ทส.จัดวันสิ่งแวดล้อมโลกหยุดซื้อ-ขาย-ฆ่าสัตว์ป่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 พ.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/628051


พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า องค์การสหประชาชาติ กำหนดให้วันที่ 5 มิ.ย.ของทุกปี เป็น “วันสิ่งแวดล้อมโลก” โดยปีนี้ ประเด็นสำคัญในการรณรงค์ คือ “Go Wild for Life” หรือ “หยุดซื้อ หยุดขาย หยุดฆ่า แก้ปัญหาสัตว์ป่าสูญพันธุ์” สำหรับประเทศไทย ทส.มอบหมายให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) วางแผนการรณรงค์พร้อมกับประเทศต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย.เป็นต้นไป และจะมีการจัดงาน “วันสิ่งแวดล้อมโลก” ในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ เพื่อปลุกจิต สำนึกคนไทยให้เกิดความตระหนักต่อสถานการณ์การคุกคามสัตว์ป่า เนื่องจากสัตว์ป่าในประเทศไทยต่างตกอยู่ในภาวะถูกตามล่าเอาชีวิตอย่างหนัก

ด้าน น.ส.ภาวิณี ปุณณกันต์ อธิบดี สส. กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์สัตว์ป่าสงวนอยู่ในภาวะอันตราย เช่น เก้งหม้อ สมเสร็จ เนื้อทราย กวางผา นกกระเรียนพันธุ์ไทยและโดยเฉพาะละมั่งพันธุ์ไทย เนื่องจากมีเหลือเพียง 50 ตัวในประเทศเท่านั้น ส่วนสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าอื่นๆ เช่น เสือโคร่ง กระทิง ช้างป่า ยังคงถูกตามจับ ตามล่าเอาชีวิตอย่างหนักมากขึ้น ซึ่งเมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาก็มีการลักลอบเข้าไปขโมยลูกนกเหงือกหัวแรดจากโพรงบนเทือกเขาบูโด รวมทั้ง มีการนำสัตว์ป่าไปโพสต์ขายผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์กันอย่างเอิกเกริก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจ และน่าเป็นห่วงอย่างมาก ดังนั้น ทุกคนต้องร่วมกันปกปักสัตว์ป่าด้วยการหยุดวงจร “หยุดซื้อ หยุดขาย หยุดฆ่า”.

 

วช.ลุยโรงไฟฟ้าขยะ ตั้ง 53 แห่งทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 พ.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/625244


นายกฤษณ์ธวัช นพนาคีพงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม เกิดขึ้นบนความร่วมมือระหว่าง วช.กับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อทำหน้าที่เสนอนโยบายหรือทางออกให้รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การสร้างเมืองน่าอยู่ ประเด็นป่าไม้ หรือประเด็นสิ่งแวดล้อมต่างๆ โดยในปี 2559 ได้มุ่งเน้นในการผลักดันและขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายในการสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผลิตก้อนเชื้อเพลิงขยะเพื่อเป็นการกำจัดขยะชุมชนที่สะสมเป็นเวลานานและถูกหลักวิชาการ ซึ่งสอดคล้องกับรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับปัญหาขยะ โดยมีนโยบายแปรรูปขยะและวัสดุเหลือใช้ให้เป็นพลังงาน มีเป้าหมายตั้งโรงงานไฟฟ้า จากการแปรรูปขยะมูลฝอย จำนวน 53 แห่งทั่วประเทศ โดยมุ่งส่งเสริมให้เทศบาลนำขยะชุมชนมาจัดทำก้อนเชื้อเพลิงขยะ RDF (Refuse Derived Fuel) เพื่อป้อนเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้ความร้อนสูง เช่น โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างวิสาหกิจชุมชนเพื่อดำเนินการจัดการขยะในท้องถิ่นและเพิ่มรายได้จากการขายเชื้อเพลิงได้อีกด้วย.

 

น้ำท่วมชาวโลกไม่ต่ำกว่าพันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 พ.ค. 2559 08:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/622255


องค์การกุศลสงเคราะห์ของอังกฤษได้กล่าวเตือนอย่างน่าหวั่นหวาดว่า ในปี พ.ศ. 2603 หรืออีก 44 ปีข้างหน้า จำนวนพลโลกที่อยู่ตามเมือง ตกอยู่ใต้เงาอุทกภัยอันหายนะ จำนวนไม่ต่ำกว่าพันล้านคน อันเนื่องจากความปรวนแปรของดินฟ้าอากาศ

รายงานขององค์การความช่วยเหลือคริสเตียนกล่าวว่า ทั้งอเมริกา จีนและอินเดียต่างก็ต้องผจญกับความรุนแรงมากกว่าเพื่อนและนครที่จะต้องผจญภัยหนักที่สุดจะได้แก่ โกลกัตตาและมุมไบ ในบรรดาเมืองที่จะต้องผจญภัยหนักกว่าเพื่อน เป็นเมืองในทวีปเอเชียเสีย 8 แห่ง โดยมีเมืองไมอามีของอเมริกาที่จะรองลงมา

รายงานของ ดร.อารีซัน โดอิก ได้ทำนายกล่าวว่า ผู้คนที่พักอาศัยอยู่ตามเมืองใหญ่ๆริมฝั่งทะเล จะต้องเสี่ยงภัยมากที่สุด เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าคิดว่าเมืองอย่างโกลกัตตา กรุงดาการ์ และเมืองใหญ่ๆทางใต้ ชาวเมืองจะต้องต่อสู้กับภัยของระดับน้ำทะเลล้นฝั่งและฝนตกหนัก อุทกภัยตามเมืองเหล่านี้ จะสร้างความเสียหายอย่างสาหัสสากรรจ์และยังคุกคามชีวิตผู้คนด้วย โดยเฉพาะรัฐฟลอริดา อาจจะมีน้ำท่วมอย่างกว้างขวาง เนื่องจากดินแดนของรัฐส่วนใหญ่ต่างอยู่ในที่ลุ่ม น้ำทะเลอาจจะขึ้นสูงอีกตั้งครึ่งเมตร ภายในศตวรรษนี้ คงจะท่วมรัฐฟลอริดาและพื้นที่ส่วนใหญ่ของไมอามีเข้าด้วย”.

 

‘อ.ธรณ์’ ชี้ร้อนเกินจุดวิกฤติ ห่วงปะการังในทะเลฟอกขาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 พ.ค. 2559 15:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/620303


“อ.ธรณ์” ชี้ทะเลฝั่งอันดามันมีภาวะเสี่ยงปะการังฟอกขาว เนื่องจากร้อนเกินจุดวิกฤติ ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ภาวะเสี่ยงที่เป็นห่วง แต่ได้เตรียมรับมือแล้วไม่ซ้ำรอบปี 2553…

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวที่ จ.ภูเก็ต เกี่ยวกับสถานการณ์ทางทะเลของจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน ได้แก่ ภูเก็ต พังงา และกระบี่ ว่าปัจจุบันมีภาวะเสี่ยงอยู่ 2-3 ประการ ได้แก่ สถานการณ์ปะการังฟอกขาว เนื่องจากปัจจุบันอุณหภูมิน้ำทะเลร้อนเกินจุดวิกฤติ และเริ่มพบปะการังฟอกขาวตามพื้นที่ต่างๆ แล้วหลายจุด แต่ยังไม่รุนแรงจนถึงขีดสุด แต่มีความเป็นห่วงว่าในช่วง 7-10 วัน ข้างหน้าอาจจะเกิดภาวะฟอกขาวมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ และจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสมบูรณ์ของทะเลรวมถึงการท่องเที่ยว ถือเป็นครั้งแรกที่เตรียมการรับมือต่างจากในปี 2553 ซึ่งปะการังเกิดภาวะฟอกขาวเกือบหมดแล้ว จึงปิดเกาะ แต่ครั้งนี้ ปิดเกาะตั้งแต่เริ่มต้น เช่น เกาะยูง เป็นต้น เพื่อรักษาแหล่งพ่อแม่พันธุ์ นอกจากนั้น ได้เสนอกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอีกหลายจุดที่จะพิจารณาเป็นแหล่งพ่อแม่พันธุ์ในการดูแลรักษาไว้ เช่น อ่าวมาหยา เป็นต้น

“สถานการณ์ต่อมาที่เป็นกังวลค่อนข้างมาก คือ ปัญหาน้ำเสีย เพราะเป็นตัวการสำคัญ เพราะการที่ปะการังฟอกขาวจะฟื้นตัวหรือไม่อยู่กับสภาพของน้ำทะเล ซึ่งได้แจ้งปัญหาดังกล่าวให้กับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทราบแล้ว ยกตัวอย่างกรณีเกาะพีพี จ.กระบี่ แม้ว่าบนเกาะจะมีโรงบำบัดน้ำเสีย แต่ยังไม่มีขีดความสามารถที่จะรองรับปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นทั้งเกาะ โดยรองรับได้เพียง 16% ซึ่งในการจัดทำระบบน้ำเสียนั้นจะต้องใช้งบประมาณค่อนข้างมาก และจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลางในการลงทุนครั้งแรก ขณะที่การบริหารจัดการหลังจากได้ระบบมาแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถที่จะบริหารงานต่อไป” ผศ.ธรณ์ กล่าว

ผศ.ธรณ์ กล่าวอีกว่า เรื่องที่เป็นกังวลมากที่สุด คือ ปัญหาน้ำเสีย ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ภูเก็ต พังงา กระบี่ เกาะพีพี เกาะลันตา เกาะสมุย หรือ เกาะเสม็ด ซึ่งพบปัญหาเหมือนกันหมด และเรายังไม่สามารถแก้ไขได้ เนื่องจากต้องใช้งบประมาณค่อนข้างมากในการเข้ามาดูแล ภาครัฐจะต้องให้ความสนใจเข้ามาจัดการอย่างจริงจัง ยกระดับการแก้ปัญหาดังกล่าวทั้งประเทศ หรือ อาจจะเริ่มในส่วนของทะเลก่อนก็ได้ ซึ่งจะช่วยได้มาก

ส่วนเรื่องกรณีนักท่องเที่ยวเหยียบปะการังหรือจับสัตว์น้ำมาเล่นนั้น เป็นเรื่องที่สามารถแก้ได้ โดยไม่ต้องใช้งบประมาณมาก เพียงแต่ต้องใช้เวลาในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง.

 

ออกกำลังพิชิต มลพิษทางอากาศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 พ.ค. 2559 12:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/619306


นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยว่า การออกกำลังเป็นประจำ ด้วยการขี่จักรยานและเดิน จะช่วยให้รอดพ้นภัยจากอากาศเสียได้

เจ้าหน้าที่ของอังกฤษเองได้ตรวจวัดได้ว่า มลพิษทางอากาศทำให้ประชาชนต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควร มากถึงปีละ 4 หมื่นราย และยิ่งตอนที่เราออกกำลัง เราก็ยิ่งหายใจมันเข้าไปมากขึ้น แต่การออกกำลังเป็นประจำ ก็จะได้ช่วยลดภัยของโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคมะเร็งอีกหลายชนิด มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้ศึกษาพบว่า การออกกำลังแม้แต่ในเมืองซึ่งมีมลพิษสูง ก็ยังให้คุณประโยชน์มากเกินกว่าการเสี่ยงอันตรายกับมลพิษ พวกเขาได้ศึกษาที่กรุงนิวเดลี ซึ่งเป็นเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง สูงกว่าที่กรุงลอนดอนถึง 10 เท่า แต่ถ้าหากใครออกกำลังด้วยการขี่จักรยานให้ได้อาทิตย์ละ 5 ชั่วโมง ก็ยังเอาตัวรอดจากมลพิษได้

องค์การอนามัยโลกเคยแจ้งว่า ระดับอากาศเสียของทั่วโลก เฉลี่ยจะอยู่ในปริมาณ 22 ไมโครกรัมต่ออากาศหนึ่งลูกบาศก์เมตร

ดร.เจมส์ วูดค็อก ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ได้กล่าวแสดงความเห็นด้วยว่า วิธีที่จะแก้ปัญหาได้ดีที่สุด ก็คือจะต้องออกแบบระบบการขนส่ง ที่จะทำให้ผู้คนทิ้งรถและเดินทางด้วยรถจักรยาน หรือเดินเท้า ซึ่งนอกจากจะช่วยลดระดับมลพิษลงไปแล้ว ยังได้ออกกำลังไปด้วย.

 

ห้ามใช้เจลอาบน้ำ เป็นภัยกับสัตว์น้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 พ.ค. 2559 12:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/618745


รัฐบาลอังกฤษแจ้งว่า จะประกาศห้ามใช้ลูกกลมพลาสติก ที่ละเอียด มีอยู่ในเจลอาบน้ำ และครีมเช็ดถูล้างหน้า เหมือนกับอเมริกา เนื่องจากมันเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ

เจลเหล่านี้ จะใช้ถูเพื่อขัดผิวหนังให้ลอกออก แต่ที่มันจะเป็นอันตราย เพราะว่ามันจะบวมโตขึ้น กลายเป็นขยะพลาสติก เมื่อลงอยู่ในน้ำ

ลูกปัดฝอยเหล่านี้ มีขนาดเล็กเสียจนหลุดรอดจากโรงงานบำบัดน้ำเสียออกมาได้ และไหลลงสู่มหาสมุทร ซึ่งพวกปลาสัตว์น้ำอื่นๆ จะพากันกินมันเข้าไป ไปตกค้างอยู่ในกระเพาะ และเมื่อสะสมอยู่มากขึ้น ก็จะเป็นอันตรายได้

ศาสตราจารย์ริชาร์ด ทอมสัน มหาวิทยาลัยพลีมัธ ได้เปิดเผยผลของการทดสอบปลา ที่จับได้ในบริเวณช่องแคบอังกฤษ 504 ตัว ล้วนแต่มีฝอยพลาสติกนี้ในระบบย่อย แม้ว่าจะยังเพียงเล็กน้อย เฉลี่ยแล้วตัวละไม่เกิน 2 ชิ้นเท่านั้น แต่ปัจจุบันยังมีความรู้ในเรื่องพิษของขยะพลาสติกต่อสัตว์น้ำ แค่เล็กน้อยด้วย.

 

ผู้หญิงต้องสวยสตรอง! เสิร์ฟ 6 ไอเทมมาแรงแซงโค้ง สาวๆ เคยลองรึยัง?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ย. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/725075


ฮัลโหลสาวๆ กลับมาพบกันอีกเช่นเคย มาอัพเดตไอเทมตัวเด็ดที่ช่วยให้เราดูดีขึ้นได้ไม่ยาก พร้อมรับมือสวยสตรองสู้ฝน ที่เทกระหน่ำเมืองกรุงช่วงปลายฤดูฝนแบบนี้กันดีกว่า…

บิวตี้ไอเทม ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้เราจะชวนมาบำรุงผมทำสีกันให้ล้ำลึก และมีคลีนซิ่งวอเตอร์คุณภาพดีราคาย่อมเยามาแนะนำ แถมด้วยเครื่องสำอางแบรนด์น้องใหม่ล่าสุด เอาเป็นว่าอย่ารอช้า ตามมาชมกันเลย

1. สเปรย์บำรุงผมทำสี

ตัวแรกที่เราอยากแนะนำคือ Joico K-Pak Color Dry Oil Spray ลองใช้มาประมาณเดือนกว่าๆ แล้ว บอกเลยว่าปลื้ม ขอเกริ่นให้ฟังก่อนสักนิด สเปรย์ตัวนี้เป็นสเปรย์น้ำมันบำรุงเส้นผม น้ำหนักเบา แบบไม่ต้องล้างออก

ทางแบรนด์เคลมมาว่า มีเทคโนโลยี Bio-Advance Peptide Complex และ Quadra Bond ที่ช่วยปิดเกล็ดผมชั้นนอกให้เรียบเนียน ป้องกันไม่ให้สีผมหลุดลอก และลดการชี้ฟู และช่วยบำรุงเส้นผมด้วยสารบำรุงที่อุดมไปด้วยสารสกัดจากน้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันบาบาสสุ และน้ำมันแอฟริกันแมคเคนติ บำรุงเส้นผม ทำให้ผมแข็งแรงเงางาม ละอองละเอียด ไม่ทำให้ผมลีบแบน

ทดลองใช้ : พอดีช่วงนี้เราทำสีผมหลายครั้ง สังเกตว่าหลังสระผมเสร็จ ผมมันแห้ง ไม่เป็นทรง พอได้ลองสเปรย์ตัวนี้แล้วมันช่วยให้ผมเราอยู่ทรงมากขึ้น วิธีใช้คือฉีดลงบนผมแห้งหรือผมหมาดๆ ก็ได้ แต่เราชอบใช้วิธีหลังมากกว่า ใส่ตอนผมหมาด จากนั้นค่อยไดร์ผมให้แห้ง ส่วนตัวเรานะ เราชอบที่ผมจัดทรงง่ายขึ้น มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วย

2. วอเตอร์คลีนซิ่งน้องใหม่มาแรง

สำหรับคลีนซิ่งตัวนี้ น้องสาวที่ทำงานแนะนำมาให้ลองใช้ สิ่งนี้คือ Garnier Micellar Cleansing Water ทางแบรนด์เคลมว่า เป็นคลีนซิ่งวอเทอร์ที่สามารถลบเมคอัพได้อย่างสะอาดหมดจดในขั้นตอนเดียวโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ใช้ไมเซลล่าร์เทคโนโลยีในการทำความสะอาดผิว ช่วยตัวดูดซับสิ่งสกปรกได้ราวกับแม่เหล็ก โดยที่ไม่จำเป็นต้องถูหน้าแรงๆ และไม่จำเป็นต้องล้างน้ำซ้ำ สามารถใช้ได้ทั้งหน้า เปลือกตา และปาก ไม่มีน้ำหอม เหมาะกับผิวแพ้ง่าย

ทดลองใช้ : เราจัดไปค่ะ! ซื้อที่ร้านสะดวกซื้อเจ้าดังมีขวดเล็กขาย ราคาแค่ 99 บาท ได้ปริมาณเยอะกว่าแบรนด์อื่นๆ ที่วางอยู่ข้างๆ กันซะอีก พอลองใช้แล้วเราเลิฟเลย มันเช็ดออกง่ายมาก เทคลีนซิ่งใส่สำลีชุ่มๆ หน่อย ปาดไปบนเครื่องสำอางเบาๆ ไม่ต้องถู เครื่องสำอางออกเกือบหมด โอวมายด์กอต! ปกติเราใช้สำสี 4-5 แผ่น แต่คลีนซิ่งตัวนี้เราใช้แค่ 3 แผ่นก็เช็ดออกได้หมด อย่าเพิ่งเชื่อนะ…ต้องลองเอง

3. สเปรย์น้ำแร่ตัวท็อป Must Have!

ส่วนไอเทมนี้เราใช้มาขวดนี้ขวดที่ 2 แล้ว นั่นคือ สเปรย์น้ำแร่วีชี่ (VICHY) ด้วยสรรพคุณที่บอกมาว่า วีชี่เป็นเวชสำอางจากฝรั่งเศส เป็นน้ำแร่ที่ไม่ผสมน้ำหอม ไม่มีพาราเบน เหมาะกับผิวแพ้ง่าย ละอองสเปรย์ละเอียด มีแร่ธาตุถึง 15 ชนิด ลดอาการระคายเคืองจากการแพ้ คัน ผิวเป็นผื่นแดง ตากแดดจนแสบร้อน เป็นต้น

ทดลองใช้ : เราชอบใช้ฉีดระหว่างวัน แล้วก่อนหลังแต่งหน้าเสร็จ มันสดชื่นดีอะ และด้วยความที่เราเป็นคนผิวขาดน้ำ เลยรู้สึกชอบใช้สเปรย์น้ำแร่แบบนี้ ละอองน้ำละเอียดดี ฉีดนิดเดียวก็กระจายทั่วใบหน้า ช่วยลดความมันได้ระดับหนึ่ง ทำให้ผิวชุ่มชื่นดี แต่เดี๋ยวก่อน…ไอเทมนี้ราคาแอบแพง แนะนำว่าลองใช้น้ำแร่สำหรับดื่มแบ่งใส่ขวดสเปรย์ ก็ใช้ทดแทนกันได้นะ เราเองก็ใช้แบบนั้นสลับกันไปมา ซื้อแบบนี้ใช้ตลอดก็ไม่ไหวนะตัวเธอ!

4. มาสก์โคลนหน้าใสไกลสิว

มาถึงไอเทมตัวใหม่ที่เราเพิ่งลองใช้ไม่นาน นั่นคือ Boots Cucumber 3 Minute Mask ทางแบรนด์เขาเคลมว่า เป็นผลิตภัณฑ์พอกผิวหน้า เนื้อโคลน เหมาะกับผิวมัน อุดมด้วยสารสกัดจากแตงกวาช่วยในการทำความสะอาดผิวหน้า ใช้ทำความสะอาดและกระชับผิว ด้วยเนื้อเคโอลินช่วยขจัดน้ำมันส่วนเกิน และสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขน

ทดลองใช้ : เราเริ่มดูที่ส่วนประกอบหลักก่อน พบว่ามีแอลกอฮอล์ พาราเบน และน้ำหอม แต่มีในปริมาณน้อยนะ เลยตัดสินใจลองดู ปรากฏว่าแสบหน้าจ้า! คือมันจะแสบบริเวณข้างจมูกน่ะนะ เป็นบริเวณที่ผิวบอบบาง แต่ส่วนอื่นๆ ก็ไม่ค่อยแสบเท่าไหร่ รู้สึกเย็นๆ และมีกลิ่นแตงกวา เราทิ้งไว้แค่ 2 นาที แล้วรีบล้างออก แต่ผลลัพธ์หลังใช้มันก็ดีนะ รู้สึกหน้าไม่มัน ถ้าเป็นคนผิวไม่แพ้ง่ายแบบเรา น่าใช้ใช้ได้ดีเลยแหละ

5. ลิปและแป้งกันแดด มาใหม่ป้ายแดง

มาถึงไอเทมน้องใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งแนะนำตัวกับสาวไทยเมื่อไม่นานมานี้ นั่นคือ แบรนด์คลาวด้า เขาเปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ แป้งกันแดด ลิปสติก และบรัชออน วันนี้เราได้ลองแป้งและลิปสติก มาดูกัน

เริ่มจาก Clouda Queen of Lips เป็นลิปสติกเนื้อ Sheer เนียน นุ่ม ให้ความชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งเหมือนลิปเนื้อแมต เม็ดสีแน่น ติดทน ให้สีสวยคมชัด ช่วยให้ริมฝีปากดูเรียว ปกปิดความหมองคล้ำ แก้ปัญหาริมฝีปากเป็นร่องและขุย ช่วยให้ปากชุ่มชื่น เนียน อิ่มเอิบ มีทั้งหมด 6 สี เขามีโปรโมชั่นในช่วงแนะนำสินค้า สนนราคาเพียง 249 บาท จากราคาเต็ม 499 บาท

ทดลองใช้ : เราลองใช้ลิปสติก 3 สีนี้กันก่อน ได้แก่

QL 01 SUGAR สีสตรอเบอร์รี่มิลค์เชค ออกชมพูนวลๆ อ่อนๆ ตามภาพด้านล่าง

QL 06 GLAM สีเรดไวน์ สีชมพูเข้ม เพิ่มสเต็ปความสดใส

QL 05 ROCK สีดาร์กไวโอเลต ไปปาร์ตี้กลางคืนจะแจ่มว้าวมากๆ

เราชอบเนื้อลิปนะ เนียนนุ่มชุ่มดี ไม่แห้ง เม็ดสีชัดดีมาก ชอบตรงนี้เป็นพิเศษ ทาทีเดียวไม่ต้องซ้ำ สีติดทนนานอยู่ทั้งวัน

ส่วน Clouda Smooth & Stay oil Control Pressed Powder SPF 20 เป็นแป้งผสมรองพื้นที่มีสารกันแดดในตัว เนื้อแป้งอณูละเอียด ปกปิดริ้วรอยได้ดี ควบคุมความมันบนใบหน้า ช่วยให้ผิวเนียนสม่ำเสมอ ติดทนนานทั้งวัน และสามารถกันแดดได้ในตัว เปิดตัวมา 3 เฉดสีที่เหมาะกับผิวของสาวไทย ได้แก่ 01 NATURAL TOUCH, 02 SILKY BEIGE, 03 CHAMPAGNE GLOW ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 359 บาท จาก 750 บาท วางจำหน่ายที่ร้าน STARDUST ทุกสาขา

ทดลองใช้ : เราลองใช้แป้งเบอร์ 02 SILKY BEIGE เนื้อแป้งผสมรองพื้น ปกปิดริ้วรอยและจุดด่างดำได้ดีเลย ช่วยควบคุมความมันได้ดีระดับหนึ่ง ทาแล้วเบาไม่หนักหน้า ใครอยากลองแป้งเนื้อดีในราคาย่อมเยา เราว่าตัวนี้โอเคเลย

Advertorial

มลภาวะ ความเครียด การดัดทำสีผม และอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้เส้นผมที่สวยงามของคุณนั้น เริ่มเสื่อมสภาพ และอ่อนแอลงไปทุกวัน รวมไปถึงปัญหาเกี่ยวกับหนังศีรษะที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และทำให้คุณขาดความมั่นใจ

TVdirect.tv ขอนำคุณมาพบกับ Bawang Anti Hair Fall Pack for Ladies ชุดแชมพูสมุนไพรป้าหวัง สูตรเฉพาะเพื่อการดูแลเส้นผมสำหรับผู้หญิง ลดการขาดหลุดร่วง มีส่วนผสมของสารสกัดจากสมุนไพร ธรรมชาติ ช่วยบำรุงเส้นผมและรากผมอย่างล้ำลึก เพื่อให้เส้นผมเเข็งเเรงตั้งแต่รากผมจรดปลายผม เพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น เริ่มเห็นผลลัพธ์เส้นผมกลับมาเงางาม มีชีวิตชีวาเป็นธรรมชาติ ช่วยฟื้นบำรุง ผมเสีย และผมแตกปลาย ผมนุ่มลื่น จัดทรงง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ลดการเกิดรังแคและอาการ ระคายเคืองหนังศีรษะ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลดปัญหาผมร่วงวันนี้ด้วยพลังจากสมุนไพรจีน

advertisement

 

‘ผมกลัวการทำอะไรแล้วไม่ประสบความสำเร็จ…’ คิดแบบคิด คณชัย เบญจรงคกุล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.ย. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/722260


เป็นอีกหนึ่งหนุ่มเจ้าเสน่ห์แล้วมีความเป็นอาร์ตอยู่ในตัวมากมาย คงจะเป็นเพราะได้สายเลือดพ่อมาเต็มๆ (เจ้าสัว บุญชัย เบญจรงคกุล) ไฮโซโปรไฟล์ไทยรัฐออนไลน์พาไปรู้จักความเป็นตัวตนแบบใกล้ชิด รับประกันว่า แม้จะอาร์ตติสต์แต่มีความป๊อปน่ารักชนิดคุณจะหลงเสน่ห์แน่นอน

ชื่อ : คณชัย เบญจรงคกุล
ชื่อเล่น : คิด มาจากลูกคิด ที่หมายถึงเครื่องคิดเลขของจีน แต่คนส่วนใหญ่จะเรียกคิด สั้นๆ แต่เดี๋ยวนี้คนจะเรียกว่า “คิดบี” เพราะมาจากชื่อ Instragram ที่ใช้ว่า Kitb
อายุ : 27 ปี
วันเกิด : 30 มกราคม 1989
สูง : 173
น้ำหนัก : 65
พี่น้อง : พี่สาว 3 คน น้องชาย 2 คน
การศึกษา : จบปริญญาตรีสถาปัตย์จาก Architectural Association แห่งกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
อาชีพ : ช่างภาพอิสระ
อาหารที่ชอบ : อาหารญี่ปุ่นกับอาหารไทย
สถานที่เที่ยวโปรด : ชอบเที่ยวทะเล ชอบภูเก็ต และฮาวายเป็นทะเลที่ชอบมากๆ
สิ่งที่เกลียด : กลัวการทำอะไรแล้วไม่ประสบความสำเร็จ
คติประจำใจ : ถ้าอยากทำอะไรจะลงมือทำเลย จะไม่รอให้โอกาสมาหา แต่จะวิ่งตามหาโอกาส

ตอนนี้ทำอะไรอยู่

หลักๆ เป็นช่างภาพแฟชั่น ถ่ายกับหนังสือต่างๆ หรือเป็นโปรเจกต์ ปัจจุบันกำลังทำ Exhibition ของตัวเอง แล้วก็กำลังจะมีโปรเจกต์ที่กำลังซุ่มทำอยู่ แต่ยังบอกไม่ได้ตอนนี้ คาดว่าปีหน้าน่าจะได้เห็นอีกหนึ่งสายงานที่จะทำ

สไตล์การแต่งตัว

สไตล์การแต่งตัวของผมจะขึ้นอยู่กับสถานที่และโอกาส อย่างวันนี้มาเป็นช่างภาพก็จะใส่เสื้อผ้าที่สะดวก คล่องตัวสำหรับทำงาน และก็เป็นสีพื้นๆ เรียบๆ แต่โดยปกติก็เป็นคนที่สนุกกับการแต่งตัวเหมือนกัน อย่างเช่นเวลาไปงานก็จะใส่สูทเต็ม หรือถ้าไปปาร์ตี้ก็จะเลือกเสื้อผ้าแบบที่มีสีสัน หรือมีลาย

ไอเทมที่ชอบมากที่สุด

แว่นตากันแดดครับ เพราะ เป็นสิ่งที่ซื้อบ่อยสุด และรู้สึกว่าวันไหนใส่แค่เสื้อยืด แค่หยิบไว้มาใส่ก็ช่วยให้เราดูดี ไม่โทรมได้มากขึ้นครับ

ผลงานที่ติดตามล่าสุด

เป็นช่างภาพในแคมเปญ “Central 30 Days 30 Looks” ครับ สำหรับการมาร่วมงานในแคมเปญนี้สนุกมาก เพราะหลายๆ คนที่ได้ถ่ายก็เป็นคนที่เราคุ้นเคยอยู่แล้วก็เลยไม่ยาก โดยภาพส่วนใหญ่ก็เป็นการ Snap ไม่ได้เซตแบบแฟชั่น จะเป็นแนวไลฟ์สไตล์มากกว่า เพราะฉะนั้นทุกคนก็จะดูเป็นธรรมชาติ  และลุคของแต่ละคนก็เต็ม ทั้งยังสื่อออกมาให้เห็นถึงไลฟ์สไตล์ของคนที่มาเดินห้างจริงๆ มีทั้งผู้หญิงผู้ชาย แม่ลูก ที่เห็นแล้วก็มีความเป็นไลฟ์สไตล์ผสมกับแฟชั่นได้เป็นอย่างดี

อนาคต

ผมหวังว่าจะได้ทำงานทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ และอยากประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ไม่ว่าจะเป็นด้านถ่ายภาพ และอยากหันไปทำภาพเคลื่อนไหวด้วย อยากผลิตผลงานออกมาและมีคนชื่นชอบผลงานของเรา

แฟชั่นนิสต้าไทยได้กุศลแรง VOGUE LOVES

แฟชั่นนิสต้าไทยได้กุศลแรง VOGUE LOVES

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/727323

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.ย. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/727323


กุลวิทย์ เลาสุขศรี บก.บห.โว้ก ไทยแลนด์ พ่องานใหญ่จัดงานกุศล VOGUE LOVES.

เดินหน้าจัดกิจกรรมเอาใจคนรักแฟชั่นอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “โว้ก ไทยแลนด์” ภายใต้ การนำของ “กุลวิทย์ เลาสุขศรี” เพื่อตอกย้ำความเป็นคัมภีร์แฟชั่นระดับโลกที่ทรงอิทธิพล ต่อผู้หญิงยุคใหม่ ล่าสุด สร้างสีสันความคึกคักให้วงการแฟชั่นอีกครั้ง ด้วยการจัดงาน การกุศล “VOGUE LOVES” เนรมิตพื้นที่สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ให้เป็นอาณาจักรของคนรักโว้ก ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ก.ย.59

กิจกรรมไฮไลต์ภายในงาน มีตั้งแต่การเปิดโซน “VOGUE POPUP SHOP” บริเวณชั้น 1 โซนเอเทรียม 2 สยามเซ็นเตอร์ และดิสคัฟเวอรี่ แล็บ ชั้น 2 สยามดิสคัฟเวอรี่ จำหน่ายสินค้าชิ้นลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่โว้กและเหล่าไทยดีไซเนอร์ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นเฉพาะ สำหรับพื้นที่ Absolute Siam ไม่ว่าจะเป็น เทียนหอมกลิ่นพิเศษ, ชุดคลุมกำมะหยี่, กระเป๋าคลัตช์สุดเก๋ พร้อมกันนี้ Jay the Rabbit ยังมาร่วมออกแบบตุ๊กตาโมเดลกระดาษลายพิเศษสำหรับขายในงาน โดยรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้มูลนิธิรามาธิบดีเพื่อผู้ป่วยยากไร้

นอกจากนี้ ยังเอาใจแฟชั่นนิสต้า ด้วยการเชิญช่างภาพมืออาชีพมาเปิด VOGUE STUDIO เพื่อลั่นชัตเตอร์บันทึกภาพสวยตะลึงไม่แพ้นางแบบและนายแบบโว้ก ส่วนแฟนพันธุ์แท้ของโว้กก็ต้องอุดหนุนกระเป๋าผ้าแคนวาสที่ออกแบบเฉพาะสำหรับซีซั่นนี้ และกระเป๋า tote ที่มากับนิตยสารโว้กฉบับเดือนกันยายน อัดแน่นด้วยของพรีเมียมจากแบรนด์ชั้นนำมากมาย จำหน่ายในราคาเพียง 100 บาท คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม รักแล้วต้องแสดงออกนะคะ.

ทฤษฎีสัมพัทธภาพระหว่างรูปหน้าและทรงผม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 19 ก.ย. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/720013


พื้นฐานหลักที่ช่วยเสริมให้คุณหล่อนั้นคือทรงผม ซึ่งการตัดผมในแต่ละครั้งคุณต้องคำนึงถึงรูปหน้าและทรงผมให้เข้ากัน เพราะใช่ว่าทุกคนจะดูหล่อได้ในผมทรงเดียวกัน เราจึงจำแนกรูปหน้าของผู้ชายออกเป็น 6 ลักษณะกับทรงผมที่เข้ากันได้ดี

หน้าเหลี่ยม (Square Face Shape)

เพราะระยะความยาวและความกว้างของใบหน้าคุณนั้นมีระยะเกือบเท่ากัน จนทำให้ใบหน้าคล้ายกับทรงเหลี่ยม กรอบหน้าและมุมที่คมชัดจนทำให้ดูแข็งแรงสมกับเป็นชายชาตรี เราขอแนะนำให้คุณไว้ผมสั้นดีกว่า เพื่อช่วยให้ใบหน้าของคุณดูโดดเด่นอย่างแซค เอฟรอน (Zac Efron)

สื่อสารกับช่างตัดผม

“ตัดสั้นครับ ขอด้านข้างและด้านหลังออกให้สั้น ส่วนผมด้านบนนั้นตัดออกพอประมาณ เหลือไว้สัก 2-3 นิ้วเพื่อเซต จะได้ไม่ดูคล้ายนักเรียนมัธยม”

หมายเหตุ

สำหรับผู้ชายที่ผมตรงเกินจนชี้ฟูโด่เด่ วิธีแก้ง่ายๆ คือคุณอาจตัดผมให้สั้นลงได้มากกว่า 2-3 นิ้วเพื่อเป็นการคุมให้ผมบริเวณนั้นไม่โดดเด้งออกมา

หน้ากลม (Round Face Shape)

เราเข้าใจว่าการเป็นผู้ชายหน้ากลมอาจทำให้คุณรู้สึกไม่มั่นใจ จนอยากทำผมปิดหน้าปิดตาเพื่อให้ใบหน้าของคุณนั้นมีมุมขึ้น แต่ความจริงกลับยิ่งทำให้คุณพลาดเข้าไปอีก เพราะเป็นการไปเน้นย้ำให้พื้นที่ของใบหน้าดูใหญ่ขึ้น จำไว้ว่าอย่าไปเพิ่มความใหญ่บนใบหน้า โดยสิ่งที่คุณควรทำคือทำให้หน้ายาวขึ้นด้วยทรงผมตั้งหรือเซตสูงอย่างทรงปอมปาดัวร์ (Pompadour) หรือจะหวีเรียบแบบ Slicked Back ก็ได้แต่ให้ยกโคนผมข้างหน้าขึ้นเล็กหน่อยตามสไตล์ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ

สื่อสารกับช่างตัดผม

“ไถด้านข้างและด้านหลังออกให้สั้น แต่เล็มผมด้านบนแค่นิดเดียว เพราะจะเลี้ยงให้ยาวสำหรับเซตเป็นทรงครับ”

หมายเหตุ

สำหรับผู้ชายผมหยักศกหรือผมหยิก เราขอแนะนำให้คุณเล็มผมด้านบนออกเล็กน้อย แล้วลองใส่มูสให้ผมดูมีวอลลุ่มเป็นธรรมชาติ จัดแต่งยกสูงเบาๆ ให้เป็นทรง เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว

หน้ารูปไข่ (Oval Face Shape)

ผู้ชายหน้ารูปไข่นั้นถือว่าน่าอิจฉาสุด เพราะรูปหน้านั้นสมดุลลงตัว จนเข้ากันได้ดีกับทรงผมแทบจะทุกแบบเหมือนกับไรอัน กอสลิ่ง แต่สิ่งที่คุณไม่ควรลืม คือไม่ควรทำทรงปาดข้าง หรือหน้าม้าที่ด้านหน้าบดบังช่วงหน้าผาก เพราะมันจะทำให้ใบหน้าคุณเสียสมดุลได้

สื่อสารกับช่างตัดผม

“ขอทรงผมที่เปิดหน้าผาก จะได้รับกับใบหน้า ซอยความยาวออกนิดหนึ่งครับ”


หมายเหตุ

หากคุณเป็นคนผมตรง คุณสามารถปล่อยผมบริเวณด้านบนให้ยาวได้แล้วเสยไปด้านหลัง หรือตัดสั้นแล้วปาดมาทางด้านหน้าก็ได้ ที่สำคัญคือต้องคำนึงถึงทิศทางตามธรรมชาติของเส้นผมแล้วจัดทรงให้ไปในทางเดียวกัน

หน้าเรียวยาว (Oblong Face Shape)

คนรูปหน้านี้ก็น่าอิจฉาไม่แพ้กับหน้ารูปไข่ ตัวอย่างเช่น เดวิด เบคแคม เพราะเขาสามารถตัดผมหรือเซตผมได้แทบจะทุกทรงที่มีบนโลก เนื่องจากรูปหน้าที่คล้ายกับหน้ารูปไข่แต่เพิ่มความเรียวยาวลงมาอีกนิดหนึ่ง แต่สิ่งที่คุณควรหลีกเลี่ยงคือการตัดผมด้านข้างสั้นจนเกินไป เพราะจะทำให้หน้าคุณนั้นดูยาวเกินไปจนแปลกประหลาด

สื่อสารกับช่างตัดผม

“ขอทรงคลาสสิก ไถด้านข้างได้แต่เอาออกไม่เยอะ แล้วช่วยเอากรรไกรเก็บรายละเอียดให้ด้วยครับ”

หมายเหตุ

หากคุณเป็นคนผมหยักศก แล้วมั่นใจในความเท่ของผมที่คุณได้มาตั้งแต่เกิด การปล่อยให้ผมด้านบนยาวสัก 4-5 นิ้ว แล้วปล่อยให้เส้นผมอยู่ในทิศทางตามธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม เท่านี้คุณก็จะได้ลุคใหม่ที่ดูไม่พยายามมากจนเกินเหตุ

หน้ารูปเพชร (Diamond Face Shape)

ผู้ชายหน้ารูปเพชรจะมีโครงหน้าและกรอบหน้าที่คมชัด และมีคางที่ยาวกว่าคนรูปหน้าแบบอื่น ดังนั้นทรงผมที่เน้นความยาวนั้นดูจะเหมาะกับคุณเป็นที่สุด ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูโรเบิร์ต แพตทินสัน เป็นตัวอย่าง และที่สำคัญคือคุณควรเลือกเข้าร้านซาลอนมากกว่าร้านที่ตัดแบบบาร์เบอร์ เพราะการตัดผมด้วยกรรไกรจะช่วยให้ทรงผมของคุณดูไม่แข็งและคมชัดเกินไป มีความเป็นธรรมชาติเพื่อสร้างสมดุลให้ใบหน้าและสอดรับกับโหนกแก้ม

สื่อสารกับช่างตัดผม

“ซอยออกนิดหน่อยด้วยกรรไกร แต่ข้างบนอย่าเอาออกเยอะ จะเลี้ยงให้ยาวสำหรับเซตทรงครับ”

หมายเหตุ

ทั้งผู้ชายผมตรงและผมหยักศก คุณควรเลี้ยงผมด้านบนไว้ให้ยาวสัก 5-6 นิ้ว แล้วบอกช่างตัดผมให้เอาความหนาออก ส่วนผมด้านข้างและด้านหลังคุณควรเลี้ยงให้ยาวอย่างน้อย 1 นิ้ว แล้วเซตให้ดูมีวอลลุ่มแบบไม่ได้ตั้งใจ เพื่อให้ทรงผมของคุณมาช่วยเบรกความคมของใบหน้าให้สมดุลขึ้น

หน้ารูปสามเหลี่ยม (Triangular Face Shape)

กรามกว้างแต่หน้าผากแคบอย่างคริส เฮมส์เวิร์ธ นี่แหละผู้ชายหน้ารูปสามเหลี่ยม ดังนั้นการหาทรงผมที่จะมาช่วยเสริมเพิ่มความหล่อนั้นดูจะเป็นเรื่องยากสักหน่อย แต่เรามีทางออก เพราะสิ่งที่จะช่วยสร้างสมดุลให้กับใบหน้าของคุณได้ดีที่สุดคือการสร้างวอลลุ่มให้กับทรงผม และควรหลีกเลี่ยงการเซตผมตั้งเพราะจะไปทำให้ใบหน้าคุณดูดุและหน้าแหลม ตอกย้ำเหลี่ยมคมบนใบหน้ามากขึ้นไปอีก

สื่อสารกับช่างตัดผม

“เล็มผมด้านบนและด้านข้างออกเล็กน้อย” หรือ “ผมอยากดัดผมลอนใหญ่ครับ”

หมายเหตุ

สำหรับผู้ชายผมตรง การเลี้ยงผมทั่วหนังศีรษะสัก 3 นิ้วให้เท่ากันดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อที่คุณจะสามารถสร้างวอลลุ่มของทรงผมให้รับกับใบหน้า และอย่าลืมว่าการตัดผมสั้นเกินไปจะทำให้ใบหน้าของคุณเหลี่ยมขึ้นไปอีก

Good to Know

บางครั้งการที่คุณดื้อเกินไปโดยคิดว่าทรงผมที่คุณอยากตัดจะช่วยให้คุณหล่อขึ้น ทั้งที่ความจริงเส้นผมและรูปหน้าของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน จากคำบอกเล่าของช่างตัดผมว่า ผู้ชายร้อยละ 70 ที่เดินเข้ามาในร้านตัดผมมักจะมีทรงผมและภาพหลังตัดผมอยู่ในหัว ไม่ว่าจะเป็นแบบทรงผมของนักแสดง นักฟุตบอล หรือนายแบบ แต่ลืมคำนึงถึงเส้นผมและรูปหน้าของตัวเอง เลยทำให้ตัดออกมาไม่เหมือนกับแบบที่อยากได้เป๊ะๆ ช่างตัดผมส่วนใหญ่จึงมักจะไม่ตัดผมของคุณสั้นจนเกินไป เพื่อที่จะให้มีเส้นผมยาวพอสำหรับการแก้ไข และเซตอย่างสุดฝีมือเพื่อให้ออกมาคล้ายกับแบบที่คุณอยากได้มากที่สุด

แต่คุณก็รู้ดีอยู่แล้วว่า เมื่อถึงเวลาที่คุณต้องเซตผมเองที่บ้าน มันคงไม่เหมือนกับตอนที่ออกมาจากร้านแน่นอน ดังนั้นการเลือกทรงผมให้เข้ากับสภาพเส้นผม รูปหน้า ไลฟ์สไตล์ และทักษะการเซตผมที่คุณสามารถประดิษฐ์ได้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องนึกถึงก่อนเดินเข้าร้านตัดผมในครั้งถัดไป

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com