“ยายต้อย”ผู้พิการติดเตียงเลี้ยงหลาน 2คน รายได้ไม่พอรายจ่าย ต้องส่งหลานเรียน วอนเมตตา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ยายต้อย”ผู้พิการติดเตียงเลี้ยงหลาน 2คน รายได้ไม่พอรายจ่าย ต้องส่งหลานเรียน วอนเมตตา

"ยายต้อย"ผู้พิการติดเตียงเลี้ยงหลาน 2คน รายได้ไม่พอรายจ่าย ต้องส่งหลานเรียน วอนเมตตา23 มิถุนายน 2563 – 13:27 น.

“ยายต้อย”ผู้พิการติดเตียงเลี้ยงหลาน 2คน รายได้ไม่พอรายจ่าย ต้องส่งหลานเรียน เนื่องจากประสบอุบัติเหตุตกต้นไม้จนต้องพิการ ทำให้ครอบครัวอยู่อย่างลำบาก อาศัยเงินจากผู้พิการ ส่งหลานหลานหนังสือ

สภาพบ้านพักเลขที่ 99 หมู่ที่ 22 บ้านคุ้มกลาง ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ที่มีสองพี่น้อง คือ เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี และเด็กหญิงบี (นามสมมุติ) อายุ 9 ปี พร้อมทั้งนางจำปี บุญมาธรรม อายุ 54 ปี หรือยายต้อย ซึ่งเป็นยายแท้ๆ ของเด็กทั้งสองคน โดยยายต้อยพิการเป็นผู้ป่วยติดเตียง

โดยยายต้อย ได้เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ตนประกอบอาชีพปลูกผักสวนครัวขาย แต่โชคร้ายเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ประสบอุบัติเหตุพลัดตกจากต้นมะกล่ำต้น หรือ ผักอีหล่ำ ขณะกำลังเก็บผักให้หลานทั้งสองขายเพื่อนำเงินไปโรงเรียน  ทำให้ต้องกลายเป็นผู้พิการ  โดยก่อนที่จะพิการตนได้ทำมาหากินเลี้ยงดูหลานสาว 2 คน และมีเงินจากลูกสาวที่ทำงานในโรงงานที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นแม่ของเด็กหญิงทั้ง 2 คน ส่งมาช่วยเหลือประมาณเดือนละ 1,000 บาท แต่หลังจากที่ต้องประสบอุบัติเหตุทำมาหากินไม่ได้ จึงได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะหลานก็ยังเล็กและต้องเรียนหนังสือ จึงมีเพียงเงินคนพิการเดือนละ 800 บาท และเงินจากลูกสาวที่ทำงานอยู่สมุทรปราการส่งมาให้ประมาณเดือนละ 1,000 บาท

ผู้ใจบุญบริจาคช่วยเหลือได้ที่ เลขที่บัญชี 410-0-05774-1 ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี นางจำปี บุญมาธรรม

"ยายต้อย"ผู้พิการติดเตียงเลี้ยงหลาน 2คน รายได้ไม่พอรายจ่าย ต้องส่งหลานเรียน วอนเมตตา
"ยายต้อย"ผู้พิการติดเตียงเลี้ยงหลาน 2คน รายได้ไม่พอรายจ่าย ต้องส่งหลานเรียน วอนเมตตา

ในการส่งเสียเลี้ยงดูหลาน แต่ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ลูกสาวก็มาเจอปัญหาโควิด 19 ทำให้ไม่ได้ทำงานจึงขาดรายได้ ไม่มีเงินส่งมาให้ลูก ๆ  ซึ่งการใช้ชีวิตตอนนี้ ก็มีพี่สาวคือนางปรานี ดวงอ่อนนาม หรือยายตุ่น อายุ 63 ปี ที่คอยดูแลส่งข้าวส่งน้ำ และหลานสาวทั้ง 2 คน ช่วยดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำ ในช่วงที่ปิดเทอม  โดยปัจจุบันเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/6 และ เด็กหญิงบี (นามสมมุติ) อายุ 9 ปี เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/6 โดยเด็กทั้งสองเรียนอยู่ที่โรงเรียนศรีโกสุมวิทยามิตรภาพที่ 209 

"ยายต้อย"ผู้พิการติดเตียงเลี้ยงหลาน 2คน รายได้ไม่พอรายจ่าย ต้องส่งหลานเรียน วอนเมตตา

พิเชษฐ์ ยากรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.มหาสารคาม

วังน้ำเขียวฝนตกหนักน้ำฝนทะลักเข้าพื้นที่เกษตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำสันกำแพงมีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

วังน้ำเขียวฝนตกหนักน้ำฝนทะลักเข้าพื้นที่เกษตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำสันกำแพงมีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น

วังน้ำเขียวฝนตกหนักน้ำฝนทะลักเข้าพื้นที่เกษตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำสันกำแพงมีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น23 มิถุนายน 2563 – 13:17 น.

วังน้ำเขียวฝนตกหนักน้ำฝนไหลทะลักเข้าพื้นที่เกษตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำสันกำแพงมีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น

วันนี้ 23 มิ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก  นายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว ว่า เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2563 ที่ผ่านมา ที่บ้านวังไผ่ทอง ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว ถนนทางหลวงชนบท (3052) หลังจากมีฝนตกหนักหลายชั่วโมง  ซึ่งเกิดจากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยตอนบน ทำให้เกิดฝนตกลงมาในหลายพื้นที่ของ จ.นครราชสีมา 

รวมทั้งในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนจำนวนมากไหลเชี่ยวกราดลงสู่ลำธาร ก่อนไหลทะลักลงลำห้วยและบึงน้ำในชุมชนรอบ ๆ เขาใหญ่ไปยังพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้าน ในขณะที่บริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง ต.วังหมี ฝนที่ตกหนักในพื้น ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงมาเติมในอ่างเก็บน้ำเพิ่มปริมาณมากขึ้น  ซึ้งก่อนหน้านี้ฝนทิ้งช่วงจนมีสันดอนดินโผล่หลายเเห่ง 

ซึ่งฝนที่ตกลงมานั้นเป็นผลดีให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  โดยอ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพงแห่งนี้ เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของชาว อ.วังน้ำเขียว และยังเป็นแหล่งน้ำต้นสายของอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย ซึ่งถือว่าเป็นอ่างเก็บน้ำสำคัญ 1 ใน 5 ของ จ.นครราชสีมาด้วย

ขอบคุณ  ภาพ/ข้อมูล  นาย พงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว 

ไพฑูรย์ คาบพิมาย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครราชสีมา

รวมพลเกจิสายวิปัสสนา ภาวนา เมตตา มหานิยม นั่งปรก”พระขุนแผนพรายรุ่งเรืองเมืองยศ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รวมพลเกจิสายวิปัสสนา ภาวนา เมตตา มหานิยม นั่งปรก”พระขุนแผนพรายรุ่งเรืองเมืองยศ”

รวมพลเกจิสายวิปัสสนา ภาวนา เมตตา มหานิยม นั่งปรก"พระขุนแผนพรายรุ่งเรืองเมืองยศ"23 มิถุนายน 2563 – 11:28 น.

รวมพลเกจิสายวิปัสสนา ภาวนา เมตตา มหานิยม นั่งปรก”พระขุนแผนพรายรุ่งเรืองเมืองยศ” ส่งต่อให้ลูกศิษย์นำไปบูชา ค้าขายร่ำรวยหลังโควิด19

รวมพลเกจิสายวิปัสสนา ภาวนา เมตตา มหานิยม นั่งปรก“พระขุนแผนพรายรุ่งเรืองเมืองยศ” ส่งต่อให้ลูกศิษย์นำไปบูชา ค้าขายร่ำรวยหลังโควิด19 ใครพบใครเห็นเป็นรักใคร่ เมตตา หวังนำรายได้สร้างกุฎิสงฆ์ วัดลุมพุก

วันที่ 23 มิถุนายน 2563 ที่ วัดประชาอุทิศ ( บ้านลุมพุก ) ตำบลลุมพุก อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร พระครูบุญวัตร โสภณ เจ้าอาวาสวัดประชาอุทิศ เจ้าคณะตำบลลุมพุก ( ธ.ลุมพุก ) อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ร่วมกับ พันตำรวจโท จัตุรัส บุญยัง สารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.หัวตะพาน, คุณภูวเดช วโรทัยทศวร นางนิตยา เสงี่ยมศักดิ์ อดีต รองประธานสภาเทศบาลคำเขื่อนแก้ว นายชัยวัตน์ เสงี่ยมศักดิ์ กต.ตร.สภ.คำเขื่อนแก้ว ญาติโยม ลูกศิษย์ ที่ต้องการจะหารายได้มาสร้างกุฎิสงฆ์ให้กับทางวัด จึงได้ดำเนินการจัดทำพระผง จากว่าน 108 ชนิด เปิดตำนานขุนแผนแดนยโส เมืองยศสุนทร อันหมายถึงความเจริญ รุ่งเรือง แห่งการงาน ตำแหน่งหน้าที่ การเงินบ่ขาดเขิน สร้างตามตำราโบราณ ตามแบบบุรพาจารย์ มวลสารอาถรรพณ์ จากว่านมหาเสน่ห์108 และผงพุทธคุณ ที่ครูบาอาจารย์ได้สิทธิ์เสกอธิฐานจัดมอบให้ รวมไปถึงน้ำมันว่านเสน่ห์ต่างๆ แร่ธาตุเพชรพลอยนิลเสก ผสมผงมวลสารตามฤกษ์วันเวลาที่เป็นมงคล มหาเสน่ห์ มหาระลวย คนรักใคร่นิยมชมชอบ กินบ่บก จกบ่เกลี้ยง มารวมกันอยู่ใน “พระขุนแผนพรายรุ่งเรืองเมืองยศ”   

โดยมี พระอาจารย์อดิศักดิ์ จารุวัณโณ จากวัดหนองมงคล อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นเจ้าพิธี นำคณะสงฆ์เกจิอาจารย์ นั่งปรกอธิฐานจิต ภายในพระอุโบสถของวัดประชาอุทิศ ในวันสำคัญยิ่ง ที่จะนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ ลาภ ยศ สรรเสริญ บารมี มีคนรักใคร่เมตตา ซึ่งก่อนหน้าที่จะนำ “พระขุนแผนพรายรุ่งเรืองเมืองยศ” มาเข้าพิธีนั่งปรกในครั้งนี้ ได้อัญเชิญตระเวนไปให้เกจิอาจารย์ในหลายพื้นที่ หลายองค์ได้อธิฐานจิตต่อ “พระขุนแผนพรายรุ่งเรืองเมืองยศ” มาก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น หลวงปู่ท่านเขียน ปุญกาโม, หลวงปู่แสง ญาณาโร, หลวงปู่ หนูเพชร ปัญญาวุโร, หลวงปู่อัศวิน วรรญาโณ, พระมหาประดับ ประริญญาโน ( หลวงตาเณรคำ ), หลวงปู่ขาว พุทธรักชิโต ครูบาอาจารย์ท่านได้ร่วมอธิฐานจิตให้มาแล้ว ต่างก็มั่นใจว่า “พระขุนแผนพรายรุ่งเรืองเมืองยศ” จะเป็นที่เคารพ นับถือ มีไว้ในครอบครองของตน และรายได้จะนำไปร่วมสร้างกุฎิสงฆ์ให้กับทางวัดประชาอุทิศ ที่บ้านลุมพุก คำเขื่อนแก้ว สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร 098-242-2561 หรือ 090-181-1730

นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ศรีสะเกษ

“ข้าวพระร่วง-ดงไทย” คว้าที่ 1 แปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัดสุโขทัย ปี 63 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ข้าวพระร่วง-ดงไทย” คว้าที่ 1 แปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัดสุโขทัย ปี 63

"ข้าวพระร่วง-ดงไทย" คว้าที่ 1 แปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัดสุโขทัย ปี 6323 มิถุนายน 2563 – 11:27 น.

“ข้าวพระร่วง-ดงไทย” คว้าที่ 1 แปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัดสุโขทัย ปี 63 เตรียมส่งผลงานเข้ารับการคัดเลือกในระดับเขตภาคเหนือต่อไป

23 มิ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จังหวัดสุโขทัย ดำเนินการคัดเลือกแปลงใหญ่ดีเด่น ระดับจังหวัด ประจำปี 2563 โดยในปีนี้มีแปลงใหญ่ส่งผลงานเข้ารับการคัดเลือก จำนวน 3 แปลง ได้แก่ 1) แปลงใหญ่ข้าว ต.บ้านน้ำพุ อ.คีรีมาศ 2) แปลงใหญ่เมล็ดพันธุ์ข้าวพระร่วง-ดงไทย ต.นาทุ่ง อ.สวรรคโลก และ 3) แปลงใหญ่ เมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านแปลงกุ ต.ไกรใน อ.กงไกรลาศ

ผลการคัดเลือกปรากฏว่า แปลงใหญ่เมล็ดพันธุ์ข้าวพระร่วง-ดงไทย ต.นาทุ่ง อ.สวรรคโลก ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ของจังหวัด ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้แปลงใหญ่เมล็ดพันธุ์ข้าวพระร่วง-ดงไทย ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 คือ กลุ่มมีการบริหารจัดการที่ดี สามารถวัดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในเรื่องการลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน โดยเตรียมส่งผลงานเข้ารับการคัดเลือกในระดับเขตภาคเหนือต่อไป

ภูเบศวร์  ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุโขทัย

สาวโรงงาน ใช้พื้นที่ข้างบ้านปลูกอินทผาลัม จากรายได้เสริมมาเป็นรายได้หลัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สาวโรงงาน ใช้พื้นที่ข้างบ้านปลูกอินทผาลัม จากรายได้เสริมมาเป็นรายได้หลัก

สาวโรงงาน ใช้พื้นที่ข้างบ้านปลูกอินทผาลัม จากรายได้เสริมมาเป็นรายได้หลัก 23 มิถุนายน 2563 – 10:00 น.

สาวโรงงาน ใช้พื้นที่ข้างบ้านปลูกอินทผาลัม จากรายได้เสริมมาเป็นรายได้หลัก โดยใช้พื้นที่ว่างเปล่าข้างบ้านจำนวน 3ไร่ปลูกอินทผาลัม กว่า 100 ต้น

วันที่ 22 มิ.ย. 2563  ผู้สื่อข่าวรายงาน เรื่องราวดีดีของสาวโรงงาน ที่ได้ปลูกอินทผาลัม สายพันธุ์บาฮี ที่นิยมกินผลสด พืชเศรษฐกิจ เสริมรายได้ให้ครอบครัว โดยใช้พื้นที่ว่างเปล่าข้างบ้านจำนวน 3ไร่ปลูกอินทผาลัม กว่า 100 ต้น ที่บริเวณ อินทผาลัมบ้านสวนสุขใจ  หมู่ที่ 3 ตำบลจำปาหล่อ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง แบบชีวภาพ เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี อิทผาลัมให้ดอกออกผล เก็บผลผลิตขายในราคากิโลกรัมละ  800 – 1000 บาท สร้างรายได้อย่างงาม  4 – 5 แสนบาทต่อปี  และในช่วงนี้ได้ลดราคามาอยู่ที่ กิโลกรัมละ 500 บาท  เป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระผู้ที่ได้รับผลกระทบช่วงโควิด 19    

ด้าน นาง มณเทียน พรมแก้ว อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 56/1ม.3จำปาหล่อ  เล่าให้ฟังว่า ทำงานอยู่โรงงานแห่งหนึ่ง มานานหลายปี ได้ใช้พื้นที่ว่างเปล่าข้างบ้าน จำนวน3งานปลูก อินทผาลัม กว่า 100 ต้น โดยใช้การปลูกแบบชีวภาพ ไร้สารเคมี

เมื่อเวลาผ่านไปนาน5ปี  เริ่มออกผลผลิตที่หวานกรอบ เก็บไปขายสร้างรายได้ให้ครอบครัวอย่างงาม ถึงปีละ 4-5แสนบาทเลยทีเดียว โดยใช้เวลาว่างหลังเลิกงานในการดูแล  และยังมีการเปิดสวนให้สำหรับผู้สนใจมาท่องเที่ยว พร้อมชิมอินทผาลัมสด และผลิตภัณฑ์จากอินทผาลัม ทุกวันเสาร์-วันอาทิตย์ตลอดวัน ส่วนวันจันทร์-วันศุกร์ จะเปิดให้ชิมได้ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป โทรสอบถาม 086-1248442  นางมณเทียน พรมแก้ว  

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์  แสงตระการ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.อ่างทอง

เจ้าของห้องเช่าผงะ เมื่อเจอของฝาก ตัวเป็นๆ ยาว1.5 เมตร จากผู้เช่าหลังย้ายออก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เจ้าของห้องเช่าผงะ เมื่อเจอของฝาก ตัวเป็นๆ ยาว1.5 เมตร จากผู้เช่าหลังย้ายออก

เจ้าของห้องเช่าผงะ เมื่อเจอของฝาก ตัวเป็นๆ ยาว1.5 เมตร จากผู้เช่าหลังย้ายออก23 มิถุนายน 2563 – 08:55 น.

เจ้าของห้องเช่าผงะ เมื่อเจอของฝาก ตัวเป็นๆ ยาว1.5 เมตร จากผู้เช่าหลังย้ายออก จนท.กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม รับแจ้งให้มาจับจระเข้ในบ่อปูนใกล้ห้องเช่า หลังผู้เช่าย้ายออกแต่ทิ้งจระเข้ไว้สันนิษฐานว่าผู้เช่าห้องเดิมคงเลี้ยงไว้ตั้งแต่เล็กๆ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงครามได้รับแจ้งจากนายเนี่ยม รวมพล อายุ 70 ปี เจ้าของห้องเช่าในพื้นที่หมู่ 10 ตำบลบางขันแตก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม  ขอให้มาจับจระเข้ อยู่ในบ่อปูนใกล้ห้องเช่าของตนที่ผู้เช่าย้ายออกไปแล้วไปตรวจสอบด้านหน้าเป็นห้องเช่าปกติทั่วไป แต่พอไปด้านในพบมีการก่ออิฐต่อเติมเป็นบ่อขนาดกว้างประมาณ 1.5 เมตร ยาว 4 เมตร สูงกว่า 1 เมตร มีกระเบื้องลอนคู่บางไว้ด้านบนทำเป็นหลังคา พอเปิดกระเบื้องออกมาเจ้าหน้าที่ถึงกับผงะ เจอจระเข้ขนาดตัวยาวประมาณ 1.5  เมตร เพศเมีย อายุประมาณ 2 ปี เจ้าหน้าที่พยายามใช้ผ้าคลุมปิดหัวจระเข้ไม่ให้มองเห็น แต่จระเข้มีอาการดุร้าย และอ้าปากตลอด เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวัง แต่โชคดีเจ้าหน้าที่มีประสบการณ์ในการจับจระเข้ จึงใช้เวลาประมาณ 10 นาที สามารถใช้ผ้าคลุมหัวจระเข้ และใช้เหล็กค้ำจับจระเข้มัดปาก ใช้ผ้ามัด ส่งมอบให้นายสามารถ คึ้มสูง เจ้าพนักงานประมงปฏิบัติงาน กรมประมงรับไปดูแลต่อไป นายนเรศร์ นวมนาคะ 33 ปี อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งจึงรีบไปดูก็พบว่ามีจระเข้อยู่ในบ่อจึงต้องใช้ความระมัดระวังในการจับมอบให้เจ้าหน้าที่ดูแล

นายเนี่ยม รวมพล อายุ 70 ปี เจ้าของห้องเช่า กล่าวว่า ห้องเช่านี้เดิมมีผู้เช่าเป็นชายรายหนึ่งมาเช่าอยู่ กระทั่งตนไปธุระที่จังหวัดร้อยเอ็ด และเจอพิษโควิด 19 จึงไม่สามารถกลับมาดูแลห้องเช่าได้ ต้องอยู่จังหวัดร้อยเอ็ดนาน 3 เดือน เมื่อพ้นวิกฤติตนกลับมาจังหวัดสมุทรสงคราม พบว่าผู้เช่าห้องนี้ได้ย้ายออกไปแล้ว และมีผู้เช่ารายอื่นมาบอกว่าในบ่อปูนนี้เปิดไฟส่องสว่างไว้กว่า 10 วันแล้ว จึงเข้าไปตรวจสอบก็พบจระเข้ ตนได้แจ้งไปยังผู้เช่าเดิมถึง 2 ครั้ง แต่ก็ไม่ยอมมาจับจระเข้ไป จึงแจ้งตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสงครามและ ขอให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาจับไปที เพราะเก็บไว้ก็เป็นอันตรายต่อเด็กๆ และผู้เช่าห้อง จากการตรวจสอบเบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้เช่าห้องเดิมคงเลี้ยงไว้ตั้งแต่เล็กๆน่ารักพอโตไม่รู้จะเอาไปไหนกลัวความผิดจึงย้ายออกไปก็เป็นได้

นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสมุทรสงคราม

สวนสัตว์เชียงใหม่ คืนความสุขให้คนในชาติ เที่ยว วิถีใหม่’ ปลอดภัยทุกชีวิต”ทั้งคนและสัตว์” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สวนสัตว์เชียงใหม่ คืนความสุขให้คนในชาติ เที่ยว วิถีใหม่’ ปลอดภัยทุกชีวิต”ทั้งคนและสัตว์”

สวนสัตว์เชียงใหม่ คืนความสุขให้คนในชาติ เที่ยว วิถีใหม่' ปลอดภัยทุกชีวิต"ทั้งคนและสัตว์"22 มิถุนายน 2563 – 21:23 น.

สวนสัตว์เชียงใหม่ คืนความสุขให้คนในชาติ เที่ยว วิถีใหม่’ ปลอดภัยทุกชีวิต”ทั้งคนและสัตว์”

วันที่ 22 มิย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันบรรดานักท่องเที่ยวที่จอง ได้ทะยอยเดินทางเข้ามาในสวนสัตว์พาลูกหลาน มาเที่ยวอย่างมีความสุข  ภายหลังที่ทางรัฐบาลประกาศทั่วประเทศกลับมาเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าชมได้ ตั้งแต่วันที่ 15 มิย.2563 เป็นต้นมา หลังจากที่ต้องปิดไปนานกว่า 2 เดือนเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยที่สวนสัตว์เชียงใหม่ เปิดให้เข้าชมฟรีระหว่าง 15-30 มิ.ย.63 เพื่อเป็นการคืนความสุขให้แก่ประชาชน ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ซึ่งสวนสัตว์เชียงใหม่จำกัดจำนวนวันละ2,000 คน ด้วยการจองคิวล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ http://www.chiangmaizoo.com หรือเพจเฟซบุ๊ก สวนสัตว์เชียงใหม่Chiangmaizoo โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวอย่างคึกคักตลอดทังวัน  เปิดท่องเที่ยวสวนสัตว์วิถีใหม่ คืนความสุขให้กับประชาชนเข้าชมฟรี เริ่มวันที่ 15 มิ.ย.- 30 มิ.ย.63 พร้อมมาตรการเที่ยวสวนสัตว์ในวิถีใหม่ หลังวิกฤตโควิด-19 

นายวุฒิชัย ม่วงมัน  ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่  เปิดเผยว่า สวนสัตว์เชียงใหม่  วิถีใหม่แห่งการท่องเที่ยว Zoo New Normal เปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีเริ่มตั้งแต่ ที่ 15 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมาแล้ว โดยจองการเข้าชมล่วงหน้าผ่านแอพพลิเคชั่นจำนวนนักท่องเที่ยวที่จองมาเต็มตลอดทั้งเดือน ตลอดทั้งวันมีนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางเข้ามา  ได้กำชับในเจ้าหน้าที่ทุกคนในการปฏิบัติงานดูแลความปลอดภัยทั้งนั่งรถและลงรถรางนำเที่ยว เตรียมความพร้อมตลอดทั้งวันที่สำคัญไม่มีการป้อนอาหารสัตว์และได้คัดกรองประชาชนที่เข้ามาท่องเที่ยวในสวนสัตว์อย่างเข้มงวด เริ่มตั้งแต่การผ่านประตูเข้ามาในบริเวณสวนสัตว์ ทั้งรถจักรยานยนต์และรถยนต์ จะมีการคัดกรองอย่างเข้มมงวดทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัย วัดอุณหภูมิร่างกาย ใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ สแกนไทยชนะ อยู่ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร

ในขณะเดียวกันได้นำน้ำยาฆ่าเชื้อ ทำการฉีดพ่นบริเวณที่มีประชาชนใช้ในการถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก รวมทั้งเก้าอี้ที่นั่งสำหรับนั่งพักผ่อน และรูปสัตว์ต่างๆบริเวณจุดท่องเที่ยวด้วย รวมทั้งเก็บกวาดใบไม้ทำความสะอาดบริเวณโดยรอบ ในขณะนี้ สัตว์ทุกชนิดพร้อมรับนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางเข้ามา 

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

สตูลหลามข้าว ข้าวในกระบอกไม้ไผ่ ใช้ใบเร็ดสร้างกลิ่นหอม อร่อยตามวิถีใต้ สร้างความสุขแบบเข้าถึงคนบ้านๆ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สตูลหลามข้าว ข้าวในกระบอกไม้ไผ่ ใช้ใบเร็ดสร้างกลิ่นหอม อร่อยตามวิถีใต้ สร้างความสุขแบบเข้าถึงคนบ้านๆ

สตูลหลามข้าว ข้าวในกระบอกไม้ไผ่ ใช้ใบเร็ดสร้างกลิ่นหอม อร่อยตามวิถีใต้ สร้างความสุขแบบเข้าถึงคนบ้านๆ22 มิถุนายน 2563 – 20:38 น.

สตูลหลามข้าว ข้าวในกระบอกไม้ไผ่ ใช้ใบเร็ดสร้างกลิ่นหอม อร่อยตามวิถีใต้ สร้างความสุขแบบเข้าถึงคนบ้านๆ

วันที่ 22 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้นายมนัส มรรคาเขต นายกอบต.ทุ่งนุ้ย ได้พาไปดูการท่องเที่ยวแบบเข้าถึงวิถีชุมชน โดย ปัจจุบันการท่องเที่ยววิถีชุมชน หรือท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เป็นการท่องเที่ยว การพักผ่อนที่เป็นที่สนใจของใครหลาย ๆ คน หลังจากที่เคร่งเครียดกับงาน กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ หันไปทางไหนไหนมีแต่ผู้คน ที่ต่างวุ่นวายกับเรื่องของตัวเอง ไม่ค่อยมีเวลาพบปะพูดคุยกันแบบสบาย ๆ มากมายนัก หากมีเวลาช่วงวันหยุดปกติ หรือวันหยุดติดต่อหลายวัน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ วิถีชุมชน จึงเป็นทางเลือกแรกของผู้คนสังคมเมือง

บ้านโตนปาหนัน ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล เป็นพื้นที่ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามแม้ไม่โดดเด่นมากนัก แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติไม่แพ้ที่อื่น ๆ น้ำตกโตนปาหนัน บ่อน้ำร้อน น้ำตกร้อน ที่ทุ่งนุ้ย ยังรอใคร ๆ อีกหลายคนไปเยี่ยมชม ไปเล่นน้ำสะอาด สูดอากาศบริสุทธิ์ ทานผลไม้สด ๆ จากต้น (ในช่วงหน้าผลไม้) และทานอาหารพื้นบ้าน กลางสายน้ำ กับข้าวหลามร้อน ๆ เท่ากับเป็นการเพิ่มพลังให้กับชีวิตได้เป็นอย่างดี

ข้าวหลามในที่นี้หมายถึงการหุงข้าวด้วยกระบอกไม้ไผ่ตามสมัยโบราณ หากเป็นข้าวหอมมะลิได้ยิ่งดี โดยน้ำข้าวซาวน้ำมาห่อด้วยใบเร็ด (ภาษาพื้นบ้าน) ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ห่อไม่ใหญ่นัก(เป็นข้าวสุกจะได้ 1 จาน) แล้วรวบใส่กระบอกไม้ไผ่ และใส่น้ำตามจนเต็มกระบอก แล้วนำไปหุง สัก 40 นาที น้ำเดือด น้ำจะเป็นเป็นสีเหลืองเขียว (จากสีของใบเร็ด) ยกกระบอกเทน้ำทิ้งผิงไฟไว้สักครู่ เป็นอันเรียบร้อย หลังจากที่ข้าวในกระบอกไม้ไผ่สุกข้าวจะแน่นเต็มกระบอก วิธีนำออกมาต้องผ่าสถานเดียว (ไม้ไผ่ที่ผ่าแล้วจะเป็นฟืนให้กับการหุงข้าวครั้งต่อไป) ยกออกมาแล้วคลี่ใบเร็ดออก จะพบกับข้าวสวยร้อน ๆ ที่หอมกรุ่นด้วยกลิ่นของใบเร็ดและข้าวสวย ทานกับน้ำพริก พืชผักตามธรรมชาติ ต้มกะทิหน่อไม้ บนโต๊ะกลางสายน้ำที่ไหลจากน้ำตกโตนปาหนัน ลงไปสู่คลองดุสน ที่เป็นแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงคนเกือบทั้งจังหวัดสตูล ชีวิตนี้จะมีอะไรไปมากกว่านี้ เที่ยวที่เป็นธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ เพิ่มออกซิเจนให้กับร่างกาย ทานอาหารที่ประหยัด รดชาดอร่อย และปลอดสารพิษ วันหยุดเพียง 1-2 วัน เราก็สามารถหาความสุขใส่ตัวได้ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการท่องเที่ยววิถีชุมชนบ้านโตนปาหนันตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูลเท่านั้น

เอนก ขันทสิกรรม ผู้สื่อข่าวคมชัดลึกจังหวัดสตูลรายงาน 

“ครูบาต่อ” มอบถุงยังชีพอีก 400 ชุด ให้ชาวบ้านที่ประสบภัยโควิด-19 ที่วัดพระธาตุศรีสันกำแพง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ครูบาต่อ” มอบถุงยังชีพอีก 400 ชุด ให้ชาวบ้านที่ประสบภัยโควิด-19 ที่วัดพระธาตุศรีสันกำแพง

"ครูบาต่อ" มอบถุงยังชีพอีก 400 ชุด ให้ชาวบ้านที่ประสบภัยโควิด-19 ที่วัดพระธาตุศรีสันกำแพง22 มิถุนายน 2563 – 20:27 น.

“ครูบาต่อ” มอบถุงยังชีพอีก 400 ชุด ให้ชาวบ้านที่ประสบภัยโควิด-19 ที่วัดพระธาตุศรีสันกำแพง บ้านทุ่งต้อม – บ้านหม้อ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้าน บรรเทาความเดือดร้อน ระบุจะแจกให้ครบ 2564 ชุดหรือมากกว่านั้น

“ครูบาต่อ” มอบถุงยังชีพอีก 400 ชุด ให้ชาวบ้านที่ประสบภัยโควิด-19 ที่วัดพระธาตุศรีสันกำแพง บ้านทุ่งต้อม – บ้านหม้อ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้าน บรรเทาความเดือดร้อน ระบุจะแจกให้ครบ 2564 ชุดหรือมากกว่านั้น
ที่วัดพระธาตุศรีสันกำแพง บ้านทุ่งต้อม – บ้านหม้อ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ พระครูปลัดศุภชัย ภทฺเทกเมธี (ครูบาต่อ) ​เจ้าอาวาสวัดแม่ป่าข่า ต.ท่าปลาดุก อ.แม่ทา จ.ลำพูน พร้อมด้วยนายวัยศักดิ์ ใจเทพ นายกเทศมนตรีตำบลห้วยทราย, นายชาคริต ธิสา รองนายกฯ นายสายเพชร ทาโปปิน สมาชิกสภาฯนายประเวท จินาจันทร์ สมาชิกฯ,นายเอนก อินมูตโต สมาชิกฯ พร้อมคณะฯ กำนัน- ผญบ. ต.ห้วยทราย ได้ร่วมกันมอบถุงยังชีพ ข้าวสาร – อาหารแห้ง – ไข่ไก่ ให้แก่ผู้สูงอายุและผู้ประสบภัยที่ประสบความยากลำบากภายใน ต.ห้วยทราย อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตในสถานการณ์โควิด -19 จำนวน 400 ชุด

ทั้งนี้ได้มี อสม.จิตอาสา 5 หมู่บ้านในตำบลห้วยทรายมาดำเนินการมาตรการคัดกรองป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิท-19 โดยได้มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของชาวบ้าน จัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ มีการรักษาระยะห่าง ตามมาตการป้องกันการแพร่ระบาด อย่างเคร่งครัด
พระครูปลัดศุภชัย ภทฺเทกเมธี (ครูบาต่อ) เจริญพรว่า จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ทำให้เราทุกคนต่างได้รับผลกระทบ และเกิดความเดือดร้อนทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ เงินทอง เครื่องใช้ อาหารการกิน ทำให้คนตกงาน ไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ ผู้คนเกิดความหิว อดอยาก โดยทางอาตมาซึ่งมีบ้านเกิดบ้านเดิมอยู่หมู่บ้านดอยซิว หมู่ 6 ต.ห้วยทราย มีความสำนึกสงสารชาวบ้านอยากให้การช่วยเหลือสังคม จึงได้ควักทุนทรัพย์ส่วนตัว และบางส่วนที่ได้รับการบริจาคจากพุทธศาสนิกชน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทาง พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.5 ที่เป็นประธานหลัก และรวมไปถึงคณะลูกศิษย์ทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และต่างประเทศที่ร่วมกันบริจาควัตถุปัจจัยต่างๆ และได้นำมาจัดชื้อข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภค-บริโภค นำมาแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ห้วยทราย เพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้าน บรรเทาความเดือดร้อน ช่วยแบ่งเบาภาระลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว มีอาหารการกินที่เพียงพอ ซึ่งเป็นการ บรรเทาความเดือดร้อนในระดับหนึ่งอีกทางหนึ่งด้วย โดยที่ผ่านมาทางคณะสงฆ์ และอาตมา ได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง ไปแจกจ่ายชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่หลายแห่งมาแล้วโดยเฉพาะอ.แม่ทา จ.ลำพูนและ ต.ห้วยทราย อ.สันกำแพง ซึ่งอาตมาได้มีความตั้งใจจะมอบถุงยังชีพจำนวน 2,564 ถุง โดยได้มอบไปแล้วบางส่วนที่อ.แม่อาย, อ,บ้านธิ, อ.สันป่าตอง, อ.จอมทองและอำเภอทุ่งหัวช้าง ซึ่งจะได้ดำเนินการมอบถุงยังชีพต่อไปจนครบหรืออาจจะมากกว่าเป้าหมายกำหนด โดยตอนนี้ได้มอบไปแล้วจำนวนสองพันกว่าครัวเรือนแล้ว หากครบกำหนดก็จะยุติการแจกถุงยังชีพดังกล่าว

นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเชียงใหม่

คึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ชมความงามทางธรรมชาติ หลังจ.พัทลุงเปิดให้เที่ยว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ชมความงามทางธรรมชาติ หลังจ.พัทลุงเปิดให้เที่ยว

คึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ชมความงามทางธรรมชาติ หลังจ.พัทลุงเปิดให้เที่ยว22 มิถุนายน 2563 – 20:27 น.

คึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ชมความงามทางธรรมชาติ หลังจ.พัทลุงเปิดให้เที่ยว โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวบริเวณเชิงเขาบรรทัด ไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิว ชมทะเลหมอกควนนกเต้น ภูรุ่งแจ้งและควนสวรรค์ตาแก้ว

นักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางพักผ่อนและชมความสวยงามแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติของจังหวัดพัทลุงเพิ่มขึ้น หลังจากที่จังหวัดพัทลุง ได้เปิดให้แหล่งท่องเที่ยวที่พร้อมจะปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ตามที่สาธารณสุขกำหนด ได้เปิดให้ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างจังหวัด ก็ปรากฏว่าแหล่งท่องเที่ยวทั้งจังหวัดมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวบริเวณเชิงเขาบรรทัด ไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิว ชมทะเลหมอกควนนกเต้น ภูรุ่งแจ้งและควนสวรรค์ตาแก้ว ในเขตพื้นที่ ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา จ.พัทลุง

มีนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวนมาก นั่งรถที่ชาวบ้านจัดไว้บริการขึ้นไปชมความสวยงามของทะเลหมอกตั้งแต่เช้ามืด และนักท่องเที่ยวบางกลุ่มก็เลือกที่พักบริเวณจุดชมทะเลหมอกที่ควนนกเต้นและภูรุ่งแจ้ง ซึ่งก็มีบริการห้องพักและจัดลานกางเต็นส์ไว้บริการนักท่องเที่ยวได้จำนวนหนึ่ง และในชุมชนใกล้ๆแหล่งท่องเที่ยวก็มีที่พักต้อนรับนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้แหล่งท่องเที่ยวบริเวณเชิงเขากลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับจังหวัดพัทลุงสถานการณ์โรคโควิด 19 นั้น ตรวจไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อเนื่องมาแล้วเป็นเวลา 73 วัน แต่ทางจังหวัดก็ยังมีมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

ศิริขวัญ สังข์โอภาส ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พัทลุง