4 เคล็ดลับความงามก่อนแต่งงานชายทะเล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/616550

วันที่ 03 มี.ค. 2563 เวลา 11:40 น.

4 เคล็ดลับความงามก่อนแต่งงานชายทะเล

ไอเดียสละโสดหน้าร้อน รับลมเย็นๆ ริมชายทราย พร้อม 4 เคล็ดลับง่ายๆ ที่สาวๆ สามารถดูแลตัวเองได้ก่อนวันงาน

วาเลนไทน์ที่ผ่านมาหลายคู่อาจมีข่าวดีเตรียมสละโสดพร้อมเข้าสู่โหมดการแต่งงาน ซึ่งธีมกลางปีที่เป็นที่นิยมคงหนีไม่พ้นการเดินเฉิดฉายบนเนินทรายชายทะเล แต่ก่อนที่จะจัดงานแต่งงานแบบรักธรรมชาติรับลมเย็นๆ สาวๆ ต้องเป็นคนที่รู้จักเตรียมตัวเพื่อให้ความสวยไม่มีสะดุด ซึ่งวันนี้เรามีเคล็ดลับง่ายๆ ที่สาวๆ สามารถดูแลตัวเองได้ก่อนวันงานมาฝาก

หมั่นทา SPF ไม่ว่าจะเป็นสาวๆที่ทำงานออฟฟิศหรืองานกลางแจ้ง ก็ควรต้องใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF30+ กันทั้งนั้น ยิ่งถ้าต้องทำงานกลางแจ้งก็ต้องใช้ SPF50+ การหมั่นทาครีมกันแดดที่มี SPF อยู่สม่ำเสมอนอกจากช่วยป้องกันรังสียูวีตัวการที่ทำให้เกิดฝ้ากระและริ้วรอยแล้ว ยังช่วยเพิ่มเติมความแข็งแรงให้ผิวและช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้ด้วย

ทำสปา สำหรับสาวๆหลายคนที่เตรียมงานแต่งจนเครียดและไม่มีเวลาดูแลตัวเอง จนรู้สึกว่าผิวเริ่มหมองคล้ำ จะใส่ชุดแต่งงานสีขาวหรือสีอ่อนตามธีมที่จัดริมทะเลได้สวยยังไงกัน เราขอแนะนำให้เข้าสปา อย่างสปาที่ช่วยดูแลผิวหน้าให้ดูกระจ่างใสในคอร์สที่ชื่อว่า Golden Revitalizer Signature Facial เป็นการบำบัดด้วยมาส์กจากทองคำ 24K ที่ อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท

สวมหมวกและแว่นกันแดด ตัวช่วยในการปกป้องผิวจากแสงแดดที่สาวๆ ห้ามลืมพกพาคือหมวกและแว่นกันแดด แม้วันงานคุณจะไม่พกสิ่งเหล่านี้เพราะต้องถ่ายรูปกับครอบครัวและเพื่อนในชุดเจ้าสาวตลอดงาน แต่ในช่วงเวลาเตรียมตัวและเตรียมงาน เราขอแนะเลยว่าห้ามลืมเด็ดขาด

ดื่มน้ำเยอะๆ การเตรียมงานและงานริมทะเลที่มีแสงแดดจัดๆ ทำให้ถ่ายรูปสวยก็จริง แต่ถ้าผิวของคุณแห้งกร้านเพราะดื่มน้ำน้อยเกินไป ก็ทำให้ปากและผิวดูแห้งจนแต่งหน้าไม่ขึ้น ใบหน้าดูไม่สดใส ดังนั้น หมั่นพกน้ำติดตัวตลอดเวลาโดยเฉพาะตอนที่คุณอยู่ริมทะเลนะคะ

สำหรับใครที่สนใจธีมงานแต่งงานริมทะเล สามารถไปร่วมงาน Sabuy Wedding Festival 2020 เพื่อหาไอเดียงานแต่งงานพร้อมขอคำปรึกษาต่างๆ จากทีมจัดงานเวดดิ้งมือโปรของอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ได้ในวันที่ 14-15 มีนาคมนี้ ณ Royal Paragon Hall สยามพารากอน หรือเข้าไปที่ www.huahin.intercontinental.com

5 เทคนิคพรีเซนต์ให้น่าสนใจ พลิกชีวิตสู่การทำงานในระดับโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/616434

วันที่ 02 มี.ค. 2563 เวลา 11:11 น.

5 เทคนิคพรีเซนต์ให้น่าสนใจ พลิกชีวิตสู่การทำงานในระดับโลก

เปิดสกิลดีกรีผู้ชนะเฟมแล็บ ไทยแลนด์ นักวิจัยรุ่นใหม่ที่พลิกชีวิตสู่การทำงานใหม่ระดับโลก กับเทคนิค 5 ข้อในการพรีเซนต์ผลงานวิจัยภายใน 3 นาที ให้สนุก น่าสนใจ เข้าใจง่าย เป็นประโยชน์สำหรับคนที่อยากเพิ่มทักษะด้านการพูดนำเสนอและการสื่อสาร

การพูดที่มีศิลปะสร้างมูลค่ามากมายให้กับผลงานได้พอๆ กับผลิตภัณฑ์ ดังเช่นนักธุรกิจชื่อดังระดับโลก อย่างอีลอน มัสก์ หรือแจ็ค หม่า ที่หลายคนรอคอยการแสดงวิสัยทัศน์ หรือการพูดนำเสนอผลงานเด็ดๆ ของพวกเขาในทุกปี นอกจากความอัจฉริยะในโลกธุรกิจแล้ว พวกเขายังมีพรสวรรค์ในด้านการพูด การนำเสนอ ซึ่งความสามารถดังกล่าวไม่เป็นประโยชน์แต่เพียงคนในวงการธุรกิจเท่านั้น แต่วงการวิทยาศาสตร์ที่หลายคนคิดว่านักวิทยาศาสตร์ต้องอ่านตำรา หรือพัฒนาผลงานวิจัยอยู่ในห้องแล็บ ก็ต้องการนักวิทยาศาสตร์ที่มีความสามารถในการพูด การนำเสนอ และการสื่อสารไม่ต่างจากนักธุรกิจระดับโลกดังที่กล่าวมา

จัสท์-ณภัทร ตัณฑิกุล นักวิจัยด้านสเต็มเซลล์ ผู้ชนะการประกวดโครงการเฟมแล็บ ไทยแลนด์ 2019 ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีสุดล้ำในหัวข้อ “ผลิตเนื้อสัตว์ในห้องแล็บ อาหารแห่งอนาคต” (Meat the Future) แชร์เรื่องราวและโอกาสที่ได้รับมากมายหลังจากเป็นผู้ชนะเฟมแล็บ ไทยแลนด์ รวมถึงเคล็ดลับการพรีเซนต์เรื่องราววิทยาศาสตร์ภายใน 3 นาทีอย่างไร ให้พิชิตใจกรรมการ

จัสท์เข้าร่วมการแข่งขันในโครงการเฟมแล็บ ไทยแลนด์ เป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ครั้งแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ได้เข้ารอบไปถึง 10 คนสุดท้าย การกลับมาอีกครั้งถือว่าเป็นการเตรียมตัวที่มากขึ้น และตั้งเป้าหมายสูงสุดที่จะคว้าชัยชนะมาให้ได้ ทั้งการเลือกหัวข้อที่ตัวเองมีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง การทำความเข้าใจเรื่องที่จะพูด และการฝึกซ้อม จนทำให้ได้รับชัยชนะในการแข่งขันประจำปี 2019 และได้มีโอกาสเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันในเวทีเฟมแล็บระดับโลก ซึ่งในระหว่างการแข่งขันทั้งที่ไทย และที่สหราชอาณาจักร ตนได้พบกับเพื่อนผู้เข้าแข่งขัน และผู้เชี่ยวชาญในวงการวิทยาศาสตร์มากมาย ที่มีอุดมการณ์การผลักดันผลงานวิจัย และมีความสามารถในการนำเสนอผลงานได้อย่างโดดเด่น อีกทั้งได้เรียนรู้วิธีการบอกเล่าเรื่องราววิทยาศาสตร์ให้น่าสนใจจากคนเก่งๆ เหล่านั้น นอกจากนี้ ตนยังได้รับโอกาสมากมายที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็น การได้ร่วมงานกับบริษัทที่ใฝ่ฝันในสหรัฐอเมริกา ‘เมมฟิส มีท’ (Memphis Meats) บริษัทที่ทำงานด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อสัตว์จากเซลล์ (Cell-based meat) เพื่อการบริโภคอย่างยั่งยืน ตลอดจนได้รับเกียรติให้ไปบรรยายในองค์กรรัฐ และเอกชน อาทิ พิธีกรงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จัดโดย อพวช. และได้รับเกียรติเป็นวิทยากรร่วมแชร์องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อธุรกิจ จัดโดยบริษัทยูโอบี เคเฮียน ประเทศไทย เป็นต้น

จากนั้นจัสท์ได้เล่าถึงชีวิตการทำงานที่สหรัฐอเมริกาว่า รู้สึกดีใจที่ได้ร่วมงานกับบริษัทเมมฟิส มีท (Memphis Meats) ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในสหรัฐอเมริกาที่ทำงานด้านการพัฒนาอาหารแห่งอนาคต โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อสัตว์จากเซลล์ เมมฟิส มีท เป็นบริษัทแรกของโลกที่สามารถผลิตมีทบอล เนื้อไก่ และเนื้อเป็ดจากเซลล์ได้ นอกจากนี้ เมมฟิส มีท ยังให้ความสำคัญกับการคัดเลือกทีมงานนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยจากหลายประเทศมาร่วมงาน โดยบริษัทจะคัดเลือกผู้ที่มีความเก่งและโดดเด่นในแต่ละด้านที่แตกต่างกัน มาทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดการแบ่งปันองค์ความรู้ และร่วมกันพัฒนาผลงานออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากประสบการณ์การทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานเก่งๆ จากหลากหลายชาติ ทำให้ค้นพบว่านักวิทยาศาสตร์ที่เก่ง และมีอนาคตไกล ต้องมีคุณสมบัติ 4 ข้อต่อไปนี้

  1. กล้าที่จะสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ อยู่เสมอ (creator/ innovator)
  2. รักการสื่อสาร และทำงานเป็นทีม นำเสนอผลงาน หรือไอเดียให้กับทีมงานสู่สาธารณะได้อย่างโดดเด่น (collaborator/ presenter)
  3. กล้าลงมือทำ (maker)
  4. รักและหลงใหลในงานที่ทำ มุ่งมั่น อดทน ตั้งใจ ไม่ล้มเลิกง่ายๆ (passion/ grit/ commitment) คุณสมบัติทั้ง

ทั้ง4 ข้อนี้จะทำให้ผลงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ถูกนำไปใช้ประโยชน์จริง ไม่ใช่งานวิจัยที่อยู่แค่ในห้องแล็บ

สำหรับเทคนิค 5 ข้อในการพรีเซนต์ผลงานวิจัย หรือเรื่องราววิทยาศาสตร์ภายใน 3 นาที อย่างไรให้สนุก น่าสนใจ เข้าใจง่าย เนื้อหาถูกต้องชัดเจน (Content) วางโครงเรื่องให้ง่ายต่อการเข้าใจ (Clarity) และนำเสนอได้มีเสน่ห์ น่าสนใจ (Charisma) ได้แก่

1. เลือกหัวข้อที่เราอิน และเข้าใจอย่างแท้จริง

หัวข้องานวิจัยที่เราลงมือทำเอง ใช้เวลากับมันมานาน ทำให้เรามีความมั่นใจในการถ่ายทอดเรื่องราวมากกว่าการนำเรื่องของคนอื่น หรือเรื่องที่กำลังอินเทรนด์ที่ไปอ่านมานำเสนอ อีกทั้งเป็นโอกาสที่จะได้บอกให้โลกรู้ว่าเราชอบเรื่องอะไร และกำลังพัฒนาผลงานอะไรอยู่

2. ตีจุด pain point ชี้ให้เห็นว่าเรื่องนี้สำคัญ

การเล่าถึงปัญหาที่มีอยู่ให้เข้าถึงใจผู้ฟัง นำเสนอให้ผู้ฟังตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องมีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเข้ามาแก้ปัญหานั้น ๆ และต้องแก้ปัญหาในทันที จากนั้นจัดลำดับเรื่องราวให้ผู้ฟังเห็นว่า ผลงานของเราหรือเทคโนโลยีนี้จะเข้ามาแก้ปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไร จะช่วยสร้างความรู้สึกร่วมของผู้ฟังที่มีต่อผลงานเราได้ และทำให้การนำเสนอของเราดูน่าสนใจยิ่งขึ้น

3. สคริปต์ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

การวางโครงเรื่องโดยการเขียนสคริปต์สำคัญมากในการเรียบเรียงเรื่องราววิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อน น่าเบื่อ ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นและสนุกขึ้น สำคัญที่จะวางสคริปต์อย่างไรให้คนฟังกลับบ้านไปเข้าใจเรื่องของเราได้โดยไม่มีคำถามคาใจ แนะนำให้เลือกใช้คำที่ง่าย หลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิคต่าง ๆ เรียบเรียงเป็นประโยคง่าย ๆ และนำเสนอเพียงแค่ 1-2 ประเด็นหลัก เลือกไฮไลท์ข้อมูลที่น่าสนใจมานำเสนอ ออกแบบการขึ้นต้นเรื่อง กลางเรื่อง และปิดท้ายเรื่องอย่างประทับใจและน่าจดจำ เมื่อได้สคริปต์แล้ว ฝึกซ้อมโดยแบ่งจังหวะการพูด การใช้น้ำเสียงหนักเบาให้เหมาะสม

4. สร้างภาพจำ

การสร้างภาพจำ จะช่วยให้ผู้ฟังจดจำเรื่องราวที่เรานำเสนอได้ดียิ่งขึ้น ได้สอดแทรกความเป็นตัวเองในระหว่างการนำเสนอ จะช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้กับการนำเสนออีกด้วย เช่น การดัดเสียง เลียนเสียง การแต่งกายที่มีเอกลักษณ์ การใช้อุปกรณ์ประกอบที่ช่วยจำ ก็อาจจะนำสิ่งที่ตัวเองชอบมาสร้างกิมมิคในการนำเสนอได้ สำหรับเทคนิคการเป็นตัวของตัวเองของจัสท์ คือการสร้างคาแรคเตอร์การนำเสนอที่สอดคล้องกับผลงาน เช่นตอนที่เธอไปแข่งขันเฟมแล็บที่อังกฤษ เธอเลือกแต่งตัวเป็นเฮอร์ไมโอนี และสร้างธีมการนำเสนอขึ้นมา เกี่ยวกับวิชาเวทมนต์ที่สามารถเสกกระดูกขึ้นมาใหม่ได้ เหมือนกับงานวิจัยที่เธอสร้างกระดูกมนุษย์ขึ้นมาในห้องแล็บ หรือการแต่งตัวเป็นฟาร์มเกิร์ลเลี้ยงไก่ ที่ไม่ได้เลี้ยงในฟาร์ม แต่สร้างเนื้อไก่ขึ้นมาในแล็บ ซึ่งได้รับความประทับใจจากคนฟังเป็นอย่างมาก

5. ซ้อม ซ้อม และ ซ้อม!

ถึงเราจะฝึกซ้อมมากับสคริปต์ แต่การท่องจำทั้งหมดจะทำให้การพูดดูไม่เป็นธรรมชาติ เพราะการพูดเป็นเหมือนการแสดงอย่างหนึ่งที่มีหลายองค์ประกอบ ไม่ใช่แค่การอ่าน! ให้ใช้สคริปต์เป็นโครงสร้างไม่ให้เราหลุดประเด็นที่จะนำเสนอ แต่การฝึกซ้อมอย่างหนักเหมือนนักกอล์ฟที่ซ้อมวงสวิงจนกล้ามเนื้อจดจำวงสวิงได้เอง จะทำให้เราทำออกมาได้เป็นธรรมชาติ ช่วงเวลาก่อนขึ้นเวทีประกวด สิ่งที่ควรทำคือการทำสมาธิ นึกภาพการนำเสนอของเราทั้งหมด และสร้างอินเนอร์มาจากภายใน สร้างความมั่นใจ และทำมันออกมาอย่างเต็มที่!

นอกจากเทคนิคดังกล่าวแล้ว ลองฝึกซ้อมกับคนใกล้ตัว และรับฟีดแบคมาพัฒนาตัวเอง เพราะบางครั้งการที่เราเป็นนักวิทยาศาสตร์อาจจะทำให้เราติดใช้คำศัพท์วิชาการโดยไม่รู้ตัว การฝึกซ้อมโดยการเล่าเรื่องที่จะนำเสนอให้คนอื่นฟัง โดยเฉพาะคนที่ไม่มีพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ จะช่วยให้เราได้รับฟีดมาปรับปรุงการใช้คำ และรูปแบบการนำเสนอให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้การออกเสียงภาษาอังกฤษให้ถูกต้องชัดเจน พูดให้ช้าลงกว่าที่พูดปกติเล็กน้อย หากฝึกฝนบ่อยๆ จะช่วยให้เป็นนักสื่อสารที่ดีได้

Pre Spring-Summer 2020 อัพเดทเทรนด์แฟชั่นมาแรงประจำซีซั่นจากเมืองดังทั่วโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/616371

วันที่ 02 มี.ค. 2563 เวลา 10:00 น.

Pre Spring-Summer 2020 อัพเดทเทรนด์แฟชั่นมาแรงประจำซีซั่นจากเมืองดังทั่วโลก

จุดประกายการแต่งตัวให้เฉิดฉายในทุกวัน สยามดิสคัฟเวอรี่ ชวนอัพเดทเทรนด์แฟชั่นก่อนใคร ที่ Her Lab สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม

ไลฟ์สไตล์ สเปเชียลตี้ สโตร์ ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ชวนทุกคนมาค้นหาแฟชั่นใหม่ๆ เพื่อสร้างพลังการแต่งตัวให้เฉิดฉายในทุกวัน ด้วยการสร้างปรากฏการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับแบรนด์แฟชั่นที่โดดเด่นที่สุดประจำซีซั่นจากเมืองแฟชั่นทั่วโลก กับคอลเลคชั่น Pre Spring-Summer 2020 ณ โซน Her Lab สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม

เฉิดฉายแฟชั่นแรกด้วยการชวนย้อนกลับไปยุค90 กับแบรนด์ Essentiel Antwerp ในคอลเลคชั่นครูซ 2020 เป็นการนำแนวคิดที่เปรียบเสมือนงานปาร์ตี้ที่จำเป็นต้องแต่งตัวสวยอยู่ตลอดเวลา พร้อมให้สาวๆเปล่งประกายกับไอเท็มเด็ดๆได้อย่างสะดุดตา ไม่ว่าจะเป็นกางเกงสไตล์ดีคอนสตรัค พร้อมเสื้อเบลเซอร์ผ้าเดนิม กับกางเกงยีนส์ที่นิยมกันมายาวนานหรือจะแบบกางเกงวอร์มสไตล์เรโทร ผนวกกับเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายป๊อบลินและผ้าพิมพ์ลายตรง ถูกนำกลับมาฮิตอีกครั้ง เพื่อเพิ่มความเท่ให้กับสาวๆ หรือจะยั่วยวนด้วยชุดผ้ายืดเซ็กซี่สุดเย้ายวนที่สกรีนวลีเด็ด อย่าง Kinky Love ลงบนเสื้อยืดและสเวตเตอร์ และกางเกงทรงขากระดิ่งปักเลื่อมที่กลับมาฮอตฮิตอย่างต่อเนื่อง

ต่อกันที่แบรนด์ Acler ผลงานจากนักออกแบบชาวออสเตรเลีย คอลเลคชั่นนี้เป็นเรื่องราวของผู้หญิงยุคใหม่ที่สวมใส่ชุดอ่อนหวาน แต่คงไว้ด้วยรูปทรงเสื้อผ้าที่พริ้วสละสลวย เติมความน่าสนใจด้วยการผสานผ้าหลากชนิดเข้าด้วยกัน เช่น ผ้าลูกไม้ ผ้าลินิน ผ้าคอตตอน และผ้าไหมซาติน นำมาผ่านกรรมวิธีการตัดเย็บเนรมิตชุดให้มีความเป็นเลเยอร์ พร้อมจับจีบไล่ลงมาอย่างละเอียดละออ โดยสีประจำฤดูกาลนี้ ได้แก่ สีนู้ด สีขาว และสีดำ

ฤดูกาลนี้อีกแบรนด์ที่ห้ามพลาด Palmer//Harding ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากภาพถ่ายป้ายจอดรถประจำทางในยุคสหภาพโซเวียตผ่านเลนส์ช่างภาพในนาม William Eggleston ยอดฝีมือแห่งการถ่ายภาพความงามในสถานที่อันเรียบง่าย นำมาออกแบบเสื้อผ้าผ่านการใช้สีลงบนเสื้อเชิ้ตผ้าคอตตอนลายทางด้วยสีแดง สีขาว สีน้ำเงิน นอกจากนี้ยังมีเสื้อเชิ้ตผ้าแชมเบรย์ซึ่งลักษณะคล้ายผ้าเดนิมแต่บางเบาและใส่สบายมากกว่า ตกแต่งด้วยกระดุมลวดลายขวดนม และแบรนด์ยังคงไฮไลท์การตัดเย็บออกแบบลายกราฟิคเฉพาะตัว ผสนานกับผ้าคอตตอนจับจีบ ผ้าลายตารางหมากรุกและลายขวางเพื่อเสริมความทะมัดทะแมง

แบรนด์ Stine Goya เสื้อผ้าจากโคเปนเฮเก้น ประเทศเดนมาร์ค นำแรงบันดาลใจจากการพรรณาความโศกเศร้า และความสวยงามของประเทศชาติจากละครโอเปร่า Aida อันโด่งดัง พร้อมหยิบอารยธรรมสมัยอียิปต์โบราณมาแต่งเติมองค์ประกอบในคอลเลคชั่นนี้ ด้วยการนำโครงสร้างของปืนใหญ่ในยุคโบราณ และอักษรภาพเฮียโรกลิฟฟิก (Hieroglyphics) มาออกแบบให้เข้ากับโทนสีม่วงและชมพู นอกจากนี้ยังนำสีน้ำตาลมอคค่าเข้ม สีทองเข้ม และสีแดงดอกดาเลีย แสดงถึงความเก่าแก่ และความเสียสละของอารยธรรมที่เคยเรืองอำนาจสูงสุดมาแสดงออกผ่านการแต่งกายด้วยการเดรป การจับจีบ และตัดต่อด้วยผ้าพิมพ์ลายงู ตกแต่งด้วยงานปักลายดอกมะลิ และผ้าไหมพรมทอลายตาราง

แบรนด์ Ganni ได้ผสมผสนานรูปทรงและโครงชุดอันเป็นเอกลักษณ์ของบุรุษและสตรีออกมาได้อย่างน่าตื่นเต้นผ่านการออกแบบเสื้อผ้าที่ไม่มีกฎเกณฑ์ สามารถสวมใส่กับรองเท้าผ้าใบได้อย่างไม่ยุ่งยาก และแบรนด์ “Pushbutton” สตรีแวร์ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟชั่นที่ประเทศเกาหลีมาแล้ว กับคอนเซ็ปท์ชุดที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน และขี้เล่น แทรกรายละเอียดสีโทนพาสเทล และรองเท้าส้นสายฟ้าที่เป็นไอคอนในฤดูกาลนี้

อีกสีสันในฤดูกาลนี้จากแบรนด์ TELA ใช้ความเรียบง่ายแต่ดูดีจากผ้าทอสีพื้นที่มีผิวสัมผัสพิเศษ สะท้อนถึงรสนิยมชั้นดี และแบรนด์ Samsoe Samsoe เน้นความมินิมอล แต่พิถีพิถัน เรียบง่ายและสะท้อนความเป็นตัวตน ผ่านผ้าลูกฟูก กำมะหยี่ ผ้าทอขนสัตว์ ผ้าคอตตอน และผ้าทอลาย เมื่อนำมาจับแต่งตัวคู่กัน จะสร่งความน่าสนใจขึ้นมา เช่น เสื้อไหมพรมแขนยาวตัวโคร่งกับกระโปรงสั้นระดับเข่าปักเลื่อม หรือเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มและเสื้อเดนิมฟอกสีเข้าคู่กับกางเกงสีเทา ลายตาราง เป็นต้น

อัพเดทเทรนด์ประจำซีซั่นได้ที่ สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม หรือ facebook : siamdiscovery

ปัญหา ‘ขี้เซา’ นอนเท่าไรไม่เคยพอ? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/616330

วันที่ 02 มี.ค. 2563 เวลา 06:07 น.

ปัญหา 'ขี้เซา' นอนเท่าไรไม่เคยพอ?

เรื่องน่ารู้ของคนทำงานกับอาการขี้เซา “ภาวะโรคนอนเกิน (Hypersomnia)” ภัยเงียบจากปัญหาการนอนหลับที่เกิดจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแสนหนักหน่วงในแต่ละวันของคนยุคนี้ มีผลกระทบอย่างไรในระยะยาว ไปดูกัน

หลายคนอาจจะคิดว่าถ้าเราเหนื่อยจากการทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวันก็ให้พักผ่อนด้วยการนอนหลับเยอะๆ เพื่อเป็นการทดแทนช่วงเวลาที่เราขาดการพักผ่อนไป แต่ความจริงนั้นมันเป็นวิธีคิดที่ผิดมาก เพราะจะทำให้ร่างกายเราเกิดภาวะโรคนอนเกิน หรือที่เรียกว่า Hypersomnia

ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการนอนหลับที่ยาวนานมากเกินไป ทำให้เมื่อเราตื่นนอนจะรู้สึกเหนื่อยล้าเหมือนรู้สึกว่านอนไม่เต็มอิ่ม ทั้งๆ ที่ก็หลับไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ผลเสียสำหรับชาวขี้เซานั้นก็ยังไม่จบ เพราะอาการของโรคนอนเกินนั้นยังเป็นหนึ่งในหลายสาเหตุที่ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ไม่ดีต่างๆ เช่น

โรคอ้วน เกิดจากการใช้ชีวิตที่กินแล้วไม่ทำงานหรือทำกิจกรรมอย่างอื่นเลยนอกจากการนอน ทำให้กระเพาะอาหารไม่ย่อย จึงทำให้ไขมันที่มาจากอาหารเกิดการสะสมจนก่อให้เกิดโรค

โรคซึมเศร้า จากผลวิจัยในปี2012จากกลุ่มผู้หญิงสูงอายุได้ระบุว่าคนที่นอนมากกว่าวันละ 9 ชม.มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าสูงกว่าผู้ที่น้อยกว่า 5 ชม. ถึง 49% และส่งผลให้สมองทำงานแย่ลงภายในระยะเวลา 2 ปี เพราะฮอร์โมนของร่างกายอย่างสารเคมีซีโรโทนิน และเอนดอร์ฟินที่เป็นสารแห่งความสุขถูกลดต่ำลง

สมองคิดอะไรช้าลง ประสิทธิการทำงานของสมองถูกลดต่ำลงกว่าคนที่นอนในช่วงเวลาที่เพียงพอ(6-8ชม.) ซึ่งก็เป็นเพราะสมองตกอยู่ภาวะแก่ก่อนวัย จึงทำให้กว่าจะคิดงานหรือทำอะไรแต่ละอย่างร่างกายจะเคลื่อนไหวและสั่งการได้ช้าลง จึงส่งผลให้ชีวิตการทำงานหรือการเรียนมีปัญหา

เสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ง่าย ในปี 2010 ที่ผ่านมาได้มีผลวิจัยกว่า 16 เรื่อง ที่เห็นตรงกันว่าผู้ที่นอนเกินกว่า 9 ชม.ต่อวัน จะเสียชีวิตเร็วกว่าคนที่นอน 7-8 ชม. ถึง 1.3 %เพราะผู้ที่นอนมากเกินไปจะหลับง่าย และใช้เวลานานทำให้ร่างกายไม่ค่อยได้ขยับ หรือออกกำลังกายใดๆ จึงไม่สามารถเพิ่มออกซิเจนแก่อวัยวะภายใน เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตได้ง่าย

อาการที่สะท้อนออกมาในพฤติกรรมการใช้ชีวิต

  • รู้สึกง่วงตลอดเวลา
  • อยากจะงีบนอนในหลายๆ ครั้งทุกช่วงเวลา
  • ตื่นนอนยาก เมื่อตื่นก็จะรู้สึกเพลียมากกว่าปกติ
  • เผลอหลับได้ทุกสถานการณ์
  • หงุดหงิดแม้แต่เรื่องเล็ก
  • ความจำไม่ดี คิดช้าจะทำงานอะไรก็ทำช้า
  • ทานอาหารได้น้อยลงแต่ก็อ้วนง่ายกว่าคนปกติ

วิธีการหลีกเลี่ยง

วิธีการที่จะทำให้เราหลีกเลี่ยงโรคนอนเกิน (Hypersomnia) อย่างแรกเลยก็คือเราควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนไม่เป็นเวลาหรือการอดนอนเป็นระยะเวลาติดต่อกันนานๆ พักผ่อน ให้เพียงพอ และนอนหลับให้เป็นเวลาพร้อมทั้งออกกำลังและทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่ให้ชินจนเป็นนิสัย ด้วยวิธีที่ง่ายเท่านี้ก็จะทำให้เลี่ยงจากการเกิดโรคนี้ได้

อิ่มเอมกับทัพเมนูใหม่หลากสไตล์ที่ ซิงก์ เบเกอรี่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/616682

วันที่ 05 มี.ค. 2563 เวลา 09:00 น.

อิ่มเอมกับทัพเมนูใหม่หลากสไตล์ที่ ซิงก์ เบเกอรี่

ตามไปลองเมนูที่สายเฮลท์ตี้บอกว่าดีที่สุด @ซิงก์ เบเกอรี่ ยกทัพเสิร์ฟเซตความอร่อยด้วยเมนูใหม่หลากหลายสไตล์ ไม่ว่ามื้อไหนๆ ก็อร่อยได้ไม่รู้จบ

พาเหรดเมนูใหม่มาเอาใจคนชอบกิน กับ “ซิงก์ เบเกอรี่” ที่ให้ทุกคนได้อิ่มเอมกับความอร่อยหลากหลายสไตล์ พร้อมเสิร์ฟทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น หรือมื้อไหนๆ ก็มาอิ่มอร่อยกันได้ตั้งแต่เวลา 07.00–21.00 น. ที่ชั้น G ของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

ต้อนรับเช้าวันใหม่ของทุกวันด้วยเมนูอาหารเช้าสไตล์ยุโรป ด้วยขนมปังโทสต์กล้วย เครปคาว เครปหวาน ครัวซองต์ หรือขนมปังต่างๆ ตามด้วยเมนูอาหารเช้าสไตล์เอเชียอย่าง ไข่กระทะ แซนด์วิชเวียดนาม โจ๊ก และเฉพาะติ่มซำ เสิร์ฟทุกวัน เวลา 07.00-11.00 น. ส่วนท่านที่ชื่นชอบเมนูไข่ ห้ามพลาดกับเซตไข่ต่างๆ ทั้งไข่ลวกเสิร์ฟบนขนมปังและอะโวคาโด ไข่คน ไข่ดาวน้ำ ไข่เบเนดิกต์ เสิร์ฟพร้อมชา กาแฟ น้ำส้ม

เมนูสุขภาพที่สายเฮลท์ตี้ห้ามพลาด อาซาอิโบวล์ อาหารยอดฮิตติดอันดับเทรนด์โลก ที่ซิงก์ เบเกอรี่ มีให้เลือก 5 แบบ หรือจะสั่งเป็นเอนเนอร์จีบอล เอาไว้ทานเล่นระหว่างวัน ก็มีให้เลือกกัน 3 รสชาติ ไม่ว่าจะเป็นรสชาเขียว กล้วยมะพร้าว และถั่วต่างๆ นอกจากนั้น ยังมีเอนเนอร์จีบาร์ เอาไว้ให้เพิ่มพลังมั่นใจสำหรับคนอยากมีหุ่นสวยก็มีให้เลือก 3 รสชาติเช่นกัน ส่วนใครที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และใครที่รักสุขภาพเรา ต้องเมนูสลัดยอดฮิต ทั้งสลัดควินัว เชฟสลัด สลัดฟักทอง กรีกสลัด และอื่นๆ

สำหรับคนที่มีเวลาน้อยสามารถสั่งเมนูสไตล์ grab and go เช่น โรลล์ทูน่า โรลล์อะโวคาโดไก่ โรลล์แซลมอนรมควัน หรือบรรดาแซนด์วิช อิตาเลียนพานินี่ มีตโลฟบัน เฟรนเซียบัตต้า บริยอชกุ้งอะโวคาโดครัวซองต์แฮมชีส และเพรทเซลสอดไส้

และที่พลาดไม่ได้เลยกับช่วง Happy Hour เวลาแห่งการคืนความสุขให้ทุกท่าน กับโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับเมนูเค้กและเดนิช ตั้งแต่เวลา 18.00–21.00 น.

อยากรู้ว่าความอร่อย ซิงก์ เบเกอรี่ เป็นอย่างไร ไปลองกันได้ที่ ชั้น G โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-100-6255 หรือ diningcgcw@chr.co.th

เว็บไซต์ : www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cgcw/restaurant/zing

เฟสบุ๊ก : Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld

อินสตาแกรม : Centaragrand_Centralworld

หลบร้อนสุดผ่อนคลายในบรรยากาศหาดส่วนตัว ซัมเมอร์นี้ต้องที่ My Beach Resort Phuket #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/616711

วันที่ 05 มี.ค. 2563 เวลา 06:30 น.

หลบร้อนสุดผ่อนคลายในบรรยากาศหาดส่วนตัว ซัมเมอร์นี้ต้องที่ My Beach Resort Phuket

ประเดิมซัมเมอร์ด้วยทริปสุดประทับใจใน จ.ภูเก็ต ไข่มุกอันดามันสวรรค์ของการพักผ่อน เปลี่ยนโมเม้นต์ยุ่งๆ แล้วพุ่งตัวไปพักร้อนที่ My Beach Resort Phuket

โพสต์ทูเดย์รีวิวเรื่องกินเรื่องเที่ยวประเดิมซัมเมอร์นี้ เราพาทุกคนลงใต้ไปฝั่งอันดามันสรวงสวรรค์ของการพักผ่อน เตรียมตัวแพ็กกระเป๋า สลัดความเครียด เปลี่ยนโมเม้นต์ยุ่งๆ พุ่งตัวไปพักร้อนให้ชื่นฉ่ำใจในบรรยากาศสุดชิลริมชายหาด ที่อ่าวยน จ.ภูเก็ต พร้อมคำแนะนำให้เลิกคิดทุกสิ่งอย่าง ยกเว้นแคปชั่นดีๆ กับท่าโพสมั่นๆ บนหาดทรายสุดสงบ นอนทอดกายฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง พร้อมพักผ่อนให้สบายที่ My Beach Resort Phuket ที่พักวิวสวยหนึ่งในรีสอร์ตที่ได้รับคัดเลือกในคู่มือมิชลิน ไกด์ Thailand 2019 และ 2020

สำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว บอกเลยว่าที่นี่เป็นอีกตัวเลือกที่ดีที่สุด ทั้งความใหม่และความทันสมัย พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นฟิตเนส สระว่ายน้ำแบบ infinity pool พร้อมสระว่ายน้ำสำหรับเจ้าตัวน้อย ลานอาบแดด รื่นรมย์กับเครื่องดื่มเย็นๆ ริมสระที่ My Bar อิ่มอร่อยที่ My Cafe ชิมเมนูฟิวชั่นที่ผสานความเป็นไทยในสไตล์อินเตอร์ รังสรรค์โดยเชฟเพิ่ม-เพิ่มพร วิไลพรไสว แล้วไปเพลิดเพลินยามเย็นที่ My Lounge สกายบาร์จุดเช็กอินชมความงามของอ่าวยนยามอาทิตย์อัสดงในมุมมองแบบ 270 องศา

เพราะเรื่องกินเรื่องใหญ่ เราจึงเริ่มด้วยการรีวิวห้องอาหารประจำรีสอร์ต “My Cafe” เสน่ห์ของห้องอาหารแห่งนี้นอกจากความอร่อย วิวสวย บรรยากาศดี ยังมีเชฟมากความสามารถอัธยาศัยดีอย่าง “เชฟเพิ่ม-เพิ่มพร วิไลพรไสว” เป็นผู้ครีเอทเมนูสุดบรรเจิด อีกมิติของการยกระดับอาหารไทยด้วยการดึงเอาวัตถุดิบประจำท้องถิ่นมาเนรมิตเป็นอาหารเลิศรส แต่ยังคงกลิ่นอายทะเลและสีสันของภูเก็ตไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

ความอร่อยที่ห้ามพลาด อาทิ Eggs Benedict เมนูอาหารเช้าสไตล์ตะวันตก ราดด้วยซอสฮอลแลนเดสมิกซ์เครื่องเทศสไตล์ไทยกลิ่นหอมยั่วยวนใจคล้ายปูผัดผงกะหรี่ ท็อปด้วยใบกะเพราทอดกรอบ ต่อที่ แกงปูใบชะพลูเสิร์ฟคู่เส้นหมี่ลวก ฟินเต็มคำกับกรรเชียงปูเนื้อแน่นชิ้นเบิ้มในน้ำแกงรสเข้มข้น จะกินกับเส้นก็อร่อย กินกับข้าวสวยร้อนๆ ก็เด็ด ส่วนเมนูที่คนกลัวเผ็ดยกนิ้ว ข้าวผัดสับปะรด ตำข้าวโพดปูนิ่ม สลัดสไตล์ไทยได้รสเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ครบรสลงตัว อร่อยล้ำคำโตกับปูนิ่มทอดกรอบ เพิ่มเท็กซ์เจอร์ด้วยกุ้งเสียบตัวโตของดีเมืองภูเก็ต ส่วนทีเด็ดของเมนูยามเย็นยกให้เป็นเมนูซีฟู้ดนานาชนิด อาทิ กุ้ง กั้ง หอย หมึก และปลา ทั้งสดทั้งใหม่เนื้อในหวานแบบธรรมชาติ

ชมพระอาทิตย์ตกบนสกายบาร์ ณ “My Lounge” ดื่มด่ำความงามยามอาทิตย์ลับขอบฟ้า ชักภาพ Sunset เก็บความทรงจำในมุมมองกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา พลบค่ำได้เวลาสังสรรค์ด้วยเครื่องดื่ม ทั้งค็อกเทล ม็อกเทล คู่อาหารทานเล่น พร้อมพูดคุยใต้แสงเดือน

อีกจุดที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงคือ “My Bar” บีชคาบาน่าชิลๆ ริมสระว่ายน้ำที่ตั้งประชิดติดชายหาด ทอดอารมณ์รับลมโชยมา พร้อมมีอาหารหูอาหารตาให้เหลียวซ้ายแลขวาเพลินตาแบบสุดๆ

สำหรับห้องพักที่ My Beach Resort Phuket  มีให้เลือก 7 แบบ พร้อมวิวและขนาดพื้นที่ใช้สอยที่ต่างกัน  เริ่มจาก ดีลักซ์ ผ่อนคลายไปกับห้องพักสไตล์เอิร์ธโทน พร้อมระเบียงกว้างสำหรับการชมวิว, ดีลักซ์ พูลวิว รื่นรมย์กับการแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ พลางชมวิวริมสระน้ำ  โอ่โถงและสะดวกสบาย, พรีเมียร์ ซีวิว  กินลมชมวิวทะเลจากระเบียงกว้างของห้องพักสุดหรู, พรีเมียร์พูล แอคเซส นั่งหย่อนเท้าแช่น้ำชมวิวสระน้ำแล้วจิบเครื่องดื่มเย็นๆ สบายอารมณ์ หรือกระโดดลงสระว่ายน้ำโดยตรงจากระเบียงส่วนตัว, พรีเมียร์ ซีวิว สตูดิโอ เพลินใจไปกับทิวทัศน์ยามเช้าอันตระการตาของทะเลอันดามันจากอ่างอาบน้ำกลางแจ้งส่วนตัวในห้องพัก, พรีเมียร์ บีชฟร้อนท์ ห้องพักที่ให้ความเป็นส่วนตัว สามารถเดินไปยังชายหาดได้อย่างสะดวกสบาย และไพรเวท พูล บีชฟร้อนท์ ห้องพักสุดโรแมนติก อยู่ใกล้กับชายหาดที่สวยงามที่สุด มีทางเดินตรงสู่สระว่ายน้ำ

ออกไปสัมผัสความรู้สึกที่แตกต่างในการพักผ่อนได้แล้วที่ My Beach Resort Phuket ไข่มุกแห่งอันดามัน บริการที่พร้อมพรั่ง อาหารรสเลิศ และความเป็นส่วนตัวรอทุกคนอยู่ที่อ่าวยน ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต สอบถามโทร. 076-305-066 ถึง 69 หรือ 089-606-9979  เว็บไซต์ : www.mybeachphuket.com และพบกับโปรโมชั่นดีๆ ช่วงนี้ได้ที่ http://bit.ly/ThaiTeawThai-MyBeachResort

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

ชิมข้าวแช่ออร์แกนิค ดับองศาร้อนด้วยเมนูไทยชาววัง ณ ห้องอาหารเดอะเฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/616596

วันที่ 03 มี.ค. 2563 เวลา 17:20 น.

ชิมข้าวแช่ออร์แกนิค ดับองศาร้อนด้วยเมนูไทยชาววัง ณ ห้องอาหารเดอะเฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่

ห้องอาหารเดอะเฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ ต้อนรับฤดูร้อนด้วยเมนูข้าวแช่ออร์แกนิคในน้ำลอยดอกมะลิหอมรัญจวนใจ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงในตำนาน ปิดท้ายกับของหวานหาทานยากอย่าง ‘มะปรางลอยแก้ว’

ต้อนรับซัมเมอร์ด้วยเมนูคลายร้อนตำรับชาววังกันที่ ห้องอาหารเดอะเฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ด้วยเซตเมนูข้าวแช่ออร์แกนิคในน้ำเย็นลอยดอกมะลิ เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงในตำนานถึง 8 อย่าง

ได้แก่ ลูกกะปิทอด, หอมแดงสอดไส้, พริกหยวกสอดไส้, เนื้อหรือหมูฝอยหวาน, ไชโป๊ผัดไข่, ปลาแห้งผัดหวาน, หมูเปีย และไข่วงเดือนหรือไข่แดงกับหมูสับ แถมปิดท้ายคลายร้อนด้วยของหวานหาทานยากอย่าง มะปรางลอยแก้ว หอมหวานแสนอร่อย

เมนูชุดข้าวแช่ออร์แกนิคครบเซตราคา 850 บาท+ และราคา 1,100 บาท+ (สำหรับซื้อกลับบ้าน) มีให้ลิ้มชิมรสตลอดเดือนมีนาคม และเมษายน 2563

อยากรู้ว่าเมนูหน้าร้อนชาววังเป็นอย่างไร ไปกันได้ที่ ห้องอาหารเดอะเฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล เปิดให้บริการทุกวัน มื้อกลางวันเวลา 12.00-14.00 น. มื้อค่ำเวลา 18.00-22.30 น. โทร. 02 650 8800 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.theatheneehotel.com

ดูฉลากให้เป็นก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/617030

วันที่ 08 มี.ค. 2563 เวลา 16:30 น.

ดูฉลากให้เป็นก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค

อย.แนะการใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิววัสดุต่างๆ ที่ต้องสัมผัสอยู่เป็นประจำ ช่วยลดโอกาสการสัมผัสและการแพร่กระจายของเชื้อได้ พร้อมชี้จุด 3 สังเกตสำคัญก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพโดย

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เน้นใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิววัสดุต่างๆ ที่ต้องสัมผัสอยู่เป็นประจำ ช่วยลดโอกาสการสัมผัสเชื้อและแพร่กระจายของเชื้อได้ โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเลขทะเบียนวัตถุอันตรายในกรอบเครื่องหมาย อย. วอส.และปฏิบัติตามวิธีใช้บนฉลากอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญควรฆ่าเชื้อบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อยเป็นประจำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อ

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ในสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-2019 การป้องกันตนเองและคนรอบข้างสามารถทำได้ด้วยการกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัยเมื่อไปแหล่งชุมชน

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิววัสดุต่างๆ ที่ต้องสัมผัสอยู่เป็นประจำหรือบริเวณที่มีผู้สัมผัสเป็นจำนวนมาก เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ราวบันได ลูกบิดประตู แผงกดลิฟต์ คีย์บอร์ด คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เป็นต้น จะช่วยลดโอกาสการได้รับสัมผัสเชื้อและการแพร่กระจายของเชื้อได้

ซึ่งผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพโดยสังเกต 3 จุดที่สำคัญ ได้แก่

1. มีข้อความระบุว่าสามารถ ฆ่าเชื้อโรค ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หรือฆ่าเชื้อไวรัส

2. มีสารสำคัญเป็นสารฆ่าเชื้อ เช่น เอทิลแอลกอฮอล์ ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ โซเดียมไฮโปคลอไรต์ คลอโรไซลีนอล อัลคิลไดเมทิลเบนซิล แอมโมเนียมคลอไรด์ (หรือเบนซัลโคเนียมคลอไรด์)

3. มีเลขทะเบียนวัตถุอันตรายในกรอบเครื่องหมาย อย. วอส. เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย จาก อย.

ทั้งนี้ ผู้บริโภคควรปฏิบัติตามวิธีใช้บนฉลากอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอัตราส่วนการผสมและระยะเวลาที่ให้ผลิตภัณฑ์สัมผัสพื้นผิวเพื่อประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ กรณีพื้นผิวสกปรกมากควรขจัดสิ่งสกปรกออกก่อนแล้วจึงใช้ผลิตภัณฑ์ เนื่องจากความสกปรกจะลดประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ ที่สำคัญควรฆ่าเชื้อบริเวณพื้นผิวและวัสดุต่างๆ เป็นประจำ โดยเฉพาะบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อย ทั้งนี้ ห้ามนำมาใช้เช็ดทำความสะอาดฆ่าเชื้อบนผิวหนัง และห้ามนำผลิตภัณฑ์หลายชนิดมาผสมรวมกันเพราะอาจเกิดอันตรายหรืออาจลดประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อได้

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า เพื่อความปลอดภัย ประชาชนสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย. ได้ที่ เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หัวข้อตรวจสอบผลิตภัณฑ์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน อย.1556

5 เรื่องใกล้ตัวที่สงสัยกันว่ามันก่อให้เกิดโรคมะเร็ง จริงหรือไม่? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/617023

วันที่ 08 มี.ค. 2563 เวลา 14:30 น.

5 เรื่องใกล้ตัวที่สงสัยกันว่ามันก่อให้เกิดโรคมะเร็ง จริงหรือไม่?

บทพิสูจน์ 5 ความเชื่อเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนเข้าใจว่าก่อให้เกิดโรคมะเร็งนั้น เป็นเรื่องจริงแค่ไหน อย่างไร?

“มะเร็ง” เป็นโรคร้ายที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากให้เกิดกับตัวเอง หรือคนใกล้ตัว แต่ก็ยังมีข่าวที่แชร์แบบไม่ชัวร์ซึ่งมาจากความเชื่อผิดๆ ที่อ้างว่าเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง จนหลายคนอาจจะเคยเชื่อหรือยังคงคิดแบบนี้อยู่ ฉะนั้น เรามาไขความจริงไปพร้อมกันเลย

ความจริงแล้ว…สาร SLS ในสบู่เหลว เป็นสารก่อมะเร็งจริงหรือไม่

คำตอบคือ ไม่จริง!

เคยมีข่าวแชร์ว่าสาร SLS (Sodium lauryl sulfate) ซึ่งเป็นสารลดแรงตึงผิวในสบู่เหลวนั้นก่อให้เกิดมะเร็งได้ ตอบเลยว่า ไม่จริง เนื่องจากการที่สาร SLS จะก่อให้เกิดมะเร็งได้นั้นจะต้องมีการทำปฏิกิริยาทางเคมีที่อุณหภูมิสูงกว่า 100 องศาเซลเซียส หรืออุณหภูมิที่ทำให้น้ำเดือดได้เลย ซึ่งคนปกติทั่วไปก็คงไม่มีใครอาบน้ำเดือดกันอยู่แล้ว ดังนั้น ใช้สบู่เหลวได้อย่างสบายใจได้เลย เพราะถึงแม้จะมีสาร SLS อยู่ ก็ไม่ทำให้เกิดมะเร็งแน่นอน

ความจริงแล้ว…ดื่มนมวัว ทำให้เป็นมะเร็งจริงหรือไม่

คำตอบคือ ไม่จริง!

ปัจจุบันไม่มีหลักฐานยืนยันว่า นมวัวจะก่อมะเร็งได้ ทั้งนี้ในทางกลับกันนมวัวเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญอุดมไปด้วยแคลเซียมและโปรตีน เป็นอาหารที่ดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะแคลเซียมช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ดื่มได้ทุกเพศทุกวัย และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ความจริงแล้ว…ดื่มน้ำเย็น หลังกินข้าว ทำให้เป็นมะเร็งจริงหรือไม่

คำตอบคือ ไม่จริง!

หลายคนเชื่อว่า น้ำเย็น ทำให้ไขมันที่กินไปแข็งตัวไปเกาะที่ผนังลำไส้และทำให้เกิดมะเร็งนั้น จากการสืบค้นข้อมูลยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่า น้ำเย็นทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ เพราะฉะนั้นสามารถดื่มได้ตามปกติ แต่ถ้าจะหลีกเลี่ยงโรคมะเร็ง ควรเลี่ยงอาหารจำพวกอาหารปิ้งย่างที่ไหม้เกรียม อาหารสุกๆ ดิบๆอาหารที่มีไขมันสูง หรืออาหารทอดที่ใช้น้ำมันซ้ำ ๆ จะดีกว่า

ความจริงแล้ว…การใช้ผ้าอนามัยที่ซึมซับได้มากๆ หรือไม่ค่อยเปลี่ยนผ้าอนามัยในแต่ละวัน จะทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกจริงหรือไม่

คำตอบคือ ไม่จริง!

ความเชื่อนี้ทำให้คุณสาวๆ ต่างหวั่นวิตกเป็นจำนวนมาก เพราะบางคนเชื่อว่าเลือดประจำเดือนเป็นอาหารของเชื้อแบคทีเรียและยังเพิ่มโอกาสให้เป็นมะเร็งปากมดลูกอีก จากที่กล่าวมานั้น ไม่เป็นความจริง เพราะสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกนั้น เกิดจากการติดเชื้อ HPV (Human papilloma virus) โดยส่วนใหญ่ติดจากการมีเพศสัมพันธ์ การสัมผัสผิวหรือเยื่อบุของอวัยวะเพศหรือปากมดลูกมีรอยถลอกหรือแผลทำให้เชื้อเข้าไปได้ หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น มีคู่นอนหลายคน มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับผ้าอนามัยเลย แต่ทั้งนี้สามารถฉีดวัคซีนเพื่อป้องการมะเร็งปากมดลูกได้ตามสถานพยาบาลและโรงพยาบาลต่างๆ

ความจริงแล้ว…กินส้มตำที่ใส่เปลือกมะนาว ทำให้เป็นมะเร็งจริงหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่จริง!

ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถยืนยันได้ ในทางกลับกันเปลือกมะนาวมีประโยชน์ด้วยซ้ำ เพราะช่วยบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นท่อง แก้ล้ม วิงเวียน และช่วยให้เจริญอาหารได้อีกด้วยทุกวันนี้มีข่าวแชร์ผิด ๆ ได้สร้างความเข้าใจผิด ๆ ให้แก่เรามากมาย ฉะนั้น ก่อนจะเชื่อ ก่อนจะแชร์ หรือส่งต่อเรื่องใดๆ ควรตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องเสียก่อน โดยสามารถเช็กข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ sure.oryor.com เช็ก ชัวร์ แชร์ ค้นหาความจริงก่อนที่จะแชร์

ภาพ : Freepik.com

DIY หน้ากากผ้าใช้เอง ถูก-ดี-ไม่ซ้ำใคร แถมใช้ซ้ำได้ พร้อมวิธีทำความสะอาดที่ถูกต้อง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/616934

วันที่ 07 มี.ค. 2563 เวลา 10:40 น.

DIY หน้ากากผ้าใช้เอง ถูก-ดี-ไม่ซ้ำใคร แถมใช้ซ้ำได้ พร้อมวิธีทำความสะอาดที่ถูกต้อง

วิทยาศาสตร์ฯ มธ. เปิด 4 ทริครับมือ COVID-19 มฤตยูสายพันธุ์ใหม่ให้อยู่หมัด DIY หน้ากากผ้าเส้นใย “นิตเจอร์ซี่” ราคาถูก ดีไซน์ไม่ซ้ำ ใช้ซ้ำได้

“ไวรัสโคโรน่า 2019” (COVID-19) นับว่าเป็นมฤตยูร้ายสายพันธุ์ใหม่ ที่ก่อให้เกิดอาการป่วยระบบทางเดินหายใจ โดยผู้ป่วยจะมีอาการปอดอักเสบรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้ ซ้ำร้ายเชื้อไวรัสนี้สามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ ซึ่งถูกพบครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่นของประเทศจีน เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2562 และล่าสุดมีประชากรทั่วโลกติดเชื้อทะลุหนึ่งแสนราย ซึ่งนับเป็นมหันตภัยครั้งใหญ่ที่คนทั่วโลกต้องเผชิญกับมฤตยูสายพันธ์ใหม่ในครั้งนี้

การแพร่ระบาดของ COVID-19 สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนทั่วโลกรวมทั้งคนไทย ทาง SCI-TU หรือคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) แนะนำ “4 ทริค รับมือ COVID-19 มฤตยูสายพันธุ์ใหม่ ! ให้อยู่หมัด” ที่ทุกคนต้องรู้และควรไม่พลาด สำหรับวิธีการดูแลและการป้องกันตนเองจาก COVID-19 ด้วยเทคนิคที่ถูกต้องตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และยังเป็นผลดีต่อสุขภาพและความปลอดภัย มีรายละเอียดดังนี้

· D.I.Y. หน้ากากผ้าลดโอกาสแพร่เชื้อไวรัส ด้วยผ้านิตเจอร์ซี่ จากการศึกษาของสาขาวิชาเทคโนโลยีวัสดุและสิ่งทอของ SCI-TU พบว่า ผ้านิตเจอร์ซี่ (Jersey Knit) มีลักษณะคล้องกันเป็นห่วงตลอดทั้งผืน โดยที่ผ้าด้านหน้าจะมีลักษณะเป็นแนวตั้ง ส่วนผ้าด้านหลังมีลักษณะเป็นห่วงแนวนอน จึงทำให้ผ้ามีโครงสร้างเป็นผ้าถัก และทำให้ผ้ามีความยืดหยุ่น สวมใส่สบาย มีน้ำหนักเบา และที่สำคัญสามารถระบายอากาศได้ดี เหมาะกับสภาพอากาศประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่ฤดูร้อน ทั้งนี้ หน้ากากผ้าดังกล่าว มีต้นทุนการผลิต 15-20 บาทต่อชิ้น โดยข้อดีของการ D.I.Y. หน้ากากผ้าคือ สามารถซักและใส่ซ้ำได้ สามารถดีไซน์ได้ตามต้องการและไม่ซ้ำใคร สำหรับผ้านิตเจอร์ซี่สามารถซื้อได้ตามร้านจำหน่ายผ้าทั่วไป

อย่างไรก็ตาม หน้ากากผ้าดังกล่าว เหมาะสำหรับการใช้ทดแทนหน้ากากอนามัยในช่วงที่ขาดแคลนเท่านั้น และ สำหรับผู้ที่มีอาการติดเชื้อในทางเดินหายใจ ควรใช้หน้ากากอนามัยเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันการแพร่เชื้อ หรือลดโอกาสการติดเชื้อและช่วยป้องกันการเผลอนำมือสัมผัสบริเวณผิวหน้า

สำหรับ “หน้ากากผ้าป้องกันไวรัส ด้วยผ้านิตเจอร์ซี่” เป็นการออกแบบพิเศษ ให้สามารถสอดหน้ากากอนามัยหรือแผ่นกรอง PM 2.5 เพื่อช่วยกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้

· วิธีใช้เจลล้างมือที่ถูกต้อง เพราะสาเหตุของการแพร่กระจายเชื้อ COVID-19 ส่วนหนึ่งเกิดจากการสัมผัสทางมือ เจลล้างมือ ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เข้มข้น 70-90% จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สะดวกต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน และช่วยฆ่าเชื้อหลังจากสัมผัสสิ่งต่าง ๆ ได้ตลอดทั้งวัน ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เจลล้างมือตามความถี่ที่ต้องการได้อย่างปลอดภัย แถมช่วยถนอมผิวให้ชุ่มชื่นและนุ่มลื่น จึงควรเลือกใช้เจลล้างมือที่มีส่วนผสมของ “มอยซ์เจอไรเซอร์” ซึ่งมีสารให้ความชุ่มชื้น เช่น กลีเซอรอล

· ฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ 70% บนหน้ากากผ้าทุกๆ 3-4 ชม. โดยปกติแล้วหน้ากากผ้าทั่วไปที่วางจำหน่ายในท้องตลาด จะมีความสามารถในการช่วยคัดกรองสารคัดหลั่ง จากการไอ จาม เท่านั้น ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน และฆ่าเชื้อไวรัสบริเวณหน้ากากผ้า จึงควรนำสเปรย์แอลกอฮอล์ 70% ฉีดลงบนหน้ากากผ้า โดยฉีดซ้ำทุก ๆ 3-4 ชั่วโมง หรือทุกครั้งที่มีการใช้หยิบจับหน้ากากแล้วรอ 2-3นาทีก่อนสวมใส่ แต่ทั้งนี้ การฉีดแอลกอฮอล์ 70% ลงบนหน้ากากผ้า อาจจะมีข้อจำกัดในการใช้งานบางประการ เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอาการแพ้บนผิวหน้า ซึ่งเป็นบริเวณผิวที่บอบบาง

· วิธีซักหน้ากากผ้า เพียงซักทำความสะอาดหน้ากากผ้าทุกวันหลังการใช้งาน ใน 3 ขั้นตอน ดังนี้

(1) ใส่หน้ากากผ้า ต้มในน้ำผสมน้ำยาล้างจาน 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 2 ลิตร

(2) ต้มจนเดือดนาน 10 นาทีเท่านั้น เนื่องจากความร้อนจะมีผลให้คุณสมบัติของเส้นใยเกิดความเสียหาย

(3) ล้างน้ำซ้ำ 2 ครั้งจนหมดฟอง พร้อมนำมาผึ่งให้แห้ง

สำหรับผู้ที่สนใจวิธีการตัดเย็บหน้ากากผ้า เพื่อทดแทนกับหน้ากากอนามัยในช่วงที่ขาดแคลน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/ScienceThammasat/posts/2200214250082114 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. ศูนย์รังสิต โทรศัพท์ 02-564-4440-59 ต่อ 2010