‘ดาว์พงษ์’เซ็นตั้งกก.ควบคุม ‘ม.บูรพา-มทร.ตะวันออก’แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239727

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.52 น.

12 ต.ค.59 พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ออกประกาศ คสช.ที่ 2/2559 เรื่องจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา เพิ่มเติมคือ มหาวิทยาลัยบูรพา (มบ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก ไปเมื่อเร็วๆ นี้นั้น ขณะนี้คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เสนอรายชื่อผู้เหมาะสมปฏิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่งให้ตนพิจารณาแล้ว และได้ลงนามคำสั่ง ศธ.ที่ สกอ.1441/2559 เรื่องให้ผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่และแต่งตั้งบุคคลให้ปฏิบัติหน้าที่ใน มบ. ดังนี้ ให้นายกสภา กรรมการสภา อธิการบดีหรือรักษาการอธิการบดี และรองอธิการบดีที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ ใน มบ.และแต่ตั้งคณะบุคคล ปฏิบัติหน้าที่แทนสภา มบ.

ดังนี้ นายอานนท์ เที่ยงตรง เป็นประธานกรรมการ ส่วนกรรมการประกอบด้วย นายสมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ,นายสุรพล นิติไกรพจน์,นายสุนทร บุญญาธิการ,นายสุมนต์ สกลไชย, นายสมนึก ธีระกุลพิศุทธิ์,นายบุญปลูก ชายเกตุ, พล.ต.ต.ชุมศักดิ์ พฤกษาพงษ์,นายสนธิ เตชานนท์ และรองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยให้ปฏิบัติหน้าที่สภามบ. ตามพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ.2550 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลใน มบ. ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2559 นอกจากนี้แต่งตั้งนายสมนึก ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี มบ.และให้ส่งมอบงานในหน้าที่ บัญชี รายงานทางการเงินและทรัพย์สินให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นยังลงนามคำสั่ง ศธ.ที่ สกอ.1442/2559 เรื่องให้ผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่และแต่งตั้งบุคคลให้ปฏิบัติหน้าที่ในมทร.ตะวันออก ดังนี้ ให้นายกสภา กรรมการสภา อธิการบดีหรือรักษาการอธิการบดี และรองอธิการบดีที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ ในมทร.ตะวันออก และแต่ตั้งคณะบุคคล ปฏิบัติหน้าที่แทนสภามทร.ตะวันออก ดังนี้ นายสุนทร บุญญาธิการ เป็นประธานกรรมการ ส่วนกรรมการประกอบด้วย นายสมหวัง พิธิยานุวัฒน์, พล.ต.อ.ชายวุฒิ วัชรพพุกก์,นายสุมนต์  สกลไชย,พล.ต.ต.ชุมศักดิ์ พฤกษาพงษ์,นายอานนท์ เที่ยงตรง, นายมานิตย์ จุมปา,นายอารมณ์ ตัตตะวะศาสตร์ ,นายสว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ และรองเลขาธิการ กกอ. เป็นกรรมการและเลขานุการ  โดยให้ปฏิบัติหน้าที่สภา มทร.ตะวันออก ตาม พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ.2548 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลใน มบ. ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2559 นอกจากนี้แต่งตั้งนายอารมย์ ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี มรภ.ตะวันออก และให้ส่งมอบงานในหน้าที่ บัญชี รายงานทางการเงินและทรัพย์สินให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้

นายอานนท์ กล่าวว่า วันที่ 13 ตุลาคม เวลา 13.00 น. จะมีการประชุมคณะบุคคลปฏิบัติหน้าที่สภาฯ กรรมการสภาฯ ทั้ง 2 แห่ง จากนั้นเวลา 15.00 น. จะเข้าหารือกับรัฐมนตรีว่าการ ศธ. เพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ตนมั่นใจว่าจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาของทั้ง 2 มหาวิทยาลัยได้ ไม่มีปัญหา โดยจะเห็นว่ารายชื่อปฏิบัติหน้าที่กรรมการสภาฯ ของทั้ง 2 แห่ง บางคนมีชื่อซ้ำ เพราะอยากให้การแก้ปัญหามีความเชื่อมโยงกัน เนื่องจากเป็นปัญหาลักษณะเดียวกัน

ครูผู้ประสบอัคคีภัยขอบคุณทั้งน้ำตา สพป.นศ.2 เข้าเยี่ยมพร้อมให้การช่วยเหลือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239596

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นางพรรณี สกุณา รอง ผอ.สพป.นศ.2, นางจารี กาลดิษฐ์ทิพย์รัตน์ รอง ผอ.สพป.นศ.2 และคณะเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงินและอุปกรณ์ช่วยเหลือเป็นการเบื้องต้นแก่เด็กหญิงชนิสรา บำรุงศรี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนฉวางรัชดาภิเษก และเด็กชายดุริยภัสร์ บำรุงศรี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านหาดทรายแก้ว ซึ่งเป็นบุตรของคูณครูจุรี บำรุงศรีครูโรงเรียนบ้านหาดทรายแก้ว อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากเหตุไฟไหม้บ้านไม้นักเรียนและครู ในอำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช สาเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร

เด็กหญิงชนิสรา บำรุงศรี นักเรียนชั้น ม.5 กล่าวว่า รู้สึกหมดกำลังใจที่ไม่มีที่อยู่ ชุดนักเรียน เสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียนวอดไหม้ไปกับไฟ ส่วนนางจุรี บำรุงศรี ครูโรงเรียนบ้านหาดทรายแก้ว กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้า ว่า รู้สึกท้อแท้เป็นอย่างมาก เพราะเอกสารการเรียนการสอน สื่อต่างๆ เอกสารหลักฐานทุกอย่างพร้อมเงินสดจำนวนหนึ่งซึ่งได้เตรียมไว้ให้คุณพ่อไปหาหมอ เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับลูกในการเปิดเทอมต่อไป ได้วอดไปกับไฟ ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมให้ความช่วยเหลือในระดับหนึ่ง ชีวิตต้องสู้เพื่อลูกๆ ขณะนี้ได้กางเต็นท์เป็นที่อยู่ชั่วคราวจนกว่าจะหางบมาปรับปรุงซ่อมแซมบ้านได้ต่อไป

มร.สส. คว้ารางวัลการพูดระดับประเทศ แข่งขันรัฐประศาสนศาสตร์กับการพัฒนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239594

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

x

นางสาวภัสสุดา สมปัญญา และนายสุจินดา บุราโส นักศึกษาสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในการเข้าร่วมการแข่งขัน “GSPA’s Got Talent Season 2:

แข่งขันดวลวาทะด้านรัฐประศาสนศาสตร์ ในหัวข้อ “รัฐประศาสนศาสตร์กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน” เปิดเผยว่า ในการแข่งขันครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมแข่งขันจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ทั้งหมด 24 ทีม ทีมละ 2 คน ภายใต้หัวข้อ “รัฐประศาสนศาสตร์กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ซึ่งปีนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาได้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 3 ทีม ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องบรรยายให้ผู้ฟังรับรู้และเข้าใจตามหัวข้อดังกล่าวภายในเวลา 5 นาที หรือเรียกว่า การกล่าวสุนทรพจน์ ซึ่งจะต้องมีการสืบค้นข้อมูลอย่างลึกซึ้ง การแบ่งเนื้อหาในการกล่าว การใช้วาทศิลป์ ทั้งนี้จะต้องติดตามข่าวสารและศึกษาข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ในแต่ละทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันจะพูดคนละประเด็นแต่จะต้องมีกรอบในการพูด คือ เริ่มต้น เนื้อหา และสรุป โดยมีกรรมการตัดสินการแข่งขันจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งของภาครัฐและเอกชน

นายกฯนําครม. ถวายพระพร‘ในหลวง’ ใส่เสื้อชมพูพรึ่บทั้งศิริราช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239694

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายกฯนําครม.ถวายพระพร‘ในหลวง’ใส่เสื้อชมพูพรึ่บทั้งศิริราชร่วมสวดมนต์อธิษฐานจิตขอให้ทรงหายจากประชวร

หลังสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 37 ระบุพระอาการประชวรโดยรวมยังไม่คงที่ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาต้องเฝ้าติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิด ทำให้ประชาชนจากทั่วสารทิศพร้อมใจสวมเสื้อสีชมพูเดินทางไปลงนามถวายพระพรที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง และบางส่วนเดินทางไปโรงพยาบาลศิริราชพร้อมใจกันสวดมนต์ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผู้บัญชาการเหล่าทัพ รวมทั้งคู่สมรสเดินทางมาลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้ประชาชนทุกคนช่วยกันถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแข็งแรงโดยเร็ว และในวันนี้มีภาคประชาชนหลายคณะร่วมกันสวดมนต์ขอให้พระองค์ทรงแข็งแรง อย่างไรประเทศไทยก็ต้องอยู่กับสถาบันพระมหากษัตริย์

ส่วนบรรยากาศการลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ศาลาสหทัยสมาคม หลังสำนักพระราชวังเปิดให้ลงนามตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. โดยตลอดทั้งวันมีคณะบุคคล ข้าราชการ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน คณะครูนักเรียน ลูกเสือชาวบ้าน ตลอดจนประชาชนสวมเสื้อสีชมพูและสีเหลืองเดินทางนำพานพุ่มดอกไม้ แจกันดอกไม้และสิ่งของมาทูลเกล้าถวาย พร้อมลงนามถวายพระพรเป็นจำนวนมาก อาทิ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พร้อมกรธ. นายเหงียน เติ๊ด ถั่น เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย คณะข้าราชการสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พล.ต.สุรินทร์ นิลเหลือง ผู้บัญชากการ มณฑลทหารบกที่ 15 จ.เพชรบุรี พร้อมข้าราชการกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นต้น

เช่นเดียวกับ ที่รพ.ศิริราชตลอดทั้งวันมีประชาชน คณะบุคคลพร้อมใจสวมเสื้อสีชมพูเดินทางมาสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระรูปหล่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยอธิษฐานจิตขอพรให้ทรงคุ้มครองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้ง ยังร่วมใจกันสวดมนต์บทโพชฌังคปริตร ถวายพระพรขอให้ในหลวงทรงหายประชวรในเร็ววัน

โดยนางจรัสวรรณ ธีรธรรม ชาวกทม.วัย 62 ปีเผยว่า หลังทราบข่าวแถลงการณ์รู้สึกกังวลใจ กลัวพระองค์จะเจ็บพระวรกาย ไม่อยากให้มีอะไรมาทำให้พระองค์เจ็บ ถึงพระองค์จะทรงมีพระชนมพรรษามาก แต่ก็ไม่อยากให้พระองค์เจ็บป่วย วันนี้จึงรีบมาสวดมนต์ที่รพ.ศิริราชตั้งแต่เช้า ซึ่งปกติจะสวดมนต์บทโพชฌังคปริตรเป็นประจำอยู่แล้วตั้งแต่พระองค์มาประทับรักษาพระวรกายที่รพ.ศิริราชใหม่ๆ ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่อยากทำให้พ่อหายดี

สอดคล้องกับนางสุวรรณา เคนน้ำเที่ยงที่ระบุว่า ทราบข่าวแล้วรู้สึกเป็นห่วง วันนี้มานั่งสวดมนต์แต่เช้าและมองขึ้นไปที่ชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติเรื่อยๆ มองแล้วรู้สึกอุ่นใจว่าเราได้มาหาพระองค์ท่านแล้ว และพระองค์ก็อยู่ใกล้ๆ อยากให้ในหลวงหายดีไม่เจ็บปวด ชาตินี้ทั้งชาติขอได้มีโอกาสทดแทนพระองค์ท่านบ้าง เล็กน้อยๆก็ยังดี

ขณะที่ดร.สาธิต วิทยากร ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท พริ้นซิเพิล แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)นำคณะผู้บริหารและพนักงาน 18 คนเดินทางมาที่รพ.ศิริราชเผยว่า เมื่อทราบข่าวว่าทรงประชวรจากแถลงการณ์สำนักพระราชวังฉบับที่ 37 รู้สึกใจหาย จึงนำพนักงานสวมเสื้อสีชมพูมาสวดมนต์ตั้งอธิษฐานจิตขอพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหายจากพระอาการประชวร พวกเรารวมถึงคนไทยทุกคนรักในหลวงมาก ส่วนตัวน้อมนำแนวพระราชดำริ เรื่องความพอเพียงมาใช้ดำเนินชีวิต โดยคำนึงถึง 3 หลัก ในเรื่องเหตุผล การมีภูมิคุ้มกันและเดินทางสายกลาง แม้เรามีบุญน้อยนิด แต่ก็อยากทำเท่าที่เราทำได้

ม.เกษตรฯ ดูแลกระเบนจริงจัง วิตกเป็นปลาที่กำลังจะสูญพันธุ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239595

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

x

จากสถานการณ์และรายงานข่าวการพบการตายของปลากระเบนเจ้าพระยา บริเวณแม่น้ำแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้สั่งการให้คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เร่งดำเนินการให้คำปรึกษาชาวประมงที่ได้รับผลกระทบและหาข้อเท็จจริงของสาเหตุการตายโดยด่วน โดยทางคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มอบหมายให้นายวีรกิจ จรเกตุ หัวหน้าสถานีวิจัยประมงสมุทรสงคราม สังกัดคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานในพื้นที่ประสบเหตุ ได้นำทีมร่วมสำรวจคุณภาพน้ำเพื่อหาสาเหตุการตายของปลากระเบนเจ้าพระยาในครั้งนี้แล้ว โดย  ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กล่าวว่า สิ่งที่ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีความกังวลและห่วงใยมากที่สุดก็คือ การคงอยู่ของปลากระเบนชนิดนี้ที่นับวันจะมีจำนวนลดน้อยลงอย่างน่าเป็นห่วง ตลอดจนคุณภาพชีวิตของสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบด้วย ตนจึงมอบหมายให้คณะประมง หาแนวทางเพื่อรักษาจำนวนของปลากระเบนเจ้าพระยาเอาไว้ให้มากที่สุดในโอกาสต่อไป

ยังไม่สึก!!พระซดเหล้าเมืองช้าง เจ้าคณะฯสั่งตั้งกก.สอบเท็จ-จริง (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239622

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 17.30 น.

11 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจาก จ.สุรินทร์ กรณีที่มีข่าวปรากฏว่าคลิปภาพ ขณะที่พระชรารูปหนึ่งรับแก้ว ที่ชาวบ้านซึ่งตั้งวงดื่มสุรากันอยู่ประมาณ 3 คน โดยมีพระสงฆ์ร่วมวงดื่มด้วย ในตลาดสดเทศบาลตำบลระแงง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์

จาการสอบถามชาวบ้านทราบต่อมาภายหลังว่า พระรูปดังกล่าวมีฉายาว่า หลวงพ่อสร้อย สุธมโม อายุ 65 พรรษา มีตำแหน่งเป็นถึง เจ้าอาวาสวัดบ้านสำโรง ต.ขวาวใหญ่ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รุดเดินทางไปที่วัดศรีวิหารเจริญ ต.ระแงง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เพื่อเข้าสอบถามความคืบหน้ากับ พระมหาเจริญสุข คุณวีโร เจ้าอาวาสวัดศรีวิหารเจริญ /เจ้าคณะอำเภอศีขรภูมิ ซึ่งอยู่ระหว่างการประชุมคณะสงฆ์และมีการสอบเปรียญธรรม พระภิกษุและสามเณร จำนวนมาก

ทั้งนี้ ได้มีการออกคำสั่งคณะสงฆ์อำเภอศีขรภูมิ ที่ 11/2559 เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีพระภิกษุในเขตอำเภอศีขรภูมิ มีภาพปรากฏผ่านสื่อว่าดื่มสุรา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว แล้วรายงานผลให้เจ้าคณะอำเภอศีขรภูมิภายใน 5 วัน โดยมี พระครูวิมลศีขรคุณ รองเจ้าคณะอำเภอศีขรภูมิเป็นประธานกรรมการฯ

พระมหาเจริญสุข คุณวีโร เจ้าอาวาสวัดศรีวิหารเจริญ /เจ้าคณะอำเภอศีขรภูมิ กล่าวว่า ตอนนี้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ พร้อมด้วยตำรวจพระหรือพระวิญญาธิการ ได้ลงพื้นที่เพื่อไปตรวจสอบหาข้อมูล เมื่อทราบข้อเท็จจริงก็จะมีการดำเนินการตามวินัยสงฆ์ต่อไป พระสงฆ์ดื่มสุรา โลกติเตียน เป็นอาบัติไม่ร้ายแรงเหมือนปาจิตตี สามารถแสดงต่อหน้าคณะสงฆ์ได้แต่เป็นอาบัติที่ชาวโลกติเตียน แต่ทั้งนี้ ยังไม่มีการจับสึกเพราะต้องรอคณะกรรมการ ที่ได้มีการแต่งตั้งก่อนว่าลงพื้นที่ได้ข้อมูลและข้อเท็จจริงอะไรบ้าง ตอนนี้ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะต้องทำอย่างไร ต้องรอผลข้อเท็จจริงก่อน เสร็จเรียบร้อยจะมาสรุปกันว่าจะดำเนินการอย่างไร

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีพระภิกษุในเขตอำเภอศีขรภูมิ มีภาพปรากฏผ่านสื่อว่า ดื่มสุรา มี พระครูวิมลศีขรคุณ รองเจ้าคณะอำเภอศีขรภูมิเป็นประธานกรรมการฯ ที่เหลือจะเป็นพระวิญญาธิการ หลังทราบข่าวก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพื่อให้เกิดผลดีแก่พระศาสนา เพราะพระที่เป็นข่าวเป็นเจ้าอาวาสวัด ได้ลงพื้นที่ไปหาข้อเท็จจริงส่วนหนึ่งแล้ว จึงมาออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเป็นลายลักษณ์อักษร ขอเวลาให้คณะกรรมการลงพื้นที่หาข้อมูล เพราะข้อมูลที่เราเห็นในสื่อกับความเป็นจริงอาจไม่ตรงกันก็ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง  :  พระเมืองช้างตบะแตกก่อนออกพรรษา ซดเหล้าคุยโวอ้างเป็นเจ้าอาวาส (ชมคลิป)

 

‘ประยุทธ์’พร้อมคณะร่วมลงนาม ถวายพระพร’ในหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239556

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.10 น.

11 ต.ค.59 ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังเปิดให้ลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ตลอดทั้งวันได้มีบุคคลสำคัญและคณะบุคคลจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ พร้อมใจสวมเสื้อสีชมพูและเหลืองนำพานพุ่มดอกไม้ แจกันดอกไม้ และสิ่งของต่างๆ มาทูลเกล้าถวาย พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน อาทิ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ คสช. คณะรัฐมนตรี (ครม.) ผู้บัญชาการเหล่าทัพ รวมทั้งคู่สมรส, นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ,นายเหงียน เติ๊ด ถั่น เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมเวียนดนาม ประจำประเทศไทย ,คณะผู้บริหารและครู โรงเรียนอนุบาลปะทิว (บางสนพิพิธราษฎร์บำรุง) จ.ชุมพร, คณะครูและนักเรียนโรงเรียนวัฒนราษฎร์ศึกษา ต.ประชาสุขสันต์ อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร,

สำนักสงฆ์ ด่านขุนศรี อ.เมือง จ.สุโขทัย, คณะลูกเสือชาวบ้าน จ.ตรัง, ผู้บริหาร ครู-นักศึกษา ภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ จ.สงขลา, คณะเทศบาล ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี, สมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย, คณะครู นักเรียนในโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ คณะผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ ทีเอ็นเอ็น, ดร.สมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), คณะผู้บริหารและผู้สูงอายุเทศบาล ต.โนนสูง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา, ชมรมชาวกวยอาเจียง จ.สุรินทร์, ชมรมเรารักพระราชา ตามปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียง, คณะครูโรงเรียนวัดม่วงหวาน อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา, คณะกรรมการพัฒนาสตรี จ.สมุทรสงคราม, นางนฤมล กัลยนมิตร ประธานรุ่น 71 รุ่น สวทท.1 และสมาชิก คณะสมาคมนักวิทยาและโทรทัศน์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, คณะข้าราชการสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ,

คณะครู และนักเรียนโรงเรียนสมปองวิทยานุสรณ์  สปพ.นม.2 อ.จักรราช จ.นครราชสีมา, ผู้บริหารและครูโรเเรียนสถิตย์ชลธาร อ.สิงหนคร จ.สงขลา, พ.ท.พัสกร เกษสมบูรณ์ ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 24 รักษาพระองค์ จ.สระบุรี และคณะ, คณะผู้บริหารและครูโรงเรียนบ้านไร่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา, ผู้บริหารและคณะครู โรงเรียนวัดโพธิ์เกษตร ต.หัวสำโรง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี, นางฐานิตา เขียวขจี รองประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากรมแพทย์ทหารบกและคณะ, คณะเจ้าหน้าที่โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพดินแดง 2, น.ส.นารี เจียมวัฒนสุข กรรมการผู้จัดการ และคณะผู้บริหาร บริษัทบางจากกรีนเนท จำกัด, ชมรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารรุ่นที่ 22, คณะกรรมการพัฒนาสตรี อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี, พล.ต.สุรินทร์ นิลเหลือง ผู้บัญชากการ มณฑลทหารบกที่ 15 จ.เพชรบุรี พร้อมข้าราชการ, กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, คณะครูโรงเรียนดำรงค์วิทยา อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา

 

พระเมืองช้างตบะแตกก่อนออกพรรษา ซดเหล้าคุยโวอ้างเป็นเจ้าอาวาส (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239516

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 10.03 น.

11 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านในตลาดสดเทศบาลตำบลระแงง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ว่าได้มีพระรูปหนึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอศีขรภูมิ ได้เดินทางเข้าร้านอาหารแห่งหนึ่งภายในพื้นที่เทศบาลตำบลศีขรภูมิ  พร้อมกับเห็นชาวบ้านกำลังตั้งวงดื่มหล้าอยู่ประมาณ 3 คน ในขณะนั้นเองพระรูปดังกล่าวได้ขอร่วมวงกับกับเขาด้วย โดยชาวบ้านที่กำลังเมาขาดสติ ได้นำเหล้ามารินให้จำนวน 1 แก้ว และไม่พอจะต่ออีกแก้วที่ 2 แก้วที่ 3 ทำให้ชาวบ้านที่มาจับจ่ายซื้อของถึงกับร้องบอกว่าพอเถอะหลวงพ่อ

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามทราบว่า หลวงพ่อประจำอยู่วัดไหน หลวงพ่อที่กำลังมึนได้ที่พร้อมกับได้นำหลักฐานมาดูพร้อมกับยืนยันว่าตนเองได้บวชเป็นพระ ประจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งภายในเขตพื้นที่อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ มานานร่วมหลายพรรษาและวันนี้ตนเองจะไปลงสิม ลงอุโบสถ์ ปลดอาบัติ จึงได้ถือโอกาสมาตลาดเพื่อที่จะรอเข้าลงสิม เวลาบ่ายโมงและก็อยากจะมาหาเครื่องดื่มรอเวลา

จนกระทั่งมาพบชาวบ้านที่รู้จักกันชวนดื่มโดยให้ดื่มไปประมาณ 2 ถึง 3 แก้ว ทำเอาหลวงพ่อเมาขาดสติถึงได้เปิดปากว่าตนเองบวชสอบได้ถึงนักธรรมชั้นเอกแต่บวชประจำพรรษามานานก็เลยอยากมาถอนจนเมาและมีภาพที่ปรากฎ

อย่างไรก็ตาม หลังจากการตรวจสอบพบว่า พระที่อ้างบวชเป็นเจ้าอาวาสวัดดังในเขตพื้นที่ตำบลขวาวใหญ่ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ มีชื่อว่า หลวงพ่อสร้อย อายุ 65 ปี บวชจำพรรษาที่วัดบ้านสำโรง ต.ขวาวใหญ่ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์

 

ประกวดศิลปกรรมเฉลิมพระเกียรติ กรุงไทยตั้งเป้าพัฒนาศักยภาพของศิลปิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239402

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
x
นางศิริพร นพวัฒนพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กรธนาคารกรุงไทยเปิดเผยว่า จากเจตนารมณ์ในการส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างสรรค์งานศิลปะ เพื่อพัฒนาศักยภาพของศิลปินไทย ธนาคารได้จัดการประกวด ศิลปกรรมกรุงไทย ครั้งที่ 3 (3rd Krungthai Art Awards) โดยในปีนี้ได้แบ่งผลงานที่ส่งร่วมประกวดออกเป็น 2 แนวเรื่อง ได้แก่ ศิลปกรรมเฉลิมพระเกียรติ “ในหลวงและพระราชินีที่สุดในหัวใจไทย” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสฉลองพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยด้วยทรงมีคุณูปการต่อแผ่นดินไทยในทุกมิติ ทรงอุทิศพระองค์ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ นอกจากนี้ ธนาคารยังคงสานต่อเจตนารมณ์ในการส่งเสริมความเป็นไทยด้วยการจัดประกวดแนวเรื่อง ศิลปกรรมกรุงไทยเพื่อสื่อถึงความเป็น “กรุงไทย” ที่อุดมสมบูรณ์ ก่อให้เกิดความสุข ความดีงาม นําพาสังคมสู่ความเจริญรุ่งเรือง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สําหรับรางวัล แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มตามแนวเรื่อง รวม 16 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลยอดเยี่ยมศิลปกรรมกรุงไทย โล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 500,000 บาท จํานวน 2 รางวัล, รางวัลที่ 1 เงินรางวัล 300,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร จํานวน 2 รางวัล รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 200,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร จํานวน 2 รางวัล และรางวัลที่ 3 เงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร จํานวน 10 รางวัล รวมเงินรางวัลทั้งสิ้น 3,000,000 บาท ผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดได้ระหว่างวันที่ 9-13 พฤศจิกายน 2559 ที่ หอศิลป์กรุงไทย อาคาร สาขาเยาวราช

เก็บมาคิด : หากก้าวพ้นประเทศไทย 4.0 วินัยและคุณธรรมจะตามมา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239404

วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

การเขียนแผนที่ เส้นทางชีวิตให้คนไทยเดินของรัฐบาลชุดนี้ ที่เรียกว่า 4.0 เป็นการแนะนำส่งเสริมที่ให้คนทั้งประเทศ มุ่งเข้าสู่ ยุคของการใช้เทคโนโลยี มาเป็นตัวนำทางชีวิต ซึ่งมีจุดเด่นที่ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นหัวใจของการดำเนินชีวิตของคนทุกคนบนโลกใบนี้ ที่เรียกกันว่า เป็นภาคเศรษฐกิจ

เป็นที่ยอมรับกันอย่างไม่มีใครค้านว่า เทคโนโลยี เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินชีวิต ที่สร้าง สิ่งใหม่ๆ หรือ นวัตกรรม ให้เกิดขึ้นเพื่อ อำนายความสะดวก และพัฒนางานต่างๆ ให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ในสังคมวันนี้ แม้แต่คนแก่คนเฒ่าก็ยังขาดไม่ได้ที่จะต้องเรียนรู้กับนวัตกรรมที่เกิดขึ้นมา เพราะนวัตกรรมกลายเป็นปัจจัยสำคัญของการดำเนินชีวิตไปแล้ว

จากการที่มีข่าวว่าคณะวิทยาการและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และบริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอที ได้ประกาศลงนามความร่วมมือสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมทางวิชาการ เน้นการพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรมเทคโนโลยี พร้อมก้าวสู่ประเทศไทย 4.0 นั่นก็หมายความว่า ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และเอกชน ต่างเห็นด้วยและพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทาง 4.0 เช่นกัน

รองศาสตราจารย์ ดร.สุเจตน์จันทรังษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ให้ความเห็นว่า ที่ภาครัฐต้องการให้ประเทศไทยเดินอยู่บนเส้นทาง 4.0 หมายถึง แนวคิดที่จะสร้าง Value-Based Economy หรือ เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ซึ่งจะทำให้ ทุกหน่วยงานต้องปรับและพัฒนาทั้งในด้านบุคลากร ผลิตภัณฑ์และบริการเชิงนวัตกรรมสร้างสรรค์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์หรือบริการด้านเทคโนโลยีที่จะต้องก้าวสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีสมองกล หรือระบบเครือข่ายที่มีเสถียรภาพ ปลอดภัย และรวดเร็ว เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้สถาบันได้นำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญมาถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนให้แก่ภาคเอกชน และเปิดโอกาสให้แก่ภาคเอกชนได้พัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรและภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งได้ร่วมกันศึกษาและวิจัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบเครือข่าย นำไปสู่การพัฒนาประเทศให้สามารถแข่งขันและทัดเทียมกับอารยประเทศ นั่นเอง และท่านอธิการบดียังย้ำให้ทราบว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในสาขาเทคโนโลยีและวิศวกรรมเชิงนวัตกรรมสร้างสรรค์ ที่จะสร้างความมั่นใจและรับประกันผลสำเร็จของการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีทันสมัย นำไปสู่การดำเนินธุรกิจขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

จากคำกล่าว และแนวคิดของทั้งภาครัฐ และเอกชน ที่เห็นพ้องต้องกันว่า เส้นทางของคนไทยทั้งประเทศ ไม่มีทางหลีกเลี่ยงที่จะเดินไปบนเส้นทาง 4.0 ได้อย่างแน่นอน ทำให้ ต้องเก็บมาคิด ต่อยอดของอนาคต 4.0 ออกไปถึงผลประโยชน์อื่นๆ ที่จะตามเข้ามาโดยอัตโนมัติ นั่นคือ “สภาวะแห่งวินัย และ คุณธรรม”

รูปธรรมที่เห็นกันง่ายๆ ถึงสภาวะวินัยและคุณธรรมจะติดตามมา เมื่อคนไทยเดินก้าวพ้นเส้นทาง 4.0 คือ หมายถึงว่า เมื่อคนไทย ส่วนใหญ่พบกับความสำเร็จต่อการนำ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาใช้กับชีวิตประจำวันแล้ว รูปแบบของการใช้ชีวิตก็จะต้องถูกปรับเปลี่ยนไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับการดำเนินชีวิต

ตัวอย่าง ในภาคส่วนของการทำธุรกิจ เมื่อภาคธุรกิจ นำเอานวัตกรรมเข้ามาใช้ในการดำเนินการ อย่างเช่น ในเรื่องของการค้าขาย การเงิน ซึ่งมีแนวโน้มให้เห็นตั้งแต่บัดนี้แล้วว่า การใช้เงิน การฝากถอนเงิน การซื้อสินค้า เริ่มหันมาใช้ระบบ นวัตกรรม ที่สื่อสารกันด้วย นวัตกรรมใหม่ๆ โดยไม่จำเป็นต้องไปเห็นหน้าเห็นตากันเหมือนยุคก่อนๆ ซึ่งเมื่อสภาวะการทำธุรกิจ เป็นเช่นนี้ สิ่งสำคัญที่สร้างความน่าเชื่อถือ และการสร้างความประทับ จึงอยู่ที่ ความซื่อสัตย์ และการมีวินัย

พูดกันง่ายคือ เมื่อการทำธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องเห็นหน้าเห็นตัว หรือไม่จำเป็นต้อง “ยื่นหมูยื่นแมว” กันแล้ว ความซื่อสัตย์ และวินัยจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทุกคนต้องปลูกฝังให้กับตัวเอง และการทำธุรกิจ ซึ่งก็เท่ากับว่า ทุกคนต้องสร้าง วินัยและคุณธรรมให้กับตัวเอง และองค์กรเพื่อการอยู่รอด

สำหรับในภาคส่วนของการศึกษา เมื่อการศึกษา ส่งเสริมสนับสนุนให้การเรียนทางด้าน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเข้าไปสู่จิตวิญญาณของเยาวชนแล้ว ย่อมเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนของชาติรู้จักการใช้สมอง รู้จักการวิเคราะห์ พิจารณาอย่างเป็นระบบ ไม่เพ้อเจ้อ หรือมโนอย่างไร้สาระ

ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะพ้องจองและกลมกลืนไปกับยุค 4.0 ของประเทศไทยได้อย่างน่าปลาบปลื้ม ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า รัฐบาลชุดนี้จะนำพาให้คนไทยทั้งประเทศเดินก้าวพ้นเส้นทาง 4.0 ได้ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำประเทศชุดใหม่หรือเปล่าเท่านั้นเอง เพราะโลกนี้ อนิจจังมันไม่เที่ยง