‘อาชีวะ’จับมือ’บ.เพ็ทโปรกรุ๊ป’ เปิดสอนตัดขนสุนัขประกอบวิชาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237151

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559, 14.56 น.

26 ก.ย.59 ที่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ดร.ชาญเวช บุญประเดิม รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  เป็นประธานลงนามความร่วมมือระหว่าง นางเพ็ญทูล อยู่วิทยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพ็ทโปร กรุ๊ป จำกัด กับ วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร ในการจัดการเรียนการสอนวิชาชีพระยะสั้น รายวิชาการตัดแต่งขนสุนัขเพื่อประกอบวิชาชีพ หลักสูตร 90 ชั่วโมง เรียนเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 9.00-16.00 น.

ดร.ชาญเวช กล่าวว่า การจัดการเรียนการสอนรายวิชาการตัดแต่งขนสุนัขเพื่อประกอบอาชีพ รูปแบบวิชาชีพระยะสั้น รับสมัครบุคคลทั่วไปที่มีใจรักและเมตตาสัตว์เป็นพื้นฐานเข้าเรียน และที่ต้องการนำไปประกอบอาชีพ โดยมอบให้วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร ดำเนินการจัดการเรียนการสอน และมี วล.เกษตรและเทคโนโลยีราชบุรี และ วล.เกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี ส่งบุคลากรมาร่วมโครงการนี้ด้วย โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท เพ็ทโปร กรุ๊ป จำกัด ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงครบวงจร มาร่วมจัดทำหลักสูตร และให้การสนับสนุนการอบรมครูและจัดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยพัฒนาสื่อการเรียนการสอนการตัดแต่งขนสุนัข เพื่อให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และให้คำแนะนำ-ปรึกษากับผู้เรียน และรับผู้เรียนเข้าฝึกงาน พร้อมทั้งรับเป็นพนักงานของบริษัทหลังเรียนจบด้วย

ดร.ชาญเวช กล่าวต่อว่า สำหรับเนื้อหาการสอนเป็นการให้ความรู้เรื่องสายพันธุ์สุนัขที่ต้องตัดแต่งขน การสร้างความคุ้นเคยกับสุนัข  การฝึกความชำนาญในการใช้อุปกรณ์ และวิธีการดูแลอุปกรณ์ การแก้ไขปัญหาขนสุนัข การเลือกใช้แชมพู และการอาบน้ำสุนัข การตัดแต่งขนสุนัขขั้นพื้นฐาน การตัดแต่งขนสุนัขทรงแฟชั่น การสร้างเทคนิคเฉพาะตัว การปฐมพยาบาลสุนัขขั้นพื้นฐาน การต้อนรับและการรับลูกค้า การตกแต่งร้านและการเลือกทำเลที่ตั้งร้าน

“โครงการนี้เปิดรับผู้เรียนเพียง 17-20 คน โดยผู้เรียนมี 3 ประเภท คือ เจ้าของสุนัขเพื่อให้นำความรู้กลับไปดูแลรักษาสุนัขของตนเองที่บ้าน เพื่อไปประกอบอาชีพโดยเปิดร้านตัดขนสุนัข ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดคนเลี้ยงสุนัข จำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุนัข และเพื่อไปต่อยอดเป็นดีไซน์เนอร์ด้านเสื้อผ้า หรือการจัดประกวดแฟชั่นสุนัข ซึ่งโครงการนี้จัดขึ้นเป็นโครงการนำร่อง เพื่อดูความต้องการของผู้เรียน และสร้างแรงจูงใจ ซึ่งก็พบว่ามีผู้สมัครเรียนล่วงหน้าไว้ถึงรุ่นที่ 4 รุ่นแล้ว เพราะเห็นความสำคัญในวิชาชีพนี้ ดังนั้น ในอนาคต สอศ.จะเปิดรับผู้เรียนเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน อาจจะปรับหลักสูตรระยะสั้น หรือในแบบทวิภาคี ในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี เพื่อให้คนไทยมีอาชีพที่ดีขึ้น” ดร.ชาญเวช กล่าว

‘ดร.จักษ์’ร่ายกาพย์’กฎทศกัณฐ์’ เหน็บกลับคำสั่ง’มนุษย์’สั่งมา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237139

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559, 14.17 น.

22 ก.ย. 59 จากกรณีดราม่าเกี่ยวกับมิวสิกวิดิโอ “เที่ยวไทยมีเฮ” ของผู้กำกับ “อ๊อด บัณฑิต ทองดี” ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยนำตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ อย่าง ทศกัณฐ์ มาร่วมแสดง ทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ขี่ม้า ปั่นจักรยาน แคะขนมครก จนทำให้ น.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย อดีต ศิลปินกองการสังคีต กรมศิลปากร ได้เข้าร้องเรียนต่อสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ถึงความไม่เหมาะสมของมิวสิกวิดิโอ จนทำให้หลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นมากมายผ่านโลกโซเชียลฯ นั้น

ด้าน ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร นักวิชาการชื่อดัง โพสต์กาพย์สุรางคนางค์ 28 ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร” เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่า กฎทศกัณฐ์ ณ มรณกรรมเขตต์

มีข้อห้ามหลัก ห้ามหัวหน้ายักษ์ ท่านทศกัณฐ์
ศักดิ์อสุรี ยักษีราชัน ต้องยึดตั้งมั่น อย่าถามห้ามถก

หนึ่งเรื่องสำคัญ ห้ามเหห้ามหัน เตาขนมครก
ห้ามหัวหน้ายักษ์ แคะควักตักจก เดี๋ยวสกปรก เสียเหลี่ยมกุมภัณฑ์

สองห้ามขี่ม้า บนอาสน์อาชา เดี๋ยวก้นทรงคัน
จะเผลอแกะเกา เสียเผ่าเสียพันธุ์ เป็นถึงราชัน เหล่าอสุรา

สามห้ามสนุก ขับขี่ตุ๊กตุ๊ก เป็นภัยต่อขา
ต้องเหยียบคันเร่ง ต้องเกร็งบาทา อาจเป็นเหน็บชา เสียเหลี่ยมรามสูร

สี่ห้ามเซลฟี่ เกรงภาพไม่ดี เสื่อมเสียอาดูร
หากเผลอแอ๊บแบ๊ว ผิดแนวตระกูล เผ่าพงศ์ประยูร ยักษ์กรุงลงกา

ห้าเรื่องโกคาร์ท เกรงจะพลั้งพลาด สูญสิ้นชีวา
ขาดหมวกกันน็อก สวมปลอกเกศา เขาออกแบบมา ไม่ครบสิบพักตร์

เจ็ดเรื่องปรานโปรด บานานาโบท ข้อห้ามของยักษ์
เข่าเก็บไว้ย่อ ย่นงออวดศักดิ์ ขาคล่อมอาจหัก หล่นพับมรรคา

ประกาศออกกฎ ลงนามจรด พร้อมวันเวลา
คำสั่งมนุษย์ เก่งสุดสั่งมา ณ เดือนกันยา ปีห้าเก้าเอย

 

รายงานพิเศษ : ทุกคนพูดได้ ดีดี กันทั้งนั้น น่านับถือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237023

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ปัญหาหนักอกของผู้บริหารประเทศของไทยเวลานี้ มองกันว่าประเทศไทยของเราจำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปและพัฒนาอย่างจริงจังในหลายเรื่องที่ยังขาด และไม่เท่าเทียมกับประเทศที่เขาพัฒนาโดย ท่านผู้บริหารเข้าใจว่า เรา(ประเทศไทย)ยังอยู่ในกับดักของขื่อคาบางอย่าง จนไม่สามารถทำให้ปรับทิศทางของประเทศ ให้ความเหลื่อมล้ำของคนและรายได้ของประชากรระดับกลาง(ที่มีรายได้ปานกลาง)ทัดเทียม หรือ เคียงบ่าเคียงไหล่กับประเทศที่เขาพัฒนาได้แล้ว (รายได้ของคนปานกลางยังต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ว่างั้นเถอะ)ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมส่งผลกระทบไปถึงความสุขในการดำรงชีพด้วย

ด้วยเหตุนี้จึงได้เกิด “ไทยแลนด์ 4.0” ขึ้นมา ให้ได้ยินกันบ่อยๆ ทั้งๆ ที่หลายคน อาจจะยังไม่ทราบความหมายว่า 4.0มันคืออะไร

ไทยแลนด์ 4.0 เป็นวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรมภายใต้การกระชับความร่วมมือของภาครัฐ ภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ภาคประชาชน และสถาบันการศึกษา ที่มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ เพื่อก้าวเข้าสู่ภาวะของการพัฒนา เพื่อแก้ปัญหาที่ยังค้างคาอยู่

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา สภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกมหาวิทยาลัย 61 แห่งได้จัดงานเสวนา เรื่อง “รวมพลังอุดมศึกษาไทย…ขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0” ณ ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา โดยมีผู้สนใจและคณบดีจากมหาวิทยาลัย 61 แห่งมาร่วมงาน แสดงความคิดเห็นกันมากมาย พอที่จะยกมาให้รับทราบกันดังต่อไปนี้

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรีและเป็นนักเศรษฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า การที่ประเทศไทยจะก้าวพ้นกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง จากความเหนื่อยยาก ขายผลผลิตที่ใช้ทรัพยากรไปมากมายแต่รายได้นิดเดียว เปลี่ยนไปเป็นผู้นำเชิงนวัตกรรมของโลกเราสามารถทำได้ไม่ยาก รัฐบาลเองก็พร้อมส่งเสริมให้ก้าวไปพร้อมนวัตกรรม โดยที่ ภาคการศึกษารัฐและภาคอุตสาหกรรมเองต้องจับมือให้มั่น ในการเสริมสร้างเด็กไทยรุ่นใหม่ ให้เป็นผู้นำและสร้างสรรค์นวัตกรรม เด็กไทยเก่งไม่แพ้ชาติอื่น ถ้าประเทศอื่นทำได้เราก็ทำได้ วันนี้ถือว่าเป็นการแนะแนวทางให้เราก้าวไปแบบไทยแลนด์ 4.0 อนาคตประเทศไทยต้องเป็นแชมป์เทคโนโลยี เราต้องร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน นักศึกษาต้องมีความคิดปลดล็อกตัวเองให้เป็นมุ่งสู่การเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) เพื่อเป็นสตาร์ทอัพเจ้าของหรือผู้ประกอบการที่ใช้องค์ความรู้ใหม่ๆ มาต่อยอด ในอนาคตมีเทคโนโลยีของเขาเองและตอบสนองโจทย์ความต้องการของสังคมและโลก รัฐบาลเอาจริงกับไทยแลนด์ 4.0 ทางออกจากการที่เป็นลูกจ้าง ก็ไปเป็นเจ้าของนวัตกรรมเอง เป็นจริงได้ ถ้าเรากล้าคิด กล้าเสี่ยง มันจะต้องเริ่มจากอาจารย์และเด็กคนรุ่นใหม่ถ้าเราเป็นเจ้าของนวัตกรรมเองเราจะรุ่งเรืองแบบยั่งยืน อย่างประเทศเกาหลีเขาทำนวัตกรรมออกมาแล้วขายได้จริง ไม่ใช่เอาวิจัยขึ้นหิ้ง ความเป็นอาจารย์ต้องช่วยเปลี่ยนจากเด็กตีกัน มาเป็นส่งผลงานหุ่นยนต์มาสู้กัน แล้วเราจะเป็นเบอร์ 1 ของโลก

รศ.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญประธานกรรมการ สนง.คณะกรรมการอุดมศึกษา กล่าวว่า คณะกรรมการการอุดมศึกษา ก่อตั้งมาเป็นเวลา 10 ปี ตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ มี 11 ศูนย์ซึ่งกำลังจะตั้งเพิ่มอีก 1 ศูนย์ ตอนนี้กรรมการวิสามัญดิจิตอลได้เพิ่มเศรษฐกิจและสังคม จะเป็นอีกแนวทางให้ไทยแลนด์ 4.0 ใช้เป็นเครื่องมือ เราจะนำประเทศไทยไปทัดเทียมนานาชาติ ทางคณะกรรมการจะศึกษา บทบาท และจะสร้างมาตรฐานบังคับมหาวิทยาลัย เราจะดูแลมาตรฐานคณาจารย์ มาตรฐานหลักสูตรมาตรฐานงานวิจัย การเรียนการสอนปรับเปลี่ยนใหม่ รวมไปถึงบทบาทอาจารย์ต้องเปลี่ยนไปเป็นผู้จัดการการเรียนรู้ทางนวัตกรรมมากขึ้น มาตรฐานหลักสูตรปริญญาตรีจะหลากหลาย ส่วนปริญญาโทและปริญญาเอกจะเข้มข้นขึ้น ประเทศไทยทำได้อยู่แล้ว เสียอย่างเดียวรู้หมดแต่ทำไม่ได้ ไทยแลนด์ 4.0 นี้ทันสมัยนะ เทคโนโลยีเรารู้หมด ส่งคนไปเรียนรู้ระดับสูง แต่คนกระจัดกระจายกันอยู่ ดังนั้นสถาบันอุดมศึกษาต้องระดมกำลังความร่วมมือกัน ทุกวันนี้คนบ้าปริญญา ไม่บ้าความรู้ เราต้องทำให้ทุกสาขาไม่ขาดคนดีและคนเก่ง และคนไทยต้องถนัดอย่างใดอย่างหนึ่ง เราต้องก้าวไปพร้อมกันทั้งประเทศ โดยทุกฝ่ายต้องยึดเศรษฐกิจพอเพียงและรักษามรดกวัฒนธรรมไปด้วย เราต้องเปลี่ยนกระบวนการความคิด คนไทยผลิตภาพน้อยจึงต้องสร้างให้มากต้องยอมรับโอกาสที่จะล้มเหลวมากกว่าสำเร็จต้องสอนให้เด็กล้มเป็น ตั้งแต่อนุบาล รัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดให้ดูแลตั้งแต่แรกเกิด ทำวันนี้ อีก 30 ปี ถึงจะเห็นผล เร่งพัฒนาคนให้มีความคิดสร้างสรรค์ภายในกรอบคนดีต้องรู้ลึกถึงจะมีผลกว้าง วิศวกรรมเป็นพื้นฐานของหลายวิชา วิทยาศาสตร์ก็เช่นกัน ถ้าเราจับมือกันถึงจะดี

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี ประธานสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยเราติดกับดักความเหลื่อมล้ำและการเป็นประเทศปานกลางมานาน เพราะเราไม่มีการผลักดันที่ดี เราถนัดซื้อเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เรารับจ้างผลิตอย่างเดียวจนมาถึงทางตัน ไม่มีเทคโนโลยีของเราเองเลย ถ้าเราไม่สร้างเองเราก็แบ่งปันไม่ได้ ด้วยแนวโน้มรัฐบาลชุดนี้ผลักดันการศึกษาและอุตสาหกรรม ผลงานวิจัยต้องเป็นแบบพร้อมใช้ สามารถนำงานวิจัยทางสถาบันเอาไปใช้วิจัยสู่นานาชาติ เรามีอาจารย์ บุคลากรที่มีประสบการณ์ความรู้สูง นักศึกษาที่พร้อมวิจัย ถ้าเราประสานร่วมมือกับภาคเอกชนเข้าร่วมพัฒนาชิ้นงานที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ผมเชื่อเราว่าจะมีนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาแข่งขันบนเวทีโลกได้ ส่วนภาคอุตสาหกรรมจะเกิดแนวความคิดมุมมองต่างๆ ไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์บริการได้ ดังนั้นสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนต้องมีส่วนร่วมจริงจังเพื่อก้าวให้ทันโลก สถาบันการศึกษาต้องเป็นผู้นำการสร้างคน ต้องเปลี่ยน ตื่นตัวประเทศจะขับเคลื่อนได้โครงสร้างต้องเปลี่ยนหมด สิ่งที่สอนเยาวชนให้คิดวิเคราะห์สังเคราะห์ ให้ถูกต้อง และสร้างให้ติดตัวเค้าไปยาวนาน ถ้าเราไม่วิเคราะห์สิ่งที่ล้มเหลวก็จะเดินต่อไปยาก หมดเวลาแล้วที่มหาวิทยาลัยต่างๆ จะมาแข่งขันกันเราต้องจับมือกันและพัฒนาประเทศไทยให้นวัตกรรมก้าวไปไกล

คุณเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่าปัจจุบันมีสิ่งเอื้อ คือ ดิจิตอล เมื่อก่อนไม่มี พอก้าวเข้ายุค 4.0 ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดิจิตอล ทั้งการออกแบบ การทดสอบวิเคราะห์ก็ใช่ดิจิตอลเดี๋ยวนี้การการทดสอบวิเคราะห์ ไม่ใช้แล็บแล้วแต่ใช้ดิจิตอล ซึ่งตั้งแต่กระบวนการดรออิ้งในคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้มากที่สุด หรือ พรีเซ็นต์งานได้โดยใช้ดิจิตอล และเราสามารถออกแบบสิ่งที่ต้องการได้ ถ้าท่านต้องการเป็นผู้นำท่านต้องตอบโจทย์ให้ได้ ภาคการศึกษาจะเชื่อมโยงอย่างไรก็ไม่เกิดผล ถ้าภาคเอกชนผู้ผลิตไม่เชื่อมโยงด้วย เทคโนโลยีพัฒนามาไกลและรวดเร็ว แต่เราเพิ่งเอามาใช้ก็ไม่เป็นผล ดังนั้นเราต้องมองไปที่ตลาดในอนาคต ความเชื่อมโยงก็จะเกิดขึ้น การร่วมมือของสถาบันการศึกษา อาจารย์กับอุตสาหกรรมต้องส่งเสริมกระตุ้นให้เห็นข้อดีเป็นบวก รวมทั้งสร้างเสริมประสบการณ์โดยตรง ทำให้ท่านอาจารย์ได้การยอมรับและเข้าถึงตำแหน่งวิชาการเร็วขึ้นด้วยการเรียนการสอนที่เปลี่ยนไป แต่ถ้าความรู้ที่ถ่ายทอดมาจากอินเตอร์เนต นักเรียนก็จะมองอาจารย์เป็นคอมพิวเตอร์ เราต้องประสิทธิ์ประสาทวิชานั้น ทดสอบความรู้ในวิชานั้นๆ ถ้าทำได้ผมคิดว่าเราจะดีขึ้น จากสถิติการเรียนการสอนถ้าจะให้เรียนได้ดีต้องใช้เวลาเรียนและศึกษา 1 หมื่นชั่วโมงต้องคลุกคลีอยู่ตรงนั้น การที่จะประสบความสำเร็จไม่ว่านักกีฬา หรือนักดนตรี กว่าที่จะทำผลงานออกมาดีต้อง 1 หมื่นชั่วโมงทั้งนั้น

ทั้งหลายทั้งปวงล้วนมีคติ มีวิสัยทัศน์ ที่น่าจะทำให้ไทยแลนด์ 4.0ประสบผลสัมฤทธิ์ แต่ไม่ทราบว่า เจ้า 4.0ที่ว่านี้ จะก้าวพ้นกับดักที่คนไทยดีแต่พูดได้ด้วยหรือเปล่า?

ชนิตร ภู่กาญจน์

สกว. ร่วม มจธ. ขับเคลื่อนทุนวิจัย ยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายรองรับ 4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237022

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

x

สำนักกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดย รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี( มจธ.) นำโดยรศ.ดร.คมสัน มาลีสี คณบดี ใน “โครงการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยการวิจัยและพัฒนา” เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนงานวิจัยโครงการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยการวิจัยและพัฒนาฝ่ายอุตสาหกรรม สกว.และทุน พวอ.ในปีงบประมาณ พ.ศ.2560 โดยสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ทั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกำลังคนและองค์ความรู้รองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และสร้างนวัตกรรมที่จะนำประเทศไปสู่การหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง การยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ได้แก่ ด้านอาหารและเกษตร ตลอดจนการแพทย์ชีวภาพ และหุ่นยนต์ เพิ่มงบประมาณวิจัยเป็นร้อยละ 1.5 ของ GDP และมุ่งเพิ่มจำนวนนักวิจัยเป็นอัตราส่วน 25 คนต่อประชากร 10,000 คน โดยอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะยกระดับด้วยการวิจัยและพัฒนาตามโครงการนี้ แบ่งเป็น1.กลุ่มอุตสาหกรรมเดิม ได้แก่ เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ, อาหารแห่งอนาคต, ยานยนต์และการผลิตสมัยใหม่ 2.กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ ได้แก่ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ, ขนส่งและการบิน, เชื้อเพลิงชีวภาพ, การแพทย์ครบวงจร และดิจิทัล

‘พระมหาไพรวัลย์’มีคำตอบ!!! ‘พระบี้’อุ้มลูกสาวอาบัติไหม??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237091

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559, 20.09 น.

ตกเป็นประเด็นอีกจนได้ กับกรณีล่าสุดของ พระบี้-ธรรศภาคย์ ชี หรือพระวรสีโล ที่มีภาพอุ้มลูกสาว“น้องเป่าเปา พอลลีนา” ไปปรากฎอยู่ในอินสตาแกรมส่วนตัวของสาว “กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์”@gggubgib36 ที่พาน้องเป่าเปาไปกราบหลวงพ่อที่วัดท่าไม้ จ.สมุทรสาคร เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่กลับถูกชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม เพราะพระบี้ยังครองตนอยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์นั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พระมหาไพรวัลย์ วรรณบุตร พระวัดสร้อยทอง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “ไพรวัลย์ วรรณบุตร” ให้ความรู้และแสดงความคิดเห็นว่า “ถามมาก็ตอบให้กับเรื่องนี้ ทีจริงมันไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดอะไรหนักหนาหรอก แม้จะบอกว่าไม่เหมาะสม อาตมาก็ยังเห็นว่า เป็นเรื่องน่าเอ็นดูเสียมากกว่าจะเป็นเรื่องไม่เหมาะสม พระท่านอุ้มลูกสาวท่านด้วยความรักฉันบุตรธิดา ถึงอาบัติ ก็แต่เพียงแค่ทุกกฎเท่านั้น (อาบัติเล็กน้อยที่สุดของพระ) สามารถปลงอาบัติได้ มีเรื่องลักษณะนี้ในสมัยพุทธกาล ทั้งรวมถึงโยมแม่และพี่สาวน้องสาวด้วย การถูกต้องด้วยความรักอย่างเมตตากรุณา หรือสถานการณ์บังคับให้ต้องถูก เช่นพระดูแลโยมแม่ที่ป่วย หรือช่วยเหลือพี่สาวน้องสาวในเหตุการณ์เฉพาะหน้า เป็นต้น ไม่ถือเป็นโทษหนักและเสียหาย คือ เราอาจจะสงสัยกันได้ แต่ก็ไม่ควรไปตั้งข้อรังเกียจกับประเด็นพวกนี้ ควรจะมองถึงเจตนาด้วยใจอันเป็นกุศล เป็นสำคัญ พระกับผู้หญิงมีข้อห้ามชัดเจนที่จะถูกเนื้อต้องตัวกัน ก็เพียงแค่ในกรณีที่พระเกิดความกำหนัดอยากจะเสพกามเท่านั้น อันนี้แม้เป็นเด็กไร้เดียงสา ท่านก็ปรับอาบัติหนักถึงสังฆาทิเสส ซึ่งมันไม่ใช่กับกรณีนี้ คนพุทธแบบบ้านเรานี่ บางทีก็ช่างจะสงสัยช่างจะวิจารณ์ช่างจะดราม่าในเรื่องไม่เป็นเรื่องเหมือนกันนะบางที”

 

 

พสกนิกรใช้โอกาสวันหยุด ลงนามถวายพระพร’ในหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237055

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559, 18.27 น.

วันที่ 25 กันยายน 2559 สำหรับบรรยากาศการลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมหาราชวัง เนืองแน่นไปด้วยคณะบุคคลและตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไปได้ใช้โอกาสวันหยุดราชการพาครอบครัวเดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน อาทิ ชมรมคนรักในหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.โนนประดู่ และชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ต.โนนประดู่ อ.สีดา จ.นครราชสีมา, คณะอาจารย์และบุคลากรวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี จ.อุดรธานี, สหกรณ์บริการตลาดเพื่อชุมชน  ต.บางแตน อ.บางสร้าง จ.ปราจีนบุรี,

ชมรมอาสาสมัคร เทศบาล ต. จอหอ จ.นครราชสีมา, ชมรมลูกเสือชาวบ้าน กทม.กลุ่ม 4, คณะครูนักเรียนโรงเรียนตรังสฤษฏ์ ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง, บุคลากรบ้านเกษตร และสวนผลไม้ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, สมาคมโสตสัมผัสวิทยาและแก้ไขการพูด แห่งประเทศไทย, คณะข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา สมุทรสาคร, ครอบครัวกิติยาธิคุณ เขตจตุจักร กทม., นางมยุรี ณะฤทธิ์ ทูลเกล้าฯ ถวายข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง, สมาคมศิษย์เก่าบางพระ, ชมรมจิตอาสากรุงเทพมหานคร, คณะทันตแพทย์และบุคลากร คลินิกทันตกรรมนวเวช คลองหลวง จ.ปทุมธานี, พ.ท.อภิชาติ นิตุธร ผู้บังคับหน่วยฝึกศึกษาวิชาทหาร มลฑลทหารบก ที่ 27 ค่ายประเสิรฐสงคราม  จ.ร้อยเอ็ด พร้อมคณะนักศึกษาวิชาทหารปี 5, นายประยูร -นางบุศรินทร์ อินทร์ตลาดชุม, นางกัลยาภัสร์  แก้วงาม และครอบครัว จาก จ.สงขลา, คณะเทศบาล ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา, คณะชมรมคนรักในหลวง ผู้สูงอายุรักสุขภาพน้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นต้น

 

เด้งรับม.44 แก้พรบ.ระเบียบบริหารครูฯ ยกเครื่อง’บอร์ด ก.ค.ศ.’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237045

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559, 17.51 น.

สั่ง ก.ค.ศ.แก้ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารฯ เพิ่มช่องตั้ง อ.ก.ค.ศ.สพฐ. ลดสัดส่วนบอร์ด ก.ค.ศ.จาก 31 เหลือ 22 คน มอบ”พินิจศักดิ์” ศึกษา คาดตัดผู้แทนครู 5 คน

25 ก.ย. 59 พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้มีมติให้แก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบบริหารข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สอดคล้องกับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 คำสั่งที่ 10/2559 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค และคำสั่งที่ 11/2559 เรื่อง การโอนอำนาจคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาทั้งหมด มาเป็นอำนาจของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ต้องเขียนบรรจุไว้เป็นกฎหมายให้ เพื่อให้มีการบังคับใช้ ไม่ใช่เป็นแค่คำสั่ง คสช.เท่านั้น

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ จะปรับจำนวนและองค์ประกอบของบอร์ด ก.ค.ศ. จากเดิม 31 คน ให้เหลือ 22 คน โดยให้เพิ่มผู้แทนจากสำนักงบประมาณเข้ามาด้วย เป็นต้น รวมถึงมอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ไปดำเนินการบรรจุเรื่องการคุ้มครองพยาน ให้สอดคล้องกับกฎคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการการให้บำเหน็จความชอบ การกันเป็นพยาน การลดโทษ และการให้ความคุ้มครองพยาน พ.ศ.2553 พร้อมทั้ง ปรับปรุง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารข้าราชการครูฯ โดยเปิดช่องให้สามารถตั้งคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (อ.ก.ค.ศ.สพฐ.) ได้

ด้าน ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัด ศธ.ในฐานะโฆษก ศธ. กล่าวว่า การปรับองค์ประกอบของบอร์ด ก.ค.ศ.เนื่องจากที่ผ่านมา ที่ประชุมเห็นว่าเป็นองค์คณะที่ใหญ่และผู้แทนจากบางหน่วยก็ไม่เกี่ยวข้อง โดยจำนวนที่ปรับลดส่วนหนึ่งจะเป็นสัดส่วนของผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่จะลดลงประมาณ 5 คน โดยที่ประชุมมอบให้ นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการ ก.ค.ศ.ไปพิจารณาสัดส่วนว่าควรจะเป็นผู้แทนจาก สพฐ. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสป.ศธ.หน่วยงานละกี่คน รวมถึงพิจารณาวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนครูฯ อาจจะไม่ใช่การเลือกตั้งมาเหมือนเดิม

กระทรวงวิทย์ฯตั้งงบล้านดอลลาร์ ขับเคลื่อนวทน.สู่ประเทศอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237013

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559, 15.37 น.

‘พิเชฐ’เผย วท.เตรียมตั้งงบ 1 ล้านดอลลาร์ ขับเคลื่อน วทน.สู่อาเซียน อาสาเป็นเกตเวย์กวักมือต่างชาติลงทุนกลุ่มประเทศ CLMVT เตรียมผลักดันโครงการ วีซ่านักวิจัยในการประชุม ASEAN COST ที่เสียมราฐ ปลายตุลาคมนี้

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ตามที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย้ำเสมอว่า กลุ่มประเทศอาเซียนจะต้องพัฒนาและเติบโตไปพร้อมๆ กันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ในฐานะที่ใช้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) มาใช้เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับแนวหน้าของอาเซียน มีความร่วมมือด้าน วทน. กับ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ครอบคลุม 14 สาขา สนับสนุนองค์ความรู้และบุคลากรให้กับ สปป.ลาว ผ่านกิจกรรมคาราวานวิทยาศาสตร์ รวมทั้งได้มอบกล้องดูดาวให้กับโรงเรียนต่างๆ ของ สปป.ลาวด้วย และต้นปีหน้า จะมอบให้กับ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และเวียดนาม หลังจากที่ได้ลงนามความร่วมมือไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม และสิงหาคม ที่ผ่านมา และจะลงนามความร่วมมือกับกัมพูชาในเดือนธันวาคมนี้

ดร.พิเชฐ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2560 กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เตรียมตั้งงบประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขับเคลื่อน กิจกรรม และวทน. สู่อาเซียน และผลักดันให้เกิดการลงทุนร่วมกันจากสมาชิกลุ่มประเทศ CLMVT (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย) จากคู่เจรจาในภูมิภาคต่างๆ และจากองค์กรระหว่างประเทศ โดยเราพร้อมที่จะเป็นประตูเชื่อมสู่อาเซียน เพื่อให้เกิดการค้าการลงทุน รวมถึงให้ทุนการศึกษาสำหรับเด็กเก่งของอาเซียนอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังยินดีที่จะประสานงานเพื่อรับนักวิจัยที่มีความสามารถจากกประเทศในกลุ่มอาเซียนมาทำงานกับภาคอุตสาหกรรมและภาคการผลิตที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ผ่านโครงการ อาเซียน ทาเลนท์ โมบิลิตี้ (ASEAN Talent Mobility หรือ ATM) ซึ่งเป็นการเคลื่อนย้ายนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ในกลุ่มประเทศอาเซียน และระหว่างอาเซียนกับโลก โดยจะมีการทำวีซ่านักวิจัย ในการเคลื่อนย้ายการทำงานไปยังประเทศต่างๆ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้การพัฒนา วทน.ของอาเซียนให้เข้มแข็ง โดยตนจะผลักดันโครงการดังกล่าว ในการประชุม คณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ ASEAN COST ซึ่งปีนี้จัดขึ้นที่ เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 28-29 ตุลาคม 2559

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง’จิรายุ’ ดำรงตำแหน่ง’เลขาธิการพระราชวัง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237006

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559, 15.29 น.

 

 

25 ก.ย. 59 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ความว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในพระองค์ สังกัดสำนักพระราชวัง ให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ เป็นพิเศษเฉพาะราย จำนวน 9 ราย ดังนี้

1. นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการพระราชวัง

2. พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการพระราชวังฝ่ายบริหารนโยบายและปฏิบัติการ

3. พันโท สมชาย กาญจนมณี ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการพระราชวัง ฝ่ายที่ประทับ

4. พลตำรวจเอก จุมพล มั่นหมาย ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการพระราชวัง ฝ่ายความมั่นคงและกิจกรรมพิเศษ

5. นายขวัญแก้ว วัชโรทัย ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการพระราชวัง

6. นายณรงค์ฤทธิ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการพระราชวัง

7. นายจินตนา ชื่นศิริ ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการพระราชวัง ฝ่ายการเงิน

8. นายสงคราม ทรัพย์เจริญ ดำรงตำแหน่ง แพทย์ประจำพระองค์

9. พลตำรวจเอก พงษ์ศักดิ์ โรหิโตปการ ดำรงตำแหน่ง กรมวังผู้ใหญ่

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี

‘บิ๊กตู่’สั่งวธ.แก้ไขปมดราม่าเอ็มวี แนะอย่านำทุกเรื่องเป็นปัญหาหมด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236975

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559, 10.54 น.

25 ก.ย.59 เมื่อเวลา 06.30 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการวิพากษ์วิจารณ์กรณีกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) สั่งปรับปรุงมิวสิกวีดีโอ (เอ็มวี) “เที่ยวไทยมีเฮ” ในฉากที่นำทศกัณฐ์ ซึ่งเป็นตัวละครในวรรณคดีไทยมาใช้แสดง ว่า ขณะนี้เขากำลังประชุมเพื่อหาแนวทางปฏิบัติร่วมกัน ตนเข้าใจว่ามีคนคิด 2 แบบคือ 1.แบบครูอาจารย์นาฏศิลป์ที่เขาถือว่า โขนเป็นศิลปะชั้นสูงมีการครอบครูไหว้ครูต่างๆ ซึ่งเป็นการมองในมุมนักอนุรักษ์ และ 2.คนรุ่นใหม่ก็มองในมุมที่ว่าน่าจะนำมาใช้ในการโปรโมตการท่องเที่ยวไทย ซึ่งเราก็ต้องไปดูความเหมาะสม ทั้งนี้ ตนได้สั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวธ.ไปดำเนินการอยู่

เมื่อถามว่า ต่อไปหากจะอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยให้คนรุ่นหลังได้รู้จักมากขึ้นการดัดแปลงลักษณะนี้จะถือว่าผิดหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มี 2 วิธีคือ 1.หากนำไปใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมมันก็โอเค และ 2.มองอีกแง่หนึ่งของการอนุรักษ์อาจจะไม่ถูกเพราะคนเรามีสองข้างหมด คราวนี้ถามว่ามันสมควรหรือยังที่จะนำมาใช้แบบนี้ ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชนที่ต้องการ

“ถ้ามีเอ็มวีนี้อยู่ก็ต้องไปดูการแสดงของจริงที่เป็นเรื่องเป็นราวได้ คราวนี้มามองว่ามันเหมาะหรือไม่ที่จะไปอยู่ข้างถนน ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ถามว่าดูดีหรือไม่มันก็ดูดี แต่เราก็ต้องนึกถึงบรรดาครูอาจารย์ด้วย เพราะโขนไม่ใช่การแต่งตัวง่ายๆ แล้วขึ้นไปเต้นแปปๆ มันไม่ใช่ เขาเย็บเขาแต่งตัวกันใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง จะถอดอะไรออกมาก็ไม่ได้จนกว่าจะแสดงเสร็จ อะไรที่เป็นวัฒนธรรมก็ถือว่าดีอยู่แล้ว เราก็ต้องรักษาไว้ แต่หากจะนำไปใช้อย่างอื่นก็ต้องพิจารณาความเหมาะสม ต้องใช้คณะกรรมการไปพิจารณาร่วมกันว่าเราจะทำอย่างไร อย่านำทุกเรื่องไปเป็นปัญหาหมด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว