พบนักการเมืองหญิงโอน 46 ล้านให้ “เสี่ยวิชัย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254140

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ปปง., ตำรวจ, บัญชี, ทรัพย์สิน, ป.ป.ช., ปล่อยกู้, กำไร, ฟอกเงิน, นักการเมืองหญิง, ดีเอสไอ, นักการเมือง, หญิง, โอน, ล้าน, ให้, เสี่ย, วิชัย, พบนักการเมืองหญิงโอน, ล้านให้, เสี่ยวิชัย

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 29 ธ.ค. 2559

พบนักการเมืองหญิงโอน 46 ล้านให้ “เสี่ยวิชัย”

ปปง.พบนักการเมืองหญิงโอน 46 ล้าน เข้าบัญชี “เสี่ยวิชัย” คาดฟอกเงินทำกำไรผ่านการปล่อยกู้ ประสานป.ป.ช.สอบบัญชีทรัพย์สินย้อนหลัง

          29 ธ.ค.59 – พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ในวันนี้( 29 ธ.ค.) ดีเอสไอได้ประชุมร่วมกับตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพื่อหามาตรการดูแลลูกหนี้เครือข่ายปล่อยเงินกู้นอกระบบของ นายวิชัย ปั้นงาม ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีปล่อยเงินกู้นอกระบบ (แก๊งหมวกกันน็อค) โดยมีการกำหนดแนวทางทำงานร่วมกันพร้อมสอบถามเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ ถึงข้อติดขัดและอุปสรรคในการทำงาน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานเรื่องการข่มขู่ลูกหนี้และยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ลูกหนี้ยังถูกเรียกเก็บหนี้อยู่หรือไม่ คาดว่าต้องรอข้อมูลที่ชัดเจนจากในพื้นที่หลังเข้าปฏิบัติการ ส่วนดีเอสไอจะเร่งรัดออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในขบวนการที่อยู่ในระดับแกนนำ หรือหัวหน้าสาขาปล่อยกู้ในต่างจังหวัด และเตรียมพิจารณาจ่ายเงินรางวัลให้ผู้ชี้เบาะแสจนนำไปสู่การยึดรถจักรยานยนต์ที่แก๊งหมวกกันน็อคใช้กระทำผิด และติดตามทรัพย์ที่มีการโยกย้ายถ่ายโอนไปยังบุคคลอื่น สำหรับนายวิชัยที่ก่อนหน้านี้ส่งหนังสือขอเลื่อนนัดเข้ามอบตัวออกไปก่อน ยังไม่มีกำหนดเวลาเข้ามอบตัวอีกครั้งมีเพียงการประสานด้วยวาจาว่าจะเข้ามอบตัวหลังปีใหม่

แหล่งข่าวจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ระบุถึงความคืบหน้าการติดตามธุรกรรมทางการเงินเครือข่ายปล่อยกู้นอกระบบของนายวิชัย ว่าก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้ประสานให้ปปง.เข้าไปตรวจธุรกรรมของเครือข่ายนายวิชัย และปปง.ได้รายงานผลกลับมายังพนักงานสอบสวนว่า พบธุรกรรมบางรายการเกี่ยวข้องกับอดีตนักการเมืองหญิงรายหนึ่ง โดยพบว่ามีการโอนเงินจำนวนกว่า 46 ล้านบาท ผ่านธนาคารแห่งหนึ่ง ไปเข้าบัญชีของนายวิชัย สันนิษฐานว่าอาจมีการนำเงินจำนวนดังกล่าวไปฟอกผ่านการปล่อยกู้นอกระบบเพื่อทำกำไร โดยยอดเงินดังกล่าวปรากฏในธุรกรรมการโอนช่วงปี 2555 นอกจากนี้จะต้องขยายผลการตรวจสอบเปรียบเทียบไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถึงข้อมูลการแจ้งบัญชีทรัพย์สินว่า ได้แจ้งรายการธุรกรรม 46 ล้านบาท เป็นทรัพย์สิน หนี้สิน หรือการลงทุนด้วยหรือไม่ด้วย.

 

กทม.เปิดกองอำนวยการร่วมป้องกันอุบัติเหตุปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254142

กทม., กทม, เปิด, กองอำนวยการ, ร่วม, ป้องกัน, อุบัติเหตุ, ปีใหม่
กทม., กทม, เปิด, กองอำนวยการ, ร่วม, ป้องกัน, อุบัติเหตุ, ปีใหม่

กทม., กทม, เปิด, กองอำนวยการ, ร่วม, ป้องกัน, อุบัติเหตุ, ปีใหม่

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 29 ธ.ค. 2559

กทม.เปิดกองอำนวยการร่วมป้องกันอุบัติเหตุปีใหม่

กทม.เปิดกองอำนวยการร่วม ป้องกันอุบัติเหตุทางถนน หน้าห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ดูแลประชาชนช่วงปีใหม่ 2560

         29 ธ.ค. — ที่บริเวณกองอำนวยการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาปิ่นเกล้า เขตบางกอกน้อย นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นประธานในพิธีเปิดกองอำนวยการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 โดยมีนายประชา พัฒนรัฐ ผู้อำนวยการเขตบางกอกน้อย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเขตบางกอกน้อย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาปิ่นเกล้า สถานีตำรวจนครบาลบางยี่ขัน กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 109 สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โรงพยาบาลเจ้าพระยา อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนเขตบางกอกน้อย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี

         นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ทุกปีจะเป็นช่วงวันหยุดยาว ประชาชนมีกิจกรรมท่องเที่ยวและฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จึงมีการเดินทางใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนสู่กว่าปกติ ซึ่งประเทศไทยมีอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก กทม.จึงกำหนดให้ทุกหน่วยงานในสังกัดจัดกิจกรรมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.2559 – 4 ม.ค. 2560 ซึ่งสำนักงานเขตบางกอกน้อยได้จัดตั้งกองอำนวยการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 โดยบูรณาการร่วมกับสถานีตำรวจนครบาลบางยี่ขัน สถานีตำรวจนครบาลบางขุนนนท์ สถานีตำรวจนครบาลบางกอกน้อย กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 109 สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาปิ่นเกล้า โรงพยาบาลเจ้าพระยา อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เขตบางกอกน้อย ทำหน้าที่อำนวยการ เชื่อมโยงการสั่งการ วางมาตรการป้องกัน และแก้ไขอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้ทุกการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 เต็มเปี่ยมด้วยความสุขและความปลอดภัย

ทั้งนี้ได้จัดให้ทุกภาคส่วนร่วมมือ เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผลักดันทันใจ แก้ไขทันที NOW ในเรื่องของความปลอดภัย เกี่ยวกับชีวิตปลอดภัย ทรัพย์สินปลอดภัย ชุมชนและสังคมปลอดภัย ซึ่งสำนักงานเขตบางกอกน้อยได้จัดตั้งเต็นท์กองอำนวยการร่วมป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 เพื่อดูแลความปลอดภัยทางถนน จำนวน 4 จุด ได้แก่ จุดใหญ่ บริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาปิ่นเกล้า ถนนบรมราชชนนี และจุดย่อย บริเวณหน้าอาคารสำนักงานเขตบางกอกน้อยแห่งใหม่ ถนนบางขุนนนท์ บริเวณสถานีรถไฟธนบุรี ถนนสุทธาวาส และบริเวณสามแยกไฟฉาย ถนนจรัลสนิทวงศ์ รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง เพื่อดูแลความปลอดภัยทางน้ำ จำนวน 2 จุด ไดแก่ บริเวณท่าเทียบเรือ ท่าน้ำพรานนก และท่าน้ำวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

           “กทม.มีความห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยได้จัดตั้งกองอำนวยการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 บูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนดูแลประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในการเดินทางสัญจรเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ อย่างไรก็ตาม การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจะบรรลุเป้าหมายในการลดความสูญเสียได้นั้น ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะผู้ใช้รถใช้ถนน ควรเตรียมพร้อมก่อนออกเดินทาง ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งาน ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมถึงมีวินัยและน้ำใจต่อผู้ร่วมใช้เส้นทาง เพียงเท่านี้ทุกการเดินทางบนท้องถนนจะเต็มเปี่ยมด้วยความสุขและถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย”รองผู้ว่าฯกทม. กล่าว

 

รองประธาน สนช. ปัดลักไก่แก้ กม.สงฆ์ สามวาระรวด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254136

คมชัดลึก, พ.ร.บ.สงฆ์, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, รองประธาน, ปัด, ลักไก่, แก้, สงฆ์, สาม, วาระ, รวด, สนช, ปัดลักไก่แก้, กมสงฆ์, สามวาระรวด

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 29 ธ.ค. 2559

รองประธาน สนช. ปัดลักไก่แก้ กม.สงฆ์ สามวาระรวด

รองประธาน สนช. ปัดลักไก่แก้ กม.สงฆ์ สามวาระรวด

    ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่หนึ่ง ให้สัมภาษณ์ภายหลังสนช. เห็นชอบแก้ไข มาตรา 7 ร่างพ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับแก้ไข พ.ศ.2535 ว่า ขั้นตอนต่อไปเมื่อร่างแก้ไข ประกาศในราชกิจจานุเบกษา การสถาปณาสมเด็จพระสังฆราช ก็ต้องใช้เกณฑ์ การใช้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการแต่งตั้ง ไม่ใช่อาวุโสสูงสุดอย่างเดียว โดยยืนยันว่าการพิจาณากฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่การสับขาหลอก ไม่ได้เป็นการลักไก่และไม่มีการส่งสัญญาณมาจากรัฐบาล เป็นการริเริ่มแก้ไขกฎหมายโดยสมาชิกสนช.

ทั้งนี้เมื่อตัวแทนจากรัฐบาลไม่ขอรับไปศึกษาก่อน จึงเป็นดุลพินิจของที่ประชุมสนช. ซึ่งมีมติเห็นชอบ ตั้งกมธ.พิจารณาเต็มสภา เพื่อแก้ไขมาตราเดียว สอดคล้องไปตามสมาชิกสนช.ผู้เสนอร่างแก้ไข ที่ศึกษามาแล้วว่า การแก้ไขจะกลับไปใช้เหมือนที่เคยใช้กันก่อนฉบับปี 2535

เมื่อถามว่าการแก้ไขทำให้ถูกมองว่า เป็นการกีดกัน จะทำให้สถานการณ์บานปลายหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า อย่าไปมองเรื่องกีดกัน มองแบบนี้จะทำให้เกิดความแตกแยก เพราะการแก้ไขไม่ได้เจาะจงไปที่องค์ใดองค์หนึ่ง แต่เป็นการให้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช เหมือนที่เคยใช้ก่อนฉบับ 2535 ขอให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ รอดูผลที่จะเกิดขึ้นจากนี้ไป แล้วจะเข้าใจการแก้ไข อย่างเพิ่งกังวลใจ

อย่างไรก็ตามกระบวนการหลังจากนี้ประธานสนช.จะดำเนินการส่งกฎหมายให้กับนายกรัฐมนตรีต่อไป ส่วนกระบวนเสนอสมเด็จพระสังฆราชนั้น ต้องไปดูรายละเอียดวิธีการในฉบับ2535

 

“ออมสิน” มึนไม่รู้ สนช.ผ่าน พ.ร.บ.สงฆ์ 3 วาระรวด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254135

คมชัดลึก, พ.ร.บ.สงฆ์, ออมสิน, มึน, ไม่รู้, ผ่าน, พรบ, สงฆ์, วาระ, รวด, มึนไม่รู้, สนชผ่าน, พรบสงฆ์, วาระรวด

การเมือง  : 29 ธ.ค. 2559

“ออมสิน” มึนไม่รู้ สนช.ผ่าน พ.ร.บ.สงฆ์ 3 วาระรวด

“ออมสิน” มึนไม่รู้ สนช.ผ่าน พ.ร.บ.สงฆ์ 3 วาระรวด งงไม่รู้แก้เรื่องอะไร โยนสนช.ตอบปัญหาเอง

          เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 29 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ผ่านร่าง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ในมาตรา 7 โดยให้การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ว่า ในนามของรัฐบาลได้ไปรับฟังการชี้แจงของสนช. จากนั้นได้ออกมา โดยสนช.เป็นผู้ดำเนินการต่อไป ซึ่งขณะนี้ไม่ทราบว่าสนช.ผ่านกฎหมายดังกล่าวทั้ง 3 วาระแล้ว

เมื่อถามว่า มีบางฝ่ายออกมาคัดค้านจนเหมือนจะกลายเป็นความขัดแย้ง นายออมสิน กล่าวว่า ไม่ทราบเลย คงต้องคุยกับทางสนช.เพราะเป็นผู้พิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งต้องดูในรายละเอียดอีกที เมื่อถามว่า เป็นห่วงว่าจะเกิดความขัดแย้งระหว่างพระสงฆ์บางส่วนกับ สนช.หรือไม่ นายออมสิน กล่าวว่า ตัวกฎหมายมีการแก้ไขมากมายเพียงใด ก็ไม่ทราบ แต่ถ้าไม่มีการแก้ไขมากก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เรื่องนี้ตนไม่ทราบ

เมื่อถามว่ามีบางฝ่ายถวายฎีกาคัดค้านการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว นายออมสิน กล่าวว่า คงต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง เพราะขณะนี้ยังไม่ทราบจะวุ่นวายหรือไม่ ก็ต้องไปถามสนช.ทั้ง 84 คนที่เสนอแก้ไขกฎหมาย และจากนี้จะหารือกับ พศ.หรือไม่ก็ต้องดูรายละเอียดก่อน

 

“บิ๊กป๊อก”เปิดศูนย์อำนวยการลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254108

ลด, จังหวัด, อปท., เข้มงวด, กฎหมาย, ระวัง, ผุ้ใช้รถ, แอลกอฮอล์, กวดขัน, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, บิ๊ก, ป๊อก, เปิด, ศูนย์อำนวยการ, อุบัติเหตุ, ช่วง, ปีใหม่, บิ๊กป๊อก, อนุพงษ์, ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 29 ธ.ค. 2559

“บิ๊กป๊อก”เปิดศูนย์อำนวยการลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่

“อนุพงษ์” เปิดศูนย์อำนวยการลดอุบัติเหตุเทศกาลปีใหม่ 29ธ.ค.-4ม.ค. สั่งจังหวัด-อปท.เข้มงวดกฎหมาย เฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงผู้ใช้รถ เน้นตรวจแอลกอฮอล์-กวดขันขับรถเร็ว

          29 ธ.ค. 59 – พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ประธานกรรมการและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน(ศปถ.) ประจำปี 2560 ว่า เทศกาลปีใหม่เป็นช่วงที่มีสถิติอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าปกติ นายกรัฐมนตรีห่วงใยความปลอดภัยของประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 จึงได้สั่งการให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายสร้างความปลอดภัยในการเดินทางแก่ประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะช่วงควบคุมเข้มข้น ในระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.2559 ถึง 4 ม.ค.2560 ภายใต้แนวคิด “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” โดยมุ่งเน้นการบูรณาการในรูปแบบประชารัฐ และการบริหารจัดการในมิติเชิงพื้นที่ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ในด้านกายภาพ ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) จัดให้มีถนนปลอดภัยตามมาตรการ 1 ท้องถิ่น 1 ถนนปลอดภัย เพื่อแก้ไขจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะจุดตัดทางรถไฟ ทางร่วม ทางแยก และสภาพแวดล้อมริมทางให้มีความปลอดภัย ด้านยานพาหนะ คุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัยของยานพาหนะ โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะ และขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งรถบรรทุกหยุดกิจการในช่วงเทศกาล และส่งเสริมการตรวจสอบสภาพรถก่อนเดินทาง ด้านการใช้รถใช้ถนน นอกจากนี้ให้เน้นการประชาสัมพันธ์สถานการณ์อุบัติเหตุ พร้อมจัดตั้งจุดตรวจ จุดพักรถ และจุดบริการตามเส้นทางสายต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน ส่วนการบังคับใช้กฎหมาย ขอให้เข้มงวดผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ คุมเข้มการจำหน่าย การดื่ม และการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยเน้นการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์และกวดขันการขับรถเร็ว

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวด้วยว่า ด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ จะบูรณาการเตรียมพร้อมระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้เข้าถึงจุดเกิดเหตุและส่งต่อผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็ว ด้านมาตรการทางสังคม ส่งเสริมการจัดกิจกรรมทางศาสนา 1 อำเภอ 1 กิจกรรม และรณรงค์การใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำให้จังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางน้ำ มีพื้นที่ติดทะเลและแม่น้ำดูแลความปลอดภัยในการสัญจรทางน้ำ โดยคุมเข้มความปลอดภัยของท่าเรือ โป๊ะเทียบเรือ และเรือโดยสาร โดยตรวจสอบให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง และจัดเจ้าหน้าที่ดูแลประจำจุดเสี่ยง รวมถึงจัดเตรียมอุปกรณ์ความปลอดภัยและช่วยชีวิตประจำเรือให้พร้อมใช้งาน เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนกรณีประสบอุบัติภัยทางน้ำได้อย่างทันท่วงที

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวอีกว่า ในช่วง 7 วันอันตราย เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนจะทำงานกันอย่างเข้มข้น ทั้งจำนวนด่านและจำนวนเจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ขอให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สำหรับเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุเลย แต่ก็ขึ้นอยู่กับวินัยของผู้ใช้รถใช้ถนนด้วย ทั้งนี้ ขออวยพรปีใหม่ให้ประชาชนมีความสุข เดินทางกลับบ้านและกลับมาทำงานด้วยความปลอดภัย ที่สำคัญขณะนี้ประเทศยังอยู่ในช่วงแสดงความอาลัยถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ดังนั้นอย่าจัดกิจกรรมอะไรที่เกินเลย น่าจะใช้ทางใจให้เป็นมงคล ด้วยการสวดมนต์ข้ามปีจะดีกว่า

ด้านนายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า การดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ กระทรวงมหาดไทยจะใช้กลไกของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนระดับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้จังหวัดและกทม. เป็นหน่วยงานหลักบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร องค์การสาธารณกุศล มูลนิธิอาสาสมัคร และภาคประชาชน ขับเคลื่อนการดำเนินงานในรูปแบบการจัดตั้งศูนย์ปฎิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายจราจร ควบคู่กับการขับเคลื่อนมาตรการทางสังคม โดยเน้นกวดขันและป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ใช้รถใช้ถนนในพื้นที่ เพื่อให้เทศกาลปีใหม่เป็นเทศกาลแห่งความสุขที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปลอดภัย

ขณะที่นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ได้บูรณาการทุกภาคส่วนสร้างความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2560 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทำหน้าที่อำนวยการ สั่งการและเชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนกับศูนย์ปฏิบัติการฯ จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการ หลักรับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งนี้ ในช่วงควบคุมเข้มข้นจะได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2560 เพื่อติดตามสถานการณ์อุบัติเหตุ และวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง รวมถึงประชุมทางไกลร่วมกับศูนย์อำนวยการฯ ระดับจังหวัดผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เป็นประจำทุกวัน เพื่อติดตามการดำเนินงานในระดับพื้นที่ และเสนอมาตรการป้องกัน รวมถึงการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนน สภาพการจราจร และช่วงเวลาในการเดินทางของประชาชน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ให้เหลือน้อยที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถิติสะสมอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.2559 ถึง 3 ม.ค.2559 เกิดอุบัติเหตุสะสมรวม 3,379 ครั้ง เปรียบเทียบกับช่วงปีใหม่ 2558 (2,997 ครั้ง) เพิ่มขึ้น 382 ครั้ง โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ เชียงใหม่ จำนวน 139 ครั้ง สำหรับผู้เสียชีวิตสะสมรวม 380 ราย เปรียบเทียบกับช่วงปีใหม่ 2558 (341 ราย) เพิ่มขึ้น 39 ราย โดยจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ นครราชสีมา จำนวน 15 คน  ขณะที่ ผู้บาดเจ็บสะสมรวม 3,505 คน เปรียบเทียบกับช่วงปีใหม่ 2558 (3,117 คน) เพิ่มขึ้น 388 คน โดยจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด คือ เชียงใหม่ จำนวน 140 คน ขณะที่สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เกิดจากเมาสุรา ร้อยละ 25.06 เปอร์เซ็นต์ และขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 17.01 เปอร์เซ็นต์ และประเภทรถที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 83.36 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุมากกว่ารถยนต์.

 

“บิ๊กคลีนนิ่งเดย์” ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ ทุ่งครุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254095

คมชัดลึก, ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ, บิ๊กคลีนนิ่งเดย์, ระดม, กทม., บิ๊ก, คลีน, นิ่ง, เดย์, ศูนย์, กีฬา, เฉลิมพระเกียรติ, ทุ่งครุ, บิ๊กคลีนนิ่งเดย์, บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ กรุงเทพฯ เมืองสะอาด, ผลักดันทันใจ แก้ไขทันที
คมชัดลึก, ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ, บิ๊กคลีนนิ่งเดย์, ระดม, กทม., บิ๊ก, คลีน, นิ่ง, เดย์, ศูนย์, กีฬา, เฉลิมพระเกียรติ, ทุ่งครุ, บิ๊กคลีนนิ่งเดย์, บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ กรุงเทพฯ เมืองสะอาด, ผลักดันทันใจ แก้ไขทันที
คมชัดลึก, ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ, บิ๊กคลีนนิ่งเดย์, ระดม, กทม., บิ๊ก, คลีน, นิ่ง, เดย์, ศูนย์, กีฬา, เฉลิมพระเกียรติ, ทุ่งครุ, บิ๊กคลีนนิ่งเดย์, บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ กรุงเทพฯ เมืองสะอาด, ผลักดันทันใจ แก้ไขทันที

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 29 ธ.ค. 2559

“บิ๊กคลีนนิ่งเดย์” ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ ทุ่งครุ

กทม.ระดมจนท. 7 เขตกรุงธนใต้ ลุย “บิ๊กคลีนนิ่งเดย์” ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ ทุ่งครุ

          29 ธ.ค. 59 –  เวลา 09.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม “บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ กรุงเทพฯ เมืองสะอาด” ของสำนักงานเขตกลุ่มกรุงธนใต้ ที่ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ เขตทุ่งครุ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้นโยบาย “ผลักดันทันใจ แก้ไขทันที” ของพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันดูแลและรักษาพื้นที่ให้มีความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยร่วมกันทำความสะอาดบริเวณถนนย่านชุมชน แหล่งการค้า คูคลอง และพื้นที่หน้าบ้านของตัวเอง โดยมี พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกทม. เรือโทวารินทร์ เดชเจริญ สมาชิกสภากทม. คณะผู้บริหาร ข้าราชการและบุคลากร จากสำนักงานเขตกลุ่มกรุงธนใต้ 7 เขต ประกอบด้วย เขตทุ่งครุ บางขุนเทียน บางแค บางบอน ภาษีเจริญ ราษฎร์บูรณะ และเขตหนองแขม หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนสถานศึกษา เจ้าของอาคารบ้านเรือน และผู้ประกอบการร้านค้า เข้าร่วมกิจกรรม.

 

ฟันไม่เลี้ยงพวกป่วนต้าน พรบ.คอมพ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254092

เลี่ยง, พรบ.คอมพ์, กม., ดำเนินคดี, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, ฟัน, ไม่, เลี้ยง, พวก, ป่วน, ต้าน, พรบ, คอมพ์, พรบคอมพ์, บิ๊กตู่

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 29 ธ.ค. 2559

ฟันไม่เลี้ยงพวกป่วนต้าน พรบ.คอมพ์

“บิ๊กตู่” ลั่นพวกป่วน ต้าน “พ.ร.บ.คอมพ์” ถ้าผิดกม. ดำเนินคดี อย่าไปช่วย

          29 ธ.ค. 59 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้าน พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฉบับใหม่ว่า ผิดกฎหมายก็ดำเนินคดี ก็อย่าไปช่วยเขาสิ

 

สนช. ผ่านสามวาระรวด แก้ พ.ร.บ.สงฆ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254091

คมชัดลึก, พ.ร.บ.สงฆ์, สามวาระรวด, สนช., ผ่าน, สาม, วาระ, รวด, แก้, พรบ, สงฆ์, สนช, ผ่านสามวาระรวด, พรบสงฆ์

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 29 ธ.ค. 2559

สนช. ผ่านสามวาระรวด แก้ พ.ร.บ.สงฆ์

สนช. ผ่านสามวาระรวด แก้ พ.ร.บ.สงฆ์ ให้พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสังฆราช ไม่ยึดติดอาวุโส – มหาเถรสมาคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ฉบับที่ พ.ศ…  ตามที่คณะกรรมาธิการการศาสนาฯ เสนอ โดยมี นายออมสิน ชีวพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมาร่วมประชุมเพื่อรับฟังการพิจารณาด้วย

ทั้งนี้การเสนอแก้เป็นการเสนอแก้ไขมาตรา 7 โดยให้ใช้ข้อความว่า  “พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสัฆราชองค์หนึ่ง และให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ”

ซึ่งพล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้ชี้แจงถึงหลักการและเหตุผลว่า เป็นการขอแก้ไข ประเด็นเดียวคือ มาตรา 7 เรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช   กล่าวคือให้พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาพระสังฆราช เช่นเดียวกับ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ปี 2505   จากเดิม ที่กฎหมายปี 2535 ได้แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้การเสนอชื่อเสนอโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม และคำนึงถึงความอวุโสโดยสมณศักดิ์   ทั้งนี้ก็เพื่อให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณีและให้นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

ซึ่งต่อมา สนช. ได้สอบถามนายออมสิน ซึ่งเป็นตัวแทนรัฐบาลว่า รัฐบาลติดใจที่จะนำร่างพระราชบัญญัติ ไปพิจารณาก่อนหรือไม่  ซึ่งนายออมสินระบุว่าไม่ติดใจและให้ดำเนินการต่อไป  สนช. จึงเดินหน้าพิจารณาต่อ

ทั้งนี้นายสมพร   เทพสิทธา สนช. ได้อภิปรายสนับสนุน  ว่าการให้สถาปนาสมเด็จพระสังฆราชทำตามอาวุโส ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการสถาปนา เมื่อปัญหาเกิดจากกฎหมายก็ควรแก้ไขกฎหมาย   ที่ผ่านมาพระมหากษัตริย์ทรงเป็นเอกอัครรศาสนูปถัมภก จึงสมควรอย่างยิ่งที่พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนา และ ที่ผ่านมา พรมหากษัตริย์ก็ไม่ได้ทรงเลือกจากความอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์  การที่กฎหมายปี 2535 กำหนดเช่นนั้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่าลงยิ่ง   สนช. จึงมีหน้าที่แก้ไขให้เหมาะสม  และไม่ควรปล่อยให้เรื่องการสถาปนาพระสังฆราชให้เนิ่นนานต่อไป  และควรทำให้รีบด่วน  และเสนอขอให้ สนช. ประชุมรวดเดียวสามวาระ

สมชาย แสวงการ สนช. กล่าวว่า  กฎหมายปี 2535 เกิดความปราถนาว่าจะได้ไม่มีการตีความว่าจะใช้ความอาวุโสทางพรรษาหรืออาวุโสทางสมณศักดิ์   แต่ต่อมาก็เกิดปัญหาติดล็อกว่าต้องใช้ความอาวุโสโดยสมณศักดิ์เท่านั้น  เมื่อเราทราบปัญหาจึงต้องแก้   เช่นเดียวกับทางโลก หากยึดหลักอาวุโสโดยสมณศักดิ์  อธิบดีก็ไม่สามารถเป็นปลัดได้ เพราะต้องให้รองปลัดเป็นก่อน  เช่นเดียวกับ  5 เสือ เหล่าทัพ ก็ต้องเรียงอาวุโสตาม รองหนึ่ง รองสอง ผู้ช่วย หรือเสธ.   ดังนั้นต้องพิจารณาหลายคุณสมบัติ เราจึงได้ ผบ.ทบ. จากผู้ช่วย ผบ.ทบ. ไม่ใช่ได้จาก รอง ผบ.ทบ. เสมอไป ไม่อย่างนั้นคนที่เป็นรองก็ไม่ต้องทำอะไร รอวันได้รับการแต่งตั้งเป็น ผบ.ทบ. อย่างเดียว

“การแก้เช่นนี้ไม่ได้ไปตัดหรือกีดกันผู้หนึ่งผู้ใด  หรือตัดผู้หนึ่งผู้ใด” นายสมชายระบุ

นายตวง อัณทะไชย สนช. กล่าวยกตัวอย่างสมัย ร.4 และ ร.5 เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส สังฆราชองค์ที่7 สิ้นพระชนม์   รัชกาล 4 ก็ไม่ตั้งพระสังฆราชตลอดรัชกาลของพระองค์ ซึ่งเป็นพระราชอำนาจ จนถึง รัชกาล ที่5  จึงมีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช   นี่คืออำนาจของพระมหากษัตริย์โดยแท้จริง  แต่มาผิดเพี้ยนโดยกฎหมายปี 2535  เหมือนมาเขียนล็อกว่าต้องเป็นคนนี้ ทำให้เป็นปัญหาทางปฏิบัติ  ดังนั้นจึงต้องแก้ มาตรา 7 เพื่อเป็นการถวายคืนพระราชอำนาจ

จากนั้นจึงเป็นการลงมติในวาระที่ 1 (วาระรับหลักการ) โดยมีเสียงรับหลักการ 184   เสียง   ไม่รับ  0 เสียง  งดออกเสียง  5  เสียง

ต่อมา นายสมชาย แสวงการ สนช. เสนอให้ตั้งกรรมาธิการเต็มสภา  ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ โดยไม่มีใครแย้ง และไม่มีผู้อภิปรายในวาระสอง (วาระแปรญัตติ)

จากนั้นจึงมีการลงมติในวาระที่ 3 (ลงมติเห็นชอบหรือไม่) โดยที่ประชุมมีมติ เอกฉันท์  เห็นชอบ 182  เสียง ไม่เห็นชอบ 0 เสียง งดออกเสียง 6   เสียง

โดยใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 1 ชั่วโมง

 

คุมเข้ม 6 จว.ปลูกกัญชง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254085


ปปส., คุม, เข้ม, ปลูก, กัญ, คุมเข้ม, จวปลูกกัญชง , กัญชง

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 29 ธ.ค. 2559

คุมเข้ม 6 จว.ปลูกกัญชง

ป.ป.ส.พร้อมคุมเข้มพื้นที่อนุมัติปลูก “กัญชง” ไม่ให้ผลผลิตถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ระบุ. 3 ปีแรกเฉพาะหน่วยงานของรัฐขออนุญาตผลิต. ก่อนขยายถึงบุคคล-นิติบุคคล

       29 ธ.ค. —   นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการป.ป.ส. เผยความคืบหน้ากรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 5 เฉพาะกัญชง หรือเฮมพ์ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอเพื่อใช้ประโยชน์ในครัวเรือนและเชิงอุตสาหกรรม ว่า ขณะนี้กฎกระทรวงดังกล่าวอยู่ระหว่างรอประกาศในราชกิจจาฯเพื่อมีผลบังคับใช้หลังพ้น 360 วัน โดยระยะ 3 ปีแรกจะอนุญาตเฉพาะหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ขออนุญาตผลิต จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง และให้คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษประเมินผล เพื่อเสนอครม. พิจารณาความเหมาะสมที่จะอนุญาตให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลยื่นขออนุญาต

            ทั้งนี้ สาระสำคัญของกฎหมายกระทรวงคือ สายพันธุ์กัญชงต้องมีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol หรือ THC) ไม่เกินร้อยละ 1.0 ต่อน้ำหนักแห้ง วัตถุประสงค์การขออนุญาตกำหนดไว้เพื่อ 1. ปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ในครัวเรือน 2.ปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ด้านอุตสาหกรรมในเชิงพาณิชย์ 3. ปลูกสำหรับการศึกษาวิจัย 4. ผลิตเมล็ดพันธ์สำหรับปลูก 5. เพื่อจำหน่ายเมล็ดพันธ์ ลำต้นสด หรือส่วนอื่นตามที่ได้รับอนุญาต 6. เพื่อใช้ประโยชน์อื่นตามที่คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษกำหนด โดยผู้ได้รับอนุญาตต้องมีแผนการผลิต การจำหน่าย และการใช้ประโยชน์ตามที่ได้รับอนุญาต ที่สำคัญต้องมีสถานที่รักษาเมล็ดพันธุ์และตรวจวิเคราะห์หาปริมาณสารทีเอชซีตามกำหนด

เลขาธิการป.ป.ส. กล่าวต่อว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) มูลนิธิโครงการหลวง จะมีมาตรการรองรับเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนประกาศกฎกระทรวงในลักษณะการปรับปรุงพันธุ์และการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีทีเอชซีต่ำกว่าร้อยละ 0.5 และผลผลิตเส้นใยหรือปริมาณเมล็ดสูงมีคุณภาพดี ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพื่อผลิตเส้นใยภายใต้การควบคุมและแปรรูปจากเส้นใยตามระบบควบคุมของรัฐ โดยจะเสนอคณะกรรมป.ป.ส.พิจารณาเห็นชอบตามมาตรการ พร้อมกำหนดกลไกการกำกับดูแลทั้งในส่วนกลางและพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้อนุญาตให้สถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่สูงทดลองปลูกเพื่อการวิจัยในพื้นที่ 6 จังหวัด 15 อำเภอ คือ เชียงใหม่ 4 อำเภอ คือ แม่วาง แม่ริม สะเมิง แม่แจ่ม เชียงราย 3 อำเภอ คือ เทิง เวียงป่าเป้า แม่สาย น่าน 3 อำเภอ คือนาหมื่น สันติสุข สองแคว ตาก คืออ.พบพระ เพชรบูรณ์ 3 อำเภอ คือ อ.เมือง หล่มเก่า เขาค้อ และแม่ฮ่องสอนคือ อ.เมือง ซึ่งการควบคุมดูแลการปลูกกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจด้วยการนำเส้นใยมาผลิตเสื้อผ้า กระเป๋า เน้นการตรวจวัดปริมาณสารทีเอชซีป้องกันไม่ให้ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด

 

“บิ๊กตู่” ยังอยู่ จึงต้องเหนื่อยต่อ !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/254081

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 29 ธ.ค. 2559

“บิ๊กตู่” ยังอยู่ จึงต้องเหนื่อยต่อ !!

“บิ๊กตู่” เข้าบ้านสี่เสาฯ ถกส่วนตัว “ป๋าเปรม” ถึงการทำงานปี 60 เผยต้องเหนื่อยอีก ให้ถามปชช. มีความสุขพอหรือยัง ไม่ใช่ ถาม “นักการเมือง”

          29 ธ.ค.59 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังเข้าพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กว่า 15 นาที ในโอกาสนำคณะเข้าอวยพรปีใหม่ ว่า เป็นการพูดคุยธรรมดา โดย พล.อ.เปรม ถามว่าปี 2560 มีแผนการทำงานอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการคุยถึงการทำงานในปีสุดท้ายของโรดแม็พหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้คุยถึงเรื่องโรดแม็พแต่คุยเรื่องการทำงาน อย่าไปจับจ้อง เราทำตามขั้นตอน ปี 2560 เป็นปีของการปฏิรูปที่ทำมาโดยตลอด ดังนั้น จะทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น โดยรวบรวมทั้งหมดที่ทำไปแล้วและทำต่อ เริ่มต้นการตั้งคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปขึ้นมา ไล่ดูงานให้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังต้องการสร้างความรับรู้ให้ประชาชนว่าได้ทำไปแล้ว นำงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ที่เสนอ 138 เรื่อง มาจัดกลุ่มงานกิจกรรมให้เล็กลง เน้นเรื่องการดูแลประชาชนฐานราก เพื่อสร้างความเข้มแข็งในระดับล่างให้ได้ โดยมี เช่น โอท๊อป เพิ่มรายได้ คือให้ทำเหนื่อยน้อย แต่รายได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องไปทำเรื่องข้างบน เรื่องไทยแลนด์ 4.0 สร้างรายได้มาดูแล ดังนั้น อย่าไปบอกว่าประเทศไทยทั้งหมดจะไป 4.0 เพราะเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องค่อยๆ ไป ที่เหลือคือการให้ความรู้พัฒนาตัวเอง วันนี้ประเทศไทยต้องเดินหน้าไปสู่สังคมเศรษฐกิจ 4.0 คือการพัฒนาอุตสาหกรรม เพิ่มการผลิต เครื่องมือ เครื่องจักร สร้างนวัตกรรม สังคมต้องเป็นสังคมการเรียนรู้ พัฒนาตนเอง และแรงงานต้องไม่ใช้แรงงานธรรมชาติออย่างเดียว แต่ต้องมีเทคโนโลยีเข้ามาด้วย

เมื่อถามว่า พล.อ.เปรม ระบุว่านายกฯต้องเหนื่อยต่อไปอีก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็นี่ไง ปีหน้าก็ต้องเหนื่อยอีกแล้วไง เพราะยังอยู่จึงต้องเหนื่อยต่อ ถ้าใช้คำว่าไม่เหนื่อยต่อ ก็เลิกวันนี้สิ ตีความให้มันเข้าท่าหน่อยสิ”

เมื่อถามว่าที่ พล.อ.เปรม บอกว่าให้ภารกิจสิ้นสุดโดยเร็วเท่าที่จะทำได้นั้น หมายถึงเป็นไปตามกำหนดไว้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกอาการหงุดหงิดก่อนกล่าวว่า “คุณก็ย้ำแต่กำหนดการของคุณนั่นแหละ ฟังป๋าพูดดีกว่า ประชาชนเขามีความสุขเพียงพอแล้วหรือยัง และขั้นตอนการดำเนินการตามโรดแม็พไว้นั้น มันจบหรือยัง ก็ว่าไปตามนั้น ทำไมจะต้องสนใจกันหนักหนา ทำไมเดือนร้อนอะไรหนักหนา ถามประชาชนเขาบ้างสิ เขาได้อะไรกลับไปบ้าง อย่าไปถามนักการเมืองอย่างเดียว”

ผู้สื่อข่าวถามว่า มาหาป๋าแล้วหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยหรือเปล่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมไม่เคยเหนื่อยอยู่แล้ว ผมเหนื่อยกับการตอบคำถามมากว่า.”