลด พร้อมมอบถุงยังชีพ จำนวน 700 ชุด ให้กับประชาชนผู้ใช้ไฟในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย

นายประเสริฐ ใจเจริญทรัพย์ ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 (ภาคเหนือ) จังหวัดพิษณุโลก นำคณะผู้บริหาร และพนักงาน จัดกิจกรรมฟื้นฟูระบบไฟฟ้าในครัวเรือน ตรวจสอบและปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าหลังน้ำลด พร้อมมอบถุงยังชีพ จำนวน 700 ชุด ให้กับประชาชนผู้ใช้ไฟในพื้นที่อำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอศรีสำโรง อำเภอสวรรคโลก ณ วัดคงคามาลัย ตำบลปากพระ อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) จัดกิจกรรมฟื้นฟูระบบไฟฟ้าภายในครัวเรือน ภายหลังจากน้ำลด โดยดำเนินการปรับปรุง เปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านเรือนประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมระดมทีมเข้าฟื้นฟู แก้ไขซ่อมแซมระบบไฟฟ้า อาทิ เต้ารับ สวิตซ์ไฟฟ้า สายไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า และเปลี่ยนไม้แป้นรองมิเตอร์ไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในการใช้ไฟฟ้าหลังน้ำลด

นายประเสริฐ ใจเจริญทรัพย์ ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 (ภาคเหนือ) จังหวัดพิษณุโลก  ยังกล่าวถึงความห่วงใยประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมให้คำแนะนำ ประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด  ควรสวมถุงมือและรองเท้ายาง เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว ตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วม ว่าเปียกชื้นหรือไม่ เช่น พัดลม เตารีด โดยให้ช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ ความชำนาญ ตรวจสอบความปลอดภัยก่อนใช้งาน ในส่วนของผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้าไปดูแลจำนวน 50 กว่าครัวเรือนที่ประสบภัย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้จ่ายไฟให้ใช้ตามปกติแล้ว และในตอนนี้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตามบ้านผู้ประสบภัยเพื่อซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชำรุดเสียหายจากภัยน้ำท่วม และดูในเรื่องของความปลอดภัยและบรรเทาความเดือดร้องของประชาชนในเรื่องของการใช้ไฟด้วย หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถ สอบถามข้อมูล แจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้องหรือขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับไฟฟ้าได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สายด่วน PEA โทร 1129 PEA Call Center ตลอด 24 ชั่วโมง

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/442117/45352/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/442117/45353/news

ลิ้มรสของดีประจำเมือง ‘หัวหิน’ พร้อมจิบชายามบ่าย เคล้ากลิ่นอายตะวันตก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632019

วันที่ 02 ก.ย. 2563 เวลา 12:50 น.ลิ้มรสของดีประจำเมือง 'หัวหิน' พร้อมจิบชายามบ่าย เคล้ากลิ่นอายตะวันตกเดอะ มิวเซี่ยม พร้อมนำเสนอสุดสัปดาห์เคล้ากลิ่นอายตะวันตกแสนวิจิตร ชวนจิบชายามบ่าย ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน

อีกครั้งกับการนำเสนอธรรมเนียมจิบน้ำชาแบบดั้งเดิมสไตล์ตะวันตก ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน ร่วมสัมผัสช่วงเวลายามบ่ายแสนวิจิตรตลอดทุกสุดสัปดาห์ พร้อมเพลิดเพลินกับชุดน้ำชายามบ่ายชุดพิเศษ พลางจิบชายามบ่ายหอมกรุ่นเคล้ากลิ่นอายตะวันตก ในสถานที่เลื่องชื่อแสนคลาสสิกประจำเมือง ที่ “เดอะ มิวเซียม คอฟฟี่แอนด์ทีคอร์นเนอร์”

ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ที่ เดอะ มิวเซียม คอฟฟี่แอนด์ทีคอร์นเนอร์ พร้อมนำเสนอธรรมเนียมการจิบน้ำชายามบ่ายตามขนบตะวันตก ผ่านชุดน้ำชาชุดพิเศษ 2 สไตล์ที่สร้างสรรค์ให้ทุกท่านได้เพลิดเพลิน พร้อมสรรพด้วยรายการของว่างคาวหวานแสนวิจิตรนานาชนิด เสิร์ฟคู่ชาหอมกรุ่นคุณภาพเยี่ยมจาก TWG (ทีดับบลิวจี) หลากหลายรสชาติ เพิ่มอรรถรสการจิบชายามบ่ายได้อย่างลงตัว พลางชมวิวสวนสวยสไตล์อังกฤษของโรงแรมที่เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กอันสวยงามของเมือง ในบรรยากาศสบายๆ ยามบ่ายของทุกสุดสัปดาห์

ชุดน้ำชายามบ่าย ชุดหัวหิน (Hua Hin) ราคา 450++ บาท ชาคุณภาพเยี่ยมเสิร์ฟพร้อมของอร่อยรสชาติดั้งเดิมของเมืองหัวหินหลายรายการ ทั้งของว่างและของหวานเจ้าดังที่เป็นที่คุ้นหูประจำเมือง ข้าวเหนียวมะม่วงรสชาติหวานมัน ม้าฮ่อ อาหารว่างไทยโบราณคลายร้อน ลูกชุบคำจิ๋ว ต้นตำรับชื่อดัง สาคูมะพร้าวอ่อน ในถ้วยพอดีคำชวนทาน ทองม้วนบางกรอบจากตลาดฉัตรไชย รวมถึงรายการที่ขาดไม่ได้ สโคนรสใบเตย เสิร์ฟเคียงครีมและแยมรสมะพร้าวที่ปรุงเป็นพิเศษเฉพาะที่ “เดอะ มิวเซี่ยม” โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน เท่านั้น

ชุดน้ำชายามบ่าย ชุดโคโลเนียล (Colonial) ราคา 550++ บาท นำเสนอรสชาติตะวันตกคลาสสิกตามสไตล์ “โคโลเนียล” อันเป็นที่มาแห่งเรื่องราวประจำโรงแรม ด้วยรายการของว่างและของหวานแสนอมตะ จาก “เดอะ มิวเซี่ยม” ที่ทุกคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทั้ง มาการองสไตล์ฝรั่งเศส เค้กช็อกโกแลตแสนคลาสสิก ครีมโรลเค้กรสกาแฟเข้มข้น แซนด์วิชแซลมอนรมควัน รวมทั้งสโคนรสดั้งเดิมที่ขาดไม่ได้กับครีมและแยมผลไม้รสพิเศษเติมความหวานอมเปรี้ยวให้กับยามบ่ายของคุณอย่างแน่นอน

ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบของหวานรูปแบบไหน เดอะมิวเซี่ยม ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองหลากหลายเมนูขนมหวาน ขนมอบ เค้กและคุกกี้นานาชนิด เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่ม ชาและกาแฟ รวมถึงเมนูอาหารว่าง ตลอดทั้งวัน พร้อมการบริการที่เอาใจใส่ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของสวนไม้ดัดในบริเวณโรงแรม ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสวนที่สวยที่สุดในประเทศไทย

เดอะ มิวเซียม คอฟฟี่แอนด์ทีคอร์นเนอร์ ให้บริการจิบชายามบ่ายทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 10.00 – 18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 3251 2021 หรืออีเมลล์ chbr@chr.co.th

เดอะ สตรีท รัชดา พร้อมกลับมา 24 (ชั่วโมง)อีกครั้งหลังโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632020

วันที่ 02 ก.ย. 2563 เวลา 08:32 น.เดอะ สตรีท รัชดา พร้อมกลับมา 24 (ชั่วโมง)อีกครั้งหลังโควิดเอาใจสังคมคนนอนดึก เติมเต็มครบทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง เดอะ สตรีท รัชดา พร้อมกลับมาให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว

กระแสร้านค้าและร้านอาหาร รวมถึงบริการ 24 ชั่วโมง กำลังมาแรงในกลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่ที่ชอบใช้ชีวิตช่วงกลางคืน ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้มอลล์วิถีคนเมือง จึงกลับมาเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงอีกครั้ง หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อตอบโจทย์และเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ที่ไม่ยึดติดเรื่องเวลา โดยได้รวบรวมร้านค้า ร้านอาหารแบรนด์ดังต่างๆ ไว้เพื่อรองรับลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์นอนดึก ชอบใช้ชีวิตตอนกลางคืน หรือคนที่เลิกงานดึกก็สามารถมาใช้บริการ หรือรับประทานอาหารให้อิ่มท้องได้ตลอด

สำหรับร้านที่พร้อมเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงในศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ได้แก่ Starbucks, KFC, Oishi Ramen, Kakashi, Burger King, A Ramen, Foodland supermarket, ZZ all day restaurant, Jetts 24 hours Fitness, ห้องซ้อมดนตรี Horizon Music และไปรษณีย์ไทย

นอกจากนี้ ศูนย์การค้าฯ ยังเตรียมเพิ่มร้านค้า ร้านอาหาร และบริการให้มากยิ่งขึ้น โดยในเร็วๆ นี้จะมีร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลี K B.B.Q Korean Buffet เปิดให้บริการแบบ 24 ชั่วโมงเป็นสาขาแรกในไทย และในไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 ได้วางแผนเพิ่มบริการด้านโลจิสติสก์ให้กลายเป็นฮับแห่งใหม่ใจกลางเมือง ซึ่งขณะนี้ศูนย์การค้าฯ ได้มีบริการของไปรษณีย์ไทย, DHL, Kerry Express และ J&T Express โดยจะดึง SCG Express และ Flash Express มาให้บริการเพิ่มเติม เพื่อให้ลูกค้าได้มีทางเลือกมากยิ่งขึ้น รวมถึงเปิดร้านค้าแบรนด์ดังอย่าง Mr. DIY และเปิดศูนย์การเรียนรู้ NSM Science Square ขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เพื่อเติมเต็มความรู้ให้เยาวชนและบุคคลทั่วไปด้วย

ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632022

วันที่ 02 ก.ย. 2563 เวลา 07:07 น.

ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้

ไทยเทอเรส ท้าลองความอร่อยครบเครื่อง กับรสชาติไทยแท้ในข้าวคลุกห่อใบบัว คัดสรรเมนูสุดตรึงใจให้ทุกคนได้ชิม บอกเลย..งานนี้อร่อยจนต้องขอห่อกลับบ้าน

ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้
ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้

ชูอาหารไทยให้สูงค่า ไทยเทอเรส (THAI TERRACE) ร้านอาหารในเครือ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ชวนชิมอาหารโบราณกับเมนู “ข้าวคลุกห่อใบบัว” ที่มีให้เลือกอร่อยกันถึง 5 รสชาติ กับเมนูที่หากินได้ไม่ง่าย แถมพิถีพิถันทุกขั้นตอน อร่อย สะอาด บรรจงคัดสรรใบบัวธรรมชาติที่ไร้สารเคมีจึงมั่นใจได้ในความปลอดภัย พร้อมให้ทุกคนได้ลิ้มรสเคล้าความอร่อยอย่างไทยแท้ ในราคาเพียง 199 บาท

ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้
ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้

สำหรับ 5 เมนูสุดอร่อยในข้าวคลุกห่อใบบัว ประกอบด้วย เมนูข้าวผัดธัญพืช-แปะก๊วยห่อใบบัว ข้าวผัดสูตรพิเศษที่อุดมด้วยโภชนาการ เต็มอิ่มด้วยธัญพืชหลากหลายและแปะก๊วย สรรพคุณดีต่อร่างกาย เพิ่มโปรตีนด้วยหมูทอดน้ำปลา เสิร์ฟในห่อใบบัวแบบวิถีรักษ์สิ่งแวดล้อม หนึ่งทางเลือกอร่อยของคนใส่ใจมื้ออาหาร

ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้
ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้

เมนูข้าวผัดแกงเขียวหวานไก่-กุนเชียง-ไข่ต้มห่อใบบัว อีกหนึ่งเมนูที่ต้องลิ้มลอง ข้าวผัดแกงเขียวหวานไก่ หอมกลิ่นเครื่องแกงและสมุนไพร อัดแน่นด้วยโปรตีนจากเครื่องเคียงทั้งกุนเชียงทอดและไข่ต้ม รสชาติเข้มข้นอร่อยเต็มคำ เสิร์ฟในห่อใบบัว สะท้อนภูมิปัญญาพื้นบ้าน เพิ่มสเน่ห์อาหารไทยให้น่าลิ้มลองยิ่งขึ้น

ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้

ต่อด้วย เมนูข้าวอบกุนเชียง-หมูทอดน้ำปลาห่อใบบัว ข้าวอบกุนเชียงปรุงรสกลมกล่อม คัดสรรวัตถุดิบชั้นดี เพิ่มความอร่อยด้วยหมูทอดน้ำปลารสเข้ม จัดเสิร์ฟในห่อใบบัวอย่างประณีต เมนูอร่อยถูกใจคนรักกุนเชียงและสาวกหมูทอด

ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้

เมนูข้าวผัดน้ำพริกกะปิ-ปลาทูทอดห่อใบบัว น้ำพริกกะปิรสจัดจ้านผัดคลุกเคล้ากับข้าวหอมมะลิ รับประทานคู่กับปลาทูทอดเครื่องเคียงหลักของน้ำพริกกะปิ จัดเสิร์ฟในห่อใบบัวแบบไทยพื้นบ้าน หนึ่งจานไทยรสอร่อยแฝงเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้

ปิดท้ายที่ เมนูข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ-หมูทอดน้ำปลาห่อใบบัว ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือสูตรเฉพาะจาก “ไทยเทอเรส” ด้วยรสชาติจัดจ้าน เข้ากันอย่างลงตัวกับหมูทอดน้ำปลาแสนอร่อย เสิร์ฟในห่อใบบัวตามแบบไทยโบราณ หนึ่งเมนูครบเครื่องรสอาหารไทยที่ต้องลอง

ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้
ข้าวคลุกห่อใบบัว อร่อยครบเครื่อง รสชาติไทยแท้

ร่วมสัมผัสกับความอร่อยสุดคลาสสิค กับ “ข้าวคลุกห่อใบบัว” หลากคลายความอร่อย รสชาติไทยแท้ๆที่พร้อมให้ทุกคนได้ลิ้มลอง คลุกมาพร้อม แถมห่อใบบัวมาสวยงาม พร้อมเครื่องเคียงแน่นห่อ หอมอร่อยกันได้ ตั้งแต่วันวันนี้–15 กันยายน 2563 ที่ร้านไทยเทอเรสทุกสาขา *ยกเว้นฟู้ดลอฟท์ชิดลม (เซ็นทรัล ชิดลม)  และโพโรโระ อควาพาร์ค (เซ็นทรัล บางนา)

พักผ่อนชิลๆ ริมชายหาด @เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632003

วันที่ 01 ก.ย. 2563 เวลา 19:55 น.พักผ่อนชิลๆ ริมชายหาด @เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหินเซ็นทารา ปักหมุดโลเคชั่นใหม่สุดปัง! เดินทางสะดวกทั้งชะอำ-หัวหิน ตอบโจทย์การพักผ่อนและสัมมนา เพลิดเพลินกับสระน้ำ เครื่องเล่น พร้อมเดินเฉิดฉายบนชายหาดส่วนตัว

เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ “เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน” รีสอร์ทแห่งใหม่ล่าสุดและนับเป็นแห่งแรกในชะอำ ภายใต้การดูแลของ “เซ็นทารา” เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทยที่ได้รับความไว้วางใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

โดยเซ็นทาราได้พัฒนารูปแบบและปรับปรุงพื้นที่เดิมของโรงแรมบีช การ์เด้น ให้มีความทันสมัย อีกทั้งยังนำเอามาตรฐานในแบบเซ็นทาราเข้ามาให้บริการ สลัดลุคเดิมๆ ด้วยการนำเสนอโรงแรมรูปโฉมใหม่ที่ไฉไลกว่าเก่า ด้วยห้องพักที่อัพเกรดขึ้นแต่ราคายังคงเข้าถึงได้ พร้อม เนรมิตพื้นที่พักผ่อนส่วนกลางใหม่ให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยว นักเดินทาง กลุ่มครอบครัว พร้อมรองรับการจัดประชุมสัมมนา โดดเด่นด้วยโลเคชั่นติดชายหาดที่ดึงดูด ทั้งไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และอยู่ระหว่างหาดขึ้นชื่อทั้งชะอำและหัวหิน

เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน เป็นโรงแรมขนาด 190 ห้อง ที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกเฉพาะห้อง ทีวีจอแบนพร้อมสัญญาณดาวเทียมช่องต่างประเทศ ตู้เซฟ ตู้เย็น เครื่องชงชากาแฟ ไดรเป่าผม ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงฟรี มีห้องพักให้เลือกหลายขนาดพร้อมกับวิวที่เลือกได้ตามความชอบ โดยเริ่มตั้งแต่ห้องขนาด 26-56 ตารางเมตร ภายในห้องพักตกแต่งอิงกับบรรยากาศธรรมชาติ ได้กลิ่นอายชายทะเล ถ่ายทอดผ่านโทนสีฟ้า น้ำเงินเข้ม และสีแทน ให้ความรู้สึกสุดผ่อนคลาย ทว่า ยังคงความสะดวกสบายตามสไตล์เซ็นทาราไว้อย่างครบถ้วน

บรรยากาศภายในห้องพัก

Superior

Deluxe

Deluxe ocean

Deluxe pool access

Deluxe pool terrace

Centra suite

Centra ocean suite

เติมความสุขทุกวันพักผ่อน

จัดเต็มกับความสนุกสนานในพื้นที่ส่วนกลางสุดหฤหรรษ์ ทั้งสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่มาพร้อมสไลเดอร์สีเหลืองสดใสที่สามารถเล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เอาใจหนูๆ ด้วยสระเด็กกับเห็ดสีแดง สนุกกับเกมส์และกิจกรรมสุดมันส์ที่ ห้องนีโม่คิดส์ คลับ ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่ได้อาบแดดพักผ่อนสุดสบายบนเก้าอี้นอนริมสระ รีแลกซ์ด้วยการนวดผ่อนคลายที่ เซนส์ บาย สปา เซ็นวารี หรือเลือกเวิร์คเอ้าท์สร้างสุขภาพดีที่ฟิตเนสก็ยังได้

สำหรับใครที่มองหาสถานที่จัดงานประชุมสัมมนา จัดอีเว้นต์ งานแต่งงาน และงานเลี้ยงฉลองในโอกาสต่างๆ เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน ก็ตอบโจทย์ด้วยสถานที่จัดเลี้ยงที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ และยังมีห้องสัมมนาจัดเลี้ยง 3 ห้อง ที่สามารถรองรับลูกค้าได้มากถึง 300 คน

พักผ่อนสบาย กิจกรรมสนุกเยอะ ทางด้านอาหารที่นี่ก็ไม่น้อยหน้า เพราะมาด้วยกันถึง 2 ห้องอาหาร เริ่มที่ ห้องอาหารเพิร์ล นำเสนอมื้ออิ่มอร่อยอาหารเลิศรสทั้งไทยและนานาชาติแบบฟิวชั่น ตามด้วย ห้องอาหารแซนด์ ห้องอาหารและบาร์ติดหาดที่นำเสนอเครื่องดื่ม ซีฟู้ด และรสชาติอาหารไทยแบบดั้งเดิม รวมถึงไฮไลท์เมนูต่างๆ ที่นำเสนอเป็นพิเศษโดยเชฟ นอกจากนั้น แขกผู้เข้าพักยังสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืน พร้อมจิบเครื่องดื่มแก้วโปรดและอาหารว่างได้ที่ สตาร์บาร์ บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน “ชะอำ” หาดชื่อดังที่ใกล้กรุงเทพฯ เพียงเดินทางราว 2 ชั่วโมง ก็ยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวอยากไปสัมผัสความงดงามของท้องทะเลฝั่งอ่าวไทย และ นอกจากชายหาดขึ้นชื่อแล้ว ละแวกใกล้เคียงรวมทั้งภายในจังหวัดเพชรบุรี ยังมีสถานที่ที่น่าไปอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง), วัดถ้ำเขาย้อย, พระรามราชนิเวศน์, พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ, ตลาดกลางคืนหัวหิน  ซิเคด้า มาร์เก็ต, เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ้าท์เลท หรือจะใช้เวลาเดินทางอีกนิดเพื่อไปยัง “หัวหิน” ก็สะดวกสุดๆ

พักผ่อนครั้งต่อไปให้ เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน ดูแลคุณและครอบครัว แล้วจะรู้ว่าความสะดวก สบาย สนุกสนาน และเป็นส่วนตัว คือสิ่งที่รอคุณอยู่ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ได้ที่ www.centarahotelsresorts.com

สุดปัง! เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาท์เล็ต ฉลองครบรอบ 1 ปี จัดดีลดีๆ ให้เพียบ!! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/631961

วันที่ 01 ก.ย. 2563 เวลา 14:30 น.สุดปัง! เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาท์เล็ต ฉลองครบรอบ 1 ปี จัดดีลดีๆ ให้เพียบ!!ฉลองครบรอบ 1 ปี เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาท์เล็ต มอบดีลพิเศษลดสูงสุด 90% ห้ามพลาดกับ Weekly Surprise Sale ลด on-top เพิ่มอีกสูงสุด 40% ตั้งแต่วันนี้–30 ก.ย. 2563

ฉลองครบรอบ 1 ปี ‘CENTRAL VILLAGE 1ST ANNIVERSARY CELEBRATION’ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของไทย โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ด้วยดีลส่วนลดที่สุดแห่งปี ตอกย้ำตัวจริงแห่งวงการเอาท์เล็ตที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งแรกในไทย

ลดสูงสุดถึง 90% และ Weekly Surprise Sale รับส่วนลด on-top เพิ่มสูงสุด 40% พร้อมฟรี cash voucher สูงสุด 2,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม – 30 กันยายน 2563 พบกับ Exclusive Brands ถึง 67 แบรนด์ที่มีเฉพาะที่เซ็นทรัล วิลเลจ อาทิ ALICE+OLIVIA, CHLOÉ, COACH, ERMENEGILDO ZEGNA, ETRO, JIMMY CHOO, KATE SPADE, KENZO, MARIMEKKO, MAX & CO., McQ, MICHAEL KORS, MOSCHINO, OUTLET BY CLUB21, POLO RALPH LAUREN, SALVATORE FERRAGAMO, VALENTINO, VIVIENNE WESTWOOD, BATH & BODY WORKS, COCCINELLE, MELISSA, SUNGLASS HUT, VICTORIA’S SECRET และอีกมากมายที่เติมเต็มทุกมิติการช้อปปิ้งแบรนด์เนมในราคาลดทุกวันตลอดทั้งปี 

ดีลพิเศษฉลองครบรอบ 1 ปี CENTRAL VILLAGE 1ST ANNIVERSARY CELEBRATION

Weekly Surprise Sale ทุกสัปดาห์จากแบรนด์สินค้าที่ร่วมรายการ รับส่วนลด on-top เพิ่มสูงสุดถึง 40% จากส่วนลดปกติทุกวันตลอดทั้งปี 35-90%

รับฟรี cash voucher สูงสุด 2,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่ช้อปครบ 50,000 บาท รับสิทธิ์ลุ้น Cardholder จาก Salvatore Ferragamo มูลค่า 12,500 บาท จำนวน 4 รางวัล และรางวัลพิเศษ ห้องพักจากโรงแรม ANANTARA VACATION CLUB MAI KHAO PHUKET 3 วัน 2 คืน มูลค่า 41,416 บาท จำนวน 1รางวัล (1สิทธิ์ / หมายเลขสมาชิกThe1 / ตลอดแคมเปญ)

รับสิทธิ์ VIP Lounge One Day Pass สำหรับลูกค้าที่ช้อปแบรนด์ในโซน Royal Village ได้แก่ COACH, ERMENEGILDO ZEGNA, ETRO, HOUR PASSION, KATE SPADE, KENZO, LUXE GALERIE, MAX & CO., MICHAEL KORS, OUTLET BY CLUB21, POLO RALPH LAUREN, RUNWAY EIGHTY, SALVATORE FERRAGAMO, TUMI

เซ็นทรัล วิลเลจ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Bangkok Luxury Outlet เป็น Thailand’s First International Luxury Outlet ที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย เปิดให้บริการครั้งแรก เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2562 เพื่อมอบมาตรฐานและประสบการณ์การช้อปปิ้งเทียบชั้นเอาท์เล็ตระดับโลก ตั้งอยู่บนพื้นที่ 100 ไร่ พื้นที่โครงการ 40,000 ตร.ม. ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีแบรนด์ชั้นนำทั้งต่างประเทศและในประเทศกว่า 220 แบรนด์ใน 130 ร้านค้า ซึ่งส่วนใหญ่ถือเป็น First Time Outlet Shop ในประเทศไทย และอีกกว่า 67 แบรนด์ ได้เลือกเปิด Exclusive Outlet Store เฉพาะเซ็นทรัล วิลเลจ ครอบคลุมทุก category ทั้งแบรนด์เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา เข็มขัด เครื่องหนัง เครื่องประดับ รวมถึงแอคเซสซอรี่อื่นๆ อุปกรณ์ไอที เครื่องใช้ในครัว อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน เสื้อผ้าเด็ก ของเล่น ธนาคาร

อิ่มอร่อยกับร้านอาหารยอดนิยมและคาเฟ่ อาทิ Starbucks, Red Diamond, Sushi Hiro, Bonchon, A Pink Rabbit Cake Cafe, Fuji, แหลมเจริญ, Café Amazon, MK Restaurant, ชาตรามือ, Swensen’s, ลาวญวน, Häagen-Dazs, Krispy Kreme, Tops Market และ Food Village ครบครันในที่เดียวได้ของครบทั้งครอบครัว มาช้อปปิ้งในบรรยากาศเหมือนไปเที่ยวต่างประเทศ พร้อมทั้งเพลิดเพลินไปกับความร่มรื่นสวยงามของธรรมชาติและสถาปัตยกรรมแบบไทยโมเดิร์น (Thai Modern) เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งลักชูรี่เอาท์เล็ตที่คุ้มค่าให้กับทุกคนอย่างแท้จริง

เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ต เปิดให้บริการทุกวันจันทร์–วันอาทิตย์ เวลา 10.00-22.00 น. Starbucks เปิดให้บริการ 09.00-22.00 น. Tops Market เปิดให้บริการ 08.00-22.00น. และสามารถติดตามรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์: http://www.centralvillagebangkok.com, LINE: @CentralLife, Facebook: Central Village, Instagram: centralvillagebangkok