‘ใบเหลือง’…ภาพลบประมงไทย ‘จ่ายแพง’กว่า…ลด‘ค้ามนุษย์’?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249532

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“ไอยูยู” (IUU)…

“เทียร์ 3” (Tier 3)…

เป็น 2 คำ “ติดหู” สังคมไทยมาตลอด 1-2 ปีนี้คำแรก คือ Illegal Unreported and UnregulatedFishing หมายถึง “ประมงผิดกฎหมาย” ไร้การจัดระเบียบควบคุม ซึ่งสหภาพยุโรป (EU) ออก “ใบเหลือง”เตือนไทยให้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว ส่วนคำหลังเป็นการจัดอันดับโดยสหรัฐอเมริกา ต่างจากเกณฑ์ IUU ของสหภาพยุโรป ตรงนี้เน้นเรื่อง “แรงงานทาส-ค้ามนุษย์”

ปี 2557-2558 ไทยตกไปอยู่ที่ Tier 3 หรือ “ประเทศที่มีปัญหาสูง และไม่มีความพยายามในการแก้ไขปัญหา” นำมาซึ่งความพยายามแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนของทางการไทย จนปี 2559 ไทยได้รับการยกอันดับกลับขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Tier 2 หมายถึง “ประเทศที่มีปัญหาสูง มีความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง แต่ยังไม่สามารถแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ในการแก้ไขปัญหาเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา” ขณะที่กรณี IUU ทางการไทยกำลังรอลุ้นว่าต้นปี 2560 จะได้รับการ…

“ปลดใบเหลือง”!!!

“พล.ร.ท.วรรณพล กล่อมแก้ว” รองหัวหน้าสำนักงานเลขานุการ ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) บอกเล่าในเวทีเสวนา “ทะเลไทย…ใบเหลือง EU-TIER กับการค้ามนุษย์” ถึงที่มาที่ไปของการนำเข้า “แรงงานข้ามชาติ” มาใช้ในอุตสาหกรรมประมงไทย ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ว่า ในอดีตการทำประมงของไทย ไม่ว่าในหรือนอกน่านน้ำไทย เป็นการทำประมงแบบตามอำเภอใจของผู้ประกอบการ แต่ผู้ประกอบการคนเดียวทำไม่ได้ ต้องใช้แรงงาน สมัยก่อนก็ใช้แรงงานไทย แต่หลังจากเหตุ “พายุเกย์” ถล่ม เรือประมงจมจำนวนมาก แรงงานไทยที่มาจากภาคอีสาน “เข็ดขยาด” ไม่อยากลงเรือ จึงเป็นที่มาของการนำเข้าแรงงานต่างด้าว

ทว่า…ภายใต้ความใหญ่โตของอุตสาหกรรมประมง มี “ราคาที่ต้องจ่าย” ซึ่ง พล.ร.ท.วรรณพล กล่าวว่า ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อย ใช้วิธีการแบบ “ทำลายล้าง” ทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ ใช้เครื่องมือ “โพงพาง” วางแนวกั้นแม่น้ำหรือทะเล สัตว์น้ำที่ผ่านเข้ามาจะติดแนวโพงพางทั้งหมด ไม่แยกว่าขนาดเล็กหรือใหญ่, “อวนรุน” ที่มีการทิ้งก้านอวนลงไปขูดกับพื้นเลนพื้นทรายในน้ำ ทำลาย “แนวปะการัง” แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ หรือแม้แต่ “อวนตาถี่” ที่นำอวนมาซ้อนกันเป็นชั้นๆ

“สมัยก่อนกฎหมายประมงกำหนดตาอวนไว้ที่ 2.5 เซนติเมตร เขาคิดว่ามันเล็กไม่พอ ก็เอาอวนมาซ้อนๆ กัน 3 ชั้นก็มี แล้วปลาเล็กๆ จะเล็ดรอดไปได้หรือ พอมี ศปมผ. มา ครั้งแรกเราแก้เป็น 5 เซนติเมตร ก็หวังว่าเวลาอวนมันลากไปแล้วปลาเล็กจะหลุดรอดไปโตได้ เขาก็ยังแอบซ้อนกันเหมือนเดิม นี่เป็นเรื่องที่ต้องแก้นิสัยการทำประมง กฎหมายคงไปบังคับ หรือตรวจตราได้ไม่ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องสร้างธรรมาภิบาล ชาวประมงบอก 5 เซนติเมตร จับปลาไม่ได้ ลากไปก็มีแต่น้ำเปล่า ปลาหลุดหมด ไม่คุ้มค่าก็ต่อรอง ปัจจุบันก็เหลือ 4 เซนติเมตร” พล.ร.ท.วรรณพล ระบุ

เช่นเดียวกันกับ “ปัญหาแรงงาน” ซึ่งพล.ร.ท.วรรณพล กล่าวว่า ในอดีตมีการ “ล่อลวง” เช่น ผู้เดินทางจากต่างจังหวัดมายัง กทม. เพื่อหางานทำ หลายคนแค่เท้าแตะพื้นสถานีขนส่ง ก็ถูกคนร้ายเข้ามาตีสนิทชักชวนบอกมีงานให้ทำ พอหลงเชื่อก็จะถูกใช้กำลังบังคับ หรือ “มอมยา” ให้สลบ แล้วส่งไปลงเรือประมง ไม่ต่างจากแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่มี “นายหน้า” บอกว่าจะพามาทำงานก่อสร้างหรืองานในโรงงาน แต่พอมาถึงก็ถูกบังคับลงเรือไปในฐานะ…

“แรงงานทาส”!!!

ที่ผ่านมามีความพยายามแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง อาทิ “กำจัดเรือผี” เรือทุกลำต้องมีทะเบียน “1 ใบ 1 ลำ” ไม่ใช่ “1 ใบหลายลำ” อย่างในอดีต, ควบคุม “เครื่องมือทำประมง” บางชนิดห้ามใช้เด็ดขาด บางชนิดยังให้ใช้ได้แต่ต้องปรับปรุงแก้ไข เพื่อไม่ให้สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศน์, “ขึ้นทะเบียนแรงงาน” เพื่อตรวจสอบแรงงานที่แน่นอนทั้งขาเข้าและขาออกของเรือ รวมถึง “เฝ้าติดตาม” เรือประมงพาณิชย์ เรือขนาด30 ตันกรอสขึ้นไป ต้องติดตั้งเครื่องระบุพิกัดด้วยดาวเทียม (GPS) เพื่อแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบว่าไปทำประมงอยู่ที่ใด เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้สังคมไทยมองว่านี่เป็นการ “เอาใจต่างชาติ” เพราะการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ หากทำได้จะเป็นการ “ฟื้นทะเลไทย” ให้อุดมสมบูรณ์ยั่งยืน

“เราไม่ได้ทำเพราะจะปลดใบเหลือง EU แต่จะสร้างให้ทรัพยากรมีความอุดมสมบูรณ์ ยั่งยืน ส่งต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน เราจะจับปลาตอนโต ไม่ใช่จับปลาก่อนโต และทำอย่างไรให้มีความเป็นธรรมาภิบาลในภาคประมง ถ้าทำ 2 เรื่องนี้ได้ ใบเหลืองไม่ต้องกังวล เขาก็ต้องปลดแน่” พล.ร.ท.วรรณพล กล่าวย้ำ

เมื่อพูดถึงอาชีพ “แรงงานประมง” หลายคนให้นิยามว่าเป็นงาน “3D” คือ 1.Dirty เป็นงานที่ไม่ค่อยสะอาดนัก 2.Dangerous อันตราย และ 3.Difficult ใช้กำลังมาก เหนื่อยยากลำบาก ซึ่งงานประเภท 3D นี้ เป็นธรรมดาที่หากประเทศใดที่ประชากรส่วนใหญ่การศึกษาค่อนข้างสูง มีทางเลือกใน จะไม่เลือกงาน 3D ทำให้ต้อง “นำเข้า” แรงงานประเทศอื่นมาทดแทน

ถึงกระนั้นการใช้แรงงานข้ามชาติโดยหวังว่าจะ “จ่ายค่าจ้างถูกๆ” ทำได้เพียงระยะแรกเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไป แรงงานมีการเรียนรู้ย่อมเกิดการ “ต่อรอง” รวมถึงมีการติดต่อพูดคุยระหว่างแรงงานด้วยกันว่าผู้ประกอบการรายใดที่ “จ่ายแพง-ตรงเวลา-สวัสดิการดี”จะชักชวนกันย้ายไปทำงานด้วยทันที

“สมพงษ์ สระแก้ว” ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน ซึ่งผ่านประสบการณ์ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติมานาน ระบุว่า แรงงานภาคประมงหลายรายไม่ทราบว่ามี “สัญญาจ้าง”, “บัตรประจำตัว” ที่แรงงานถือมักเป็นเพียง “สำเนา”, เงินค่าจ้างที่ได้รับ “ไม่แน่นอน” แรงงานจึงไม่รู้ว่าตกลงแล้วตนเองได้ค่าจ้างเท่าไรแน่ พอมาคุยกับเพื่อนบนฝั่ง ถามว่าทำงานที่ไหน เพื่อนบอกทำโรงงาน วันละ 300 บาทมีโอทีด้วย ก็โดดขึ้นฝั่งไปเป็น “แรงงานผิดกฎหมาย”

นั่นทำให้ “แรงงานประมงขาดแคลน” ส่วนแรงงานที่ยังอยู่ก็ต้อง “ทำงานหนักขึ้น” เช่น เรือลำหนึ่งควรมีแรงงาน 35 คน แต่มีแรงงานจริง 29 คน ทำให้ต้องใช้แรงและเวลากับงานมากขึ้น ยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้คนเหล่านี้อยากออกจากภาคประมงในทุกโอกาสที่อำนวย ฉะนั้นโดยสรุปแล้ว “ถ้าสภาพการจ้างไม่ดี-คนก็พร้อมหนีทุกเมื่อ”

“วันนี้อย่างน้อยๆ ควรต้องการันตีว่า 1 คนได้ 9,000 บาท หรือ 10,000 บาท หรือตามตำแหน่งหน้าที่ และตรงไปตรงมา ตอนนี้แรงงานไม่รู้ว่าได้ค่าจ้างเท่าไร ขึ้นอยู่กับเจ้าของเรือจะคิดให้ ถ้าสามารถการันตีความมั่นคงทั้งชีวิตและรายได้จะมีส่วนให้แรงงานไทยที่ไม่มีงานทำ ลงเรือเพื่อทดแทนแรงงานที่ขาดได้” สมพงษ์ ให้ความเห็น

“ภาพลบ” ของประมงไทยในสายตาชาวโลก จะ “ลบเลือน” ได้อย่างยั่งยืน คงเกิดขึ้นได้ยาก หากหวังพึ่งเพียงการดำเนินการจากภาครัฐและผู้ประกอบการประมง…

“ผศ.ดร.กิริยา กุลกลการ” อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า วันนี้ทิศทางการพัฒนาของโลกมุ่งเน้นไปสู่ความยั่งยืน ลดการ “เบียดเบียน” ทั้งต่อทรัพยากรธรรมชาติและเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แน่นอนว่าเมื่อทำทุกอย่างให้ถูกต้องทั้งหมด ราคาสินค้าย่อมสูงขึ้น จึงต้องการให้ประชาชนทั่วไป ในฐานะ “ผู้บริโภค” เข้าใจ และยอมรับว่านี่คือ “ต้นทุนที่แท้จริง”

“ผศ.ดร.กิริยา” ฝากทิ้งท้ายว่า ทุกอย่างจะเริ่มปรับตัว “ราคา-ค่าจ้าง” สะท้อนความเป็นจริง อาหารก็ควรจะต้อง “แพงขึ้น” เราจะไม่ไปเบียดเบียนด้วยการกินอาหารราคาถูก ก็ต้องปรับตัวให้สะท้อนกับราคา ทรัพยากรที่ขาดแคลนจริงๆ…

นี่อาจทำให้ “ประมงไทย” ไปสู่จุดสมดุลมากขึ้น!!!

คนรุ่นใหม่เผยเลือกบ้านให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249512

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ บทบาทหน้าที่หลากหลาย โครงการวิซดอม วัน-โอ-วัน ได้เชิญคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ และนักธุรกิจหนุ่ม ทิม-พิธา และ ต่าย-ชุติมา ลิ้มเจริญรัตน์ ร่วมเผยมุมมองต่อการเลือกที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน

ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เผยว่าตั้งแต่มี “น้องพิพิม” ลูกสาววัย 7 เดือน เพิ่มขึ้นมาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านอีกคน เผย ก็ทำให้มุมมองต่อคำว่า “บ้าน” เปลี่ยนไป จึงจำเป็นต้องใส่ใจทุกองค์ประกอบเพื่อตอบโจทย์ที่ที่อยู่อาศัยต้องรองรับทุกบทบาทสำคัญของชีวิตได้

“ชีวิตของผมเปลี่ยนไปมากตั้งแต่มีลูก ทำให้มุมมองต่อการเลือกบ้านเปลี่ยนไปเช่นกัน ผมคิดว่า คอนโดมิเนียมเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ฟังก์ชั่นของชีวิตผมและคนรุ่นใหม่ เพราะว่าเราสามารถใช้ชีวิตกับครอบครัว ชีวิตทำงาน และการพักผ่อนหย่อนใจได้ในพื้นที่เดียวกัน เมื่อก่อนเราแยกกัน บ้านคือบ้าน ที่ทำงานคือที่ทำงาน ที่พักผ่อนคือที่พักผ่อน แต่ผมว่าชีวิตคนเมืองสมัยนี้และในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการ สตาร์ทอัพ ก็บริหารเวลาตัวเองได้ มันเป็นไฮบริดที่แยกกันไม่ออกแล้ว จึงไม่แปลกที่ทุกวันนี้ คอนโดมิเนียมหลายแห่งจะสร้างขึ้นมาแบบไฮบริด คือผสมผสานการใช้พื้นที่ภายในกับภายนอกอาคาร เพื่อตอบรับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของคนยุคปัจจุบันให้ได้ดีที่สุด ทุกวันนี้แม้ว่าผมจะมีลูกแล้ว แต่การมีที่อยู่อาศัยที่ดีก็ทำให้ผมสามารถบริหารเวลาได้ทุกบทบาท ผมยังสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ ยังได้ออกกำลังกายและวาดภาพอย่างที่ชอบอยู่ และมีเวลาดูแลลูกกับภรรยาได้อยู่ พูดได้ว่าคอนโดฯสำหรับผมคือให้ทั้งความสะดวกและสบายครับ”

“เวลาส่วนใหญ่ของต่ายตอนนี้คือการอยู่กับลูก เพราะฉะนั้น พื้นที่เป็นเรื่องสำคัญค่ะ ถ้าเป็นในคอนโดฯ แน่นอนว่าพื้นที่อาจจะน้อยกว่าอยู่บ้าน แต่ถ้ามีการดีไซน์ พื้นที่ให้มันลงตัว ก็จะช่วยให้เราไม่รู้สึกอึดอัด รู้สึกว่าน่าอยู่ มีพื้นที่ให้ลูกวิ่งเล่นได้อย่างไม่อึดอัด ซึ่งการได้พาลูกออกจากห้องบ้างก็ช่วยเรื่องพัฒนาการของลูก เป็นการเปิดโลกกว้าง และทำให้เขาได้ใช้พลังงาน อีกเรื่องคือเรื่องของความปลอดภัย การอยู่คอนโดฯต่ายรู้สึกว่ามันสะดวกและปลอดภัยเพราะคนเข้ามายากกว่า ยิ่งเรามีลูกแล้ว ความปลอดภัยยิ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเวลาเลือกที่อยู่อาศัยค่ะ” ต่าย-ชุติมา กล่าว

นอกจากนั้น คอนโดมิเนียมที่ต้องตอบโจทย์เรื่องไลฟ์สไตล์แบบไฮบริดแล้ว ทั้งคู่ยังให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวเป็นพิเศษอีกด้วย

“ยิ่งทำงานหนักเท่าไหร่ เรายิ่งต้องพักผ่อนในพื้นที่สีเขียวมากเท่านั้น เพราะถ้าอยู่แต่ในป่าคอนกรีตอย่างเดียวมันก็ไม่ได้ผ่อนคลาย การเลือกที่อยู่อาศัยจึงต้องคำนึงถึงพื้นที่สีเขียวเป็นเรื่องสำคัญ คอนโดมิเนียมต้องใส่ใจที่จะมีพื้นที่สีเขียวมากพอให้เราได้สัมผัสกับธรรมชาติ และดูแลความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่สีเขียวอยู่เสมอ นอกจากนี้ เพราะเป็นปัจจัยที่ดีต่อสุขภาพ การสัมผัสธรรมชาติตั้งแต่การเห็นต้นไม้ สูดอากาศจากต้นไม้ ปล่อยให้เท้าสัมผัสหญ้า ก็เป็นการช่วยเพิ่มพลังที่ดีต่อสุขภาพให้
คนกรุงเทพฯได้”

นอกจากคำนึงถึงลูกแล้ว ครอบครัวยุคใหม่ครอบครัวนี้ยังใส่ใจการเลือกที่อยู่อาศัยเผื่อไปถึงคนอื่นๆ รอบตัวด้วย

“การเลือกคอนโดมิเนียมยุคนี้ต้องเลือกเผื่อคนอื่นๆ มากขึ้นครับ ตั้งแต่เลือกที่ที่มีพื้นที่มากขึ้น เพราะไม่ใช่ว่ามีลูกแค่คนเดียว แต่มีพี่เลี้ยงลูกด้วย มีญาติผู้ใหญ่และเพื่อนๆ มาเยี่ยมด้วย เพราะฉะนั้น เราจึงต้องเลือกพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น มีการจัดการที่ดีขึ้น และมีความปลอดภัยมากขึ้น อุปกรณ์ที่ใช้ระบบขึ้นลิฟต์ การจัดการพื้นที่ให้สะดวกสำหรับรถเข็นเด็กหรือคนพิการ ความกว้างของทางเข้าทางออก ฯลฯ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงหมดเลยครับ”

แก้ม-ชัญญา ตัวแทนสาวไทยเชื้อสายจีน ประกวดมิสไชนีส อินเตอร์เนชั่นแนล เพเจ้นท์ 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249513

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ชัญญา วงศ์ลาภพานิช หรือน้องแก้ม หลังจากที่ได้รับคัดเลือกตัวแทนสาวไทยไปประกวดมิสไชนีส อินเตอร์เนชั่นแนล เพเจ้นท์ 2017 จากทางคณะผู้บริหารโดย ดิว-ปิ่นกมล มาลีนนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้เข้าพบ บริสุทธิ์ บูรณะสัมฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ และ ดวงรัตน์ มหาวนิช รองผู้จัดการฝ่ายฯ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เพื่อแนะนำตัว ก่อนบินไปร่วมประกวดมิสไชนีสฯ 2017 ที่ฮ่องกง

แก้ม-ชัญญา หรือ 汪雅妮 Wang ya ni (วาง หย่า นี) ซึ่งมีความหมายว่า ผู้หญิงที่สง่างามมีเชื้อสายจีน แต้จิ๋ว แซ่ลิ้ม ปัจจุบันอายุ 23 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยนเรศวร และเคยเข้ารอบ 5 คนสุดท้าย บนเวที Miss Thailand World 2016 อีกด้วย นอกจากนี้ แก้ม-ชัญญา จะต้องเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องของภาษา ทั้งภาษาจีนกลาง และจีนกวางตุ้งสำหรับใช้ในการประกวด รวมถึงยังต้องฟิตหุ่นออกกำลังกาย เพื่อสวมชุดราตรี และชุดประจำชาติเพื่อโชว์บนเวที  ก่อนเดินทางไปประกวดมิสไชนีสฯ 2017 ที่ฮ่องกง ในวันที่ 2 มกราคม 2560 และรอบตัดสินที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 มกราคม 2560 ที่เมืองเก็นติ้ง ประเทศมาเลเซีย

สำหรับแฟนๆ ที่อยากจะให้กำลังใจ และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของ แก้ม-ชัญญา สามารถติดตามได้ทาง http://www.thaitv3.com/misschinese2017 หรือทางโซเชียลมีเดีย (Social Media) ทั้ง Facebook, Instagram, Twitter และYoutube @CH3FANCLUB

 

ชวนคนไทยร่วมผลิตสื่อคำสอนของพ่อ ‘ก้าวย่างตามรอยพ่อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249530

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เชิญชวนคนไทยผลิตสื่อน้อมนำสิ่งที่พระองค์ทรงสอนมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตเพื่อเป็นการ “ก้าวย่างตามรอยพ่อ”ให้แก่เด็กๆและเยาวชนคนรุ่นใหม่ โดยสามารถส่งคลิปวีดีโอได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

วสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เล่าที่มาของโครงการรวมพลังสร้างสรรค์สื่อ “ก้าวย่างตามรอยพ่อ” ว่า “จากการเสด็จสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของคนไทยทั้งประเทศทางกองทุนฯได้มีการหารือกันว่า บทบาทของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในฐานะที่เป็นพสกนิกรใต้ร่มพระบารมี จะมีส่วนในการทำโครงการผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านได้อย่างไร เพื่อน้อมนำสิ่งที่พระองค์ทรงสอนมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต

วสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการกองทุนฯถ่ายภาพหมู่ร่วมกับทั้ง 9 ครีเอเตอร์

กองทุนจึงได้หารือกับทาง YouTube (ประเทศไทย) เชิญชวน 9 คอนเทนต์ครีเอเตอร์ (9content creators) มาร่วมผลิตเนื้อหาอันเกี่ยวเนื่องกับคุณธรรมอันเกี่ยวเนื่องกับพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรของพระองค์ท่านทั้ง 9 แล้วอัพโหลดขึ้นบนแพลตฟอร์ม YouTube ได้แก่ กตัญญู ผลิตและสร้างสรรค์โดยช่อง Kids Play, ประหยัด ผลิตและสร้างสรรค์โดยช่อง PangPondClub, ซื่อสัตย์ ผลิตและสร้างสรรค์โดยช่อง HeHaaTV, เสียสละ ผลิตและสร้างสรรค์โดยช่อง LovelyKids Thailand, อ่อนน้อม ผลิตและสร้างสรรค์โดยช่อง 108 Life, สามัคคี ผลิตและสร้างสรรค์โดยช่อง ยิ้มแย้มทีวี-YimYam,
ความเพียร ผลิตและสร้างสรรค์โดยช่อง Thai PBS Kids,ความพอเพียง ผลิตและสร้างสรรค์โดยช่อง PopsKidsThailandและความริเริ่มสร้างสรรค์ผลิตและสร้างสรรค์โดยช่องAroundTheDale

โดยเนื้อหาทั้งหมดของทั้ง 9 ครีเอเตอร์ สามารถรับชมผ่านช่องทาง YouTube ของกองทุน คือ YouTube: Thai Media Fund ซึ่งทางกองทุนจะใช้เป็นช่องทางในการรวบรวมสิ่งที่คอนเทนต์ครีเอเตอร์ทั้งเก้าช่องสร้างสรรค์ขึ้นและสิ่งที่คนอื่นผลิตมาอยู่ในช่องของกองทุนฯด้วย

“เนื่องจากคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่เลือกมาส่วนใหญ่เป็นคนที่สร้างเนื้อหาโดยมีกลุ่มเป้าหมายคือเด็กและเยาวชน ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นภารกิจส่วนหนึ่งของกองทุนฯ แต่ว่าเนื่องจากสื่อที่นำเสนอผ่านทาง YouTube เป็นสื่อที่กว้างขวาง กลุ่มเป้าหมายของเราจึงขยายไปสู่ประชาชนทุกภาคส่วนด้วย โดยเราจะเปิดให้มีการ challenge ไปยังคอนเทนต์ครีเอเตอร์รายอื่นๆ
ให้ร่วมกันผลิตเนื้อหาในลักษณะที่คล้ายกันว่าเราประชาชนจะน้อมนำหลักคำสอนของพระองค์ท่านมาเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตได้อย่างไร เพื่อเป็นการ “ก้าวย่างตามรอยพ่อ” โดยสามารถส่งคลิปวีดีโอ มาได้ที่ followthe9@mediafund.or.th” ซึ่งสื่อที่ได้รับการคัดเลือกจะถูกเผยแพร่บนช่องทาง YouTube ของกองทุน

วสันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “สำหรับความคาดหวังของโครงการนี้ ทางกองทุนฯ คาดหวังว่าโครงการนี้จะเป็นอีกสื่อหนึ่งที่จะเข้าถึงเด็กและเยาวชนคนรุ่นหลังอาจไม่มีโอกาสได้สัมผัส หรือเรียนรู้พระราชกรณียกิจ และพระราชจริยาวัตรของพระองค์ท่านโดยตรง และประชาชนโดยทั่วไป โดยเน้นให้ทุกคนรับรู้ถึงเรื่องหลักธรรมหรือคุณธรรมของในหลวง และอยากเห็นคนไทยน้อมนำสิ่งที่ท่านทรงสอนมาใช้ เพื่อที่จะเป็นพลังในการก้าวย่างต่อไป”

มอบสินค้าโครงการหลวง เป็นของขวัญปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249518

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

รับเทศกาลปีใหม่ ด้วยการส่งความรักความห่วงใยแก่กัน เซ็นทรัล ฟู้ด ออลล์ และ ท็อปส์ จัดแคมเปญกระเช้าของขวัญ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Best Wishes Forever ที่สุดของการอวยพรที่จะให้ผู้รับสมปรารถนาตลอดไป ที่เป็นไฮไลท์ ได้แก่ กระเช้าผักตบชวา บรรจุสินค้าโครงการหลวง-โอท็อป-เอสเอ็มอี และสินค้าชุมชน ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 10 มกราคม 2560

ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ดรีเทล จำกัด เผยว่า ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ท็อปส์ จะมีกระเช้าของขวัญที่โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์ ที่แตกต่าง รูปแบบกระเช้าหลากหลายแต่ลงตัว เป็นกระเช้าที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ ซึ่งปีนี้มาในคอนเซ็ปต์ Best Wishes Forever เพราะการอวยพรไม่ใช่เพียงปรารถนาให้ผู้รับได้รับสิ่งดีๆ ในวันนี้หรือพรุ่งนี้ แต่หมายถึงสมปรารถนาตลอดไป ที่สุดของการอวยพรที่จะให้ผู้รับสมปรารถนาตลอดไปคือ พร 3 ประการมั่งคั่ง ยั่งยืน สติปัญญา โดยบรรจุผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดจากทั่วโลกและสินค้าภายในประเทศ จัดลงกระเช้าของขวัญอย่างพิถีพิถัน นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์อยู่ที่ กระเช้าผักตบชวา ที่เราสนับสนุนการสร้างรายได้แก่ชาวบ้าน โดยเรารับซื้อจากชาวบ้านมาทั้งสิ้น จำนวน 6,500 ใบนำมาบรรจุสินค้าโครงการหลวงสินค้าโอท็อป จากกว่า 30 ชุมชน, สินค้าเอสเอ็มอี, ผลไม้จากทั้งในและต่างประเทศ และสินค้าโอนแบรนด์ (Own brand) มายช้อยส์ (My choices) รวมทั้งหมด 7 แบบ นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์เป็น ตะกร้าผลไม้จักสานไม้ไผ่ ซึ่งรับซื้อมากจากกลุ่มจักสานไม้ไผ่ของกลุ่มผู้สูงอายุ จากชุมชนบ้านป่าบง จ.เชียงใหม่ บรรจุผลไม้สด เอาใจคนรักสุขภาพ โดยในปีนี้ลูกค้าสามารถเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้คนรัก ด้วยกระเช้าของขวัญกว่า 170 รูปแบบ

ไม่เพียงแต่มอบให้คนรักเท่านั้นเพราะเมื่อลูกค้าซื้อกระเช้าของขวัญ เราจะนำรายได้ส่วนหนึ่งจากกระเช้าของขวัญทุกใบสมทบทุนเข้ามูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อสนับสนุนโครงการต่างๆ เป็นการส่งต่อความรัก ความสุขนับล้านไปยังประชาชนคนไทยด้วยกันค่ะ

กระเช้าออกแบบ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สานจากกลุ่มหัตถกรรมพื้นบ้านผักตบชวา

กระเช้าผักตบชวา บ้านบางตาแผ่น

คุณแหน : 21 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249527

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ll เป็นหนึ่ง ไชยชิต พาคุณแม่ไปกราบพระบรมศพพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 ของชาวไทยถึงเกือบๆ 6 โมงเย็น ด้วยวัยถึง 87 ปี ของคุณแม่เลยขอรถเข็นให้ท่านนั่งและได้รับสิทธิสำหรับผู้สูงอายุเหมือนทุกๆ ท่าน โดยได้ใช้เส้นทางพิเศษในการเข้ากราบ ในเวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ และเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถเขียนออกเป็นคำพูดได้ “…ขอบอกแต่เพียงว่าครั้งหนึ่งของชีวิตที่เกิดในแผ่นดินนี้ ไปกราบเถอะ สำหรับผมต้องไปกราบพระองค์ท่านอีกอย่างแน่นอนครับ…”…

ll อัครเดช บุนนาค รอเข้ากราบพระบรมศพตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ll ชัชวดี หงสกุล ฉลองวันเกิดปีนี้ด้วยการตื่นตั้งแต่ตี 3 ไปปั่นจักรยานงานบุญ ผลที่ได้คือฟาดเคราะห์ได้แผลเลือดซิบจากการขี่จักรยานพุ่งลงข้างทาง แล้วไปเติมพลังด้วยการกินอาหารอร่อยที่ท่าน้ำเทเวศร์ แถมยังมีเวลาเหลือเฟือในการชมศิลปะภาพในหลวง รัชกาลที่ 9…

ll อนุโมทนากับ สุวรรณ ศิริสุนทรเลิศ ไปเป็นจิตอาสาช่วยบรรจุข้าวพอเพียงไว้แจกประชาชนที่ไปกราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช…

ll ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ อายุครบ 72 ปี ได้ร่วมฉลองในวาระพิเศษกับสมาชิกในครอบครัวเมื่อวันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม 2559 นับเป็นวันสำคัญในชีวิตด้วยความรักความอบอุ่นรอบตัว…

ll ลัดดา เตชะวณิช ได้รับของขวัญวันเกิดจากลูกๆ เป็นรถเบนซ์ ป้ายแดงติดโบ ใส่รถเทรลเลอร์มามอบให้ถึงบ้าน เล่นเอาเพื่อนๆ อยากได้ไปเป็นบุตรบุญธรรมบ้าง

ll พิมภัทร์ธราธร วงศ์ประศาสตร์ จะพาลูกสาวพิพพาไปออสเตรเลียด้วย เนื่องจากพ่อแม่อยากเที่ยว เลยต้องเตรียมซ้อมใส่
สายจูงให้ลูกเดิน กันหายและกันตก ปลอดภัยแถมรอบคอบไว้ก่อนดีกว่า…

ll มีคนเห็น กรณ์ จาติกวณิช ควง วรกร ภรรยาเลือกซื้อของที่งาน OTOP City 2016 อิมแพค เมืองทองธานี แล้วยังมีโมเม้นต์นั่งพิงเสาคอย แล้วยังช่วยถือถุงช็อปปิ้งกลับบ้านอีกด้วย เรียกได้ว่าทำหน้าที่สามีที่ดีแบบไม่ขาดตกบกพร่องเลยทีเดียวหมดมาดอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่รั้งตำแหน่งสามีดีเด่นแทนll

หนูภาฯ

เครื่องเอกซเรย์ 3 มิติแบบเต็มตัว นวัตกรรมใหม่ช่วยวินิจฉัยโรคกระดูกและข้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249524

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

โรงพยาบาลกรุงเทพ เผยสถานการณ์ของโรคกระดูกและข้อ รวมไปถึงกระดูกสันหลังในประเทศไทย มีแนวโน้มที่จำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มสูงขึ้นแม้จะไม่มีการเก็บสถิติไว้อย่างชัดเจนแต่ด้วยวิถีชีวิตของคนโดยเฉพาะวัยทำงานที่จะต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ และอาการเจ็บป่วยด้วยโรคปวดหลังเรื้อรัง ความผิดปกติโดยกำเนิด ซึ่งโรคเหล่านี้ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างไม่มีความสุข ในความผิดปกติที่เกิดขึ้นนั้นมักจะไม่มีอาการแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนอาจมีแค่อาการปวดเท่านั้น แต่อาจส่งผลร้ายในระยะยาวกับสุขภาพได้ เพื่อหาแนวทางวินิจฉัยโรคได้อย่างตรงจุด ด้วยเครื่องเอกซเรย์ มิติแบบเต็มตัว Biplane Imaging (EOS)

นายแพทย์ปรเมษฐ์ เจริญธนากร ผู้อำนวยการสถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพโรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า กระดูกมีความสำคัญต่อร่างกายของมนุษย์เป็นอย่างมากเมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งนั้นเปลี่ยนไป ย่อมมีสัญญาณที่จะเตือนว่า ควรจะแก้ไข ใส่ใจกับอวัยวะเหล่านั้นเพราะทุกส่วนของร่างกายส่งผลเชื่อมโยงต่อส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะกระดูกสันหลังเป็นแกนกลางของร่างกาย หากมีปัญหาอาการคด เคลื่อน ผิดรูป ย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน ผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา บางรายมาด้วยอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดหัวได้รับการรักษามาเบื้องต้นแล้วแต่ก็ไม่หายขาด อาการก็กลับมาอีก ในส่วนของผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของกระดูกสันหลัง หรือ การที่กระดูดคด อาจมีสาเหตุมาจากอวัยวะที่เป็นฐานรองรับสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก แพทย์จึงต้องทำการวินิจฉัยอย่างละเอียด หาถึงที่มาของอาการเจ็บปวดเหล่านี้ ด้วยเครื่องเอกซเรย์ มิติแบบเต็มตัว Biplane Imaging (EOS) ที่ช่วยในการตรวจหาความผิดปกติของผู้ป่วย

“ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า ปัจจุบันจึงมีเครื่องเอกซเรย์ที่จะช่วยตรวจหาความผิดปกติของกระดูกได้แบบเต็มตัว นั่นก็คือ เครื่อง Biplane Imaging (EOS) อุปกรณ์รับสัญญาณภาพรังสีด้วยเทคโนโลยีระดับโนเบิลไพรซ์ (Nobel Prize Technology) ที่ได้พัฒนาอุปกรณ์รับสัญญาณพลังงานสูง high energy physics particle detector โดยนักรังสีแพทย์
และแพทย์กระดูกและข้อ ใช้ปริมาณรังสีน้อยกว่าเครื่องเอกซเรย์ทั่วไป 6-9 เท่า เครื่องนี้จะช่วยให้ภาพเอกซเรย์ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแบบองค์รวม หรือ Global Balance ในท่าที่ผู้ป่วยยืนลงนํ้าหนักตัวตามธรรมชาติ ช่วยวินิจฉัยหาที่มาที่ไปของโรคกระดูกและข้อได้ดียิ่งขึ้น

ในบางรายอาจมีความผิดปกติมากกว่าหนึ่งตำแหน่ง ดังนั้น การประเมินแนวสมดุลของผู้ป่วยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า Global Balance ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักๆ คือ เด็กวัยรุ่นที่เสี่ยงเป็นโรคกระดูกสันหลังคดชนิดที่ไม่ทราบถึงสาเหตุ และอีกกลุ่มคือ ผู้สูงอายุที่มักจะมีปัญหาทั้งเรื่องกระดูกสันหลัง สะโพก และเข่า ซึ่งการตรวจหาความผิดปกติแบบ Global Balance จะช่วยให้แพทย์เห็นถึงปัญหาทุกๆ ส่วนไปพร้อมๆ กัน แล้ววางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด ซึ่งจะมีประโยชน์กับผู้ที่ต้องเข้ารับการเอกซเรย์บ่อยๆ โดยเฉพาะคนไข้โรคกระดูกสันหลังที่จำเป็นต้องตรวจติดตามผลหลายครั้ง จะช่วยลดปริมาณรังสีลงไปเยอะมาก หากเทียบกับการเอกซเรย์แบบเดิม

ถึงแม้ว่าเครื่องนี้จะใช้ปริมาณรังสีที่น้อยกว่าปกติ แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับหญิงที่ตั้งครรภ์เพราะทารกที่อยู่ในครรภ์นั้นไม่ควรที่จะโดนรังสีโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชั่น 3DModeling สร้างภาพแบบสามมิติ ช่วยลดความผิดพลาดในการวัดความโค้งหรือบิดหมุนของกระดูก เพื่อช่วยให้แพทย์วิเคราะห์วางแผนการรักษาและปรับองศากระดูกได้ดียิ่งขึ้น เห็นกระดูกในมุมมอง 360 องศา ทำให้เข้าใจในความผิดปกติได้ง่ายมากยิ่งขึ้น หากตรวจแล้วพบปัญหาว่าขาสั้นยาวไม่เท่ากันเป็นสาเหตุให้กระดูกสันหลังคด ก็จะสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด เช่นให้ผู้ป่วยใส่รองเท้าเสริมส้นเข้าไป จากนั้นค่อยมาตรวจวัดกระดูกสันหลังใหม่ ก็จะเป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุของอาการป่วย ขั้นตอนในการคัดกรองยิ่งทำได้รวดเร็วเท่าไหร่ ยิ่งมีส่วนสำคัญในการวางแผนการรักษาของแพทย์ได้ดียิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ การวินิจฉัยด้วยเครื่อง EOS สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาในการสแกนหาความผิดปกติทั้งตัวด้วยเวลาที่สั้น เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของการทรงตัว ไม่สามารถยืนลงนํ้าหนักได้เป็นเวลานาน กลุ่มผู้ป่วยที่นํ้าหนักมาก ใช้ประโยชน์ได้กับกลุ่มคนไข้ที่เข้ารับการผ่าตัดข้อเทียม เพราะการทำข้อเทียมนั้น ต้องให้ความสำคัญในการติดตั้งอุปกรณ์เข้าไปในร่างกายของผู้ป่วย โดยส่วนใหญ่จะเป็นข้อสะโพกเทียม ดังนั้น การรักษาจะต้องมีวิธีการวัดมุมและองศาของสะโพกในแต่ละราย เพื่อให้ข้อเทียมที่ใส่ลงไปทำงานได้ดี เพราะจะทำให้รู้ว่าตำแหน่งที่ใส่เข้าไปมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งมุมเท่าไหร่ และหลังจากการรักษาใส่ข้อเทียมไปแล้วผู้ป่วยจะต้องกลับมาสแกนซํ้า เพื่อให้เห็นว่าสิ่งที่ใส่เข้าไปนั้นดีหรือไม่ดีอย่างไรกับตัวผู้ป่วยเอง ทำให้เห็นถึงปัญหาก่อนที่จะรักษาและประเมินผลหลังทำการรักษาไปแล้ว นอกจากนั้นกลุ่มคนที่สงสัยว่าพบความผิดปกติ ขาโก่ง บิด ผิดรูปรวมไปถึงกลุ่มคนที่มีพันธุกรรมผิดปกติ ก็สามารถวินิจฉัยด้วยวิธี Global Balance ได้เช่นกัน

 

‘สานต่อที่พ่อทำ’ ลุยป่าชายเลนคืนแผ่นดินให้เมืองไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249520

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“ป่า” เปรียบเสมือนชีวิตและลมหายใจ เพราะเป็นแหล่งรวมอาหารให้แก่คนทั้งประเทศ โดยเฉพาะป่าชายเลนที่นับว่ามีความสำคัญ นอกจากจะเป็นหน้าด่านสำคัญในการป้องกันน้ำทะเลกัดเซาะหน้าดินแล้ว ป่าชายเลนยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา และเพื่อดำเนิน รอยตามแนวทางในพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการขยายเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนให้ประเทศไทย กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ สานต่อโครงการเพื่อสังคม Beger Be Happy สีเบเยอร์สีแห่งความสุข ปี 3 ภายใต้กิจกรรม ปลูกป่าตามรอยพ่อ สานต่อรวมพลังรักษ์ป่า

งานนี้ อมรรัตน์ ชัยยศบูรณะ แห่ง “กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์” นำทีมผู้บริหารและพนักงานกว่า 1,000 ชีวิต ลงพื้นที่ปลูกต้นโกงกางใบเล็กเพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าและผืนแผ่นดิน พร้อมทั้งปล่อยพันธุ์ปลาให้เป็นแหล่งอาหารในอนาคต ณ ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน จ.สมุทรสงคราม เมื่อวันก่อน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุข และอิ่มเอมใจที่มีโอกาสได้สานต่อในสิ่งที่พ่อทำ

จ๋า-อมรรัตน์ กล่าวถึงการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ว่า “เบเยอร์เราจะมีโครงการตอบแทนสังคมที่เราทำทุกปีคือ  Beger Be Happy ซึ่งปีนี้ก็ถือเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยครั้งนี้เรามีปณิธานที่จะเดินตามรอยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ก็เลยมองว่ามีโครงการอะไรบ้างที่ เราสามารถสานต่อและทำดีได้ ซึ่งจะต้องไม่ใช่แค่นึกถึงพระองค์ท่านเพียงอย่างเดียว แต่เราก็อยากนำแนวพระราชดำริ และโครงการที่พระองค์ท่านทำอยู่ มาสานต่อ จึงมีแนวคิดว่าโครงการปลูกป่าชายเลนก็เป็นโครงการหนึ่งที่พระองค์ท่านทรงสนับสนุน และท่านทรงพระราชดำริ มานานมากแล้ว ดังนั้นเราจึงชวนพนักงานทั้งหมด 1,800 ชีวิต มาช่วยกันปลูกป่าชายเลน
เพื่อเพิ่มเนื้อที่ป่ามันจะได้คงอยู่ ต่อไปตามแนวพระราชดำริ โดยเลือกมาที่ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน เนื่องด้วยที่นี่เป็นหมู่บ้านที่ มีกิจกรรมปลูกป่าชายเลน และก็มีการพัฒนาอย่างชัดเจน และเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปถัมภ์ดูแลอยู่ เราคิดว่าการมาที่นี่จะทำให้กิจกรรมสานต่อโครงการของพ่อครั้งนี้ได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนอกจากการปลูกป่าชายเลนแล้วยังมีการปล่อยพันธุ์ปลาลงทะเล เพื่อเป็นแหล่งอาหารต่อไปในอนาคตด้วย”

ด้าน ปภัสร์พงษ์ รัตนพงศ์ธระ ผู้จัดการศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน บอกว่า “ต.คลองโคน เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ การปลูกป่าชายเลนช่วยยึดหน้าดินเพิ่มพื้นที่แผ่นดินให้ประเทศไทย ทั้งนี้ ป่าชายเลนเป็นไม้ยืนต้นอยู่ได้ถึงร้อยปี เมื่อเค้าอายุได้ประมาณ 20 ปี เค้าก็จะสามารถขยายพันธุ์ได้เองตามธรรมชาติ สำหรับต้นไม้ที่ทุกท่านได้ลงมือปลูกในครั้งนี้คือต้นโกงกางใบเล็ก ซึ่งต้นโกงกางมีรากเยอะ ถ้าสังเกตจะเห็นได้ว่ารากของพวกเค้าจะไม่เหมือนต้นอื่นๆ รากของเค้าจะแตกแขนง จึงเป็นตัวช่วยยึดหน้าดิน เปรียบเสมือนกำแพงช่วยกันคลื่นกันลม อีกทั้งยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำและเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของป่าชายเลน มาช่วยกันปลูกป่าเพื่ออนาคตของประเทศไทย เพื่ออนาคตของลูกหลาน เพื่อช่วยระบบนิเวศน์ ลดโลกร้อนของเรา”

เอ็ม บี เค การันตี ปันน้ำใจ ปรับปรุงเรือนนอนให้น้อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/249337

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

ทีวีดิจิทัลปรับหันหารายได้เสริม ลุย’ออนไลน์-โซเชียล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 ธันวาคม 2559 เวลา 06:17 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/472956

ทีวีดิจิทัลปรับหันหารายได้เสริม ลุย'ออนไลน์-โซเชียล'

โดย…จะเรียม สำรวจ

การแข่งขันของธุรกิจทีวีดิจิทัลในปี 2560 ยังคงเป็นปีที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง เพราะนอกจากจะแข่งกันที่หน้าจอโทรทัศน์หรือว่าออฟไลน์แล้ว ในปี 2560 นี้การแข่งขันในช่องทางออนไลน์กับผ่าน โซเชียลมีเดียน่าจะรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ปัจจุบันดูเหมือนว่าทีวีจะกลายเป็นเหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งภายในบ้านไปแล้ว เนื่องจากความสนใจของกลุ่มคนรุ่นใหม่จะอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และมือถือ ซึ่งสัดส่วนเริ่มแซงหน้าจอทีวี

จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องปรับตัวอย่างหนัก เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แม้ว่าหลายคนจะออกมาฟันธงว่า การดูทีวีผ่านหน้าจอโทรทัศน์ยังคงไม่หายไปจากประเทศไทย เพราะคนที่เคยดูทีวีผ่านหน้าจอโทรทัศน์อย่างไรก็ต้องดูผ่านจอโทรทัศน์ แต่เพื่อความไม่ประมาทและเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่กลุ่มคนรุ่นใหม่จะกลายเป็นกลุ่มคนรุ่นเก่า ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจึงต้องหันมาเร่งพัฒนาระบบไอที พร้อมกับจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในโลกโซเชียล มีเดีย เพื่อใช้เป็นช่องทางในการออกอากาศและสื่อสารกับผู้บริโภค

มานะ ตรีรยาภิวัฒน์
คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การแข่งขันของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลในปี 2560 นี้ คงไม่ได้แข่งขันกันแค่หน้าจอโทรทัศน์เพียงอย่างเดียว แต่คงหันมาแข่งขันกันในแพลตฟอร์มอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นในด้านของสื่อ โซเชียลมีเดีย และสื่อออนไลน์ เห็นได้จากปัจจุบันเริ่มมีผู้ประกอบการใช้ช่องทางของเฟซบุ๊กไลฟ์ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การทำตลาด เพื่อดึงให้ผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วมและใช้เป็นเครื่องมือดึงผู้ชมให้เข้ามาสู่หน้าจอหลัก

วรรณี รัตนพล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอพีจี มีเดีย แบรนด์ส กล่าวว่า ออนไลน์ถือเป็นหนึ่งช่องทางที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะสามารถใช้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหารายได้เสริมให้กับธุรกิจ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวถือว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับธุรกิจทีวีดิจิทัลในต่างประเทศที่ใช้สื่อออนไลน์เป็นตัวช่วยกระตุ้นให้ผู้ชมหันมาสนใจสื่อในหน้าจอหลักอย่างหน้าจอโทรทัศน์ นอกจากนี้ สื่อออนไลน์ยังสามารถใช้กิจกรรม เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยตอบโต้กัน หรือแชร์ข้อมูลต่างๆ

ทั้งนี้ ล่าสุดช่อง 5 หรือสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ออกมาปรับกลยุทธ์การทำตลาด ด้วยการหันมาให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์มากขึ้น โดยล่าสุดได้มีการตั้งแผนกนิวมีเดียขึ้นมา เพื่อดูแลด้านสื่อนิวมีเดียโดยเฉพาะ เนื่องจากเป้าหมายนับจากนี้ของช่อง 5 คือ การเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปี ในส่วนของกลยุทธ์ที่จะนำมาใช้ในสื่อออนไลน์ก็จะมีทั้งการถ่ายทอดสดในส่วนของรายการของสถานีและผลิตคอนเทนต์ขึ้นมาเฉพาะ เพื่อออกอากาศผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์และยูทูบ ขณะนี้ได้เริ่มทดลองออกอากาศรายการต่างๆ ไปบ้างแล้ว ส่วนเว็บไซต์นิวมีเดียที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ผ่าน www.tv5HD1.com คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ประมาณเดือน มี.ค. 2560 หลังจากหันมาปรับกลยุทธ์ทำสื่อออนไลน์ควบคู่ไปกับออนแอร์ และ ออนกราวด์คาดว่าปีหน้าจะมีรายได้เติบโตจากปีนี้ไม่ต่ำกว่า 25%

ด้านช่องเวิร์คพอยท์ก็เดินหน้าพัฒนาคอนเทนต์และทำการตลาดในช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่องเช่นกัน เนื่องจากเป้าหมายในปี 2560 วางเป้าหมายรายได้ที่จะมาจากช่องทางออนไลน์ไว้ที่ประมาณ 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 70 ล้านบาท

ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัลทีวี บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กล่าวว่า แผนการทำการตลาดในส่วนของช่องทางออนไลน์ปี 2560 นี้ บริษัทมีแผนที่จะปรับรูปแบบของการทำตลาดเป็นแบบมัลติแพลตฟอร์ม ด้วยการเชื่อมสื่อทุกอย่างไว้ด้วยกัน ซึ่งคอนเทนต์ที่จะนำมาออกอากาศก็จะมีทั้งรายการสด และเทปผสมผสานกันไปตามความเหมาะสม