วันสุดท้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 30 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/737932


วันที่ข้าราชการทุกคนจะต้องเดินทางมาถึงเป็นวันสุดท้ายของการทำงานคือวันสิ้นปีงบประมาณหรือวันที่ 30 กันยายนของแต่ละปีสำหรับคนที่อายุครบถ้วน 60 ปีบริบูรณ์ ซึ่งจะต้องเกษียณอายุราชการ

สำรวจตรวจสอบกันอีกครั้งหนึ่งสำหรับผู้ที่ถึงเวลาอำลาชีวิตราชการที่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงและเป็นหัวหน้าหน่วยงานระดับกระทรวง มีด้วยกันทั้งสิ้น 6 ปลัดกระทรวง และ 6 เลขาธิการ/ผู้อำนวยการ

ทั้งอาจนับรวมถึง 2 อดีตปลัดกระทรวงที่จำพรากจากตำแหน่งเดิมมาเป็นที่ปรึกษาพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้วยก็ได้

บางคนเคยเข้ากรุในตำแหน่งทำนองนี้แต่ด้วยความรู้ความสามารถที่มีติดตัวประกอบด้วยความอดทนจนสามารถคืนกลับเข้าสู่ตำแหน่งหลักและเกษียณอายุราชการไปด้วยความสง่าผ่าเผยก็มีตัวตนให้เห็นและเอ่ยนามได้ด้วยความนับถือคือ นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ถูกย้ายมาเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำอยู่ระยะหนึ่งแล้วได้เป็นเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการจนเกษียณในวันนี้

พูดถึงปลัดกระทรวงที่เกษียณแล้วมีคนที่สมควรเอ่ยถึงอยู่ 2 รายทั้งชายหญิงคือ นายอภินันท์ โปษยานนท์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กับ นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ทั้ง 2 รายเป็นปลัดกระทรวงพร้อมกันเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2557 เดือนเศษหลังการยึดอำนาจของ คสช.ต่างมีผลงานที่ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ในสายงานของตัวเองมิได้น้อยหน้าไปกว่ากัน

สำหรับผู้ที่อยู่ในตำแหน่งเลขาธิการนอกจาก เลขาธิการชูเกียรติ แล้ว จะพลาดไปไม่ได้สำหรับ นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ผู้มีบทบาทสำคัญในฝ่ายพลเรือนในการเสริมสร้างความสงบสุขในพื้นที่ตรงนั้น

มาถึงตำแหน่งอธิบดีที่เกษียณออกไปมากกว่าสิบรายมีคนที่สมควรเอ่ยถึงเป็นพิเศษ รายแรกก็คือ นายอภินันท์ จันทรังษี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ที่มาจากผู้ว่าราชการจังหวัด ทำงานในหน้าที่ติดต่อกัน
2 รัฐบาลด้วยความเป็นข้าราชการมืออาชีพ

อีกรายคือ นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งถึงแม้จะมีเวลาทำงานในกรมนี้เพียงปีเดียวแต่ได้วางมาตรฐานที่สำคัญในการดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินให้เป็นประโยชน์ต่อรัฐและประชาชน

ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ควรขานชื่อในโอกาสเกษียณอายุคือ นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี 4 ปี ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ 1 ปี ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี 2 ปี

ส่วนเอกอัครราชทูตที่สร้างเกียรติประวัติในราชการอย่างน่าชื่นชมคือ นายธีรกุล นิยม ผู้เริ่มต้นด้วยการเป็นเอกอัครราชทูตประจำกระทรวงแล้วเป็นอธิบดีกรมการกงสุลอยู่ 3 ปี ออกไปเป็นทูตที่กรุงโซลเกาหลีใต้ได้เพียง 6 เดือน ก็ถูกเรียกตัวกลับมาเป็นปลัดกระทรวงการต่างประเทศ 2 ปี ขอกลับไปเป็นทูตที่นอร์เวย์ 4 ปี และย้ายมาเป็นทูตปักกิ่งใน 2 ปีสุดท้ายของชีวิตราชการ

16.30 น. วันนี้ เมื่อถึงนาทีสุดท้ายของชีวิตราชการจะเป็นบทเริ่มต้นของการได้สัมผัสรสชาติของการเป็นประชาชนเต็มขั้น.

“ซี.12”

 

การศึกษาในอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 29 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/737051


การจัดการศึกษาของไทยในอนาคตจะมีแต่เพียงนักคิด อันได้แก่ นักการศึกษา นักวิชาการ นักวางแผน ผู้นำไปปฏิบัติ คือ ครูบาอาจารย์และนักเรียนซึ่งเป็นผลผลิตไม่ได้แล้ว

นี่เป็นประเด็นที่ นายจันโททัย กลีบเมฆ อดีตนักการศึกษาในระดับรองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาหยิบยกมานำเสนอเป็นข้อคิดโดยระบุว่า

การจัดการศึกษาในอนาคตจำเป็นจะต้องมีทั้งนักคิด ผู้นำไปปฏิบัติ และผู้ให้การสนับสนุน ประกอบกันไปทั้ง 3 ส่วนอย่างกลมกลืนกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งผลผลิตที่มีคุณภาพ

ในปัจจุบันเราคุ้นเคยกับการจัดการเรียนการสอนที่ครูเป็นผู้รับแนวความคิดและนโยบายมาจากระดับสูงเพื่อนำไปปฏิบัติโดยผู้ปกครอง ชุมชนและท้องถิ่นเข้าไปมีส่วนร่วมเพียงเล็กน้อย เช่น กรรมการสถานศึกษา เป็นต้น ดังนั้น ในอนาคตควรมีการเพิ่มบทบาทของผู้ปกครอง ชุมชน และท้องถิ่นให้มากขึ้น จะเปรียบเทียบให้เห็นพอสังเขป ดังนี้

บทบาทของผู้ปกครอง ชุมชน และท้องถิ่นที่มีต่อการศึกษาในอดีตและปัจจุบันนั้น ในความเป็นจริงแต่ละโรงเรียนมีแนวโน้มจะอยู่อย่างโดดเดี่ยว การติดต่อระหว่างผู้ปกครอง ชุมชน และท้องถิ่น กับโรงเรียนมีน้อย ถึงน้อยมากหรือไม่มีเลย

งานหลักของครู ได้แก่ การป้อนคำสอนจากตำราให้ตรงกับหลักสูตรหรืองานที่กำหนดไว้ ซึ่งผู้ปกครอง ชุมชน และท้องถิ่นไม่มีส่วนได้สำรวจ รับรู้ หรือแสดงความคิดเห็นและเหตุผลที่ผู้ปกครองชุมชน และท้องถิ่นต้องการให้โรงเรียนได้รับทราบ

การจัดการเรียนการสอนก็จะสำเร็จรูปจากกรม กระทรวงและครู เพื่อนำมาอบรมสั่งสอนให้แก่นักเรียนทั่วประเทศ ในส่วนของหลักสูตรก็จะเป็นแนวปฏิบัติที่สืบทอดกันมา ไม่ค่อยมีการปรับปรุงให้มีคุณภาพดีขึ้น

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการประเมินก็คือ นักเรียนจะได้ประกาศนียบัตรเมื่อศึกษาจบหลักสูตร นักเรียนที่เรียนดีมีผลงานเยี่ยมยอดจะได้อยู่ใกล้ชิดครู และครูจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ ส่วนผู้ปกครองจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับผลการเรียนของนักเรียนเท่านั้น

ที่จริงแล้วบทบาทของผู้ปกครอง ชุมชน และท้องถิ่นที่มีต่อการจัดการศึกษาในอนาคตควรจะเป็นดังนี้คือ

งานหลักของครู ได้แก่ การสร้างสรรค์ความสำเร็จให้เกิดตามสภาพสิ่งแวดล้อมของชุมชนและท้องถิ่นที่ตั้งของโรงเรียน โดยหลักสูตรจะเป็นเพียงการเน้นการแก้ปัญหาให้แก่นักเรียนเท่านั้น โดยครูผู้ปกครอง ชุมชนและท้องถิ่นต้องช่วยกันประชุม ปรึกษาหารือคิดวางแผนเพื่อกำหนดเป็นหลักสูตรท้องถิ่นของตนเอง และเอาไปใช้อย่างจริงจังทุกชั้นเรียน

หลักสูตรมีความหลากหลายตามความต้องการของผู้ปกครองชุมชน และท้องถิ่น ความสำเร็จในความหลากหลายของหลักสูตรขึ้นอยู่กับผู้เรียนและชุมชน โดยมีครูเป็นเพียงผู้ชี้แนะเท่านั้น

ผลงานแห่งความสำเร็จ คือ ผลงานที่ดีที่สุดของนักเรียนที่แข่งขันกับตัวเองไม่ใช่แข่งขันกับเพื่อนนักเรียนด้วยกัน

การนำเสนอแนวคิดเหล่านี้เป็นเรื่องที่ดี แต่นักการศึกษาและนักวิชาการทั้งหลายจะมีเวลาและจิตใจที่กว้างขวางในการรับข้อคิดของผู้มีประสบการณ์บ้างหรือไม่ยังไม่แน่ใจนัก.

“ซี.12”

 

กำจัดผักตบชวา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 28 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/735581


ปัญหาเรื่องผักตบชวาที่กำลังกลายเป็นวาระแห่งชาติเพราะกำจัดเท่าไหร่ก็ไม่หมดเสียทีนั้น

นายพูนศักดิ์ วาณิชวิเศษกุล นายอำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นคนทำงานอีกคนหนึ่งซึ่งขอร่วมแสดงความคิดเห็นว่าปัญหานี้จะว่าเป็นเรื่องเล็กก็เล็กเพราะเป็นแค่ผักแค่หญ้า แต่พอจะเป็นเรื่องใหญ่ มันก็ใหญ่จนเกิดความเสียหายตามมามากมาย การสะสมของผักตบชวาจากลำน้ำห้วยหนองคลองบึงออกสู่แม่น้ำสายใหญ่ กลายเป็นปัญหาการจราจรทางน้ำติดขัด บางแห่งทำให้แหล่งน้ำตื้นเขิน บางจุดอุดตันกลายเป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วม

ไม่นานมานี้หลายจังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยามีผักตบมารวมตัวกันหลายหมื่นตัน เดือดร้อนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดต้องออกโรงกางเต็นท์บัญชาการระดมสรรพกำลัง เครื่องจักรกลหนักเบา ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ออกมาจัดการนานนับสัปดาห์ และถ้าคำนวณมูลค่างบประมาณที่ใช้รวมกันน่าจะหลายล้านบาท

มีรายงานทางวิชาการระบุว่า ผักตบชวาแค่ 10 ต้น สามารถแพร่พันธุ์ขยายเป็น 1 ล้านต้น ภายในเวลา 1 ปีก็น่าจะจริง เพราะเพียง 10 ปี นับแต่ผักตบต้นแรกถูกนำจากเมืองชวาเข้ามาไทยเมื่อปี 2446 การแพร่พันธุ์ที่รวดเร็วอย่างเหลือเชื่อของผักตบชวาได้กลายเป็นปัญหาระดับประเทศ ถึงกับต้องออกกฎหมาย พ.ร.บ.กำจัดผักตบชวา พ.ศ.2456 กำหนดให้การกำจัดผักตบชวาเป็นงานสาธารณประโยชน์ เป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนต้องลงแรงช่วยกัน แล้วยังมีบทลงโทษผู้ไม่ให้ความร่วมมืออีกด้วย ใครขยายพันธุ์ต่อ นอกจากถูกปรับแล้วยังมีโทษจำคุกอีก ทว่ากฎหมายนี้ถูกยกเลิกในปี พ.ศ.2546 ด้วยเหตุผลไม่เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน

ต้นปีนี้เมื่อมีการหยิบยกปัญหาผักตบชวาขึ้นมาคุยในระดับชาติ กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการไปยังจังหวัด อำเภอ ให้บูรณาการทุกหน่วยงานร่วมกันกำจัดผักตบชวาในแหล่งน้ำทุกแห่งทั้งประเทศ กระทรวงมหาดไทยได้รายงานยอดที่จัดเก็บได้ ณ สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2559 จัดเก็บได้จำนวนทั้งสิ้น 3,654,173 ตัน

ที่อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด ได้จัดทำ “โครงการประชารัฐร่วมใจ คลองสวยน้ำใส คนไทยมีความสุข ปลุกจิตอาสา ร่วมกันกำจัด ผักตบชวา” ขึ้นระดมพลังทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มพลังอาสาต่างๆ เช่น อส. อส.พช. อสม. อปพร. อาสาเกษตร อาสาปศุสัตว์ ฯลฯ กำลังทหารจาก มทบ.27 ร่วมกันกำจัดผักตบชวาในลำห้วยต่างๆครั้งใหญ่ถึง 8 ครั้ง สามารถจัดเก็บได้รวม 48 ตัน

แม้แต่เด็กนักเรียนชั้นประถมโรงเรียนบ้านดอนแก้ว ตำบลบึงงาม มีกันแค่ 16 คน ก็ยังได้ช่วยกันเก็บอย่างสนุกสนาน ให้ ผอ.โรงเรียนได้นำไปทำปุ๋ยหมักอีกด้วย

เป็นการปลุกจิตสำนึกในการทำประโยชน์แก่ส่วนรวมได้เป็นอย่างดี และปลายปีนี้ก็จะจัดทำโครงการประชารัฐร่วมใจกันกำจัดผักตบชวาต่อไปอีก

การจัดการผักตบชวานั้น ถ้าได้มีการสำรวจ วางแผน การระดมคน การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือ เช่น คราด เชือก ไปจนถึงรถลาก รถตักแบ็กโฮ การใช้ประโยชน์ต่อเนื่อง เช่น ทำปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนทางการเกษตร ทำเครื่องจักสาน ฯลฯ และทำอย่างต่อเนื่อง

จัดเป็น “สัปดาห์แห่งการรณรงค์กำจัดผักตบชวา” ต้นปี กลางปี และปลายปี เก็บคนละต้น คนละไม้คนละมือ เชื่อว่าจะสามารถตัดตอนการแพร่พันธุ์ให้น้อยลงๆ จนกระทั่งไม่เป็นปัญหาในที่สุด

ถ้าเป็นวาระแห่งชาติในการทำสงครามเอาชนะผักตบชวาก็คงจะเข้าท่า จะได้ประกาศชัยชนะเป็นท้องที่ๆไป ไม่น่าต้องถึงกับใช้ ม.44 ตามที่ท่านนายกฯเคยแซวไว้.

“ซี.12”

 

นายอำเภอเกษียณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 27 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/734345


นายอำเภออำนวยการระดับสูงที่รับราชการมาจนถึงวันเวลาแห่งการ เกษียณอายุราชการตอนสิ้นปีงบประมาณนี้ยังมีดังต่อไปนี้

51.นายวิบูลย์ ปั้นศิริ นายอำเภอเมืองสมุทรปราการ 52.นางวิภาดา เหลืองแสงทอง นายอำเภอศรีเทพ เพชรบูรณ์ 53.นายวิรัตน์ อรรถธีระพงษ์ นายอำเภอหนองบุญมาก นครราชสีมา 54.นายวิวัฒน์ สุภาพ นายอำเภอสอยดาว จันทบุรี 55.นายวิสา ยัญญลักษณ์ นายอำเภอวังสะพุง เลย 56.นายวิสิฐ ตั้งปอง นายอำเภอย่านตาขาว ตรัง 57.นายวุฒิดนัย สวัสดินฤนาท นายอำเภอวัฒนานคร สระแก้ว 58.นายศุภศิษฎ์ กล้ากอง นายอำเภอแม่สะเรียง แม่ฮ่องสอน 59.นายสนั่น วรินทราวาท นายอำเภอเมืองสุรินทร์ 60.นายสมชาย ไข่สุวรรณ์ นายอำเภอบ้านด่านลานหอย สุโขทัย

61.นายสมยศ รอดแช่ม นายอำเภอหล่มสัก เพชรบูรณ์ 62.นายสมยศ รักษกุลวิทยา นายอำเภอพุทไธสง บุรีรัมย์ 63.นายสมศักดิ์ สุขประเสริฐ นายอำเภอสว่างดินแดน สกลนคร 64.นายสมศักดิ์ สิทธิวรการ นายอำเภอตากใบ นราธิวาส 65.นายสมอาจ ภมรพล นายอำเภอบ้านโคก อุตรดิตถ์ 66.นายสันติ นฤมิตร นายอำเภอแจ้ห่ม ลำปาง 67.นายสัมพันธ์ เนตตกุล นายอำเภอสามโคก ปทุมธานี 68.นายสุธี คำมาเมือง นายอำเภอห้วยราช บุรีรัมย์ 69.นายสุนทร มหาวงศนันท์ นายอำเภอเมืองน่าน 70.นายสุระ สุรวัฒนากุล นายอำเภอพรหมคีรี นครศรีธรรมราช

71.นายสุริยา พานิชพงศ์ นายอำเภอวังสามหมอ อุดรธานี 72.นายเสกสรรค์ ฉัตรตระกูล นายอำเภอคีรีมาศ สุโขทัย 73.นายเสรี คงอยู่ นายอำเภอศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี 74.นายแสงประทีป บุญน้อม นายอำเภอดำเนินสะดวก ราชบุรี 75.นายอุดม จันตาใหม่ นายอำเภอลี้ ลำพูนนอกจากนั้น ยังมีนายอำเภอประเภทอำนวยการระดับต้นที่เกษียณอายุอีก 18 ราย ได้แก่

1. นายถวิล ฉันทาวรานุรักษ์ นายอำเภอวังเจ้า ตาก รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ 2. นายธนพล วัฒนเวช นายอำเภอบึงสามัคคี กำแพงเพชร รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอกงไกรลาศ สุโขทัย 3. นายธีระพงศ์ เศลารักษ์ นายอำเภอสว่างอารมณ์ อุทัยธานี รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอ โพธิ์ประทับช้าง พิจิตร 4.นายเนติธร ผุยหนองโพธิ์ นายอำเภอโคกสูง สระแก้ว รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอพรหมบุรี สิงห์บุรี 5. นายบุรี ธรรมรักษ์ นายอำเภอละอุ่น ระนอง รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอเกาะยาว พังงา

6. นายปัญญา เล็กกระจ่าง นายอำเภอหนองม่วงไข่ แพร่ รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอวังชิ้น แพร่ 7.นายพันธ์ศักดิ์ สมเปาจี นายอำเภอสันติสุข น่าน รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอบ้านโฮ่ง ลำพูน 8.นายพูลเดช อุเทนพันธ์ นายอำเภอกาบัง ยะลา 9. นายภิญโญ หวังสุทธิ์ นายอำเภอวิภาวดี สุราษฎร์ธานี รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอพนม สุราษฎร์ธานี 10. นายภิรมย์กฤษ พรมจันทร์ นายอำเภอเบญจลักษณ์ ศรีสะเกษ รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอยางชุมน้อย ศรีสะเกษ

11. นายรังสรรค์ ขวัญเมืองเดิม นายอำเภอเชียงกลาง น่าน รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอเถิน ลำปาง 12. นายสมบัติ สิทธิสถาพรกุล นายอำเภอเมยวดี ร้อยเอ็ด รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอ อำเภอจตุร–พักตรพิมาน ร้อยเอ็ด 13. นายสานิตย์ จันทรนิยม นายอำเภอเสริมงาม ลำปาง รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอท่าตะโก นครสวรรค์ 14 นายสุพล คำน้อย นายอำเภอทุ่งศรีอุดม อุบลราชธานี รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอสำโรง อุบลราชธานี 15. ว่าที่ร้อยตรี สุร เจริญสิน นายอำเภอนาหม่อม สงขลา รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอ เขาชัยสน พัทลุง

16. นายเสน่ห์ ยอดบุญฤทธิ์ นายอำเภอวังยาง นครพนม รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอเรณูนคร นครพนม 17. นายอุทิศ ศิริโภค นายอำเภอเกาะกูด ตราด รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ บุรีรัมย์ 18. นายเอนกพันธ์ เพชรพลอย นายอำเภอช้างกลาง นครศรีธรรมราช รักษาการในตำแหน่ง นายอำเภอนบพิตำ นครศรีธรรมราช

จึงบันทึกไว้เพื่อเป็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีของนายอำเภอ.

“ซี.12”

 

นักปกครองเกษียณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 26 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/733410


มีข้าราชการในสายงานฝ่ายปกครองอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งถึงแม้จะก้าวไปไม่ถึงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ก็สามารถอยู่ได้จนถึงเวลาเกษียณอายุ

มีทั้งปลัดจังหวัดและนายอำเภอรวมทั้งตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญและผู้อำนวยการสำนักที่สมควรบันทึกยกย่องไว้เป็นเกียรติประวัติดังนี้

ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ มี 1 ราย ได้แก่ 1.นายสุรพล สุวรรณานนท์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย สำนักการสอบสวนและนิติการ ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง มี 2 ราย คือ 2.นายวิโรจน์ ศรีสวัสดิ์ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง 3.นายนิพนธ์ อินทรสกุล ผู้อำนวยการสำนัก สำนักประสานนโยบายสังคมจิตวิทยา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่เป็น ปลัดจังหวัด มี 14 ราย คือ 4.นายโกสินทร์ ศรีเพชรพงษ์ ปลัดจังหวัดพิจิตร 5.นายชัยภัค สุนทรหงส์ ปลัดจังหวัดนครปฐม 6.นายฐานิต พรหมทอง ปลัดจังหวัดระนอง 7.นายถวิล ศิริสวัสดิลก ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี 8.นายธำรง เขมะรัตน์ ปลัดจังหวัดตรัง 9.นายปรีชา โชติทวีวัฒน์ ปลัดจังหวัดน่าน 10.นายพินิจ บุญวรรณ ปลัดจังหวัดยโสธร 11.นายเรวัต อัมพวานนท์ ปลัดจังหวัดสิงห์บุรี 12.นายวิจักขณ์ ชินโคตรพงศ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร 13.นายวีระ เกิดศิริมงคล ปลัดจังหวัดสตูล 14.นายสฤษดิ์ ไสยโสภณ ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู 15.นายสัมฤทธิ์ พุฒศรี ปลัดจังหวัดสกลนคร 16.นายสุรชัย วัฒนาอุดมชัย ปลัดจังหวัดขอนแก่น 17.นายอรรถสิทธิ์ สุขธรรมนิยม ปลัดจังหวัดนครสวรรค์

ส่วนที่เหลือเป็น นายอำเภออำนวยการระดับสูง 58 ราย ประกอบด้วย

18.เรือโทกฤษณ์ จินตะเวช นายอำเภอบางกรวย นนทบุรี 19.นายกฤษณ์ อุไรรัตน์ นายอำเภอสิงหนคร สงขลา 20.นายคณพล ชัยปรมัตถ์ นายอำเภอแม่ลาว เชียงราย 21.นายฉัทธนาตย์ เทียนขาว นายอำเภอสามเงา ตาก 22.นายเฉลิมวุฒิ รักขติวงศ์ นายอำเภอเด่นชัย แพร่ 23.นายชัยยศ เอื้อปัญญาพร นายอำเภอกระสัง บุรีรัมย์ 24.นายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง ชลบุรี 25.นายชาติชาย รัตนภานพ นายอำเภอบ้านกรวด บุรีรัมย์ 26.นายชิษณุพงศ์ บูรณา นายอำเภอแม่ลาน้อย แม่ฮ่องสอน 27.นายณรงค์ สุขจันทร์ นายอำเภอควนเนียง สงขลา 28.นายทวีศักดิ์ อินทร์พรหม นายอำเภอดอนสัก สุราษฎร์ธานี

29.นายธงชัย ตรีทิพยรักษ์ นายอำเภอวังทอง พิษณุโลก 30.นายธวัช พรหมอยู่ นายอำเภอหนองฉาง อุทัยธานี 31.นายธวัชชัย แปรงศรี นายอำเภอหนองวัวซอ อุดรธานี 32.นายธานี มาลีหอม นายอำเภอเมืองลพบุรี 33.นายธานี สินประสงค์ นายอำเภอองครักษ์ นครนายก 34.นายนรินทร์ บำเรอพงศ์ นายอำเภอตระการพืชผล อุบลราชธานี 35.นายนิกร จันทร์อำไพ นายอำเภอเมืองพังงา 36.นายนิธิวัชร์ จันทร์เฉลียว นายอำเภอบางปะหัน พระนครศรีอยุธยา 37.นายประกาศ สุขกุล นายอำเภอปทุมราชวงศา อำนาจเจริญ 38.นายผาชัย โปรียานนท์ นายอำเภอคลองหลวง ปทุมธานี 39.นายพัฒนธรณ์ กีรติรัฐวัฒน์ นายอำเภอท่าบ่อ หนองคาย 40.นายพิพัฒน์ คันธา นายอำเภอมัญจาคีรี ขอนแก่น

41.นายพิพิธ ภาระบุญ นายอำเภอประจันตคาม ปราจีนบุรี 42.นายพิษณุวัตร วรรธนะกุล นายอำเภอบางน้ำเปรี้ยว ฉะเชิงเทรา 43.นายเพชรัตน์จรูญนารถ นายอำเภอด่านมะขามเตี้ย กาญจนบุรี 44.นายไพฑูรย์ จิตต์สุทธิผล นายอำเภอศรีเชียงใหม่ หนองคาย 45.นายภูมิชัย ราชพิตร นายอำเภอบ้านผือ อุดรธานี 46.นายมงคล พูลรักษ์ นายอำเภออินทร์บุรี สิงห์บุรี 47.นายราเชน ตันประพัฒน์ นายอำเภอกุสุมาลย์ สกลนคร 48.นายวัชระ ฉัตรเท นายอำเภอเมืองสกลนคร 49.นายวัชรินทร์ รัตนบรรณกิจ นายอำเภอนครชัยศรี นครปฐม 50.นายวัชรินทร์ นิ่มประทุม นายอำเภอเชียงของ เชียงราย

ยังมีรายชื่อนายอำเภออำนวยการระดับสูงอีกจำนวนหนึ่งที่จะนำเสนอต่อในวันพรุ่งนี้.

“ซี.12”

 

มุมข้าราชการ 24/09/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 24 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/731798


ไม่ว่ายุคนี้หรือยุคไหนเสียงกู่ร้องเรียกหา คุณธรรม ในวงราชการมักจะมีขึ้นสม่ำเสมอโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการแต่งตั้งเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่งของ ข้าราชการ โดยไม่จำกัดว่าเป็นข้าราชการประเภทไหน ทหาร ก็มีคุณธรรมของทหารนั่นคือการเชื่อฟังผู้บังคับ บัญชา ก่อนประกาศคำสั่งออกมามีโผโน้นโผนี้ติดตามแล้วน่าสนุก แต่พอประกาศออกมาแล้วทุกอย่างก็สงบราบคาบนับวันรอการทำงานตามวิถีทางของ นายใหม่…

ส่วน คุณธรรมของตำรวจ จะโมโหโกรธาไหมถ้าบอกว่าแทบไม่มีเลย แต่งตั้งโยกย้ายทุกครั้งเห็นมีแต่เส้นสายคนนี้เป็นเด็กของนายคนนั้นคนโน้นอยู่ในสายของนายคนนู้น ถ้านายมีพลังอำนาจก็จะได้เติบโตตามไปด้วย ถ้านายแป๊กลูกน้องก็จ๋อย เว้นแต่พวกใจถึงที่พร้อมถีบหัวนายเก่าไปสอพลอนายใหม่หรือไม่ก็เป็นพวกมีสตางค์นี่ว่ากันตรงๆ…

มองไปใน ราชการพลเรือน ก็ไม่มีอะไรโดดเด่นมีการ เล่นพรรคเล่นพวก เล่นสิงห์ เล่นสี เรื่องเหล่านี้มีประจำปีไหนมีคนทนไม่ได้ออกมาเรียกร้องหา คุณธรรม หรือ ความเป็นธรรม ก็อื้อฉาวหน่อยอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ มหาดไทย ยามนี้…

ตอนนี้ก็มีข่าวคราวเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีกด้านหนึ่ง โดย สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดกิจกรรม วันคุณธรรม จริยธรรม และความโปร่งใสในภาครัฐ ประจำปี พ.ศ.2559 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการรณรงค์ปลุกจิตสำนึกเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม และการเป็นข้าราชการที่ดี โดยจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 26 กันยายน 2559 เวลา 07.30-15.00 น. ณ หอประชุมสุขุมนัยประดิษฐ สำนักงาน ก.พ. อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี…

งานเริ่มด้วยการเชิญ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาแสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “เสริมสร้างเกียรติภูมิข้าราชการ : สำนึกข้าราชการไทย โปร่งใส…ไม่โกง”…

จากนั้นมีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่ส่วนราชการที่จัดทำและประเมินมาตรฐาน ความโปร่งใส โดยเลขาธิการ ก.พ. แล้วเปิดการเสวนา เรื่อง “ข้าราชการไทยหลากหลาย Gen. in Trend โปร่งใส…ไม่โกง” โดย ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม จักรกฤช ตั้งใจตรง วิศวกรเครื่องกลชำนาญการพิเศษ กรมการขนส่งทางบก ดวงพร พิเชียรโสภณ เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ (ปลัดอำเภอ) อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ภาคบ่ายเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ เรื่อง “จากแนวคิด ทฤษฎี สู่วิธีปฏิบัติ : จังหวัดคุณธรรม…บุรีรัมย์โมเดล” โดย เสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์…

งานนี้เน้นไปที่ตัวข้าราชการให้มีจิตสำนึกในวัตรปฏิบัติที่ถูกต้อง ให้มีความซื่อสัตย์ รับผิดชอบไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ส่วนประเด็นความเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้งอาจจะไม่ใช่ประเด็นหลักของงานนี้ แต่จะว่าไม่เกี่ยวไม่ข้องเสียเลยทีเดียวก็ไม่ถูกนัก ถ้าบังเอิญจับพลัดจับผลู สายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง โผล่ไปขอระบายความในใจก็คงไม่โดนกีดกันกระมัง…

“ซี.12”

 

นิทานเจ้าเมืองภาค 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 23 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/730404


นิทานเจ้าเมืองนั้นเป็นเรื่องเล่าในอดีตที่มีมานมนานกาเล ตัวละครในนิทานมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือการใช้วิชามารในการเลือกคัดสรรคนไปลงในตำแหน่งสำคัญของบ้านเมือง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่ง เจ้าเมือง

ถึงแม้จะมีการวางระเบียบไว้รัดกุมอย่างไร แต่มีหรือที่ ศรีธนญชัย ในวงราชการจะไม่สามารถใช้วิชามารแหกด่านให้บรรดาน้องนุ่งได้เติบโตตามเป้าหมาย

เพราะนี่เป็นขบวนการเดียวที่พวกเกษียณแต่ตัวหัวใจไม่ยอมเกษียณ ด้วยหวังความภาคภูมิใจลมๆแล้งๆ เข้ามาชี้แนะบงการจนน้องๆในกระทรวงเคลิ้มฝันว่าต่อไปนี้ ศิษย์เก่าโรงเรียนแมวเหมียวสีดำ จะเป็นใหญ่ในละแวกคลองหลอดไปยาวนานนับสิบปีเพราะได้วางตัว แมวดำ ไว้ทุกตำแหน่งที่เป็นตัวเลือกทั้งหมดแล้ว

อันนี้ไม่สอดคล้องกับทฤษฎีอมตะของ เติ้งเสี่ยวผิง ที่ว่า แมวสีอะไรไม่สำคัญขอให้จับหนูได้เป็นพอ

โดยมีเสียงเล็ดลอดออกมาฟังได้ว่าช่างหัวเติ้งปะไร นั่นมันเมืองจีนนี่มันเมืองไทยว้อย……. เอ้า บูมบาลากา แมวดำ แมวดำ แมวดำ

แมวบางตัวที่ขึ้นมาจ่ออยู่มีประวัติโลดโผนโจนทะยานยากที่ใครจะเทียมทัน จบจากโรงเรียนนายอำเภอเป็นปลัดอำเภอรอคิวเป็นนายอำเภอพร้อมเพื่อนร่วมรุ่นอยู่ดีๆมีทางลัดเข้าไปอยู่กับคนหัวขี้เลื่อยไร้สติแต่บังเอิญมาเป็นใหญ่ในกระทรวง แมวตัวนี้เลยไม่ต้องเป็นนายอำเภอไม่ต้องเป็นปลัดจังหวัด แต่ได้เป็นรองเจ้าเมือง และเจ้าเมืองในเวลาอันรวดเร็วแถมปัจจุบันยังเข้ามาจ่อคิวอยู่แล้ว

แมวดำอีกตัวทำท่าเป็นเต็งหนึ่งแต่ไม่รู้ไปโดนกล่าวหาโดนสอบเรื่องอะไรเข้าเลยสงบปากสงบคำไม่ทำอะไรโฉ่งฉ่างเตะตาคนอื่น

รวมทั้งแมวเจ้าคิดเจ้าแค้นไปโกรธใครมาตั้งแต่ปีมะโว้ พอได้ทีก็เอาเรื่องส่วนตัวมาล้างแค้นจนกลายเป็นเรื่องอื้อฉาว

พฤติกรรมทำนองนี้มีกลิ่นหึ่งเหมือนขี้แมวโคนขนุนที่ปิดกลบอย่างไรก็ไม่มิด อย่าว่าแต่คนอื่นๆในกระทรวงเลย แม้แต่คนนอกอย่างนักเล่านิทานยังสูดดมได้กลิ่นทะแม่งๆตลอดเวลา

เหตุการณ์เหล่านี้แม้แต่รุ่นพี่ในหมู่แมวดำหลายคนที่เป็นผู้ใหญ่พอมีวุฒิภาวะเพียงพอมีหน้าที่สูงส่งในราชการแผ่นดินต่างไม่สบายใจในพฤติกรรมของน้องๆได้พยายามสื่อสารผ่านไปครั้งแล้วครั้งเล่าว่าพวกเราเคยเจ็บปวดรวดร้าวในการกระทำของกลุ่มอำนาจในกระทรวงในสองยุครัฐบาลที่ผ่านมาแล้ว

ทำไมมาถึงตอนนี้พวกเราจึงมีการกระทำเหมือนพวกเขาด้วย

เพราะถ้าเป็นเช่นนี้ก็ไม่แตกต่างอะไรกับพฤติกรรมที่พวกเราเคยชิงชังรังเกียจ

นี่เป็นความจริงที่กำลังเกิดขึ้นอย่างน่าอนาถใจ และสักวันหนึ่งเมื่อวันนั้นมาถึงคงจะได้เห็นภาพฝูงแมวกัดกันเองด้วยความน่าสังเวชเพราะไม่เหลือใครให้ต่อกรด้วย.

“ซี.12”

 

นิทานเจ้าเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 22 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/729270


ทำไปทำมาชักจะเห็นด้วยเสียแล้วว่าควรจะต้องมีการทบทวนการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดชุดสุดท้าย 24 คน ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ไปเมื่อวันอังคารที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา

ถึงแม้ว่า มท.1 เจ้ากระทรวงอย่าง พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา จะออกมาชี้แจงว่าทุกอย่างเป็นไปตามระบบที่คณะกรรมการกลั่นกรอง 2 ชุดเสนอมาฟังแล้วเหมือนกับปัดสวะให้พ้นๆไปเท่านั้นเอง

เพราะใครๆเขาก็รู้ดีว่าระบบคณะกรรมการการกลั่นกรองการสอบวิสัยทัศน์นั้นเป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้นเอง

ในความเป็นจริงแล้วมีการชี้ขาดกำหนดตัวกันไว้ล่วงหน้าแล้วว่าใครจะอยู่ใครจะไป เพียงแต่ทำได้ไม่แนบเนียนพอก็เลยทำให้เรื่องมันแดงขึ้น

เรื่องไม่เป็นเรื่องนี้ให้บังเอิญที่มีตัวละครที่เกี่ยวข้องเป็น หมูไม่กลัวน้ำร้อน อย่าง นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าฯอาวุโสลำดับหนึ่งของประเทศคือ 8 ปี 4 เดือน (รวมเวลาทวีคูณ)

เบื้องหน้าเบื้องหลังของการเกิดเรื่องราวฉาวโฉ่ขึ้นมาในครั้งนี้มีผู้เล่า นิทานเจ้าเมือง มาให้ฟังเป็นอุทาหรณ์ว่า

สมัยหนึ่งเกือบสิบปีมาแล้วในจังหวัดชายแดนภาคใต้มี เจ้าเมือง กับ รองเจ้าเมือง มารับตำแหน่งใหม่ทั้งคู่ในขณะที่ หัวหน้าพ่อบ้าน ของเมืองนั้นอยู่มาก่อนหน้าแล้ว 1 ปี

ตลอดระยะเวลา 1 ปีนั้นเกิดความขัดแย้งในการดูแลทุกข์สุขของประชาชนคนเดินดินระหว่าง เจ้าเมือง กับ รองเจ้าเมือง อยู่เสมอ

ขุนนาง น้อยใหญ่คนอื่นๆในเมืองนั้นรวมทั้ง หัวหน้าพ่อบ้าน ก็ต้องฟัง เจ้าเมือง เป็นหลักแถมยังใกล้ชิดสนิทสนมกลมเกลียวจนน่าหมั่นไส้ ทำให้ รองเจ้าเมือง พลอยชิงชังไม่ชอบหน้า หัวหน้าพ่อบ้าน ไปด้วย

ปีเดียวเท่านั้นกิตติศัพท์แห่งความขัดแย้งก็รู้ไปถึงหูผู้ใหญ่ในเมืองหลวงทั้ง เจ้าเมือง และ รองเจ้าเมือง เลยโดนย้ายกระฉูดไปคนละทางแทบหาปลากุเราอร่อยๆกินไม่ได้อีกต่อไป

วันคืนผ่านไปไวเหมือนโกหกตัว เจ้าเมือง หมดเวลาราชการงานเมืองกลับไปเลี้ยงหลาน รองเจ้าเมือง ได้กลับไปกินปลากุเราที่เมืองเดิมในฐานะ เจ้าเมือง บ้าง แต่ หัวหน้าพ่อบ้าน คนเดิมแคล้วคลาดไปได้เพราะได้ขยับขยายขึ้นเป็น รองเจ้าเมือง อื่นที่อยู่ติดกันเสียก่อน 1 ปี

เวลาผ่านมาอีกถึงกาลปัจจุบัน หัวหน้าพ่อบ้าน ที่เลื่อนขึ้นเป็น รองเจ้าเมือง ได้บ่มเพาะประสบการณ์และอาวุโสจนกลายเป็น รองเจ้าเมืองอันดับหนึ่งของแผ่นดิน มีความมั่นใจเต็มร้อยที่จะทำหน้าที่ในช่วงสุดท้ายเพื่อดูแลทุกข์สุขของประชาชนในฐานะ เจ้าเมือง

แต่แล้วคราวนี้ต้องเจอดีเข้าให้จนได้เมื่อ รองเจ้าเมือง ที่เคยเขม่นตัวเองอยู่ในอดีต ก็ให้บังเอิญได้เข้ามาเป็นใหญ่เป็นโตเมืองหลวงแถมยังได้รับมอบหมายให้เป็นคนคัดตัวเจ้าเมืองเสียด้วย

จะด้วยนิสัยของคนเจ้าคิดเจ้าแค้นที่ถือภาษิตว่าบุญคุณต้องทดแทนแค้นต้องชำระหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ความซวยก็เลยตกอยู่กับ รองเจ้าเมืองอดีตพ่อบ้าน จนได้จึงต้องสอบตกไม่เป็นท่า

แล้วยึดเอาโควตาเจ้าเมืองนั้นไปให้น้องๆจาก โรงเรียนแมวเหมียวสีดำ ซะเลย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการเอาเรื่องส่วนตัวมาพัวพันกับเรื่องงานนั้น ต่อให้คิดการใหญ่อย่างไรก็มีคนรู้ทันวันยังค่ำ แถมยังเป็นเหตุ ให้เจ้านายและเพื่อนๆพี่ๆน้องๆต้องเสียรังวัดไปด้วย.

“ซี.12”

 

รองร้องขอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 21 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/728249


การประกาศต่อสาธารณะของนายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรังเรียกหาความเป็นธรรมในการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งล่าสุดเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ

รองสายัณห์ เลือกใช้วิธีการฟ้องร้องต่อศาลปกครองและการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา เป็นหนทางที่จะไขว่คว้าหาความเป็นธรรมดังกล่าว

มาดูข้อเท็จจริงในการแต่งตั้ง ปรากฏว่าเป็นไปตามคำร้องเรียนหลายประการ

ประเด็นที่หนึ่งการพิจารณาคัดเลือกคนขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดในคราวนี้มีทั้งอาวุโสน้อยอาวุโสมากคละเคล้ากันไป และข้ออ้างเรื่องความเหมาะสมนั้นไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัด

ในบางจังหวัดรองผู้ว่าฯที่มีอายุการทำงานมานาน 3-4 ปี ไม่ได้รับการคัดเลือก แต่รองผู้ว่าฯอีกคนเพิ่งขึ้นมาปีเศษไม่ครบ 2 ปีด้วยซ้ำไปกลับได้รับเลือกให้ไปเป็นผู้ว่าฯอีกจังหวัดหนึ่ง

ชาวบ้านในจังหวัดนั้นที่ได้รู้เห็นการทำงานของทั้งสองรองต่างปากอ้าตาค้างเมื่อเห็นคำสั่งเพราะรองคนที่ได้มีคุณสมบัติโดดเด่นเหนือกว่าอย่างเดียวคือ สังกัดค่ายสิงห์ดำ

มาถึงประเด็นของ รองสายัณห์ ทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มายาวนานเฉพาะการครองตำแหน่งรองผู้ว่าฯในพื้นที่ก็ 3 ปีเศษ เมื่อนับเวลาทวีคูณตามกฎหมายก็ 7 ปีเศษ รวมกับเวลาที่มาเป็นรองที่ตรังอีก 1 ปีก็เป็นเวลากว่า 8 ปี

จึงไม่ผิดที่ร้องว่าเป็นรองผู้ว่าฯ 8 ปี เพราะอายุราชการที่ทวีคูณนั้นเป็นสิทธิที่ติดตัว เหมือนกับที่ข้าราชการฝ่ายอื่นเคยได้

ให้ลองพิจารณาถึงกรณีของ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ที่ได้รับการเยียวยาจนเติบโตพรวดพราดจาก พลตำรวจตรี ขึ้นเป็น พลตำรวจเอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนี้

นั่นก็เพราะเป็นผลจากการนับอายุราชการทวีคูณจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตัวจะไปหรือไม่ไปไม่รู้แต่มีชื่ออยู่ก็ได้สิทธิอันนั้นไป ในขณะที่ รองสายัณห์ มีตัวตนให้เห็นนั่งรถฝ่าดงระเบิดอยู่บ่อย

รองศรีวราห์ อ้างสิทธิก็ได้สิทธิอันนั้น แต่พอ รองสายัณห์ อ้างบ้างกลับโดนเมินเฉยมันก็ไม่ค่อยถูกต้องเป็นธรรมสักเท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม คนที่น่าเห็นใจที่สุดในเหตุการณ์นี้กลับเป็น นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ตกที่นั่งอยู่ในระหว่างเขาควายสามารถยืนยันได้ว่าถ้า ปลัดกฤษฎา มีอิสระในการจัดทำโผอย่างแท้จริงรับรองว่าจะไม่ออกมาแบบนี้

เพราะฉะนั้นหนทางที่จะระงับยับยั้งปัญหานี้มิให้บานปลายต่อไปควรจะยอมรับความจริงและจัดการเยียวยาให้ผู้ที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมโดยทันที

ทางที่พอจะมองเห็นก็เช่นเปิดโอกาสให้ รองสายัณห์ ได้ใช้เวลาปีสุดท้ายไปทำหน้าที่ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ซึ่งมีสถานะเท่าเทียมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด

หรือไม่คณะกรรมการคัดเลือกต้องมีความกล้าหาญพอที่จะออกมาแสดงหลักฐานว่า รองสายัณห์มีความผิดพลาดบกพร่องอย่างไรและด้อยกว่ารองผู้ว่าฯอีกยี่สิบกว่าคนที่ได้ขึ้นตรงไหนเป็นรายตัวไปเลย.

“ซี.12”

 

อำเภอคุณธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 20 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/727120


โครงการอำเภอคุณธรรมตามรอยพระยุคลบาท ได้มีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว หลังจากที่กรมการปกครอง มูลนิธิพัฒนาข้าราชการ และจังหวัดต่างๆ ได้ร่วมกันคัดเลือกอำเภอตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ จำนวน 99 อำเภอ จาก 37 จังหวัด เข้าร่วมโครงการ และได้มีการสัมมนานายอำเภอไปแล้ว

นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ ประธานมูลนิธิพัฒนาข้าราชการ แจ้งว่า มูลนิธิพัฒนาข้าราชการได้จัดตั้งคณะกรรมการติดตามโครงการ อำเภอคุณธรรมตามรอยพระยุคลบาท โดยมีประธานมูลนิธิพัฒนาข้าราชการเป็นประธาน กรรมการ ประกอบด้วย 1) นายประกิจ ประจนปัจจนึก อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ 2) นายจำรัส ศักดิ์จิรพาพงษ์ อดีตผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี 3) นายธำรง ชินหิรัญ อดีตที่ปรึกษาสำนักข่าวกรองแห่งชาติ 4) นายอดิศักดิ์ ตันยากุล อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ 5) นางสาวรณิดา ประชุมรักษ์

คณะกรรมการติดตามโครงการอำเภอคุณธรรมฯ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม ให้คำแนะนำและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเริ่มเดินทางเข้าไปเยี่ยมอำเภอที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศในกลางเดือนพฤษภาคม 2559 จนถึงเดือนสิงหาคม 2559 ได้ไปตรวจเยี่ยมมาแล้วจำนวน 52 อำเภอ 20 จังหวัด

จากการชี้แจงของนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนการซักถามการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการพบเห็นข้อเท็จจริงต่างๆ ทำให้เห็นชัดว่าคุณธรรมตามรอยพระยุคลบาท ได้มีการขับเคลื่อนกันอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว โดยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนในพื้นที่

ข้อเท็จจริงที่เห็นก็คือ หน้าที่และภารกิจหลายอย่างของนายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้สอดคล้องกับแนวทางขับเคลื่อนอำเภอคุณธรรมอยู่แล้ว เช่น โครงการ “อำเภอยิ้ม” โครงการหมู่บ้านรักษาศีลห้า โครงการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์สาธารณะในวันสำคัญ นอกจากนี้ นายอำเภอหลายคนยังได้ดำเนินกิจกรรมที่เป็นการขับเคลื่อนคุณธรรมตามรอยพระยุคลบาทไปแล้ว เช่น การนำคนดีมีจิตอาสามายกย่อง การให้ความช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนยากไร้ การปรับเปลี่ยนทัศนคติวิธีการทำงาน และการให้บริการประชาชนของเจ้าหน้าที่อำเภอให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมาหน่วยงานราชการหลายแห่งในพื้นที่ ได้ขับเคลื่อนคุณธรรมตามรอยพระยุคลบาทอยู่แล้วเช่นกัน เช่นโครงการ “โรงพยาบาลคุณธรรม” ของกระทรวงสาธารณสุข โครงการ “โรงเรียนคุณธรรม” โครงการ “ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ของกระทรวงศึกษาธิการ โครงการ “หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ” ของกระทรวงมหาดไทย โครงการ “เกษตรทฤษฎีใหม่” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้ โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างดี

ความสำเร็จของโครงการนี้อยู่ที่ความมุ่งมั่นตั้งใจของนายอำเภอ ที่จะทำงานเพื่อบ้านเมืองรับใช้เบื้องพระยุคลบาท เป็นแบบอย่างของการครองตน ครองคน และครองงาน เป็นข้าราชการที่ดีมีภาวะผู้นำ ประสานสัมพันธ์สร้างความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายในพื้นที่

ในการน้อมนำคุณธรรม คำพ่อสอน และแบบอย่างการทรงงานด้วยความอุทิศเสียสละของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางดำเนินชีวิต ปฏิบัติภารกิจตามรอยพระยุคลบาท ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมนำความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่ประชาชน.

“ซี.12”