ปธ.ศาลฏีกาขอคนไทยถวายพระพรชัยมงคล ร.10

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254261


ประธานศาลฏีกา, ศาล, ฏีกา, คนไทย, ถวายพระพร, ชัยมงคล, ร10, หลักนิติธรรม

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 30 ธ.ค. 2559

ปธ.ศาลฏีกาขอคนไทยถวายพระพรชัยมงคล ร.10

ประธานศาลฏีกาชวนคนไทยถวายพระพรชัยมงคล ร.10 ยึดเศรษฐกิจพอเพียง เผยปี 59 คดีขึ้นศาลกว่าหนึ่งล้านเจ็ดแสนคดี ย้ำเร่งพิจารณาคดีให้เสร็จโดยเร็วตาม“หลักนิติธรรม”

          30 ธ.ค. —  นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา ได้มีคำปราศรัยเนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2560 ว่าเนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2560 ผมในนามของข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ขอส่งความรักและความปรารถนาดีมายังพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน และในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยพร้อมใจกันตั้งจิตอธิษฐานเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคลแด่องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ในน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตาที่มีต่อปวงชนชาวไทยตลอดมา ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก พระบารมีแห่งพระสยามเทวาธิราชและสมเด็จพระบุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ โปรดดลบันดาลอภิบาลให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัยทุกประการ ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ ทรงเจริญพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระบารมีแผ่ไพศาล ทรงสถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าแก่ปวงข้าพระพุทธเจ้าและพสกนิกรชาวไทยตราบกาลนิรันดร์

           พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่านในรอบปีที่ผ่านมา ศาลยุติธรรมในฐานะสถาบันที่ใช้อำนาจอธิปไตยทางตุลาการได้ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความยุติธรรมโดยยึดมั่นในหลักนิติธรรมตามนโยบายของประธานศาลฎีกาในด้านต่าง ๆ สำเร็จลุล่วงได้ตามเป้าหมาย ทั้งในด้านของการพิจารณาพิพากษาคดี การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และการระงับข้อพิพาทด้วยการไกล่เกลี่ย ซึ่งข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมทุกคน ต่างแน่วแน่ที่จะปฏิบัติหน้าที่ภายใต้พระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์อย่างมั่นคงและเที่ยงธรรม เพื่อผดุงหลักนิติธรรมให้เกิดขึ้นและยั่งยืนในสังคมไทย

สำหรับแนวทางในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบนั้น ศาลยุติธรรมได้เปิดทำการศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา อันจะทำให้การพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ศาลยุติธรรมจะเปิดทำการศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตามภาคต่าง ๆ ภาคละ 1 ศาล ในวันที่ 1 เมษายน 2560 จำนวน 7 ภาค และในวันที่ 1 ตุลาคม 2560 จะเปิดทำการอีก 2 ภาค อันจะทำให้ครอบคลุมทั่วทุกภาคในประเทศ

สำหรับการกระจายความยุติธรรมเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้โดยสะดวกและรวดเร็วนั้น นับแต่วันที่ 3 มกราคม 2560 ศาลยุติธรรมจะเปิดทำการศาลจังหวัดมหาสารคาม สาขาพยัคฆภูมิพิสัย ศาลจังหวัดเชียงราย สาขาเวียงป่าเป้า และศาลจังหวัดพิษณุโลก สาขานครไทย เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางไปศาลได้โดยสะดวก ลดระยะเวลา ระยะทางและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปศาล นอกจากนั้นยังช่วยให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ประชาชนชาวไทยทุกท่าน ในรอบปีที่ผ่านมา มีคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมมากกว่าหนึ่งล้านเจ็ดแสนคดี ในขณะที่ศาลยุติธรรมมีผู้พิพากษาทั้งสิ้นเพียงสี่พันหกร้อยแปดคน แต่ศาลยุติธรรมก็สามารถพิจารณาพิพากษาคดีให้แล้วเสร็จไปได้มากกว่าหนึ่งล้านสี่แสนคดี ทั้งนี้ ก็ด้วยความร่วมแรงร่วมใจมุ่งมั่นของท่านผู้พิพากษา ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมทุกคนที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สุขแก่พี่น้องประชาชนชาวไทย

ขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่าน ได้โปรดมั่นใจว่า นอกจากการบริหารจัดการคดีในเวลาอันรวดเร็วแล้ว สิ่งที่ศาลยุติธรรมให้ความสำคัญที่สุด คือ การพิจารณาพิพากษาคดีให้เป็นไปตาม“หลักนิติธรรม”และต้องพิจารณาพิพากษาคดีที่ค้างนานให้เสร็จไปโดยรวดเร็ว เพราะศาลยุติธรรมตระหนักดีว่า การอำนวยความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือการปฏิเสธความยุติธรรม

พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่านในวาระอันเป็นมงคลขึ้นปีใหม่นี้ ผมและข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ขอตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ว่าจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยความยุติธรรมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยยึดมั่นในหลักนิติธรรม ถูกต้อง เที่ยงธรรม และปราศจากอคติ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขในสังคม และขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกท่านเคารพนับถือ อีกทั้งพระบุญญาบารมีแห่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดดลบันดาลให้พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญ มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง มีจิตใจที่เข้มแข็งอดทน ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมอันดี และดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเพื่อสร้างสรรค์สังคมและพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองอย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป

 

“นิพิฎฐ์”ลั่น “เลือกตั้ง.” ต้องเป็นไปตามโรดแม็ป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254253

นิพิฏฐ์, คมชัดลึก, นิพิฎฐ์, ลั่น, เลือกตั้, ต้อง, เป็นไปตาม, โรด, นิพิฎฐ์ลั่น, เลือกตั้ง, ต้องเป็นไปตามโรดแม็ป, รธนฉบับประชามติ

การเมือง  : 30 ธ.ค. 2559

“นิพิฎฐ์”ลั่น “เลือกตั้ง.” ต้องเป็นไปตามโรดแม็ป

“นิพิฎฐ์”ลั่น “เลือกตั้ง.” ต้องเป็นไปตามโรดแม็ป หากเลื่อนถือว่าไม่เป็นตาม “รธน.ฉบับประชามติ”

        ที่พรรคประชาธิปัตย์ – 30 ธ.ค.59 – นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเดินหน้าตามโรดแม็ปเลือกตั้งของรัฐบาลที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ประกาศไว้ว่า ทุกวันนี้มีชาวบ้านเจอหน้าตน แล้วถามกันมากว่าโรดแม็ปเลือกตั้งจะเป็นไปตามเดิมหรือไม่ แต่ต้องทำความเข้าใจกับเขาก่อน เพราะคนที่ถามส่วนมาก 90 เปอร์เซ็นไม่เข้าใจคำว่าโรดแม็ปคืออะไร แต่พูดต่อๆ กันมาตามคนอื่น เราบอกชาวบ้านว่า โรดแม็ปคือระยะเวลา ว่าจะทำอะไรเมื่อไหร่ ซึ่งรายละเอียดถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ผ่านมการลงประชามติแล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามโรดแม็ปเดิม คือไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่ลงประชามติ

          รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนอีกเหตุผลที่จะทำให้โรดเเม็ปเลือกตั้งไม่เหมือนเดิม คือต้องชะลอการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติออกไป แต่ตนยังไม่เห็นว่า จะชะลอการบังคับใช้ได้อย่างไร ตนไม่ได้บอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเรื่องเลื่อนหรือไม่เลื่อน แต่ตอบตามมุมเหลี่ยมของรัฐธรรมนูญว่าต้องเดินไปตามกฎหมาย ดังนั้นผู้ที่บอกว่าอาจจะไม่เป็นไปตามโรดแม็ปต้องออกมาอธิบายให้ชัดเจนว่าจะไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญเพราอะไร และจะทำอะไร อย่างไร ส่วนตัวยังคิดไม่ออกว่าจะเป็นแบบไหน

 

“อัศวิน” ตรวจพื้นที่จัด “สวดมนต์” ข้ามปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254243

สนามหลวง, ปชช., อัศวิน, ตรวจ, พื้นที่, จัด, สวดมนต์, ข้าม, ตรวจพื้นที่จัด, ข้ามปี
สนามหลวง, ปชช., อัศวิน, ตรวจ, พื้นที่, จัด, สวดมนต์, ข้าม, ตรวจพื้นที่จัด, ข้ามปี
สนามหลวง, ปชช., อัศวิน, ตรวจ, พื้นที่, จัด, สวดมนต์, ข้าม, ตรวจพื้นที่จัด, ข้ามปี

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 30 ธ.ค. 2559

“อัศวิน” ตรวจพื้นที่จัด “สวดมนต์” ข้ามปี

“อัศวิน” ตรวจพื้นที่จัด “สวดมนต์” ข้ามปี เร่งปรับพื้นที่-ปูผ้ายางรับปชช. พร้อมติดไฟส่องสว่าง-ซีซีทีวี รอบสนามหลวงฝั่งทิศใต้

          30 ธ.ค. 59 – พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ลงพื้นที่ท้องสนามหลวง เพื่อตรวจการเตรียมความพร้อมในการจัดสถานที่รองรับการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี 2560 จัดระหว่างวันที่ 31 ธ.ค.2559 ถึง 1 ม.ค.2560 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทีเกี่ยวข้องจากสำนักการโยธา สำนักเทศกิจ สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว และสำนักงานเขตพระนคร ร่วมตรวจพื้นที่

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า วันนี้กทม.ได้เข้ามาดำเนินการปรับพื้นที่บริเวณฝั่งใต้ของสนามหลวง เพื่อรองรับการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี 2560 โดยได้มอบหมายให้ทางสำนักการโยธา นำรถบดอัดมาบดให้พื้นสนามหลวงเรียบ จากนั้นจะทำการปูผ้ายางเพื่อให้ประชาชนสามารถนั่งสวดมนต์ได้ และยังได้ให้ทางสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ฉีดน้ำโดยรอบเพื่อป้องกันฝุ่นละออง อันเนื่องมาจากการบดอัดพื้น ซึ่งกท.คาดว่าจะมีประชาชนเข้ามาร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีเป็นจำนวนหลายหมื่นคน แต่กทม.มั่นใจว่าจะอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเรื่องความปลอดภัย ได้มอบหมายให้สำนักเทศกิจ และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับทางกองทัพภาคที่ 1 กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองบัญชาการตำรวจนครบาล และอาสาสมัครจากกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันเฝ้าระวังเหตุร้าย พร้อมดูแลรักษาความปลอดภัยร่วมกัน โดยเบื้องต้นได้ทำการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างและกล้องวงจรปิด(ซีซีทีวี) โดยรอบพื้นที่การจัดกิจกรรม

“กทม.ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี 2560 ที่มณฑลพิธีสนามหลวง แต่ผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาที่สนามหลวง ก็สามารถไปร่วมสวดมนต์ตามวัดต่างๆ ใกล้บ้าน  หรือสามารถเปิดทีวีหรือวิทยุ เพื่อสวดมนต์ไปพร้อมกันกับที่สนามหลวงได้อีกด้วย” ผู้ว่าฯกทม. กล่าว.

 

รณรงค์”เปิดไฟหน้ารถ”ลดอุบัติเหตุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254225

กทม., วัลลภ สุวรรณดี, รณรงค์, เปิด, ไฟหน้า, อุบัติเหตุ, เปิดไฟหน้ารถ
กทม., วัลลภ สุวรรณดี, รณรงค์, เปิด, ไฟหน้า, อุบัติเหตุ, เปิดไฟหน้ารถ
กทม., วัลลภ สุวรรณดี, รณรงค์, เปิด, ไฟหน้า, อุบัติเหตุ, เปิดไฟหน้ารถ
กทม., วัลลภ สุวรรณดี, รณรงค์, เปิด, ไฟหน้า, อุบัติเหตุ, เปิดไฟหน้ารถ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 30 ธ.ค. 2559

รณรงค์”เปิดไฟหน้ารถ”ลดอุบัติเหตุ

กทม.รณรงค์”เปิดไฟหน้ารถ” ตั้งเป้าช่วยลดอุบัติเหตุ รับเทศกาลปีใหม่ 60 เฝ้าระวัง 7 วันอันตราย ตั้งจุดบริการ 7 จุด เส้นทางเข้า-ออกรอบกรุง บริการตรวจสภาพรถยนต์

        30 ธ.ค. —  นายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ เปิดไฟหน้ารถ ช่วยลดอุบัติเหตุ ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 โดยมีพล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม. คณะผู้บริหาร ร่วมขบวนรถยนต์เพื่อรณรงค์เปิดไฟหน้ารถช่วยลดอุบัติเหตุ พร้อมเยี่ยมชมจุดบริการประชาชน บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม.

นายวัลลภ กล่าวว่า เนื่องจากในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุก ๆ ปี จะมีประชาชนเดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดและเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุจราจร รวมทั้งเสริมสร้างความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน สำนักการจราจรและขนส่งกทม.ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ในช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.2559 ถึง 4 ม.ค.2560 โดยจัดกิจกรรมรณรงค์เปิดไฟหน้ารถ ช่วยลดอุบัติเหตุ ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ขึ้น เพื่อให้การปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้สามารถลดจำนวนอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บให้เหลือน้อยที่สุด

โดยกทม.ได้ตั้งจุดให้บริการประชาชน 7 จุด เส้นทางหลักเข้า-ออกพื้นที่กรุงเทพฯทเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ดังนี้ 1.สำนักงานเขตบางนา จุดบริการใกล้ SB เฟอร์นิเจอร์ ถนนบางนา ฝั่งขาออก 2.สำนักงานเขตบางขุนเทียน จุดบริการปั๊มน้ำมันเชลล์ ถนนพระราม 2 ฝั่งขาออก เลยสำนักงานเขตไป 2 กม.และปั๊มน้ำมันปตท. ถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้า 3.สำนักงานเขตทวีวัฒนา จุดบริการหน้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาพุทธมณฑล ถนนบรมราชชนนี ฝั่งขาเข้า และที่ปั๊มคาลเท็กซ์ แยกฉิมพลี ถนนบรมราชชนนี ฝั่งขาออก ทางคู่ขนานด้านใน 4.สำนักงานเขตหนองจอก จุดบริการบริเวณสะพานเข้าสนามฟุตซอล ทางยกระดับสุวินทวงศ์ ฝั่งขาออก

5.สำนักงานเขตดอนเมือง จุดบริการบริเวณคลังน้ำมัน ถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งขาออก 6.สำนักงานเขตหนองแขม จุดบริการด้านหน้าสำนักงานเขตหนองแขม 7.สำนักงานเขตพระนคร จุดบริการประชาชนบริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม. โดยในแต่ละจุดจะให้บริการตรวจสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์เบื้องต้น พร้อมให้บริการ ยาดม ยาอม ผ้าเย็น น้ำดื่ม ชา กาแฟ พร้อมแจกเอกสารแผ่นพับคู่มือการเดินทางฟรี

“กิจกรรมการรณรงค์เปิดไฟหน้ารถ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่กทม.เตือนให้ผู้ขับขี่มีความพร้อมในการเดินทาง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่มีความหมาย และมีส่วนสำคัญให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดสถิติต่าง ๆ พร้อมเตือนสติคนในครอบครัวให้เดินทางด้วยระมัดระวังในช่วงนี้ โดยเชื่อว่าในปีนี้จะเป็นอีกปีหนึ่งที่คนกรุงเทพฯช่วยกันลดสถิติต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้ในวันที่ 30 ธ.ค.2559 ถึง 4 ม.ค.2560 เวลา 09.00-16.00 น. สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา จะให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสำหรับรถจักรยานยนต์ฟรี ที่จุดบริการลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม.”นายวัลลภ กล่าว

 

ประกาศเพิ่ม “จนท.รัฐ” ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254223

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, 2 ก.พ.60, จนท.รัฐ, ออก, ป.ป.ช., ประกาศ, เพิ่ม, จนท, รัฐ, ต้อง, ยื่น, บัญชี, ทรัพย์สิน, ประกาศเพิ่ม, จนทรัฐ, ปปช, บัญชีทรัพย์สินฯ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 30 ธ.ค. 2559

ประกาศเพิ่ม “จนท.รัฐ” ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน

“ป.ป.ช.” ออกประกาศเพิ่มให้ “จนท.รัฐ” ต้องยื่น “บัญชีทรัพย์สินฯ” อีก 73 ตำแหน่ง 477 ราย ภายใน 2ก.พ.60

          30 ธ.ค.59 – นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ออกประกาศ เรื่องกำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งจะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 40 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตำแหน่งต่อไปนี้ต้องมีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ดังนี้

         1.กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย รองปลัดกรุงเทพมหานคร ,หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร ,ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล ,ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ ,ผู้อำนวยการสำนักอนามัย ,ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ,ผู้อำนวยการสำนักการโยธา , ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ, ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม ,ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว ,ผู้อำนวยการสำนักการคลัง ,ผู้อำนวยการเทศกิจ , ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม ,ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง , ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง , ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ,ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการเขต

          2.เมืองพัทยา ประกอบด้วย ปลัดเมืองพัทยา ,รองปลัดเมืองพัทยา ,หัวหน้าสำนักปลัดเมืองพัทย า, ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ,ผู้อำนวยการสำนักการสาธารณสุข ,ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม ,ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการท่องเที่ยว ,ผู้อำนวยการสำนักการช่าง ,ผู้อำนวยการสำนักการช่างสุขาภิบาล ,ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม , ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และงบประมาณ และผู้อำนวยการสำนักการคลัง

          3.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประกอบด้วย รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. , ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. (ด้านการตรวจราชการ),ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมือง ,ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ ,ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ ,ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ,ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง , ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ และผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด

          4.ศาลอุทธรณ์ ประกอบด้วย ประธานศาลอุทธรณ์,ประธานศาลอุทธรณ์ภาค ,ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ , รองประธานศาลอุทธรณ์ , รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค ,รองประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ , ประธานแผนกในศาลอุทธรณ์,ประธานแผนกในศาลอุทธรณ์ภาค , รองประธานแผนกในศาลอุทธรณ์ , ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ

          5.ศาลชั้นต้น ประกอบด้วย อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

          6.รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ,รองปลัดกระทรวงกลาโหม ,รองปลัดกระทรวงการคลัง ,รองปลัดกระทรวง การต่างประเทศ ,รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ,รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ,รองปลัดกระทรวงคมนาคม ,รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ,รองปลัดกระทรวงพลังงาน ,รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ , รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ,รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ,รองปลัดกระทรวงแรงงาน ,รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม , รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ,รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ,รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

          นายสรรเสริญ กล่าวว่า การกำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินครั้งนี้ เป็นการกำหนดเพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้เดิม โดยเพิ่มอีก 73 ตำแหน่ง เป็นจำนวนเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องยื่นบัญชีฯ อีก 477 ราย ทั้งนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้บริหารเป็นผู้นำต้นแบบในการแสดงความโปร่งใส ในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งเป็นการสร้างวัฒนธรรมและบรรยากาศการมีคุณธรรมให้แก่ระบบราชการ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อความมีคุณธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ทั้งนี้ การประกาศกำหนดตำแหน่งครั้งนี้ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2560 โดยผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ 4 มกราคม 2560 ซึ่งต้องยื่นบัญชีฯ ภายในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560.

 

โบ้ยรัฐจัดการหากเกิดม็อบพระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254220

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ม็อบพระ, พรเพชร, โบ้ย, รัฐ, จัดการ, หาก, เกิด, ม็อบ, พระ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 30 ธ.ค. 2559

โบ้ยรัฐจัดการหากเกิดม็อบพระ

“พรเพชร” โบ้ยรัฐจัดการหากเกิดม็อบพระ เชื่อมีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและคัดค้าน

          30 ธ.ค. 59 – นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงเสียงคัดค้านหลังสนช.มีมติแก้ไขพ.ร.บ.คณะสงฆ์ว่า เรื่องที่มีการต่อต้านหรือจะมีการชุมนุมของพระสงฆ์นั้นตนไม่ทราบว่าจะมีหรือไม่ เพราะเราแก้ไขให้กลับไปใช้แบบโบราณราชประเพณี หมายถึงแก้ไขไปสู่ก่อนการแก้พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ปี2535 ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า หลังจากแก้ไขกฏหมายนี้เมื่อปี 2535 แล้วยังไม่เคยมีการตั้งสมเด็จพระสังฆราชใหม่เลย

          ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ว่าจะเกิดม็อบพระออกมาคัดค้าน นายพรเพชร กล่าวว่า เรื่องนั้นก็ศึกษาอยู่ แต่ไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร เราเป็นผู้รับผิดชอบในการออกกฎหมาย ส่วนเรื่องความสงบเรียบร้อยเป็นเรื่องของรัฐบาลที่ต้องดูแล เชื่อว่ารัฐบาลจะทำให้สังคมเดินหน้าต่อไปได้

          ด้านนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช.คนที่ 2 กล่าวว่า จะมีผลตอบรับหรือเสียงค้านอย่างไรนั้นสนช.ในฐานะผู้แก้ไขกฎหมายต้องรับฟัง ต้องรับผิดชอบกันทั้งสภาฯอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเสนอแก้ไขกฎหมายนั้น คณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สนช. ได้ศึกษามาก่อนนานแล้ว ส่วนเรื่องที่มีแรงต้านก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องดูแล เชื่อว่ารัฐบาลมีข้อมูลรับมือได้ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะเกิดการออกมาชุมนุมต่อต้านของพระสงฆ์ในตอนนี้ เพราะเราได้ส่งข้อศึกษาของกมธ.ก่อนการแก้ไขกฏหมายไปว่า ศึกษาแล้วว่าไม่น่าจะเกิดการชุมของพระสงฆ์ และเท่าที่ฟังทางกมธ.บอกว่า มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ไม่ใช่มีแต่คนค้านอย่างเดียว.

 

“มหาดไทย”สั่งห้ามทุกจังหวัดเล่นพลุ-ดอกไม้ไฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254219


ปลัดมหาดไทย, มหาดไทย, สั่งห้าม, ทุก, จังหวัด, เล่น, พลุ, ดอกไม้ไฟ, ด่านชุมชน

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 30 ธ.ค. 2559

“มหาดไทย”สั่งห้ามทุกจังหวัดเล่นพลุ-ดอกไม้ไฟ

“มหาดไทย”สั่งห้ามทุกจังหวัดเล่นพลุ-ดอกไม้ไฟ หวั่นเหตุบึ้ม – เพลิงไหม้ สั่งเข้มตั้ง”ด่านชุมชน” ดูแลปลอดภัยรับปีใหม่ แนะสวดมนต์ข้ามปีรำลึกร.9 ถวายพระพร ร.10

         30 ธ.ค. — นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่ประชาชนและสถานที่ต่างๆ อาทิ โรงแรม สถานบริการนิยม เล่นดอกไม้เพลิง จุดและปล่อยพลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควันกันอย่างแพร่หลาย โดยที่ผ่านมาพบว่ามีอุบัติภัย หรือเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ที่เกิดจากการเล่นดอกไม้เพลิง การจุดและปล่อยพลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควันอยู่บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นและลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เป็นการเตรียมพร้อมในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงได้สั่งการให้ทุกจังหวัดกวดขันการเล่นดอกไม้เพลิง การจุด และปล่อยพลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน

          ได้กำชับอำเภอดำเนินการตามมาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการจุด การปล่อยพลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึง โดยเฉพาะการพิจารณาอนุญาตการจุด การปล่อยพลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน ต้องปฏิบัติหลักเกณฑ์การอนุญาตที่กำหนดไว้ในประกาศจังหวัด ที่ออกตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 27/2559 ได้กำหนดห้ามไม่ให้ผู้ใดจุดและปล่อย หรือกระทำการอย่างใด เพื่อให้บั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอยโคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายอำเภอ หรือ ผู้อำนวยการเขต

“นอกจากนี้ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบแนะนำร้านค้าที่จำหน่ายดอกไม้เพลิงและแหล่งผลิตให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กวดขันไม่ให้มีการจำหน่ายดอกไม้เพลิงนอกเหนือจากสถานที่ค้าที่ได้รับอนุญาตเป็นอันขาด รวมถึงตรวจตราสถานที่ที่มีการจัดงานรื่นเริงต่าง ๆ ให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันมิให้เกิดอันตราย หรือเกิดอุบัติภัย”นายกฤษฎา กล่าว

นายกฤษฎา ยังกล่าวถึงการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้ทุกจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) บูรณาการความร่วมมือ ดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มที่ ภายใต้การทำงานของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด และศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอ โดยเฉพาะการป้องกัน ลดความเสี่ยงตั้งแต่ในพื้นที่หมู่บ้านหรือชุมชนจะเน้นการใช้มาตรการด่านชุมชน ให้เทศบาล อปท. ร่วมกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) และหน่วยงานในพื้นที่จัดตั้งด่านชุมชนเพื่อสกัดกลุ่มเสี่ยงลดพฤติกรรมเสี่ยง ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนของคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว

“คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้จัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2560 ให้เป็นไปอย่างเรียบร้อยและเหมาะสม เช่น การสวดมนต์ข้ามปีทุกศาสนา การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ กระทรวงมหาดไทยจึงขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนได้เข้าร่วมกิจกรรมและดำเนินชีวิตให้ก้าวข้ามปี 2560 อย่างเป็นมงคล ตามโครงการสวดมนต์ข้ามปีทุกศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต กิจกรรมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ และถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ตลอดจนบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่างๆ ที่จะจัดขึ้นในทุกจังหวัดทั่วประเทศ”ปลัดมท.กล่าว

 

ผบ.ทบ.กำชับ จนท.ดูแลปชช.ช่วงเทศกาลปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254217

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ข้ามปี, สวดมนต์, ปชช., ผบ.ทบ., พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, ผบทบ, กำชับ, จนท, ดูแล, ปชช, ช่วง, เทศกาล, ปีใหม่, ผบทบกำชับ, บิ๊กเจี๊ยบ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 30 ธ.ค. 2559

ผบ.ทบ.กำชับ จนท.ดูแลปชช.ช่วงเทศกาลปีใหม่

“บิ๊กเจี๊ยบ” ตรวจเยี่ยม กอร.รส. กำชับ จนท.ดูแลปชช.ช่วงเทศกาลปีใหม่ เน้นอำนวยความสะดวกปชช.ร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี

          30 ธ.ค. 59 – ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางมาตรวจเยียม และให้กำลังใจกำลังพลช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยมีพล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคมี่ 1 ในฐานะผอ.กอร.รส. ให้การต้อนรับ

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมาตรวจเยี่ยมกอร.รส. ซึ่งเป็นการติดตามการปฏิบัติงานในช่วงเวลาที่ผ่านมา พร้อมทั้งมารับทราบการวางแผนการปฏิบัติงาน ดูแลพื้นที่โดยรอบพระบรมมหาราชวังในช่วงวันหยุดยาว ช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะการสวดมนต์ข้ามปี วันที่ 31 ธันวาคม 2559 อีกทั้งมารับทราบปัญหาข้อขัดข้อง ถ้าพบว่ามีปัญหาก็สามารถสั่งการแก้ไขได้ทันที อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาการปฏิบัติงานของกอร.รส. โดยกองทัพภาคที่1 ที่ดูแล 3 เรื่องหลัก คือ 1.การรักษาความปลอดภัย 2.การอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนที่เข้ามาถวายสักการะพระบรมศพ โดยเราใช้ช่วงระยะเวลาหนึ่งจัดระเบียบ ซึ่งตอนนี้ถือว่าเข้าที่เข้าทางแล้ว ในการบริการประชาชน ซึ่งเฉลี่ยได้วันละ 30,000 -40,000 คน ในบริเวณพื้นที่นี้ โดยวานนี้ (29ธ.ค.) มีสถิติสูงสุด 61,000 คน และ 3.การบริการพี่น้องประชาชนที่เข้ามาบริเวณพื้นที่ดังกล่าว รวมแล้วมีประชาชนเข้ามาได้ประมาณ 1 แสนคน

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเราได้รับการยอมรับจากประชาชน พร้อมทั้งขอขอบคุณกลุ่มจิตอาสาที่นำสิ่งของมาบริจาคให้ประชาชน ทั้งยังช่วยดูแลประชาชนทุกคน ซึ่งในภาพรวมความร่วมมือของทุกฝ่ายทำให้การบริหารงานในพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียยร้อย สำหรับการดำเนินการในวันที่ 31 ธันวาคมนั้น ทาง กอร.รส.ได้เสริมกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้น โดยเฉพาะบริเวณท่าน้ำต่างๆ พร้อมทั้งเพิ่มเติมการจัดระเบียบประชาชนที่เข้ามาถวายสักการะ และประชาชนที่เข้ามาร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน ส่วนหน่วยแพทย์ที่เข้ามาดูแลประชาชนตอนนี้มีจำนวนเพียงพอ โดยส่วนใหญ่ไม่มีอาการเจ็บปวดร้ายแรง มีเพียงเป็นลม ซึ่งมาสามารถดูแลได้ทั่วถึง.

 

กรธ.ยันรธน.ใหม่ทำการเมืองใสสะอาด-เพิ่มอำนาจองค์กรตรวจสอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254213


รธน., กรธ., ธยันรธน, ใหม่, การเมือง, ใสสะอาด, เพิ่ม, อำนาจ, องค์กร, ตรวจสอบ

รธน., กรธ., ธยันรธน, ใหม่, การเมือง, ใสสะอาด, เพิ่ม, อำนาจ, องค์กร, ตรวจสอบ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 30 ธ.ค. 2559

กรธ.ยันรธน.ใหม่ทำการเมืองใสสะอาด-เพิ่มอำนาจองค์กรตรวจสอบ

กรธ. ยัน รธน.ใหม่ ทำให้การเมืองใสสะอาด เพิ่มอำนาจองค์กรตรวจสอบ คุมเข้มคุณสมบัติทั้งผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง-องค์กรอิสระ

        30 ธ.ค. — ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจัดสัมมนา เรื่อง “การพัฒนากลไกเพื่อคุ้มครองประชาชนในประชาคมอาเซียน”  โดยมี นายศุภชัย ยาวะประภาษ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยายพิเศษ หัวข้อ  “การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐตามเจตนารมณ์ ร่างฯรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. …”   ซึ่งกล่าวถึงความตั้งใจของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ  ว่าต้องการให้เกิดการเมืองที่ใสสะอาด ด้วยการขจัดอิทธิพลทางการเมืองจากระบบราชการและเพิ่มประสิทธิภาพราชการ  รวมทั้งให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น  ส่วนระบบตรวจสอบได้วางกลไกเพิ่มเงื่อนไของค์กรที่ใช้อำนาจรัฐคือ เพิ่มคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของส.ส.และส.ว. ปรับระบบการได้มาและอำนาจหน้าที่ของ ส.ส.และ ส.ว. รวมทั้งเพิ่มความเข้มแข็งให้องค์กรตรวจสอบทั้งเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม

          นายศุภชัย ยังกล่าวว่า ในส่วนของการขจัดอิทธิพลทางการเมืองจากระบบราชการและการเพิ่มประสิทธิภาพราชการนั้น ได้วางกลไกการป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ห้ามไม่ให้ ส.ส.และ ส.ว.ใช้ตำแหน่งกระทำการที่มีลักษณะแทรกแซงหรือก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ราชการ  ด้านงบประมาณ และการบรรจุแต่งตั้งโยกย้าย  เพื่อประโยชน์ของตนเอง ผู้อื่นหรือของพรรคการเมืองไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม กำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน และกำหนดให้มีมาตรฐานทางจริยธรรมเพื่อให้มีผลต่อการดำรงตำแหน่งทางการเมืองคือ หากฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงจะเป็นเหตุให้ขาดคุณสมบัติต้องพ้นจากตำแหน่งทันทีโดยไม่ต้องถอดถอน

 

เรื่องร้องเรียนไม่ลด แม้ไร้อำนาจสอบจริยธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254210

ตรวจฯ, ตรวจ, ผู้ตรวจการฯ, เสือกระดาษ, รธน., การจัดการ, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, เรื่อง, ร้องเรียน, ไม่, แม้, ไร้, อำนาจ, สอบ, จริยธรรม, เรื่องร้องเรียนไม่ลด, วิทวัส

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 30 ธ.ค. 2559

เรื่องร้องเรียนไม่ลด แม้ไร้อำนาจสอบจริยธรรม

“วิทวัส” เชื่อ ผู้ตรวจฯ เรื่องร้องเรียนไม่ลด แม้ไร้อำนาจสอบจริยธรรม โว แต่รธน.ให้อำนาจจัดการทางอาญา มั่นใจ ไม่ใช่เสือกระดาษอีกต่อไป

          30 ธ.ค. 59 – พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฎิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวพอใจถึงการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ในรอบปีที่ผ่านมา โดยตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558 ถึงต้นเดือน ต.ค. 2559 มีเรื่องร้องเรียน 7,000 เรื่อง โดย 4,000 เรื่องเป็นการรับคำร้องใหม่ และ 2,000 – 3,000 เรื่อง เป็นเรื่องที่ค้างการพิจารณาจากปีก่อน  ซึ่งการทำงานของผู้ตรวจการฯ หลายเรื่องที่ผ่านมาสามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้พอสมควร เช่น กรณีพิพาทเรื่องกรมธนารักษ์ประกาศเวนคืนที่ดินรอบคูเมืองเชียงใหม่ ซึ่งกระทบสิทธิของประชาชน กรณีการเวนคืนที่ดินก่อสร้างทางพิเศษบางประอิน-นครราชสีมา และการแก้ไขปัญหาจำหน่ายสินค้า และอาหารที่มีราคาแพงในสนามบินดอนเมืองและสุวรณภูมิ  ซึ่งกรณีดังกล่าว คาดว่าจะได้ข้อยุติ และจะมีการลงพื้นที่อีกครั้งในเดือนมกราคม 2560

พล.อ.วิทวัส ยังกล่าวอีกว่า ผู้ตรวจการฯ ได้เตรียมเรื่องการปรับองค์กรเพื่อรองรับกับภารกิจตามรัฐธรรมนูญใหม่ ที่กำหนดให้ผู้ตรวจการฯ มีภารกิจใน 3 ด้าน คือ 1.ตรวจสอบว่าหน่วยงานรัฐใดปฎิบัติตนไม่เหมาะสมกับประชาชน ไม่ก่อให้เกิดภาระกับประชาชน 2.มีหน้าที่แสวงหาข้อเท็จจริงกรณีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากหน่วยงานรัฐ ที่ไม่ปฏิบัติตาม กฎหมาย หรือปฏิบัติเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด และ 3.ให้จัดทำข้อเสนอต่อ ครม. หากหน่วยงานรัฐยังปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบถ้วนตามหมวด 5 ว่าด้วยหน้าที่ของรัฐ ที่มีทั้งหมด 13 เรื่อง อาทิ การศึกษา สิ่งแวดล้อม การรักษาพยาบาล การป้องกันและปราบปรามการทุจริต การมีกองกำลังทหารเพื่อรักษาอธิปไตย การสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งทางผู้ตรวจการฯ ได้มีการยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าผู้ด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินเสร็จสิ้นแล้ว

“ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนของผู้ตรวจการแผ่นดินกว่าร้อยละ 95 ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการในการแก้ไขบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน  มีเพียงร้อยละ 5 ที่หน่วยงานราชการดื้อดึงขัดขืน หลีกเลี่ยง ซึ่งจุดนี้ก็เห็นว่าถ้าไม่แก้ไขจะนำมาสู้จุดเสื่อม ลดทอนความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระ ดังนั้นข้อเสนอของผู้ตรวจการฯ มีไปยังหน่วยงานรัฐเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ควรจะมีมาตรการบังคับเพื่อให้หน่วยงานนั้นปฎิบัติตาม จึงได้มีการเสนอไว้ในร่างกฎหมายลูก ว่าถ้าเรามีเรื่องเสนอไปให้หน่วยงานรัฐแล้ว หากไม่ปฏิบัติตาม ก็สามารถเสนอต่อ ครม. ซึ่งจะต่างจากของเดิมที่ส่งรายงานต่อสภาเท่านั้น หรือหากส่งไปแล้วหน่วยงานมีความเห็นต่างจากผู้ตรวจการฯ ก็สามารถให้มีการตั้งคณะกรรมสองฝ่ายเพื่อหาข้อยุติร่วมกันก่อน หรือถ้าเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เราเสนอไปยัง ครม.แล้ว ครม.ดองเรื่อง ก็อาจจะถือได้ว่า ครม.กระทำการที่ขัดมาตรา 157 ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ผู้ตรวจการฯก็จะสามารถส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. เพื่อไปสู่ขั้นตอนการถอดถอนได้ ซึ่งถ้า กรธ.เห็นด้วยความข้อเสนอดังกล่าว ก็จะทำให้ข้อครหาที่ว่าผู้ตรวจการแผ่นดินคือเสือกระดาษหมดไป ที่เราเสนออย่างนี้เพราะอยากให้ประชาชนมั่นใจ ว่ามีหลักประกันว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไข” พล.อ.วิทวัส กล่าวและว่า นอกจากนี้ ยังเสนอให้ผู้ตรวจการฯ มีอำนาจสั่งคุ้มครองชั่วคราว เช่น หากมีผู้มาร้องและผู้ตรวจการฯลงพื้นที่แล้วไม่ระงับยับยั้ง แล้วจะเกิดความเสียหาย ก็สามารถให้ระงับโครงการไว้ก่อนได้เป็นเวลา 30 วัน แต่ทั้งนี้อำนาจดังกล่าวจะไม่ใช้ในทุกกรณี จะใช้เมื่อจำเป็น และมีความเสียหายเกิดขึ้น

พล.อ.วิทวัส กล่าวว่า ตนเชื่อว่าหากรัฐธรรมนูญใหม่มีผลบังคับใช้ ผู้ตรวจการฯ จะไม่มีอำนาจตรวจสอบเรื่องจริยธรรม แต่ก็เชื่อว่าเรื่องร้องเรียนจะไม่ลดน้อยลง เพราะเมื่อรัฐมีโครงการที่จะช่วยประชาชนมากขึ้น เช่น โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ที่รัฐบาลต้องการความมั่นคงด้านพลังงาน แต่คนในจังหวัดกระบี่อยู่ได้ด้วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ก็ไม่ต้องการเรื่องมลพิษ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องสร้างความสมดุล ดังนั้นจึงคิดว่า กลไกลของผู้ตรวจการฯ ต้องเข้าไปสร้างสมดุล เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากระทบสิทธิ์ของประชาชน

“การทำงานในอนาคตของผู้ตรวจการฯ การมีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงาน และ ครม. จะไม่ใช่ข้อเสนอในเชิงวิชาการ แต่ต้องเป็นข้อเสนอที่ทำให้หน่วยงานของรัฐไม่สร้างปัญหาให้กับประชาชน ที่ผ่านมาในกฎหมายเดิมผู้ตรวจไม่เคยใช้อำนาจทางอาญากับหน่วยของรัฐ แต่ต่อไปคิดว่าอาจมีความจำเป็น จริงอยู่ที่โทษอาญาเป็นโทษเพียงเล็กน้อย แต่คิดว่าถ้าหากองค์กรไหนถูกลงโทษ จะกระทบต่อเกียรติภูมิ  ซึ่งการเป็นหน่วยงานราชการ การกระทบต่อเกียรติภูมิเป็นเรื่องที่น่าละอายขององค์” พล.อ.วิทวัส กล่าว.