นักศึกษาป.โทออกสกรีนเสื้อฟรี เพื่อร่วมถวายความอาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240463

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 12.08 น.

17 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศิริพงศ์ เรืองจันทร์ อายุ 30 ปี ชาวบ้านในตำบลบ้านไร่ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เป็นนักศึกษาในระดับชั้นปริญญาโท ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะจิตกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ ได้รวมกลุ่มกับเพื่อนๆในนามศิษย์เก่าวิทยาลัยเทคนิคราชบุรี จำนวน 11 คน นำรถโมบายติดป้ายประชาสัมพันธ์ สกรีนฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นเพียงแค่คุณนำเสื้อมาเอง เราทำดีเพื่อพ่อหลวงของเรา” ออกบริการสกรีนเสื้อลาย สัญญาลักษณ์อักษรเลข 9 ระบุข้อความว่า “ชาวราชบุรี ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป รักพ่อสุดหัวใจ” บริการฟรีให้กับประชาชน ไปตามจุดต่างๆ ของจังหวัดราชบุรี เพื่อร่วมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีประชาชนชาวจังหวัดราชบุรีต่างนำเสื้อสีขาวและสีดำมาขอรับบริการจำนวนมาก

นายศิริพงศ์ เรืองจันทร์ เผยถึงความประทับใจที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าตนเองและเพื่อนสมาชิกทั้ง 11 คน เป็นศิษย์เก่าของวิทยาลัยเทคนิคราชบุรี เกิดที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งชาวจังหวัดราชบุรีมีความผูกพันต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาช้าราช โดยคำว่าราชบุรี ความหมายคือ “ราชาบุรี” เป็นเมืองของพระราชา เพื่อร่วมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พวกเป็นในฐานะเป็นพสกนิกรชาวไทยและเป็นลูกหลานของชาวจังหวัดราชบุรี จึงได้นำความรู้ความสามารถในวิชาเรียนที่ตนกำลังศึกษาอยู่จึงร่วมกันคิดและออกแบบ สกรีนลายบนเสื้อเป็นสัญญาลักษณ์อักษรเลข 9 ระบุข้อความว่า “ชาวราชบุรี ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป รักพ่อสุดหัวใจ” ออกบริการสกรีนเสื้อฟรีแก่ประชาชนไม่ว่าจะเป็นชาวจังหวัดราชบุรีหรือประชาชนทั่วไปที่อยากร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สำหรับการออกการบริการสกรีนเสื้อฟรีให้แก่ประชาชนทางกลุ่มจะออกให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 16.00 – 21.00 น. ของทุกวัน ทั้งนี้สถานที่หลักคือที่บริเวณลานเอนกประสงค์เขื่อนรัฐประชาพัฒนาแม่น้ำแม่กลองเขตเทศบาลเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี

 

ผู้ตรวจการแผ่นดิน-จนท.ร่วมถวายอาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระบรมโกศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240460

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 11.40 น.

17 ต.ค. 59 เวลา 9.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจกานแผ่นดิน นำโดย พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์  ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมพิธีถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยมีการจัดโต๊ะหมู่บูชา ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ พร้อมประดับเครื่องทองน้อย และจัดสมุดลงนามถวายอาลัย ที่ห้องประชุมสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

พล.อ.วิทวัส นำกล่าว ถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ว่าปวงข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้าคณะผู้ตรวจการแผ่นดินผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน  ขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ในพระราชหฤทัยทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาธิคุณอันใหญ่หลวง เป็นที่ประจักษ์ในดวงใจของพวงข้าพระพุทธเจ้าอยู่ตลอดเวลามิมีเสื่อมคลาย  ข้าพระพุทธเจ้าคณะผู้ตรวจการแผ่นดินผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เสร็จสู่สวรรคาลัย

พล.อ. วิทวัส  กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 70 ปี  ที่พระองค์ท่านทรงงานหนักเพื่อให้พสกนิกรอยู่เย็นเป็นสุข  ทำให้ได้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในการทรงงานในหลากหลายด้าน  ทั้งในด้านการบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาการเกษตร ด้านการรักษาศิลปวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างในการทำงาน โดยคำนึงถึงความซื่อสัตย์สุจริต ความเป็นธรรม และที่สำคัญ เมื่อประเทศประสบกับวิกฤตทางการเมือง  แต่ด้วยพระบารมีของพระองค์ จึงสามารถคลี่คลายแก้ไข และนำพาประเทศชาติให้ผ่านพ้นวิกฤตต่าง ๆ ได้  ทำให้บ้านเมืองสงบร่มเย็นเป็นสุขเรื่อยมา ดังนั้น เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ  ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะผู้บริหาร ตลอดจนเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงขอน้อมนำคำสอน ของพระองค์ท่านในเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะเกี่ยวกับความเป็นธรรมมาเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจมั่น เพื่อช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์แก่ประชาชนตามบทบาท อำนาจหน้าที่สืบไป

 

เลื่อนพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ม.ธรรมศาสตร์ เป็น 12-13 พ.ย. 59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240459

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 11.27 น.

17 ต.ค.ม59 ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @ThanawatLive รายงานว่า กองงานในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ส่งหนังสือแจ้งเลื่อนวันพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2558 จากเดิมวันที่ 20-21 พฤศจิกายน 2559 เป็นวันที่ 12-13 พฤศจิกายนนี้แทน

ขอบคุณข้อมูล@ThanawatLive

เปิดเหตุผล’ในหลวง’ไม่โปรดเสวยปลานิล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240458

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 11.23 น.

17 ต.ค. 59 ที่เว็บไซต์สำนักชลประทานที่ 14 กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เผยเหตุผลที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร ไม่โปรดเสวยปลานิล
โดยเว็บไซต์สำนักชลประทานที่ 14 ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่โปรดเสวยปลานิล ทุกครั้งที่มีผู้นำปลานิลไปตั้งเครื่องเสวย จะโบกพระหัตถ์ให้ย้ายไปไว้ที่อื่น โดยไม่รับสั่งอะไรเลย จนวันหนึ่งมีผู้กล้าหาญชาญชัยกราบบังคมทูลถามว่า เพราะเหตุใดจึงไม่โปรดเสวยปลานิล มีรับสั่งว่า “ก็เลี้ยงมันมาเหมือนลูก แล้วจะกินมันได้อย่างไร”
ทั้งนี้ ปลานิลเข้าสู่ประเทศไทยครั้งแรกโดยสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทรงจัดส่งเข้ามาทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2508 จำนวน 50 ตัว ครั้งนั้นได้โปรดเกล้าฯ ให้ทดลองเลี้ยงปลานิลในบ่อภายในสวนจิตรลดา เป็นหนึ่งโครงการในโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา

 

‘คิงภูมิพล’ทิวลิปสีเหลืองนวล แรงบันดาลใจหนุ่มดัตช์แด่’พ่อหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240457

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 11.22 น.

ดอกทิวลิป แม้จะเป็นพืชเมืองหนาว แต่รู้หรือไม่ ดอกทิวลิปสายพันธุ์ใหม่พันธุ์หนึ่ง ปรากฎพระนาม “คิงภูมิพล”

ที่มาของ “คิงภูมิพล” ดอกทิวลิปสีเหลืองนวลทั้งดอก มาจาก นายกลาส คูไดค์ เกษตรกรชาวดัตช์ เจ้าของบริษัท FA.P. Koeddiik & Zn ที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์จากดอกทิวลิป “พรินซ์ เคลาส์” (Prince Claus) ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากดอกทิวลิปสายพันธุ์ “จูดิธ เลย์สเตอร์” (Judith Leyster) อันเป็นสายพันธุ์ที่ดีมากสายพันธุ์หนึ่งในบรรดาสายพันธุ์ดอกทิวลิปของเนเธอร์แลนด์ และได้รับพระราชทานชื่อจากเจ้าชายเคลาส์ (Prince Claus) พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเบียทริกซ์แห่งเนเธอร์แลนด์จากรูปทรงและสีสันที่สวยงาม

นายกลาส คูไดค์ ได้รับแรงบรรดาลใจจากภาพพสกนิกรชาวไทยที่สวมใส่เสือเหลืองอร่าม จากหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ไปตลอดแนวถนนราชดำเนินนั้น เป็นที่ติดตาคนทั้งโลก เป็นภาพที่พสกนิกรชาวไทยได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีมีต่อพระมหากษัตริย์

จึงได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตตั้งชื่อ ดอกทิวลิป ที่เขาพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาใหม่ว่า “คิงภูมิพล” เพื่อความเป็นสิริมงคล  และเขาได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานนาม “คิงภูมิพล” ให้แก่ดอกทิวลิปสายพันธุ์ใหม่ของเขาเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2552

ต่อมา สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ได้ขอซื้อหัวพันธุ์ดอกทิวลิป “คิงภูมิพล” จากนายกลาส คูไดค์ มาทดลองเพาะที่สถานีโครงการหลวงอินทนนท์ ปรากฏว่า มีอัตราการงอกที่ดีและดอกทิวลิป “คิงภูมิพล” ชุดแรก ได้เริ่มผลิบานเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2556

 

สักฟรี!ลายแสดงความจงรักภักดี โจ๋ตบเท้าใช้บริการแน่นร้านพัทยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240453

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 10.46 น.

17 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวทราบมาว่ามีกลุ่มวัยรุ่นชายหญิงจำนวนกว่า 10 คน ได้พากันมายืนออเต็มหน้าร้าน Skin Art Tattoo ซึ่งให้บริการรับสักลายสำหรับผู้ชื่นชอบรอยสัก และศิลปะบนผิวหนัง เพื่อรับบัตรคิวรอให้บริการสักลายแสดงออกถึงความความจงรักภักดี และความอาลัยต่อพ่อหลวงไทยที่ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย หลังจากทราบข่าวว่าที่ร้านสักแห่งนี้เปิดให้บริการสักฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายกับผู้ที่ต้องแสดงออกความรักต่อในหลวง

ร้านสักแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณหน้าโครงการพัทยาดราก้อน ถนนเฉลิมพระเกียรติสาย 2 ย่านพัทยากลาง ก่อนถึงโรงละครอาคาซ่าร์ คาบาเร่ต์โชว์ พัทยา ตัวร้านทำจากตู้คอนเทรนเนอร์ขนส่งสินค้าดัดแปลงและทำการตกแต่งเป็นร้านให้บริการสักลายขนาดกระทัดรัด ภายในร้านมีช่างสักประมาณ 4-5 คน คอยให้บริการสักลายกับผู้ที่ติดต่อมาตามคิว โดยมีลูกทีมคอยช่วยจัดลำดับผู้ใช้บริการอย่างเป็นระบบ

สอบถาม นายนพรัตน์ ณปลอด อายุ 34 ปี หนึ่งในช่างสักของร้าน Skin Art Tattoo เผยว่าความคิดดังกล่าวเกิดจากทางร้านมองว่าน่าจะมีผู้สนใจที่ต้องการจะมีรอยสักเพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพ่อหลวงของไทย จึงอยากทำบุญถวายพ่อให้คนที่อยากสักได้มาใช้บริการได้ฟรีๆ ทางร้านจะไม่คิดเงินแม้แต่บาดเดียว โดยลายที่จะสักนั้นทางร้านจะพิจารณาความเหมาะสมและความพึงพอใจของผู้ที่จะสักก่อนหาข้อสรุปและเดินงานสัก

ทั้งนี้ จะไม่รับสักลายรูปพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง รูปพระพักต์ของในหลวง รูปตราสัญลักษณ์และเครื่องหมายประจำพระองค์และอื่นๆ ที่ไม่บังควร แต่จะสักลาย เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายถึงความเป็นไทยมากกว่า เช่น รูปธงชาติ รูปแผนที่ประเทศไทย รูปตัวอักษรบอกรักพ่อ รูปเลข ๙ หรือรูปเลข 9 รวมถึงเครื่องหมายอื่นที่สื่อถึงความจงรักภักดีที่มีความเหมาะสม เป็นต้น

ช่างสักคนดังกล่าวบอกด้วยว่าได้ประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กจนมีผู้สนใจเดินทางมาใช้บริการกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ทางร้านจะได้ให้บริการสักลายแสดงความจงรักภักดีและความอาลัยดังกล่าวรวมทั้งสิ้นเป็นเวลา 3 วัน คือ ระหว่างวันที่ 15-17 ตุลาคม 2559 โดยร้านจะเปิดตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป และจำกัดจำนวนผู้ที่ต้องการสักวันละ 50 คนเท่านั้น ไม่มีการจองคิวผ่านทางช่องทางอื่นๆ ผู้ที่สนใจสามารถมารับบัตรคิวได้ที่ร้านโดยตรง

ภาพจากผู้ที่มาใช้บริการสักลาย

กลั้นน้ำตาไม่อยู่!ชายหนุ่มเป่าขลุ่ย เพลง’สรรเสริญพระบารมี’ที่ป้ายรถเมล์ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240450

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 09.50 น.

17 ต.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวิดิโอจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ที่รักไง จำไม่ได้หรอ” ซึ่งได้โพสต์ไว้เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา เผยให้เห็นชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งเป่าขลุ่ยอยู่บริเวณป้ายรถเมล์
โดยเพลงที่ชายคนดังกล่าวกำลังเป่าอยู่นั้น คือเพลงสรรเสริญพระบารมี ที่กลั่นออกมาจากหัวใจของเขา เพื่อถวายความอาลัยต่อการสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทำให้ผู้คนที่ได้รับชมคลิปดังกล่าวต่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

‘วชิราวุธฯ’รร.มหาดเล็กหลวง จัดพิธีถวายความอาลัยพระบรมศพ (ประมวลภาพ-ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240446

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 09.32 น.

17 ตุลาคม 2559 เมื่อเวลา 08.00 น. วชิราวุธวิทยาลัย ได้จัดพิธีถวายความอาลัย น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  โดยมีคณะผู้บริหาร ครูอาจารย์และศิษย์เก่า เข้าร่วมถวายความอาลัย ที่บริเวณ หน้าหอประชุม วชิราวุธวิทยาลัย อาทิ ผศ.สุรวุธ กิจกุศล ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย, ดร. คุรุจิต นาครทรรพ อดีตนายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธฯ พลตำรวจโท เจตนากร นภีตะภัฎ นายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธฯ

โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย เป็นโรงเรียนประจำชาย(โรงเรียนชายล้วน) สถาปนาขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) โดยพระองค์พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อสร้างโรงเรียนแก่กุลบุตรชาวไทยแทนการสร้างพระอาราม ซึ่งมีอยู่มากแล้วนั้น

ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้มีพระบรมราชโองการให้รวมโรงเรียนมหาดเล็กหลวง กรุงเทพ และ โรงเรียนราชวิทยาลัยเข้าด้วยกัน โดยให้นักเรียนย้ายมาเรียนรวมกันที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวงกรุงเทพ พร้อมทั้งได้พระราชทานนามโรงเรียนขึ้นใหม่ว่า “วชิราวุธวิทยาลัย” เพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกำเนิดโรงเรียนสืบต่อไป

ปัจจุบัน ดำเนินการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตั้งอยู่ที่ ถนนราชวิถี แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

เว็บไซต์ วชิราวุธวิทยาลัย

พสกนิกรทั่วทุกสารทิศรอเข้าถวายความอาลัย (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240443

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 09.03 น.

วันที่ 17 ตุลาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ฝั่งกรมศิลปากร เจ้าหน้าที่ได้นำแผ่นเหล็กกั้นเว้นเป็น 5 ช่องเพื่อให้ประชาชนเข้าแถวเพื่อความเรียบร้อยสวยงามในการเข้าถวายสักการะ โดยมีประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศแต่งกายไว้ทุกข์เดินทางมาตั้งแต่เวลา 05.00 น. เพื่อรอเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงถวายความอาลัยพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมราชวัง ซึ่งสำนักพระราชวัง จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะได้ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

ด้าน น.ส.สุดารัตน์ เสมาวงค์ อายุ 25 ปี ชาว ต.บางน้ำน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวว่า ในหลวงเสด็จสวรรคตก็เดินทางเข้ามากรุงเทพฯ มาถึงกรุงเทพฯ เช้าวันที่ 14 ต.ค.59 ก็มารอที่ท้องสนามหลวงเพื่อมาร่วมพิธีเคลื่อนพระบรมศพ อยากเห็นพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความรักและเทิดทูล วันนี้มาถึงตี 5 กว่า และได้อยู้แถวหน้าในการเข้าถวายสักการะ และในวันที่เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะที่พระที่นั่งดุสิตฯ ก็จะเดินทางมาอีกเพราะพระองค์เปรียบที่สูงสุดของประชาชนทุกคน เพราะท่านเสด็จฯ ไปทุกที่ถึงแม้การเดินทางจะยากลำบากท่านไม่เคยบ่น สิ่งที่เห็นคือและนำมาใช้คือหลักเศษฐกิจพอเพียง ขนาดท่านเป็นพระมหากษัตริย์ ท่านเองก็พอเพียง ทำให้เราเห็นเป็นตัวอย่างได้ รู้จักประหยัดอดออม ไม่ฟุ่มเฟือย อยู่แบบไม่เป็นหนี้ การแบ่งพื้นที่ทำกิน ท่านทรงคิดค้นหาวิทีแก้ปัญหาน้ำท่วม วิธีกักเก็บน้ำ โครงการแก้มลิงการสร้างเขื่อนเก็บน้ำ และทรงคิดค้นฝนเทียมเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งต่างประเทศก็ยอมรับโครงการพระราชดำริต่างๆ ที่พระองค์ทรงคิดค้นเพื่อพากนิกรของพระองค์และเพื่อพัฒนาประเทศไทย

“ก็จะขอเดินตามรอยที่พระองค์ท่านเคยสอนไว้ให้ดีที่สุด ขอให้ “ในหลวง” สถิตย์อยู่บนฟ้ามองพสกนิกรของพระองค์ว่าจะทำดีเพื่อท่าน เชื่อว่า ความรักที่ทุกคนมีต่อพระองค์ จะสามารถทำให้เกิความเปลี่ยนแปลงความคิดของคนแล้วหันมาทำความดีเพื่อพระองค์ท่านได้”

70 ปี แห่งรัชสมัยรัชกาลที่ 9 พระอัจฉริยภาพประจักษ์ชัด นานาชาติทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240347

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

องค์การอนามัยโลก ทูลเกล้าฯ ถวาย เหรียญทองคำสุขภาพดีถ้วนหน้า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2535

นับตั้งแต่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 พระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ซึ่งล้วนได้รับการยอมรับไม่เฉพาะแต่พสกนิกรชาวไทยเท่านั้น แม้แต่ในระดับนานาชาติ ต่างยอมรับในพระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ ที่ทรงนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ อันจะเห็นได้จากการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลและเกียรติยศต่างๆ มากมาย ทั้งจากบุคคลและคณะบุคคลในประเทศและต่างประเทศ อันเนื่องมาจากพระราชกรณียกิจและพระราชอัธยาศัยในการแสวงหาความรู้ ที่สำคัญ เป็นต้นว่า

  • วันที่ 19 กรกฎาคม 2519 ประธานรัฐสภายุโรปและสมาชิกร่วมกันทูลเกล้าฯ ถวาย “เหรียญรัฐสภายุโรป”
  • วันที่ 9 กันยายน 2529 ประธานคณะกรรมาธิการเพื่อสันติภาพของสมาคมอธิการบดีระหว่างประเทศ ทูลเกล้าฯ ถวาย “รางวัลสันติภาพ”
  • วันที่ 21 กรกฎาคม 2530 สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ทูลเกล้าฯ ถวาย “เหรียญทองเฉลิมพระเกียรติคุณ
    ในการนำชนบทให้พัฒนา”
  • วันที่ 31 สิงหาคม 2531 มูลนิธิรามอน แมกไซไซประเทศฟิลิปปินส์ ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล “แมกไซไซ” (Ramon Magsaysay Award) ในสาขา International Understanding ในฐานะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเล็งเห็นภัยพิบัติของปัญหาเสพติดว่าเป็นวิกฤติร้ายแรงที่สุดอย่างหนึ่งของประเทศ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ริเริ่มโครงการหลวง เมื่อปี 2512 คือ การพัฒนาชาวไทยภูเขาให้อยู่อาศัยและทำมาหากินเป็นหลักแหล่ง เลิกการทำลายป่า และเลิกการปลูกฝิ่นความสำเร็จของโครงการหลวงเป็นที่ยอมรับและรู้จักแพร่หลายในนานาประเทศ ดังความตอนท้ายประกาศเกียรติคุณว่า “จากการให้ความร่วมมือช่วยเกื้อกูลของนานาประเทศและร่วมกันประสานงานโดยหลายหน่วยงานในชาติ โครงการหลวงได้มีส่วนช่วยลดยาเสพติดพิษร้ายแรงของโลกลงและยังช่วยยกระดับความมั่นคงอยู่ดีกินดีแก่ชาวเขา
    ทั้งหลายด้วย”
  • วันที่ 4 พฤศจิกายน 2535 ผู้อำนวยการใหญ่โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวาย “เหรียญทองประกาศพระเกียรติคุณด้านสิ่งแวดล้อม”
  • วันที่ 24 พฤศจิกายน 2535 นายแพทย์ ดร.ฮิโรชินาคาจิม่า ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ทูลเกล้าฯ ถวาย “เหรียญทองคำสุขภาพดีถ้วนหน้า” ในฐานะที่ทรงสนพระทัยและทรงงานเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยเพื่อประชาชนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทรงมีพระราชกิจทั้งงานการป้องกันโรคการรักษา ตลอดจนการแนะนำประชาชน และเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของชาวไทยและชาวโลกว่า พระองค์ทรงมีสายพระเนตรที่กว้างไกล พระราชทานความสำคัญในเรื่องสุขภาพอนามัยของประชาชนในชนบท เป็นงานอันดับต้นที่จะต้องทำการพัฒนาและแก้ไขข้อบกพร่องให้ดีขึ้น
  • วันที่ 26 มกราคม 2536 คณะกรรมการสมาคมนิเวศวิทยาเชิงเคมีสากล (International Society of Chemical Ecology) ทูลเกล้าฯ ถวาย “เหรียญรางวัลเทิดพระเกียรติในการสงวนรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
  • วันที่ 30 ตุลาคม 2536 หัวหน้าสาขาเกษตร ฝ่ายวิชาการภูมิภาคเอเชียของธนาคารโลก ทูลเกล้าฯ ถวาย “รางวัลหญ้าแฝกชุบสำริด” สดุดีพระเกียรติคุณในฐานะที่ทรงเป็นนักอนุรักษ์ดินและน้ำ
  • วันที่ 12 ธันวาคม 2537 ผู้อำนวยการบริหารของยูเอ็นดีซีพี (UNDCP) แห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวาย “เหรียญทองคำสดุดีพระเกียรติคุณด้านการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด”
  • วันที่ 13 พฤศจิกายน 2539 แพทย์หญิงเดบอราห์ ชัวร์ ประธานวิทยาแพทย์โรคทรวงอกแห่งสหรัฐอเมริกา(American College of Chest Physicians) ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล PARTNERING FOR WORLD HEALTH ในฐานที่ทรงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพอนามัยด้านปอดและหัวใจแก่พสกนิกรชาวไทยและชาวโลก รวมทั้งสนับสนุนแพทยศาสตร์ศึกษาด้านโรคปอดแก่แพทย์ไทยและนานาประเทศ อีกทั้ง ทรงสนพระราชหฤทัยเรื่องกิจการต่อต้านวัณโรคตั้งแต่ยังมิได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนในโครงการรณรงค์ต่อต้านวัณโรคประจำปี และเป็นทุนก่อสร้างศูนย์ผลิตวัคซีนปองกันวัณโรคของสภากาชาดไทย ทำให้ประเทศไทยสามารถผลิตวัคซีนที่มีคุณภาพได้มาตรฐานอย่างเพียงพอ ซึ่งต่อมาได้นำไปใช้สงเคราะห์ประชาชนในประเทศที่ขาดแคลนด้วย
  • วันที่ 6 ธันวาคม 2539 องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ทูลเกล้าฯ ถวาย “เหรียญสดุดี
    พระเกียรติคุณในด้านการพัฒนาการเกษตร”
  • วันที่ 25 มิถุนายน 2540 สภานานาชาติเพื่อการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน (International Council for Control of Iodine Deficiency Disorders : ICCIDD) ได้ตระหนักถึงพระปรีชาสามารถในการที่พระองค์เป็นผู้นำทางให้แก่สภานานาชาติฯ ในการเผยแพร่เกลือเสริมไอโอดีนและการก่อตั้งกระบวนการขจัดการขาดสารไอโอดีนอย่างดียิ่งขึ้น และ ICCIDD ได้ตระหนักถึงความทุ่มเทพระวรกายของพระองค์เพื่อโครงการควบคุมการขาดสารไอโอดีนในประเทศไทย จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต สดุดีพระมหากรุณาธิคุณให้คณะกรรมการฯ ถวายเหรียญทอง ICCIDD และรัฐบาลกำหนดให้เป็น “วันไอโอดีนแห่งชาติ” นับแต่นั้นมา
  • วันที่ 24 มิถุนายน 2541 สหพันธ์องค์กรต่อต้านวัณโรคและโรคปอดนานาชาติ (International Union Against Tuberculosis and Lung Disease : IUATLD) ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลเหรียญทอง IUATLD ในฐานะที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อการรณรงค์เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพปอดระดับโลก
  • วันที่ 28 พฤษภาคม 2549 องค์การสหประชาชาติ โดย นายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวาย “รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์” ซึ่งเป็นรางวัลชิ้นแรกของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (HADP) ในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และในฐานะที่พระองค์ทรงมุ่งมั่นบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของปวงชนชาวไทยอยู่เป็นนิจศีล เป็นที่ประจักษ์
    แก่สายตาชาวโลก
  • วันที่ 23 กรกฎาคม 2550 มูลนิธิเดอะเวิลด์ฟู้ด ไพรซ์ (The World Food Prize) นำโดย นายโรเบิร์ต อี. เรย์ อดีตผู้ว่าประจำรัฐไอโอวา พร้อมด้วย นางจูดิท เอ. พิมผู้อำนวยการกิจการเลขาธิการมูลนิธิ ทูลเกล้าฯ ถวาย “เหรียญดอกเตอร์ นอร์แมน อี. บอร์ลุก เวิลด์ ฟู้ด ไพรซ์”(Dr. Norman E. Borlaug World Food Prize Medallion)ในฐานะที่พระองค์ทรงช่วยเหลือพสกนิกรชาวไทยให้มีโภชนาการที่ดี ทรงอุทิศพระวรกาย ทรงพระวิริยะอุตสาหะในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อยังประโยชน์และความเจริญยั่งยืน นับแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติจนถึงปัจจุบัน เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก และในโอกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ทั้งนี้ประธานมูลนิธิ The World Food Prize ได้กล่าวไว้ในเว็บไซต์ของมูลนิธิว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงแสดงให้เห็นว่าพระองค์ไม่ทรงลังเลที่เสียสละตนเอง และทรงเป็นห่วงพสกนิกรอย่างแท้จริงในเรื่องของอาหารที่พอเพียงและถูกหลักสุขลักษณะ โดยจะเห็นได้จากพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมุ่งมั่นทำมากกว่า 2,000 โครงการ ทั่วประเทศ”
  • วันที่ 14 มกราคม 2552 องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization) โดย นายฟรานซิส เกอร์รี่ ผู้อำนวยการใหญ่ ทูลเกล้าฯถวาย “เหรียญรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา” (Global Leaders Award) ณ พระราชวังไกลกังวล เพื่อเทิดพระเกียรติที่ทรงมีบทบาทและผลงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่โดดเด่น
  • วันที่ 16 เมษายน 2555 สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (International Union of Soil Sciences-IUSS) นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สตีเฟนนอร์ตคลิฟฟ์ กรรมการบริหาร IUSS ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” (The Humanitarian Soil Scientist) และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็น “วันดินโลก” สืบเนื่องมาจากพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ปรากฏผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและนานาชาติ

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9ทรงเป็นผู้ที่ได้รับมอบถวายปริญญากิตติมศักดิ์มากเป็นสถิติโลกถึง 136 ฉบับ ใน พ.ศ. 2540 โดยทรงได้รับมอบถวายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่

องค์การสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล “ความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์”

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2549

มูลนิธิเดอะเวิลด์ ฟู้ด ไพรซ์ ทูลเกล้าฯ ถวาย “เหรียญดอกเตอร์ นอร์แมน อี. บอร์ลุก เวิลด์ ฟู้ด ไพรซ์”

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2550

สถาบันการศึกษาในประเทศ ทูลเกล้าฯ ถวาย ปริญญากิตติมศักดิ์

“เหรียญดอกเตอร์ นอร์แมน อี. บอร์ลุก เวิลด์ ฟู้ด ไพรซ์”

วิทยาแพทย์โรคทรวงอกแห่งสหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล PARTNERING FOR WORLD HEALTH

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2539