‘เทศกาลไทยในสหราชอาณาจักร’เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/219136

การศึกษา-สาธารณสุข  :  23 ธ.ค. 2558

‘เทศกาลไทยในสหราชอาณาจักร’เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ

‘เทศกาลไทยในสหราชอาณาจักร’เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ

             เนื่องในโอกาสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา รัฐบาลไทย โดยกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงร่วมกันจัด “เทศกาลไทยในสหราชอาณาจักร-ไทยแท้แท้” (Totally Thai) เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 และเฉลิมฉลอง 160 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สหราชอาณาจักร โดยจัดการแสดงโขนเรื่อง “รามเกียรติ์” ณ โรงละครรอยัล อัลเบิร์ต ฮอลล์ สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าชมกว่า 3,000 คน เป็นอย่างมาก

อีกทั้งยังจัดงานเทศกาลภาพยนตร์ไทย (Thai Film Festival) ณ สถาบันศิลปะภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งอังกฤษ (BAFTA) โดยนำภาพยนตร์ไทยคุณภาพ 7 เรื่อง ไปจัดฉายเมื่อเดือนมิถุนายน 2558 ประสบความสำเร็จอย่างสูงในด้านการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย และเป็นการขยายตลาดการส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในเวทีโลก

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับหอศิลป์ซัทชี่ บริษัท พรูเด็นเชียล คอร์ปอเรชั่น เอเชีย และ พาราลเลล คอนเทมโพรารี อาร์ต สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุม (องค์การมหาชน) หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และ มูลนิธิจิม ทอมป์สัน นำผลงานศิลปะไทยร่วมสมัยที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้เชี่ยวชาญของไทยและสหราชอาณาจักร จำนวน 60 ชิ้น จากศิลปินไทย 23 คน มาจัดแสดงให้ชาวสหราชอาณาจักรและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชมในนิทรรศการศิลปะไทยร่วมสมัย “Thailand Eye” ณ หอศิลป์ซัทชี่ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ทำให้ศิลปะร่วมสมัยของประเทศไทยเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นและยังเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาประเทศไทยเพิ่มขึ้น ได้หารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของ วิกตอเรีย แอนด์ อัลเบิร์ต มิวเซียม ในการส่งเสริมและสนับสนุนการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลและการศึกษาให้เข้าถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ชาติไทยให้ถูกต้องชัดเจน รวมทั้งการแลกเปลี่ยนการจัดแสดงศิลปวัตถุระหว่างสองประเทศร่วมกันด้วย

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า นิทรรศการจัดขึ้นวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 – 2 มกราคม 2559 และจะนำไปจัดที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่างเดือนมีนาคม–มิถุนายน 2559 ซึ่งจะเป็นเวทีสำหรับศิลปิน นักวิจารณ์ศิลปะ นักเรียน และประชาชนผู้สนใจ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้เกี่ยวกับความหลากหลายและคุณค่าของงานศิลปะร่วมสมัยของไทย

หอศิลป์ซัทชี่ ก่อตั้งมากว่า 30 ปี ได้รับความนิยมในแวดวงศิลปะร่วมสมัยเป็นอย่างมาก มีผู้เข้าชมผลงานศิลปะในหอศิลป์มากกว่า 1.5 ล้านคนต่อปี และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ได้จัดนิทรรศการโดยมีผู้เข้าชมสูงสุดในกรุงลอนดอนถึง 15 ครั้ง จากการจัดนิทรรศการทั้งหมด 20 ครั้ง ติดอันดับ 1 ใน 5 หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์ของโลกที่ได้รับการกดไลค์มากที่สุดทางเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์

ไนเจล เฮิร์สท ผู้อำนวยการและกรรมการบริหารหอศิลป์ซัทชี่ กล่าวว่า ผลงานเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของศิลปินรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่จะทำให้ได้เห็นถึงอนาคตของศิลปะร่วมสมัยในภูมิภาคนี้ ซึ่ง “Thailand Eye” เกิดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจในผลงานของศิลปินกลุ่มนี้ และเพื่อที่จะเป็นประตูนำไปสู่วัฒนธรรมของประเทศบ้านเกิดของศิลปินเหล่านี้

กวิตา วัฒนะชยังกูร ศิลปินรุ่นใหม่ที่ได้รับการคัดเลือกนำผลงานมาจัดแสดงในครั้งนี้ กล่าวว่า ทำผลงานขึ้นมาเพื่อต้องการที่จะสะท้อนอะไรให้แก่สังคมและต้องการให้สังคมได้รับรู้ถึงอะไร ดังเช่นผลงานที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ เพื่อสื่อความหมายให้สังคมได้รับรู้ถึงคุณค่าของการเป็นผู้หญิงมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ พิธีเปิดนิทรรศการได้เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 18.30 น. ของวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 ที่บริเวณแกลเลอรี่ 11 และแกลเลอรี่ 12 ของหอศิลป์ซัทชี่ โดย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมด้วย ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และแขกผู้มีเกียรติที่มีชื่อเสียง ศิลปิน เครือข่ายชุมชนไทยในสหราชอาณาจักร และประชาชนชาวสหราชอาณาจักรและนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมกว่า 500 คน โดยสำนักพิมพ์ Skira และบริษัทพรูเดนเชียล ยังได้พิมพ์หนังสือรวบรวมผลงานของศิลปินร่วมสมัยของไทย 75 คน เผยแพร่ในงานนี้ด้วย

ในโอกาสนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ยังได้ร่วมงานแสดงดนตรีไทยเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 ณ ซีเนต เฮ้าส์ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานและทรงขับร้องและทรงดนตรีไทยร่วมกับชมรมดนตรีไทยแห่งสหราชอาณาจักร


เรียนให้เป็นเล่นให้รู้เยาวชนบ้านแประเหนือสตูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/219133

การศึกษา-สาธารณสุข  :  23 ธ.ค. 2558

เรียนให้เป็นเล่นให้รู้เยาวชนบ้านแประเหนือสตูล

เรียนให้เป็นเล่นให้รู้ เยาวชนบ้านแประเหนือสตูล

           ในวันเปิดศูนย์การเรียนรู้แห่งใหม่ประจำมัสยิดหมู่บ้านแประเหนือ ต.แประ อ.ท่าแพ จ.สตูล ที่เกิดขึ้นภายใต้โครงการ “บิ๊กซีจับมือเพื่อชุมชนปี 3” นักเรียนหลายสิบชีวิตพร้อมกันแสดงวัฒนธรรมภาคใต้ต้อนรับผู้มาเยือน โดยหนึ่งในชุดการแสดงมี “ลิเกฮูลู” ทั้งแบบร้องเพลงเป็นภาษายาวี และแปลเป็นภาษาไทยกลาง เป็นการแสดงชุดใหญ่เพื่อถ่ายทอดเนื้อหาที่อธิบายถึงความสุขของการมีครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งครอบครัวที่กล่าวถึงไม่ใช่แค่ พ่อ แม่ พี่น้อง แต่หมายรวมถึง เพื่อน ครู และสมาชิกในชุมชนด้วย

โสวณีย์  ราเหม  นักแสดงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เล่าว่า ตั้งแต่เด็กจนโตได้ยินพ่อแม่และญาติๆ กล่าวถึงลิเกฮูลูบ่อยครั้ง และยามว่าง ครอบครัวจะพาไปดูการแสดงลิเกฮูลูด้วย ตั้งแต่จำความได้ก็เริ่มสนใจการแสดงแล้วเธอจึงใช้เวลาว่างจากการเรียนวิชาทั่วไป การเรียนคัมภีร์มาฝึกซ้อมสม่ำเสมอ กระทั่งได้รับคัดเลือกให้แสดงต่อสาธารณะหลายครั้ง

ฮัสรีน่า นาเลาะ เพื่อนร่วมชั้นกล่าวเสริมว่า การฝึกซ้อมบางครั้งก็เป็นลานกลางแจ้ง บางครั้งเป็นพื้นที่ห้องเรียนแตกต่างกันไป แต่ทุกคนก็มีความสุข นอกจากการใช้เวลาว่างเพื่อการฝึกซ้อมการแสดงแล้ว เวลาส่วนมากของฮัสรีน่าและนักเรียนหลายคนในหมู่บ้านแป-ระเหนือคือ การทุ่มเทเวลาให้แก่การทำละหมาดตามความศรัทธาในศาสนาอิสลาม และเรียนคัมภีร์ต่อเนื่อง ซึ่งเด็กๆ ชาวมุสลิมอย่างเธอรับรู้และปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

ชาวมุสลิมทุกคนให้ความสำคัญกับพิธีกรรมทางศาสนามาก แต่ช่วงที่ผ่านมาประชากรในหมู่บ้านก็เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ทำให้มัสยิดที่มีไม่พอต่อการรองรับสมาชิก และเมื่อมีการก่อสร้างศูนย์เรียนรู้แก่ชุมชนแประเหนือ ก็นับเป็นโอกาสของชุมชนที่จะได้ขยายอาคารอเนกประสงค์เพื่อกิจกรรมสาธารณะ

ด้าน แวซอน ไดโซ เยาวชนวัย 12 ปี พ่อเป็นครูสอนประจำในค่ายมวยหมู่บ้าน ที่ผ่านมาเขาทุ่มเทเวลาฝึกมวยในยามว่างจากการเรียนและเวลาละหมาด เพราะเชื่อว่ามวยเป็นกีฬาที่ท้าทาย หากมีงานประจำปี หรืองานเฉลิมฉลองบางอย่าง กีฬามวยก็มักถูกเลือกเป็นกีฬาประเภทแรกๆ ที่คนสนใจ เด็กชายในชุมชนจึงเลือกศึกษามวยไทยกันมากมาย ทำให้บางครั้งสนามซ้อมไม่เพียงพอ

แวซอน เชื่อว่า หากชุมชนมีอาคาร หรือตึกส่วนรวมเพิ่มเติมก็จะช่วยให้มีพื้นที่เล่นกีฬา ประชุม และทำพิธีกรรมทางศาสนาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเย็นวันศุกร์ เด็กชายต้องมาทำละหมาดพร้อมกันในมัสยิด ถ้ามีพื้นที่ใหม่มาเพิ่มย่อมส่งผลดีต่อตนและเพื่อนๆวัยเดียวกัน

หม๊าดด๊ะ ศรียาน โต๊ะอิหม่าม หรือประธานคณะกรรมการมัสยิดในชุมชนฯ อธิบายว่า การแสดงลิเกฮูลูเป็นการละเล่นพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมมากของชาวไทยมุสลิม โดยเฉพาะใน 4 จังหวัดภาคใต้ สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี มักแสดงในงานต่างๆ ของชาวมุสลิม ปกติจะแสดงในช่วงกลางคืนเพื่อความบันเทิง โดย “ลิเก” หรือ “ดิเกร์” เป็นศัพท์เปอร์เซีย มีความหมายไปในทางการสวดสรรเสริญพระเจ้า ส่วน “ลิเกฮูลู” บางแหล่งเชื่อกันว่ารับแบบอย่างมาจากคนพื้นเมืองเผ่าซาไก เรียกว่า มโนห์ราคนซาไก แรกเริ่มนั้นขับร้องกันด้วยภาษามลายูท้องถิ่นอย่างเดียว ต่อมาก็มีการแปลเพื่อความเข้าใจในวงกว้าง ความสนุกสนานอยู่ที่ท่วงทำนองที่มาจากกลองรือบานา (รำมะนา) อันคึกคักผสานกับเสียงฆ้องและการรำร่ายอย่างมีลูกเล่นของมือเขย่าลูกแซก ที่สอดคล้องไปกับท่วงท่าอันพร้อมเพรียงของลูกคู่ ซึ่งในปัจจุบันหาดูยากและกำลังจะสูญหายไป

โต๊ะอิหม่าม ขยายความเพิ่มเติมว่า จริงแล้วการแสดงของเด็กๆ ในชุมชนนั้นก็มีการฝึกซ้อมการละเล่นพื้นที่บ้านต่อเนื่อง โดยใช้พื้นที่สาธารณะของหมู่บ้านทั้งหอประชุมกลางหมู่บ้าน โรงเรียน หรือลานกลางแจ้งที่สามารถหาได้ แต่ต่อมาเพื่อเวลาผ่านไปสถานที่ก็ทรุดโทรม ประชาชนเพิ่มจำนวนมากขึ้น ความต้องการใช้พื้นที่ก็มีมากขึ้น ทางชุมชนจึงต้องหาทางพัฒนาพื้นที่สาธารณะ โดยที่ดินกว่า 1 ไร่ ของการสร้างศูนย์เรียนรู้แห่งใหม่ได้รับการบริจาคจากชาวบ้านรายหนึ่งในชุมชน จากนั้นทางบิ๊กซีก็มาสนับสนุนงบประมาณในการสร้างอาคาร

ทางชุมชนตกลงเงื่อนไขกันว่า อาคารใหม่แห่งนี้ทางชุมชนจะใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และเปิดให้บริการชาวบ้านในพื้นที่ได้ใช้ทำกิจกรรมอื่นๆที่สำคัญทั้งแบบส่วนตัว และแบบส่วนรวม เช่น งานแต่งงาน งานบวช งานวันพ่อ วันแม่ และบางครั้งใช้สำหรับกิจกรรมสำคัญของนักเรียนที่ทางโรงเรียนกำหนด ซึ่งเด็กๆ ในชุมชนมีทั้งชั่วโมงของการเล่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ สลับกันไปอย่างลงตัว จึงเชื่อมั่นว่าอาคารแห่งใหม่นี้จะสร้างประโยชน์แก่ชุมชนอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้การสร้างศูนย์แหล่งเรียนรู้ในชุมชนแประเหนือได้รับคัดเลือกมาจากหลายโครงการที่ชุมชนส่งเข้าประกวด จากโครงการ “บิ๊กซีจับมือทำดีเพื่อชุมชน ปี 3” ซึ่งภายหลังจากการสร้างศูนย์และส่งมอบแล้วเสร็จ ชุมชนสามารถนำศูนย์ไปบริหารใช้ได้ตามความเหมาะสม


‘มหกรรมเรียนนอก’ปีที่12ก.พ.หนุนปั้นคนไทยรับอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/219060

การศึกษา-สาธารณสุข  :  22 ธ.ค. 2558

‘มหกรรมเรียนนอก’ปีที่12ก.พ.หนุนปั้นคนไทยรับอาเซียน

‘มหกรรมเรียนนอก’ปีที่12ก.พ.หนุนปั้นคนไทยรับอาเซียน : ดร.จุไรรัตน์ วรรณยิ่ง ผอ.สำนักงานประชาสัมพันธ์ ม.สยาม รายงาน

            ปิดฉากไปแล้วสำหรับงาน “มหกรรมการศึกษาต่อต่างประเทศ” ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.)รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดงานระหว่างวันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2558 ที่พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์สรรพสินค้าสยามพารากอน ท่ามกลางความสนใจของนักเรียน นักศึกษา พ่อแม่ ผู้ปกครอง จำนวนมาก

“สำนักงาน ก.พ. มีบทบาทในการบริหารทรัพยากรบุคคลของชาติ ซึ่งเป็นกลไกในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้า ให้แข่งขันกับนานาประเทศได้ และยังมีอีกบทบาทหนึ่งที่สำนักงาน ก.พ. ให้ความสำคัญมาโดยตลอด คือการสนับสนุนพัฒนาการศึกษาข้าราชการพลเรือนสามัญ ให้เป็นตัวจักรสำคัญในการพัฒนาประเทศ และสนองนโยบายของรัฐบาลให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นการพัฒนาบุคคลโดยให้ทุนรัฐบาลไปศึกษาต่อต่างประเทศ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งจะเห็นได้ว่าบรรดาผู้นำในหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานเคยเป็นนักเรียนทุนของรัฐบาลมาก่อน” วิสูตร ประสิทธิ์ศิริวงศ์เลขาธิการ สำนักงาน ก.พ. กล่าวเปิดงาน ในปี 2559 ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเต็มรูปแบบ สำนักงาน ก.พ.มีบทบาทโดยตรงในการเป็น “เสาสังคมและวัฒนธรรม” ซึ่งเป็น 1 ใน 3 เสาหลักตามแผนโรดแม็พสู่ประชาคมอาเซียน ด้วยการเตรียมความพร้อมทรัพยากรบุคคล ผ่านการจัดงานมหกรรมการศึกษาต่อต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 12 เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง ตลอดจนผู้ที่สนใจได้มีโอกาสพบปะกับสถานศึกษาชั้นนำจากทั่วโลกอย่างใกล้ชิด

“ปีนี้จัดในแนวคิด “Me and My Future Education” ได้รับการตอบรับอย่างดี จากผู้แทนสถาบันการศึกษาชั้นนำกว่า 300 แห่ง จาก 20 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมงาน อาทิ ออสเตรเลีย แคนาดา สหราชอาณาจักร อเมริกา จีน ฯลฯ มาให้ข้อมูลด้านการศึกษา รวมถึงข้อมูลทุน ปีนี้มีกิจกรรมพิเศษมากมาย เช่น เชิญอดีตนักเรียนทุน ก.พ. และบุคคลที่มีชื่อเสียงมาแนะนำเคล็ดลับต่างๆ ที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ดร.นิศรา การุณอุทัยศิริ อดีตนักเรียนทุน ก.พ. กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มาติวเข้มเตรียมตัวสอบชิงทุนรัฐบาล ณัฐ ศักดาทร นักร้องนักแต่งเพลงชื่อดัง มาเผยเทคนิคเรียนเก่งขั้นเทพ และขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร นักเขียน นักจิตวิทยา ชื่อดัง มามอบเคล็ดลับการค้นพบพรสวรรค์ของตัวเอง และให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาตัวเองให้ถึงฝั่งฝัน”

การศึกษาต่อประเทศจีนได้รับความสนใจจากผู้มาชมงานอย่างล้นหลาม “หวง ชุนเซิน” ผู้อำนวยการสถาบัน Chinese Abroad Study Center (CASC) ซึ่งมาร่วมออกบูธแนะแนวการศึกษาต่อ ณ ประเทศจีน กล่าวว่า “สถาบันซีเอเอสซีจัดตั้งขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักเรียนไทยที่ไปศึกษาต่อในประเทศจีน สถาบันมีการประสานงานกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศจีนกว่า 50 แห่ง โดยจะเปิดสอบชิงทุนการศึกษา และจัดสัมมนาทางการศึกษาไทย–จีน ในวันที่ 15 มกราคม 2559 ณ ประเทศจีน พร้อมจัดกิจกรรมทางการศึกษา ออกบูธแนะแนวการศึกษาในวันที่ 16–17 มกราคม 2559 ณ อาคารสยามกิตติ์ ชั้น 3 กรุงเทพฯ และวันที่ 23–24 มกราคม 2559 ที่เชียงใหม่” “การมาออกบูธในวันนี้ สถาบันเชิญผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ตงหนาน จงซาน และเจี้ยงโจว ซึ่งเปิดสอนคณะแพทย์แผนปัจจุบัน หลักสูตรภาษาอังกฤษและจีน สำหรับมหาวิทยาลัยตงหนาน เปิดสอนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มีชื่อเสียงติดอันดับโลก นักเรียนที่สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่ WWW.123tochina.com Fanpage facebook : casc Chinese Abroad Center โทร.0-2513-0196”

ส่วน ดร.โอม หุวะนันท์ อดีตนักเรียนทุนต่างประเทศ ปัจจุบันเป็นผู้จัดการสถาบัน Language Express กล่าวถึงข้อดีของการไปศึกษาต่อต่างประเทศว่า “สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป คือ สังคม และภูมิอากาศ จะทำให้มีประสบการณ์มากยิ่งขึ้น เพราะต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่เพื่อความอยู่รอด สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น และสามารถปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงได้ในทุกสถานการณ์” สำหรับบริบทที่เปลี่ยนไป ได้แก่ การต้องอยู่คนเดียว มีเพื่อนใหม่ ภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดการเรียนรู้ พยายามทำความเข้าใจ ยอมรับในความแตกต่าง ทำให้เกิดการฝึกปฏิบัติ ในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างสมานฉันท์ ส่วนข้อด้อยนั้น ดร.โอม กล่าวว่า “ช่วงเวลาที่อยู่ต่างประเทศ เราจะห่างจากสังคมไทย เพื่อนร่วมรุ่น และความใกล้ชิดกับครอบครัว อาจทำให้จุดยืนในสังคมของเราเปลี่ยนแปลงไป เช่น อาจพลาดโอกาสในความก้าวหน้าของหน้าที่ การงาน”

แอนดรู บิ๊กส์ เจ้าของสถาบัน Andrew Biggs ผู้โด่งดังจากวาทะที่ว่า “ภาษาอังกฤษ ง่ายนิดเดียว” เปิดเผยความรู้สึกในการไปศึกษาต่อต่างประเทศว่า “เป็นการพลิกชีวิต และทำให้มีมุมมองที่เปลี่ยนไป ทำให้สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตนเอง มีความคิด วิสัยทัศน์กว้างไกลขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงในชีวิตทุกอย่าง ได้รับประสบการณ์ใหม่ที่สอนให้รู้ว่า โลกกว้างกว่าที่คิด มีทัศนคติ Can do my life ช่วยให้สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้น เป็นการก้าวเดินออกจากโลกส่วนตัวไปสู่สังคมที่กว้างไหญ่ นับเป็นการผจญภัยในชีวิตที่ดีมาก” กันจ์วรา พิเชษฐพันธ์ ผู้ปกครองที่นำลูกสาวมาชมงานด้วยความสนใจใคร่รู้ กล่าวว่า “ตั้งใจให้ลูกไปศึกษาต่อต่างประเทศ เพื่อเพิ่มเติมประสบการณ์ชีวิต และนำองค์ความรู้ต่างๆ มาช่วยพัฒนาศักยภาพของตนเอง และประเทศชาติ” ส่วน น้องญัฐต์วรา พิเชษฐพันธ์ บุตรสาว บอกถึงความตั้งใจว่า “หนูอยากไปเรียนต่อที่เยอรมนี เพราะมีชื่อเสียงด้านเซลล์ ซึ่งหนูสนใจ อยากนำความรู้มาต่อยอดเพื่อเป็นประสบการณ์ชีวิต และช่วยพัฒนาประเทศของเรา หนูจะนำศิลปวัฒนธรรมไทยไปเผยแพร่คือการตีขิม และรำไทย ซึ่งเป็นศิลปวัฒนธรรมไทยที่งดงาม เป็นการสร้างชื่อเสียงให้ชาติไทยของเรา” จะเห็นได้ว่าการไปศึกษาต่อต่างประเทศนั้น มีทั้งข้อดีและข้อด้อย ดังนั้นขึ้นอยู่กับความพร้อมและโอกาส หากมีทั้งสองสิ่งก็ควรจะคว้าไว้ เพราะ “แม้เลือกเกิดไม่ได้ดังใจคิด แต่มีสิทธิ์เลือกหนทางการสร้างสรรค์” เหตุผลประการสำคัญคือ การได้มีโอกาสนำวิชาความรู้ใหม่ที่ดี มาช่วยพัฒนาประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่งของเราให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และยั่งยืนนั่นเอง


‘ศิลป์-พัฒน์เฉลิมรัตนราชศิลปิน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/219061

การศึกษา-สาธารณสุข  :  22 ธ.ค. 2558

‘ศิลป์-พัฒน์เฉลิมรัตนราชศิลปิน’

‘ศิลป์-พัฒน์เฉลิมรัตนราชศิลปิน’ : นางวัลลา นาฎประเสริฐ 0 ครูชำนาญการพิเศษ นายอภิวัชญ์ เหล่าอัน0 ครูผู้ช่วย วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง

              การแสดงเฉลิมพระเกียรติ “ศิลป์-พัฒน์เฉลิมรัตนราชศิลปิน”  คณะผู้จัดงาน จัดขึ้นเนื่องในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระชนมายุ 60 พรรษา โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์และกรมศิลปากร ร่วมกันจัดงานเพื่อแสดงอัฉริยภาพ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดีที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงมีคุณูปการต่อประเทศชาติ ต่อประชาชนเป็นอเนกอนันต์ และเพื่อนำรายได้โดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนสร้างอาคารศูนย์รักษาพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า 150 ปี โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย จ.ชลบุรี

นายสิริชัยชาญ  ฟักจำรูญ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ อธิบายว่า การจัดงานการแสดงเฉลิมพระเกียรติว่า ในการแสดงครั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงระนาดเอก ประกอบการแสดงโขน ชุดศรทนง ร่วมกับศิลปินแห่งชาติ ศิลปินอาวุโสและศิลปินของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และกรมศิลปากร การแสดงประกอบไปด้วย การรำถวายพระพร บรรเลงวงมหาดุริยางค์ เพลงเทพสมทบเถาและเพลงเดี่ยวกราวใน การแสดงนาฏศิลป์สร้างสรรค์ ชุดเฉลิมขวัญ 60 พระชันษามหาจักรีสิรินธร และชุดเทวาอัปสรบวรสุทธาวาส และการทรงระนาดเอก ประกอบการแสดงโขน ชุดศรทนง การแสดงมี 2 วัน คือวันพุธที่ 23 ธันวาคม 2558 เวลา 14.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม 2558 เวลา 09.00 น. (รอบเสด็จพระราชดำเนิน) จัดแสดง ณ โรงละครแห่งชาติ

พร้อมทั้งอธิบายคำว่า “ศิลป์-พัฒน์เฉลิมรัตนราชศิลปิน” ว่า “ศิลป์” มาจาก 2 นัย คือ ศิลปะการแสดงที่หลากหลายที่จะนำเสนอในงานศิลป์-พัฒน์เฉลิมรัตนราชศิลปิน หรือมาจากกรมศิลปากร “พัฒน์” มากจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ “เฉลิมรัตน” มาจากการเฉลิมฉลองในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระชนมายุ 60 พรรษา “ราชศิลปิน” มาจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นศิลปินที่มีพระปรีชาสามารถด้านศิลปะในหลากหลายสาขา

ในส่วนของศิลปินอาวุโส วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ได้รับเกียรติให้ร่วมแสดงโขน ชุดศรทนง  โดย นายวิรัช  ก่อสันติมุกขัง  ผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง แสดงเป็นชามพูวราช นายไชยอนันต์  สันติพงษ์ แสดงเป็น ทศกัณฐ์ นายดำรงศักดิ์  นาฏประเสริฐ แสดงเป็น พิเภก นายสันต์นิธิ ภู่เทพอมรกุล แสดงเป็น เสนายักษ์ นายวิธาร จันทรา แสดงเป็น เสนายักษ์ นายกิตติพงษ์     จันทร์สมุทร แสดงเป็น เสนาลิง นายศุภชัย  กองขวัญ  แสดงเป็น เสนาลิง และนายไกรวุฒิ  นันต๊ะเสน     แสดงเป็น เสนาลิง รวมทั้งสิ้น 9 คน  ยังความภาคภูมิใจให้แก่วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง ที่มีส่วนร่วมในการแสดงความจงรักภักดี และการจัดงาน “ศิลป์-พัฒน์เฉลิมรัตนราชศิลปิน” ในครั้งนี

นายวิรัช  ก่อสันติมุกขัง  ผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง  กล่าวว่า ในการร่วมแสดงโขน ในครั้งนี้ ว่ารู้สึกเป็นเกียรติกับตนเองและวงศ์ตระกูลในฐานะที่เรียนนาฏศิลปโขน (ลิง) จากวิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร มาเป็นเวลา 11 ปี และบรรจุเข้ารับราชการครูตำแหน่ง ครูโขนลิง จนปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง รวม 38 ปี ได้สอนนักเรียน นักศึกษา และออกแสดงเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมทั้งใน-ต่างประเทศ เป็นจำนวนมาก แต่ในครั้งนี้ได้มีโอกาสร่วมแสดงกับศิลปินแห่งชาติ และครูอาวุโส ทุกสาขาวิชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดี ที่ทรงมีต่อสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์และกรมศิลปากร โดยในครั้งนี้ได้รับบทเป็น ชามพูวราช นับเป็นการแสดงครั้งประวัติศาสตร์ของชีวิต สอบถามได้ที่ โรงละครวังหน้า โทร. 0-2221-8257, 0-2224-4704 ต่อ 101, 121 และ 122


เล็กแต่เจ๋ง’ร.ร.วัดงิ้วเฒ่า’คุณภาพแน่นผ่านประเมินสมศ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/218998

การศึกษา-สาธารณสุข  :  21 ธ.ค. 2558

เล็กแต่เจ๋ง’ร.ร.วัดงิ้วเฒ่า’คุณภาพแน่นผ่านประเมินสมศ.

เล็กแต่เจ๋ง’โรงเรียนวัดงิ้วเฒ่า’พัฒนาจริง คุณภาพแน่น ผ่านประเมินสมศ. : ชุลีพร อร่ามเนตร

            คงต้องปรับมือดังๆ ให้ “โรงเรียนวัดงิ้วเฒ่า อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่” โรงเรียนขนาดเล็กที่ผ่านการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามในระดับดี ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) (องค์การมหาชน) ทั้งที่ปัจจุบันโรงเรียนขนาดเล็กเป็นกลุ่มโรงเรียนที่มีผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามไม่ผ่านการประเมินมากที่สุด ล่าสุด สมศ. นำทีมโดย ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการ สมศ.ได้นำคณะสื่อมวลชนพร้อมด้วยผู้บริหารลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนดังกล่าวซึ่งมีการจัดการเรียนการสอนระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียน 106 คน และมีครู 12 คน

“โรงเรียนวัดงิ้วเฒ่า” อีกหนึ่งโรงเรียนขยายโอกาสที่ตั้งอยู่บนดอย ห้อมล้อมไปด้วยทิวเขาและมีระยะทางห่างไกลจากเมืองค่อนข้างมากใช้เวลาประมาณ 3 ชม.กว่าจะถึง แต่ถ้าถามเรื่องคุณภาพการเรียนการสอนแล้วแม้จะมีครูจำนวนจำกัดแถมยังขาดแคลนครูในสาขาหลักๆ อย่าง วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ครูทั้ง 12 คน ก็พยายามพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน โดยนำผลการประเมินของ สมศ.ไปพัฒนาการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายเด็ดดวง ชมศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดงิ้วเฒ่า กล่าวว่า โรงเรียนวัดงิ้วเฒ่า เป็นสถานศึกษาขยายโอกาส ในชุมชนที่นักเรียนเป็นคนพื้นเมือง ลีซอ และกะเหรี่ยง อยู่ร่วมกัน ซึ่งในการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกในรอบสอง ได้รับการประเมินในระดับพอใช้ใน 3 มาตรฐาน คือ มาตรฐานที่ 6 ผู้เรียนมีทักษะการแสวงหาความรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มาตรฐานที่ 4 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ มีความคิดสร้างสรรค์ และการมีวิสัยทัศน์ มาตรฐานที่ 9 ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพและเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งจากการประเมินในครั้งนั้น โรงเรียนได้รับการแนะนำจากผู้ประเมินของ สมศ. ในการนำเอาจุดที่ควรพัฒนาของโรงเรียนมาปรับเป็นยุทธศาสตร์ของโรงเรียน เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ส่งผลให้ผู้เรียนได้มีทักษะในการแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย

นอกจากการเรียนการสอนตามหลักสูตรแล้ว โรงเรียนยังได้สร้างความมีส่วนร่วมกับชุมชนด้วยการให้ “สล่า” หรือช่างผู้ชำนาญการแกะสลักไม้สัก มาสอนวิชาแกะสลักไม้สักให้แก่นักเรียนในวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่นักเรียน รวมทั้งยังส่งเสริมให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมนอกห้องเรียนโดยสนับสนุนการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของล้านนาจากปราชญ์ชุมชนในหมู่บ้าน เช่นการขับซอ (การร้องเพลงขับลำนำของภาคเหนือ) กลองสะบัดชัย และการฟ้อนต่างๆ อันเป็นอัตลักษณ์อันโดดเด่นของภาคเหนือ ด้วยเหตุนี้จากการพัฒนาสถานศึกษาทุกด้านทั้งหมด

ครูธนิกานต์ ทาอ้าย ครูประจำโรงเรียนวัดงิ้วเฒ่า เล่าว่า การจะพัฒนาโรงเรียนให้ดีขึ้นได้ ครูทุกคนในโรงเรียนต้องช่วยกันในการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมแก่เด็ก ไม่ว่าจะเป็น การทำความเข้าใจวิชา หรือการผลิตสื่อ และหาวิธีให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตนเอง โรงเรียนจะมีปัญหาเด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กด้อยโอกาส ทางโรงเรียนได้พยายามหาทางแก้ปัญหา จึงได้นำข้อเสนอแนะของ สมศ.มาปรับใช้ โดยให้นำระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (ดีแอลทีวี) หรือครูตู้มาใช้ ซึ่งเมื่อนำมาใช้ ช่วยทำให้ผลการเรียนของเด็กดีขึ้น

“ครูมีจำนวนจำกัด ทำให้ไม่สามารถสอนเด็กได้เต็มที่ อีกทั้งครูต้องสอนทุกวิชา บางวิชาก็ไม่ถนัด ไม่เข้าใจ ทางโรงเรียนจึงจัดประชุมครู เพื่อทำความเข้าใจกับครู ถามถึงปัญหา และเรียนรู้ที่จะร่วมกันแก้ปัญหา วางแผนการสอนร่วมกัน ซึ่งเราโชคดีที่ครูพักอยู่ที่โรงเรียนหลังเลิกเรียนมีเวลาในการทำงานร่วมกันจนทำให้เกิดโครงการพัฒนาการเรียนการสอนของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นโครงการระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน จัดติววิชาต่างๆ หลังเลิกเรียน โดยเด็กประถมเน้นอ่านออกเขียนได้ เพื่อสร้างรากฐานการเรียนรู้ ส่วนมัธยมศึกษาเน้นเรียนรู้ตามศักยภาพของเด็กเอง”

การสอนที่ดีที่เหมาะกับเด็กต้องสอนให้เด็กสนุก คิด และอยากเรียนรู้ด้วยตัวเอง “ครู” ทำหน้าที่วางแผนการสอน จัดหาสื่อผลิตสื่อที่เหมาะสมกับเด็ก เสริมพัฒนาการของพวกเขา ครูธนิกานต์ เล่าต่อว่า โรงเรียนมีโครงการดีๆ เยอะมาก แต่ไม่มีการประเมิน และครูยังไม่เข้าใจ เมื่อเราสร้างความเข้าใจให้แก่ครู อย่างการพาไปพบผู้ปกครอง เพื่อดูสภาพความเป็นอยู่ของเด็ก ทำให้เขาเข้าใจเด็ก และสิ่งที่พบ คือ ผู้ปกครองพร้อมสนับสนุนครู ดังนั้น เมื่อโรงเรียน ครูต้องการให้เด็กซื้อหนังสือเรียนดีๆ เพื่อนำมาสอนผู้ปกครองก็ยินดีเสียเงินเพื่อให้ลูกเขาได้เรียนอย่างเต็มที่ครู จึงต้องเป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดการเรียนการสอน วางแผน และร่วมมือกัน อีกทั้งรู้จักสร้างเครือข่ายผู้ปกครองให้เข้ามามีส่วนร่วมในระบบการศึกษา

“ปัญหาการเรียนของเด็กไม่ใช่เรื่องยากที่จะแก้ ถ้าครูทุกคนใส่ใจ พร้อมใจ และเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก รู้จักวางแผนการเรียนหลากหลาย เมื่อสงสัยต้องค้นคว้า ผลิตสื่อเพื่อเด็ก และรู้จักใช้ครูตู้ให้เกิดประโยชน์ ทุกครั้งหลังเรียนจากครูตู้ ครูต้องเพิ่มเติม กระตุ้นให้เด็กเกิดความสงสัย คิดทุกครั้ง ปัจจุบันโรงเรียนมีครูครบทุกชั้นถึงแม้จะไม่ครบทุกวิชา แต่มีครูที่มีใจช่วยพัฒนาศักยภาพของเด็ก และโรงเรียน”

น้องแสตมป์ ด.ช.จิรายุ เหล็กลา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เล่าว่า เขามีความสุขมากที่ได้มาเรียนที่นี้ เพราะที่โรงเรียนแม้จะอยู่ห่างไกลแต่มีอปุกรณ์การเรียนการสอน สื่อต่างๆ ให้พวกเขาได้ลองเรียน เล่น สนุก และเข้าใจบทเรียนในแต่ละวิชา โดยเฉพาะครูตู้ ที่มีโจทย์คำถามให้พวกเขาได้คิด เรียนไม่ต่างจากเพื่อนๆ ในเมืองแถมพอเขาไม่เข้าใจก็สามารถถามครูได้ มีภาพเคลื่อนไหวทำให้มีความสุข สนุก อยากให้โรงเรียนมีสื่อการเรียนการสอนมากขึ้น เพื่อให้เด็กได้นำมาพัฒนา เรียนรู้ ฝึกฝนทักษะของตนเอง

บริบทของสถานศึกษาขนาดเล็กส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในพื้นที่นอกเขตเมือง หรือในพื้นที่ห่างไกลนักเรียนส่วนใหญ่มีพื้นเพมาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน นอกจากนี้ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีค่านิยมส่งบุตรหลานไปศึกษาในอำเภอเมืองหรือตัวจังหวัดหรือโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมมากกว่า ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กไม่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาเท่าที่ควร ศ.ดร.ชาญณรงค์ กล่าวปิดท้ายว่า 5 ปัญหาสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสถานศึกษาขนาดเล็ก คือ 1.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับต่ำ 2.ขาดแคลนงบประมาณ 3.จำนวนบุคลากรครูมีไม่เพียงพอ 4.ขาดระบบข้อมูลสารสนเทศที่มีคุณภาพ และ 5.สถานศึกษาขาดการนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกมาใช้ปรับปรุงพัฒนา การประเมินของ สมศ. นั้นเป็นไปเพื่อการตรวจสอบยืนยันสภาพจริงในการดำเนินงานของสถานศึกษา จึงอยากฝากสถานศึกษาให้นำข้อเสนอแนะจากการประเมินของ สมศ.ไปวางแผนการดำเนินงานของสถานศึกษา พิจารณาบริบทและสถานการณ์ของโรงเรียน


วัดบวรฯเล็งขยายเวลาสักการะพระอัฐิ‘สังฆราช’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/218959

การศึกษา-สาธารณสุข  :  20 ธ.ค. 2558

วัดบวรฯเล็งขยายเวลาสักการะพระอัฐิ‘สังฆราช’

วัดบวรฯ เล็ง ขยายเวลาสักการะพระอัฐิ “สังฆราช” ถึง 24 ธ.ค. เพราะประชาชนหลั่งไหลมาสักการะจำนวนมาก

          วันที่ 20 ธ.ค.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางวัดบวรนิเวศวิหาร อาจจะมีการขยายเวลาเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะพระอัฐิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศ จนถึงวันที่ 24 ธ.ค. นี้  จากเดิมที่กำหนดเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะได้จนถึงวันนี้ 19 ธ.ค.เนื่องจากมีประชาชน มีความประสงค์มาสักการะพระอัฐิจำนวนมาก ทางวัดบวนนิเวศฯจึงได้พิจารณาขยายวันเพิ่มดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 20 ธ.ค. คณะกรรมการวัดบวรนิเวศฯ จะมีการหารือในรายละเอียดต่างๆ และจะแถลงอย่างเป็นทางการณ์อีกครั้ง

ชูแนวคิด ‘เปิดปรับเปลี่ยน’ ช่วยยับยั้งความรุนแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/218887

การศึกษา-สาธารณสุข  :  20 ธ.ค. 2558

ชูแนวคิด ‘เปิดปรับเปลี่ยน’ ช่วยยับยั้งความรุนแรง

หลากมิติเวทีทัศน์ : ชูแนวคิด ‘เปิดปรับเปลี่ยน’ ช่วยยับยั้งความรุนแรง : โดย…อังคณา อินทสา

                      ปฏิเสธไม่ได้ว่า สังคมไทยยังมีปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรีเกิดขึ้นมากมาย และนับวันยิ่งมีแนวโน้นเพิ่มความรุนแรง โดยรูปแบบของพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงก็มีให้เห็นเริ่มตั้งแต่ด่าทอพูดจาหยาบคาย ทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย บางรายถึงขั้นบาดเจ็บและเสียชีวิต นอกจากนี้หากครอบครัวใดที่พ่อแม่หรือคนในบ้านขัดแย้งกัน ต่างคนต่างใช้ความรุนแรง ผลกระทบจะมาตกอยู่ที่ลูก ซึ่งเมื่อเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ เขาจะซึมซับจดจำเลียนแบบพฤติกรรม พัฒนาไปสู่ความรุนแรงเมื่อโตขึ้น
                      แน่นอนว่า สภาพปัญหาเหล่านี้ยังไม่มีท่าทีว่าจะลดลงหรือถูกหยิบยกไปแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้เดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนแห่งการรณรงค์เพื่อยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี หากย้อนดูสถานการณ์ความรุนแรงในไทย โดยคณะกรรมาธิการสังคมกิจการเด็กเยาวชนสตรีผู้สูงอายุคนพิการและผู้ด้อยโอกาส สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2558 พบว่ามีสถิติการใช้ความรุนแรงกว่า 3 หมื่นคน แบ่งเป็นเด็กถูกกระทำ 1.9 หมื่นคน สตรี 1.2 หมื่นคน โดย 90% ของกลุ่มเด็กเป็นหญิงอายุระหว่าง 10-15 ปี ส่วนใหญ่ถูกทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศ
                      นอกจากนี้ยังมีสถานการณ์ความรุนแรงต่อเด็กที่เห็นเด่นชัดผ่านเวทีเสวนาและกิจกรรมรณรงค์เนื่องในโอกาสวันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก ประจำปี 2558 ภายใต้แนวคิด “เปิดปรับเปลี่ยน : หยุดความรุนแรง” ที่มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดขึ้น ภายในงานมีการแสดงละครสะท้อนปัญหาความรุนแรงครอบครัวและการขับขานบทเพลง “เจ้าผีเสื้อเอย” โดยนักเรียนจากโรงเรียนวัดโพธิ์เรียง เขตบางกอกน้อย กทม. ซึ่งมีเนื้อหาสะท้อนถึงการปกป้องเด็กและเยาวชน
                      สิทธิศักดิ์ พนไธสงค์ ฝ่ายส่งเสริมภาคีเครือข่ายมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เปิดเผยว่า มูลนิธิได้มีการลงพื้นที่เก็บรวบรวมความคิดเห็นสถานการณ์ปัญหาความรุนแรง โดยสำรวจเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ในมุมมองของลูกกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัว จาก 26 โรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สัดส่วนชายต่อหญิงครึ่งต่อครึ่ง พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่กับพ่อและแม่ โดย 85.1% ยอมรับว่า คนในครอบครัวเคยมีปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งกัน กิจวัตรประจำวันของคนในครอบครัวที่น่าห่วงคือมีสูงถึง 70.6% ติดมือถือ เล่นไลน์ เฟซบุ๊ก ขณะที่ 63.4% โต้เถียง ด่าทอ พูดจาหยาบคาย 62.8% พ่อแม่ทำงานหนักไม่มีเวลาให้ลูก 57% คนในครอบครัวดื่มเหล้า/เบียร์/เล่นการพนัน อบายมุข เมื่อถามถึงความรู้สึกที่พ่อแม่ทะเลาะกัน พบว่าเด็กๆ ส่วนใหญ่รู้สึกเสียใจร้องไห้ กลัว กังวล เครียด เบื่อ เซ็ง หมดกำลังใจ หรือมีแม้กระทั่งพบเห็นบ่อยจนชินไปแล้ว ทั้งนี้สิ่งที่เด็กๆ เลือกทำเมื่อเห็นคนในครอบครัวทะเลาะกันคือ 23.4% เลือกที่จะเข้าไปห้าม 14.4% เลือกที่จะอยู่เฉยๆ 10% ขอเก็บปัญหาไว้คนเดียวไม่บอกใคร แต่ที่น่าห่วงคือ 6.7% อยากจะประชดพ่อแม่
                      สิทธิศักดิ์ ฝากข้อเสนอเพื่อเป็นแนวทางนำไปสู่การแก้ปัญหาความรุนแรงฯ ว่า ก่อนอื่นต้องเริ่มจากการเปิดใจโดยเฉพาะพ่อและแม่ต้องเปิดใจเปิดความคิดเปิดโอกาสจากตนเองพูดคุยกัน ยอมรับปัญหา ไม่ใจร้อน ตัดสินปัญหาด้วยอารมณ์ นอกจากนี้การปรับวิธีคิด ปรับพฤติกรรม ปรับเปลี่ยนทัศนคติลดทิฐิ ยกศักดิ์ศรีของตนเองออกไปก่อน เลิกคิดว่าการนิ่งเฉยต่อปัญหาเป็นทางแก้ปัญหาที่ถูกต้อง รวมถึงต้องสร้างกติกาการอยู่ร่วมกัน เช่น เมื่อเกิดข้อคับข้องใจต่อกัน ให้พยายามพูดคุยแทนการนิ่งเฉย ขณะเดียวกันต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนพฤติกรรม พยายามทำกิจกรรมร่วมกันกับคนในครอบครัวให้มากขึ้น รู้จักขอโทษให้เป็น เปลี่ยนพฤติกรรมในการอยู่ร่วมกัน ไม่เจ้าชู้ช่วยกันแบ่งเบาภาระในบ้าน เลี้ยงลูก-ทำงานบ้าน ตั้งมั่นว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงทั้งกาย วาจา ต่อคนในครอบครัว และจะไม่ตอกย้ำข้อผิดพลาดในอดีตของคนในครอบครัว หรือเปรียบเทียบกับคนอื่น ตั้งมั่นว่าจะลดละเลิกเหล้าเบียร์อบายมุขต่างๆ ที่กระตุ้นให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว
                      นอกจากนี้ขอฝากไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ควรมีกิจกรรมรณรงค์เพื่อยุติความรุนแรงที่ต่อเนื่อง รวมไปถึงรณรงค์ให้ครอบครัวมีวันครอบครัวอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน เพื่อได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน เปิดใจคุยกัน ปรับทุกข์ให้อภัยซึ่งกันและกัน ตลอดจนรณรงค์กับกลุ่มผู้กระทำความรุนแรง (ผู้ชาย) ให้เป็นคนต้นแบบในการปรับทัศนคติเรื่องชายเป็นใหญ่อย่างต่อเนื่องและขอให้รณรงค์สร้างความตระหนักกับครอบครัว เพื่อให้เห็นถึงโทษภัยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญในการก่อปัญหาความรุนแรงต่างๆ
                      นพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผอ.สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า จากผลสำรวจสะท้อนว่า ครอบครัวมีความขัดแย้งหลายระดับ ตั้งแต่การทะเลาะ ด่าทอ พูดจาหยาบคาย ทำร้ายร่างกาย ทำลายข้าวของ ซึ่งครอบครัวที่ดื่มเหล้าเบียร์หรือเล่นการพนัน มีโอกาสขัดแย้งมากขึ้น
                      อย่างไรก็ตามต้องรณรงค์เชิญชวนให้ทุกครอบครัวเกิดแนวความคิด “เปิดปรับเปลี่ยน” เพื่อยุติความรุนแรง เพราะจากสถิติดังกล่าว เด็กจำนวนมากที่เติบโตในครอบครัวที่มีความขัดแย้ง สภาพแบบนี้ทำร้ายจิตใจเด็ก ซึ่งหากมองในมุมหนึ่งจะพบว่า ความรุนแรงในครอบครัวเหล่านี้ มีสภาพเสมือนโรคติดเชื้อกระโดดจากพ่อแม่ไปสู่ลูกและไปสู่รุ่นต่อๆ ไปไม่สิ้นสุด เด็กจะรู้สึกเจ็บปวดจนชาชิน มองเห็นความรุนแรงเป็นเรื่องธรรมดา และใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาเมื่อเติบโตขึ้น รวมถึงการดื่มเหล้าเบียร์หรือเล่นการพนันจะเพิ่มโอกาสก่อความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นอีก
                      นางน้อย (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ผู้ที่เคยประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว กล่าวว่า ก่อนหน้านี้อยู่กินกับสามีมากว่า 20 ปี สามีไม่เคยทำร้ายร่างกาย แต่พอเขาเริ่มดื่มเหล้า ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไปเช่น หึงหวงกล่าวหาว่ามีชู้ โมโหร้าย พูดหยาบคาบ ชอบดุด่าต่อหน้าลูก ถูกทุบตีหลายครั้ง รุนแรงที่สุดคือพอเมาเหล้าก็เดินเข้ามาทำร้ายร่างกายใช้สายไฟมัดมือ ใช้โซ่ลาม ใช้เข็มขัด และไม้แขวนเสื้อตีบริเวณลำตัว กระทั่งบังคับหลับนอน ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อลูกชายคนเล็กโดยตรง เพราะอยู่ในเหตุการณ์ทุกครั้ง ลูกชายเริ่มมีพฤติกรรมโกรธเก็บตัวเงียบ ทำลายข้าวของ ติดเกม การเรียนต่ำลง
                      “ช่วงนั้นต้องทนทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ หวาดผวา กลัวไปทุกอย่าง สุขภาพจิตก็แย่ เคยคิดฆ่าตัวตายหลายครั้ง เมื่อเกิดเรื่องก็เข้าแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจนับสิบครั้ง และปรึกษากับทางมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ให้เอาผิดตามกระบวนการทางกฎหมาย เมื่อคดีสิ้นสุดก็ได้แยกทางกันและอดีตสามีก็รับผิดชอบค่าเลี้ยงดูบุตร อย่างไรก็ตามฝากไปถึงผู้หญิงที่ต้องเผชิญปัญหาแบบนี้ ให้ไตร่ตรองคิดให้รอบคอบ การทนอยู่ในสภาพแบบนี้เพื่อครอบครัว แต่สุดท้ายแล้วเราจะไม่มีความสุข ลูกก็จะไม่มีความสุขซึ่งมันยังไม่สายที่จะทบทวน ตอนนี้ตั้งใจจะดูแลลูกให้ดีที่สุด และขอให้นำบทเรียนของตนเองเป็นอุทาหรณ์เพื่อใช้เตือนสติ” นางน้อย กล่าว
                      นายเอ (นามสมมุติ) อดีตผู้ที่เคยใช้ความรุนแรงในครอบครัว กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้นหลังจากเลิกเสพยา หันมาดื่มเหล้า เริ่มดื่มหนัก พอเมาก็มักจะใช้ความรุนแรงกับภรรยา ทั้งโมโหร้าย ทำร้ายร่างกายตบตี นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องงาน มีหนี้สิน เกิดความเครียดสะสม ทำร้ายร่างกายภรรยาจนต้องหอบเสื้อผ้าหนีไปอยู่บ้านแม่ ซึ่งการใช้ความรุนแรงส่งผลต่อลูกโดยตรง ลูกอยู่ในเหตุการณ์เห็นพ่อทำร้ายแม่ บางครั้งพลาดเตะไปโดนลูกขณะเข้ามาห้าม ลูกร้องไห้ตลอด กลายเป็นคนกลัวพ่อหวาดระแวง กลัวพ่อทำร้ายแม่ และกลัวตัวเองถูกทำร้าย ลูกไม่กล้าเข้าใกล้ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบทำให้ลูกมีพฤติกรรมก้าวร้าว ใช้คำพูดรุนแรงกับเพื่อน หยาบคายด่าทอเพื่อน มีปัญหาด้านการเรียน ทะเลาะกับเพื่อน จนถูกเชิญผู้ปกครอง
                      “เมื่อเริ่มคิดได้ จึงปรับเปลี่ยนตัวเองเริ่มลดละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยอมรับความผิดพลาดพยายามเปลี่ยนแปลงช่วยงานบ้านภรรยา ตอนนี้ครอบครัวมีความสุข ตอนเช้าออกไปทำงานเย็นช่วยงานภรรยาและไปรับลูกที่โรงเรียน กินข้าวด้วยกันพร้อมหน้า เราสนิทกันมากขึ้น” นายเอ (นามสมมุติ) กล่าว
                      ถึงเวลาแล้ว ที่สังคมไทยต้องสร้างความเข้าใจว่า ความรุนแรงต่อเด็กและสตรี หรือแม้กระทั่งความรุนแรงในครอบครัว ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป ทุกคนต้องร่วมกันเป็นหูเป็นตาเพื่อเปิดปรับเปลี่ยนหยุดความรุนแรง อีกทั้งต้องช่วยกันหากพบเจอต้องแจ้งเพื่อควบคุมและลดความสูญเสีย ส่วนรัฐเองต้องจริงใจแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังเสียที
——————–
(หลากมิติเวทีทัศน์ : ชูแนวคิด ‘เปิดปรับเปลี่ยน’ ช่วยยับยั้งความรุนแรง : โดย…อังคณา อินทสา)

สัญญาณเตือน กทม.เจอตอใต้น้ำ ซ้ำรอยพานักข่าวตกคลองลาดพร้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/218889

การศึกษา-สาธารณสุข  :  20 ธ.ค. 2558

สัญญาณเตือน กทม.เจอตอใต้น้ำ ซ้ำรอยพานักข่าวตกคลองลาดพร้าว

รักชีวิต รักษ์สิ่งแวดล้อม : สัญญาณเตือน กทม.เจอตอใต้น้ำ ซ้ำรอยพานักข่าวตกคลองลาดพร้าว : โดย…บุญล้ำ ลำตะคอง

                      กลายเป็นข่าวฮือฮาปรากฏตามสื่อต่างๆ เมื่อเรือสำรวจแนวก่อสร้างเขื่อนในคลองลาดพร้าวที่พาคณะสื่อมวลชนล่องไปในคลองชนกับตอใต้น้ำ ทำให้นักข่าว 2 คนกระเด็นตกลงไปในน้ำได้รับบาดเจ็บ กล้องทีวี 2 ตัว มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ได้รับความเสียหาย ขณะที่นักข่าวอีก 1 คน ล้มลงกระแทกกับพื้นเรือได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ท่ามกลางกระแสข่าวที่สะพัดในสื่อโซเชียลว่าผู้บริหารระดับสูงของ กทม. ที่นำคณะไปสำรวจคลองครั้งนี้ไม่ดูดำดูดีกับนักข่าวที่ตกคลอง จนกระแสข่าวที่ว่านี้ดังกลบเนื้อหาการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมและแผนงานรองรับด้านที่อยู่อาศัยของชาวบ้านที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการนี้ไปจนเกือบหมด
เขื่อนและแผนรื้อย้ายชุมชนริมคลอง
                      กรุงเทพฯ เคยเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2526 และ 2538 ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กทม.จึงได้จัดทำแผนงานป้องกันน้ำท่วมขึ้นมา แผนงานหนึ่งที่สำคัญก็คือ การสร้างเขื่อนคอนกรีตป้องกันตลิ่งและรื้อย้ายบ้านเรือนที่ปลูกสร้างรุกล้ำลงไปในคลองซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ผู้ว่า กทม.และพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมาไม่มีใครอยากจะแตะประเด็นร้อน เพราะจะกระทบต่อฐานคะแนนเสียงในกรุงเทพฯ
                      จนเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ครม.ชุดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เห็นชอบแผนงานดังกล่าวแล้ว แต่ก็ยังยึกยัก ไม่กล้าขับเคลื่อนแผนงาน จนคณะ คสช.เข้ามายึดอำนาจ คสช.ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องฐานเสียงเหมือนพรรคการเมืองจึงปัดฝุ่นโครงการขึ้นมาใหม่ โดย กทม.ได้เสนอแผนงานเร่งด่วนในการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเพื่อระบายน้ำในลำคลองสายหลัก 9 สายในเขตกรุงเทพฯ เพื่อป้องกันน้ำท่วม โดยในช่วงแรก (ปี 2559-2561) จะดำเนินการในคลองลาดพร้าวก่อน
                      โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ประกอบด้วยการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตและประตูระบายน้ำในคลองลาดพร้าว (คลองบางบัว-คลองถนน-คลองสอง) รวมทั้งคลองบางซื่อ และคลองเปรมประชากร จากอุโมงค์เขื่อนยักษ์พระราม 9-รามคำแหง ไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ เขตสายไหม ความยาวทั้งหมดประมาณ 45 กิโลเมตร (รวม 2 ฝั่ง) และประตูระบายน้ำ 1 แห่ง เพื่อระบายน้ำลงสู่แนวคลองด้านตะวันออกและลงสู่ทะเลต่อไป ใช้เวลาก่อสร้าง 1,260 วัน งบประมาณจำนวน 2,426 ล้านบาท (บริษัทริเวอร์เอ็นจิเนียริ่งประมูลได้ในวงเงิน 1,645 ล้านบาท) โดยสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม.รับผิดชอบ ทั้งนี้ สนน.มีเป้าหมายที่จะก่อสร้างเขื่อนให้มีความกว้างขนาด 38 เมตร ตลอดทั้งโครงการ และจะขุดลอกคลองให้ลึกจากเดิมอีก 3 เมตร
                      ส่วนประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน รัฐบาลมอบหมายให้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ที่ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงให้แก่ประชาชนมาก่อนรับผิดชอบจัดทำแผนงานรองรับด้านที่อยู่อาศัย ซึ่งตามแผนงาน 3 ปีจะมีพื้นที่ดำเนินการในเขตห้วยขวาง วังทองหลาง ลาดพร้าว จตุจักร หลักสี่ บางเขน ดอนเมือง และสายไหม รวม 74 ชุมชน จำนวน 11,004 ครัวเรือน ประชากร รวม 64,869 คน ใช้งบประมาณรวม 4,061 ล้านบาท
                      ส่วนเรื่องที่ดินกรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของที่ดินริมคลองที่ชุมชนตั้งอยู่ ก็จะให้ชาวบ้านเช่าที่ดินในระยะยาวราคาถูก เพื่อให้ชาวบ้านอยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้ โดยการย้ายบ้านพ้นแนวเขื่อน จัดผังชุมชนใหม่ หากที่ดินไม่พอเพียง ชาวบ้านก็ต้องรวมกลุ่มกันไปหาซื้อที่ดินใหม่ หรือหาที่อยู่อาศัยของการเคหะ โดยรัฐจะสนับสนุนงบประมาณบางส่วน
                      แม้ว่า พอช.มีการจัดทำแผนรองรับด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนก็ตาม แต่ที่ผ่านมาทั้งโครงการก่อสร้างเขื่อนและที่อยู่อาศัยแทบจะไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากคณะกรรมการชุดใหญ่ที่รับผิดชอบโครงการนี้ คือ “คณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ” ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกฯ เป็นประธาน (ได้รับการแต่งตั้งเมื่อ 16 กันยายน ที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรี) ยังไม่มีการจัดประชุมเพื่อขับเคลื่อนแผนงานแต่อย่างใด เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร มีภารกิจมากมายหลายด้าน
                      ขณะเดียวกัน ก็มีกลุ่มคัดค้านโครงการนี้ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน นำโดย สิระ เจนจาคะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ในเขตหลักสี่ และเป็นอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ศิษย์เอกของ “หลวงปู่พุทธะอิสระ” นำชาวบ้านที่ไม่อยากจะรื้อย้าย รวมทั้งกลุ่มเจ้าของบ้านเช่า เจ้าของร้านอาหารริมคลอง เจ้าของบ้านหลังใหญ่ที่ปลูกบ้านอยู่ในที่ดินของกรมธนารักษ์ (บุกรุกและไม่ได้เช่าที่ดิน) โดยพุ่งเป้าไปที่ พอช.ซึ่งเป็นหน่วยงานจัดทำเรื่องที่อยู่อาศัย เนื่องจากกลุ่มคัดค้านไม่กล้าที่จะชนกับ คสช.โดยตรง ทั้งนี้กลุ่มคัดค้านมียุทธศาสตร์ที่จะยื้อโครงการนี้ออกไป โดยตั้งเป้าว่าหากสร้างบ้านมั่นคงไม่ได้ เพราะชาวบ้านยังไม่ยอมรื้อย้าย เขื่อนก็สร้างไม่ได้ เมื่อรัฐบาล คสช.หมดอายุภายในปี 2561 โครงการเขื่อนก็จะยกเลิกไปโดยปริยาย
                      ความไม่เป็นเอกภาพของหน่วยงานต่างๆ จึงทำให้โครงการนี้คืบคลานไปอย่างช้าๆ โดยสำนักการระบายน้ำ กทม. มีแผนที่จะสร้างเขื่อนให้มีแนวความกว้างตลอดทั้งคลอง 38 เมตร เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่สภาพข้อเท็จจริงคือ ความกว้างของคลองลาดพร้าวและคลองอื่นๆ ส่วนใหญ่มีความกว้างไม่ถึง 38 เมตร หากจะเอาขนาดดังกล่าว ชาวบ้านเกือบทุกชุมชนจะต้องโดนรื้อย้ายออกไปเกือบทั้งหมด ซึ่งคณะทำงานของพล.อ.ประวิตรได้ลงมาสำรวจแนวคลองเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีความเห็น สรุปว่า “แนวเขื่อนไม่ต้องกว้างถึง 38 เมตร ให้ดูตามความเหมาะสมของสภาพคลองและสภาพชุมชน เพื่อให้เขื่อนสร้างได้ คนอยู่ได้”
                      ความไม่ชัดเจนของสำนักการระบายน้ำว่าจะสร้างเขื่อนกว้างกี่เมตร จะเอา 38 เมตร หรือน้อยกว่านั้นเพื่อให้ชุมชนอยู่ในที่เดิมได้ จึงทำให้ชุมชนที่มีการเตรียมความพร้อมที่จะสร้างบ้านมั่นคง เช่น ชุมชนคนรักถิ่นและแจ้งวัฒนะ 5 ริมคลองเปรมประชากร เขตหลักสี่ ซึ่งชาวบ้านรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากคลองมานานกว่า 4 เดือนแล้ว ยังไม่สามารถสร้างบ้านได้ เนื่องจากติดขัดขั้นตอนการขออนุญาตจากทาง กทม. อีกทั้งกรมธนารักษ์ก็ยังไม่ให้ชาวบ้านเช่าที่ดิน เนื่องจากยังไม่รู้แนวเขื่อน ขณะที่กลุ่มคัดค้านก็ไปกดดันต่อทางสำนักงานเขตหลักสี่ จนมีคำสั่งจากทางสำนักงานเขต ให้ระงับการก่อสร้างบ้านทั้ง 2 ชุมชน
กทม.ระวังเจอตอใต้น้ำรอบสอง
                      ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธานคณะกรรมการ ได้จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเดินหน้าโครงการเป็นครั้งแรก โดยจะมีการนำเรื่องเข้าสู่ ครม.ในสัปดาห์หน้า หลังจากนั้นโครงการสร้างเขื่อนและการจัดการสิ่งรุกล้ำลำน้ำ ตลอดจนแผนรองรับเรื่องที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองจะเริ่มดำเนินการภายในต้นปี 2559 และจะแล้วเสร็จภายในเวลา 3 ปี
                      อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวออกมาจาก กทม.ตลอดว่า ชาวบ้านหลายพันครัวเรือนพร้อมที่จะรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวเขื่อนแล้วก็ตาม แต่โดยข้อเท็จจริงผู้บริหาร กทม.ยังไม่เคยลงไปสัมผัสกับความจริงในพื้นที่เลย มีเพียงบางสำนักงานเขตที่ร่วมกับ พอช.เท่านั้นที่มีการจัดประชุมสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน เช่น เขตห้วยขวาง หลักสี่ และดอนเมือง ขณะที่แกนนำกลุ่มต่อต้านยังคงเคลื่อนไหวจัดประชุมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และตั้งเป้าหมายว่าจะล้มโครงการบ้านมั่นคงให้ได้
                      ส่วนการพาสื่อมวลชนและคณะผู้บริหาร กทม.นำโดย นพ.พีระพงษ์ สายเชื้อ ปลัด กทม.ไปสำรวจแนวคลองลาดพร้าวที่จะก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา และเกิดอุบัติเหตุเรือสื่อมวลชนชนตอใต้น้ำทำให้ช่างภาพที่ยืนถ่ายภาพอยู่บนหัวเรือกระเด็นตกลงไปในน้ำนั้น สาเหตุก็คือ คนขับเรือของสำนักการระบายน้ำไม่รู้ร่องน้ำคลองลาดพร้าวช่วงที่ลอดใต้สะพานสอง (ใกล้ตลาดสะพานสอง) จึงแล่นเรือเข้าไปในร่องน้ำด้านขวาซึ่งมีสิ่งโสโครกอยู่ใต้น้ำ ขณะที่เรือลำอื่นๆ และเรือของชาวบ้านที่ร่วมสำรวจคลองจะแล่นในร่องกลางที่ระดับน้ำลึกกว่า
                      ฉะนั้นการเดินหน้าก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของ กทม. ในขณะที่ปัญหาต่างๆ ยังไม่ได้รับแก้ไข เช่น อุปสรรคในการขออนุญาตก่อสร้างบ้านจากสำนักงานเขต การเช่าที่ดินกรมธนารักษ์ ฯลฯ โดยเฉพาะประเด็นการกำหนดแนวความกว้างของเขื่อนของสำนักการระบายน้ำ กทม.ว่าจะเอากี่เมตร หากยังยืนกรานว่าจะเอาขนาด 38 เมตร เชื่อว่าชาวบ้านหลายสิบชุมชนที่ยอมรื้อบ้านให้พ้นแนวคลองเพื่อให้ “เขื่อนสร้างได้ คนอยู่ได้” จะต้องกลับลำ แล้วหันมาต่อต้านโครงการนี้อย่างแน่นอน
                      การเดินเรือแบบสุ่มเสี่ยงโดยไม่รู้ร่องน้ำคราวนี้ อาจจะเจอตอที่ใหญ่กว่าเดิม แถมยังจะพาผู้บริหาร กทม.ร่วงลงไปในคลองที่มืดดำและเน่าเหม็นเหมือนที่นักข่าวเคยตกลงไปแล้วก็เป็นได้..!!
——————–
(รักชีวิต รักษ์สิ่งแวดล้อม : สัญญาณเตือน กทม.เจอตอใต้น้ำ ซ้ำรอยพานักข่าวตกคลองลาดพร้าว : โดย…บุญล้ำ ลำตะคอง)

ไฟเขียวรื้อระเบียบ-หลักเกณฑ์สสส.26 ฉบับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/218913

การศึกษา-สาธารณสุข  :  19 ธ.ค. 2558

ไฟเขียวรื้อระเบียบ-หลักเกณฑ์สสส.26 ฉบับ

บอร์ด สสส. ไฟเขียว รื้อระเบียบ 26 ฉบับ กก.ต้อง ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน ให้เวลา 90 วันลาออกจากองค์กรอื่น

            วันที่ 18 ธ.ค. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขตั้งคณะกรรมการพิจารณาเสนอความเห็นในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายลำดับรองของ สสส. ที่มี นพ.เสรี ตู้จินดา เป็นประธาน ได้พิจารณาและเสนอให้ปรับแก้ไขข้อบังคับ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ สสส.จำนวน 26 ฉบับนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาแล้ว และเห็นชอบให้ปรับปรุงข้อบังคับ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ ทั้ง 26 ฉบับ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ เพื่อให้สอดคล้องและเหมาะสมกับ พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 และเพื่อให้การบริหารจัดการ มีความชัดเจนยิ่งขึ้น อาทิ การกำหนดขอบเขตงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ได้ปรับแก้หลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินเพื่อการสนับสนุนโครงการและกิจกรรม กำหนดให้การจัดทำทิศทางและเป้าหมายกองทุนระยะ 10 ปี และแผนการดำเนินงานหลัก 3 ปี ที่จัดทำอยู่แล้วต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์กองทุนฯ และต้องเพิ่มการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดหลักของแผนประจำปีที่สอดคล้องกับแผนหลัก 3 ปี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 โดยกำหนดรายละเอียดและกรอบวงเงินงบประมาณของแผนงาน ชุดโครงการ หรือโครงการภายใต้แผนต่างๆ ให้ชัดเจนและตรงกับวัตถุประสงค์การจัดตั้งกองทุนฯ และนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ เพื่อพิจารณาเห็นชอบ

พล.ร.อ. ณรงค์ กล่าวอีกว่า กรณีการมีส่วนได้ส่วนเสียของกรรมการฯ ให้ปรับแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกองทุนฯ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของผู้จัดการและเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2553 และจรรยาบรรณคณะกรรมการกองทุนฯ กำหนดไม่ให้คณะกรรมการฯ ที่ปรึกษาคณะกรรมการฯ กรรมการบริหารแผนฯ กรรมการประเมินผลฯ มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้เสนอขอรับทุน อาทิ เป็นกรรมการ ผู้บริหารองค์กรที่รับทุนจาก สสส. ยกเว้นเป็นองค์กรภาครัฐ  เช่น มีตำแหน่งในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ในส่วนระเบียบอื่นๆ ที่เสนอปรับแก้ไข อาทิ ข้อบังคับกองทุนฯ ว่าด้วยการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา, ระเบียบกองทุนฯ ว่าด้วยการจัดแบ่งส่วนงานและการบริหารงานภายในสำนักงานกองทุนฯ

ทั้งนี้ภายหลังที่ประชุมเห็นชอบการปรับแก้ไขรายละเอียดในระเบียบและหลักเกณฑ์ทั้ง 26 ฉบับ จะเสนอให้ตนลงนามเห็นชอบ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป รวมถึงตนจะลงนามรายงานสรุปต่อคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ว่าได้ดำเนินงานตามผลการตรวจสอบครบถ้วนตามกำหนด 3 เดือน เพื่อขอยกเลิกการชะลอการใช้จ่ายงบฯ ของ สสส. โดยเร็วที่สุด เนื่องจากปัจจุบันมีภาคีได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก

“เข้าใจว่าผลกระทบที่ภาคีฯ สสส. ได้รับในขณะนี้ คตร. และท่านนายกฯ อาจยังไม่ได้รับรายงานรายละเอียดทั้งหมด ผมจึงเร่งให้ สสส.จัดทำสรุปข้อมูลผลกระทบและผมจะลงนามเสนอไปยัง คตร. รับทราบ เพื่อเสนอท่านนายกฯ พิจารณาผ่อนผันหรือหาแนวทางเยียวยาต่อไป เพราะหลายโครงการเป็นโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่องมีผลผูกพัน มีภาคีและผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 4,600 คน ที่ต้องชะงักการดำเนินการและขาดงบฯ หล่อเลี้ยงโครงการ บางโครงการ พบว่า เจ้าหน้าที่ประจำโครงการไม่ได้รับค่าตอบแทน ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น” รองนายกฯ กล่าว


สรุปข่าวประจำวันที่ 8 ก.พ.58 ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.พ. 2558 18:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/479922

 

ชาวกู้ภัยร่วมอาลัย ‘หนวด หลักสี่’ อปพร.ที่เข้าดับเพลิงในอาคารเอสซีบี แล้วสำลักควันเสียชีวิต ธนาคารฯ ช่วยแล้ว 2 แสน พร้อมดูแลจัดงานศพให้ ขณะผู้ว่าฯ กทม.โพสต์เฟซฯ ชี้ตายในหน้าที่ ต้องช่วยเต็มที่ รก.ผอ.จตุจักรสั่งปิดตึกเกิดเหตุห้ามเข้า…

การเมือง

08.54 น. ดุสิตโพล เผย สำรวจข้าราชการ ตำรวจ ทหาร ชี้จุดเด่น-จุดด้อย รัฐบาล คสช. เข้ามาแก้ปัญหาสะสม แต่บางตำแหน่งขาดประสบการณ์ อยากให้ตั้งใจทำงานมีความยุติธรรม

10.41 น. ให้ไปอ่านหนังสือพิมพ์ดู! บิ๊กตู่ ตอบไม่เต็มปาก หลัง คสช.งด ปู บินฮ่องกง พบ ทักษิณ หลังโดนฟันคดีข้าว

10.53 น. นิด้าโพลเผย ปชช.ส่วนใหญ่เห็นด้วย กสม.-ผู้ตรวจการฯ ควบรวมเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินละพิทักษณ์สิทธิของ ปชช. ชี้ช่วยลดการทำงานซํ้าซ้อน

11.15 น. “วิษณุ” แจง ช่วงนี้ปรับแก้เนื้อหาร่าง รธน.ได้ตลอด ขึ้นอยู่กับกมธ.หลัง กกต.ค้านโดนลดอำนาจ กสม.ควบรวมผู้ตรวจการฯ ลั่นไม่รู้ปฏิรูปทำไมถ้าไม่มีเปลี่ยนแปลง แนะต้องใช้เหตุผลชั่งน้ำหนักกัน

11.31 น. โฆษก คสช.แจงงดปูบินนอก เหตุเข้าสู่กระบวนการทางคดีแล้ว เผยต้องใช้เวลา-ความรอบคอบก่อน พร้อมขอแนวทางที่เหมาะสมฯกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน ยันไฟเขียวให้บุคคลติดเงื่อนไขคนอื่นไปต่างประเทศตามปกติแต่ไม่ได้แจ้งสังคม

12.11 น. “ทนายนรวิชญ์” ชี้อดีตนายกฯ สามารถเดินทางต่างประเทศได้ เหตุยังไม่ได้ยื่นฟ้องต่อศาล เผยคำสั่ง คสช. ขัดต่อหลักการคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ

13.36 น. มาสเตอร์โพลล์เผย แกนนำชุมชน 72.8 % เชื่อเหตุวางระเบิดพารากอน เอี่ยวขัดแย้งการเมือง และ 82.3 % กังวลรุนแรงบานปลาย

14.25 น. ราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษก ปชป. หนุนตั้งศาลฉ้อราษฎร์ฯ เชื่อไม่เกินความสามารถ กมธ.ยกร่างฯ

15.26 น. มท. สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ คุมเข้มสถานบริการ-รร.รับวาเลนไทน์ 14 ก.พ. หวั่นขัดนโยบายลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม

17.00 น. “นิพิฏฐ์” ชี้ข้อต่างคดีนักการเมือง-คดีทั่วไป ย้ำหากจำเลยหนี เสียประโยชน์เอง

เศรษฐกิจ

15.57 น. แบงก์ชาติ ประเมินใช้จ่ายตรุษจีนปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2% สำรองธนบัตรรองรับ 5 แสนล้านบาท คาดคนเบิกจ่าย 2 สัปดาห์ก่อนเทศกาลประมาณ 1.75 แสนบาท และช่วงเทศกาล 4.5 หมื่นล้าน

17.14 น. ประธานบอร์ดไทยพาณิชย์ เผยยังไม่ทราบสาเหตุเพลิงไหม้อาคารชั้น 10 สนง.ใหญ่ แจงพื้นที่ต้นเพลิงเป็นโซนเอกสารสินเชื่อบ้าน ยันเอกสารสำคัญหรือทรัพย์สินลูกค้า รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ สจล. ไม่ได้รับความเสียหาย

ทั่วไทย

06:01 น. “บิ๊กเสือ” โผล่แถลงข่าวโชว์ตัวไม่ได้หายตัวไปไหนมาพักกับญาติที่บางละมุง ยืนยันร่างกายแม้จะชราในวัย 80 แล้วยังแข็งแรง เดินออกกำลังกายทุกเช้าครั้งละ 30 นาที แถมยังปฏิบัติหน้าที่องคมนตรีเข้าร่วมประชุมทุกสัปดาห์แต่ไม่พูดเรื่องที่ลูกชายโผล่ร้องเรียนว่าถูกญาติกีดกันไม่ให้พบบิดาและถูกพาตัวหายไปอย่างไร้ร่องรอย

06:30 น. ตำรวจรวบ 8 โจรวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 17-19 ปี แก๊งปล้นไอโฟน นิสิตจุฬาฯ สารภาพสิ้นไส้ไม่ได้เรียนหรือทำงานที่ไหน วันๆเอาแต่เที่ยวเตร่มั่วสุมกันอยู่ที่ร้านเกม จากนั้นเริ่มวางแผนหาเงินใช้ด้วยการแบ่งก๊วนกันออกปล้น หาเหยื่อที่เดินอยู่ริมถนนคนเดียวเวลากลางคืน หลังก่อเหตุสำเร็จเอาของไปขายย่านปิ่นเกล้า แล้วนำเงินมาแบ่งกันเที่ยวต่อ

07:01 น. ความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรง ปกคลุมตอนบนของประเทศอีกระลอก ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเย็นลงอีก1-2องศาเซลเซียส ส่วนอ่าวไทยยังคงมีคลื่นสูง2-3เมตร

07:38 น. ชาวบ้านสลดใจ พบศพทารกชาย สภาพสายสะดือยังติด ลอยในคลองชลประทานเมืองลำปาง ตำรวจคาด พ่อแม่ไม่พร้อมทำแท้ง ก่อนนำศพโยนคลอง

08:12 น. ไฟไหม้ห้องเก็บเอกสารธนาคารไทยพาณิชย์ ตึกเอสซีบีกลางดึก ปภ.ควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่หลังเพลิงสงบ พบศพนักผจญเพลิง1ศพ สภาพสำลักควันเสียชีวิตอยู่บนชั้น10 เป็น อปพร.จากเขตหลักสี่ ขณะที่ปธ.กก.บริหารแบงก์ใบโพธิ์ ยืนยัน ไม่มีเอกสาร สจล.

08:31 น. บุกรวบเจ้าของร้านคาราโอเกะใน จ.อุดรธานี นำพาสาวลาวเข้ามาค้าประเวณี หลังจุดสืบสวนล่อซื้อ และจับกุมในข้อหาลักลอบเข้าเมือง ขยายผลมาถึงเจ้าของร้านที่ทำตัวเป็นแม่เล้า แจ้งข้อหาเป็นธุระจัดหาฯ

09:25 น. พิษรักเฟซบุ๊ก สามีหึงภรรยากับอดีตแฟนหลังคุยกันผ่านเฟซบุ๊ก เกิดอาการไม่พอใจท้าดวลกัน ตัวใหญ่ได้เปรียบต่อยชนะ สุดท้ายมาเจอกันอีกครั้งถูกอดีตแฟนใช้มีดแหลมที่พกมาจ้วงแทงดับ ตร.ตามรวบไว้ได้ทันควันขณะหลบหนี

09:40 น. เกิดไฟไหม้บ้าน อดีตผู้ใหญ่บ้าน จ.แพร่ ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ อยู่บ้านคนเดียว ถูกย่างสดดับคากองเพลิงดำเป็นตอตะโก ทรัพย์สินในบ้านถูกไฟเผาผลาญจนหมด ตำรวจคาด เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

10:12 น. คณะนักศึกษาจากนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ที่ร่วมโครงการมาสอนภาษาอังกฤษให้เด็กไทยฟรี ได้มาท่องเที่ยว เรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีไทยที่ กทม. ชื่นมื่น ททท.พาเที่ยวและจัดให้เรียนรำไทย ประทับใจมิรู้ลืม

10:51 น. ญาติแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวชาว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ที่ออกมาร้องชีวิตลูกชายแล้วถูกยิงตาย เข้าร้องสภาทนายความ ยืนยันคนที่ตำรวจนำตัวมาทำแผนในที่เกิดเหตุ ไม่ใช่คนร้ายตัวจริง สภาทนายเตรียมส่งทีมช่วยเหลือ ปชช.ลงหาข้อมูลในพื้นที่

11:15 น. ตำรวจบ้านโป่ง ตามรวบสองพระใหม่เรี่ยไรเงินผ้าป่า หลังได้รับเเจ้งจากชาวบ้านมีพฤติกรรมน่าสงสัย เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบปัสสาวะสีม่วง นำตัวไปสึกดำเนินคดีทันที

11:53 น. นรข.สถานีเรือ อ.บึงกาฬ สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุกยึดกัญชาแห้ง 308 กิโลกรัมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท หลังมีแก๊งค้ากัญชาข้ามชาติ 5 คน อาศัยความมืดตอนดึกขนกัญชาลงเรือ หวังข้ามน้ำโขงมาขายให้กับเอเย่นต์ชาวไทย

11:20 น. ตำรวจเมืองนครพนม ตั้งรางวัลนำจับ2หมื่นแก่ผู้แจ้งเบาะแสจนสามารถจับกุมโจรหื่นบุกปล้ำด.ญ.วัย14ปี ที่ออกมาช่วยแม่กวาดถนนตอนตี5 ผกก.ชี้ดูแล้วน่าจะเป็นการเข้ามาทำร้ายเพื่อชิงมือถือมากกว่า หรือไม่ก็เป็นพวกโรคจิต

12:23 น. ฮือฮาสุนัขเเสนรู้ เพศเมีย วัย 15 เดือน บิณฑบาตช่วยพระ ย่านสมุทรปราการ โดยมีเจ้าโชคสุนัขเพศผู้เพื่อนคู่ใจเดินคุ้มกันสุนัขเจ้าถิ่น

13:01 น. หนุ่มใหญ่ขับรถปิกอัพจากเมืองชล จะไปกรุงเทพฯ มีคนนั่งมารวม4คน ถึงคราวเคราะห์ร้าย ถูกชายท่าทางไม่สมประกอบ ยืนตรงเกาะกลางขว้างหินใส่รถ โดนเข้าเต็มหน้าอาการสาหัสไปสิ้นใจ รพ.ตามจับคนขว้างได้ให้การวกวน และฉี่ม่วง

13:26 น. สาวหนองกี่บุรีรัมย์ อ้างว่างงาน เลยหางานทำยามว่างด้วยการรวบรวมไม้พะยูงจากชาวบ้านใส่รถ ชวนเพื่อนนั่งมาด้วย จะไปส่งนายทุนค้าไม้ระหว่างประเทศที่ริมโขง ปรากฏว่าถูกตำรวจทางหลวงสกัดจับได้ที่ อ.น้ำพอง ขอนแก่น ส่งดำเนินคดีทั้งคู่

13:55 น. ชาวบ้านแตกตื่นไปดู‘เหล็กไหลเพชรดำ’ในตำหนักร่างทรงที่พะเยา เจ้าของบอกมี ‘พ่อปู่’ มาลง ให้ไปเอาจากในถ้ำขนลงมาทุกวันพระจนเป็นกองพะเนิน บอกคนที่บูชาจะแคล้วคลาดปลอดภัย แต่ก็เป็นความเชื่อส่วนตัว และอย่าไปลองกับลูกปืน

14:10 น. เกิดเหตุอุกอาจที่ชลบุรี หลังเคลียร์ปัญหาหัวใจไม่ลงตัว ฝ่ายชายชักมีดแทงฝ่ายหญิงหลายสิบแผล คิดว่าฝ่ายหญิงตาย ใช้มีดปาดคอตัวเองหวังตายตาม เบื้องต้นอาการสาหัสทั้งคู่

14:20 น. ผบ.ตร. เผย สาเหตุเพลิงไหม้แบงก์ไทยพาณิชย์ สนง.ใหญ่ ต้องรอฝ่ายตำรวจพิสูจน์หลักฐานก่อน ด้าน โฆษก ตร. ชี้ ไม่โยงคดียักยอกทรัพย์ สจล. เนื่องจากไม่ได้มีเอกสารสำคัญอยู่ในที่เกิดเหตุ

14:35 น. รู้ตัวแล้วศพชายถูกรัดคอโยนทิ้งป่าข้างทางที่นครศรีฯ เป็นพนักงานแบงก์ที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศ ก่อนตายแชตในกลุ่มว่าจะไปให้ครูคู่ขา ตร.เชิญตัวมาสอบสวน ยืนยันผูกคอตายเองแต่ตกใจเลยนำศพไปทิ้ง ยังคงเค้นสอบเครียดเตรียมออกหมายจับ

14:50 น. สาวร้านเสริมสวยยโสธร ชาร์จโทรศัพท์ทิ้งไว้บนบ้าน แล้วลงมาเปิดร้าน เกิดไฟฟ้าช็อตเพลิงลุกไหม้ภายในเสียหาย คาดค่าเสียหายนับหมื่นบาท

15:06 น. อุบัติเหตุบนถนนคร่าชีวิตนักดนตรี วงดอกรัก ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับหอพักด้วยความเร็วสูง จนพุ่งตกร่องกลางถนน ร่างกระเด็น โดนรถที่พุ่งสวนมาชน สภาพแขน ขา หัก และศีรษะแตก เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

15:27 น. ชาวกู้ภัยร่วมอาลัย ‘หนวด หลักสี่’ อปพร.ที่เข้าดับเพลิงในอาคารเอสซีบี แล้วสำลักควันเสียชีวิต ธนาคารฯ ช่วยแล้ว 2 แสน พร้อมดูแลจัดงานศพให้ ขณะผู้ว่าฯ กทม.โพสต์เฟซฯ ชี้ตายในหน้าที่ ต้องช่วยเต็มที่ รก.ผอ.จตุจักรสั่งปิดตึกเกิดเหตุห้ามเข้า

16:10 น. เพื่อนบ้านรำคาญเสียงไก่แจ้ขันทุกเช้ามืด โยนพลุประทัดยักษ์ใส่กรงหวิดวอด คาดฝีมือฝรั่งกับเมียไทยเช่าบ้านอยู่ใกล้ๆ

16:35 น. เฒ่าวัย 66 ปี หายออกจากบ้าน พบอีกทีกลายเป็นศพในสระน้ำกลางทุ่งนา ญาติไม่ติดใจเอาความ สาเหตุผู้ตายชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ

17:06 น. สองโจ๋บุกยิงถล่มบ้านคู่อริ กลางเมืองนนท์ เป็นรูพรุน 16 รู ตร.คาดยิงข่มขู่ ไม่ต้องการเอาชีวิต ตรวจวงจรปิดเร่งติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุ

ไลฟ์สไตล์

06:05 น. ใกล้วันตรุษจีนแล้วคุณอยากรู้ไหมว่า กินอะไรแล้วเสริมราศี ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสได้สัมภาษณ์ หมอมีน ตีสิบ หรือ อาจารย์อรรถพล น้อยวงศ์ กูรูด้านเลขศาสตร์สากลชื่อดัง มาครีเอทเมนูอาหาร 12 ราศีว่ามีอะไรกันบ้าง ไปดูกันเลย

06:05 น. ไม่ใช่อิฐ ไม่ใช่ปูน และก็ไม่ได้ใจแข็ง!ในฐานะคนต่างดงต่างถิ่น ไปเยือนถึงชายคาบ้านเรือนเขา บอกตรงๆ ว่าหลงแสงสีฉูดฉาด ทั้งบรรยากาศและอาหาร จะหยิบกล้องไม่ว่าจะเล็งถ่าย เล็งกดมุมไหนก็น่าประทับใจไปซะหมด

06:05 น. สุขสันต์วันอาทิตย์ หลายคนคงพักผ่อนกันอย่างมีความสุข ส่วนสาวๆ ก็คงจะง่วนอยู่กับการเก็บกวาดบ้าน ทำความสะอาดโน่นนี่นั่น สารพัดสารพัน เผลอแป๊บเดียว ตะวันตกดินอีกแล้ว แถมพรุ่งนี้ก็วันทำงานซะแล้ว วันจันทร์สุดเซ็งของพนักงานออฟฟิศ น่าสงสารเสียจริง (สงสารตัวเองดีกว่ามั้ย 555) เพราะถ้าไม่ถูกลอตเตอรี่ 30 ล้าน ก็ก้มหน้าก้มตาทำกันต่อไป ฮ่าๆ…ขรรมๆ

15:50 น. ปิดม่านกันไปแบบสุดฟิน!สำหรับฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 70 ทั้งความเว่อร์วังอลังการของสแตนด์เชียร์ ขบวนเชียร์ลีดเดอร์หนุ่มหล่อสาวสวย และขบวนล้อการเมืองจากทั้งสองสถาบัน ที่จัดมาไฟ้ว์กันชนิดที่ว่าไม่มีใครยอมใคร ปิดท้ายด้วยการแข่งขันฟุตบอลที่ดุเดือด

กีฬา

09.39 น. เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือทีมลิเวอร์พูล ระบุ พอใจกับฟอร์มของการเล่นของลูกทีมในเกมที่บุกไปเสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0 พร้อมชื่นชม จอร์ดอน ไอบ์ ปีกดาวรุ่ง ที่ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ

10.15 น. คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือของทีม เรอัล มาดริด ยอมรับ เกมที่ราชันชุดขาวบุกไปแพ้ แอตเลติโก มาดริด อย่างย่อยยับ 0-4 เป็นเกมที่ลูกทีมเล่นห่วยที่สุดตั้งแต่เข้ามาคุมทีม

11.01 น. โชเซ มูรินโญ กุนซือทีมเชลซี เตือนลูกทีมห้ามประมาท เพราะยังมีเกมยากๆ รออยู่อีกหลายนัด เหมือนเกมที่บุกไปชนะ แอสตัน วิลลา 2-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และไม่สนผลของแมนฯซิตี้ว่าจะเป็นอย่างไร ขอโฟกัสที่ผลงานของทีมอย่างเดียวพอ

11.46 น. ดิเอโก ซิเมโอเน กุนซือของทีมแอตเลติโก มาดริด ยอมรับ ทึ่งกับฟอร์มการเล่นของทีมในเกมลีกนัดล่าสุดที่เปิดบ้านถล่ม เรอัล มาดริด ไปขาดลอย 4-0

12.24 น. เปา กาซอล ทำ 20 แต้ม ช่วยให้ ชิคาโก บูลส์ บุกไปเอาชนะ นิวออร์ลีนส์ เพลิแกนส์ ไป 107-72 ในศึกบาสเกตบอล เอ็นบีเอ สหรัฐฯ

13.18 น. โรเบร์โต มาร์ติเนซ กุนซือทีมเอฟเวอร์ตัน ยืนยัน พอใจกับผลงานของลูกทีมที่เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0 ในเกมเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บีแมตช์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา แม้จะมีโอกาสยิงตรงกรอบแค่ครั้งเดียว ระบุ เกมนี้ยังมีข้อดีคือทีมไม่เสียประตู

13.45 น. แฮร์รี เคน ดาวยิงฟอร์มร้อนของทีมทอตแนม ฮอตสเปอร์ ยอมรับ รู้สึกตะลึงกับตัวเองสุดๆ หลังเหมาคนเดียว 2 ประตู ในเกมที่ไก่เดือยทอง เอาชนะ อาร์เซนอล ไป 2-1

14.15 น. มีรายงานว่า ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมวางแผนคว้า อูโก โยริส นายด่านจอมหนึบของทีมทอตแนม ฮอตสเปอร์ มาเฝ้าเสาในถิ่นโอลด์ แทรฟเฟิร์ด หากต้องเสีย ดาบิด เค เคอา ให้กับ เรอัล มาดริด ในช่วงซัมเมอร์นี้

14.45 น. จิโอวานนี ตราปัตโตนี ขรัวเฒ่าแห่งวงการฟุตบอลอิตาลี แนะทีมม้าลายรีบขาย “พอล ป็อกบา” กองกลางเลือดน้ำหอมโดยเร็วที่สุด หากได้ราคาที่น่าพอใจ ชี้ถึงจะเก่งแค่ไหน แต่ก็ไม่ใช่นักเตะคนสำคัญของสโมสรระดับเดียวกับ ลิโอเนล เมสซี

15.14 น. ศึกลูกหนังลา ลีกา สเปน เกมมาดริด ดาร์บี้แมตช์ ที่ผ่านพ้นไปเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ จบลงด้วยชัยชนะอันมโหฬารเกินคาดของทัพตราหมี แอตเลติโก มาดริด แชมป์เก่า โดยเปิดรังบิเซนเต กัลเดรอน สอนบอลให้กับคู่แค้นร่วมเมืองอย่าง

15.15 น. แฟนบอลทีมเอฟเวอร์ตันสุดแสบ! อำลาดาร์บี้แมตช์ครั้งสุดท้ายของ สตีเวน เจอร์ราร์ด มิดฟิลด์ทีมลิเวอร์พูล ด้วยการยกมือสองข้างแล้วชูนิ้วเป็นตัววี มอบให้กัปตันทีมหงส์แดง

15.45 น. สมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกา เตรียมเพิ่มมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดในเกมนัดชิงชนะเลิศ ศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2015 ด้านประธานซีเอเอฟ กลับมองความวุ่นวายในช่วงที่ผ่านมาถูกสื่อมวลชนนำเสนออย่างบิดเบือน จนดูรุนแรงเกินความเป็นจริง

16.15 น. หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระบุ ทีมปิศาจแดงยังมีอะไรที่ต้องปรับปรุงอีกเยอะ และสามารถพัฒนาได้ดีกว่านี้

16.45 น. “คาร์โล อันเชลอตติ” ซูฮกความยอดเยี่ยมของ “ซีเนดีน ซีดาน” ในการคุมทีมสำรองเรอัล มาดริด พร้อมทั้งสวมบทนักพยากรณ์ ชี้ชัด ตำนานทีมชาติฝรั่งเศสเหมาะสมขึ้นมาคุมทีมราชันชุดขาว ในอนาคต

17.45 น. “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ตกเป็นข่าวสนใจคว้า มาร์โก แวร์รัตติ มิดฟิลด์ของ ปารีส แซงต์ แชร์แมง มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังต้นสังกัดของนักเตะพร้อมขายที่ราคา 40 ล้านปอนด์

บันเทิง

09:05 น. ฐิสา วริฏฐิสา แจงห่างกัน เดอะสตาร์ เหตุต่างคนต่างทำงานและอยากใช้เวลาให้เต็มที่ บอกเป็นการตกลงกันทั้งสองฝ่าย รับเครียดถูกโยงโพสต์ไอจีต่อว่าฝ่ายชายจนต้องลบออกเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย โอกาสกลับมาสนิทยังมี ไม่ปิดกั้นหนุ่มอื่นจีบ

11:05 น. เอมมี่ มรกต ร่ำไห้ปลื้มเจมส์ จิรายุทธ คุกเข่าขอแต่งงานที่ปารีสหลังดูใจมานาน 9 ปี เผยไม่รู้มาก่อนว่าฝ่ายชายวางแผนเซอร์ไพรส์ รับดูฤกษ์บ้างแล้ว คาดแต่งปีนี้ เมินคนมองฝ่ายชายถ่ายรูปไม่ยอมเปิดหน้าเหมือนไม่ให้เกียรติตน-บอกเป็นสไตล์