แอลเอสพีรุ่น 7 เอกชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 12 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/749912


ภาครัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนที่เข้าอบรมหลักสูตร Leadership Succession Program หรือ LSP ดำเนินการโดย มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ หรือ IRDP พร้อมกับฝ่ายราชการด้วย

ทั้งนี้ ผู้คนจากภาครัฐวิสาหกิจที่เหลือประกอบด้วย

นายวิโรจน์ ศิริโหราชัย รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายบริหารรายได้และบริการการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นายศุภโชค จันทรประทิน รักษาการ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐาน สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) นางสิริเกศ เนียมลอย ผู้อำนวยการใหญ่ (บริหารจราจรทางอากาศ) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด นายสุภกิจ บุญเลี้ยง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย

ส่วนผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในภาคเอกชนมีหลากหลายสาขาดังนี้

นางจุณทิชา ช่วงอรุณ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายบริหารบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด นายจตุพร โสภารักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) นางสาวนทพร บุญบุบผา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็มพี กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด นายนวพล ดิษเสถียร ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายกฎหมาย บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) นางสาวนิลรัตน์ จารุมโนภาส ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงินและบัญชี บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) นายแพทย์นิวัฒน์ จี้กังวาฬ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี

นายบรม สัมฤทธิวณิชชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เด่นไทยสตีล จำกัด นายประทีป สันติวัฒนา กรรมการบริษัทไทยร่วมใจโคราช จำกัด นายประเสริฐ ขันเงิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เยเนอรัล ฮอสปิตัลโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) นางสาวปาริชาติ จิรวัชรา หุ้นส่วนบริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศที่ปรึกษาจำกัด นายพัทน์ พฤกษาทร รองผู้จัดการใหญ่สายงานการเงินและบริหารกลาง บริษัท ซูเทค เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด นายพิชิต วงศ์รุจิราวาณิชย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) นายวิโรจน์ วงศ์-สถิรยาคุณ กรรมการอำนวยการ บริษัท ไทยออยล์ เอนเนอร์ยี เซอร์วิส จำกัด นายสมศักดิ์ บุญลาภ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

นายสมศักดิ์ อุปโชติสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอร่า แอดไวเซอรี่ จำกัด นายสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นางสาวสุขุมาภรณ์ วงศ์อริยาพร หุ้นส่วน บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด นายอภิจิต เจริญเวชชการ ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลท์ พลัส จำกัด นายอภิชาติ ศิริสาลิโภชน์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน)

หลักสูตร LSP นี้เปิดขึ้นมาเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2556 และปัจจุบันได้เปิดหลักสูตรมาถึงรุ่นที่ 7 แล้วเพื่อเป็นการสร้างความพร้อมสำหรับการก้าวสู่ความเป็นหมายเลขหนึ่งที่ดีในอนาคต เพื่อจะทำประโยชน์ให้กับองค์กรและประเทศชาติต่อไป.

“ซี.12”

 

แอลเอสพีรุ่น 7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 11 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/749026


หลักสูตร Leadership Succession Program หรือ LSP ดำเนินการโดย มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ หรือ IRDP มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นผู้นำที่จะสามารถบริหารงานได้อย่างมืออาชีพ มีวิสัยทัศน์ คุณธรรมและจริยธรรม

ผู้ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการอบรม LSP 7 ประกอบด้วย ผู้สมัครจาก 3 ภาคส่วนคือ ภาคราชการ ภาครัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน

มีผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาอบรมจาก ภาคราชการ ได้แก่

นายกอบชัย พงษ์เสริม รองผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กรุงเทพมหานคร ผศ.ดร.กุลณสรรค์ สายขุน ผู้อำนวยการสำนักงานสภามหาวิทยาลัย นายชุมนุม วิทยานันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปราสาท กระทรวงสาธารณสุข นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มงานยุทธศาสตร์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย นางสาวปณาลี วิเศษสุวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายกลยุทธ์ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก นายประกาศิต กายะสิทธิ์ ผู้อำนวยการสนับสนุนภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (รักษาการผู้ช่วยผู้จัดการ กองทุน) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

นายสมชาย จึงมีโชค รองผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ผศ.ดร.สรายุทธ นาทะพันธ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล นางสิริวิภา สุพรรณธเนศ ผู้อำนวยการ ฝ่ายจดทะเบียนหลักทรัพย์ตราสารทุนและโครงสร้างพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ นายอุทัย นรนิ่ม หัวหน้าฝ่ายมาตรวิทยาอุณหภูมิ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

ส่วน ภาครัฐวิสาหกิจ ได้แก่ นางวีระมล มหาตมวดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการ องค์การเภสัชกรรม นางนริสา ชัยอำนาจ หัวหน้าสำนักกฎหมาย โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง นายเขมรัตน์ ศาสตร์ปรีชา ผู้อำนวยการไฟฟ้าเขต 3 ภาคเหนือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นางจงรักษ์ โปลิตานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย นางชิดกมล สุนทรสิต ผู้อำนวยการใหญ่ (สำนักตรวจสอบภายใน) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด นางณฐมณ บุนนาค ผู้ช่วยผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

นางสาวดรรชนี ศรีอนันต์รักษา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) นางตระกูลธิดา พงษ์สุทธิพาณิชย์ผู้อำนวยการอาวุโส ยุทธศาสตร์องค์กร บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย นางนัยนา ศิริสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด นายนุกูล ปาระชาติ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นายประกอบ พิทยาภรณ์ ผู้อำนวยการการประปาภูมิภาคเขต 2 การประปาส่วนภูมิภาค นายประยูร ช่วยแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายการเดินรถ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

นายพรเทพ ภูริพัฒน์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นางพัชลีพร วรวิบูลย์สวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานกิจการสาขา 4 ธนาคารออมสิน นายภัทรกฤช เตชะศิกานต์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายกำกับและวิเคราะห์บัญชีและการเงิน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เรือโทภูมิ แสงคำ รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง การท่าเรือแห่งประเทศไทย นางวรางคณา ลือโรจน์วงศ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายครัวการบินไทย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

สำหรับภาครัฐวิสาหกิจที่เหลือและภาคเอกชนมีต่อในวันพรุ่งนี้.

“ซี.12”

 

นิทานเจ้าเมืองภาคพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 10 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/748061


กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องของชาวสิงห์…เอ๊ย ชาวแมวหลากสีที่อยากฟังนิทานเจ้าเมืองให้เล่าถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังของการเลือกสรรแบ่งปันตำแหน่งเจ้าเมืองกันแบบโฉ่งฉ่างไม่เกรงใจใคร

อันว่าป่าใหญ่ริมคลองหลอดนั้นบัดนี้อยู่ในความดูแลของ เสือเฒ่า อันเป็นที่เคารพนับถือของ พญาเสือ ผู้กุมบังเหียนประเทศในฐานะพี่รอง ก็วางเนื้อวางตัวได้ดีเป็นที่เกรงขามของบริวารในป่าคือตามใจใครจะแอบอ้างอำนาจไปข่มขวัญกีดกันคนอื่นถ้าไม่รู้ก็แล้วไปและอีกอย่างหนึ่ง ลูกเสือ ที่เป็นพยัคฆ์เพิ่งเติบใหญ่ก็เลยมาอาศัยป่าของพ่อจับเหยื่อทำมาหากินได้อย่างสบาย ใครๆก็ไม่กล้าหือ

มือรอง ที่ครองความเป็นใหญ่ในป่านี้เป็นสหายรักร่วมสำนักตักศิลาแต่โบราณกับ เสือเฒ่า ดำรงตนเป็น แมวคุณธรรม มาสม่ำเสมอทั้งที่เป็น แมวดำ แต่ก็เป็นที่เคารพนับถือในหมู่ แมวหลากสี และชื่อเสียงดีงามกระฉ่อนไปถึงภายนอกป่า เพียงแต่มีนิสัยขี้เกรงใจไม่อยากขัดคอ-งัดข้อกับใคร เรื่องมันถึงบานปลายทำให้กองเชียร์เสียกำลังใจไปตามๆกัน

หัวหน้าใหญ่ ในหมู่แมวนั่นก็เหมือนกันเป็น แมวสีทอง ที่ได้รับการยกย่องในเส้นทางของการทำงานแก้ปัญหาเหนือใต้ แต่เมื่อมาเป็นใหญ่ในท่ามกลางฝูงแมวดำที่มีทั้งตัวดีและตัวร้ายก็ให้เป็นอันหันรีหันขวางทำอะไรไม่ได้ดังใจ จึงได้แต่ประคองเก้าอี้ไปวันๆ

มาถึงตัวเอกของนิทานที่เป็น วีรบุรุษของแมวดำ แต่เป็น ซาตานของแมวอื่น จากวิถีของเจ้าเมือง 2 ปีไม่ได้มีอะไรโดดเด่นแต่ก็ถูกจับตัวมาวางในตำแหน่ง รองหัวหน้าหมู่แมว ที่มีหน้าที่ด้านปัดกวาดเช็ดถูจัดระเบียบแมวน้อยใหญ่ก็เลยเพลิดเพลินในการรับ วิชามาร จาก แมวดำรุ่นพี่ ที่พ้นวัยทำงานไปแล้วแต่ยังอาลัยในอำนาจบาตรใหญ่คอยเสี้ยมสอนบงการ

มาเริ่มปฏิบัติการ เหยียบหัวแมวอื่น–ดันก้นแมวดำ โดยไม่ต้องคำนึงความถูกต้องดีงามหรือคุณธรรมอันใด

เป็นการใช้วิชามารอย่างแนบเนียนโดยเชิดชักให้ แมวขาว วัยเลยเกษียณเป็นประธานพิจารณาในรูปกรรมการ แต่เจ้าตัวเป็นผู้ชี้นำบงการในการจัดวางตัวทุกตำแหน่ง แมวอื่นหรือไม่ใช่แมวได้แต่พยักหน้าหงึกๆ

แมวที่หัดจับหนูได้เพียง 10 เดือนก็ยัดเยียดคะแนนให้ขึ้นแท่นเจ้าเมืองโดยอ้างว่ามีอายุความ 1 ปี 10 เดือนแล้ว ทั้งๆที่ 1 ปีนั้นเอาเวลาไปเรียนวิชาหาพรรคพวกนอกป่าต่างหาก

ที่ได้ก็เพราะหนึ่งนั้นเรียนโรงเรียนแมวเหมียวสีดำพร้อมกันและอีกหนึ่งร่วมโรงเรียนกินนอนชายล้วนมาด้วยกัน ถ้าไม่ใช่รุ่นเดียวก็รุ่นพี่รุ่นน้องที่มองเห็นกัน

เล่นเอาพวก แมวสีแดง แมวสีทอง แมวสีขาว แมวสีเขียว หรือพวกไม่ได้เข้า โรงเรียนแมวเหมียว แต่มาหัดจับหนูกันถึงสามสี่ปีแล้วต้องกลืนเลือดและน้ำตาต่อไป

บังเอิญที่ แมวจากเมืองตรัง ที่ลงสนามด้วยอาวุโสสูงสุดแต่ถูกเด็ดหัวกดคะแนนด้วยความแค้นเก่าก่อนที่เคยอยู่ร่วมจังหวัดจนสอบตกไม่เป็นท่าเกิดทนไม่ไหวเลยแปลงกายเป็น หมูไม่กลัวน้ำร้อน ออกมาป่าวร้องให้รู้กันทั่วป่าและนำคดีความไปฟ้องร้องเรียกหาความยุติธรรมต่อไป

ฟ้องก็ฟ้องไปสิใครเป็นหัวหน้าใหญ่ใครเป็นเจ้าป่าก็รับผิดชอบไปก็แล้วกัน แมวเจ้าเล่ห์คงคิดง่ายๆเช่นนั้นถึงไม่ได้พรั่นพรึงอะไร.

“ซี.12” (ผู้เล่าต่อ)

 

ปธพ.5 (ต่อ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 8 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/746306


หลักสูตรธรรมาภิบาลผู้บริหารทางการแพทย์ รุ่นที่ 5 (ปธพ.5)มีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมในกลุ่ม 2 แพทย์ผู้บริหารจากโรงเรียนแพทย์17คน ได้แก่

ผศ. นพ. พิสิษฐ์ พิริยาพรรณ คณบดีแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, ผศ.นพ.วรพล อร่ามรัศมีกุล ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ศ.พญ.มณี รัตนไชยานนท์ รองคณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, ศ.นพ.สมนึก ดำรงกิจชัยพร รองคณบดี คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี, รศ.ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์ รองคณบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล รามาธิบดี, ผศ. นพ.เสริมศักดิ์ สุมานนท์ รองคณบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, พญ.วรัทพร สิทธิจรูญ รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, รศ.พญ.ศิริวรรณ ตั้งจิตกมล รองคณบดี คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล ม.นวมินทราธิราช, นพ.สุรสิทธิ์ ตั้งสกุลวัฒนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, รศ.ดร. นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช, ผศ.พญ.ยุวรีย์ พิชิตโชค รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, ผศ.นพ. เจษฎา สิงห์เวชสกุล รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่,ผศ.นพ. วิชัย ลีละวงค์เทวัญ รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, รศ.พญ.อุทัยรัศมิ์ เชื่อมรัตนกุล รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, นพ.กวิรัช ตันติวงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, ผศ.นพ. วิษณุ กัมทรทิพย์ หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, รศ.ดร.นพ.สมบัติ ตรีประเสริฐสุข รอง หน.ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มที่ 3 แพทย์ผู้บริหารในภาครัฐอื่นๆ 19 คน ได้แก่ รศ.พลโท นพ.ชุมพล เปี่ยมสมบูรณ์ เจ้ากรมแพทย์ทหารบก พลตำรวจตรี นพ.ชนินทร์ ชะโยชัยชนะ รองนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ รศ.พลตรี นพ.กรีฑา ม่วงทอง ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พันเอก (พิเศษ) นพ.ณัฐนนท์ ภุคุกะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี กองทัพบก พันเอก (พิเศษ) นพ.ไพรัช มีลาภ ผู้อำนวยการกองวิทยาการ กรมแพทย์ทหารบก พันเอก (พิเศษ) นพ.มหัทธนา กมลศิลป์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร กองทัพบก พันเอก (พิเศษ) สุพัษชัย เมฆะสุวรรณดิษฐ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ จังหวัดปราจีนบุรี นาวาอากาศเอก (พิเศษ) นพ.ไกรเลิศ เธียรนุกุล รองเสนาธิการ กรมแพทย์ ทหารอากาศ นาวาอากาศเอก (พิเศษ) นพ.เพชร เกษตรสุวรรณ ผู้อำนวยการกองศัลยกรรม โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช นาวาอากาศเอก (พิเศษ) หญิง พญ.จินตนา มโนรมย์ภัทรสาร ประธานองค์กรแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์นาวาเอก (พิเศษ) พญ.หญิง กัญญรัตน์ อุปนิสากร หัวหน้ากลุ่มงานจักษุกรรม โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กองทัพเรือ นาวาเอก (พิเศษ) นพ.สุมิตร แดงดีเลิศ แพทย์ผู้ชำนาญการ กรมแพทย์ทหาร กองทัพเรือ แพทย์หญิงมนชนก สุวิชาญวนสิน รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงงานยาสูบ นพ.กมล ศรีจันทึก รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ พญ.อลิศรา ทัตตากร ผู้อำนวยการกองป้องกันโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำนักอนามัย กทม. ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พันเอกหญิง พญ.พนมวัลย์ บุณยมานพ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดสรรและชดเชยค่าบริการ สปสช. นพ.หม่อมหลวงสมชาย จักรพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ มูลนิธิ พอ.สว. นาวาโทหญิง พญ.อุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

สำหรับกลุ่มที่ 5 และกลุ่มที่ 6 จะนำเสนอในโอกาสต่อไป.

“ซี.12”

 

ปธพ.5

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 7 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/745382


หลักสูตรธรรมาภิบาลผู้บริหารทางการแพทย์ รุ่นที่ 5 (ปธพ.5) เป็นหลักสูตรที่สร้างตามแนวทางพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ต่อกรรมการแพทยสภา เพื่อแก้ปัญหาวงการแพทย์ไทย ให้แพทย์ไทย “อ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าดูถูกใคร”

หลักสูตรนี้ แพทยสภา ร่วมมือกับ สถาบันพระปกเกล้า จัดให้บุคลากรระดับสูงทางการแพทย์ 4 เสาหลัก มาศึกษาร่วมกับผู้บริหารระดับสูงภาครัฐ และเอกชน ศึกษาธรรมาภิบาลภาคปฏิบัติ นำไปวิจัยแก้ไขปัญหาประเทศ

ในปีนี้ได้เปิดการศึกษาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2559 ซึ่งเป็น วันมหิดล ไปถึงเดือนพฤษภาคม 2560 โดยแบ่งนักศึกษาออกเป็น 6 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 ผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข กลุ่มที่ 2 แพทย์ผู้บริหารจากโรงเรียนแพทย์ กลุ่มที่ 3 แพทย์ผู้บริหารในภาครัฐอื่นๆ กลุ่มที่ 4 แพทย์ผู้บริหาร ภาคเอกชน กลุ่มที่ 5 ผู้บริหารภาครัฐ/การเมือง/สื่อมวลชน กลุ่มที่ 6 ผู้บริหารภาคเอกชนที่ไม่ใช่แพทย์

เนื่องด้วยผู้เข้าอบรมมีจำนวนมากและแต่ละกลุ่มจำนวนไม่เท่ากัน จึงนำเสนอแบบไม่เรียงลำดับกลุ่ม เริ่มต้นด้วย กลุ่ม 1 ผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 18 คน ได้แก่ นาวาอากาศตรี นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต นพ.วิศิษฎ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นพ.วิโรจน์ วีรชัย ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี แพทย์หญิงณัฐภร ประกอบ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชัยนาท นพ.จรัญ บุญฤทธิการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร นพ.ศิษฏิคม เบ็ญจขันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย จังหวัดพิษณุโลก แพทย์หญิงสมพิศ จำปาเงิน ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี นพ.จิรศักดิ์ วิจักขณาลัญฉ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา นพ.ประภาส วีระพล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ นพ.ชัยพร สุชาติสุนทร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง นพ.จเด็ด ดียิ่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ นพ.จตุชัย มณีรัตน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นพ.ฐิติ กวักเพฑูรย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี นพ.บรรเจิด นนทสูติ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำปาง นพ.ภราดร มงคลจาตุรงค์ รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลน่าน นพ.วิทยา วัฒนเรืองโกวิท รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.มุกดาหาร นพ.สมชัย โชคพัฒนาพงศ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี นพ.สาธิต สันตดุสิต รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี

ติดตามด้วย กลุ่มที่ 4 แพทย์ผู้บริหาร ภาคเอกชนจำนวน 11 คน ได้แก่ นพ.ฉัตรชัย เจริญศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชเวชเชียงใหม่, นพ.ดำรงศักดิ์ ประพุทธ์พิทยา ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายบริหาร โรงพยาบาลธนบุรี 2, นพ.ดร.เทอดศักดิ์ โรจน์สุรกิตติ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์อาวุโส โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, นางสาวนภัส เปาโรหิต ผู้อำนวยการอาวุโสการตลาด โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, นพ.ประจักษ์ บุญจิตต์พิมล กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลนวมินทร์, พญ.ปริศนา สุขีพจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท, นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน, นพ.ศิริพงศ์ เหลืองวารินกุล กรรมการบริหาร โรงพยาบาลรามคำแหง, นพ.สุคนธ์ คำวิชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพะเยาราม จังหวัดพะเยา, นพ.อธิวัฒน์ น้อยประสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิษณุเวช จังหวัดพิษณุโลก, ทพ.อนุศักดิ์ คงมาลัย กรรมการผู้จัดการฯ โรงพยาบาลศุภมิตร จังหวัดสุพรรณบุรี

หลักสูตรนี้มี ศาสตราจารย์ นพ.เกษม วัฒนชัย เป็นประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ และ พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เป็นเลขาธิการมูลนิธิฯ และผู้อำนวยการหลักสูตรฯ.

“ซี.12”

 

เรื่องจริงที่มหาดไทย (3)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 6 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/743887


จากข้อมูลที่เป็นจริงถึงกระบวนการคัดตัวรองผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดของกระทรวงมหาดไทยในปีนี้นั้น

สามารถกล่าวได้เลยว่าเรื่องอาวุโสมีความหมายน้อยที่สุดในสายตาของผู้พิจารณา ดังนั้นถ้าหากยอมรับกันอย่างนั้นแล้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งผ่านเข้ารอบการคัดเลือกในรอบแรกจำนวน 4 คน ควรจะได้รับการพิจารณาให้ขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดในคราวนี้ด้วยทั้งหมด

แต่ปรากฏว่าได้เพียงคนเดียวคือ นายวีรนันท์ เพ็งจันทร์ รอง ผวจ.ปัตตานี ที่ได้ขึ้นเป็น ผวจ.ปัตตานี

ส่วน 3 รอง ผวจ.ที่เหลือได้แก่ นายลือชัย เจริญทรัพย์ รองผวจ.ปัตตานี นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ รอง ผวจ.ยะลา และ นายเถกิงศักดิ์ ยกศิริ รอง ผวจ.นราธิวาส ไม่ได้มีค่าในสายตาของกรรมการผู้พิจารณาตลอดจนผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทยเลยจึงสอบตกกันหมด

ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับกระสุนปืนและกับระเบิดนานาชนิดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันมามากกว่า 1 ปี บางคนก็ 2 ปี 3 ปี แถมมีเวลาทวีคูณตามกฎหมายแบบเดียวกับที่ตำรวจทหารเอาไปอ้างในการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งด้วย

อย่าว่ากระไรเลยแม้แต่การออกไปพบปะราษฎรไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมเยียนไต่ถามทุกข์สุขตลอดจนการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นก็ยุ่งยากลำบากด้านภาษามากกว่าไปพบคนสิงห์บุรีหรือคนระนองเสียอีก

เมื่อเทียบกับ รองผู้ว่าฯ ที่เอาเวลาไปเรียน วปอ.เสียหนึ่งปีเต็มเหลือเวลาทำงานให้ประชาชนในจังหวัดเพียง 10 เดือนแล้วห่างชั้นกันหลายร้อยโยชน์พันโยชน์

หรือจะให้เอ่ยชื่อรองอธิบดีและรองผู้ว่าฯที่กรรมการชุดนี้ตัดสินให้สอบตกหน้าตาเฉยอย่างเช่น นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ รอง ผวจ.สิงห์บุรี ที่เป็นรอง ผวจ. 2 จังหวัดรวม 4 ปี

ทั้งคู่ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2555 เพียงแต่ว่าเป็นวิศวกรจาก รพช.และกรมโยธาธิการและผังเมือง ก็เลยถูกเมินหน้าหนีเสียอย่างนั้นทั้งๆที่ได้ซึมซับการทำงานด้านการแก้ปัญหาช่วยเหลือชาวบ้านทั้งด้านงานช่างและงานปกครองมานานพอสมควร

อีกรายคือ นายธัชชัย สีสุวรรณ รอง ผวจ.พิษณุโลก ขึ้นมาเมื่อปี 2555 เช่นกัน เป็นรองมาแล้ว 3-4 จังหวัด สมัยหนุ่มๆเคยทำงานในกระทรวงเป็นเลขานุการ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย 2 คนที่เป็นที่นับถือกันว่าเป็นคนดีของแผ่นดินคือ นายบรรจง กันตวิรุฒ กับ นายสุดจิต นิมิตกุล

ขานชื่ออีกคนเป็นคนสุดท้าย นายสุทธา สายวณิชย์ รอง ผวจ.พิษณุโลก รายนี้ขึ้นรองเมื่อปี 2553 ที่นครนายก 6 ปีมาแล้ว ต่อมาย้ายไปเป็นรอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน พิจิตร ตาก และพิษณุโลกในปัจจุบัน

ที่น่าสังเวชก็คือเมื่อตอน รองสุทธา เป็นรอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน นั้น รองผู้ว่าฯ 10 เดือน ที่ได้ขึ้นเป็นผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนในคราวนี้ยังเป็นเพียงนายอำเภอคนหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเท่านั้นเอง

เพราะฉะนั้นกระทรวงมหาดไทยอย่าเผลอย้ายรองสุทธากลับไปเป็นรอง ผวจ.แม่ฮ่องสอนอีกครั้งล่ะ

นี่แหละความเหลวไหลเละเทะที่ทำให้กระทรวงมหาดไทยเปรอะเปื้อนไปอีกนาน.

“ซี.12”

 

เรื่องจริงที่มหาดไทย (2)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/742857


ข้อมูลแรกนำเสนอไปแล้วว่ารองผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีอาวุโสน้อยเกินไปได้ขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2559 จำนวน 6 คนจาก 22 คน

ทั้ง 6 รายนี้ประกอบด้วย ลำดับที่ 10 นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล รอง ผวจ.ปทุมธานีได้เป็น ผวจ.เพชรบูรณ์ ลำดับที่ 11 นายวัฒนา พุฒิชาติ รอง ผวจ.ศรีสะเกษได้เป็น ผวจ.แพร่ ลำดับที่ 12 นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ รอง ผวจ.สิงห์บุรีได้เป็น ผวจ.แม่ฮ่องสอน ลำดับที่ 15 นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ รอง ผวจ.อุบลราชธานีได้เป็น ผวจ.บึงกาฬ ลำดับที่ 16 นายเสน่ห์ นนทโชติ รอง ผวจ.เลยได้เป็น ผวจ.มหาสารคาม ลำดับที่ 25 นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ รอง ผวจ.ระนอง ได้เป็น ผวจ.ระนอง

ข้อมูลที่สอง มีรอง ผวจ. 2 รายในจำนวนนี้ที่ใช้เวลาในการเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดไปเรียน วปอ.รุ่นที่ 58 เสีย 1 ปีเต็มตั้งแต่วันที่1 ตุลาคม 2558 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2559 คือ ลำดับที่ 12 นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ รอง ผวจ.สิงห์บุรี ที่ได้เป็น ผวจ.แม่ฮ่องสอน กับลำดับที่ 25 นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ รอง ผวจ.ระนอง ที่ได้เป็น ผวจ.ระนอง

2 รายนี้มีเวลาในการทำงานในหน้าที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดจริงๆ 10 เดือนรวมวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดราชการอีก 1 ปีหรือ 12 เดือนเป็นการไปเรียน วปอ.

จะบอกว่าการไปเรียน วปอ.เป็นการปฏิบัติราชการเหมือนกันก็ใช่ แต่เป็นราชการเพื่อตัวเองเสีย 90 เปอร์เซ็นต์เหลือให้จังหวัดและประชาชนสัก 10 เปอร์เซ็นต์จะถึงหรือเปล่า

อยากจะถ่ายทอดบรรยากาศในการพิจารณาของสิ่งที่เรียกว่าคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้ง ผวจ.คราวนี้ที่ประกอบด้วยอดีตรองปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้แทน อ.ก.พ.กระทรวง และผู้แทน ก.พ.รวม 5 คนนั้น

มีคนเดียวที่มีบทบาทในการพูดจาชี้นำทุกประการคนโน้นมีประวัติไม่ดี คนนี้ไม่เข้าท่า ต้องคนนี้สิใช้ได้ ฯลฯ แต่ไม่มีการแสดงหลักฐานประกอบใดๆทั้งสิ้น

คนอื่นๆที่เหลือคล้ายๆกับว่าได้รับแจกสากคนละอันก่อนเข้าประชุม

แล้วผลการคัดเลือกก็ออกมาตามนั้น แล้วที่น่าสลดใจก็คือคนที่มีอำนาจที่แท้จริงตั้งแต่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ไม่หือไม่อืออะไรทั้งสิ้นใส่พานส่งต่อๆกันเข้า ครม.ไปเลย

ถ้ามีหัวจิตหัวใจสักนิดจะไม่คิดบ้างเลยหรือว่าคนทำงานในหน้าที่เพียง 10 เดือน จะมีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันจนโดดเด่นกว่าคนอื่นขนาดนี้

อย่าลืมว่ายังมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดอีกนับสิบนับร้อยคนในประเทศนี้ที่ทำงานมานาน 3 ปี 4 ปี 5 ปี 6 ปี แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาให้ขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดและยังต้องกล้ำกลืนฝืนทนกันต่อไปจนกว่าจะเกษียณอายุหรือสิ้นบุญ

มือน้อยๆคู่นี้ไม่อาจซับน้ำตาให้ท่านได้ ต้องรอความเมตตาจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีผู้เป็นความหวังของสังคมไทยเท่านั้น.

“ซี.12”

 

เรื่องจริงที่มหาดไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 4 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/741646


เรื่องราวและข้อมูลในวันนี้จะเขียนเล่นๆเป็นนิทานเจ้าเมืองอย่างเดิมไม่ได้อีกแล้วเพราะเป็นเรื่องจริงจังที่รอการตัดสินใจด้วยคุณธรรมของผู้เกี่ยวข้อง

ตั้งใจเลือกวันอังคารที่ 4 ตุลาคม มานำเสนอเรื่องนี้เพราะเป็นวันประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติ ตั้งใจให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรี ทุกคนได้รับทราบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทยนั้นมันกระทบกับระบบคุณธรรมขนาดไหนและเกิดขึ้นโดยการกระทำของใครโดยปราศจากการสอดส่องดูแลของใคร

จึงได้นำโผการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่บกพร่องไม่ได้มีการตรวจสอบทางด้านความถูกต้องเหมาะสมมาให้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงอื่นร่วมกันมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2559

จนมีผู้ร้องเรียนขึ้นมาจนเป็นเรื่องเป็นราวและมีการร้องทุกข์ตามกระบวนการและคาดว่าเรื่องนี้จะต้องเข้าสู่ศาลปกครองแน่นอน

คำชี้แจงของผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทยนั้นเป็นไปแบบอ้อมแอ้มไม่ตรงประเด็น อ้างว่าเป็นการดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการที่ทางกระทรวงตั้งขึ้นมา เพราะฉะนั้นจึงถูกต้องแล้วดีแล้วหรืออะไรทำนองนั้น

วันนี้จึงขอนำข้อมูลบางอย่างมาตีแผ่ให้สังคมได้รับรู้ว่าข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร ขอให้ พลเอกประยุทธ์ และ รัฐมนตรี นอกกระทรวงมหาดไทยติดตามดูดีๆเถิด

โผการแต่งตั้งคราวนั้น กระทรวงมหาดไทยเสนอมาทั้งสิ้น 30 ราย เป็นการย้ายสับเปลี่ยนจังหวัดของผู้ว่าราชการจังหวัด 3 ราย เป็นการแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด และรองอธิบดี เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 3 ราย

ที่เหลือ 24 รายเป็นการแต่งตั้งหรือเลื่อนรองผู้ว่าราชการจังหวัด 22 ราย รองอธิบดี 1 ราย และ ผู้ช่วยปลัดกระทรวง 1 ราย ขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด

รายรองอธิบดีและผู้ช่วยปลัดกระทรวงนั้นยกไว้เถิดเพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ใช้ดุลพินิจเลือกบุคคลในตำแหน่งอื่นขึ้นมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสักรายสองรายก็พอฟังได้ เหลือรอง ผวจ. 22 ราย ที่ต้องพิจารณา

ผลปรากฏว่ามีรอง ผวจ.ที่มีอาวุโสน้อยเกินไปในตำแหน่งนี้ได้รับการพิจารณาให้ขึ้นเป็น ผวจ.ถึง 6 ราย มากกว่าหนึ่งในสี่ด้วยซ้ำไป

ทั้ง 6 รายนี้ประกอบด้วย ลำดับที่ 10 นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล รอง ผวจ.ปทุมธานี ได้เป็น ผวจ.เพชรบูรณ์ ลำดับที่ 11 นายวัฒนา พุฒิชาติ รอง ผวจ.ศรีสะเกษ ได้เป็น ผวจ.แพร่ ลำดับที่ 12 นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ รอง ผวจ.สิงห์บุรี ได้เป็น ผวจ.แม่ฮ่องสอน ลำดับที่ 15 นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ รอง ผวจ.อุบลราชธานี ได้เป็น ผวจ.บึงกาฬ ลำดับที่ 16 นายเสน่ห์ นนทโชติ รอง ผวจ.เลย ได้เป็น ผวจ.มหาสารคาม ลำดับ ที่ 25 นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ รอง ผวจ.ระนอง ได้เป็น ผวจ.ระนอง

ทั้งหมดนี้ขึ้นเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2557 นับเวลาการดำรงตำแหน่งรอง ผวจ.จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2559 คนละ 1 ปี 10 เดือน พอดี

แล้วทราบไหมว่า 2 รายในจำนวนนี้ยังใช้เวลาในการเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดไปเรียน วปอ.รุ่นที่ 58 เสีย 1 ปีเต็มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2559 เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง

มีเวลาทำงานให้ชาวบ้านและทางราชการในหน้าที่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพียง 10 เดือน…ยืนยัน 10 เดือน รวมทั้งวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดราชการ

ถ้าพลเอกประยุทธ์และรัฐมนตรีนอกกระทรวงมหาดไทยอยากทราบว่าใครเป็นใครโปรดติดตามอ่านต่อในวันพรุ่งนี้.

“ซี.12”

 

รางวัล ก.พ.ร.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 3 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/740831


เมื่อตอนปลายปีงบประมาณ 2559 ที่ผ่านมา สำนักงาน ก.พ.ร. ได้จัดการมอบรางวัลประจำปีแก่หน่วยราชการที่มีผลงานโดดเด่นในด้านต่างๆ

ทำบันทึกไปแล้วถึงรางวัลประเภทการบริการภาครัฐแห่งชาติ ยังมีอีก 2 ประเภทคือ รางวัล คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ กับ รางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม

มีตัวอย่างหน่วยงานที่โดดเด่นและได้รับรางวัลในประเภทคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐคือ

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถือเป็นหน่วยงานที่มีภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง มีการขับเคลื่อนการนำอย่างเป็นระบบ สามารถผลักดันองค์การไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ ในการเป็น “องค์กรที่เป็นเลิศด้านการบริหาร บริการ และวิชาการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มีมาตรฐานครอบคลุมและเป็นธรรม เพื่อคนไทยมีสุขภาพดี”

กรมสรรพากร ได้มีกระบวนการวางแผนยุทธศาสตร์ที่พิจารณาถึงความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ ความสามารถด้านเทคโนโลยี สารสนเทศขององค์การมาใช้ร่วมกัน เพื่อกำหนดกรอบแผนงานและเป้าหมาย โดยมีการถ่ายทอดยุทธศาสตร์เป็นไปอย่างมีลำดับจากผู้บริหารสูงสุดถึงบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน

กรมพัฒนาที่ดิน ที่ได้มีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลทรัพยากรดินกลางของประเทศที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ผ่านระบบ Web Map Service เพื่อเป็นศูนย์รวมแห่งการเรียนรู้ รวมทั้งมีการพัฒนาคลังความรู้เพื่อการปฏิบัติงานเป็นชุดองค์ความรู้ต่างๆ และสื่อสารผ่านช่องทางที่หลากหลาย

ส่วน รางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม มีหน่วยงานที่ได้รับรางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วมในระดับดีเยี่ยมจำนวน 3 หน่วยงาน ดังนี้

1.ประเภทรางวัลพัฒนาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ได้แก่ กรมทรัพยากรน้ำ และกรมส่งเสริมการเกษตร 2. ประเภทรางวัลขยายผลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กรมทรัพยากรน้ำ ได้มีโครงการกระบวนการแกนหมุนลุ่มน้ำวัง จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคของประชาชนในชนบท สร้างความรู้ ความเข้าใจ และกลไกการขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำในลักษณะเครือข่ายและระดมพลังจากทุกภาคส่วน รวมทั้งเสริมสร้างพลังประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ ให้มีขีดความสามารถในการพัฒนาการเก็บกักของแหล่งน้ำที่มีอยู่เดิม และปรับปรุงแหล่งน้ำธรรมชาติ

กรมส่งเสริมการเกษตร นำเสนอโครงการสร้างรายได้และพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชนเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง : กรณีการจัดการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรของชุมชนในพื้นที่ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เป็นโครงการที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทตัดสินใจในการแก้ปัญหาภัยแล้งของชุมชนเอง

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำเสนอ “โครงการพัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชนบริเวณแนวกันชนในพื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ กลุ่มป่าตะวันออก และกลุ่มป่าแก่งกระจาน” มีการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องในการอนุรักษ์ คุ้มครอง และรักษาไว้ซึ่งคุณค่าของผืนป่าโดยมุ่งเน้นให้เกิดการคุ้มครองผืนป่าโดยธรรมชาติให้เป็นผืนป่าเดียวกัน

ผลงานเหล่านี้ย่อมเป็นที่ภาคภูมิใจของทุกผู้คนในกรมและเป็นกำลังใจให้คิดพิชิตรางวัลในปีต่อไปอีก.

“ซี.12”

 

มุมข้าราชการ 01/10/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 1 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/739101


วันแรก ของปีงบประมาณเป็นวันหยุดราชการเสาร์-อาทิตย์ ก็เลยขอใช้โอกาสนี้ทบทวนถึงผลงานโดดเด่นของส่วนราชการต่างๆที่ได้รับ รางวัล ก.พ.ร. อันเป็นรางวัลที่แจกกันหลากหลายใน 3 ประเภทคือ รางวัลบริการภาครัฐแห่งชาติ รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ และ รางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม…

ในปีนี้มีหน่วยงานหรือผลงานที่ผ่านการพิจารณาได้รับรางวัลดังกล่าวทั้งสิ้น 156 รางวัล โดยแบ่งออกเป็นรางวัลบริการภาครัฐแห่งชาติ 119 ผลงาน รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 18 ส่วนราชการและรางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม 19 รางวัล…

ถ้าจะนำรางวัลทั้งหมดมานำเสนอว่าหน่วยไหนใครได้รับบ้างคงจะเสนอกันไม่ไหวจึงขอยกตัวอย่างหน่วยงานที่ได้รับรางวัลบริการภาครัฐแห่งชาติที่โดดเด่นจริงๆ เช่น สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี สำนักป้องกันและลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติด กรมการแพทย์ ได้รับรางวัลจากผลงานการลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติดสู่การบำบัดฟื้นฟูชาวเขาที่ติดฝิ่น ซึ่งได้มีการบูรณาการในการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จนส่งผลให้การบำบัดผู้เสพติดฝิ่นเป็นไปอย่างมีระบบและเกิดสัมฤทธิผล …

หน่วยงานที่สอง โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมถ์ กรมสุขภาพจิต ได้รับรางวัลจากผลงานการฝึกทักษะทางอาชีพและสังคมเพื่อการมีงานทำของบุคคลออทิสติก ซึ่งมีนวัตกรรมในการบริหารจัดการเพื่อฝึกทักษะการเรียนรู้ให้กับบุคคลออทิสติก…

ติดตามด้วยหน่วยงานที่สาม โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ จากผลงานนาฬิกาอัจฉริยะเตือนภาวะน้ำตาลต่ำในผู้ป่วยเบาหวาน โดยทีมพัฒนาการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ที่ลดอัตราการเสียชีวิตเนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำ ที่สำคัญลดค่าใช้จ่ายในการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ถือเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงและทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสเข้าถึงการบริการได้อย่างมีคุณภาพ…

งานด้านอื่นๆยังมี กองพาณิชย์ดิจิตอล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จากผลงานพัฒนาศักยภาพ SMEs ด้านการค้าออนไลน์อย่างครบวงจร : Smart Online SMEs (S.O.S) ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการ SMEs กว่าร้อยละ 90 ของผู้ประกอบการทั้งประเทศสามารถแข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก โดยการสร้างตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ Thaitrad.com ขึ้น เมื่อปี 2554 เพื่อเป็นช่องทางการค้าผ่านระบบออนไลน์และสร้างโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการ SMEs…n นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างผลงานจาก สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท กรมกิจการเด็กและเยาวชน ภายใต้ชื่อโครงการแสงตะวัน ที่เป็นโครงการที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ของการทำงานสงเคราะห์เด็กที่ถูกทิ้งที่สาธารณะ ถูกทิ้งที่โรงพยาบาล หรือถูกกระทำรุนแรง ในช่วงปฐมวัย โดยความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการดูแลไปพร้อมๆกับใส่ใจอนาคตของเด็ก เพื่อพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการและเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจตามวัย ให้มีโอกาสในการศึกษาและการประกอบอาชีพตามที่ถนัดอันเป็นการตัดวงจรปัญหาสังคมต่อไป…

นั่นเป็นตัวอย่างของรางวัลประเภทแรก สำหรับรางวัลประเภทที่สองคือ รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ และ รางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม จะได้นำเสนอต่อไปพร้อมกับการต้อนรับ เลขาธิการ ก.พ.ร. คนใหม่ที่เป็นคนหน้าเดิม ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์…

“ซี.12”