5ธันวาฯวันเดียว กราบพระบรมศพ4.2หมื่นคน ปชช.ยังแน่น‘พระที่นั่งดุสิตฯ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247844

5ธันวาฯวันเดียว  กราบพระบรมศพ4.2หมื่นคน  ปชช.ยังแน่น‘พระที่นั่งดุสิตฯ’

5ธันวาฯวันเดียว กราบพระบรมศพ4.2หมื่นคน ปชช.ยังแน่น‘พระที่นั่งดุสิตฯ’

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

5ธันวาฯวันเดียว

กราบพระบรมศพ4.2หมื่นคน

ปชช.ยังแน่น‘พระที่นั่งดุสิตฯ’

ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณาฯ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นวันที่สอง ขณะที่ประชาชนจำนวนมากยังคงมารอเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเนืองแน่น เฉพาะ5 ธันวฯวันเดียวยอดทะลุกว่า 4 หมื่นคน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2559 ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะตุลาการ คณะสมาชิกสภานิติบัญญัติ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และคณะทูตานุทูต เฝ้าฯ รับเสด็จ

จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระสยามเทวาธิราช แล้วเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงพระทวารเทวาราชมเหศวร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ประดิษฐานในพระที่นั่งบุษบกมาลา แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งประดิษฐานเหนือพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูปถวายพรพระ ทรงประเคนภัตตาหาร พระสงฆ์รับพระราชทานฉันเสร็จแล้ว เจ้าพนักงานนิมนต์พระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ที่จะถวายพระธรรมเทศนาขึ้นนั่งบนธรรมาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระพรหมมุนี ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์และทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพรพระพรลา เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ก่อนนั้นเวลา 07.05 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 54 ทรงถวายภัตราหารเช้าแด่ พระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 5 ธันวาคม โดยมีพล.ต. ม.จ.จุลเจิม ยุคล ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ จันทรทัต ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ร่วมในพระราชพิธี

เวลา 11.00 น. ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เป็นประธานบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

ขณะที่บรรยากาศเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันนี้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเปิดให้เข้าสักการะเวลา 04.40 น. โดยมีพสกนิกรจำนวนมากมารอเข้าแถวเนืองแน่นตลอดทั้งวัน

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมมีจำนวน 42,884 คน รวม 36 วัน มี 1,280,359 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลทั้งหมด 3,606,306.25 บาท รวม 36 วันมียอดเงินรวม 98,502,601บาท

ด้านนางหรรษา เยน อายุ 35 ปี ชาว จ.สตูล อาชีพขายผลไม้ แต่งงานกับชาวมาเลเซียและไปอาศัยอยู่ที่มาเลเซียเกือบ 20 ปี เดินทางมาพร้อมสามีคือ นายทิมแมน เยนเผยว่า ตนและครองครัวเดินทางมาจากมาเลเซียมารอเข้าแถวตั้งแต่ตี 4 ตั้งใจมากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพราะรักพระองค์มาก แม้จะเดินทางไปอยู่มาเลเซียแต่ก็ยังผูกพัน ทุกครั้งที่ได้ยินเพลงชาติรู้สึกดีใจ วันที่พระองค์เสด็จสวรรคต แม่โทรไปบอกรู้สึกเสียใจมาก ทุกวันนี้เห็นข่าวในหลวง รัชกาลที่ 9 ก็ร้องไห้ทุกครั้ง ที่ผ่านมาน้อมนำหลักคำสอนของพระองค์เรื่องความพอเพียงมาใช้

เช่นเดียวกับ น.ส.สายศรี วงศ์จรรยากุล อายุ 70 ปี พร้อมนายโรเบิร์ต แมคคอร์มิก สามีเดินทางมาจากสหรัฐเพื่อกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นครั้งแรกกล่าวว่า ตนรักในหลวง รัชกาลที่ 9 มาก ตั้งปณิธานเลยว่าก่อนตายต้องมาสักการะพระบรมศพสักครั้ง ดังนั้นระยะทางที่ห่างไกลจึงไม่เป็นอุปสรรค ยังเห็นประชาชนมากันอย่างล้นหลามยิ่งสัมผัสได้ถึงความรักอันยิ่งใหญ่ วันที่พระองค์เสด็จสวรรคตครอบครัวเราแต่งชุดดำเป็นการไว้ทุกข์ และตั้งใจสวมชุดดำจนถึงวันพระราชทานเพลิงพระบรมศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พสกนิกรจำนวนมากที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ ยังได้มาจับจองพื้นที่รอรับขบวนเสด็จฯสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่เคลื่อนผ่านถนนหน้าพระลาน ก่อนเข้าประตูวิเศษไชยศรี เมื่อขบวนเสด็จฯแล่นผ่านได้เปล่งเสียงถวายพระพรทรงพระเจริญ ดังกึกก้อง พร้อมชูพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ขึ้นเหนือศีรษะเพื่อแสดงความจงรักภักดี

ที่เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหารและน้ำดื่มพระราชทานแจกประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเมนูวันนี้ มื้อเช้าเป็นข้าวต้มหมู ต้มเลือดหมู กาแฟสด นมหนองโพ มื้อกลางวัน ข้าวกะเพราเป็ดและไข่พระอาทิตย์ กระเพาะปลาน้ำแดง ข้าวเหนียวไก่ทอด ผัดไทย ก๋วยเตี๋ยวไก่ มื้อบ่าย ขนมไทย ข้าวเหนียวหมู ข้าวเหนียวไก่ เฉาก๊วยชากังราว ขนมเบื้องและกาแฟสด มื้อเย็น ข้าวผัดกะหล่ำปลีหมูสับกุนเชียง และน้ำดื่ม

 

ส่วนที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)ท่าพระจันทร์ ประชาชนยังคงเข้าร่วมงาน “๙ ตามพ่อสานต่อพระราชปณิธาน”ที่จัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2560 ในงานมีการจัดนิทรรศการ 9 หมวด พร้อมร่วมเขียนปณิธานของตนเองที่จะทำเพื่อผู้อื่นลงบนแผ่นใบโพธิ์ทองเหลือง เพื่อกระตุ้นเตือนให้ตระหนักถึงการสร้างประโยชน์สาธารณะที่ยั่งยืน ซึ่งใบโพธิ์ทั้งหมด 1 ล้านใบ จะนำไปหล่อพระพุทธรูปเพื่อนำไปมอบให้โรงเรียนทั่วประเทศต่อไป นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการมอบปฏิทินพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ 9 ภาพเป็นที่ระลึกสำหรับผู้ที่มาร่วมงาน 99,999 ชุดอีกด้วย

‘ทูลกระหม่อมฯ’โพสต์IG ทรงขอบใจชาวปากคลอง จัดดอกไม้ถวายพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247836

'ทูลกระหม่อมฯ'โพสต์IG ทรงขอบใจชาวปากคลอง จัดดอกไม้ถวายพ่อ

‘ทูลกระหม่อมฯ’โพสต์IG ทรงขอบใจชาวปากคลอง จัดดอกไม้ถวายพ่อ

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 20.21 น.

6 ธ.ค. 59 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์อินสตาแกรมส่วนพระองค์ @nichax ทรงขอบใจชาวปากคลองตลาดที่ได้จัดซุ้มดอกไม้ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ข้อความว่า “ขอบใจสำหรับ #น้ำใจถวายพ่อ #ด้วยรักและผูกพัน #เป็นกำลังใจเพื่อเดินสู่อนาคต” , “ขอบใจชาว #ปากคลองตลาด ที่ได้จัดซุ้มดอกไม้สวยถวาย #พ่อของพวกเรา #รักพวกเรานะ” , “เมื่อคืน ที่ #ปากคลองตลาด #ขอบใจสำหรับน้ำใจและกำลังใจ” , “#ขอบใจชาวปากคลองตลาด ดอกไม้สวยมากๆ”

ชาวอยุธยาพร้อมใจทำดี5ธันวา ร่วมน้อมรำลึกในหลวงร.9 (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247751

ชาวอยุธยาพร้อมใจทำดี5ธันวา ร่วมน้อมรำลึกในหลวงร.9 (ประมวลภาพ)

ชาวอยุธยาพร้อมใจทำดี5ธันวา ร่วมน้อมรำลึกในหลวงร.9 (ประมวลภาพ)

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 13.46 น.

6 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.59 ที่ร้านค้าชุมชน ม.2 ต.บางพลี อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา นายอตินาท ไกรสโมสร กำนัน ตำบลบางพลี นายอำนาจ โกศล อสม.ตำบางพลี นางสมคิด กิจธิสุข อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 ม. 2 ต.บางพลี พร้อมด้วย ชาวบ้านร่วมกันทำอาหาร ก๋วยเตี๋ยว และไอศกรีม เลี้ยงให้กับประชาชน ในอำเภอบางไทร เพื่อเป็นการร่วมใจทำความดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”

ส่วนที่วัดป้อมรามัญ ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา พระครูเกษมจันทวิมล(พระอาจารย์แดง) เจ้าอาวาสวัดป้อมรามัญ ได้จัดพิธีเทิดพระเกียรติเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยผลิตเสื้อคอกลมสีดำแจกให้กับพุทธศาสนิกชนจำนวน 1,900 ตัว พร้อมด้วยปฏิทินพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 5,000 แผ่น ข้าวสารจำนวน509 ถุง และนำเพลงบทเพลง 13 ตุลาคม น้อมส่งเสด็จอีกจำนวน 3,00 แผ่น แจกให้

และที่หน้าเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ว่าที่ร้อยตรีอภินันท์ เผือกผ่อง ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย ที่ร้อยตรีสมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา นายนพรัตน์ บุญจร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้บริหารเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา พ่อค้า ประชาชน ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และจุดเทียน “รวมพลังแห่งความภักดี” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”

ทรงตั้ง’พระธรรมปิฏก(ป.อ.ปยุตฺโต)’ ขึ้นสมณศักดิ์’สมเด็จพระราชาคณะ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247747

ทรงตั้ง'พระธรรมปิฏก(ป.อ.ปยุตฺโต)' ขึ้นสมณศักดิ์'สมเด็จพระราชาคณะ'

ทรงตั้ง’พระธรรมปิฏก(ป.อ.ปยุตฺโต)’ ขึ้นสมณศักดิ์’สมเด็จพระราชาคณะ’

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 13.27 น.

6 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวปไซด์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนที่ 42 ข ลงวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2559 เรื่อง ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในวโรสกาสวันคล้ายวีนพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ความว่า

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชอนุสรณ์คํานึงถึง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระบรมชนกนาถ ซึ่งเสด็จสวรรคต เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 ว่า ทรงเป็นพุทธมามกะ และอัครศาสนูปถัมภก ทรงใส่พระราชหฤทัยในการทะนุบำรุงและสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา เลื่อนและตั้งสมณศักดิ์ถวายแก่พระสังฆาธิการ ซึ่งดำรงในสมณคุณ มีอุปการะยิ่งแก่การพระศาสนาเป็นประจำทุกปี

บัดนี้ เพื่อเป็นการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร จึงสมควรจะสถาปนาอิสริยยศและเลื่อนอิสริยฐานันดรพระสงฆ์ที่ดำรงอยู่ในสมณคุณ และมีอุปการะยิ่งแก่การพระศาสนาดังกล่าวสูงขึ้นเพื่อจักได้บริหารพระศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสถาพร ตามโบราณราชประเพณีสืบต่อไป จึ่งทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา

1. พระพรหมคุณาภรณ์ ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ญาณอดุลสุนทรนายก ปาพจนดิลก วรานุศาสน์ อารยางค์กูร พิลาสนามานุกรม คัมภีรญาณอุดมวิศิษฏ์ ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสีอรัญวาสี สถิต ณ วัดญาณเวศกวัน จังหวัดนครปฐม มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป

2. พระธรรมวราจารย์ ขึ้นเป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่าพระสุธรรมาธิบดี ปูชนียฐานประยุต มงคลวุฒคณาทร บวรศีลาจาร ศาสนภารธุราทร ธรรมยุตติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานครมีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 8 รูป

3. พระธรรมสุธี ขึ้นเป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระธรรมปัญญาบดี ศรีสังฆวรนายก มหาจุฬาลงกรณดิลกสุพพิธาน นายกสภาบริหารบัณฑิต ปริยัติกิจวรธาดา มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 8 รูป

4. พระธรรมมังคลาจารย์ ขึ้นเป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมมงคล ภาวนาโกศลสุพพิธาน วิปัสสนาบริหารพิสุทธิ์ ปาวจนุตตมานุศาสน์ คัมภีรญาณพิลาสธํารง มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี สถติ ณ วัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหารพระอารามหลวง จังหวัดเชียงใหม่ มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 8 รูป

ขออาราธนาพระคุณผู้ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณฐานันดร เพิ่มอิสริยยศ ในครั้งนี้ จงรับธุระพระพุทธศาสนา เป็นภาระสั่งสอน ช่วยระงับอธิกรณ์ และอนุเคราะห์พระภิกษุสามเณรในคณะและในพระอาราม ตามสมควรแก่กําลัง และอิสริยยศซึ่งพระราชทานนี้ และจงเจริญอายุ วรรณ สุข พลปฏิภาณ คุณสารสิริสวัสดิ์ จิรัฏฐิติ วิรุฬหิไพบูลย์ ในพระพุทธศาสนาเทอญ

ประกาศ ณ วันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2559 เป็นปีที่ 1ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

คสช.ระดมกำลังช่วยน้ำท่วมภาคใต้เต็มที่ เข้มมาตรการความปลอดภัยรับฤดูท่องเที่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247744

คสช.ระดมกำลังช่วยน้ำท่วมภาคใต้เต็มที่ เข้มมาตรการความปลอดภัยรับฤดูท่องเที่ยว

คสช.ระดมกำลังช่วยน้ำท่วมภาคใต้เต็มที่ เข้มมาตรการความปลอดภัยรับฤดูท่องเที่ยว

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 13.20 น.

6 ธ.ค. 59 ที่กองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.)พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดเผยผลการประชุมสำนักเลาขาธิการ คสช.ที่มีพล.อ. เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะ เลขาธิการ คสช. เป็นประธานการประชุม โดยได้แสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ที่มีแนวโน้มว่าสถานการณ์น้ำจะยังคงอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยได้เร่งรัดให้ทุกส่วนเข้าช่วยคลี่คลายสถานการณ์อย่างเต็มที่เพราะเป็นภารกิจหลักในขณะนี้ที่จะต้องเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยของพื้นที่

ทั้งนี้โดยกองทัพภาคที่ 4 ร่วมกับทุกภาคส่วนเข้าดูแลผู้ประสบอุทกภัยใน 12 จังหวัด ด้วยการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง แจกจ่ายเครื่องอุปโภค บริโภค สร้างเส้นทาง อำนวยความสะดวกการเดินทาง การแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยง บรรจุกระสอบทรายทำนบกั้นน้ำ โดยในช่วง 2-3 วันต่อจากนี้ เจ้าหน้าที่จะเน้นการเคลื่อนย้ายคนและสิ่งของออกจากพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม เพื่อให้ปลอดภัยจากภาวะฝนตกต่อเนื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า สำหรับงานที่เกี่ยวเนื่องการสนับสนุนรัฐบาลนั้น เลขาธิการ คสช. ได้กำชับในเรื่องการกำจัดผักตบชวา ซึ่งรัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ โดยในส่วนของ คสช. ได้มอบให้ กกล.รส. และหน่วยทหารในทุกพื้นที่เข้าสนับสนุนการกำจัดผักตบชวาของทุกภาคส่วนโดยด่วน โดยจะดำเนินการใน 2ลักษณะ คือ สนับสนุนการกำจัดผักตบชวาตามแผนงานของกระทรวงมหาดไทยในแม่น้ำสายหลัก โดยใช้ศักยภาพของหน่วยทหารช่าง พร้อมเครื่องมือ อาทิ รถและเรือ กำจัดผักตบชวา เข้าปฏิบัติงานร่วมกับส่วนราชการต่างๆ ในขณะเดียวกัน กกล.รส.ประจำพื้นที่ จะให้การสนับสนุนผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะเข้ากำจัดผักตบชวาในลำน้ำสาขา คูคลอง ในชุมชน ในลักษณะการทำงานร่วมกันแบบประชารัฐ ในระหว่าง ตุลาคม 2559 – มีนาคม 2560ด้วย

นอกจากนี้ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนธันวาคม เป็นต้นไป สถานที่ท่องเที่ยวจะเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของประเทศ โดยเลขาธิการ คสช. ได้กำชับให้ กกล.รส. ในทุกพื้นที่ได้เข้าช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเรื่องการป้องกันอุบัติภัยในการเดินทาง ความปลอดภัยในการใช้สถานที่ท่องเที่ยว มาตรฐานรถบริการสาธารณะ รวมทั้งการป้องปรามการก่ออาชญากรรมในทุกรูปแบบเพื่อให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยและมีความสุข

การประชุมในวันนี้เลขาธิการ คสช. ยังให้ความสำคัญกับงานจัดระเบียบสังคมที่เกี่ยวเนื่องกับสถานที่หรือพื้นที่ที่เป็นสาธารณประโยชน์ ซึ่ง กกล.รส. ได้ดำเนินการในหลายพื้นที่ ล่าสุดที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ได้แก่ การนำรถตู้สาธารณะเข้าจอดในสถานีขนส่ง การจัดระเบียบท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย จ.ชลบุรี  เป็นต้นซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ต้องการให้พื้นที่สาธารณะได้รับการดูแลและจัดสรรอย่างเป็นธรรมเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ตามกรอบกฎหมายอย่างแท้จริงนั้น เลขาธิการ คสช. ระบุว่าที่ผ่านมา กกล.รส. ได้จัดระเบียบพื้นที่ในหลายแห่งได้อย่างเรียบร้อยมีส่วนงานอื่นๆ เข้ามารองรับจัดการบริหารจัดการพื้นที่ต่อ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความยั่งยืน อย่างไรก็ตามในขณะนี้ คสช. จะยังคงเดินหน้างานจัดระเบียบสังคมต่อเนื่อง และให้ กกล.รส. ดำเนินการด้วยความรอบคอบ บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ให้ประชาชนส่วนรวมได้รับประโยชน์สูงสุด รวมถึงการดูแลช่วยเหลือผู้ที่ได้รบผลกระทบอย่างเหมาะสม เพื่อให้การจัดระเบียบสังคมในเรื่องนั้นๆ ได้รับการยอมรับ ได้รับความร่วมมือและเกิดความยั่งยืนต่อไป

ตรังเตรียมจัดงาน’รัฐธรรมนู-กาชาด’ เน้นเรียบง่าย-น้อมรำลึกในหลวงร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247739

ตรังเตรียมจัดงาน'รัฐธรรมนู-กาชาด' เน้นเรียบง่าย-น้อมรำลึกในหลวงร.9

ตรังเตรียมจัดงาน’รัฐธรรมนู-กาชาด’ เน้นเรียบง่าย-น้อมรำลึกในหลวงร.9

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 11.49 น.

ตรังจัดงานฉลองรัฐธรรมนูญ และงานกาชาดตรัง “เรียบง่าย” เพื่อน้อมรำลึกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มุ่งเน้นกิจกรรมการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น เศรษฐกิจพอเพียง รู้รัก สามัคคี

6 ธ.ค.59 เมื่อเวลา 22.30 วันที่ 5 ธันวาคม 2559 ที่ลานวัฒนธรรมสนามกีฬาทุ่งแจ้ง อ.เมือง จ.ตรัง นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นางรัตติยา พัฒกุล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายประยูร หนูสุก วัฒนธรรมจังหวัดตรัง  พล.ต.ต.สมพงษ์ ทองใบ ผบก.ภ.จว.ตรัง นายกิจ หลีกภัย นายกอค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง นายพิชัย มะนะสุทธิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง ร่วมกิจกรรมงานฉลองรัฐธรรมนูญและงานกาดชาดจังหวัดตรัง ที่ทางจังหวัดตรังจัดให้มีขึ้นในระหว่างวันที่ 5-15 ธันวาคม 2559

นายศิริพัฒ กล่าวว่า ทางจังหวัดตรัง ได้จัดให้งานกิจกรรมประเพณีเป็นประจำขึ้นทุกปี ในปีนี้ใช้ชื่องานว่า “งานฉลองรัฐธรรมนูญ และงานกาชาดจังหวัดตรัง” โดยจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 5-15 ธันวาคม ณ ภายในบริเวณลานวัฒนธรรม สนามกีฬาทุ่งแจ้ง เทศบาลนครตรัง การจัดงานจะมุ่งเน้นการสืบสานประเพณี ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามอันเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัด ในรูปแบบต่างๆ อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมน้อมรำลึกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อาทิ การกระทำความดี การรู้รักสามัคคี การเป็นอยู่อย่างพอเพียง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอพียง เป็นการเดินตามรอยพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน

“รอบๆบริเวณมีบริการปูเสื่อปูสาดเน้นวิถีชีวิตเดิมๆ ไว้ให้ประชาชนที่มาเที่ยวในงานนั่งทานขนมและชมการแสดง ด้านซ้าย-ขวาของทางเข้า จะเป็นลานกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน เป็นพื้นที่ตบแต่งด้วยจอหนังตะลุงจำลองให้เยาวชนผู้ ปกครองที่มาเที่ยวงานได้มาสัมผัสและลองเชิดตัวตัวหนังตะลุงล้อแสงสีเหมือนเวทีจริง รวมถึงของละเล่นพื้นบ้านอื่นๆ จัดวางไว้ให้ผู้มางานได้ละเล่นอย่างเพลิดเพลิน และชมการสาธิตผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาและปราชญ์ชาวบ้านที่มารวมอยู่ในลานวัฒนธรรมนี้ มีบ้านทรงไทยภาคใต้เก่าแก่ประดับตกแต่งทางเข้าให้น่าสนใจโดยการนำเอาวิถีชีวิตมีอัตลักษณ์ความเป็นบ้านเรา มาจัดให้เหมาะในการมาสัมผัส และถ่ายบันทึกภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก” นายศิริพัฒ กล่าว

นายศิริพัฒ กล่าวอีกว่า งานคืนแรก ทางสภาวัฒนธรรมร่วมกับสมาคมมโนราห์ จังหวัดตรัง จัดให้คณะศิลปินมโนราห์ในจังหวัดตรังรวมพลังศิลปินจากทุกอำเภอในจังหวัดรวมตัวกัน จำนวน 89 คน มาร่วมรำมโนราห์ถวายอาลั ยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีการรำถวายอาลัยและแปรอักษรรูปเลข ๙ ทุกคนร่วมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาทีและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมชมกิจกรรมตลอดงาน ในส่วนของกิจกรรมงานกาชาดจัดกิจกรรมหารายได้เป็นค่าใช้จ่ายสาธารณกุศล ในการดำเนินภารกิจของสภากาชาดไทยและเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง เพื่อสังคมส่วนรวม มุ่งหวังช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้เดือดร้อนในสังคมได้รับการดูแลและอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

สรุปยอดปชช.เข้าสักการะพระบรมศพ 36วันกว่า1.2ล้านรายยอดเงินเฉียด100ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247722

สรุปยอดปชช.เข้าสักการะพระบรมศพ 36วันกว่า1.2ล้านรายยอดเงินเฉียด100ล้าน

สรุปยอดปชช.เข้าสักการะพระบรมศพ 36วันกว่า1.2ล้านรายยอดเงินเฉียด100ล้าน

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 09.43 น.
6 ธ.ค. 59  สำนักพระราชวัง ได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ของเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.  ตั้งแต่เวลา 05.00-21.10 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 42,884 คน รวม 36 วัน มี 1,280,359 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,606,306.25 บาท รวม 36 วัน มียอดเงินรวมทั้งสิ้น 98,502,601บาท

ปัญหาของหนุ่ม-สาวยุคใหม่ คนวัย 30-40 จะกลายเป็น พวกสูงวัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247631

ปัญหาของหนุ่ม-สาวยุคใหม่ คนวัย 30-40 จะกลายเป็น พวกสูงวัย

ปัญหาของหนุ่ม-สาวยุคใหม่ คนวัย 30-40 จะกลายเป็น พวกสูงวัย

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ว่ากันว่าพอคนเราอายุเลยเลขหก เข้าสู่วัยของผู้สูงอายุ ที่ชอบเรียกกันว่า เป็นพวก “สว.(สูงวัย) อาการหลงๆ ลืม จะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และค่อยๆ ลุกลามไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นปัญหาของพวก บรรดา สว. ว่า ความสุขในชีวิตจะไม่เหมือนเดิม แต่วันนี้ มีงานวิจัยของ นายแพทย์แกรี่สมอลล์ สุดยอดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองจากสหรัฐอเมริกา ออกมายืนยันให้เกิดความวิตกกังวลกันเพิ่มขึ้นว่า อาการสมองเสื่อมกำลังระบาดอย่างมากขึ้นกับคนทุกอายุ แบบว่าพอเข้าสู่วัยแค่ สามสิบ สี่สิบ ก็จะมีอาการเช่นเดียวกับพวก สว.ที่มีอายุ 60 ขึ้นแล้ว…เป็นเรื่องที่เราๆ คงจะอยู่นิ่งไม่ได้แล้ว

นายแพทย์แกรี่ สมอลล์สุดยอดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองจากสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางมาเยือนกรุงเทพฯ เพื่อร่วมงานเฮอร์บาไลฟ์ เอเชียแปซิฟิก เวลเนส ทัวร์ ครั้งที่ 6โดยคุณหมอได้มาแบ่งปันมุมมองความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อสมองมนุษย์และรูปแบบพฤติกรรมการใช้ชีวิตในสังคม ให้ทราบว่า วันนี้คนเจเนอเรชั่นมิลเลเนียลหลายล้านคนทั่วโลกเสพติดอุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทำให้สมองของคนเราได้รับการกระตุ้นจากอุปกรณ์สื่อสารเป็นหลัก โดยมีผลสำรวจของเฮอร์บาไลฟ์ซึ่งทำการสำรวจพนักงานออฟฟิศที่มีอายุระหว่าง 25-45 ปี ในไต้หวันเมื่อปีที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 61 ของคนทำงานกลุ่มนี้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นาน 6-10 ชั่วโมงต่อวัน และร้อยละ 78 รู้สึกว่า การใช้อุปกรณ์เหล่านี้นานเกินไปมีผลกระทบต่อความจำของพวกเขารวมทั้งประมาณร้อยละ 60 ยอมรับว่าถึงขั้นหลงลืมข้าวของส่วนตัวเลยทีเดียว…สรุปได้ว่า คนที่ยังไม่เข้าสู่ภาวะสูงวัย แต่จะมีอาการหลงๆลืมเช่นเดียวกับพวกสูงวัย ซึ่งเกิดขึ้นจากการคลุกคลีอยู่กับพวกคอมพิวเตอร์ พวกอุปกรณ์สื่อสารมากเกินไปนั่นเอง

แล้วเราจะทำยังไงกันดี ในเมื่อยุคสมัยใหม่ เทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา และเรารู้สึกว่ามันยากที่จะใช้ชีวิตโดยไม่มีสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ ไม่ได้เสียด้วย ซึ่งสำหรับประเทศไทย รายงานล่าสุดของ Google Consumer Barometer เผยว่า ร้อยละ 53 ของคนไทยใช้อินเตอร์เนตทุกวัน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 89 นับจากปี 2556 และร้อยละ 70 ของคนไทยใช้สมาร์ทโฟน เพิ่มขึ้นร้อยละ 126 นับจากเมื่อ 3 ปีที่แล้วเช่นกัน…..เห็นทีว่า อนาคตเมื่อรู้จักใครกันเป็นครั้งแรก พอแนะนำชื่อเสียงกันแล้ว คงต้องรีบจดใส่กระดาษเอาไว้ มิฉะนั้นพอแยกจากกันรุ่งขึ้นก็คงลืม หรือเวลาจะทำอะไรคงต้องจดบันทึกเอาไว้ทุกครั้งว่า เก็บอะไรไว้ที่ไหน เพื่อกันลืม แบบนี้ชีวิตคงไม่โสภาเสียแล้ว สำหรับคนหนุ่มคนสาวที่ยังมีกำลังวังชาแข็งแรง แต่กำลังมันสมองอ่อนแอลงทุกวัน

มีรายงานวิจัยหลายฉบับของคุณหมอแกรี่ เผยว่า พันธุกรรมเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของโรคสมองเสื่อม อาการของโรคอัลไซเมอร์ และสัญญาณอื่นๆ ของภาวะสมองเสื่อมถอย ความจริงแล้วยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ สภาพร่างกาย วิธีจัดการกับความเครียด การกระตุ้นการทำงานของสมองและโภชนาการ ที่เราต้องให้ความใส่ใจกันมากขึ้น เพราะความจำของเราไม่จำเป็นต้องเสื่อมถอยไปตามวัย มีรูปแบบการใช้ชีวิตมากมายที่ช่วยลับสมองของเราให้เฉียบแหลมอยู่เสมอ การออกกำลังกาย ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้เซลล์สมองกระฉับกระเฉงตื่นตัว ในขณะที่วิธีการฝึกฝนสมองและทบทวนความจำ เช่น เกมส์ปริศนาอักษรไขว้ ซุโดะกุ หรือการเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ ก็ช่วยเสริมสร้างสมองได้เหมือนกัน และการลดความเครียดก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการสูญเสียความจำได้ เนื่องจากคนที่มักมีอาการเครียดจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคด้านสมองได้ง่ายกว่า

ก่อนจะเดินทางจากเมืองไทย คุณหมอแกรี่ บอกบทเรียนเพื่อเสริมสมรรถภาพด้านสมองอย่างง่ายๆ ให้นำไปปฏิบัติดังนี้ คนรุ่นใหม่อาจจะเริ่มจากการฝึกทักษะง่ายๆ เช่น เทคนิคการจำ และการพูดคุยสื่อสารแบบพบเจอหน้ากันต้องฝึกเรื่องการสบตาคู่สนทนาและกิริยาท่าทางในการสนทนาโดยไม่ต้องใช้คำพูดไปด้วยในตัว ลองใช้วิธีการฝึกฝนสมองแบบนี้ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน รวมทั้งนอนหลับให้เพียงพอ จัดการกับความเครียด และรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพสมอง เมื่อเราปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้กระฉับกระเฉงและมีสุขภาพดีกันตั้งแต่วันนี้ สมองของเราก็จะแจ่มใสแข็งแรงไปอีกนานแสนนาน

รักและเป็นห่วงว่า ความจำจะเสื่อมไปก่อนวัย ก็ลองเอาบทเรียนของหมอแกรี่ไปปฏิบัติให้เป็นนิสัย ก่อนจะจบข้อเขียนในวันนี้ คงต้องขอชมท่านนายกฯตู่ (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) ที่นำเอาการออกกำลังกายทุกวันมาให้ข้าราชการปฏิบัติเป็นประจำ สอดคล้องกับวิธีพัฒนาสมองของหมอแกรี่แป๊ะเลย แบบนี้ ไม่ต้องกลัวแล้วว่า คนรุ่นใหม่จะลืมชื่อ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเร็ววันเพราะคนรุ่นนี้มีการพัฒนาสมองด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว

ชนิตร ภู่กาญจน์

5ธค.ยิ่งใหญ่‘มหาสังฆทาน’ รำลึกรัชกาลที9 พสกนิกรล้น‘สะพานภูมิพล1’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247711

5ธค.ยิ่งใหญ่‘มหาสังฆทาน’  รำลึกรัชกาลที9  พสกนิกรล้น‘สะพานภูมิพล1’

5ธค.ยิ่งใหญ่‘มหาสังฆทาน’ รำลึกรัชกาลที9 พสกนิกรล้น‘สะพานภูมิพล1’

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

5ธค.ยิ่งใหญ่‘มหาสังฆทาน’

รำลึกรัชกาลที9

พสกนิกรล้น‘สะพานภูมิพล1’

ทั่วปท.ร่วมถวายพระราชกุศล

เตรียมตอกหมุดสร้างพระเมรุ

วันประวัติศาสตร์ “5 ธันวาคม” พสกนิกรจากทั่วสารทิศ ร่วมรำลึกในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 กันอย่างเนืองแน่นบน “สะพานภูมิพล 1”ทำบุญ “มหาสังฆทาน” พระสงฆ์ 999 รูป พร้อมกับจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศซึ่งจัดพิธีถวายอย่างยิ่งใหญ่ ขณะที่รัฐบาลเตรียมตอกหมุดสร้างพระเมรุ 26 ธันวาคมนี้

เมื่อเวลา 17.32 น.วันที่ 5 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2559 โดยรถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปยังชานหน้าพระอุโบสถ โดยมีประชาชนจำนวนเฝ้าฯ รับเสด็จฯอยู่บริเวณรอบพระอุโบสถ

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงชานหน้าพระอุโบสถ บรรพชิตจีนและญวนถวายพระพรแล้วเสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงกราบ แล้วเสด็จลงชานหน้าพระอุโบสถ พระราชทานสังคหวัตถุแก่ข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้สูงอายุฝ่ายหน้า-ฝ่ายใน

จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินลงจากพระอุโบสถประทับรถยนต์พระที่นั่งไปเทียบที่หน้าพระทวารเทเวศรรักษา เสด็จเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย โดยมีพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คุณพลอยไพลิน เจนเซน และคุณสิริกิติยา เจนเซ่น ธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชสุดา สิริโสภาพรรณวดี เฝ้าฯรับเสด็จ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ สำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อ่านกระแสพระราชโองการสถาปนาสมณศักดิ์ชั้นสมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะเจ้าคณะรอง จบแล้ว พระสงฆ์ 10 รูป เจริญชัยมงคลคาถา ทรงประเคนสุพรรณบัฏและหิรัญบัฏ พัดยศ ผ้าไตร เครื่องประกอบสมณศักดิ์ แด่สมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาตามลำดับ

จากนั้นทรงประเคนสัญญาบัตร พัดยศแด่พระสงฆ์ ซึ่งได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ใหม่ตามลำดับ พระสงฆ์ที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระราชาคณะถวายอดิเรก เจ้าพนักงานกองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนา นิมนต์พระสงฆ์ 30 รูป ซึ่งเจริญพระพุทธมนต์เข้านั่งยังอาสนะในพระที่นั่ง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ประดิษฐานในพระที่นั่งบุษบกมาลา แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งประดิษฐานเหนือพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูปเจริญพระพุทธมนต์ จบ ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้น สดัปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จฯกลับ

พระเทพฯบำเพ็ญพระราชกุศล

ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 07.00 น.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ ในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

เวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรม พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหารและวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรหาวิหาร โดยมีพล.ท.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล และม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล ร่วมในพระราชพิธี

ฟ้าหญิงฯพระราชทานข้าวผัดญี่ปุ่น

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จออก ณ ตำหนักทิพย์พิมาน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทรงบำเพ็ญพระกุศลทรงบาตรพระสงฆ์จากวัดมกุฏคีรีวัน(เขาใหญ่) 9 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 5 ธันวาคม 2559 จากนั้นทรงประกอบอาหารเมนูข้าวผัดญี่ปุ่นจำนวน 500 กล่อง พระราชทานแก่ประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กระทั่งเวลา 13.30 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี โปรดเกล้าฯให้ผู้แทนพระองค์ นำอาหารมาพระราชทานให้ประชาชนที่บริเวณเต็นท์จิตรลดาอาสาทำเพื่อพ่อ โดยมีคุณหญิงจามรี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการโรงเรียน คุณหญิงจรัสศรี ทีปิรัช เป็นผู้รับมอบเพื่อนำอาหารแจกแก่ประชาชน ได้รับความสนใจจากประชาชนที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้

ที่เต็นท์หน่วยแพทย์พระราชทานและอาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ฝั่งศาลฎีกา มีหน่วยแพทย์และพยาบาลจากรพ.จุฬาภรณ์และรพ.แม่สอด จ.ตากตั้งโต๊ะบริการดูแลรักษาตรวจโรคเบื้องต้นตั้งแต่ 10.00 -20.00 น. โดยให้บริการต่อเนื่องจนครบ 100 วัน

วันมหามงคลกราบพระบรมศพแน่น

ขณะที่บรรยากาศโดยรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง มีประชาชนเดินทางมาเข้าแถวรอกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังเนืองแน่นกว่าทุกวัน สืบเนื่องจากวันนี้ เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม อีกทั้ง เป็นวันหยุดต่อเนื่อง โดยทุกคนตั้งใจเข้าแถวรออย่างเป็นระเบียบ

นางสมใจ ศิลประเสริฐ ชาวอ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว วัย 50 ปีเปิดเผยว่า ตนมากราบพระบรมศพเป็นครั้งที่สองแล้ว ตั้งใจมาวันนี้ เพราะวันที่ 5 ธันวาคมเป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นวันมหามงคลที่สุดของชีวิต

4ธค.เข้ากราบพระบรมศพ5.6หมื่นคน

ด้าน พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 แถลงผลประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.)ว่า ได้ประเมินสถานการณ์รองรับประชาชนที่เดินทางเข้ามาสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม มียอดประชาชนเดินทางมา 56,000 คน เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนัก โดยเปิดรับประชาชนเข้าสักการะตั้งแต่เวลา 04.00 น. และคนสุดท้ายออกจากพระบรมมหาราชวังเวลา 02.00น. แต่ในส่วนจุดคัดกรองจำเป็นต้องปิดเวลา 21.00น. แต่ประชาชนที่ยังนั่งรอบริเวณจุดรอคอยยังเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพ โดยที่ประชุมมีตัวแทนจากสำนักพระราชวังมาชี้แจงว่า อยากให้ประชาชนที่เดินทางมาได้สมหวังเข้าสักการะพระบรมศพ แต่การปิดจุดคัดกรองและห้ามประชาชนเข้ามาในเวลาที่กำหนดนั้น เพื่อฟื้นฟูระบบรักษาความปลอดภัยและเคลียร์พื้นที่เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ในส่วนการดูแลผู้สูงอายุจะมีเต้นท์คัดแยกพิเศษ เพื่อไม่ให้รอคิวนาน

จัดพื้นที่จุดเทียนฝั่งทิศใต้

สำหรับการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวว่า ที่สนามหลวงไม่มีการจัดกิจกรรม แต่จัดพื้นที่สำหรับประชาชนที่ต้องการเข้ามาแสดงความจงรักภักดี เช่น การจุดเทียนที่ฝั่งทิศใต้ แต่ห้ามจุดเทียนรอบกำแพงพระบรมมหาราชวัง เกรงสร้างความเสียหาย

เพิ่มเที่ยวรถเมล์-จัดคิวห้องน้ำ

นายยุทธพันธ์ มีชัย เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวว่า จากปัญหาเมื่อวานที่ผ่านมา มีประชาชนเดินทางเข้ามาจำนวนมากทำให้เกิดปัญหาการบริการห้องน้ำไม่เพียงพอและใช้เวลารอคิวนาน ซึ่งในพื้นที่สนามหลวงมีรถสุขา 50 คัน เป็นของผู้หญิง 30 คัน ผู้ชาย 20 คัน โดยจะดูการจัดวางว่า จะบริหารการจัดรถสุขอย่างไรไม่ให้เกิดความแออัดในการใช้บริการ

นายสาคร รุ่งสวัสดิ์ ผู้อำนวยเขตการเดินรถที่ 7 องค์การขนส่งมวลชน(ขสมก.)กล่าวว่า ขสมก.ได้เพิ่มจำนวนรถและขยายเวลาเดินรถ เพื่อให้ประชาชนที่ออกจากพระบรมมหาราชวังช่วงดึกได้กลับบ้านหมดทุกคน ในวันที่ 22ธ.ค. ขสมก.จะนำรถโดยสารแบบใหม่ ซึ่งเป็นรถชานต่ำสามารถนำรถวิลแชร์ของผู้พิการขึ้นรถไปได้ด้วยให้บริการ 8 คันรอบเกาะรัตนโกสินทร์

ติดCCTVเพิ่มรับหยุดยาว10ธค.

พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวถึงภาพรวมการจราจรรอบพระบรมมหาราชวังและสนามหลวงว่า จำนวนประชาชนที่เดินทางมากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังเมื่อวันที่ 4 ธันวาคมอยู่ที่ 56,000 คน และวันที่ 10 ธันวาคมจะเพิ่มกล้องวงจรปิดในจุดคัดกรองทุกจุด เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่พบปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่

26ธค.ตอกหมุดเตรียมสร้างพระเมรุ

สำหรับความคืบหน้าการเตรียมพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เปิดเผยว่า วันที่ 26 ธันวาคม จะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าการทำงาน และช่วงบ่ายวันเดียวกัน จะเชิญกรรมการทุกคนร่วมพิธีตอกหมุดกึ่งกลางพระเมรุมาศ ที่สนามหลวง และเปิดพื้นที่ให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี จากนั้นประมาณวันที่ 10 มกราคม 2560 จะเริ่มล้อมรั้วลงเสาเข็มปลูกสร้าง นอกจากนี้ ขอเชิญประชาชนมีส่วนร่วมในขั้นตอนการแทงหยวกกล้วย ตัดกระดาษ ทำดอกไม้จันทน์ โดยมีช่าง 10 หมู่กำกับดูแล ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งการให้ทุกคนทำงานให้ดีที่สุด และเชื่อว่าทุกคนจะทุ่มเทเสียสละทำงานด้วยใจ เพื่อให้สมพระเกียรติและเป็นไปตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

รำลึก“ร.9”แน่นสะพานภูมิพล

ในส่วนกิจกรรม “ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ 5 ธันวาคม 2559” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สะพานภูมิพล 1 เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม ซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าภาพนั้น เริ่มขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อเวลา 06.00 น. มีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปรอร่วมกิจกรรมตั้งแต่เวลา 03.00 น.จนแน่นขนัดเต็มพื้นที่ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์พระราชทานแนวทางสร้างสะพานดังกล่าว เพื่อแก้ปัญหาจราจร ทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายในการเดินทาง

ทำบุญถวาย“มหาสังฆทาน”

ทั้งนี้ ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมได้ร่วมถวายมหาสังฆทานแก่พระสงฆ์ 999 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล และร่วมยืนสงบนิ่ง 89 วินาที แสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมทั้งร่วมกันกล่าวสัจจะวาจาน้อมนำพระบรมราโชวาทและพระราชปณิธาน มาเป็นหลักการในการดำรงชีวิตและตั้งใจพัฒนาประเทศชาติ จากนั้น ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และบทเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุด นำร้องโดย เรือตรีไพศาล ลุนเผ่ ศิลปินแห่งชาติ ร่วมด้วยคณะดุริยางค์ทหารเรือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมจะได้รับเข็มกลัดที่ระลึก 50,000 ชิ้น ดินมงคลของพ่อจาก 77 จังหวัด 19,999 ชุด และเขียนโปสการ์ดคำปฏิญาณทำความดีเพื่อพ่อ ซึ่งโปสการ์ดทั้งหมดจะถูกส่งกลับไปยังที่อยู่ที่ผู้เขียนระบุไว้ สร้างความปลื้มปิติให้กับผู้ที่ไปร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง

ทั่วปท.ทำบุญถวายในหลวง

ขณะที่ทั่วประเทศพร้อมใจจัดบำเพ็ญกุศล กิจกรรมรำลึกวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ อย่างที่จ.บุรีรัมย์ นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ร่วมกับพสกนิกรทุกหมู่เหล่าตักบาตรพระสงฆ์ 199 รูป

ที่ราชบุรี นายสุรพล แสวงศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นำข้าราชการทุกหมู่เหล่าทำบุญตักบาตรอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ 93 รูป และปล่อยพันธุ์ปลา 8,900 ตัวลงสู่บ่อน้ำเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 เพื่อเป็นการขยายพันธุ์ปลาก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป

เช่นเดียวกับ จ.พังงา นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมข้าราชการ และประชาชนตักบาตรพระสงฆ์ 70 รูป และปล่อยปลาหลากหลายพันธุ์จำนวน 500,000 ตัว ถวายถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และร่วมร้องเพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมี หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ที่จ.ตรัง นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานกิจกรรมทำบุญตักบาตรพระ 125 รูป ไถ่ชีวิตโคกระบือ ปลูกต้นไม้ ทำความสะอาดที่สาธารณะ

แจกเสื้อดำ-เลี้ยงอาหาร

ที่หน้าตลาดกลางบางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างรวมตัว 130 คัน เพื่อบริการขับรถรับ-ส่ง ประชาชนฟรี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9

ที่อ.หลังสวน จ.ชุมพร ร้านอาหารทุกร้านในตลาดปากน้ำหลังสวนประมาณ 30 ร้าน นำอาหารแจกให้รับประทานฟรี อาทิ หมูสะเต๊ะ ข้าวต้มหัวปลา ข้าวแกงปักษ์ใต้ ขนมจีน ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก เช่นเดียวกับร้านอาหารทั้งเมืองหลังสวน อาทิ ขนมจีนรสเด็ด ร้านดังของ จ.ชุมพร ร้านข้าวหน้าเป็ดของชาวจีนโบราณ ร้านอาหารพื้นเมือง ร้านน้องดรีม ที่เตรียมข้าวมันไก่ 9999 จานมาให้ชาวบ้านรับประทานฟรี

ส่วนที่อ.เมือง จ.เชียงราย ร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านเลิศรสของนายชาญชัย เลิศรมยานันท์ อายุ 33 ปี เปิดให้ประชาชนรับประทานก๋วยเตี๋ยวฟรีตลอดทั้งวัน พร้อมเปิดรับบริจาคเสื้อผ้าจากประชาชนที่มารับประทานอาหารก่อนนำไปบริจาคกับผู้ยากไร้

อนุรักษ์ นครประวัติศาสตร์ 6 แนวทาง ป้องกันน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247632

อนุรักษ์ นครประวัติศาสตร์ 6 แนวทาง ป้องกันน้ำท่วม

อนุรักษ์ นครประวัติศาสตร์ 6 แนวทาง ป้องกันน้ำท่วม

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

กระทรวงวัฒนธรรม วางแผน กำหนดแนวทางการดำเนินการ ฟื้นฟู สถานภาพการอนุรักษ์นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ที่เสียหายจากน้ำท่วม ตามที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกมีคำแนะนำให้ประเทศไทยดำเนินการในเรื่องต่างๆ 6 ข้อ ดังนี้ 1.เสนอแนะให้จัดโครงการอบรมเพื่อปรับปรุงฝีมือและทักษะความรู้ ความชำนาญของช่างฝีมือที่รับผิดชอบในการอนุรักษ์ 2.การพัฒนาแผนปรับปรุงพื้นที่ให้ครอบคลุมการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ด้วยความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากสหวิทยาการด้านต่างๆ มาให้คำปรึกษา 3.จัดประชุมสัมมนาระหว่างประเทศเพื่ออภิปรายในเรื่องปรัชญาการอนุรักษ์ในการใช้อิฐที่สัมพันธ์กับแหล่งประเภทต่างๆ ซึ่งจะต้องเสนอร่างรายงานต่อศูนย์มรดกโลกในเพื่อนำเสนอคณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 41 ปี 25604.การปรับปรุงแผนแม่บทการจัดการแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน 5.การระงับการก่อสร้างอาคารใหม่ในพื้นที่ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณค่าระดับสากลและเพื่อปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมและแหล่งมรดกโลกที่มีการควบคุมและกำหนดความสูงสิ่งก่อสร้างใหม่ในพื้นที่และบริเวณโดยรอบนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา รวมถึงความหนาแน่นของอาคาร และ 6.ให้กรมศิลปากรจัดส่งภาพเปรียบเทียบการบูรณะที่ทำไว้เดิมกับการบูรณะเพิ่มเติมตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโก เพื่อให้เห็นการดำเนินการที่ชัดเจนและถูกต้องตามหลักวิชาการ