‘ททบ.5’ร่วมกับ’สอศ.’ลงนามความร่วมมือ พร้อมเปิด’สุดยอดฝีมืออาชีวะไทย Thailand’s Best Skills’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238625

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 14.03 น.

5 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา เวลา 10.00 น. สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  จัดงานแถลงข่าวโครงการ “สุดยอดฝีมืออาชีวะไทย Thailand’s Best Skills” โดยมีพลเอก สุรเชษฐ์ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีลงนามพร้อมมอบนโยบายทางการศึกษาที่จะขับเคลื่อน การสร้างภาคีเครือข่ายเข้มแข็ง เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศไปสู่ไทยแลนด์4.0 “อาชีวะสร้างชาติ สานพลังประชารัฐ” ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้แทนในการลงนาม จากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ พลเอกราชรักษ์ เรียนพืชน์กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก เป็นผู้แทนในการลงนามจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ณ ห้องเบญจรัศมีชั้น 3  อาคารเบญจรังสฤษฎ์สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก โดยมีนักเรียน นักศึกษา ครูอาจารย์สังกัด สำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานกว่า 300 คน

พลเอก สุรเชษฐ์ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมการแข่งขันทักษะวิชาชีพ สร้างภาพลักษณ์และค่านิยมในการเรียนอาชีวศึกษา เพื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สร้างแรงจูงใจ  Re-Branding ให้เห็นถึงศักยภาพ ทักษะฝีมือ การทำงานเป็นทีม ของผู้เรียนสายอาชีพ ให้ปรากฏต่อสายตาของประชาชน และพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ให้เกิดการยอมรับ อย่างกว้างขวาง และสร้างแรงกระตุ้นให้เยาวชนของชาติเห็นความสำคัญ ของการเรียนสายอาชีพ ว่าเป็นการเรียนที่มีทิศทาง มีอนาคต มีรายได้ดีมีงานทำทันทีหลังเรียนจบการศึกษา เพราะในปัจจุบันการศึกษาเป็นกิจกรรมที สำคัญในการพัฒนาคน จนไปสู ่การพัฒนาชุมชน สังคมและประเทศชาติ และการที่ภาคส่วนต่างๆได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา สนับสนุน ให้ความร่วมมือด้วยนั้น กระทรวงศึกษาธิการถือว่าเป็นการช่วยเหลือรัฐ หรือแบ่งเบาภาระของรัฐ

พลเอก สุรเชษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลมีนโยบายที่จะปฏิรูปการอาชีวศึกษาโดยเร่งด่วน เพื่อให้เกิดคุณภาพ และศักยภาพในการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ ของประเทศเพื่อก้าวไปสู่ยุค “ไทยแลนด์4.0” โดยเน้นการพัฒนาประเทศไทย ภายใต้แนวทางสานพลังประชารัฐ ที่ผ่านมาภาครัฐได้มีความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ (Public-Private Steering  Committee) ได้ทำความร่วมมือในการพัฒนา การจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษา ภายใต้โครงการ “สานพลังประชารัฐ ยกระดับคุณภาพวิชาชีพอาชีวศึกษา : Competitive Workforce” โดยดำเนินโครงการในลักษณะการประชาสัมพันธ์ ให้สังคมได้รับรู้เข้าใจ และเห็นความสำคัญของอาชีวศึกษา ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินโครงการต่าง ๆ ตามแนวทางของภาครัฐ

โดยแนวทางการขับเคลื่อนการยกระดับวิชาชีพอาชีวศึกษาอีกด้วย สำหรับกิจกรรมภายในงานยังมีการแสดงจากศิลปินเพื่อชีวิตระดับตำนานกว่า ๓ ทศวรรษ “วงคาราบาว” ทำการแสดงคอนเสิร์ต “จากใจพี่..ถึงน้อง” และนิทรรศการสื่อการเรียนการสอน วัสดุครุภัณฑ์ที่ใช้ในการเรียนการสอน นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษาและนวัตกรรมหุ่นยนต์อาชีวศึกษา

องคมนตรีมอบโล่พระราชทานรางวัล หนังสือดีเด่น’เซเว่นบุ๊คอวอร์ด’ครั้งที่13

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238620

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.18 น.

5 ต.ค.59 บริษัท ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น จัดงานมอบโล่พระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลหนังสือดีเด่น “เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 13 ประจำปี 2559” พร้อมการแสดงปาฐกถาพิเศษด้านการอ่านจาก นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี โดยผู้ชนะเลิศจะได้รับโล่พระราชทานฯ และเงินรางวัล 100,000 บาท

นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษด้านการอ่าน ว่า วงการหนังสือจำเป็นจะต้องปรับตัวให้เท่าทันกับพลังของความเปลี่ยนแปลงของโลก เป็นโจทย์ที่ยากแต่ต้องยอมรั บและปรับตัวให้ได้อย่างสมดุล เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่โลกยุคใหม่

ทั้งนี้ ในวงการสำนักพิมพ์ นักเขียน ต้องปรับตัว เพราะคนรุ่นใหม่ไม่อ่านหนังสือ และไม่อ่านหนังสือพิมพ์ มุ่งแต่อยู่หน้าจอคอมฯ และมือถือ เชื่อว่าคนในวงการหนังสือจะหาทางออกได้และสามารถเข้าสู่จุดสมดุลได้ ส่วนเรื่องของการอ่านนั้น ส่วนตัวเห็นว่าควรส่งเสริมให้มีเวทีประกวดมากๆ ทุกด้าน เช่น การอ่าน การสะกดคำ วาดภาพ เย็บปักถักร้อย ผลงานเกษตร เพราะยิ่งประกวด ผลงานจะยิ่งมีคุณภาพและได้คนใหม่ๆเข้ามาในทุกวงการ

ด้าน นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ กล่าวว่า ตลอดเวลา 13 ปี ของการดำเนินโครงการฯ ได้คัดสรรหนังสือดีมีคุณภาพทั้ง 7 ประเภทสู่สังคม ประกอบด้วย กวีนิพนธ์, นวนิยาย, นิยายภาพ (การ์ตูน), รวมเรื่องสั้น, วรรณกรรมสำหรับเยาวชน, สารคดี (ทั่วไป)  มีวัตถุประสงค์สำคัญในการส่งเสริมนักเขียนคุณภาพ และสนับสนุนผลงานที่มีเนื้อหาจรรโลงสังคม  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รวมถึงเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนพัฒนาตนเองด้านการอ่าน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันโครงการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ถือเป็นเวทีที่สำคัญสำหรับวงการนักเขียนไทย โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มนักเขียน นักอ่าน สร้างสรรค์ผลงานเขียนคุณภาพนับเป็นการต่อยอดทางความคิดให้กับสังคมไทย

สำหรับ ผู้ชนะเลิศในแต่ละประเภทคือ น.ส.สุพิชชา เสนารักษ์ (ประเภทนิยายภาพ) นายเชาวลิต ขันคำ (ประเภทวรรณกรรมสำหรับเยาวชน) นายบัญชา อ่อนดี (ประเภทกวีนิพนธ์) และนายปกรณัม ทับเที่ยง (ประเภทสารคดี) ได้ร่วมเปิดใจถึงแนวทางในการสร้างสรรค์งานเขียนของตนเองอย่างน่าสนใจ

อย่างไรก็ตาม ซีพี ออลล์ เตรียมเปิดรับผลงานจากนักเขียนและสำนักพิมพ์เข้าประกวดครั้งที่ 14 โดยเปิดรับผลงานเขียน 7 ประเภท ได้แก่ ประเภทกวีนิพนธ์ นวนิยาย นิยายภาพ (การ์ตูน) รวมเรื่องสั้นวรรณกรรมสำหรับเยาวชน สารคดี (ทั่วไป) และรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์ มีเงินรางวัล 100,000 บาท (ยกเว้นประเภทรางวัลนักเขียนรุ่นเยาว์) โดยเปิดรับผลงานตั้งแต่ พ.ย.2559 – ก.พ. 2560 จะมีการประกาศผลในเดือนก.ค.2560 และมอบรางวัลเดือน ส.ค. 2560 สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pr7eleven.com หรือ โทร.0-2648-2901-3

นิสิตจุฬาฯคว้ารางวัลเทคโนโลยีด้านอาหาร นำหน้า 70 ทีมทั่วประเทศเข้ารอบชนะเลิศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238480

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

x

นายนภดล ศิวะบุตร ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยถึงการ จัดโครงการแข่งขันตอบปัญหาวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารประจำปี “FoSTAT-Nestlé Quiz Bowl 2016” (โฟสแตท-เนสท์เล่ ควิซ โบลว์ 2016) ว่า เนสท์เล่ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งต้องอาศัยความรู้เชิงวิชาการและวิทยาศาสตร์อาหารเข้ามาสนับสนุน เราจึงจับมือกับสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย หรือ FoSTAT จัดโครงการนี้ขึ้นมา อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2546 โดยเริ่มแรกทำในกลุ่มมหาวิทยาลัยหลักในกรุงเทพฯ ต่อมาได้ขยายไปเป็นทั่วประเทศเรามุ่งหวังให้เวทีนี้เป็นเหมือนการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร และเป็นเวทีพัฒนานักวิทยาศาสตร์อาหารรุ่นใหม่ ทำให้นิสิตนักศึกษาเกิดความกระตือรือร้นในการศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้อง นำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ต่อยอดการเรียนรู้ ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจสู่การเป็นบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหารที่มีคุณภาพและเป็นมืออาชีพของอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างอาจารย์และนิสิตนักศึกษาในคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหารให้แข็งแกร่ง เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

การแข่งขัน “FoSTAT-Nestlé Quiz Bowl” เป็นเวทีสำหรับตัวแทนนิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันโดยใน 1 ทีมมี 4 คน แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 รอบคือ รอบคัดเลือกทุกทีมแข่งขันแบบพบกันหมดและคัดให้เหลือเพียง 20 ทีมเพื่อเข้าไปแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ในแต่ละทีมจะต้องแข่งขันตอบคำถามด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหารใน4 หมวด อันได้แก่ 1) หมวดเคมีอาหาร (Food Chemistry) 2) หมวดความปลอดภัยและจุลชีววิทยาอาหาร (Food Safetyand Microbiology) 3) หมวดการแปรรูปและวิศวกรรมอาหาร(Food Processing and Engineering) และ 4) หมวดทั่วไป(General) สำหรับการแข่งขันในปีนี้มีสถาบันต่างๆ สนใจเข้าแข่งขันรวม 70 ทีมจากทั่วประเทศ และทีมชนะเลิศ ได้แก่ ทีมนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศจากนายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี และเดินทางไปศึกษาดูงานที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาระดับภูมิภาคของเนสท์เล่ ประเทศสิงคโปร์

โลกสดใส กายสุขสันต์ : ล้อมรั้วชุมชน สานพลังต้านยาเสพติด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238481

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ทุกวันที่ได้เห็นข่าวจากทีวี. เรื่องของ ยาเสพติด จะมีให้เห็นตลอดเวลา และ ดูเหมือนจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ “ปานมณี” แน่ใจว่า ปัญหายาเสพติดไม่อาจแก้ได้ด้วยการปราบปรามเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันด้วยการเสริมสร้างให้สังคมได้เรียนรู้ และมีส่วนร่วม ต่อปัญหาและการป้องกันอย่างจริงจังด้วยจึงจะทำให้เกิดผลสำเร็จอย่างยั่งยืน

เมื่อไม่นานมานี้ คุณพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 และ สำนักงานกองทุน
สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) นำโดย ดร.สุปรีดาอดุลยานนท์ ผู้จัดการ สสส. พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ไปยัง ชุมชนตำบลคอรุมและตำบลหาดสองแคว จ.อุตรดิตถ์ได้พบการรวมพลังของคนในชุมชนต่อการแก้ปัญหายาเสพติดซึ่งถือเป็นบทเรียนที่น่าสนใจยิ่ง ที่สะท้อนให้เห็นว่า คำตอบของการสร้างชุมชนสุขภาวะที่แท้จริงนั้น คนในชุมชนคือปัจจัยหลัก

คุณพีระศักดิ์ พอจิต กล่าวให้ทุกคนทราบว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหายาเสพติดและถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยเฉพาะในส่วนที่ ห่วงใยมากที่สุดคือกลุ่มเด็กและเยาวชน เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเข้าถึงได้ง่าย ด้วยเป็นวัยอยากรู้อยากลอง ดังนั้นปัญหายาเสพติด จึงเป็นเรื่องที่ต้องปรับวิธีการต่อสู้ไปเรื่อยๆจึงอยากให้กำลังใจ สสส.ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนการแก้ปัญหาร่วมกับชุมชนท้องถิ่น รวมไปถึงภาคีเครือข่ายในจังหวัดอุตรดิตถ์ทุกคน โดย สนช.จะช่วยแก้ไขปรับปรุงข้อกฎหมายที่ยังติดขัดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส.ได้กล่าวเสริมด้วยว่า การสร้าง “ล้อมรั้วชุมชน” เป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่นำมาใช้ขับเคลื่อนปัญหายาเสพติด ตามหลักการ “3 สร้าง” คือ 1.สร้างระบบ ในการจัดการสุขภาวะชุมชน 2.สร้างความรู้ ชุดข้อมูลและคู่มือต่างๆ และ 3.สร้างคน คือการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในพื้นที่ ซึ่งใน จ.อุตรดิตถ์ มีการขยายผลการดำเนินงานของสสส. ถึง 39 แห่ง จาก อปท.ทั้งหมด 79 แห่ง โดย อบต.หาดสองแคว และ อบต.คอรุม ถือเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่นๆ ได้เรียนรู้ ในการเป็น “ชุมชนสุขภาวะ” อาทิ เปิดเวทีประชาคมที่ให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม, การจัดทำแผนของชุมชน เพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เป็นต้น

คุณผจญ พูลด้วง นายกฯ อบต.คอรุม ให้ความเห็นถึงการเป็น ชุมชนสุขภาวะ ว่า กว่าจะเป็นเช่นทุกวันนี้ ต้องพบกับ
อุปสรรคไม่น้อย ต้องสู้กับปัญหาที่สะสมในพื้นที่มายาวนานโดยเฉพาะ ปัญหายาเสพติดที่เคยมีการแพร่ระบาดในพื้นที่อย่างรุนแรง เป็นปัญหาที่แก้ยาก จึงหันมาให้ความสำคัญกับการป้องกัน ด้วยการเดินหน้าหาแนวร่วมในชุมชน พร้อมทั้งทำประชาคมกับคนในพื้นที่เพื่อสร้างกติกาใหม่ ภายใต้ยุทธศาสตร์ 4 สร้าง คือ1.สร้างคน 2.สร้างงาน 3.สร้างโอกาส และ4.สร้างสังคมอุดมปัญญาผ่านการขับเคลื่อนฐานคิดในการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกันเมื่อทุกฝ่ายยอมรับโดยไม่มีข้อข้องใจกับกติกาใหม่ที่จะทำร่วมกันให้ชุมชนปลอดยาเสพติด เราถึงกล้าเดินหน้า ใครติดยาก็จะเข้าไปพูดคุยด้วยดีๆ พร้อมช่วยเหลือบำบัดจนเลิกยาได้ และการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนจากการหนุนเสริมของ สสส. ถือเป็นกลไกขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ เช่น ดีเจวิทยุชุมชน กิจกรรมด้านดนตรีและกีฬา ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ ล้วนเป็นภูมิคุ้มกันในการป้องกันปัญหายาเสพติดของเยาวชน ในพื้นที่ตำบลคอรุมได้อย่างครอบคลุม

เช่นเดียวกับ คุณพงษ์เทพ ชัยอ่อน นายก อบต.หาดสองแคว เล่าว่า การหนุนเสริมให้เด็กและเยาวชนร่วมพัฒนาชุมชน เป็นอีกแนวทางในการช่วยแก้ปัญหายาเสพติดอย่างได้ผล โดยเราจะเริ่มจาก การมองตั้งแต่เริ่มต้นว่า เกิดปัญหาอะไรขึ้นในชุมชน
ของเรา ซึ่งที่ผ่านมา สสส.ได้เข้ามาสนับสนุนให้เป็นตำบลสุขภาวะพัฒนาฐานการเรียนรู้ของเด็กเยาวชน มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชน ให้เด็กเข้ามามีส่วนร่วมคิด ร่วมพัฒนาชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมอยู่แล้วที่ทำให้เด็กหาดสองแควมีความคิดที่เป็นระบบเมื่อเกิดเป็นปัญหาทุกคนจึงร่วมใจกันอย่างเต็มที่

สุดท้าย คุณดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผอ.สำนัก 3 สนับสนุนการสร้างสุขภาวะในพื้นที่และชุมชน สสส. กล่าวเสริมว่า ปัจจัยความสำเร็จอีกอย่างหนึ่งคือแรงสนับสนุนจากภาควิชาการที่เข้ามาให้ความรู้ และเปิดมุมมองใหม่ๆ สนับสนุนการสร้างสุขภาวะในพื้นที่และชุมชน สะท้อนให้เกิดเป็นผลงานว่า การทำงานในพื้นที่จะไม่มุ่งทำเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เรามาทำรั้วชุมชน คือ ช่วยชุมชนวิเคราะห์ปัญหากันทั้งระบบ เพราะการถอดบทเรียนชุมชนเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะรู้ว่าอะไรเป็นจุดเด่นจุดด้อย และจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เมื่อทำต่อเนื่องจะนำไปสู่การพัฒนาได้ในที่สุด

นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของความสำเร็จในการทำกิจกรรมที่สามารถสัมผัสได้ด้วยผลงานอันเป็นที่ยอมรับต่อภาคสังคมอย่างไม่มีข้อกังขา

ปานมณี

วธ.มอบรางวัลคนดีวัฒนธรรม 287 ราย ในฐานะผู้อนุรักษ์ส่งเสริมมรดกของชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238478

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

x

ในวันที่ 3 ตุลาคม 2559 กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 14 ปี เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนเล็งเห็นคุณค่าความสำคัญของวัฒนธรรม รวมถึงเผยแพร่ให้สาธารณะได้รับรู้ภารกิจสำคัญที่ดำเนินการที่ผ่านมาและในอนาคต ตลอดจนประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ทำคุณประโยชน์ต่อวัฒนธรรม, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดที่มีผลปฏิบัติงานดีเด่น เครือข่ายด้านวัฒนธรรมและหน่วยงานต่างๆ ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านวัฒนธรรม โดยมีผู้ได้รับคัดเลือกเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อ วธ. ระดับประเทศ ประจำปี 2559 ทั้งประเภทเด็กหรือเยาวชน บุคคล และกลุ่มบุคคลที่ส่งเสริมงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม จำนวนทั้งสิ้น287 รางวัล แบ่งเป็น 181 ราย และ 106 กลุ่ม ประกอบด้วยประเภทเด็กและเยาวชน จำนวน 78 ราย, ประเภทบุคคล จำนวน 103 ราย, ประเภทกลุ่มบุคคลด้านส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม จำนวน 106 กลุ่ม สำหรับในส่วนของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดดีเด่น จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ตราด แพร่ ยโสธร ลพบุรี สระแก้ว และข้าราชการพลเรือนดีเด่น จำนวน 11 ราย โดยจัดพิธีมอบโล่รางวัล “วัฒนคุณาธร”แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อ วธ. และมอบโล่เชิดชูเกียรติ แก่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดดีเด่น และข้าราชการพลเรือนดีเด่น ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลและกลุ่มบุคคลเหล่านี้ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมที่เป็นประโยชน์แก่ชุมชน สังคมและประเทศชาติ รวมทั้งเป็นขวัญกำลังใจให้มีความมุ่งมั่นตั้งใจร่วมกันเป็นแกนนำในการส่งเสริม สนับสนุน และอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติต่อไป

รื้อ‘ม.บูรพา-อุเทนฯ’ ถึงคิวงัดม.44จัดระเบียบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238579

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

รื้อ‘ม.บูรพา-อุเทนฯ’ ถึงคิวงัดม.44จัดระเบียบ ยุติปัญหาขัดแย้งภายใน

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 2/2559 เรื่อง การกําหนดรายชื่อสถาบันอุดมศึกษาอื่น ตามคําสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2559 เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบัน

อุดมศึกษาลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 มีสาระสำคัญโดยสรุปว่า จากปัญหาขัดแย้งในสถาบันอุดมศึกษาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ หัวหน้า คสช.จึงออกคำสั่งให้จัดระเบียบและแก้ปัญหาดังกล่าวออกมา

ต่อมาคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)ได้รายงานพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการว่ายังมีสถาบันอุดมศึกษาบางแห่ง ประสบปัญหาขัดแย้งภายในสถาบันจนไม่สามารถแก้ปัญหาให้ลุล่วงด้วยมาตรการปกติ ถ้าปล่อยไว้จะทําให้เกิดความเสียหายต่อระบบการศึกษา หรือนิสิตนักศึกษาจํานวนมาก จึงอาศัยอำนาจตามวรรค 2 ของข้อ 12 ในคำสั่ง คสช.ที่ 39/2559 ออกประกาศเพิ่มเติมบังคับใช้คำสั่งดังกล่าวกับมหาวิทยาลัยอีก 2 แห่งคือ มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย มีผลตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสาเหตุที่มีคำสั่ง คสช.จัดระเบียบและแก้ปัญหาธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัยเพิ่มเติมอีก 2 แห่งนั้น ในส่วน มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ศิษย์เก่า คณาจารย์ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ยื่นหนังสือถึงรมว.ศึกษาธิการให้ใช้อำนาจมาตรา 44 ยุบสภามหาวิทยาลัย หลังพบพิรุธการบริหารงานหลายด้าน อีกทั้งยังมีปัญหาถอดถอนอธิการบดีมิชอบ

ขณะที่กรณีมหาวิทยาลัยบูรพา เกิดปัญหาในการสรรหาอธิการบดีคนใหม่ โดยเฉพาะมีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้การดำเนินการสรรหาไม่เป็นไปตามครรลองของการสรรหา อีกทั้ง มีกลุ่มบุคคลในมหาวิทยาลัยเข้ายื่นหนังสือให้กระทรวงศึกษาฯช่วยแก้ปัญหาหลายครั้ง

ด้านดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการ กกอ.เปิดเผยหลังคสช.มีคำสั่งเพิ่มเติมว่า โดยหลักการเมื่อมีประกาศ คสช.เรื่องดังกล่าวออกแล้ว สภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่งต้องยุติปฏิบัติหน้าที่ รอให้รมว.ศึกษาธิการตั้งคณะบุคคลเข้าไปปฏิบัติหน้าแทน รวมถึงอธิการบดีของมหาวิทยาลัย

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้คสช.มีคำสั่งตั้งคณะบุคคลเข้าไปแก้ปัญหาขัดแย้งและจัดระเบียบมหาวิทยาลัยแล้ว 2 แห่งคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)สุรินทร์ และมรภ.ชัยภูมิ เมื่อมีประกาศล่าสุดออกมา ทำให้มีมหาวิทยาลัยที่ถูกจัดระเบียบเพื่อแก้ปัญหาขัดแย้งภายในรวมทั้งหมด 4 แห่ง

คณะบุคคล-ข้าราชการพร้อมใจ ร่วมลงนามถวายพระพร’ในหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238532

วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 18.52 น.

4 ต.ค.59 ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังเปิดให้ลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ 08.30 – 16.30 น. คณะบุคคล ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งประชาชนจากจังหวัดต่างๆ เดินทางนำแจกันดอกไม้ และสิ่งของมงคลมาทูลเกล้าฯ ถวาย และร่วมลงนามถวายพระพรขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน อาทิ คณะ อสม.อำเภอบางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์, คณะลูกเสือชาวบ้านกรุงเทพมหานคร, นายเสรี จิตจำ ประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ เครดิตยูเนียนศูนย์กลางละอาย จำกัด และคณะกรรมการ จ.นครศรีธรรมราช, พลเรือโทชาติชาย ศรีวรขาน ปลัดบัญชีทหารเรือ และข้าราชการสำนักงานปลัดบัญชีทหารเรือ,

คณะข้าราชการและครอบครัว กองพัลพัฒนาที่ 1 จ.ราชบุรี, กิ่งกาชาด อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย, สภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสร้าง อ.เมือง จ.สุรินทร์, คณะผู้บริหาร คณะครูและนักเรียนโรงเรียนอาเวมารีอา จ.อุบลราชธานี, นายแรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา และคณะผู้ช่วยผู้พิพากษารุ่น 67, กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์, คณะผู้บริหารและครูโรงเรียนคลองกิ่วยิ่งวิทยา สพม.18 จ.ชลบุรี, พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมข้าราชการกองทัพบก, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมข้าราชการทหารและสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ, พลเอกฐิตินันท์ ธัญญสิริ ผอ.ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ, ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ สำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสภาเด็กและเยาวชน จ.อุบลราชธานี, นายดนัย ตั้งเจิดจ้า ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนพิมายวิทยา จ.นครราชสีมา, นายดนุชา สินธวานนท์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.),

คณะข้าราชการครูและบุคลาการทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา จ.สตูล, คณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านเทพราชโรงเรียนวัดควนสามโพธิ์ และโรงเรียนวัดโพธิยาราม จ.พัทลุง, ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนเทศบาลเมืองหนองปรือ จ.ชลบุรี, โรงเรียนโยธินบูรณะ 2, นางสาวเรณุกา เอียวช่วย จ.พัทลุง, วิทยาลัยสารพัดช่างสระบุรี, โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ จ.ฉะเชิงเทรา, คณะครูเกษียณอายุราชการปี 2559 อ.พิมาย จ.นครราชสีมา, ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้วและคณะสมาชิกสภา จ.สระแก้ว,พลโทอาวุธ เอมวงศ์ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก พร้อมด้วยสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากรมสรรพาวุธทหารบก ,นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นักศึกษาวิชาทหารโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม และโรงเรียนมัธยมวัดดาวคะนอง, ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และ นักเรียนโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จ.พิษณุโลก เป็นต้น

 

‘คสช.’ประกาศจัดระเบียบธรรมาภิบาล ‘ม.บูรพา-มทร.ตะวันออก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238520

วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 18.31 น.

เว็บไซต์ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศ คสช.จัดระเบียบมหาวิทยาลัยเพิ่มเติม 2 แห่ง คือ ม.บูรพา และ มทร.ตะวันออก หลังเข้าควบคุม มรภ.สุรินทร์ – มรภ.ชัยภูมิ รวมมีมหาวิทยาลัยโดน ม.44 แล้ว 4 แห่ง

4 ต.ค.59 ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 2/2559 เรื่อง การกำหนดรายชื่อสถาบันอุดมศึกษาอื่น ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2559 เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ 12 ก.ค.2559 โดยประกาศดังกล่าวมีสาระสำคัญให้จัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา 2 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก เพื่อแก้ไขสถานการณ์ความไม่ถูกต้องและไม่ชอบธรรมของการดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพ และสร้างความมั่นใจให้แก่สังคม โดยรวมในมหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค.2559

“โดยหลักการเมื่อมีประกาศ คสช.เรื่องดังกล่าวออกแล้ว สภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง จะต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรอให้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ แต่งตั้งคณะบุคคลเข้าไปปฏิบัติหน้าแทนนายกสภาฯ และกรรมการสภาฯ รวมถึงอธิการบดีของมหาวิทยาลัย” ดร.สุภัทร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ คสช.ได้มีคำสั่งตั้งคณะบุคคลเข้าไปควบคุมมหาวิทยาลัยแล้ว 2 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สุรินทร์ และ มรภ.ชัยภูมิ เมื่อมีประกาศนี้ออกมาจึงมีมหาวิทยาลัยที่ถูกควบคุมรวม 4 แห่ง โดยการประกาศเข้าควบคุมเพิ่มเติมในครั้งนี้ ระบุว่า คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ได้รายงานต่อ รมว.ศึกษาธิการ ว่ายังมีสถาบันอุดมศึกษาบางแห่งประสบปัญหาความขัดแย้งภายในสถาบัน จนไม่อาจที่จะแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปด้วยมาตรการปกติซึ่งหากปล่อยให้การแก้ปัญหาล่าช้าออกไป จะทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบการศึกษาหรือนิสิต นักศึกษาจำนวนมาก

‘ปลัดศธ.’มอบงานให้รองปลัดดูแล มั่นใจภายใน3-6 เดือนเห็นผลงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238514

วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 18.15 น.

4 ต.ค.59 ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้เสนอเพื่อแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา 4 ตำแหน่ง ซึ่ง ครม.ได้พิจารณามีมติเห็นชอบแล้ว มีรองปลัด ศธ. 2 ตำแหน่ง คือ นายประเสริฐ บุญเรือง จากผู้ตรวจราชการ ศธ.เป็นรองปลัด ศธ., นายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการ ศธ. เป็นรองปลัด ศธ., ดร.ประชาคม จันทรชิต ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ นายกฤตชัย อรุณรัตน์ ผู้ตรวจราชการ ศธ. เป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โดยจะมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 นี้ อย่างไรก็ตาม พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศธ. ต้องการให้งานของ ศธ.เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง จึงมีคำสั่ง ศธ.ที่ สป.1405/2559 เรื่องแต่งตั้งให้ข้าราชการรักษาราชการแทน ทั้ง 4 ตำแหน่ง ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2559

ปลัด ศธ. กล่าวต่อว่า สำนักงานปลัด (สป.ศธ.) มีหน่วยงานที่ดูแล คือ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กคศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และ สป.ศธ.เอง โดยตนได้มอบอำนาจการบริหารให้กับเลขาธิการฯ ทั้ง 3 สำนักงานดูแลตามเดิมที่เคยได้รับมอบหมายมา

ปลัด ศธ. กล่าวต่อว่า ตนได้แบ่งงานให้รองปลัด ศธ.เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะแบ่งตามนโยบายของ ศธ. คือแบ่งตามความถนัดและตามความสนใจ โดยตนได้มอบหมายให้นายประเสริฐ ดูแลสำนักอำนวยการ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักส่งเสริมกิจการทางการศึกษา สำนักประสารงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ส่วน ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (รองปลัด ศธ.) ดูสำนักพัฒนาครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ก็จะประเมินความต้องการ ความจำเป็นในการพัฒนาครู กศน. (ตรวจเลือดและพัฒนาครู) ปรับปรุงการประเมินวิทยฐานะและการคงวิทยฐานะ, การอ่านออก เขียนได้ ,สำนักการลูกเสือยุวกาชาดและกิจการนักเรียน, สำนักตรวจราชการและติดตามประเมินผล สำนักความสัมพันต่างประเทศ สำนักงานคณะผู้แทนถาวอนไทย ประจำยูเนสโก

ส่วน ดร.พิษณุ ดูงานศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักนิติการ สำนักงานเลขานุการกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ศูนย์ปราบปรามการต่อต้านการทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ ติดตามเร่งรัดการดำเนินการทางวินัย สำนักงานศึกษาธิการภาค 1-13 นอกจากนี้ ตนได้มอบให้ นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร หัวหน้าผู้ตรวจราชการ ศธ. ช่วยดูสำนักประสานงานและบูรณาการศึกษาจังหวัดและศึกษาธิการภาค การศึกษาภาคใต้ และดูเรื่องการปรับปรุงอัตราเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชน และส่วนเงินเดือนครู และการลดหย่อนภาษีโรงเรียน ที่ดิน ทั้งนี้ ตนได้ขอให้ทุกคนตั้งทีมงานเพื่อทำแผนปฏิบัติงาน และภายใน 2 สัปดาห์นี้จะประชุมร่วมกันโดยมี รมว.ศธ.เข้าร่วมประชุมด้วย

“สป.ได้คนที่อาวุโสสูงสุดและมีประสบการณ์สูงทั้ง 3 คน มาทำงานร่วมกันก็จะทำงานได้ง่ายขึ้น และตกลงว่าจะทำกันเป็นทีมผสม ซึ่งภายใน 2 อาทิตย์ก็จะขอความเห็นชอบแผนการทำงานว่า 3 เดือน 6 เดือนว่าจะต้องเห็นอะไรบ้าง ดังนั้น ภายใน 6 เดือนต้องเห็นผลงานและ หลายเรื่องต้องเกิดแน่นอน”

ม.5ถูกครูปกครองทำร้ายเครียด! ศิษย์เก่าข่มขู่อ้างเสียชื่อสถาบัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238471

วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.03 น.

4 ต.ค. 59 จากกรณี นักเรียนหญิงชั้นม.5 โรงเรียนชื่อดังประจำจังหวัดชัยนาท ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยว่า ถูกอาจารย์ฝ่ายปกครองของโรงเรียน ทำร้ายเมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา จนมีการแจ้งความดำเนินคดีตามกฏหมาย และเมื่อวานที่ผ่านมา (3ก.ย.) ครูฝ่ายปกครองคนดังกล่าว ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการเจตนาทำร้ายลูกศิษย์ เป็นเพียงการยื้อยุดกันเท่านั้น และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันว่ายังมองนักเรียนหญิงคนดังกล่าวเป็นลูกศิษย์เหมือนเดิม และพร้อมที่จะเจรจาทำความเข้าใจกับลูกศิษฐ์และผู้ปกครอง นั้นความคืบหน้าล่าสุด นักเรียนหญิงคนดังกล่าว เผยว่า ไม่อยากพูดหรือเคลื่อนไหวอะไรแล้ว เพราะรู้สึกเครียดและเหนื่อยใจที่มีรุ่นพี่ที่เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน ได้ออกมารุมด่าทอเธอผ่านโลกโซเชียล ว่าเธอทำให้ชื่อเสียงของสถาบันเสียหาย ทำให้เธอรู้สึกถุกคุกคามเพราะหลายคนใช้ถ้อยคำที่รุนแรง จนตัวเธอเองเกิดความเครียด เพราะกังวลว่าเปิดเทอมการศึกษาหน้าที่เธอยังต้องเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ เธออาจจะต้องพบปัญหามากกว่านี้ เพราะคนที่ออกมาด่าทอเธอไม่ยอมรับฟังเหตุผลใดๆ รวมทั้งมีหลายรายที่ใช้คำพูดข่มขู่ที่ว่าตัวเธอจะตกอยู่ในอันตรายด้วย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามไปยังพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี แต่ยังไม่ได้รับข้อมูลความคืบหน้าทางคดีมากนัก เพราะอยู่ในขั้นตอนของการสอบพยานแต่ละฝ่าย และผลการตรวจร่างกายของแพทย์