ประมวลภาพ ‘ซุปเปอร์มูน’ ทั่วโลก พระจันทร์ส่องสว่าง สวยงามตระการตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 พ.ย. 2559 05:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/783472

 

ซุปเปอร์มูลที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส

ผู้คนทั่วโลกกำลังติดตามชมปรากฏการณ์ ซุปเปอร์มูน ครั้งพิเศษ ที่พระจันทร์โคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 68 ปี ซึ่งหากพลาดครั้งนี้ต้องรออีก 18 ปี กว่าพระจันทร์จะเข้าใกล้โลกมากขนาดนี้อีกครั้ง…

ผู้คนทั่วโลกกำลังติดตามชมปรากฏการณ์ ‘ซุปเปอร์มูน’ หรือปรากฏการณ์ที่พระจันทร์โคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุดใน 1 รอบวงโคจรของดวงจันทร์ และตรงกับวันพระจันทร์เต็มดวงพอดี ซึ่งในครั้งนี้ถือเป็นครั้งพิเศษสุด เนื่องจากดวงจันทร์เขาใกล้โลกมากกว่าซุปเปอร์มูนครั้งใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นในช่วง 68 ปีที่ผ่านมา หรือนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2491 โดยสามารถมองเห็นดวงจันทร์มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 14% และสว่างกว่าปกติถึง 30%


ซุปเปอร์มูนปรากฏให้เห็นใกล้เทพีเสรีภาพ ในนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ซุปเปอร์มูนจะส่องสว่างในทวีปเอเชียมากที่สุดในช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 14 พ.ย. และพระจันทร์จะโคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุดที่ระยะ 356,509 กม. ในเวลา 11:21 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช หรือราว 18:21 น. ตามเวลาไทย ขณะที่สามารถมองเห็นได้ชัดที่สุดในอเมริกาเหนือในช่วงเช้ามืดหรือก่อนรุ่งสางวันจันทร์ ส่วนที่สหราชอาณาจักรจะมีโอกาสเห็นในช่วงเย็นวันจันทร์

หากพลาดชมปรากฏการณ์ซุปเปอร์มูนครั้งนี้ ชาวโลกจะไม่ได้เห็นพระจันทร์เข้าใกล้โลกขนาดนี้อีกจนกว่าจะถึงวันที่ 25 พ.ย. ปี พ.ศ. 2577 ซึ่งจะเข้ามาใกล้โลกมากกว่าครั้งนี้อีก ที่ระยะห่าง 356,445 กม.


ซุปเปอร์มูนส่องแสงสุขสว่างเหนือวิหารแห่งเทพอพอลโล ที่เมืองโบราณ โครินธ์ ประเทศกรีซ

ชนเผ่ามาซาอี ใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูซุปเปอร์มูน ซึ่งหาดูได้ยาก ที่หมู่บ้านโอโลอิกา ในเขตอนุรักษ์ชอมโปล เมืองมากาดี บริเวณชายแดนเคนยา-แทนซาเนีย

ซุปเปอร์มูนลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เหนือเรือไม้ที่ประดับประดาไฟสวยงามในงานแข่งเรือหรือพระบรมราชวัง ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

ดวงจันทร์สีขาวดวงใหญ่ลอยเหนือสำนักงานแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่งของจีน

แสงของซุปเปอร์มูนส่องลอยกลุ่มเมฆลงมาเหนือรูปปั้นของวลาดิเมียร์ เลนิน ผู้ก่อตั้งสหภาพโซเวียต ในคาซัคสถาน

ปรากฏการณ์ซุปเปอร์มูนบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆของกรุงอังการา ประเทศตุรกี

คู่รักคู่หนึ่งยืนชม ซุปเปอร์มูน ที่ลอยขึ้นเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ข้างโบสถ์ในเมือง เคป เกรโก ทางตะวันออกของไซปรัส

สองสาวยืนดูซุปเปอร์มูนบนฟ้ากรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส

ดวงจันทร์ดวงโตลอยขึ้นเหนือพระบรมมหาราชวังในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

ดวงจันทร์ส่องสว่างเหนือมัสยิดในกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน

ภาพรูปปั้นแห่ง วินสตัน เชอร์ชิล บนอาคารกระทรวงต่างประเทศมาซิโดเนีย ในกรุง สโกเปีย โดยมีซุปเปอร์มูนเป็นฉากหลัง

ซุปเปอร์มูนส่องแสงสีส้มลอดกลุ่มเมฆลงมาในเขตธนาคาร ในนครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

ซุปเปอร์มูนถูกเมฆบดบัง หลังอาคาร อักบาร์ ทาวเวอร์ ในแคว้นบาเซโลนา ประเทศสเปน

จรวดโซยูซ ของรัสเซีย ซึ่งจัดนำลูกเรือกลุ่มใหม่ไปส่งที่สถานีอวกาศนานาชาติ ถูกติดตั้งฐานปล่อยยานอวกาศ ไบโคนูร์ เมื่อ 14 พ.ย. โดยมีซุปเปอร์มูนเป็นฉากหลัง

ดวงจันทร์สีส้มส่องสว่างที่หมู่บ้านเล็กๆ ชื่อ อูเฮว ทางเหนือของประเทศสเปน

จันทราสีส้มลอยเหนืออนุสาวรีย์ เกตเวย์ อาร์ก ในเมืองเซนต์ หลุยส์ ในรัฐมิสซูรีของสหรัฐฯ

ดาวจันทร์สีส้มปรากฏเบื้องหลังยอดของโบสถ์เซนต์ สตีเฟน ในกรุงเวียนนา ของออสเตรีย

ดวงจันทร์ดวงโตลอยให้เห็นใกล้กับอาคาร ยูนิเครดิต ทาวเวอร์ ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี

ซุปเปอร์มูนสีแดงฉานลอยให้เห็นบนท้องฟ้ากรุงเตหะราน ของอิหร่าน
 

บินขับไล่ ‘มิก-29’ รัสเซีย ตกในเมดิเตอร์เรเนียน นักบินดีดตัวปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 พ.ย. 2559 03:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/783436

 

เครื่องบินขับไล่ มิก-29 ของประเทศรัสเซีย ตกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ขณะฝึกซ้อมบิน อย่างไรก็ตาม นักบินสามารถดีดตัวหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินขับไล่ มิก-29 ของประเทศรัสเซีย ตกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในขณะที่นักบินพยายามนำเครื่องลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบิน ‘แอดไมรัล คุซเนตซอฟ’ ซึ่งเป็นหนึ่งในกองเรือรบของรัสเซียที่ถูกส่งไปประจำการใกล้ชายฝั่งประเทศซีเรีย


เรือบรรทุกเครื่องบิน แอดไมรัล คุซเนตซอฟ

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า สาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตกเกิดจากความขัดข้องทางเทคนิคระหว่างการฝึกซ่อมบิน โดยเครื่องตกขณะอยู่ห่างจากเรือบรรทุกเครื่องบินเพียงไม่กี่กม. ส่วนนักบินสามารถดีดตัวออกจากเครื่องไดอย่างปลอดภัย และได้รับการช่วยเหลือโดยหน่วยกู้ภัยแล้ว

“สุขภาพของนักบินไม่อยู่ในอันตราย” กระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าว และเสริมว่า เขาพร้อมขับเครื่องบินอีกครั้งแล้ว

 

อัยการสวีเดนเข้าสอบปากคำ ‘อัสซานจ์’ ที่สถานทูตเอกวาดอร์ในลอนดอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 พ.ย. 2559 03:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/783421

 

หัวหน้าอัยการสวีเดน เดินทางสอบปากคำ จูเลียน อัสซานจ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์จอมแฉ ‘วิกิลีกส์’ ถึงสถานทูตเอกวาดอร์ในกรุงลอนดอน ที่เขาขอลี้ภัยมาตั้งแต่ปี 2012 เพื่อหลบข้อกล่าวหาข่มขืนผู้หญิงคนหนึ่ง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 14 พ.ย. หัวหน้าอัยการสวีเดน เดินทางเยือนสถานทูตเอกวาดอร์ในกรุงลอนดอน เพื่อเข้าสอบปากคำ จูเลียน อัสซานจ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์จอมแฉ ‘วิกิลีกส์’ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่าเขาข่มขืนผู้หญิงชาวสวีเดนคนหนึ่งเมื่อปี 2010 ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เขาปฏิเสธมาตลอด

ข่าวระบุว่า น.ส.อินกริด อิสเกรน หัวหน้าอัยการสวีเดนเข้าไปนั่งฟังอัยการเอกวาดอร์ถามคำถามต่างๆ ต่อนายอัสซานจ์ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการข่มขืน ที่เกิดขึ้นระหว่างที่เขาเดินทางเยือนกรุงสตอกโฮมส์ เมื่อเดือนส.ค. 2010 ก่อนที่น.ส.อิสเกรน และสารวัตร เซซิเลีย เรเดลล์ ของสวีเดน จะเดินทางกลับในเวลา 13:30น. ตามเวลาท้องถิ่นโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อ แต่คาดกันว่าพวกเธอจะมาสอบปากคำนายอัสซานจ์ต่อเนื่องหลายวัน


อินกริด อิสเกรน หัวหน้าอัยการสวีเดน

ทั้งนี้ หลังจากถูกเจ้าหน้าที่สวีเดนกล่าวหาในคดีข่มขืน นายอัสซานจ์ก็ปฏิเสธไม่เดินทางไปสวีเดนเพื่อรับการสอบปากคำ เนื่อจากกังวลว่าเขาจะถูกส่งตัวไปสหรัฐอเมริกา เพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับกรณีที่เว็บไซต์วิกิลีกส์ของเขา แฉข้อมูลลับทางทหารของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับสงครามอัฟกานิสถานและอิรัก ก่อนที่เขาจะขอลี้ภัยในสถานทูตเอกวาดอร์ ในกรุงลอนดอนในปี 2012 และอาศัยอยู่ที่นั่นนับแต่นั้น

เจนนิเฟอร์ โรบินสัน ทนายความของนายอัสซานจ์ บอกกับสำนักข่าวบีบีซีในวันจันทร์ว่า ลูกความของเธอไม่ได้ซ่อนตัวในสถานทูตเอกวาดอร์ แต่เขาจะไม่ไปสวีเดนเพราะเขาเสี่ยงที่จะสูญเสียสถานะผู้ลี้ภัยในสถานทูตเอกวาดอร์ “สวีเดนปฏิเสธไม่ยอมรับประกันว่าจะไม่ส่งตัวเขาไปสหรัฐฯ” เธอยังกล่าวหาทางการสวีเดนว่าเตะถ่วงคดีไม่ให้คืบหน้าด้วย

ขณะที่สำนักข่าว พีเอ เผยแพร่แถลงการของอัยการสวีเดน การสอบสวนคดีของนายอัสซานจ์ยังคงเป็นความลับ ส่วนนายแพร์ ซามูเอลสัน ทนายอีกคนหนึ่งของนายอัสซานจ์ กล่าวว่า ลูกความของเขามีความสุขมากที่ในที่สุดเขาก็ได้มีโอกาสให้ถ้อยคำของเขาแก่เจ้าหน้าที่สวีเดน

 

เปิดโผ บ.ยาเข้าถึงรากหญ้า “แกล็กโซสมิทไคลน์” รั้งที่ 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 พ.ย. 2559 02:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/783267

 

รายงาน “ดัชนีการเข้าถึงยารักษาโรค” จัดทำโดยกองทุนการเข้าถึงยารักษาโรค สำนักงานอยู่ที่กรุงอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ และจัดอันดับบริษัทผู้ผลิตยาชั้นนำ 20 แห่งทั่วโลกทุก 2 ปี เผยแพร่เมื่อ 14 พ.ย. พบว่า ผู้ผลิตยารายใหญ่พัฒนาวิธีการเข้าถึงยาสำหรับคนยากจนในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาได้ดีขึ้น แต่ยังจำเป็นต้องเพิ่มผลิตภัณฑ์ยาที่เข้าถึงได้ให้มากขึ้นด้วย โดยบริษัท แกล็กโซสมิทไคลน์ (GSK) จากสหราชอาณาจักร ยังครองอันดับ 1 ในการเข้าถึงยาเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ตามด้วยบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน จากสหรัฐฯ บริษัท โนวาติส จากสวิตเซอร์แลนด์ และบริษัท เมิร์ค เคจีเอเอ จากเยอรมนี

นายจายัสรี ไอเยอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารของกองทุนฯ เผยว่า ผู้ผลิตยาเริ่มจัดการปัญหาดังกล่าวได้มากขึ้น แต่ยังต้องปรับแก้การตั้งราคาขายยา และยังมีช่องว่างของตัวยาที่ยังจำเป็นต้องเข้าถึงอีกมาก หลังติดตามตัวยา 850 ประเภทสำหรับการรักษาโรคที่เป็นภาระค่าใช้จ่ายมากที่สุดในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางถึงรายได้ต่ำพบว่า มีเพียง 44 ตัวยาที่ตั้งราคาให้ซื้อหาได้.

 

หวังเพชรบลูไดมอนด์ 8.01 กะรัตทำเงินอื้อซ่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 พ.ย. 2559 01:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/783262

 

สถาบันประมูลซอธบีร่วมกับโนเบิล เจเวลส์ นำเพชรสีน้ำเงิน “สกาย บลู ไดมอนด์” น้ำหนัก 8.01 กะรัต ออกมาประมูลวันที่ 16 พ.ย. ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คาดว่าเคาะราคาประมูลตลาดได้ถึง 25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 885 ล้านบาท และถือเป็นเพชรสีน้ำเงินอีกเม็ดหนึ่งที่ใหญ่สุดตั้งแต่จัดการประมูลเครื่องเพชร ซึ่งนำมาทำเป็นเครื่องประดับแหวนคาร์เทียร์ โดยทางสถาบันอัญมณีแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (GIA) จัดอันดับความสะอาดของเนื้อเพชรสีธรรมชาติจากทั้งหมด 11 ระดับให้อยู่ในเกรด VVS 1 หรือเกือบสมบูรณ์แบบ ถือว่ามีตำหนิขนาดเล็กมากเมื่อมองด้วยกล้องขยาย 10 เท่า ซึ่งยากมากที่จะมองเห็น

นอกจากนี้ เพชรสีน้ำเงินยังเป็นอัญมณีที่หายากเป็นพิเศษ โดยเมื่อเดือน พ.ย.ปีกลาย นายโจเซฟ เหลา นักธุรกิจชาวฮ่องกง ทุ่มเงินซื้อเพชรสีน้ำเงินน้ำหนัก 12.03 กะรัต ในราคา 48.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1,700 ล้านบาท กลายเป็นการซื้อขายเพชรสีน้ำเงินในขณะนั้นที่มีราคาแพงที่สุดในโลก กระทั่งในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เพชรสีน้ำเงินเม็ดใหญ่ที่สุดในโลก 14.62 กะรัต ที่เรียกว่า “เดอะ ออพเพนไฮเมอร์ บลู” ทำลายสถิติขายไปด้วยราคา 57.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 2,000 ล้านบาท ส่วนนายเหลาตั้งชื่อเพชรที่ตนซื้อว่า “เดอะ บลู มูน แห่ง โจเซฟฟีน” ตามชื่อลูกสาววัย 7 ขวบ หลังซื้อเพชรสีชมพูน้ำหนัก 16.08 กะรัต ในราคา 25.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1,000 ล้านบาทไปก่อนหน้า 1 วัน.

เดือดอีก! ปากีฯ อ้าง อินเดียยิงปืนใหญ่ข้ามพรมแดน โดนทหารดับ 7 นาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 พ.ย. 2559 23:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/783272

 

ชาวปากีสถานประท้วงต่อต้านอินเดียที่เมืองมูลตาน เมื่อ 14 พ.ย.

ทางการปากีสถานกล่าวอ้างว่า อินเดียยิงปืนใหญ่ข้ามพรมแดนแคชเมียร์ พื้นที่พิพาทระหว่างทั้งสองประเทศ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทั้งที่พวกเขาไม่ได้มีการยั่วยุใดๆ จนมีทหารปากีสถานเสียชีวิต 7 นาย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพปากีสถานระบุในแถลงการณ์ซึ่งออกในวันจันทร์ที่ 14 พ.ย. ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่เขตพิมเบอร์ ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวเส้นควบคุม (Line of Control) ซึ่งคั่นพื้นที่แคว้นแคชเมียร์ส่วนที่ปากีสถานและอินเดียปกครองออกจากกัน และพวกเขาได้ทำการโจมตีตอบโต้กลับไปยังฐานที่มั่นของอินเดีย แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดมากว่านี้

ขณะเดียวกัน รัฐบาลปากีสถานออกมาประณามการโจมตีล่าสุดของอินเดีย โดยนายกรัฐมนตรี นาวาซ ชาริฟ ระบุในแถลงการณ์ว่า “เรามีขีดความสามารถอย่างเต็มที่ในการปกป้องดินแดนของเราจากการรุกรานใดๆ กองทัพอินเดียพยายามเพิ่มความตึงเครียดบนแนวเส้นควบคุม เพียงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของโลกจากสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่เกิดขึ้นในแคชเมียร์ส่วนที่อินเดียควบคุม”

นอกจากนี้ กระทรวงต่างประเทศของปากีสถานยังเรียกตัวข้าหลวงใหญ่อินเดีย ซึ่งเป็นนักการทูตระดับสูงสุดของอินเดียในปากีสถาน เข้าพบเพื่อแสดงการประท้วงต่อการเสียชีวิตของทหารทั้ง 7 นายอย่างเป็นทางการ แต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวจากฝั่งรัฐบาลอินเดียต่อข้อกล่าวหาของปากีสถาน

ทั้งนี้ ความตึงเครียดบนดินแดนแคชเมียร์ระหว่างปากีสถานและอินเดียเพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่ เกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธบุกโจมตีค่ายทหารอินเดียในแคชเมียร์ เมื่อ 18 ก.ย. ทำให้ทหารอินเดียเสียชีวิต 19 นาย ซึ่งอินเดียกล่าวโทษปากีสถานว่าสนับสนุนการโจมตีครั้งนี้ หลังจากนั้นทหารทั้งสองฝ่ายก็ปะทะกันเป็นระยะเรื่อยมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมหลายสิบราย ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน

 

ทัพอิรักยึดเมืองโบราณ ‘นิมรุด’ อายุ 3,000 ปี คืนจากไอซิสได้แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 พ.ย. 2559 23:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/783222

 

ไอซิสระเบิดซากโบราณในเมืองนิมรุดเมื่อปี 2015

กองทัพรัฐบาลอิรักสามารถยึดคืนเมืองโบราณ นิมรุด คืนจากกลุ่มไอซิสได้แล้ว กว่าหนึ่งปีหลังจากไอซิสแพร่คลิปวิดีโอการทำลายล้างซากโบราณในเมืองแห่งนี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ย. กองทัพรัฐบาลอิรัก สามารถปลดปล่อยเมืองนิมรุด และส่วนที่เป็นซากโบราณอายุกว่า 3,000 ปี จากการควบคุมของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ได้แล้ว ระหว่างปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูล ฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มไอซิส ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 30 กม.

แถลงการณ์ของกองทัพรัฐบาลอิรักระบุว่า กองทัพจากกองพลยานเกราะหน่วยที่ 9 สามารถปลอปล่อยเมืองนิมรุดจากการควบคุมของไอซิสได้อย่างสมบูรณ์แล้ว และสามารถเชิญธงชาติอิรักขึ้นสู่อาคารหลายแห่งในเมือง หลังจากสร้างความสียหายอย่างหนักทั้งต่อชีวิตและยุทโธปกรณ์ของกลุ่มไอซิส


นักรบไอซิสทุบทำลายโบราณวัตถุในเมืองนิมรุด

ทั้งนี้เมืองนิมรุดเป็นเมืองโบราณยุคอัสซีเรีย ในภาคเหนือของอิรัก ที่ถูกฝังอยู่ใต้ผืนทรายและถูกลืมมานานหลายศตวรรษ จนกระทั้งนักโบราณคดีเริ่มการขุดสำรวจในช่วงทศวรรษที่ 1840 และหลายสิบปีต่อมาพวกเขาก็ค้นพบซากโบราณสถานที่ประเมินค่าไม่ได้เช่น ปราสาทที่ประดับด้วยภาพฝาผนัง หรือรูปแกะสลักขนาดใหญ่ แสดงให้เห็นวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของอิรักในอดีต

แต่เมื่อปี 2015 กลุ่มไอซิสได้เข้ายึดครองเมืองแห่งนี้ พวกเขาระเบิดทำลายกำแพงเมืองโบรารจนย่อยยับ, ใช้สว่านไฟฟ้าและค้อนปอนด์ทุบทำลายรูปปั้นและใช้รถตักดินทำลายสิ่งปลูกสร้างจนพังพินาศ ก่อนจะเผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นภาพหลักฐานการทำลายล้างด้วยระเบิดย่างรุนแรง การกระทำนี้ถูกยูเนสโกประณามว่าเป็นอาชญากรรมสงคราม

 

รบ.เมียนมา รับส่งฮ.โจมตีหมู่บ้านชาวโรฮีนจา บ้านไฟไหม้วอดกว่า400 หลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 พ.ย. 2559 19:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/783102

 

รัฐบาลเมียนมา ยอมรับส่ง ฮ.จู่โจมยิงโจมตีหมู่บ้านชาวโรฮีนจา ในรัฐยะไข่จริง หลังมีข่าวและภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นบ้านของชาวโรฮีนจาหลายร้อยหลังโดนไฟไหม้วอด ขณะที่สื่อรัฐ ชี้ กองทัพต้องส่งเฮลิคอปเตอร์มายิงโจมตีหมู่บ้านชาวโรฮีนจา เพราะทหาร รบ.โดนดักซุ่มโจมตีและปะทะกันมาหลายครั้ง

เมื่อ 14 พ.ย. 59 สำนักข่าวบีบีซีรายงาน รัฐบาลเมียนมาออกมายอมรับว่า กองทัพอากาศเมียนมาได้ส่งเฮลิคอปเตอร์จู่โจมหลายลำยิงโจมตีหมู่บ้านหลายแห่งของชาวโรฮีนจา ในรัฐยะไข่ หลังจากมีรายงานออกมาก่อนหน้านี้แล้วว่า มีบ้านเรือนของชาวโรฮีนจา ในหมู่บ้านหลายแห่ง ที่รัฐยะไข่ โดนกองทัพเมียนมาโจมตีจนบ้านเรือนโดนไฟไหม้เป็นจำนวนมาก

ก่อนหน้านี้ องค์การฮิวแมน ไรท์ วอตช์ ซึ่งเป็นองค์การนอกภาครัฐระหว่างประเทศ ทำวิจัยและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนทั่วโลก ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่บันทึกไว้ ระหว่างวันที่ 22 ต.ค.-10 พ.ย. แสดงให้เห็นหมู่บ้านชาวโรฮีนจาอยู่ในสภาพบ้านเรือนโดนไฟไหม้ โดยมีบ้านเรือนถึง 430 หลังคาเรือน ถูกไฟไหม้จนกลายสภาพเป็นเถ้าถ่าน และก่อนหน้านี้มีรายงานออกมาด้วยว่า มีนักรบและพลเรือนชาวโรฮีนจากำลังหลบหนีออกจากถิ่นที่อยู่ของตนเมื่อเดือนก่อน โดยนายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการองค์การฮิวแมน ไรท์ วอตช์ ประจำภาคพื้นเอเชีย กล่าวว่า ภาพใหม่ที่ได้มาแสดงให้เห็นสภาพความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง และดูเสียหายหนักกว่าที่พวกตนคิดไว้ตอนแรก


บรรดานักเคลื่อนไหวชาวโรฮีนจา กล่าวด้วยว่า รัฐบาลเมียนมากำลังดำเนินยุทธวิธีในการขับไล่ชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจาออกจากหมู่บ้านของพวกเขา ขณะที่การตรวจสอบข่าวเหล่านี้ในรัฐยะไข่ของนักข่าวต่างชาติก็ทำได้ยาก เนื่องจากรัฐบาลเมียนมาไม่อนุญาตให้นักข่าวอิสระสามารถเข้าไปในรัฐยะไข่ จึงไม่มีทางที่นักข่าวจะตรวจสอบทราบข้อเท็จจริงในเรื่องเหล่านี้

บีบีซีแจ้งว่า ตามแถลงการณ์ล่าสุดของทางการเมียนมา เมื่อวันเสาร์ที่ 12 พ.ย. ระบุว่า ทหารเมียนมาได้ถูกกลุ่มคนร้ายพร้อมอาวุธ ทั้งปืน มีดและหอกดักซุ่มโจมตี จากนั้นได้เกิดการปะทะกันหลายครั้ง ซึ่งคาดว่ากลุ่มคนร้ายเป็นชาวโรฮีนจา โดยมีการปะทะกันครั้งหนึ่ง ทหารเมียนมาต้องเผชิญกับกลุ่มชายฉกรรจ์มากถึงประมาณ 500 คน ซุ่มโจมตี จนต้องขอกำลังสนับสนุนทางอากาศ และกองทัพได้ส่งเฮลิคอปเตอร์จู่โจม 2 ลำมาช่วยตอบโต้และยิงโจมตีหมู่บานชาวโรฮีนจา ซึ่งผลการปะทะกันระหว่างทหารรัฐบาลกับกลุ่มคนร้าย ทำให้ทหารเมียนมาสิ้นชีพอีก 2 นาย และฝ่ายคนร้ายตายไป 6 ราย.

 

จ่าย1$ก็พอ! ทรัมป์ ลั่น ไม่รับเงินเดือน 4แสน$ หลังรับตำแหน่งปธน.ปีหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 พ.ย. 2559 17:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/783002

 

โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดใจให้สัมภาษณ์สื่อครั้งแรก หลังชนะเลือกตั้ง ลั่น ไม่ขอรับเงินเดือน 4 แสนดอลลาร์ หลังสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปีหน้า แต่จะขอรับแค่ ดอลลาร์เดียว ตามที่กฎหมายบังคับไว้

เมื่อ 14 พ.ย. 59 สื่อต่างประเทศรายงานครึกโครม นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ เปิดใจให้สัมภาษณ์ กับสื่อเป็นครั้งแรก หลังคว้าชัยชนะเลือกตั้ง ได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯอย่างพลิกความคาดหมาย อีกทั้งยังมีม็อบฝูงชนในหลายเมืองออกมาประท้วงไม่ยอมรับเขาเป็นประธานาธิบดี โดยทรัมป์ ประกาศว่าเขาจะไม่รับเงินเดือนในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯที่สูงถึง 400,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 14 ล้านบาท) หลังกระทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค.ปีหน้า แต่จะขอรับแค่เพียง 1 ดอลลาร์ (35 บาท) ตามที่กฎหมายบังคับกำหนดไว้เท่านั้น

ทรัมป์ ซึ่งได้เปิดบ้านของเขาที่ย่านแมนฮัตตัน ในมหานครนิวยอร์ก บันทึกรายการ 60 Minutes โดยมีเลสลีย์ สตาห์ล จากสถานีโทรทัศน์ CBS เป็นผู้ดำเนินรายการและถือเป็นการให้สัมภาษณ์สื่อครั้งแรกหลังชนะเลือกตั้ง โดยในระหว่างการให้สัมภาษณ์ ทรัมป์ยังได้พูดถึงนโยบายสุดโต่งของเขาหลายเรื่องที่เคยพูดไว้จนสร้างความฮือฮาและหวาดหวั่นให้แก่ชาวอเมริกันและชาวโลกในช่วงหาเสียง โดยทรัมป์ กล่าวยืนยันว่าเขาจะสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างสหรัฐฯกับเม็กซิโก เพื่อป้องกันคนลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย แต่ก็อาจมีการพิจารณาถึงความเหมาะสมมากขึ้น เพราะบางพื้นที่ใช้วิธีการสร้างรั้วกั้นชายแดนก็คงพอแล้ว


เจอม็อบออกมาชุมนุมต่อต้าน ไม่ยอมรับโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ นักธุรกิจมหาเศรษฐีจากรัฐนิวยอร์ก ซึ่งไม่เคยมีตำแหน่งใดๆทางการเมืองมาก่อนเลย แต่กลับคว้าชัยเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐฯยังบอกว่าเขาได้ทบทวนถึงแผนการเนรเทศคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย 3 ล้านคนที่มีประวัติก่อคดีอาญา ออกนอกประเทศทันทีที่เข้าไปนั่งบริหารประเทศในทำเนียบขาว เพียงแต่ทรัมป์ไม่ได้อธิบายถึงแแผนการของเขาเกี่ยวกับคนต่างชาติที่อพยพเข้าเมืองมาอยู่ในสหรัฐฯประมาณ 9 หรือ 10 ล้านคนที่ไม่มีเอกสารอย่างถูกต้องว่าจะทำอย่างไรต่อไป โดยทรัมป์เพียงแต่ย้ำถึงความจำเป็นในการป้องกันพรมแดนของสหรัฐฯ ก่อนจะดำเนินนโยบายในเรื่องอื่นๆ


โดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมด้วยนางเมลาเนีย ทรัมป์ ภริยา และบุตรชาย ในวันประกาศชัยชนะเลือกตั้ง

ข่าวแจ้งว่า ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ ทรัมป์ยังกล่าวชื่นชมนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งชิงประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต ด้วยว่า นางฮิลลารีเป็นคนเข้มแข็งมากและเก่งมาก ถึงแม้ในช่วงหาเสียง ทรัมป์จะพูดโจมตีนางฮิลลารีอย่างรุนแรง ส่วนนางเมลาเนีย ภริยาของทรัมป์ ยังได้กล่าวถึงนางมิเชล โอบามา ภริยาของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งนางได้มีโอกาสพบพูดคุยระหว่างที่ทรัมป์ได้รับเชิญจากประธานาธิบดีโอบามาให้ไปยังทำเนียบขาวเมื่อ 10 พ.ย. หลังชนะเลือกตั้งว่า นางมิเชล เป็นเจ้าบ้านที่มีมารยาท และสง่างาม เธอไม่รู้สึกอึดอัดใจระหว่างได้พบกันเลย.

ที่มา mirror.co.uk

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เดือด ม็อบต้านทรัมป์ ที่พอร์ตแลนด์ โดนยิงเจ็บ 1 ตร.ต้องใช้แก๊สน้ำตาสลาย

 

ปาร์ก กึน เฮ จะไปต่อไหวไหม เจอม็อบคนนับล้านออกมาไล่ อัยการจ่อเรียกสอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 พ.ย. 2559 16:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/782926

 

จนท.แย้มผู้นำหญิงแดนโสมขาวกำลังคิดพิจารณาหาทางให้ประเทศกลับคืนสู่ความสงบ หลังโดนประชาชนนับล้านชุมนุมประท้วงใหญ่กดดันเรียกร้องให้ลาออกจากเรื่องอื้อฉาว หนำซ้ำยังเจออัยการจ่อเรียกตัวมาสอบสวน จนสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำคนแรกที่โดนอัยการสอบขณะกำลังดำรงตำแหน่ง

เมื่อ 14 พ.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ของประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ แห่งเกาหลีใต้ ที่กำลังเผชิญหน้ากับการประท้วงขับไล่ครั้งใหญ่จากประชาชนให้ลาออกจากตำแหน่ง จากกรณีเกิดเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่ นางชอย ซุน ซิล เพื่อนสนิทของประธานาธิบดีปาร์กเข้ามาแทรกแซงกิจการรัฐทั้งที่ไม่มีตำแหน่งใดๆในรัฐบาล จนโดนจับกุมและตั้งข้อหารวมทั้งฉ้อโกงไปแล้วนั้น จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ในทำเนียบประธานาธิบดีกรุงโซล เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ย.ระบุว่า ประธานาธิบดีปาร์ก กำลังพิจารณาอย่างจริงจังถึงการหาทางเพื่อทำให้ประเทศชาติเป็นปกติสุข รวมทั้งการรับฟังเสียงของประชาชนที่ออกมาชุมนุมประท้วงขับไล่

ข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีชาวเกาหลีใต้นับล้านคนออกมาชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในกรุงโซลเมื่อวันเสาร์ที่ 12 พ.ย. และเป็นสุดสัปดาห์ที่สองนับตั้งแต่มีข่าวอื้อฉาวเกิดชึ้นกดดันเรียกร้องขับไล่ประธานาธิบดีปาร์กให้ลาออกจากตำแหน่งไปได้แล้ว ถึงแม้ ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีปาร์ก ซึ่งยังเหลือเวลาดำรงตำแหน่งอีก 15 เดือน ได้ออกมากล่าวขอโทษต่อประชาชนเมื่อต้นเดือนพ.ย. ที่ผ่านมาแล้วก็ตาม


ม็อบเผชิญหน้ากับตำรวจ ขณะพยายามจะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงโซล เมื่อ 12พ.ย.

ชาวเกาหลีใต้เป็นล้านคนออกมาประท้วงครั้งใหญ่ในกรุงโซล เมื่อ 12พ.ย. เรียกร้องประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮให้ลาออก

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีปาร์ก ยังต้องเตรียมเผชิญหน้ากับการไปให้ปากคำกับอัยการที่รับผิดชอบในคดีนางชอย ซุน ซิล แทรกแซงกิจการรัฐและฉ้อโกง เนื่องจากอัยการกำลังจ่อเรียกตัวประธานาธิบดีปาร์ก มาสอบสวนในคดีนี้ด้วย จนนับเป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ที่ถูกอัยการเรียกตัวมาสอบสวนขณะกำลังดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ  โดยสำนักข่าวยอนฮัพ สื่อท้องถิ่นในแดนโสมขาว รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทางการ คาดว่าอัยการจะเรียกประธานาธิบดีปาร์ก มาสอบสวนไม่เกินวันพุธที่ 16 พ.ย.นี้ ขณะที่ นาย ลี แจ ยอง รองประธานของบริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์  ซึ่งโดนอัยการบุกตรวจค้นสำนักงานใหญ่ของซัมซุงเพื่อหาหลักฐานบริจาคเงินหลายล้านดอลลาร์ให้แก่มูลนิธิของนางชอย ก็ได้ถูกเรียกตัวมาสอบปากไปแล้ว.


ประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮออกมาขอโทษประชาชน เมื่อ 4พ.ย. หลังเกิดเรื่องอื้อฉาว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซัมซุงงานเข้าอีก! อัยการบุกค้นสนง.ใหญ่ อาจให้เงินเพื่อนฉาวปธน. 100ล้าน

เพื่อนสนิทปธน.โสมขาว โดนควบคุมตัวแล้ว อัยการกลัวทำลายหลักฐาน หนีออกนอก