นิสิตเก่ารุ่น2510รวมตัวกันสร้างMV เพลงเกียรติภูมิจุฬาฯในโอกาสครบรอบ100ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239505

วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 21.09 น.

นิสิตเก่าจุฬาฯ รุ่น 2510 จำนวนกว่า 120 คน ได้รวมตัวกันสร้าง MV เพลงเกียรติภูมิจุฬาฯ ในโอกาส ครบรอบ 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2560

อันเนื่องมาจากจุฬาฯของเราจะมีอายุครบ 100ปี แห่งการสถาปนาในปี 2560 นิสิตเก่าหลายรุ่นหลายสถาบันจึงได้ทำ MV เพลงเกียรติภูมิจุฬาฯ ส่งไปสโมสรนิสิตตุฬาฯ เพื่อทำ MV รวมอีกทีหนึ่ง

พวกเราน้องใหม่รุ่น2510 ผู้ขยันทำกิจกรรมเป็นอย่างยิ่ง จึงได้รวมตัวกันจัดกิจกรรมนี้อย่างกระทันหัน โดยการชักชวนเพื่อนๆมาช่วยร้องเพลง เป้าหมายคือ 100 คน ปรากฏว่า มาร่วมกันทั้งหมด 120 คน ในระยะเวลาส่งข่าวอันสั้น แต่ทุกอย่างก็ออกมาดีหมด ด้วยบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจุฬา แม้จะมีอุปสรรค และเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นเล็กน้อย แต่ก็ดำเนินงานไปได้ด้วยดี

ขอบคุณตั้ม/วิช และเพื่อนๆสำหรับแรงคิด ,จุ๊กชวลิต ผู้กำกับการแสดง, หญิงนาวและแป้นนฤมล ที่จัดอาการเช้าแสนอร่อยจากกัลปพฤกษ์ และแป้นทำมาเองสำหรับเพื่อนที่กินเจ (แต่ถูกพวกไม่กินเจไปขอเอี่ยวด้วย), นุชกับวยาทิต Cheer Leader ในดวงใจ คุณหมอภิรมย์ที่ช่วยติดต่อด้านสถานที่จัดงานอยย่างเร่งด่วน และมาร่วมขับร้องกับพวกเราด้วย, โชติที่ขวัญหายเพราะของทำมาหากิน(เกือย)หาย,ดุ๋ยที่่เสียสละเลือดเนื้อเพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามของพวกเรา, เพื่อนชายชาววิศวะ อย่างกิจจา ธรรมดาเป็นผู้บิรหารใหญ่ แต่ต้องมาทำงานกับสาวๆ โดนคำสั่งจนมึน, คณะช่วยงานทั้งหลายที่ทำให้ทุกอย่างราบรื่น, และเพื่อนทั้ง 120 คนที่ทำให้วันนี้เป็นวันที่สมบูรณ์ที่สุด …ขาดตกใครไปให้อภัยด้วยนะคะ

ขอบคุณข้อมูล Noo Pavilai 

 

เที่ยวงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ กว่า400สำนักพิมพ์จัดเต็มโปรโมชั่นลดถึง80%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239488

วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 19.29 น.

นายจรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยว่า ขอเชิญชมงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 21 หรือ Book Expo Thailand 2016 ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สวนกระแสเศรษฐกิจ  ระหว่างวันที่ 13-24 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีสำนักพิมพ์ไทยตอบรับเข้าร่วมงาน 406 ราย รวมทั้งสิ้น 934 บูธ  บนพื้นที่ประมาณ 21,000 ตารางเมตร มีการนำหนังสือมาลดราคาตั้งแต่ 15-80 %

อย่างไรก็ตาม การจัดงานมหกรรมหนังสือครั้งนี้ เป็นโอกาสดีที่นักเขียน ผู้คนที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมหนังสือ และสำนักพิมพ์ต่างๆจะได้หารือกันถึงอนาคตของคนทำหนังสือ เพราะมีคนถามกันมากว่าจากสำนักพิมพ์ต่างๆจะอยู่อย่างไร เนื่องจากปิดตัวไปจำนวนมาก หากประชาชนยังเห็นความสำคัญของหนังสือมาให้กำลังใจกันมาก ไปอุดหนุนหนังสือ ไปช่วยกันยืนยันว่าคนไทยรักการอ่าน และสร้างความมั่นใจให้คนทำหนังสือ ก็จะทำให้คนทำหนังสือมีกำลับใจสร้างสรรค์ผลงานดีๆออกมาสู่สายตาประชาชนต่อไป จึงขอเชิญชวนให้ไปร่วมเลือกซื้อหนังสือ และให้กำลังใจคนทำหนังสือ

นายจรัญ กล่าวว่า  มีเหล่า นักเขียน ดารา นักร้อง เนตไอดอล และผู้สนับสนุนอีกจำนวนมาก พร้อมใจกันโพสรูปหนังสือเล่มโปรด ติดแฮชแท็ก “เสนอหน้าท้าอ่าน” เพื่อเชิญชวนให้ไปร่วมงานมหรรมหนังสือในปีนี้ ไม่ว่า จะเป็น นิ้วกลม, คิ้วต่ำ, มุนิน, หมาจ๋า, แชมป์ ทีปกร, ทราย เจริญปุระ, เปาวลี พรพิมล, บอล-ยอด หนังพาไป, อาริตา-กันยามาส และ อีกหลากหลาย เพื่อต้องการแสดงพลังให้เห็นว่า ยังเชื่อมั่นในการสร้างสรรค์และผลิตหนังสือคุณภาพของคนไทย

นอกจากนั้น ในหน้าแฟนเพจ Bookthai ของสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ก็เปิดสเตตัสพิเศษ “ปักหมุด” ให้โอกาสแก่เหล่าสำนักพิมพ์ได้ฝากบูธ เพื่อแจ้งข่าวส่วนลด และโปรโมชั่น รวมถึงหนังสือใหม่ของสำนักพิมพ์ เพื่ออำนวยความสะดวก ให้แก่เหล่าหนอนหนังสือ ได้ตรวจสอบและค้นหาที่ตั้งบูธของสำนักพิมพ์ และหนังสือเล่มโปรดได้รวดเร็วขึ้น

คลิก

 

สพฐ.ตั้งศูนย์เฉพาะกิจ เฝ้าระวัง-ติดตามข่าวสาร24ชม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239457

วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 18.11 น.

10 ต.ค. 59 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตั้งศูนย์เฉพาะกิจเฝ้าระวังและติดตามข่าวสาร สพฐ. : OBEC News Vigilance Center  เพื่อป้องกันการรับข่าวสารที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง จากสื่อหรือช่องทางการเผยแพร่ข่าวสารที่มีหลากหลายในปัจจุบันซึ่งอาจทำให้ผู้รับข่าวสารเกิดการเข้าใจผิด และนำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันโดยมีเครือข่ายเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ

นายบุญรักษ์  ยอดเพชร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) โฆษก สพฐ. เปิดเผยว่า สื่อหรือช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารนอกจากจะมีทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุกระจายเสียง และสื่อวิทยุโทรทัศน์ที่เราคุ้นเคยแล้ว ปัจจุบันยังมีสื่อทางอินเตอร์เน็ตที่สามารถเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้เข้าถึงผู้รับได้จำนวนมหาศาลในเวลาอันรวดเร็วจนน่าตกใจ ไม่ว่าจะเป็น เฟสบุ๊ค ยูทูป ทวิตเตอร์ เว็บไซต์ และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ด้วยความที่เป็นสื่อเสรีสามารถเข้าถึงบุคคลทุกเพศทุกวัยได้โดยง่ายจึงเกิดปัญหาตามมามากมาย เช่น ข้อมูลที่นำเสนอคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ส่งผลให้เกิดการเข้าใจผิด เกิดการลอกเลียนแบบจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็กและเยาวชน และเกิดผลกระทบวงกว้างต่อในสังคมจำนวนมาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตระหนักในปัญหาดังกล่าวซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริหาร หน่วยงาน สถานศึกษา ครู นักเรียน และภาพลักษณ์ของ สพฐ. จึงจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจเฝ้าระวังและติดตามข่าวสาร สพฐ. : OBEC News Vigilance Center ขึ้น เพื่อเฝ้าระวัง ติดตาม ตรวจสอบ และประมวลข้อมูลข่าวสารต่างๆ หากพบข่าวสารที่มีความคลาดเคลื่อนและไม่ถูกต้องก็พร้อมดำเนินการชี้แจงและนำเสนอข้อเท็จจริงให้รับทราบและเข้าใจตรงกัน

“ศูนย์ดังกล่าวจะประกอบด้วยคณะกรรมการเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารซึ่งมีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศดำเนินการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อพบข่าวสารที่ไม่เป็นความจริง ประสบเหตุ หรือเผชิญสถานการณ์ที่สร้างความเสียหายหรือเกิดผลกระทบในวงกว้าง ก็จะรายงานต่อคณะกรรมการวิเคราะห์ข่าวสารและสร้างความเข้าใจในข้อเท็จจริง เพื่อนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องให้สาธารณะชนทราบและแก้ไขสถานการณ์ให้เกิดความเข้าใจตรงกันต่อไป” รองเลขาธิการ กพฐ. โฆษก สพฐ. กล่าว

‘บิ๊กหนุ่ย’เร่งตรวจสอบคุณสมบัติ บุคคลที่จะคุมม.บูรพา-มทร.ตะวันออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239444

วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 17.11 น.

10 ต.ค. 59 พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ใช้อำนาจตามมาตรา44 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 ออกประกาศ คสช.ที่ 2/2559 เรื่องจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา เพิ่มเติมอีก 2 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยบูรพา (มบ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ตะวันออก นั้น ตนในฐานะ รมว.ศึกษาธิการ จะต้องลงนามแต่งตั้งคณะบุคคลเข้าไปปฏิบัติหน้าที่นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภาฯ และอธิการบดี มบ.และ มทร.ตะวันออก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อบุคลคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวในมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่งอีกครั้ง

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ส่วนสาเหตุที่ต้องตรวจสอบเนื่องจากมีผู้ทักท้วงว่าการตั้ง นายวิชัย ริ้วตระกูล รองประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) ปฏิบัติหน้าที่กรรมการสภา มบ. เคยเป็นกรรการผู้ทรงคุณวุฒิของ มบ. และหากตรวจสอบแล้วไม่พบมีปัญหาอะไร ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ตนก็จะลงนามแต่งตั้งเพื่อให้เข้าไปแก้ปัญหาต่าง ๆที่เกิดขึ้น ส่วนกรณีที่มีผู้ร้องเรียนให้เข้าไปแก้ปัญหาธรรมาภิบาล ในมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ นั้น เป็นอำนาจของ กกอ. ที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบ หากมีปัญหาจริงก็สามารถเสนอให้ คสช.ออกประกาศ เรื่องจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา เพิ่มเติมได้ ดังนั้น มหาวิทยาลัยที่รู้ตัวว่ามีปัญหา ก็ต้องปรับตัวและเร่งแก้ไขเพราะมีตัวอย่างให้ดูอยู่แล้ว

พสกนิกรห่วงใยพระอาการประชวร รวมใจสวดมนต์ถวายพระพร’ในหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239442

วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 17.10 น.

10 ต.ค.59 ภายหลังสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 37 ซึ่งระบุถึงพระอาการประชวรโดยรวมยังไม่คงที่ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาฯ จึงกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้งดพระราชกิจ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม นั้น

วันนี้ ที่โรงพยาบาลศิริราช พสกนิการจากทั่วทุกสารทิศ หลังทราบแถลงการณ์สำนักพระราชวังแล้วจึงรู้สึกห่วงใยในพระอาการประชวร จึงพร้อมใจสวมใส่เสื้อสีเหลือง นำพวงมาลัยมาถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธเบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชนก และพระรูปหล่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ ศาลาศิริราช 100 ปี พร้อมสวดมนต์ตั้งจิตรอธิษฐานขอพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน มีพระชนพรรษายิ่งยืนนาน

ภายหลังจากสักการะเสร็จ ต่างพากันจับจองที่นั่งบริเวณโดยรอบพระราชานุสาวรีย์ฯ อธิษฐานจิตส่งไปยังชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ที่พระองค์ประทับอยู่ด้วยความห่วงใย

ด้าน นางลิปดา สเตนนิ่ง อายุ 50 ปี ชาว จ.มหาสารคาม ซึ่งพักอาศัยอยู่ย่าน ม.รามคำแหง ถือโอกาสก่อนเข้าพบแพทย์ มาสวดมนต์ขอพรถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

“ทุกครั้งที่มาโรงพยาบาลศิริราช ก็จะมาสวดมนต์ขอพรถวายแด่พระองค์อยู่เสมอ ให้พระองค์มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ และหายจากพระอาการปะชวรโดยไว ทั้งนี้ รู้สึกชื่นชมและยึดถือพระองค์เป็นแรงบันดาลใจ จากพระราชดำรัสที่สอนให้รู้จักใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ตลอดจนพระราชดำรัสเกี่ยวกับการใช้ชีวิต ทำให้ดิฉันซึ่งแม้มีอาชีพเพียงแม่บ้าน ก็สามารถอยู่อย่างมีความสุขกับสิ่งที่มีได้ ดิฉันจะเก็บสะสมพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้มาจากหนังสือ ปฏิทิน ส่วนตัวคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ทิ้งไม่ได้ และทุกครั้งที่ท้อแท้หมดกำลังใจ เพียงมองภาพเหล่านี้และนึกถึงคำสอนพระองค์ ก็ทำให้มีกำลังทุกครั้ง ดิฉันอาจไม่มีอะไรทำถวายพระองค์มาก เพียงปฏิบัติตัวเป็นคนดี ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงและอดออม” นางลิปดา กล่าว

นางสุวรรณา เคนน้ำเที่ยง อายุ 62 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ แต่อาศัยอยู่เขตหนองแขม กทม. และนางเตือนจิตต์ สิงห์ภา อายุ 73 ปี ชาว อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี กล่าวถึงความรู้สึก ว่า พอทราบแถลงการณ์พระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วรู้สึกไม่สบายใจ วันนี้จึงนัดเพื่อนๆ รวมกลุ่มกันมาสวดมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศลขอให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร โดยจะสวดบท “โพชณังคปริตร” ซึ่งเป็นบทสวดให้กับผู้ป่วยให้หายป่วยไข้ ซึ่งพวกเราก็สวดมนต์บทนี้ถวายแด่พระองค์มาตั้งแต่ปี 2549 และมาสวดมนต์ถวายพระพรทุกวันที่ 5 ของเดือน ที่วัดพระแก้วเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ด้วย

ขณะที่กลุ่มเพื่อนศิษย์เก่าสาธิตจุฬาฯ รุ่น 17 ภายหลังจากที่ทราบแถลงการณ์ ฉบับที่ 37 แล้ว จึงชวนกันดินทางมาร่วมสวดมนต์บท “โพชณังคปริตร” ตั้งแต่เวลา 13.30 น.พร้อมอธิษฐานจิตรถวายเป็นพระราชกุศล ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่เจ็บไม่ป่วยหายจากพระอาการประชวร และมีกลุ่มเพื่อนที่ไม่สะดวกเดินทางมาก็นัดสวดมนต์กันที่บ้านเพื่อนหลังเลิกงาน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลด้วยเช่นกัน

ด้าน น.ส.นกยูง ภิรมย์แก้ว อายุ 78 ปี ชาว จ.นครปฐม กล่าวว่า ตนและเพื่อนเดินทางมาสวดมนต์ถวายพ่อหลวง ที่ รพ.ศิริราช เป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว แต่หลังจากทราบแถลงการณ์เมื่อคืนวันที่ 9 ต.ค.แล้วยิ่งรู้สึกเป็นห่วง นอนไม่หลับได้แต่สวดมนต์ทั้งคืน และบ่ายวันนี้ก็นัดเพื่อนๆเดินทางมาสวดมนต์ บท “โพชณังคปริตร” ที่ลานพระราชานุสาวรีย์ฯ เพื่อขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองพระองค์ท่านให้หายจากพระอาการณ์ประชวรเพื่อเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ

 

กยศ.ยืดโปรโมชั่นปิดบัญชีหนี้ คืนเงิน3%-ลดเบี้ยปรับ100%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239431

วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.37 น.

10 ต.ค.59 ดร.ฑิตติมา วิชัยรัตน์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวว่า คณะกรรมการ กยศ. มีมติเห็นชอบขยายเวลามาตรการจูงใจให้ผู้กู้ยืมชำระหนี้ปิดบัญชี โดยจะลดเบี้ยปรับ 100% ให้กับผู้กู้ยืมที่มีหนี้ค้างชำระและมาชำระหนี้ปิดบัญชีทั้งจำนวน และคืนเงินตอบแทน 3% สำหรับผู้กู้ยืมที่ไม่ค้างชำระหนี้ และมาชำระหนี้ปิดบัญชีทั้งจำนวนต่อไปอีกจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2559 จากเดิมที่กำหนดการสิ้นสุดไปแล้วเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา

‘ที่ยืดโปรโมชั่นออกไป เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืมได้ร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษารุ่นน้อง อีกทั้งยังมีผู้กู้ยืมให้ความสนใจติดต่อขอเข้าร่วมและขอรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการดังกล่าวอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ค้างชำระเกิน 4 ปี 5 งวดที่จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีผู้กู้ยืมมาชำระหนี้ปิดบัญชีเพื่อรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการดังกล่าวแล้ว 4,600 ราย เป็นจำนวนเงินที่รับชำระแล้วกว่า 400 ล้านบาท’ ผู้จัดการ กยศ. กล่าว

ผู้จัดการ กยศ. กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ประสงค์จะชำระหนี้ปิดบัญชี เพื่อลดเบี้ยปรับ 100% สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธิได้ทางเว็บไซต์ กยศ. โดยจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปนัดหมายวันที่ต้องการชำระหนี้และรับทราบยอดชำระหนี้ปิดบัญชี สำหรับผู้กู้ยืมที่ประสงค์จะชำระหนี้ปิดบัญชี เพื่อรับเงินตอบแทน 3% เมื่อชำระหนี้ปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว ต้องแจ้งความประสงค์ที่จะขอคืนเงิน พร้อมหลักฐานยืนยันการชำระหนี้ปิดบัญชีให้แก่กองทุนฯ ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้กู้ยืม และสำเนาสมุดบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงไทย เพื่อรับเงินคืนโอนเข้าบัญชี โดยรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ ส่งมาที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เลขที่ 89 อาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ชั้น 5-6 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. 10400 สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0-2016-4888

‘มหาไพรวัลย์’วิจารณ์แรง!! ดัดจริต ทีหนังล้อเลียนพระไม่เห็นค้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239422

วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.26 น.

10 ต.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระมหาไพรวัลย์ วรรณบุตร พระวัดสร้อยทอง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวไพรวัลย์ วรรณบุตร วิพากษ์วิจารณ์ถึงทัศนคติของคนในสังคมที่มีต่อการสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับศาสนา โดยยกตัวอย่างภาพยนตร์ที่ถูกกระแสต่อต้านตั้งแต่ยังไม่เริ่มฉาย อาทิ ศพไม่เงียบ นาคปรก อาปัติ  มาเปรียบเทียบกับภาพยนตร์ตลกโปกฮา ที่นำมาพระมาล้อเลียนจนกลายเป็นตัวตลก แต่กลับไม่มีใครในสังคมออกคัดค้านหรือตั้งคำถามถึงความเหมาะสมแต่อย่างใด ข้อความว่า

“เมืองไทย คือเมืองพุทธแบบดัดจริตมากมาก นี่พูดอย่างไม่เกรงใจ เป็นเมืองพุทธที่ชาวบ้านมองพระเป็นตัวตลก เฮฮา โง่เง่า งมงาย ยังไงก็ได้ เอาไปสร้างหนังเพื่อเรียกเสียงหัวเราะยังไงก็ได้ แต่เป็นเมืองพุทธที่มองพระอย่างที่เป็นพระในสังคมจริงจริงไม่ได้ เอาพระที่กินเหล้าเมายา พระที่มีอารมณ์ทางเพศ มีความรู้สึกโลภโกรธหลง ไปสร้างเป็นหนังเพื่อสะท้อนความเป็นจริงไม่ได้ กับหนังปัญญาอ่อนพวกนี้ ดูเหมือนคนจะไม่ค่อยตั้งคำถามถึงสิ่งที่จะได้หรือผลกระทบต่อศาสนาเท่าไหร่เลย ไม่เหมือนกับหนังที่กระตุกความคิดคนอย่าง ศพไม่เงียบ หรือ นาคปรก และ อาปัติ เป็นต้น ที่ยังไม่ทันจะฉาย คนก็ออกมาโวยวายกันเสียแล้ว”

“ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกัน เอาหนังเรื่องหลวงพี่แจ๊ส 5G ไปให้คณะกรรมการที่กระทรวงวัฒนธรรมพิจารณาถึงความเหมาะสม โดยเปรียบเทียบกับกรณีของทศกัณฐ์หยอดขนมครก คุณคิดว่ากระทรวงวัฒนธรรมจะให้ความเห็นว่าอย่างไร #ตอบ”

“อาตมาไม่ได้มีปัญหากับการนำพระมาล้อเลียนนะ แต่อาตมามีปัญหากับมุมมองของคนพุทธในสังคมไทยต่างหาก มีปัญหากับมาตรฐานของการตัดสินว่า อะไรคือความเหมาะสมไม่เหมาะสม ในการนำเรื่องราวของศาสนาของนักบวชมาสร้างเป็นภาพยนตร์ อาตมากำลังตั้งคำถามกับคนในสังคมว่า บางทีเราก็ซีเรียสกับอะไรที่ไม่ควรซีเรียสหรือเปล่า บางเรื่องที่เราควรตั้งคำถาม เราก็ไม่ยอมตั้งคำถามหรือเปล่า เราปล่อยให้คนในสังคมเสพอะไรก็ได้ ที่เน้นไปในเรื่องของความตลกปกฮาอย่างเดียว ยอมให้คนเอาศาสนาเอาพระมาสร้างเป็นตัวตลก ตัวงี่เง่า เพื่อให้คนมีเสียงหัวเราะ เพื่อสร้างกำไรให้กับผู้กำกับ โดยไม่ต้องคำนึงถึงสาระหรือแง่คิดที่คนจะได้รับ อย่างนั้นหรือเปล่า”

 

วัดชลประทานฯจัดรำลึก9ปีมรณกาล ‘หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239399

วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.42 น.

10 ต.ค.59 พระพรหมบัณฑิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ในฐานะประธานอำนวยการงานรำลึก 9 ปี มรณกาล พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมงานพระราชทานเพลิงศพพระพรหมมังคลาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ว่า ขณะนี้ภายในวัดชลประทานฯ ได้ปรับภูมิทัศน์ภายในวัด รวมทั้งการดำเนินงานก่อสร้างอาคารปัญญานันทานุสรณ์ใกล้แล้วเสร็จ โดยคณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์ เตรียมจัดงานสลายสรีรธาตุ ประกาศสัจธรรม หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ในปี 2560 ภายใต้แนวคิด “ถวายดอกไม้ใจ แทนดอกไม้จันทน์” จึงได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานพระราชทานเพลิงสรีรธาตุหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ในวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน เวลา 17.30 น.

พระพรหมบัณฑิต กล่าวต่อว่า เพื่อแสดงปูชนียกตัญญุตาต่อหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ดังนั้นตลอด 1 ปี ก่อนถึงวันพระราชทานเพลิงสรีรธาตุ ทางวัดชลประทานฯ จะจัดกิจกรรมพิเศษเป็นประจำทุกวันอาทิตย์ โดยเริ่มตั้งแต่ วันที่ 16 ตุลาคม จนถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 มี 4 กิจกรรม ดังนี้ 1.โครงการ “การสลายสรีรธาตุ ประกาศสัจจธรรม หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ” 2.โครงการ “หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ แม่ทัพธรรม แม่ทัพโลก” 3.โครงการ “หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุกับธรรมทายาท” ตามกรอบแนวคิดให้ประพฤติธรรม“ “ตัดส่วนเกิน เจริญส่วนขาด” และ 4.โครงการ “ถวายดอกไม้ใจแทนดอกไม้จันทน์ สลายสรีรธาตุ ประกาศสัจจธรรม หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ  ปี 2560” ตามกรอบแนวคิด “ดอกไม้จันทน์ส่งสู่สวรรคาลัย ดอกไม้ใจสู่มรรคผลนิพพาน”

พระพรหมบัณฑิต กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 จะเคลื่อนสรีรธาตุหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุสู่จิตกาธาน (เชิงตะกอน) หลังจากนั้นตลอด 2 วัน 2 คืน คณะสงฆ์ ศิษยานุศิษย์ ตลอดจนศรัทธาสาธุชนทั้งหลาย ร่วมใจปฏิบัติบูชาตามหลัก “เนสัชชิกังคะ” คือ ธุดงค์ เว้นอามิสบูชา พร้อมทั้งสวดมนต์ ฟังธรรม เจริญภาวนา และหลังจากพระราชทานเพลิงสรีรธาตุแล้ว จะนำอัฐิไปบรรจุไว้ใต้ฐานเจดีย์ “แม่ทัพธรรม แม่ทัพโลก” ที่อาคารปัญญานันทานุสรณ์

คณาจารย์-นิสิตม.บูรพา เข้าขอบคุณ’ดาว์พงษ์’ช่วยสางปัญหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239338

วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 10.46 น.

คณาจารย์-นิสิต ม.บูรพา เข้าขอบคุณ “ดาว์พงษ์” ที่ใช้ ม.44 แก้ปัญหาขัดแย้งใน ม.บูรพา ด้าน “ดาว์พงษ์” เตรียมเซ็นตั้ง กก.ควบคุม ม.บูรพา วันนี้

10 ต.ค.59 เมื่อเวลา 08.30 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ ดร.สาธิต ปิติวรา นายกสมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยบูรพา พร้อมศิษย์เก่า นิสิตปัจจุบัน คณาจารย์และพนักงานของ ม.บูรพา ได้เดินทางมาขอบคุณ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ที่คืนความสุขและความยุติธรรมให้กับประชาคม ม.บูรพา ที่ใช้ มาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 เข้าแก้ไขปัญหาไร้ธรรมาภิบาล และความขัดแย้งภายใน ม.บูรพา โดยมีตัวแทน รมว.ศึกษาธิการ รับเรื่องแทน

ดร.สาธิต กล่าวต่อว่า พวกเรามาวันนี้ตั้งใจมาขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่คืนความสุขให้กับนิสิตปัจจุบันและผู้บริหาร คณาจารย์ แต่จากกรณีที่มีข่าวว่า ศ.ดร.วิชัย ริ้วตระกูล กรรมการสภามหาวิทยาลัย ม.บูรพา (ที่กำลังจะถูกถอดถอน) และรองประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กำลังจะได้รับการแต่งตั้งเข้ามาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการควบคุม ม.บูรพา ด้วย ดังนั้น พวกเราจึงไม่สบายใจในฐานะที่เป็นศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน คณาจารย์จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่พวกเราก็ยังเชื่อในความเป็นธรรมของ รมว.ศึกษาธิการ ที่ตั้งใจเข้ามาแก้ปัญหาธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะของ ม.บูรพา ซึ่งค่อนข้างมีปัญหาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งตั้งคณบดี ก็เป็นพวกของรักษาการอธิการบดีปัจจุบันทั้งนั้น และอยากให้มีการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดระยอง ที่ตัดสินมาแล้วในการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหารอธิการบดี ม.บูรพา อย่างถูกต้อง

ด้าน พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า ในเย็นวันนี้ตนจะเซ็นลงนามในคำสั่งแต่งตั้งรายชื่อคณะกรรมการควบมหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (มทร.) เพื่อเข้าไปทำหน้าที่แก้ไขปัญหาต่างๆ ภายใน ส่วนที่คณาจารย์และนิสิต ม.บูรพา มีความกังวลใจเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ที่มีข่าวว่า ศ.ดร.วิชัย ริ้วตระกูล จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการควบคุม ม.บูรพา ด้วยนั้น ตนต้องขอตรวจสอบรายชื่อคณะกรรมการฯ ก่อนว่ามีจริงหรือไม่และถ้ามีจะถอนชื่อออกหรือไม่

ม.ราชภัฏโคราช คว้ารางวัลชนะเลิศ 100 คลิปท่องเที่ยวนครราชสีมา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239269

วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

x

รองศาสตราจารย์ ดร.วิเชียร ฝอยพิกุลอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาเปิดเผยภายหลังเข้ารับรางวัลชนะเลิศ ในโครงการ 100 คลิปท่องเที่ยวนครราชสีมา จาก นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ณ หอประชุมเปรม ติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้ส่งผลงานคลิปท่องเที่ยวนครราชสีมา เข้าประกวดภายใต้ชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์เมือง นครราชสีมา” เป็นการนำเสนอเรื่องราวของพิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรม ที่ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัย ถ่ายทำและผลิตโดย งานประชาสัมพันธ์ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี ร่วมกับ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม

สำหรับโครงการ 100 คลิปท่องเที่ยวนครราชสีมา ถือเป็นนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ที่มีนโยบายให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในจังหวัดนครราชสีมา ในรูปแบบคลิปวีดีโอ มีความยาว 3-5 นาที อัพโหลดลงในเว็บไซต์ YouTube เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เผยแพร่สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในจังหวัดนครราชสีมาให้เป็นที่รู้จักแก่สาธารณชนอย่างแพร่หลาย อันเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และสนับสนุนให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดนครราชสีมา