ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/249622
วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/249622
วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/249650
วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/249649
วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/249623
วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/249648
วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.


ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/249647
วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/249639
วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ll วันที่ 1 มกราคม 2560 สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวังตั้งแต่ 07.30-17.00 น. และของดการถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง เป็นเวลา 1 วัน..ส่วนเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ยังคงมีตามปกติ (ครั้งละ 9 เจ้าภาพ วันละ 4 รอบ รวม 36 เจ้าภาพ)…
ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ คุณหญิงอารยา พิบูลนครินทร์ ราชเลขานุการในพระองค์ เชิญแจกันดอกไม้พระราชทาน เนื่องในโอกาสฉลองอายุมงคล ครบ 87 ปี สนช. แถมสิน รัตนพันธุ์ณ พระอุโบสถ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร 25 ธ.ค.10.30 น. โดย พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตโต)เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสฯ เป็นประธานในพิธีงานนี้คงได้กระทบไหล่เหล่าไฮโซตัวจริงที่ตกเป็นข่าวในคอลัมน์และรายการทีวี “ลัดดาซุบซิบ” มารวยเอาตอนแก่แถมมีญาติเป็น รมต.ด้วย…
ll ฝากถึงลูกค้า ร้านอาหารญี่ปุ่น “คิ-ชิน” ถนนวิทยุ ของ ศิรเวทศุขเนตร ลูกชาย ม.ร.ว.วรรณาภรณ์ ศุขเนตรให้ติดตามไปอุดหนุนได้ที่ Chateau de Bangkok ของ ลาลีวรรณ กาญจนจารี ในซอยร่วมฤดีด้วยบรรยากาศแจ่มใส อาหารอร่อย ประทับใจเช่นเดิม…
ll ถ้าอยู่ในวัยผู้สูงอายุอยากแนะนำให้รู้จัก ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ “หมอเก่ง” เก่งจริงๆ ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ และอาจารย์ประจำภาควิชาออร์โทปิดิกส์คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ เพราะทุกคนไม่อยากผ่าตัด เมื่อเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม โรคปวดหลัง ปวดต้นคอติดต่อ “คุณหมอเก่ง” ได้ หรือจะเข้าไปดูความรู้ใน FBค้นหา Doctrokeng ก็ได้ ส่วนตัวเปิดคลินิกที่สันป่าข่อยเชียงใหม่ เริ่ม 5 โมงเย็น ไม่มีการจองคิวใครถึงก่อนได้คิวก่อน บางวันคิวยาวเกือบถึงเที่ยงคืนก็มี…
ll ฮือฮาในหมู่ขบวนการเมียหลวง นอกจากเอกสารของคุณหญิงเกิดศิริ ศรุตานนท์ ชี้แจงว่ายังไม่หย่าโดยไม่มีวันที่คิดจะหย่า และอยู่ร่วมบ้านเดียวกับ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ มาตลอด แต่ความอดทนอดกลั้นสิ้นสุดเพราะถูกมือที่ 3 ย่ำยีศักดิ์ศรี เป็นการกระตุกหนวดเสือครั้งใหญ่ ทั้งๆ ที่ปกติรักและเคารพซึ่งกันและกันโดยยึดหลักความสุขส่วนตน ..คุณหญิงน่ะอดทนแบบนักเรียนวัฒนาวิทยาลัย ถ้าไม่จำเป็นจะไม่พูดให้สามีได้อาย แต่ยัยนี่มันอย่างว่าค่ะพี่สันต์ (อันนี้แหนบอกเอง)…
ll ทุกวันเสาร์ อรทัย สกุณี ทำหน้าที่อาสาสมัครจิตอาสาช่วย พล.ต.อ.อัศวิน-วาสนา ขวัญเมือง ที่เต็นท์ผู้ว่าฯ กทม. บริเวณ สนามหลวง พระบรมมหาราชวัง จึงบอกต่อว่า กาแฟ 3 in 1-ไมโล-โอวัลติน-แก้วกระดาษ และไข่ไก่สด (สำหรับนำไปต้ม) เพื่อชงและแจกให้ผู้ที่มาถวายสักการะพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นที่ต้องการมากวันละเป็นหมื่นชุดและจำเป็นยิ่ง สำหรับคนไทยพี่น้องที่มาจากต่างจังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑล เชิญร่วมบริจาคได้หรือสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ 02-5212690 นสพ.แนวหน้า ยินดีเป็นสื่อกลาง…ll
คุณแหน
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/249620
วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/249642
วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
นับเป็นเวทีแจ้งเกิดสำหรับศิลปินรุ่นใหม่ที่ตามหาฝันเพื่อเป็นดาวเด่นในวงการศิลปะเต็มตัว เมื่อมูลนิธิบัวหลวง ร่วมกับ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถจัดโครงการประกวดศิลปิน “ดาวเด่นบัวหลวง 101”ครั้งที่ 9 ประจำปี 2559 เฟ้นหานิสิตและนักศึกษาผู้เข้าแข่งขันดาวเด่นบัวหลวง 70 ชีวิตจาก 35 คณะ 33 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศในหัวข้อ “๗๐ ปีรัชกาลที่ ๙ ของพวกเราชาวไทย”ภายใต้การแข่งขันวาดภาพในรูปแบบเรียลิตี้โชว์ตลอดระยะเวลา 10 วัน และในที่สุดก็ได้ผลงานชนะเลิศที่เข้าตากรรมการ ได้แก่ ผลงานภาพสีน้ำมัน ภายใต้ชื่อ “สุขสนุกอย่างพอเพียง”ของ ปังเจ-เปจัง มิตรสาธิต นักศึกษาชั้นปีที่ 4คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาภาคพายัพ เชียงใหม่ คว้ารางวัล “ดาวเด่นบัวหลวงยอดเยี่ยม” ไปครอบครอง โดยจัดงานประกาศผลและมอบรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศ ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ไป เมื่อเร็วๆ นี้

คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กรรมการมูลนิธิบัวหลวง และประธานโครงการประกวดศิลปิน “ดาวเด่นบัวหลวง” เผยว่า โครงการได้เริ่มกำหนดหัวข้อในการสร้างสรรค์งาน ตั้งแต่การประกวดครั้งที่ 8 เป็นต้นมา ทั้งนี้ ก็เพื่อให้นักศึกษาระดับปริญญาตรี ที่ได้รับการกลั่นกรองมาแล้วจากสถาบันต่างๆ ทั่วประเทศ ได้เปิดความคิดมุมมอง และแสดงความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ สำหรับปีนี้คณะกรรมการได้กำหนดหัวข้อในการสร้างสรรค์งาน คือ “๗๐ ปีรัชกาลที่ ๙ของพวกเราชาวไทย” เพื่อน้อมเกล้าฯ รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเพื่อให้นักศึกษาได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ถ่ายทอดถึงพระมหากรุณาธิคุณตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์”

คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช และอ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ
ด้าน อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ หนึ่งในคณะกรรมการตัดสินในโครงการ ครั้งนี้ เผยถึงผลงานของศิลปินที่เข้ารอบในปีนี้ว่า “น่าแปลกใจอย่างยิ่งที่ผลงานชนะเลิศทั้ง 3 รางวัล เป็นของภาคเหนือ แต่ผลการให้คะแนนของคณะกรรมการถือเป็นเอกฉันท์ในการตัดสินภาพทุกภาพสื่อถึงองค์ประกอบของศิลปะโดยรวมที่แสดงเนื้อหาได้ชัดเจน มีทั้งเทคนิคฝีมือผสมผสานงานออกแบบสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว ส่วนผลงานอื่นๆ ที่ผ่านการเข้ารอบก็มีหลากหลายมิติ บางคนฝีมือไม่ดีแต่นำปรัชญาชีวิตมาผสมผสานงานศิลปะก็ได้ผลงานที่น่าทึ่ง”

ปังเจ-เปจัง มิตรสาธิต กับผลงานรางวัลยอดเยี่ยม ‘สุขสนุกอย่างพอเพียง’
ผู้ชนะเลิศรางวัลศิลปินดาวเด่นบัวหลวง แบ่งออกเป็น 3 รางวัล โดยผู้ที่ได้รับรางวัลดาวเด่นบัวหลวง รางวัลยอดเยี่ยม ได้รับเงินทุนการศึกษา 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศได้แก่ ปังเจ-เปจัง มิตรสาธิต นักศึกษาชั้นปีที่ 4จากคณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ภาคพายัพเชียงใหม่ วัย 26 ปี ที่รังสรรค์ผลงาน “สุขสนุกอย่างพอเพียง” ภาพสีน้ำมันที่สะท้อนความสุขของชาวกะเหรี่ยงในหมู่บ้านแม่ลอบ ซึ่งเป็นบ้านเกิดในอำเภออมก๋อย ที่ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิต
เปจัง เล่าถึงที่มาของผลงานที่ชนะใจกรรมการครั้งนี้ว่า “ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของพวกเราชาวไทยได้ให้หลักการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง วิถีชีวิตของกะเหรี่ยงเราไม่ได้คิดอะไรมาก เรามีความสุขที่ได้อาศัยอยู่กับป่า ถึงบ้านเราจะอยู่ไกลเมืองแต่เราก็มีความสุขในวิถีแบบพอเพียง โดยชาวบ้านจะอยู่กันแบบพี่น้อง ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีการทอผ้า เข้าป่าเก็บหน่อไม้ ล่าสัตว์เพื่อยังชีพ จึงถ่ายทอดเรื่องราวความสุขเหล่านี้ผ่านภาพ สีน้ำมันที่แทนคนด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวกะเหรี่ยงกำลังเก็บหน่อไม้ มีบ้าน มีแม่น้ำมีต้นไม้ ซึ่งความท้าทายของผลงานชิ้นนี้คือการจัดองค์ประกอบให้มีมิติ ดูแล้วภาพมีความลึกตื้น
ที่ลงตัว”
อีกทั้ง เปจัง ยังได้กล่าวขอบคุณผู้ที่คอยให้การสนับสนุน ทั้งผู้จัดงานและคณะครูอาจารย์ โดยเปจังจะนำเงินรางวัลที่ได้ไปซื้อของขวัญให้แก่เด็กๆ ที่หมู่บ้าน โดยเฉพาะชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน เพื่อเป็นกำลังใจและเปิดโอกาสให้น้องๆ ที่หมู่บ้านได้หันมาสนใจการเรียนหนังสือมากยิ่งขึ้นต่อไป

นภัส ลีฬหพงศ์ กับผลงานรางวัลความคิดสร้างสรรค์ ‘ปลูกป่าในใจคน’
ส่วนผู้ที่คว้ารางวัลดาวเด่นบัวหลวง รางวัลความคิดสร้างสรรค์ ได้รับเงินทุนการศึกษา 70,000 บาทพร้อมโล่เกียรติยศ ได้แก่ สโตน-นภัส ลีฬหพงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิจิตรศิลป์ สาขาศิลปะไทยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วัย 21 ปี กับ ผลงาน “ปลูกป่าในใจคน” โดยใช้วัสดุธรรมชาติ, เปลือกไม้, เมล็ดพืชและยางพารา มาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับป่าและน้ำ

วีระวัฒน์ วัฒนะปัญญาศิลป์ กับผลงานรางวัลดีเด่น ‘ผู้ปิดทองหลังพระ’
ปิดท้ายที่รางวัลดาวเด่นบัวหลวง รางวัลดีเด่นได้รับเงินทุนการศึกษา 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ได้แก่ อั๋น-วีระวัฒน์ วัฒนะปัญญาศิลป์นักศึกษาชั้นปีที่ 5 จากภาควิชาศิลปกรรมคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วัย 23 ปี กับผลงาน “ผู้ปิดทองหลังพระ” โดยนำเทคนิคการดุนแผ่นโลหะทองเหลือง 99 แผ่น ถ่ายทอดเรื่องราวพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทั้งนี้ ผลงานของผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดในปีนี้ จัดแสดงให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ที่ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถ.ราชดำเนินกลาง ไปจนถึงวันที่13 มกราคม 2560 (หยุดทุกวันพุธ) หรือสามารถเยี่ยมชมบรรยากาศการแข่งขันที่ผ่านมาได้ทางเว็บไซต์ http://www.bualuang101.com หรือที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ http://www.facebook.com/Bualuang101 หรืออินสตาแกรม (IG) ที่Bualuang101

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/249633
วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 15.57 น.
ในช่วงที่อากาศเปลี่ยนบ่อย ทำให้หลายคนๆ ปรับตัวไม่ทันจนล้มป่วย ซึ่งวิธีการรักษาด้วยการพบแพทย์และการทานยาเป็นตัวเลือกที่ดี แต่จะดีกว่านั้นไหม หากคุณเสริมความแข็งแกร่งให้กับสุขภาพ ต้านหวัดได้ก่อนที่จะป่วย
วันนี้เราจึงมี สารพัดอาหารต้านหวัด มานำเสนอ เพื่อให้คุณได้ดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี สุขภาพแข็งแรง ไกลโรค

1. นม
นมเป็นตัวเลือกหนึ่งในอาหารต้านหวัด เพราะมีวิตามินดีสูง โดยวิตามินดีจะช่วยต้านหวัดได้ แถมยังช่วยบูทอารมณ์ให้สดชื่น หรือถ้าอากาศเย็น นมก็จะปรับอุณหภูมิร่างกายให้อุ่นได้ แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่แพ้ส่วนประกอบของนม ดื่มนมแล้วท้องเสียตลอด ลองเปลี่ยนมาทานซีเรียลหรืออาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดีชนิดอื่นดู อย่างไข่แดงหรือน้ำมันตับปลาก็ให้ประโยชน์เช่นเดียวกัน

2. โยเกิร์ต
โยเกิร์ตเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตและจุลินทรีย์ขนาดเล็กนับล้านตัว ซึ่งจะช่วยปกป้องร่างกายจากเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่จะเข้ามาแทรกแซงจนเราป่วยเป็นไข้หวัดได้ อีกทั้งโปรไบโอติกส์ ทั้งแลคโตบาซิลลัส และไบไฟโดแบคทีเรียม ก็จะไปเพิ่มเม็ดเลือดขาวในร่างกาย และป้องกันเชื้อโรคอีกทาง

3. เครื่องเทศรสร้อน
เครื่องเทศอย่างหอม กระเทียม ขิง ข่า ตะไคร้ กะเพรา พริกไทย กระชาย หรือแม้แต่แมงลัก ก็ช่วยต้านหวัดได้ โดยนักโภชนาการอธิบายว่า อาหารเหล่านี้มีความเผ็ดร้อน ซึ่งจะช่วยขับน้ำและเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย เช่น หอมแก้อาการหวัด คัดจมูกได้ กระเทียมช่วยระบายพิษไข้ แก้ไข และขับเสมหะ เป็นต้น

4. แครอท ฟักทอง ผักโขม และผักใบเขียว
ผักเหล่านี้มีวิตามินเอสูง ที่นอกจากจะดีกับดวงตาแล้ว ยังสามารถช่วยบำรุงระบบภูมิคุ้มกันของเราให้แข็งแรง ปกป้องเราจากหวัดได้ หรือถ้าป่วยเป็นหวัดเข้าแล้ว วิตามินเอก็จะช่วยให้ร่างกายมีแรงต้านเชื้อหวัดได้ดีขึ้น

5. ชาเขียวชงน้ำเย็น
การศึกษาจากต่างประเทศชี้ว่า การชงชาเขียวกับน้ำเย็นจะทำให้สารแอนตี้ออกซิแดนท์ในชาเขียวเหลืออยู่มากกว่าชาเขียวที่ถูกชงด้วยน้ำร้อน และเจ้าแอนตี้ออกซิแดนท์ในชาเขียวนี่ล่ะจะคอยช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ต่อต้านไวรัสจากหวัดได้ ทั้งนี้ ในการชงชาเขียวกับน้ำเย็น อาจจะใส่ใบชาเขียวเพิ่มลงไปเป็น 2 เท่าของการชงแบบร้อนก็ได้

6. ปลา
ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล จะช่วยให้คุณหายจากอาการหวัดได้ โดยกรดไขมันโอเมก้า 3 จะเข้าไปช่วยลดอาการอักเสบ สาเหตุที่ทำให้ภูมิคุ้มกันของเราอ่อนแอลง ฟื้นคนป่วยไข้หวัดให้กลับมาแข็งแรงได้เร็ว

7. หอยนางรม
ในหอยนางรมมีโอเมก้า 3 ไม่ต่างจากปลาทะเล อีกทั้งยังอุดมไปด้วยธาตุสังกะสี ซึ่งจะช่วยเสริมให้เม็ดเลือดขาวแข็งแกร่งขึ้น ทำให้ไวรัสหรือแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของไข้หวัดไม่สามารถทำให้คุณป่วยได้

8. ดาร์กช็อกโกแลต
โพลีฟีนอลที่มีอยู่ในผงโกโก้ (ส่วนประกอบสำคัญของดาร์กช็อกโกแลต) มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ โดยจากการศึกษาของสหราชอาณาจักรยังพบด้วยว่า สารเคมีในโกโก้ยังช่วยบรรเทาอาการไอได้อีกต่างหาก แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรทานมากเกินไป สักวันละ 1 ออนซ์ หรือประมาณ 28 กรัม ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

9. ถั่ว-เมล็ดพืชต่าง ๆ
ถั่วและธัญพืชมีแร่ธาตุอย่างสังกะสีค่อนข้างสูง และอุดมไปด้วยวิตามินอีที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งก็มีส่วนช่วยบำรุงระบบภูมิคุ้มกันและต้านเชื้อหวัดได้ง่าย ๆ ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการทานถั่วคั่วเกลือ เนื่องจากอาจทำให้อาการไอหนักขึ้น

10. ผักที่มีวิตามินซีสูง
วิตามินซีสามารถช่วยต้านหวัดได้ดี โดยผักอย่างดอกขี้เหล็ก มะรุม พริกหวาน สะเดา พริกสด บรอกโคลี ผักหวาน ผักคะน้า ผักกาดเขียว หรือยอดอ่อนมะระ คือผักที่อุดมไปด้วยวิตามินซี จึงควรทานผักเหล่านี้ให้เยอะๆ และต้องเน้นทานแบบสดๆ จะยิ่งได้วิตามินซีแบบเต็มๆ

11. ผลไม้อุดมวิตามินซี
แน่นอนว่าในผลไม้อย่าง มะขามป้อม ฝรั่ง สาลี่ สตรอว์เบอร์รี มะละกอ รวมไปถึงผลไม้ตระกูลส้ม เช่น ส้ม มะม่วง มะนาว สับปะรด และมะเขือเทศ เป็นต้น อุดมไปด้วยวิตามินซีจำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวช่วยป้องกันร่างกายของคุณให้ไกลจากหวัด

12. ไวน์แดง
ไวน์แดงก็มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่จำนวนมาก จากการศึกษาที่พบว่า การดื่มไวน์แดงสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรดื่มไวน์แดงคู่กับยา เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้
ที่มา : healthkapook