10 ข้อบทสรุปรู้ทัน”ยิ่งลักษณ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254209


นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, ข้อ, บทสรุป, รู้ทัน, ยิ่งลักษณ์, นพวรงค์, รบ-ผู้รู้, จำนำข้าว

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 30 ธ.ค. 2559

10 ข้อบทสรุปรู้ทัน”ยิ่งลักษณ์”

“นพ.วรงค์”ชี้ช่อง 10 ข้อบทสรุปรู้ทันยิ่งลักษณ์เชื่อปี 60 ปมข้าวมีประเด็นร้อนขึ้น เหตุ ใกล้สรุปคดีจำนำข้าวในศาลฎีกาแนะ”รบ.-ผู้รู้”แจงความจริงให้ปชช.ทราบ

           30 ธ.ค. —  นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า   ในรอบปี 2559 ที่ผ่านมา คงได้เห็นความเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เกี่ยวกับข้าวในหลายกรณี เป็นการสะท้อนถึงการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแก่ประชาชน ที่สำคัญเรื่องข้าวยังคงเป็นประเด็นใหญ่ ของน.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย รวมทั้งอนาคตทางการเมืองของประเทศ

ดังนั้นเพื่อให้เข้าใจและรู้เท่าทัน ตนจึงได้สรุปเพื่อนำเสนอให้อ่านเป็นตอน  ประเด็นสั้นๆดังนี้ 1.แค่ชื่อจำนำข้าวก็โกหก รัฐบาลยิ่งลักษณ์ประกาศนโยบาย รับจำนำข้าวเปลือก 15,000 บาทต่อตัน ขณะที่ราคาข้าวเปลือกในตลาดขณะนั้นตันละประมาณ 9,000บาท สิ่งที่เป็นจริงคือ รัฐบาลยิ่งลักษณ์รับซื้อข้าวทั้งหมด ในราคาที่รัฐบาลรับประกัน นั่นจึงไม่ใช่การรับจำนำ การรับซื้อข้าวทั้งหมด จึงต้องนำไปสี นำไปเก็บและนำไปขาย จึงนำไปสู่การทุจริตในทุกขั้นตอน ดังนั้นแค่ชื่อที่เรียก”จำนำข้าว”ก็โกหกแล้ว เท่ากับน.ส.ยิ่งลักษณ์โกหกได้แม้แต่ตัวเอง

นพ.วรงค์ กล่าวว่า 2.โจมตีจำนำยุ้งฉางของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  โดยพรรคเพื่อไทยพยายามโจมตีการรับจำนำยุ้งฉางของรัฐบาลประยุทธ์ ว่าเลียนแบบ แต่ในความเป็นจริง การรับจำนำยุ้งฉางเป็นการรับจำนำที่ถูกต้องตามทฤษฎีสินค้าเกษตร ที่สำคัญคือข้าวเปลือกยังอยู่กับชาวนา ซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับของการรับจำนำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะของน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้นไม่ใช่การรับจำนำ เพราะเป็นการรับซื้อในราคาประกันแต่ก็ยังอยากเรียกว่าจำนำ ของรัฐบาลประยุทธ์คือโครงการรับจำนำที่ถูกต้อง แต่ต้องไปเรียกโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าว

3. ขายข้าวสารหอมมะลิ 20 บาทต่อกิโล ดูแล้วก็รู้ทางว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มีเจตนาที่ต้องการขย่มรัฐบาลว่าข้าวราคาตกต่ำ แต่ลืมไปว่าทุกภาคส่วนร่วมมือกันซื้อข้าวสารโดยตรงจากชาวนา ดาบนี้เลยย้อนกลับมาหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ขายข้าวสารหอมมะลิตัดราคาชาวนา เพราะชาวนาเขาขายกันราคา 30-35บาทต่อกิโล แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์มาขาย 20บาทต่อกิโล แม้จะออกตัวว่าช่วยซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาตันละ 12,000 บาท แต่ก็อย่าลืมว่า การมาขายข้าวสารกิโลละ 20บาท ก็คือการตัดราคาที่ชาวนาเขาขายกัน

4.การเรียกค่าเสียหาย 35,717ล้านบาท กรณีความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว จากยอดทั้งสิ้นประมาณ 178,000 ล้านบาท แต่คณะกรรมการความรับผิดทางแพ่ง คิดค่าเสียหายจากน.ส.ยิ่งลักษณ์เพียง 20% คือ 35,717ล้านบาท น.ส.ยิ่งลักษณ์พยายามพูดตลอดว่าเป็นนโยบายที่ผ่านสภา ต้องการช่วยชาวนา ดังนั้นการดำเนินนโยบายจึงไม่ควรคิดเป็นกำไรขาดทุน แต่ในความเป็นจริง การช่วยชาวนา กำไรหรือขาดทุนไม่มีใครว่า ปัญหาคือความเสียหายที่เกิดจากการทุจริต ชาวนาได้เงินไม่เป็นไปตามที่กำหนด และมีการทุจริตในขั้นตอนต่างๆมากมาย ดังนั้นการทุจริตต่างหาก ที่ทำให้ต้องมีการเรียกค่าเสียหายจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายบุญทรง

นพ.วรงค์ กล่าวว่า 5. เรียกร้องให้ฟ้องแพ่งกรณีค่าเสียหาย ประเด็นนี้มีการถกเถียงกันมานาน เพราะรัฐบาลเลือกที่จะใช้พรบ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่มาดำเนินการ แต่ฝ่ายน.ส.ยิ่งลักษณ์เรียกร้องให้ฟ้องแพ่ง ก็กลายเป็นว่า ฝ่ายจำเลยเป็นผู้ขอเลือกใช้กฏหมายกับตนเอง ซึ่งทางที่จริงแล้ว ฝ่ายรัฐต้องเป็นผู้เลือกใช้ว่าลักษณะความผิดดังกล่าวจะเลือกใช้กฏหมายฉบับใดจึงเหมาะสม ในเมื่อจำเลยดำเนินการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง รัฐจึงเลือกใช้พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ดำเนินการ และเปิดโอกาสให้ร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครอง ซึ่งขณะนี้เรื่องค่าเสียหายของนายบุญทรงก็ดำเนินขึ้นสู่ศาลปกครอง ตามที่เปิดโอกาสให้ขอความเป็นธรรม และเป็นไปตามขั้นตอนของกฏหมาย ส่วนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็คงใช้สิทธิ์ร้องขอความเป็นธรรมเช่นเดียวกับนายบุญทรง

นพ.วรงค์ กล่าวว่า 6.กล่าวอ้างว่าใช้ ม.44ยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์-บุญทรง น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยพยายามกล่าวอ้างว่ามีการใช้มาตรา44 มายึดทรัพย์น.ส.ยิ่งลักษณ์และนายบุญทรงซึ่งไม่จริง การดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายนั้น เป็นไปตามขั้นตอนของพ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เปิดโอกาสให้มีการร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครอง ซึ่งขณะนี้คดีของนายบุญทรงก็มีการใช้สิทธิ์ตามขั้นตอนนี้ รวมทั้งน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็มีสิทธิ์ การใช้มาตรา 44 จึงเป็นเพียงให้อำนาจกรมบังคับคดีดำเนินการแทนกระทรวงพาณิชย์เมื่อคดีสิ้นสุด ไม่ได้นำมาตรา44 มาแทรกแซงการดำเนินคดี

นพ.วรงค์ กล่าวว่า 7. พยายามเชิญชวนนำข้าวเป็นของขวัญปีใหม่ เรื่องนี้คงไม่ต่อว่าการกระทำ เพราะการเชิญชวนช่วยชาวนาเป็นสิ่งที่ดี แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์คงต้องการชิงธงนำให้ประชาชนคิดว่าตนเองช่วยชาวนา ทั้งๆที่เรื่องซื้อข้าวสารจากชาวนา ทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาล นักการเมือง ข้าราชการ ภาคเอกชน เขาก็ช่วยกันอยู่แล้ว เจตนาที่แท้จริง น.ส.ยิ่งลักษณ์คงต้องการรีแบรนด์ตนเอง ว่าเป็นคนที่ช่วยชาวนา จะได้ลืมปัญหาความเสียหายจากจำนำข้าว

นพ.วรงค์ กล่าวว่า  8.ผลักนายบุญทรงให้ออกห่าง คงเป็นยุทธศาสตร์ที่วางไว้ เพื่อให้น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ห่างๆนายบุญทรง อาจจะคิดว่าท่าทางนายบุญทรงจะลำบาก ทั้งๆที่ในช่วงเป็นรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้ให้สัมภาษย์ปกป้องนายบุญทรง และนโยบายรับจำนำข้าวเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แม้จะพยายามออกห่างอย่างไร ประชาชนก็ยังจำความเสียหายต่างๆที่เกิดจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายบุญทรงกรณีรับจำนำข้าวและจีทูจีได้หมด

นพ.วรงค์ กล่าวว่า  9. อ้างว่าเรื่องคดีข้าวเป็นเรื่องการเมืองและเรียกร้องปรองดอง ประเด็นนี้เราคงได้ยินบ่อยๆ โดยอ้างว่าเป็นเรื่องการเมืองและถูกกลั่นแกล้ง ปัญหาสำคัญนั่นคือความเสียหายที่เกิดจากการทุจริต หรือปล่อยปละให้เกิดการทุจริต ไม่ว่ารัฐบาลใด ๆ ที่ดำเนินนโยบาย แล้วมีการทุจริต หรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ซึ่งหลายฝ่ายได้มีการเตือนแล้วเตือนอีก ก็ต้องเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกัน ส่วนประเด็นปรองดอง ก็มักจะถูกพูดเรียกร้องความปรองดองอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายตนเองจนมุมในข้อเท็จจริงและข้อกฏหมาย ซึ่งในความเป็นจริงของความปรองดอง ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ทุกฝ่ายต้องเคารพกฏหมายและกระบวนการยุติธรรม เคารพการตัดสินของศาลต่างหากจึงจะถูกต้อง ไม่ใช่ฝ่ายกระทำผิด ไม่ยอมรับผิดแต่มาเรียกร้องปรองดองแทน

นพ.วรงค์ กล่าวว่า 10. หวังชนะทางการเมือง เพื่อชนะทุกกระดาน ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมากที่สุด ฝ่ายน.ส.ยิ่งลักษณ์หวังผลมาก นั่นคือเคลื่อนไหวให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องจำนำข้าวให้รู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้ง ให้ประชาชนเห็นใจ ซึ่งเคยได้ผลมาแล้วในอดีต เพื่อนำไปสู่เป้าหมายทางการเมืองคือชนะเลือกตั้ง และใช้อำนาจที่ได้จากการเลือกตั้ง กระทำทุกอย่างตามที่ฝ่ายตนเองต้องการ แม้จะออกกฏหมายนิรโทษ เพื่อให้นักโทษหนีคดีกลับบ้านอย่างเท่ห์ยังกล้าทำ

“ดังนั้นทุกฝ่ายที่รักความเป็นธรรมรวมทั้งรัฐบาล ต้องตามเกมส์นี้ให้ทัน นั่นคือถ้ามีความเคลื่อนไหวที่ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแก่ประชาชน ทั้งรัฐบาล และผู้รู้ที่รักความถูกต้องชอบธรรม ต้องช่วยกันชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบ อย่าปล่อยจนกลายเป็นกระแสที่ทำให้ประชาชนหลงเชื่อ เพราะจะนำไปสู่ตามที่ฝ่ายน.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องการ นั่นคือหวังชนะทางการเมือง เพื่อชนะทุกกระดาน นี่คือบทสรุปที่ต้องรู้ทันน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะเชื่อว่าประมาณกลางปี 2560 เรื่องต่างๆเกี่ยวกับข้าว จะมีประเด็นที่ร้อนแรงขึ้นมาอีก เพราะเป็นช่วงใกล้สรุปคดีจำนำข้าวในศาลฎีกา ถ้าสามารถจำประเด็นเหล่านี้ เราจะสามารถรู้เท่าทันกับสิ่งที่น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย จะมาสร้างความสับสนได้” นพ.วรงค์ กล่าว

 

แผนงาน สนช. ปี 60 หวังเร่งกฎหมายปฏิรูป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254206

80%, ให้คะแนนตัวเอง, เน้น, 2560, สนช., สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, แผนงาน, หวัง, เร่ง, กฎหมาย, ปฏิรูป, สนช, หวังเร่งกฎหมายปฏิรูป, สุรชัย

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 30 ธ.ค. 2559

แผนงาน สนช. ปี 60 หวังเร่งกฎหมายปฏิรูป

“สุรชัย” เผยแผนงานปี 60 หวังเร่งออกกฎหมายปฏิรูป ให้คะแนนตัวเอง 80 เปอร์เซ็น รับ ยังทำงานช้า ปัดตอบ เลือกตั้งตามโรดแมฟ ยัน สนช. ทำออกกฎหมายตามโรดแมฟ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่หนึ่ง เปิดเผยว่า การทำงานของสนช.ตลอดปี 2560 จะมีงานสำคัญ คือ การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญจำนวน 10ฉบับ รวมไปถึงกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีกประมาณ 50 ฉบับ รวมแล้วประมาณ 60 ฉบับ ซึ่งเป็นภารกิจและความรับผิดชอบของสนช.ที่ต้องดำเนินการตามกรอบเวลาของรัฐธรรมนูญและยังมีกฎหมายที่คณะรัฐมนตรีมีมติเร่งรัดเป็นพิเศษอีก 41 ฉบับ  รวมในส่วนนี้ทั้งหมดแล้วจะมีประมาณ 100 ฉบับ และยังมีกฎหมายที่อยู่ในบัญชีตามโรดแมปของคณะรัฐมนตรีอีกมากกว่า 100 ฉบับ  ตรงนี้เป็นภารกิจของสนช.ทั้งหมดในปี 2560 ที่ต้องรับผิดชอบเพื่อออกกฎหมายเพื่อให้เป็นเครื่องมือกับรัฐบาลในการบริหารประเทศ ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของโรดแมปก่อนนำไปสู่การเลือกตั้งประมาณกลางปี 2561

เมื่อถามว่า ตลอดปีที่ผ่านมาประเมินผลงานของสนช.อย่างไร นายสุรชัย กล่าวว่า ในภาพรวมส่วนตัวให้ 80% ส่วนที่เหลืออีก20 % เป็นเรื่องการพิจารณาร่างพ.ร.บ.บางฉบับที่เป็นไปอย่างล่าช้า เพราะมีการขอขยายเวลาหลายครั้ง หรือบางฉบับมีข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆจนต้องมีการนำกลับมาแก้ไข ในช่วงเปลี่ยนผ่านของบ้านเมืองมีเรื่องที่ต้องช่วยกันคิดเยอะๆ ต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้กลับไปสู่วังวนเดิม คือ ความขัดแย้งของพรรคการเมืองของนักการเมืองของประชาชน สิ่งที่เราคิด ณ วันนี้จะได้รับการปฏิบัติต่อเนื่องไปเพื่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ในอดีตเราเคยเจออะไรมาบ้าง

“พอเรามีรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 และการเลือกตั้ง รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 ก็ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างนี้คือสิ่งที่เคยเกิดขึ้น มันก็ต้องทำให้เราคิดเหมือนกันว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำไปสู่วิกฤตของบ้านเมือง จะทำอย่างไรที่จะได้เห็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทุ่มเทไปกับการบริหารราชการเมืองให้เกิดประโยชน์กับบ้านเมือง” นายสุรชัย กล่าว

เมื่อถามว่ายังยืนยันได้หรือไม่ว่าการเลือกตั้งจะมีตามโรดแมป นายสุรชัย กล่าวว่า สนช.คงไม่สามารถยืนยันในเรื่องนี้เพราะไม่ได้มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง แต่สนช.ยืนยันว่าจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 60 วันตามกรอบของรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม เท่าที่ผ่านมารัฐบาลยืนยันมาตลอดว่าจะดำเนินการตามโรดแมป

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาทำไมยังไม่เห็นร่างกฎหมายที่นำไปสู่การปฏิรูปประเทศในเชิงโครงสร้าง เพราะกฎหมายที่เข้าสู่สนช.ส่วนใหญ่จะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการปรับการทำงานของส่วนราชการ นายสุรชัย กล่าวว่า ส่วนตัวก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน การปฏิรูปยังขับเคลื่อนไปได้ช้า ซึ่งอาจติดขัดในบางส่วน  การประชุมคณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่ายที่ผ่านมาก็หารือในเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ซึ่งอาจเป็นเพราะการออกแบบการทำงานที่มีขั้นตอนเยอะเกินไป ทั้งๆที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้คิดเสร็จหมดแล้ว

อย่างไรก็ตามตนมองเห็นว่าสปท.(สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ)ควรเข้ามาขับเคลื่อนที่สิ่งที่สปช.คิดให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เพียงแค่นี้ก็จบ แต่ปรากฏว่ามีการนำเรื่องนั้นเรื่องนี้มาถกเถียงกันทั้งๆที่มีการศึกษากันจบแล้วในชั้นของสปช. และมาเจอเงื่อนไขว่าถ้าสปท.มีมติขับเคลื่อนเรื่องไหนก็ส่งไปที่รัฐบาลและเข้าสู่คณะทำงานศึกษาของรองนายกฯอีก ซึ่งตามปกติรองนายกฯก็มีภารกิจมากอยู่แล้ว ดังนั้นตนจึงเห็นด้วยกับการที่นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการเร่งรัดการปฏิรูป

ราชทัณฑ์คุมเข้ม-งดเยี่ยมหยุดยาวปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254200

ราชทัณฑ์, คุม, เข้ม, เยี่ยม, หยุด, ยาว, ปีใหม่

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 30 ธ.ค. 2559

ราชทัณฑ์คุมเข้ม-งดเยี่ยมหยุดยาวปีใหม่

อธิบดีราชทัณฑ์สั่งคุมเข้มช่วงหยุดยาวปีใหม่ สอดส่องอย่าให้นักโทษลักลอบหมักเหล้าดื่มฉลอง

           30 ธ.ค. — นายกอบเกียรติ  กสิวิวัฒน์  อธิบดีกรมราชทัณฑ์  กล่าวถึงมาตรการดูแลผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ 143 แห่งในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ว่า   ได้กำชับให้วางมาตรการป้องกันความปลอดภัยในเรือนจำอย่างเงวดและเป็นปกติในทุกเทศกาลสำคัญมีวันหยุดต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ห้ามลาหยุด  เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนกำลังพลในการควบคุมผู้ต้องขัง นอกจากนี้ได้กำชับให้ตรวจค้นอย่าให้ผู้ต้องขังลักลอบนำผลไม้  ข้าว ขนมปัง หรือวัตถุดิบที่มีเชื้อเป็นส่าเหล้า  นำไปลักลอบหมักเหล้าดื่มฉลองปีใหม่ เพราะเมื่อมีการดื่มสุราจะสุ่มเสี่ยงกับการเกิดเหตุทะเลาะวิวาท สำหรับเรือนจำที่มีโรงงาน โรงไม้  ให้ตรวจสอบไม่ให้ผู้ต้องขโมยแลคเกอร์ ทินเนอร์ออกมา  เนื่องจากหลายปีก่อนเคยเกิดเหตุการณ์ผู้ต้องขังไม่มีความรู้ว่าแอลกอฮอล์ในทินเนอร์เป็นเมทิลแอลกอฮอล์จึงนำมาผสมเป็นสุรา  ดื่มแล้วเกิดปัญหาตาบอด  ซึ่งเรือนจำแต่ละแห่งได้เตรียมมาตรการป้องกันไว้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธ.ค. โดยมีการตรวจค้นหลายครั้ง  และงดสั่งผลไม้ที่สามารถนำมาหมักเป็นสุรา

              ในแต่ละเรือนจำช่วงปีใหม่จะมีกิจกรรมให้ผู้ต้องขังเล่นกีฬา มีพิธีการทางศาสนา  มีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ หรือให้สวดมนต์ข้ามปี  สำหรับการเยี่ยมญาติจะงดเยี่ยมตลอดช่วงวันหยุดปีใหม่

 

ไม่ยื้อเวลาสอบจริยธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254196

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ขั้นตอน, กกต., ไม่, ยื้อ, เวลา, สอบ, จริยธรรม, ศุภชัย, ธีรวัฒน์, กกตธีรวัฒน์

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 30 ธ.ค. 2559

ไม่ยื้อเวลาสอบจริยธรรม

“ศุภชัย” ยันไม่ยื้อเวลาสอบจริยธรรมเพื่อช่วย “ธีรวัฒน์” ย้ำทุกอย่างทำตามขั้นตอน

ปธ.กกต. ยัน ไม่ยื้อเวลาสอบจริยธรรม “กกต.ธีรวัฒน์”

30 ธ.ค. 59 – นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบจริยธรรมนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต. ว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายยังไม่ได้มีการรายงานกลับมา ว่ามีกรรมการองค์กรอิสระคนใดตอบรับที่จะมาเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งการพิจารณาเรื่องนี้เราต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมทั้งนายธีรวัฒน์ด้วย การพิจารณาก็คงต้องให้ความเป็นอิสระแก่กรรมการที่จะเข้ามาดำเนินการ เราคงไม่ไปบีบบังคับว่าต้องตรวจสอบให้เสร็จภายในเวลาเท่าใด เพราะการสอบสวนบางครั้งต้องหาพยานอย่างอื่นมาประกอบการพิจารณาด้วย ดังนั้นการดำเนินการจึงเป็นดุลพินิจของกรรมการ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง

“ยืนยันว่าการดำเนินการตามขั้นตอน แม้อาจดูเหมือนล่าช้า แต่ก็เพื่อความเป็นธรรม ไม่ใช่เป็นการยื้อเวลาเพื่อช่วย กกต.ด้วยกัน หรือรอให้อำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญใหม่หมดไป เพราะไม่เช่นนั้นเราก็เป็นกรรมการสอบกันเองได้ แต่นี่เราไม่ทำเพราะไม่อยากให้คนมองอย่างนั้น ไม่เช่นนั้นผมก็เป็นกรรมการสอบไปแล้ว” นายศุภชัย กล่าว.

 

“มีชัย”หวังพรรคการเมืองเป็นสถาบันให้ประชาชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254195


มัชัย, มีชัย, หวัง, พรรคการเมือง, เป็น, สถาบัน, ให้, ประชาชน

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 30 ธ.ค. 2559

“มีชัย”หวังพรรคการเมืองเป็นสถาบันให้ประชาชน

“มีชัย”หวังพรรคการเมืองเป็นสถาบันให้ประชาชน ยันกรธ.ทำตามโรดแมฟ ไม่ฟันธงเลือกตั้งช่วงไหน เชื่อคสช.ปลดล็อกพรรคการเมืองหลังคลอดพ.ร.ป. 2 ฉบับ แจง คงม.44 แก้วิกฤติ

           30 ธ.ค. — นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือกฎหมายใหม่ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศปี 2560 ว่า ที่ผ่านมาทุกคนคงตระหนักดีว่าการเมืองไทยไม่ค่อยมีเสถียรภาพ ซึ่งอาจจะเกิดจากคนหรือระบบ และความไม่พร้อมในหลายเรื่อง รวมถึงความไม่สอดคล้องระหว่างกฎ กติกากับวัฒนธรรมวิถีชีวิตของคนไทย ซึ่งมักจะนำรูปแบบการปกครองประเทศอื่นมาปรับใช้โดยไม่คำนึงถึงรูปแบบสังคมไทยที่หลายอย่างไม่เหมือนกับต่างประเทศ จึงเป็นที่มาของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญและเกิดกลไกใหม่ ๆ ในกฎหมายลูก

          ทั้งนี้ขอให้ทุกคนเข้าใจ กรธ.ว่าไม่ได้จงใจทำสิ่งใดด้วยเหตุความรังเกียจพรรคการเมือง หรือนักการเมือง แต่มุ่งมั่นที่จะทำให้การเมืองอยู่ในระบบที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ประชาชนอย่างแท้จริงและแก้ปัญหาในสังคมที่เคยมีและเป็นต้นเหตุของความไม่สงบสุขในสังคม ซึ่งของใหม่ย่อมเป็นเรื่องแปลกสำหรับคนในสังคมและเป็นธรรมดาที่คนจะไม่เข้าใจ แต่ถ้าทุกคนทำตามกติกา บทลงโทษที่มีก็คงไม่ได้ใช้ เพราะใช้กับคนที่กระทำผิด

          นอกจากนี้ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วและบ่อยมากขึ้น ซึ่งหากไม่มีการศึกษาให้รู้เท่าทันก็อาจจะกลายเป็นคนล้าหลังและเสียเปรียบในการแข่งขัน ด้านพรรคการเมือง สิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงคือการทำอย่างไรให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันที่ประชาชนมีส่วนรับรู้และมีส่วนร่วมมากที่สุด กรธ.ไม่ได้คาดหวังจะต้องเปลี่ยนแปลงได้ทันที 360 องศา แต่สามารถเปลี่ยนแปลงค่อยเป็นค่อยไป เพราะในอดีตที่ผ่านมาสิ่งที่ประสบกับพรรคการเมืองคือความนิยมที่จะได้คะแนนเสียงเป็นสำคัญ เนื่องจากระบบเดิมประชาชนไม่มีทางเลือกอื่น แต่ระบบใหม่ประชาชนมีสิทธิไม่เลือกใครเลย เพราะผู้ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วไม่ถูกเลือก ก็จะลงสมัครเลือกตั้งซ่อมอีกไม่ได้

            ส่วนองค์กรอิสระสิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุดคือเรื่องประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการทำงาน ทั้งที่องค์กรหรือตัวบุคคลอาจมีความตั้งใจดีในการทำงาน แต่ถ้ากลไกประสิทธิภาพและความรวดเร็วไม่เอื้ออำนวยก็จะทำให้บั่นทอนชื่อเสียงเกียรติคุณขององค์กร การเปลี่ยนแปลงคราวนี้จึงต้องทำให้องค์กรอิสระทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้นและตัวองค์อิสระเองก็ต้องตระหนักและเตรียมปรับกลยุทธ์เพื่อให้การทำงานสอดรับกับกฎหมายลูกที่จะเกิดขึ้น

           นายมีชัย กล่าวถึงกรณีเงื่อนไขระยะเวลาการกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยของประเทศ โดยยอมรับว่าประเมินได้ยากเพราะจะต้องคำนึงถึงความพร้อมของพรรคการเมือง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรที่ต้องเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง แต่ยืนยันว่า กรธ. ได้พิจารณายกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญโดยยึดโรดแม็พของรัฐบาลเป็นสำคัญ จึงเป็นที่มาของกรธ. ในยกร่างกฎหมาย กกต.และพรรคการเมืองก่อน เพื่อให้สามารถปรับตัว ให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ ในกฎหมายลูก ซึ่งได้กำหนดระยะเวลาสำหรับการเตรียมความพร้อมของพรรคการเมืองไว้ 180 วัน หากพรรคการเมืองดำเนินการได้เสร็จสิ้นก่อนก็จะทำให้เกิดการเลือกตั้งที่เร็วขึ้น

           ส่วนจะเกิดการเลือกตั้งในช่วงปลายปี 2560 หรือ ต้นปี 2561ได้หรือไม่นั้น ไม่สามารถยืนยันแทนใครได้ แต่ย้ำว่ากรธ.ยังคงเดินหน้าตามโรดแม็พของรัฐบาลโดยมีกรอบระยะเวลาจัดทำกฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับให้เสร็จสิ้นภายใน 240 วัน หลังร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้

            เมื่อถามว่า การคงอำนาจตามมาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 ที่ให้มีผลบังคับใช้ได้จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่จะเป็นอุปสรรคต่อการกลับเข้าสู่ประชาธิปไตยหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า คสช.คงอำนาจไว้เพื่อแก้วิกฤตที่เกิดขึ้นและเป็นเครื่องมือในการบริหารประเทศให้ลุล่วง ไม่ใช่การสกัดกั้นพรรคการเมือง ในการเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง

           เมื่อถามว่าความเหมาะสมต่อการปลดล็อคคำสั่งที่ห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง นายมีชัย กล่าวว่า เมื่อถึงเวลาที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)จำนวน 2 ฉบับคือ ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ…และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. พ.ศ…บังคับใช้ คสช.คงตระหนักและพิจารณาว่าจะผ่อนคลายมาตรา 44 กับพรรคการเมืองได้เมื่อใด ส่วนการที่พรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่ไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับการจัดทำกฎหมายลูก ทางกรธ.มองว่าเรื่องนี้ไม่เป็นอุปสรรค เพราะการมาร่วมหรือไม่มาร่วมไม่ใช่อุปสรรคเนื่องจากกรธ.รับฟังความเห็นทุกทางมาโดยตลอดอยู่แล้ว

 

7วันอันตราย ตายแล้ว 42 !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254192

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, สถิติ, ขับรถเร็ว, ถนนสายหลัก, ปีใหม่, เสียชีวิต, เจ็บ, วันแรก, อุบัติเหตุ, ศปถ., วัน, อันตราย, ตาย, แล้ว, 7วันอันตราย, ตายแล้ว, เมาแล้วขับ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 30 ธ.ค. 2559

7วันอันตราย ตายแล้ว 42 !!

ศปถ.สรุปสถิติวันแรก อุบัติเหตุ 524 ครั้ง เสียชีวิต 42 ราย เจ็บ 565 คน สาเหตุหลัก”เมาแล้วขับ” สั่งตั้งด่านถนนสายหลัก-รอง กำชับคุมขับรถเร็ว ตรวจเข้มระดับแอลกอฮอล์

          30 ธ.ค.59 นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข รองประธานกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) คนที่ 3 เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2560 ว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2560 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 29 ธ.ค.2559 ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร เกิดอุบัติเหตุ 524 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 42 ราย ผู้บาดเจ็บ 565 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา และขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 29.77 ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 83.09 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 58.21 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 38.17 ถนนใน อบต.และหมู่บ้าน ร้อยละ 32.25

นายแพทย์โสภณ กล่าวต่อว่า สำหรับช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 35.11 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 52.88 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,016 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 63,864 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 516,509 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 85,079 ราย มีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 25,082 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 24,019 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 21 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปทุมธานี 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี และพิษณุโลก 23 คน ซึ่งในวันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ทำให้ปริมาณการจราจรบนเส้นทางสายหลักหนาแน่น ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้กำชับจังหวัดและกองบัญชาการตำรวจนครบาลเข้มข้นการจัดตั้งจุดตรวจบนเส้นทางขาออกสู่ภูมิภาค กวดขันการขับรถเร็ว การไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย และการขับรถย้อนศร พร้อมเพิ่มการเรียกตรวจรถโดยสารสาธารณะ ทั้งประจำทางและไม่ประจำทาง รถกระบะที่บรรทุกผู้โดยสารท้ายกระบะ ควบคู่กับการเร่งระบายรถ

“นอกจากนี้ให้เปิดช่องทางพิเศษและจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก บริเวณจุดตัดเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่น พร้อมดำเนินมาตรการป้องกันอุบัติเหตุรถโดยสาร โดยคุมเข้มการตรวจสอบสภาพรถและการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของพนักงานขับรถ และเตรียมความพร้อมระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้เข้าถึง เพื่อส่งต่อผู้ประสบอุบัติเหตุได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมทั้งจัดเตรียมระบบสื่อสารแจ้งเหตุ ทีมแพทย์ พยาบาล อาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัย อุปกรณ์เครื่องมือให้พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ กรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถแจ้งเหตุได้ทางสายด่วน 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง” นายแพทย์โสภณ กล่าว

ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้กำชับให้ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ระดับจังหวัดและอำเภอ บูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้น โดยเข้มงวดการเรียกตรวจและบังคับใช้กฎหมาย อย่างจริงจังและต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินมาตรการทางสังคม โดยจัดตั้งด่านชุมชนเพื่อป้องปรามผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ ขณะเดียวกันขอให้จังหวัดประเมินสถานการณ์อุบัติเหตุในพื้นที่ พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและวางมาตรการเชิงป้องกันให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2560 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้บูรณาการจังหวัดและทุกภาคส่วนสร้างความปลอดภัยทางถนน ในมิติเชิงพื้นที่ โดยยึดการดำเนินงานตามแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และดำเนินการตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 46/2558 อย่างจริงจัง โดยเข้มงวดการขับรถเร็วและการเมาแล้วขับ นอกจากนี้ ให้จังหวัดวางมาตรการป้องกันอุบัติภัยทางน้ำควบคู่กันไปด้วย อย่างไรก็ตาม คาดว่าประชาชนบางส่วนเดินทางถึงพื้นที่และเริ่มเฉลิมฉลองแล้ว จึงได้กำชับให้จังหวัดดูแลถนนสายรอง โดยใช้กลไกของจุดตรวจร่วมและด่านชุมชนกวดขันการดื่มแล้วขับ โดยเฉพาะบริเวณสถานบันเทิงและสถานที่จัดกิจกรรม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ

“ขอฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนเตรียมพร้อมก่อนเดินทาง โดยนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสอบสภาพรถ ศึกษาและเลือกใช้เส้นทางที่ปลอดภัย หากขับรถระยะทางไกล ควรจอดพักรถในบริเวณที่ปลอดภัยหรือจุดบริการบนเส้นทางสายต่างๆ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการง่วงแล้วขับ สำหรับประชาชนที่ประสบหรือพบเห็นอุบัติเหตุ สามารถแจ้งเหตุได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 หรือสายด่วน 1669 เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป” นายฉัตรชัย กล่าว.

 

กทม.จัดสวดมนต์ข้ามปีที่สนามหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254189

กทม., สวดมนต์ข้ามปี, กทม, จัด, สวดมนต์, ข้าม, ที่, สนามหลวง

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 30 ธ.ค. 2559

กทม.จัดสวดมนต์ข้ามปีที่สนามหลวง

กทม.จัด”สวดมนต์”ข้ามปี ที่ท้องสนามหลวง พร้อมตักบาตรรับปีใหม่ ที่ลานคนเมือง 1 ม.ค.60

         30 ธ.ค. —  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรุงเทพมหานคร(กทม.) เตรียมจัดกิจกรรมงานเทศกาลปีใหม่กรุงเทพมหานคร(กทม.) และกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี พุทธศักราช 2560 ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค.2559 ถึง 1 ม.ค.2560 โดยในวันเสาร์ที่ 31 ธ.ค. ที่ท้องสนามหลวง เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. จะเป็นประธานพิธีอัญเชิญพระพุทธนวราชบพิตร จากบริเวณหอพระฯ ภายในศาลาว่าการกทม.ไปประดิษฐานบนมณฑป ลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม. เพื่อให้ประชาชนได้สักการะบูชา ถึงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค.2560 จากนั้นเวลา 21.00 น. จะมีการจัดงานแสงเทียนแห่งสยาม สวดมนต์ข้ามปี ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ 2560 เวลา 22.00-23.30 น. โดยประธานฝ่ายบรรพชิต จะนำประชาชนเจริญพระพุทธมนต์สวดมนต์ข้ามปี เวลา 23.45 น. เพื่อเตรียมเข้าสู่ปีใหม่

ต่อมาวันอาทิตย์ที่ 1 ม.ค.2560 ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม. ในเวลา 07.00 น. จะมีพิธีทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ จำนวน 189 รูป จากนั้นเวลา 16.00 น. พิธีอัญเชิญพระพุทธนวราชบพิตร จากหน้าศาลาว่าการ กทม. กลับไปประดิษฐาน ณ หอพระฯ ภายในศาลาว่าการ กทม.

 

“อัยการ”เลื่อนสั่งคดีครั้งที่ 4 หลวงพี่แป๊ะเลี่ยงภาษี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254187

หลวงพี่แป๊ะ, ดีเอสไอ, อัยการ, เลื่อน, สั่ง, คดี, ครั้ง, ที่, หลวง, พี่, แป๊ะ, เลี่ยง, ภาษี

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 30 ธ.ค. 2559

“อัยการ”เลื่อนสั่งคดีครั้งที่ 4 หลวงพี่แป๊ะเลี่ยงภาษี

อัยการเลื่อนสั่งคดีครั้งที่ 4“หลวงพี่แป๊ะ ผช.เจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ – เจ้าของอู่รถ-บริษัทนำเข้าชิ้นส่วนรถโบราณ 6 ราย” นำเข้าชิ้นส่วนรถเบนซ์โบราณสมเด็จช่วง เลี่ยงพ.

          30 ธ.ค. —   ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก คณะทำงานอัยการคดีพิเศษ 1 นัดสั่งคดีครั้งที่ 4 รถยนต์เบนซ์โบราณ คันหมายเลขทะบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ในความครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญญมหาเถร ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ที่มีพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ หรือพระธนกิจ สุภาโว ( ธนกิจ ศรีอุ่นเรือน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ และเอกชนประกอบกิจการอู่รถ กับชิ้นส่วนรถโบราณ ตกเป็นผู้ต้องหา รวม 7 คน หลังจากการนัดสั่งคดีครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา และอัยการมีคำสั่งแจ้งพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม

          แหล่งข่าวอัยการระบุว่า อัยการได้มีคำสั่งให้เลื่อนการนัดสั่งคดีนี้ออกไปอีกครั้ง โดยนัดต่อไปในวันที่ 12 ม.ค.60 เนื่องจากก่อนหน้านี้อัยการมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ สอบสวนเพิ่มเติมในบางประเด็นซึ่งขณะนี้ดีเอสไอยังส่งผลสอบเพิ่มเติมมาไม่ครบถ้วน จึงต้องเลื่อนนัดการสั่งคดีออกไปอีก 12 วันตามกำหนดระยะเวลาฝากขังผู้ต้องหา

           โดยพนักงานอัยการได้กำชับและเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ทำการสอบสวนและส่งผลสอบเพิ่มเติมเพื่อส่งผลการสอบเพิ่มมายังอัยการก่อนครบกำหนดระยะเวลาฝากขังครั้งที่ 7 ของผู้ต้องหาที่ 4 ซึ่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้แจ้งว่าในบางประเด็นยังไม่สามารถที่จะสอบสวนเพิ่มได้ทัน ก็จะต้องรอดูว่าภายในอีก 12 วัน พนักงานสอบสวนดีเอสไอจะส่งผลสอบเพิ่มทัน ช่วงที่อัยการนัดสั่งคดีหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างฝากขัง คือ นายเกษม หรือ อ๊อด ภวังคนันท์ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส ( ประเทศไทย)  ซึ่งนำเข้าชิ้นส่วนรถโบราณ ผู้ต้องหาที่ 4

           โดยคดีนี้ ดีเอสไอ สรุปความเห็นควรสั่งฟ้อง โดยกล่าวหา นายพิชัย วีระสิทธิกุล เจ้าของอู่รถ ผู้ต้องหาที่ 1 , ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี.ที.ออโต้พาร์ท โดยนายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย ผู้ต้องหาที่ 2 , นายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย ผู้ต้องหาที่ 3 , นายเกษม หรือ อ๊อด ภวังคนันท์ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส ( ประเทศไทย)  ซึ่งนำเข้าชิ้นส่วนรถโบราณ ผู้ต้องหาที่ 4 ซึ่งขณะนี้ตัวถูกฝากขังครั้งที่ 5 ,นายเมธีนันท์ หรือชลัช นิติฐิติวงษ์ ผู้ดำเนินการนำเอกสารชุดประกอบรถยนต์ไปชำระภาษีสรรพสามิต ผู้ต้องหาที่ 5 , นายสมนึก บุญประไพ ผู้นำเอกสารรถยื่นกรมขนส่ง ผู้ต้องหาที่ 6 และพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ เลขานุการสมเด็จช่วงและผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ ผู้ต้องหาที่ 7  ในความผิด 6 ข้อหา ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 , 27 ทวิ , พ.ร.บ.ภาษีสรรพาสามิต พ.ศ .2527 มาตรา 161 , 165 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 , 265 , 267 , 268

 

“วัชระ” จี้ “ประยุทธ์” จัดการ “อสมท.”เหตุซื้อ“ที่ดินตาบอด”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254159

คมชัดลึก, อสมท., วัชระ, จี้, ประยุทธ์, จัดการ, อสมท, เหตุ, ซื้อ, ที่ดิน, ตาบอด, ที่ดินตาบอด

การเมือง  : 29 ธ.ค. 2559

“วัชระ” จี้ “ประยุทธ์” จัดการ “อสมท.”เหตุซื้อ“ที่ดินตาบอด”

“วัชระ” จี้ “ประยุทธ์” จัดการ “อสมท.” เหตุ ซื้อ “ที่ดินตาบอด” แพงเกินจริง ใช้ประโยชน์ไม่ได้

          พรรคประชาธิปัตย์ -29 ธ.ค. 59 – นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกรุงเทพมหานครจัดซื้อที่ดินตาบอดแล้วศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกผู้บริหารกรุงเทพมหานคร 5 ปีว่า มีกรณีซื้อที่ดินตาบอดที่คล้ายคลึงกับกรณีกรุงเทพมหานคร คือ อสมท.โดยคณะกรรมการกรรมการ บมจ.อสมท ในการประชุมครั้งที่ 1/2547 วันที่ 17สิงหาคม 2547 ได้มีมติอนุมัติให้ บมจ.อสมท จัดซื้อที่ดินจำนวน 50 ไร่ 1 งาน 30.5 ตารางวา เป็นเงินทั้งสิ้น 1,117,242,750 บาท จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

          นายวัชระ กล่าวว่า ซึ่งภายหลังคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง(พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ เป็นประธาน) พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่คณะกรรมการ บมจ.อสมท กรรมการผู้อำนวยการใหญ่(นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์) ได้อนุมัติและจัดทำสัญญา จะซื้อจะขายที่ดินดังกล่าว ไปก่อนที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้เห็นชอบอนุมัติงบลงทุนที่จัดทำเป็นแผนระยะยาวใน “แผนงานจัดหาที่ดินเพื่อรองรับการขยายงาน” นั้น เป็นการกระทำที่จงใจฝ่าฝืนระเบียบว่าด้วยงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2522 ข้อ 13 และการจัดซื้อที่ดินจำนวน 50 ไร่ 1 งาน 30.5 ตารางวา จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

          นายวัชระ กล่าวว่า ซึ่งปรากฎข้อเท็จจริงแล้วว่าที่ดินดังกล่าวไม่มีทางออกสู่ถนนสาธารณะ หรือเรียกว่าเป็นที่ดินตาบอด อันเป็นการสร้างภาระแก่ บมจ.อสมท ที่จะต้องเสียค่าผ่านที่ดินไปสู่ทางสาธารณะ ซึ่งยังไม่สามารถประเมินจำนวนเงินค่าใช้จ่ายได้ ซึ่งในเรื่องนี้มีการปกปิดข้อเท็จจริงและพยายามให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนในการพิจารณาเพื่อซื้อที่ดิน ในเรื่องที่ดินเป็นที่ดินไม่มีทางออกสู่ถนนสาธารณะ จากพนักงานของ บมจ.อสมท เอง โดยเฉพาะนายธนะชัย วงศ์ทองศรี ซึ่งขณะนั้นมีตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายกฎหมายธุรกิจ มีหน้าที่โดยตรงในการตรวจสอบข้อกฎหมาย สัญญา และข้อเท็จจริงประกอบ กลับละเว้นหรือทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วปกปิดไว้ ทำให้ บมจ.อสมท ซื้อที่ดินแพงกว่าราคาที่ควรจะเป็น และไม่อาจใช้ที่ดินดังกล่าวได้มากว่าสิบปี

         นายวัชระ กล่าวว่า เรื่องนี้ พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ เป็นประธานการสอบสวนได้ตรวจพบว่ามีการกระทำความผิดแต่ปรากฏว่าอสมท.ไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมาย ดังนั้นตนจึงส่งหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และะพลเอก ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานคณะกรรมการอสมท.ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็ว

         “กทม.ซื้อที่ดินตาบอดเพียงแค่ 270 ล้าน อสมท.ซื้อเป็นเงินถึง 1,117 ล้านบาท พล.ต.อ.ประทิน เป็นประธานสอบสวนสรุปผลแล้วว่าผิดแต่อสมท.กลับไม่ดำเนินการตามกฎหมาย นับว่าเป็นแดนสนธยาจริงๆ พลเอกประยุทธ์ จึงควรจัดการอสมท.ให้มีธรรมาภิบาล โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากกว่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการปฎิรูปสื่อและปฏิรูปประเทศอย่างแน่นอน แต่ต้องขจัดการทุจริตในอสมท.ให้ได้เสียก่อน” นายวัชระ กล่าว

 

“นิพิฏฐ์” ข้องใจ สนช. ผ่านแก้ พ.ร.บ.สงฆ์ 3 วาระรวด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254157

พ.ร.บ.สงฆ์, คมชัดลึก, นิพิฎฐ์, นิพิฏฐ์, ข้องใจ, ผ่าน, แก้, พรบ, สงฆ์, วาระ, รวด, สนช, ผ่านแก้, พรบสงฆ์, วาระรวด

การเมือง  : 29 ธ.ค. 2559

“นิพิฏฐ์” ข้องใจ สนช. ผ่านแก้ พ.ร.บ.สงฆ์ 3 วาระรวด

“นิพิฏฐ์”ข้องใจ“สนช.”ผ่าน 3วาระรวด แนะ กม.เรื่องความเชื่อไม่ควรเปลี่ยนแปลงเร็ว

           ที่พรรคประชาธิปัตย์ – 29 ธ.ค.59 -นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ผ่านร่างแก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์ 3 วาระรวดว่า เรื่องการออกกฎหมายต้องมองให้ไกล เพราะกฎหมายต้องใช้งาน ในประเทศไทยกฎหมายบางฉบับใช้มานาน บางฉบับใช้สั้น แต่ส่วนใหญ่กฎหมายที่ออกมาจะออกมาใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า

            รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แต่กฎหมายบางฉบับออกมาแล้วใช้ได้ 9-10 ปีก็ต้องแก้ เช่น พ.ร.บสงฆ์ ที่มีการแก้ล่าสุดเมื่อปี 2535 จากเดิมในปี 2505 เป็นพระราชอำนาจในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช แล้วปี 2535 แก้ให้เป็นเรื่องของมหาเถรสมาคม ซึ่งกลับไปกลับมาแบบนี้ ทั้งที่โดยหลักการแล้วการแก้กฎหมาย คนแก้ต้องมั่นใจว่าจะไม่สร้างความขัดแย้งในอนาคตอีก

            “การแก้กฎหมายถวายคืนให้เป็นเรื่องของพระราชอำนาจในครั้งนี้ อาจจะมองได้ว่า พอมีปัญหาเรื่องการแต่งตั้ง เกิดความขัดแย้งกันซึ่งเกิดจากฝ่ายศาสนจักรตกลงกันไม่ได้ จึงแก้และโยนอำนาจให้เป็นของฝ่ายอาณาจักร ขณะที่คนที่ออกกฎหมายนี้ต้องมั่นใจว่า พอกฎหมายผ่านและประกาศใช้ในมหาเถรสมาคม ต้องไม่มีความขัดแย้งเหมือนในอดีตอีก เพราะการบริหารองค์กรสงฆ์ เกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ต้องผ่านมหาเถรสมาคมโดยกรรมการเถรสมาคม ดังนั้นหลักการแก้ไขกฎหมายที่เคยเป็นอำนาจของมหาเถรสมาคมอยู่เดิม ก็ควรจะถามหาเถรสมาคมก่อน แต่ครั้งนี้ไม่ได้ถาม รีบแก้โดยสนช.ซึ่งตรงนี้ก็แปลก สวนทางกับเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ไม่ควรวางไว้นาน เพราะจะไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกแต่กับเรื่องคณะสงฆ์ซึ่งเป็นเรื่องความเชื่อ เรื่องศาสนา กฎหมายนี้จึงไม่ควรเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว แต่ก็เปลี่ยนกันเร็ว คงเป็นเพราะคนไทยเปลี่ยนความคิดเร็ว มีนิสัยใช้กฎหมายไม่นานและ ปรับไปตามอารมณ์ของสังคม”รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว