มรส.จุดกระแส เกาะพลังงานสะอาด พร้อมเปิดท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240367

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
x
ผศ.ดร.ประโยชน์ คุปต์กาญจนากุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) ได้เข้าไปสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวบนเกาะพะลวย ตำบลอ่างทองอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นเกาะพลังงานสะอาดแห่งแรกและแห่งเดียวของไทย เพื่อเปิดเส้นทางท่องเที่ยวอย่างเต็มตัวให้คนไทยได้เข้าใจเรื่องพลังงานสะอาดมากขึ้น โดยเกาะพะลวยเป็นหมู่บ้านหนึ่งของเกาะสมุย ตั้งอยู่ห่างจากเกาะสมุยประมาณ 22 กิโลเมตร แต่คนสมุยส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้จักเกาะพะลวย ในปี พ.ศ. 2553 กระทรวงพลังงานได้ยกให้เกาะพะลวยเป็นเกาะพลังงานสะอาด คือใช้พลังงานจากธรรมชาติที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะหรือกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้นำกังหันลมแสงอาทิตย์ แผงโซล่าร์เซลล์รถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้า มาให้ชาวบ้านใช้ พร้อมกับเปิดการท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ แต่ก็ยังมีคนรู้จักเกาะพะลวยน้อยมาก ดังนั้น ทาง มรส.จึงมอบหมายให้งานบริการวิชาการพัฒนาท้องถิ่น นำตัวแทนจากคณะและหน่วยงานต่างๆ ในมหาวิทยาลัยจำนวน 30 คน เดินทางไปยังเกาะพะลวย เพื่อสำรวจเส้นทางสำหรับจัดทำคู่มือท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวให้กับเกาะพะลวย พร้อมกับจัดเวทีประชาคมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ โดยจะดำเนินการพัฒนาเกาะพะลวยตามศาสตร์ของตน เช่น วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยวจะจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวพร้อมสร้างยุวมัคคุเทศก์ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศจะพัฒนาห้องสมุดบนเกาะ ฝ่ายสื่อสารองค์กรทำหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ เป็นต้น ซึ่งเป็นการระดมกำลังอย่างเต็มที่ และยังได้ผนึกกำลังกับชาวบ้านและภาครัฐด้วย

จักรพรรดิญีปุน กษัตริย์ซาอุดีอาระเบีย ทรงเสียพระราชหฤทัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240435

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จักรพรรดิญีปุน  กษัตริย์ซาอุดีอาระเบีย ทรงเสียพระราชหฤทัยในหลวงเสด็จสวรรคต

หลังจากสำนักพระราชวังได้มีประกาศเรื่องพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคมนั้น นับตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม
เป็นต้นมาสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้เปิดสมุดลงนามถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

เวลา 13.45น.วันที่ 16ตุลาคม สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งประเทศญี่ปุ่นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายชิคะโอะ คะวะอิ ราชเลขาธิการในสำนักพระราชวังญี่ปุ่น เป็นผู้แทนพระองค์ เชิญข้อความแสดงความเสียพระราชหฤทัยอย่างสุดซึ้งผ่านทางนายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูตฯ ไปยังพระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาล และประชาชนไทย

นอกจากนี้ เจ้าชายอะกิชิโนะและพระชายา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นางจุนโกะ โยะโกะตะ ที่ปรึกษาพิเศษประจำพระองค์ เป็นผู้แทนพระองค์เชิญข้อความแสดงความเสียพระทัยผ่านทางเอกอัครราชทูตฯ ไปยังพระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาล และประชาชนไทยด้วยเช่นกัน

ขณะที่พสกนิกรทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นหลั่งไหลเดินทางเข้ามาลงนามและถวายราชสักการะอย่างต่อเนื่อง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

กษัตริย์ซาอุทรงเสียพระทัย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน กษัตริย์แห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงมีพระราชสาส์นถึงสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ว่าในนามของรัฐบาลและพสกนิกรชาวซาอุดีอาระเบีย พระองค์ทรงมีความเสียพระราชหฤทัยและอาลัยเป็นอย่างยิ่ง เมื่อทรงได้รับแจ้งเรื่องการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

ขณะที่เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน นาเยฟ บิน อับดุลลาซิซ มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย และเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน บิน อับดุลลาซิซ รองมกุฎราชกุมาร ต่างทรงมีพระราชสาส์นแยกอีกฉบับหนึ่ง เพื่อร่วมแสดงความเสียพระราชหฤทัยและถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

ครม.สิงคโปร์ถวายราชสักการะ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากประเทศสิงคโปร์ ว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะรัฐบาลสิงคโปร์ทยอยเดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสิงคโปร์ เพื่อลงนามและถวายราชสักการะต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยมีนายธงชัย ชาสวัสดิ์ เอกอัครราชทูตไทยรอให้การต้อนรับ นำโดยประธานาธิบดีโทนี ตัน

ซึ่งกล่าวสดุดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ว่า “ทรงเป็นยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์และทรงนึกถึงพสกนิกรมากกว่าพระองค์เอง”

ขณะที่นายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง เดินทางมาร่วมลงนามและถวายราชสักการะตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา และกล่าวรำลึกถึงเมื่อครั้งได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสจากพระองค์ ให้เข้าเฝ้าฯที่พระราชวังไกลกังวล ในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อปี 2552 ซึ่งนายลีเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ที่ประเทศไทย นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เผยว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงมีความสนพระทัยอย่างยิ่งในโครงการของอาเซียนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยพระองค์ตรัสถามอย่างละเอียด

ด้าน นายเอิง เอ็ง เฮ็น รมว.กระทรวงกลาโหมของสิงคโปร์ เดินทางมาร่วมลงนามและถวายราชสักการะ พร้อมทั้งกล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศทรงเป็น “มิตรแท้” ของชาวสิงคโปร์ และนายเตียว ชี เฮียน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประสานงานด้านความมั่นคงแห่งชาติของสิงคโปร์ เดินทางร่วมลงนามและถวายราชสักการะเช่นกัน และกล่าวเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศว่า “ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพในทุกด้าน”

เปิดสถานทูตลงนามถวายอาลัย

สถานทูตไทยในกรุงกัวลาลัมเปอร์เปิดให้ประชาชนทั่วไปร่วมลงนามในสมุดถวายความอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

แถลงการณ์ของสถานทูตไทยระบุว่า ประชาชนที่มีความประสงค์สามารถมาร่วมลงนามถวายความอาลัยได้ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ ภายในบริเวณสถานเอกอัครราชทูตฯ เลขที่ 206 ถนนญาลันอัมปัง กรุงกัวลาลัมเปอร์ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป ในเวลา 09.00-17.00 น.ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ

บีบีซีเผยแหล่งบันเทิงเงียบเหงา

เว็บไซต์บีบีซีนิวส์ของอังกฤษรายงานว่า แหล่งบันเทิงยามค่ำคืนในกรุงเทพฯซึ่งปกติเต็มไปด้วยแสงสีกลับตกอยู่ในความเงียบเหงาและมืดมิดช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา เพื่อถวายความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ก่อนหน้านี้รัฐบาลประกาศขอความร่วมมือผู้ประกอบการและสถานบันเทิงในไทยงดกิจกรรมรื่นเริงโดยเฉพาะในที่สาธารณะตั้งแต่วันพฤหัสบดี พ่อค้าที่ย่านบันเทิงกล่าวว่า ผู้คนเงียบเหงาในคืนที่ผ่านมาทั้งที่ตามปกติจะมีลูกค้าเยอะในช่วงกลางคืนและสุดสัปดาห์ อย่างไรก็ตามพวกเขาเต็กมใจทำเพื่อถวายความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ขณะที่ร้านค้าหลายแห่งปิดบริการชั่วคราวเพื่อถวายความอาลัยเช่นกัน และเชื่อว่าทุกอย่างจะกลับสู่ภาวะปกติ

ผู้นำ’KNU’ร่วมถวายอาลัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปะโด่ซอ ชาปีโตะ ผู้ว่าราชการ สหภาพชนชาติกะเหรี่ยง KNU เขตมะริด-ทวายได้ส่งสาส์น แสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย ความว่า สหภาพชนชาติกะเหรี่ยง KNUมีความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในวาระอันเศร้าโศกนี้ สหภาพชนชาติกะเหรี่ยงKNU ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อพระพระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศได้ทรงงานเพื่อความผาสุขของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าปราศจากการเลือกปฏิบัติต่อชาติพันธุ์หรือศาสนาทรงอุทิศพระวรกายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่พสกนิกรชาวไทยโดยถ้วนทั่วความเป็นผู้นำและพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์มีความหมายอย่างลึกซึ้งต่อสหภาพชนชาติกะเหรี่ยง(KNU)ที่จะได้จารึกไปตราบชั่วกาลนานโดยเฉพาะพระเมตตาที่เผื่อแผ่ให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยประชาชนชาวกะเหรี่ยงคะยา (คะเรนนี)และชาวมอญ เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารรวมถึงแรงงานจากประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้เข้ามาประกอบสัมมาชีพในราชอาณาจักรไทย “ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะข้าพระพุทธเจ้าคณะบริหารสหภาพชนชาติกะเหรี่ยง”

 

รายงานข่าวแจ้งว่า สหภาพชนชาติกะเหรี่ยงKNU เขตมะริด-ทวาย ได้ลดธงครึ่งเสาเพื่อถวายความอาลัยแก่การสวรรคตของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นเวลา 15วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 15ตุลาคมเป็นต้นมา

กษัตริย์ยากหาใครเทียบ คิง‘จิกมี’อาลัย ขอเสด็จสู่สรวงสวรรค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240438

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

กษัตริย์ยากหาใครเทียบ คิง‘จิกมี’อาลัยขอเสด็จสู่สรวงสวรรค์  พสกนิกรไม่กลัวฝนกระหน่ำหลั่งไหลร่ำไห้ต่อแถวลงนามทั่วปท.ทำบุญถวายพ่อหลวงขอน้อมนำคำสอนมาปฏิบัติ

เมื่อเวลา 06.52 น. วันที่ 16 ตุลาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในการบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ในวันที่สามของพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการนี้ ทรงถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม ซึ่งเป็นพระสงฆ์จากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหารจำนวน 8 รูป ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพมาตั้งแต่เวลา 06.00 น.

พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล

ทั้งนี้ ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ นอกจากการสวดพระอภิธรรมพระบรมศพแล้ว ยังมีการประโคมย่ำยามพระบรมศพตามโบราณราชประเพณี โดยกำหนดประโคมย่ำยาม 7 เวลา ได้แก่ 6 นาฬิกา 9 นาฬิกา 12 นาฬิกา 15 นาฬิกา 18 นาฬิกา 21 นาฬิกา และ 24 นาฬิกา ซึ่งจะมีพนักงานอยู่เวรตีระฆังบอกเวลา

เวลา 11.00 น. พลตรีหม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเพล แด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศน์เทพวรารามและวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

จากนั้น เวลา 15.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จฯยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ต่อมาเวลา 19.00 น.สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารเสด็จพระราชดำเนิน

พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ คุณพลอยไพลิน เจนเซน คุณสิริกิติยา เจนเซน สองพระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

กษัตริย์จิกมี-พระราชินีถวายสักการะ

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.48 น. สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏานเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และทรงร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ จากนั้นเสด็จฯไปทรงลงพระนามถวายความอาลัย ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง ก่อนเสด็จฯกลับเวลา 10.17 น.

ชู“ในหลวง”ทรงเป็นธรรมราชา

จากนั้นสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏานทรงโพสต์เฟซบุ๊คส่วนพระองค์ความว่า “แด่พระมหากษัตริย์ผู้ยากหาใครเทียบ ผู้ทรงมีสายพระเนตรกว้างไกล ผู้ทรงเป็นดังอัญมณีมีค่าสูงสุด พระมหากษัตริย์ไทยผู้ทรงเสด็จสู่สรวงสวรรค์ ข้าพเจ้าขอน้อมถวายสักการะด้วยความเคารพอย่างสูงสุด และสวดมนต์อ้อนวอนด้วยดวงใจที่เคารพเทิดทูน ขอให้พระองค์ทรงจุติในฐานะธรรมราชาเสมอไป เพื่อประโยชน์สุขของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล” พร้อมกับโพสต์พระบรมฉายาลักษณ์ขณะถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และภาพสมุดลงนามหลวงที่ทรงพระอักษรถวายความอาลัยพร้อมทรงลงพระปรมาภิไธย

ทั้งนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก จะเสด็จพระราชดำเนินกลับราชอาณาจักรภูฏานวันที่ 17 ตุลาคม เวลา 04.30 น.

ตากฝนรอถวายอาลัยอย่างมุ่งมั่น

สำหรับบรรยากาศที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง หลังสำนักพระราชวังออกประกาศเรื่องการถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชระบุว่า ด้วยสำนักพระราชวังได้รับพระราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และลงนามในสมุดหลวงถวายความอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น.นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พสกนิกรจากทั่วสารทิศเดินทางมาเข้าแถวรอลงนามถวายความอาลัยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อแสดงความจงรักภักดีเป็นครั้งสุดท้ายอย่างมืดฟ้ามัวดิน โดยแถวยาวสุดลูกหูลูกตา แม้ตอนเช้าแดดจะร้อน ช่วงสายจะมีฝนตกลงมาอย่างหนักนานกว่า 2 ชั่วโมง แต่ไม่มีใครย่อท้อ ปักหลักยืนเข้าแถวรอร่วมลงนามถวายอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างมุ่งมั่น หลายคนที่ไม่มีร่มหรือเสื้อกันฝน แต่ยอมยืนตากฝนหลายชั่วโมงอย่างใจจดใจจ่อ ขณะที่อีกหลายคนร่ำไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น

เมื่อถึงเวลา 16.00 น.สำนักพระราชวังปิดให้ประชาชนลงนามถวายความอาลัย โดยวันเดียวกันนี้ มีประชาชนเข้าถวายสักการะถวายความอาลัย รวมทั้งสิ้น 18,364 ราย มียอดเงินทูลเกล้าฯถวายเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลจำนวน 67,122 บาท

หญิงวัย83สุโขทัยปิติลงนามคนแรก

โดยนางอัสนีย์ องค์วานิช วัย 83 ปี ชาวอ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย นั่งวีลแชร์มารอลงนามถวายอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่เวลา 06.00 น.และได้เข้าไปลงนามเป็นคนแรก กล่าวทั้งน้ำตาว่า วันนี้ตั้งใจมาถวายความอาลัย และถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ที่มุ่งหวัง แต่ถ้ามีเปิดให้ถวายสักการะพระบรมศพ ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทก็จะเดินทางมาอีก ครั้งหนึ่งชีวิต ได้เคยมีโอกาสได้เฝ้ารับเสด็จฯพระองค์ที่จ.สุโขทัย รู้สึกปลาบปลื้มที่สุด เมื่อพระองค์สวรรคตจึงถือเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ถ้าตายแทนได้อยากขอตายแทน หลังจากนี้ อยากขอให้คนไทยร่วมกันรักสามัคคีเพื่อพ่อหลวงผู้จากไปของเรา

วอนคนไทยสามัคคีเพื่อพ่อหลวง

ขณะที่นางจินตนา ประทุมศิริ วัย 58 ปี ผู้ป่วยสวมเฝือกที่เท้า ซึ่งเดินทางมาจากอ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีเผยว่า ตนเคยเฝ้ารับเสด็จฯครั้งหนึ่งที่วัดเชิงหวาย กทม. รู้สึกดีใจที่สุดในชีวิต ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตลอดเวลาที่ทรงครองราชย์พระองค์ทรงห่วงใยและดูแลพสกนิกรอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย วันแรกที่ทราบข่าวร้าย จึงอัดอั้นตันใจไปหมด พูดไม่ถูก วันนี้จึงเดินทางมารอตั้งแต่ 6 โมงเช้า และดีใจมากที่ได้มาลงนามถวายความอาลัย อยากขอให้คนไทยรักกันมากๆ เพื่อพ่อหลวง ส่วนตัวจะตามรอยด้วยการประหยัดพอเพียงตามที่พระองค์สอน

ร่ำไห้สำนึกพระมหากรุณาธิคุณ

เช่นเดียวกับ นางบุญมี วงศ์เขียน อายุ 57 ปี เกษตรกรจากจ.แพร่กล่าวด้วยน้ำตาแห่งความเศร้าปนความปลาบปลื้มที่ได้มาถวายความอาลัยว่า มาลงนามเป็นวันที่สอง เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมมาถึง 09.00 น. แต่ประชาชนเดินทางมาจำนวนมากจึงพลาดโอกาส วันนี้จึงมาอีกครั้งตั้งแต่เช้า คนเยอะเหมือนเดิมและมีฝนตกหนัก แต่ตนก็ไม่เปลี่ยนใจ เพราะตั้งใจมาแล้วและได้ลงนามช่วงบ่าย ก่อนหน้านี้ที่พระองค์ประชวรตนทำได้แค่สวดมนต์ ขอพรให้พระอาการบรรเทา แต่พอทราบข่าวสวรรคต ตนเสียใจมาก จะหาพระมหากษัตริย์ที่ดีอย่างพระองค์คงไม่มีอีกแล้ว ทรงทำดีและเป็นตัวอย่างที่ดีให้ประชาชน ทรงสอนให้รู้จักอดทน อดออมและทรงดูแลประชาชนให้อยู่ดีกินดีอย่างทุกวันนี้ ถึงแม้พ่อหลวงจะสวรรคตแล้วจะขอน้อมนำคำสอนไปปฎิบัติในการดำเนินชีวิต

“ชมพู่-แชมป์”น้อมนำคำสอนพ่อมาใช้

ด้านนายชนาธิป ทองคำ หรือแชมป์ นักแสดงละครช่อง 3 จากเรื่องสายเลือดมังกรเดินทางมาร่วมถวายความอาลัยกล่าวว่า ตนกับเพื่อนๆพี่ๆในกลุ่มรวมเงินกันไปหาซื้อหาน้ำดื่ม และขนม ใส่รถมาแจกประชาชนที่มาถวายความอาลัยและสักการะพระบรมศพ ถือเป็นการช่วยทำความดีเพื่อพ่อในช่วงที่ทุกคนยังโศกเศร้า จากนี้จะน้อมนำคำสอนพ่อมาปฏิบัติ เริ่มจากทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด และทำดีต่อคนรอบข้าง แต่อยากให้คนไทยรักสามัคคีกัน เพื่อให้เราผ่านพ้นเวลาแห่งความเศร้าไปด้วยกัน

ส่วนชมพู่ – อารยา เอ ฮาร์เก็ต เผยว่า เมื่อวานเดินทางมาสักการะพระบรมศพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และลงนามถวายความอาลัยแล้ว แต่เข้ามาไม่ทัน เพราะคนเยอะมาก วันนี้จึงตั้งใจมาตั้งแต่ 06.30 น.รอเข้าแถวกว่า 2 ชั่วโมงจึงได้เข้าสักการะพระบรมศพและลงนามถวายความอาลัยอย่างที่ตั้งใจ โดยตั้งจิตอธิษฐานขอให้จิตวิญญาณและพระบารมีของพระองค์ท่านอยู่กับคนไทยไปนานๆ ตลอดทั้งชีวิตของตนไม่เคยได้เข้าเฝ้าใกล้ๆพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งที่ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ ครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสสุดท้ายที่พอจะสามารถถวายความเคารพต่อพระองค์ได้ สำหรับคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศที่ตนน้อมนำมาใช้คือ เรื่องการพูด ที่พระองค์เคยรับสั่งว่าอะไรที่ไม่เป็นความจริงอย่าไปพูด เพราะจะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น

เช่นเดียวกับ นายจิรายุ ตั้งศรีสุข หรือเจมส์ ดารานักแสดงที่มาร่วมลงนามถวายความอาลัยกล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 9 สวรรคต ตั้งใจมาถวายความอาลัยก่อนไปทำงานที่ต่างประเทศ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และตั้งใจจะดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริของพระองค์เรื่องการทำ ไร่ นา ปลา ผัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวัน มีประชาชนและหน่วยงานต่างๆนำน้ำเย็น ผ้าเย็น ขนมมาเดินแจกให้ประชาชนที่เดินทางมาร่วมถวายความอาลัยรับประทานฟรี และช่วงบ่ายที่ฝนตกหนักมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิต่างๆนำร่ม แผ่นพลาสติก ถุงดำมาแจกให้ใส่ป้องกันน้ำเข้าอุปกรณ์มือถือ

ก.ท่องเที่ยวจัดรถรับส่งฟรี4เส้นทาง

ขณะเดียวกัน หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาร่วมถวายสักการะ ถวายอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ โดยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยว่า กระทรวงท่องเที่ยวฯร่วมกับภาครัฐและเอกชนจัดรถบริการรับส่งฟรีใน 4 เส้นทางคือ สนามศุภชลาสัย-สนามหลวง อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ฝั่งรพ.ราชวิถี)-สนามหลวง สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่-สนามหลวง และสถานีขนส่งสายใต้เก่า (ตลิ่งชัน)-สนามหลวง เริ่มบริการวันที่ 17-24 ตุลาคม 08.00-15.00 น.โดยมีรถออกทุกชั่วโมง

กกท.-สนามศุภฯเปิดลงนาม

นอกจากนี้ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)ยังจัดเตรียมสถานที่ร่วมลงนามถวายอาลัยในสมุดหลวงลงนามถวายอาลัย พร้อมเชื่อมสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจถ่ายทอดพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพประจำวันตลอด 100 วัน เพื่อให้ประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางไปร่วมในพระพิธีฯได้มีส่วนร่วม เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป เช่นเดียวกับที่ด้านหน้าสนามกีฬาศุภชลาสัย ซึ่งเปิดตั้งโต๊ะลงนามถวายความอาลัย เพื่อรองรับประชาชนที่อยู่ในบริเวณโดยมาบุญครอง สยามสแควร์และพื้นที่ใกล้เคียง

พสกนิกรทั่วไทยร่วมใจทำบุญ

ในส่วนภูมิภาค ทุกจังหวัดพร้อมใจจัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ อย่างพร้อมเพรียง โดยที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทุกหมู่เหล่าและประชาชนนับพันคนร่วมทำบุญตักบาตร อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ โดยมีพระราชสีมาภรณ์ รักษาการเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีสงฆ์ จากนั้น ผวจ.นครราชสีมานำประชาชนทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ 90 รูป

ที่จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณวัดบ้านหนองโคลน ต.สระทอง อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ประชาชนทำบุญตักบาตรเนื่องในวันออกพรรษา พร้อมสวดมนต์น้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมกันนี้ ประชาชนที่มาทำบุญยังร่วมกันนั่งสมาธิตั้งจิตภาวนา ขอให้ดวงพระวิญญาณเสด็จสู่สวรรคาลัย

กาฬสินธุ์ทำบุญถวาย“ในหลวง”

ส่วนที่วัดประชานิยม จ.กาฬสินธุ์ พระเทพสารเมธี (บัวศรี ชุตินฺธโร) เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นประธานฝ่ายสงฆ์รับบิณฑบาตเนื่องในวันออกพรรษา โดยมีพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักบาตรเนืองแน่น และโอกาสเดียวกันนี้ยังเป็นการทำบุญเพื่อน้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ทั้งนี้ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ตราดจัดสวดพระอภิธรรม7วัน

วันเดียวกัน ชาว จ.ตราด ได้ร่วมกันทำบุญเนื่องในวันออกพรรษา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ที่ วัดไผ่ล้อม อ.เมือง จ.ตราด โดยพระครูวิเชียร รองเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ได้เชิญชวนให้ผู้มาร่วมทำบุญร่วมนั่งสมาธิ 9 นาที เพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับดวงพระวิญญาน ทั้งนี้ ทุกวัดใน จ.ตราด ร่วมสวดพระอภิธรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เป็นเวลา 7 วัน

ขณะที่ วัดพระแม่รับสารตราด บ้านท่าเรือจ้าง คริสตศาสนิกชนในพื้นที่ จ.ตราด นำโดยคุณพ่อบาทหลวงไพรัช จักรวาลธนรักษ์ ร่วมประกอบพิธีสวดบูชาขอบพระคุณ อธิษฐานภาวนาวอนพระผู้เป็นเจ้า ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ซึ่งมีคริสตศาสนิกชนชาว จ.ตราด แต่งกายไว้ทุกข์พาบุตรหลานเข้าร่วมพิธี

ชุมพรตักบาตรถวายในหลวงรัชกาลที่9

ขณะเดียวกัน ที่ จ.ชุมพร นายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตร ถวายเป็นเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยนายณรงค์ กล่าวว่า จ.ชุมพร ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อย่างล้นพ้นหาที่เปรียบไม่ได้ จากที่ทรงพระราชทานโครงการตามพระราชดำริ สร้างแก้มลิง ขุดคลองหนองใหญ่ พระราชทานโครงการขุดคลองหัววัง-พนังตัก เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองชุมพร และพื้นที่โดยรอบอย่างถาวร

เมืองคอนทำบุญถวายพระราชกุศล

ที่ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนางวาสนา ทิพญพงศ์ธาดา นายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชน ทำบุญตักบาตร เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ แสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีพระเทพวินยาภรณ์ รองเจ้าคณะภาค 16-17-18 (ธรรมยุติ) เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นประธานสงฆ์ ทั้งนี้ จ.นครศรีธรรมราช กำหนดพิธีทำบุญระหว่างวันที่ 15-21 ตุลาคมนี้

มุสลิมเมืองคอนสวดดุอาฮฺถวาย

ขณะที่ นายลือชา เปี่ยมสุวรรณ กรรมการสภาทนายความ ภาค 8 พร้อมด้วยนายมนัส พงศ์ยี่หล้า รองนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช เดินทางไปยังมัสยิดซอลาฮุดดีน ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จัดเตรียมสถานที่ทำบุญและสวดดุอาฮฺ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เมื่อครั้งที่เคยเสด็จพระราชดำเนินมาประทับบนแท่นมิมบัร (แท่นบรรยายธรรม) มัสยิดซอลาฮุดดีน หรือมัสยิดท่าช้าง และใช้เงินส่วนพระองค์ซื้อที่ดินเพื่อจัดสร้างมัสยิด จนตราบถึงปัจจุบัน

พสกนิกรสงขลาร่วมพิธีถวายอาลัย

วันเดียวกัน ที่ ศาลากลางจังหวัดสงขลา ประชาชนได้ร่วมลงนามถวายความอาลัย ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยนายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผวจ.สงขลา ได้กล่าวถวายความอาลัย และให้ทุกคนร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที จึงเสร็จสิ้นพิธี ทั้งนี้ จ.สงขลา เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมลงนามถวายอาลัย พร้อมทั้งจัดพิธีบำเพ็ญกุศลพระบรมศพทุกวัดทั่ว จ.สงขลา ในเวลา 15.52 น.เป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคมเป็นต้นไป

ยายที่พิจิตรเก็บความทรงจำสูงสุด

ที่ จ.พิจิตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้พบนางเหลือง หนูทอง อายุ 78 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 92/3 หมู่ 17 ต.หนองโสน อ.สามง่าม จ.พิจิตร ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวในอดีตผ่านรูปที่ติดอยู่ในบ้าน ว่าเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2513 ครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ มาพระราชทานความช่วยเหลือ ชาว ต.หนองโสน กว่า 400 ครอบครัว ที่ได้รับความเดือดร้อนจากวาตภัย โดยตนสูญเสียควายแม่-ลูก จากฟ้าผ่า เมื่อความทราบถึงพระองค์ ก็ทรงพระราชทานกระบือเพศผู้ 2 ตัว คือ เจ้ามิ่ง กับเจ้าขวัญ สร้างความยินดีมิรู้ลืม นอกจากนี้ยังได้สัมผัสพระวรกายของพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ขณะที่เสด็จไปบนบ้านพระราชทาน ได้มีโอกาสกราบพระบาท เช็ดรองพระบาท สัมผัสพระบาทและพระชงฆ์ (น่อง)

แม่เฒ่าเผยเป็นข่าวร้ายที่สุดในชีวิต

นางเหลือง กล่าวถึงความรู้สึกหลังจากทราบข่าวเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ว่าเป็นข่าวร้ายที่สุดในชีวิต ทำอะไรไม่ถูก ความรู้สึกเหมือนเสียพ่อที่เป็นที่รักไป สิ่งที่ขอได้คือขอให้พระองค์เสด็จสู่สรวงสวรรค์ ซึ่งการดำเนินชีวิตจากนี้จะยึดแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบอาชีพทำขนมไทย สร้างรายได้ในหมู่บ้าน

แรงงานเมียนมาร่วมตักบาตรถวาย

ที่ วัดเทพนรรัตน์ ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร กลุ่มแรงงานข้ามชาติ สัญชาติเมียนมา กว่า 2,000 คน ได้ร่วมกันยืนเข้าแถวเป็นแนวยาวกว่า 2 กิโลเมตร ทำบุญตักบาตร แด่พระสงฆ์ 49 รูป ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ซึ่งนอกจากแรงงานชาวเมียนมา ก็มีคนไทยร่วมทำบุญด้วยเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี 60 ปี เดินหน้าผู้นำหลักสูตรแบบองค์รวม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240370

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ดร.ชาลี แคนนิ่งแฮม (Dr.Shalee Cunningham) ครูใหญ่ของโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี เปิดเผยว่าโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดีเป็นโรงเรียนนานาชาติระดับอนุบาลถึงมัธยมปลายตามหลักสูตรการศึกษาของอเมริกันที่ได้รับรองวิทยฐานะจากสถาบันการศึกษานานาชาติของตะวันตก (WASC) มีมาตรฐานการเรียนการสอนเป็นที่ยอมรับในระดับสากลตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา ด้วย เคล็ดลับและเบื้องหลังของความสำเร็จของหลักสูตร การเรียนการสอนที่เป็นระบบซึ่งประยุกต์มาจากหลักสูตรการศึกษาของสหรัฐอเมริกาให้มีลักษณะการศึกษาแบบองค์รวมโดยเปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถเลือกเรียนทั้งโปรแกรม IB (International Baccalaureate Diploma Program) และโปรแกรม AP (Advanced Placement) โดยมีโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถเปิดหลักสูตรดังกล่าวได้เหมือนโรงเรียนของเราที่สามารถมอบโอกาสที่ดีที่สุดให้แก่นักเรียนที่จะสามารถผลักดันตัวเองเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆและเตรียมความพร้อมเพื่อให้เป็นที่ยอมรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก

ดร.ชาลี แคนนิ่งแฮม กล่าวต่อไปว่า โรงเรียนมีความเป็นเลิศทางด้านวิชาการ การปลูกฝังคุณค่าทางศีลธรรมรวมถึงคุณลักษณะที่ดีให้กับนักเรียนทุกคนโดยทางโรงเรียนได้ตอกย้ำจุดยืนนี้ผ่านแคมเปญ Your Child Our World ซึ่งเกิดขึ้นจากความตั้งใจและความมุ่งมั่นของคณะครูผู้ทรงคุณวุฒิระดับชั้นนำของโลกที่ได้ทุ่มเทอบรมนักเรียนจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน ซึ่งความสำเร็จทางด้านการศึกษาและผลงานอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมที่น่าภาคภูมิใจของนักเรียนที่โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดีไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญแต่ด้วยความพิถีพิถันใส่ใจของคณะครูที่ได้ปลูกฝังค่านิยมของการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนทุกคนเริ่มจากความรักในการศึกษาความมุมานะความกล้าคิดกล้าแสดงออกความริเริ่มสร้างสรรค์และรวมถึงการแสดงออกตามพื้นฐานของคำสอนของคริสตชนและความเอื้ออาทรต่อบุคคลรอบข้างในสังคม โดยจากสถิติของนักเรียนที่จบจากโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดีในปีพ.ศ. 2559 จำนวน 135 คนได้รับพิจารณาคัดเลือกให้เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัย 398 แห่งทั่วโลกและในจำนวนนี้มีนักเรียน 117 คนได้รับข้อเสนอจากมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับท็อป 100 ของโลก (จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลกพ.ศ. 2558/59 ของ Times Higher Education) และ มี 24 คนที่สามารถสอบผ่านและได้รับเข้าศึกษาต่อในคณะแพทยศาสตร์ทั้งจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทยและจากต่างประเทศ และในโอกาสของการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของการก่อตั้งสถาบันทางโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี จึงจัดงาน “เปิดบ้านเปิดใจร่วมฤดีร่วมใจฉลอง 60 ปี” ในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้

มรภ.สงขลา ช่วยเกษตรกรแก้ปัญหาผลผลิต เปิดห้องปฏิบัติการทดสอบผลิตภัณฑ์อาหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240369

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

x

ดร.สุวรรณี พรหมศิริ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ มรภ.สงขลา เปิดเผยถึงเป้าหมายของการ เปิดห้องปฏิบัติการทดสอบผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งเปิดไปเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า จากการเห็นถึงปัญหาประชาชนในพื้นที่ จ.สงขลาและพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งมีอาชีพเกษตรกรและประมงเป็นส่วนใหญ่นำผลิตภัณฑ์ที่ได้มาแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ แต่พบว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้ยังไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้ และไม่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค เนื่องจากการผลิตไม่ถูกสุขลักษณะ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์อาหารเน่าเสียได้ง่ายในระหว่างกระบวนการผลิตและการขนส่ง ศูนย์วิทยาศาสตร์ต้องการช่วยแก้ไขปัญหาของผู้ประกอบการในท้องถิ่น จึงจัดตั้งห้องปฏิบัติการทดสอบผลิตภัณฑ์อาหารขึ้น เพื่อช่วยทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอาหารและน้ำ ทางด้านชีวภาพและทางเคมีตามมาตรฐานที่องค์การอาหารและยากำหนดโดยวิเคราะห์ด้านจุลชีววิทยาร่วมกับการวิเคราะห์ทางเคมี ในอัตราค่าบริการใช้เครื่องมือ ดังนี้ ตู้แช่ -20 องศาเซลเซียส1 บาท/กล่อง/วัน ตู้อบลมร้อน 100บาท/ชม. หม้อนึ่งฆ่าเชื้อ 150 บาท/ชม.เครื่องวัดค่าการดูดกลืนแสง 200 บาท/ชม.เครื่องหมุนเหวี่ยงแบบควบคุมอุณหภูมิ100 บาท/ ชม. เครื่องอ่านถาดไมโครเพลต120 บาท/ ชม.

ดร.สุวรรณี กล่าวว่า ปัจจุบันทางห้องปฏิบัติการได้เริ่มทดสอบผลิตภัณฑ์โอท็อปจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในเขตพื้นที่ จ.สงขลา เช่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตเครื่องแกงตราครก ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตเครื่องแกงสมุนไพรบ้านควนเสม็ด อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นต้น ซึ่งหากมีการประชาสัมพันธ์การเปิดให้บริการห้องทดสอบผลิตภัณฑ์อาหารของ มรภ.สงขลา ไปยังสื่อต่างๆ คาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์เข้ามารับการทดสอบเพิ่มมากขึ้น โดยผลการทดสอบเป็นข้อมูลคุณภาพของผลิตภัณฑ์เบื้องต้น ก่อนจะส่งผลิตภัณฑ์ไปรับการรับรองจากองค์การอาหารและยา และสถาบันอื่นๆ ซึ่งทางห้องปฏิบัติการจะดำเนินการพัฒนาให้ได้มาตรฐาน ISO 17025 เพื่อที่จะสามารถออกใบรับรองผลิตภัณฑ์ได้ในอนาคต

ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ มรภ.สงขลา กล่าวอีกว่า การดำเนินงานดังกล่าวได้รับคำแนะนำจากกรมวิทยาศาสตร์บริการ และได้รับงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 เพื่อจัดตั้งห้องปฏิบัติการทดสอบผลิตภัณฑ์อาหาร มุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับคุณภาพสินค้าเข้าสู่ตลาดประชาคมอาเซียน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ให้สามารถขยายตลาดท้องถิ่นสู่สากล

สกว.ประกวดสร้างสรรค์สื่ออินโฟกราฟิก ใช้ง่าย เข้าใจง่าย เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะ สธ.สั่งหน่วยบริการสาธารณสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240368

วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

x

ศาสตราจารย์นายแพทย์ สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. เปิดเผยว่าจากความสำเร็จของโครงการ “นวัตกรรมการสื่อสารจากงานวิจัยอาหารเพื่อการบริโภคอย่างถูกต้อง” หรือเรียกในอีกชื่อหนึ่งว่า “โครงการวิจัยแปลงร่าง ตอน กินเป็น” ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปี 2558 ได้รับความสนใจ และการตอบรับจากนิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ส่งผลงานเข้ามาประกวดเป็นจำนวนมาก ในปีนี้ ทาง สกว. จึงเดินหน้าจัดโครงการประลองไอเดียสร้างสรรค์สังคมอีกครั้ง กับการประกวด “วิจัยแปลงร่าง 2 ตอน กินอยู่” ด้วยเป้าหมายของ สกว. ในการส่งเสริม สนับสนุน ให้ทุนงานวิจัย และต่อยอดผลงาน นำไปใช้ประโยชน์สู่สาธารณะเผยแพร่ออกไปสู่ประชาชนในวงกว้าง โดยได้มีการคัดเลือกงานวิจัยจำนวนหลายร้อยชิ้น ในหัวข้องานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ “อาหารกับการพัฒนาเชิงพื้นที่” เป็นองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยอาหารของ สกว.ในหลายด้าน เช่น ระบบการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน นวัตกรรมเพื่อส่งเสริมศักยภาพของอาหาร และการจัดการความมั่นคงทางอาหาร แบบแผนการบริโภคอาหาร คุณค่าทางโภชนาการ เป็นต้น

ผู้อำนวยการ สกว.ยังได้กล่าวด้วยว่า สิ่งที่สำคัญอีกอย่าง ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักของ สกว. คือ การให้ทุนในด้านงานวิจัยต่างๆ
เพื่อส่งเสริมสังคม และสร้างองค์ความรู้ในหลากหลายมิติให้กับประเทศไทย ให้ตอบสนองในการสื่อสารยุคปัจจุบัน ที่มีสื่อใหม่ๆ เกิดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก การพัฒนาเนื้อหาแปลงร่างงานวิจัยเปลี่ยนรูปแบบจากหนังสือเล่ม มาเป็นสื่อสร้างสรรค์ ในรูปแบบ
อินโฟกราฟิก และโมชั่นกราฟิกที่สวยงาม น่าสนใจ เข้าถึงคนได้ง่ายจึงถือเป็นส่วนสำคัญในการต่อยอดภารกิจดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์คือ 1.เพื่อรวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับอาหารของสกว. อย่างเป็นระบบและนำมาถ่ายทอดสู่สาธารณชนผ่านสื่ออินโฟกราฟิก และโมชั่นกราฟิก2.เพื่อศึกษา และพัฒนากระบวนการออกแบบสื่อที่มาจากงานวิจัย เพื่อใช้ในการสื่อสาร และถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริโภคอย่างถูกต้อง สู่สาธารณชน ผ่านกระบวนการประกวดผลงานการออกแบบสื่ออินโฟกราฟิก และโมชั่นกราฟิก และ3.เพื่อผลิตสื่ออินโฟกราฟิก และโมชั่นกราฟิก ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริโภคสู่สาธารณชน ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมประกวดโครงการ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม และดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://transform.trf.or.th โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2559

ชาวเกาะยาวตากใบปักธงขนาดใหญ่ครึ่งเสา ริมชายหาดแสดงความอาลัย (16 ต.ค.59)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240419

วันอาทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 20.49 น.

ชาวเกาะหนึ่งเดียวในนราฯร่วมใจปักธงครึ่งเสาขนาดใหญ่ริมชายหาดแสดงความอาลัย

สำหรับเกาะยาวเป็นเกาะเพียง 1 เดียวและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง ของ จ.นราธิวาส ซึ่งมีเนื้อที่ 1,800 ไร่ และมีแม่น้ำและทะเลล้อมรอบ ตั้งอยู่ ม.1 ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ มีชาวบ้านอาศัยอยู่ จำนวน 96 ครัวเรือน รวม586 คน ซึ่งเป็นชาวไทยมุสลิมยึดอาชีพทำสวนมะพร้าวและประมง ที่มีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ แต่ไม่สามารถที่จะแสดงออกไปสู่ต่อสาธารณชน เนื่องจากถนนหนทางขรุขระเป็นระยะทางยาวถึง4 ก.ม. ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อยานพาหนะที่ขับสัญจรผ่านไปมา จนชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเกาะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เนื่องจากปัจจุบันนี้เหลือเพียงสะพานเพียงเส้นทางเดียว ซึ่งยาวกว่า 300เมตร มีไว้ให้ชาวเกาะยาวข้ามไปสู่โลกภายนอก

และด้วยความมุมานะของผู้นำอย่างนายอาหามะ บือซา ผู้ใหญ่บ้านเกาะยาว จึงได้มีการประชุมลูกบ้านและลงมติร่วมกันบริจาดเงินสมทบทุนคนละเล็กคนละน้อย ซื้อธงชาติขนาดใหญ่มีความกว้าง 3 เมตร ยาว 5 เมตร มาผูกติดไว้ที่เสาธงในลักษณะครึ่งเสาที่บริเวณริมชายหาด ซึ่งสามารถมองเห็นได้เด่นชัดในระยะไกลทั้งทางทะเลและทางบก เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ที่สามารถแสดงออกให้สาธารณชนได้รับรู้ว่า พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อให้พสกนิกรทุกหย่อมหญ้ามีความอยู่ดีกินดี

ด้านนายอาหามะ บือซา ผู้ใหญ่บ้านเกาะยาว กล่าวว่า ชาวเกาะยาวได้รวมตัวกันทำเสาธงชาติขึ้นมา เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและอาลัยต่อพ่อหลวงที่จากพวกเราไป ซึ่งเกาะยาวเป็นเสมือนสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกลืม ทั้งที่เป็นสถานที่สวยงามแห่งหนึ่งของ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

 

ชีวิตต้องดำเนินต่อ! เพจพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีฯ ขอโพสต์รูปสุดท้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240418

วันอาทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 20.31 น.

16 ต.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แอดมินเพจเฟซบุ๊ก “H.R.H Princess Sirivannavari Nariratana” ของ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ได้โพสต์ภาพแห่งความทรงจำที่ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีฯ มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 9 โดยระบุว่าจะโพสต์ภาพนี้เป็นภาพสุดท้าย เนื่องจากชีวิตต้องดำเนินต่อไป ข้อความว่า

“ความทรงจำของท่านหญิง “รูปภาพนี้คือภาพสุดท้ายที่จะโพส ก่อนชีวิตของเราจะต้องดำเนินต่อไป (ถ้าเจออีกจะลงให้นะ) แต่ตอนนี้ขอต้องทำงานก่อน… ภาพนี้คือความภาคภูมิใจและดีใจที่สุดในชีวิตคือ ได้ถ่ายรูป รับปริญญากับทูลหม่อมปู่และทูลกระหม่อมย่าที่หัวหิน โดยมีทูลกระหม่อมพ่ออยู่เคียงข้าง (ตรงข้างคนถ่ายภาพนี้) สั่งเกตมั๊ยว่าทรงท่านยิ้ม วันนั้นเราได้ยิ้ม แบบนี้กลับบ้านจากทั้ง 3 พระองค์แนะ ปู่ ย่า พ่อ … ทุกอย่างที่เรียนมา เราตามท่านแนะนำหมด (แม้อาจจะบิดๆเบียวๆบ้างก็ตาม ) …… Posted by Administrative Team.”

 

ย้อนคลิป’แอ๊ด คาราบาว’ ร้องเพลง’ผู้ปิดทองหลังพระ’ ต่อหน้าพระพักตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240407

วันอาทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 20.09 น.

16 ต.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปยูทูปชื่อ “ผู้ปิดทองหลังพระ (แอ๊ด คาราบาว)” จากผู้ใช้ชื่อ “Chaiyuth Limlawan” โดยเป็นภาพครั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินทรงสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ณ ทุ่งมะขามหย่อง ตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2555 ซึ่งในครั้งนั้น นายยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ศิลปินเพื่อชีวิต ได้ถวายขับร้องบทเพลง “ผู้ปิดทองหลังพระ” ต่อหน้าพระพักตร์

นอกจากนี้ นายดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการสำนักพระราชวัง ในขณะนั้น ได้เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงตรัสชมว่า แอ๊ด คาราบาว เก่งมากที่นำชื่อเรามาใส่ในเนื้อเพลงได้

 

‘กษัตริย์จิกมี’โปรดฯให้’ดร.อาทิตย์’เข้าเฝ้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240359

วันอาทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 17.22 น.

16 ต.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เฟซบุ๊ก “Trinya Joyzzy Ariyawuthiphan” ได้เผยแพร่ภาพและข้อความระบุว่า สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ทรงโปรดเกล้าให้ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต เข้าเฝ้า ระหว่างเสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีและพระโอรส เพื่อร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

นอกจากนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ได้ทรงพระราชทานพระพิฆเนศปางอินเดียพระราชทานให้แก่ ดร.อาทิตย์ เป็นที่ระลึกอีกด้วย