ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248368
วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248368
วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248394
วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
●● พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเป็นองค์ประธานเปิดนิทรรศการภาพวาด “ศิลปกรรมเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” ครั้งที่ 21 คุณหญิงทิพยวรรณตันตกิตติ์ ประธานจัดงานพร้อมด้วยกลุ่มศิลปินอิสระ เชิญรับเสด็จ 14 ธ.ค.15.00 น. บริเวณชั้นลอย โรงแรมมณเฑียร ถ.สุรวงศ์..นิทรรศการมีถึง 8 ม.ค. ศกหน้า..
●● ชนิสา แก้วเรือน บอสใหญ่สยามเซ็นเตอร์ เปิดตัว LUSH (ลัช)แบรนด์ออร์แกนิกชื่อดังจากอังกฤษเป็นสาขาแรกในประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในโลก ห้ามพลาดสบู่ F.A.T รูปกระต่ายที่แสดงถึงการต่อต้านทดลองสินค้าในสัตว์ที่รังสรรค์ขึ้นเฉพาะที่นี่ที่เดียวที่ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์..
●● ผู้จัดคิวทอง จิตรลดา ดิษยนันทน์ กัลย์จาฤก แห่งกันตนากรุ๊ป มาร่วมทำบุญในโอกาสเข้าสู่ปีที่ 20 ของ TRSC ศูนย์เลสิคนานาชาติ พร้อมนำแว่นสายตาใหม่เอี่ยมจำนวนมากมาบริจาคในโครงการยิ่งให้..ยิ่งสุข เพื่อส่งต่อให้แก่ผู้ด้อยโอกาส..
●● แจ้งล่วงหน้าข้ามปี งานพระราชทานเพลิงศพ ศาสตรเมธี ปัญญาเพ็ชรชู 15 ม.ค. เวลา 17.00 น. วัดโสมนัสวรวิหาร..งานนี้ได้เตรียมจัดพิมพ์หนังสือที่ระลึกฯ จำนวน 3,000 เล่ม แต่เกรงว่าลูกศิษย์ รวมทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันเพาะช่าง จะมาร่วมงานจำนวนมากเกินจำนวนหนังสือ หากต้องการร่วมสมทบทุนจัดพิมพ์หนังสือเพิ่มโปรดติดต่อเจ้าภาพ..
●● พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พล.ต.อ.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ 12 ธ.ค.17.00 น. ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ผู้บริหารธ.ไทยพาณิชย์ ในนามบุตรธิดาและครอบครัวฝากเรียนเชิญร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมถึง 14 ธ.ค. และสวดพระอภิธรรม 15-16 ธ.ค. ศาลา 1 วัดเทพศิรินทราวาส แล้วย้ายไปศาลากวีนิรมิต 17-18 ธ.ค. สวดพระอภิธรรมศพ 19.00 น..
●● เค้กเฉลิมพระเกียรติของ เอสแอนด์พี ขนาด199 ปอนด์ โดย ภัทรา ศิลาอ่อน ตั้งใจ จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ประดับตกแต่งด้วยพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาโครงการต่างๆ อาทิ โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่,โครงการกังหันชัยพัฒนา,โครงการแก้มลิง,โครงการปกป้องหน้าดินด้วยหญ้าแฝกด้วยความจงรักภักดี เทิดทูนและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ใช้เวลาผลิต 9 วัน โดยคนผลิต 9 คน ที่โซนเวิร์คแอนด์เพลย์ ชั้น 1 เซ็นทรัลพระราม 9 พร้อมมีการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์โดยวงดุริยางค์ซิมโฟนี กรุงเทพฯ (BSO) ถึง 12 ธ.ค. นี้ ..●●
คุณแหน
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248396
วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
รศ.ดร.อรรณพ ตันละมัย
วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา โดย ท่านผู้หญิงอังกาบบุญยัษฐิติ อธิการบดี เป็นประธานในการจัดกิจกรรม “CDTC OPEN HOUSE สานฝัน…ให้เป็นจริง” เพื่อแนะนำคณะและหลักสูตรของสถาบันอาจารย์แนะแนว นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมทั้งนักเรียนอาชีวศึกษาที่ต้องการเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี โดยในปีการศึกษา 2560 นี้ วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา ได้ปรับหลักสูตรใหม่ใน 2 คณะ ได้แก่ คณะบริหารธุรกิจสาขาวิชาการจัดการธุรกิจอาหาร และคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสาขาเทคโนโลยีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ในหลักสูตร ปริญญาตรี 4 ปี โดยมีคณะอาจารย์และนักเรียนร่วมงานจำนวนมาก ณ อาคาร 60 พรรษา ราชสุดาสมภพ (อาคาร 604)

ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ อธิการบดี
และ คุณหญิงจามรี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร
ท่านผู้หญิงอังกาบ บุญยัษฐิติ อธิการบดี วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา กล่าวว่า วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ได้รับการประกาศจัดตั้งในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 โดย มูลนิธิสยามบรมราชกุมารีเพื่อโรงเรียนจิตรลดา และมี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์นายกสภาวิทยาลัย โดยถือเอาวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2557 เป็นวันกำเนิดวิทยาลัย เปิดสอนใน2 คณะวิชาคือ คณะบริหารธุรกิจ 3 สาขาวิชา และ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 3 สาขาวิชา
“ด้วยสายพระเนตรด้านการศึกษาขององค์นายกสภาวิทยาลัย ตลอด 3 ปีที่วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา ได้เปิดการเรียนการสอน ได้มีการปรับปรุงแก้ไขหลักสูตรเพื่อให้สอดรับกับความต้องการของตลาด โดยในปีการศึกษา 2560 วิทยาลัยฯ ได้มีการปรับปรุงหลักสูตรทั้งสองคณะ ได้แก่ คณะบริหารธุรกิจ เปิดหลักสูตรใหม่ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจอาหาร และคณะเทคโนโลยีอุตสหากรรม สาขาเทคโนโลยีไฟฟ้า และสาขาอิเล็กทรอนิกส์ โดยการจัดการเรียนการสอนนี้ได้ยึดตามแนวพระราโชบายขององค์นายกสภาวิทยาลัย เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ หลักสูตรสาขาวิชาที่เปิดสอนของวิทยาลัยฯ จึงเน้นให้นักศึกษามีความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคเอกชนในการรับนักศึกษาเข้าฝึกงาน อีกทั้ง ทรงเล็งเห็นความสำคัญของภาษาที่ 3 ที่จะนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ จึงสนับสนุนให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนภาษาที่ 3 ตามความสนใจโดยไม่เก็บเป็นหน่วยกิตอีกด้วย”
รศ.ดร.อรรณพ ตันละมัย คณบดี คณะบริหารธุรกิจ กล่าวว่า แต่เดิมคณะบริหารธุรกิจเปิดสอน 3 สาขาวิชา แต่ด้วยพระวิสัยทัศน์ขององค์นายกสภาวิทยาลัย ที่ทรงเล็งเห็นว่าประเทศไทยมีความเข้มแข็งในด้านเกษตรกรรมที่นานาประเทศให้การยอมรับว่าประเทศไทยเป็นครัวของโลก จึงทำให้ธุรกิจอาหารเจริญเติบโตและสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล จึงได้มีการเปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต การจัดการธุรกิจอาหาร ขึ้นเพื่อรองรับกับการเติบโตของธุรกิจอาหารในประเทศและต่างประเทศ โดยเป็นหลักสูตรที่ผสมผสานระหว่างศาสตร์ทางด้านอาหารและศาสตร์ทางด้านการจัดการ เป็นการสร้างบุคลากรที่จบไปแล้วสามารถเป็นเจ้าของกิจการหรือทำงานในธุรกิจอาหารในระดับหัวหน้างาน ทั้งนี้เราได้รับความร่วมมือจากธุรกิจอาหารชั้นนำของประเทศในการรับนักศึกษาเข้าฝึกงาน ซึ่งมีหน่วยกิตคิดเป็น 1 ใน 4 ของหลักสูตร อันจะทำให้นักศึกษามีประสบการณ์ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ”

ผศ.ดร.สุรพันธุ์ ตันศรีวงษ์
ผศ.ดร.สุรพันธุ์ ตันศรีวงษ์ คณบดี คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม กล่าวว่า “หลักสูตรใหม่ที่ได้เปิดขึ้นนี้ถือว่ารองรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง สาขาวิชาใหม่ที่เปิดสอนประกอบด้วย สาขาเทคโนโลยีไฟฟ้าในระบบอาคารอัจฉริยะ สาขาเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม และ สาขาเทคโนโลยีระบบควบคุมอัตโนมัติ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในอนาคต และเป็นที่ต้องการของตลาด จัดการศึกษาแบบสหกิจศึกษาในรูปแบบการศึกษาควบคู่กับการปฏิบัติงานในสถานประกอบการ นักศึกษาที่จบออกไปสามารถเป็นเจ้าของกิจกรรมเองได้หรือจะทำงานในภาคอุตสาหกรรมก็ได้ สำหรับในสาขาที่เปิดใหม่นี้ นักเรียนที่จบม.6 มา ไม่ต้องกลัวว่าจะเรียนไม่ทันเพื่อนๆ ที่จบสายวิชาชีพ หรือ ปวช. มาก่อน เพราะเราจะมีการปรับทักษะทางช่างวิศวกรรมให้กับนักเรียนก่อน 2 เดือน ทั้งนี้ ตามแนวพระราโชบายขององค์นายกสภาวิทยาลัย วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา ไม่ได้ต้องการคนเรียนเก่งเพียงอย่างเดียว แต่เราจะผลิตนักเรียนที่มีความสามารถเชี่ยวชาญจริงๆ มีรายได้ระหว่างเรียน เรียนแล้วมีงานทำ”
ทั้งนี้ วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา มีนโยบายสนับสนุนด้านทุนการศึกษาแก่นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และเป็นผู้ที่มีความประพฤติดีให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา โดยมีแหล่งทุนการศึกษาหลายประเภท อาทิ ทุนแรกเข้า-เรียนดี, ทุนช่วยเหลือการศึกษา, ทุนบริษัท บี.กริม, ทุนจากมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา, ทุน นายสัตวแพทย์วิศุทธิ์ สุขภัทราพิรมย์, ทุนคุณเจริญ-คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทุนต่อเนื่องจนจบการศึกษา

นักศึกษาปัจจุบัน ช่วยแนะนำหลักสูตรแก่น้องๆ
วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา จะเปิดรับนักศึกษาใหม่ คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจอาหาร และ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาเทคโนโลยีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ในหลักสูตร ปริญญาตรี 4 ปี ประจำปี 2560นักเรียนที่จบ ปวช.-ปวส. หรือ มัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cdtc.ac.th facebook.com/cdtc.ac.th หรือโทร.02-2800551
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248397
วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
“ไม่มีที่ใด บนผืนแผ่นดินไทย ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ ไปไม่ถึง อยากให้ทุกคนไปสัมผัสกับ 70 เส้นทางตามรอยพระบาท ไม่ว่าจะไปเพื่อให้เห็น เพื่อเรียนรู้ หรือเพื่อเพลิดเพลิน ไม่ว่าจะออกไปเพื่อเหตุผลใดก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ทุกคนจะได้กลับมาคือความรู้สึกที่ช่วยตอกย้ำว่า “คนไทย ช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้เกิดมาแผ่นดินนี้ ในแผ่นดินที่มีพระมหากษัตริย์ คอยดูแลพวกเรามาตลอด 70 ปี”

บริษัท แดพเพอร์ เจ็นเนอรัล อะแพเร็ล จำกัด โดยผลิตภัณฑ์แดปเปอร์ (Dapper) เชิญชวนคนไทยร่วมเดินทางไปสัมผัส1 ใน 70 เส้นทางตามรอยพระบาท ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2560 พร้อมถ่ายภาพและเขียนข้อความประทับใจโพสต์ลง Facebook แล้วติดแฮชแทก #dapper70royalprojects และเปิดสถานะเป็น Public ผู้โชคดี 89 คน จะได้รับฟรี Dapper Vintage Suitcase 2559 รุ่น limited edition
ภมรทิพย์ ศรีไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แดพเพอร์ เจ็นเนอรัล อะแพเร็ล จำกัด กล่าวว่า “รู้สึกชื่นชม และประทับใจในคำพูดนี้ กอปรกับมีความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เราจึงเข้าเป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมสืบสาน โครงการพระราชดำริ “70 เส้นทางตามรอยพระบาท” ซึ่ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึก และการรับรู้ของประชาชนชาวไทย ต่อโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลายพันโครงการ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทุ่มเททำงานหนักเพื่อให้คนไทยมีความเป็นอยู่ที่ดี”

“แดปเปอร์ (Dapper) ได้จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อเป็นการนำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนในวันที่ 1-7 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยได้พื้นที่จัดทำPop up จำนวน 100 ตารางเมตร ณ ลาน Fashion Gallery ชั้น 1 มีการนำเสนอเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริต่างๆ และเส้นทางที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทุกภูมิภาค เราจึงขอถือโอกาสนี้เชิญชวนคนไทย ที่ร่วมเดินทางไปสัมผัส1 ใน 70 เส้นทางตามรอยพระบาท ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559-31 มกราคม 2560 โดยถ่ายภาพและเขียนข้อความประทับใจโพสต์ลง Facebook ของท่าน แล้วติดแฮชแทก #dapper70royalprojects เปิดสถานะเป็น Public ผู้โชคดี 89 ท่าน จะได้รับฟรี Dapper Vintage Suitcase 2559 รุ่น limited edition ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 สามารถสอบถามข้อมูลของกิจกรรมนี้เพิ่มเติมได้ ที่จุดขาย DAPPER ทั่วประเทศ และที่ http://www.dapper.com โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวไม่ต้องซื้อสินค้า DAPPER แต่อย่างใด”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248359
วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 13.25 น.
11 ธ.ค.59 ขอเชิญชมเค้กเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่9 ขนาด 199 ปอนด์ จำนวนคนผลิต 9 คน ใช้ระยะเวลา 9 วัน ซึ่งมุมฐานเค้กทั้งสี่ด้านแสดงพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนา 4 โครงการ ได้แก่ โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ โครงการแก้มลิง โครงการหญ้าแฝก และโครงการกังหันชัยพัฒนา
นอกจากนี้ยังมีเค้กที่บรรจงทำด้วยช่างฝีมือของ S&P อีก 8 ก้อน รวมเป็น 9 ก้อน จำลองมาจากเค้กที่เคยทูลเกล้าถวายในโอกาสต่างๆในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา จัดแสดงที่งาน S&P Season’s Giving 2017 ที่เซ็นทรัลพระราม 9 ชั้น 1 วันที่ 9-12 ธันวาคม 2559






















ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248314
วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
วารสาร Current Biology ตีพิมพ์เผยแพร่การค้นพบส่วนหางของไดโนเสาร์ขนาดเล็กจากยุคมีโซโซอิก ซึ่งติดอยู่ในก้อนอำพันเก่าแก่ 99 ล้านปี ซึ่งได้จากเมืองมิตจินาในรัฐคะฉิ่นของเมียนมา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอำพันที่มีชื่อเสียงของเมียนมามายาวนาน จากการตรวจสอบ พบว่าเป็นส่วนหางของไดโนเสาร์ชนิดหนึ่งซึ่งมีขนาดเล็กเท่ากับนกกระจอก โดยขนที่พบเรียงตัวอย่างสมบูรณ์ในลักษณะสามมิติ มีสีน้ำตาลที่ส่วนปลายและมีสีขาวที่ด้านใน นักวิทยาศาสตร์มั่นใจว่าส่วนหางที่พบนี้เป็นซากของไดโนเสาร์และไม่ใช่ซากของนกโบราณอย่างแน่นอนเพราะมีโครงสร้างแตกต่างกัน ทั้งยังพบว่ามีของเหลวอยู่ในซากหางนี้ด้วย แสดงว่าไดโนเสาร์ตัวนี้อาจจมลงในน้ำยางเหนียวของต้นไม้ที่กลายเป็นอำพันทั้งที่มันยังมีชีวิตอยู่ การค้นพบส่วนหางของไดโนเสาร์ในก้อนอำพันนี้ จะช่วยให้นักบรรพชีวินวิทยามีความเข้าใจถึงการจัดเรียงตัวของขนไดโนเสาร์มากขึ้น
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248311
วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
City sidewalks, busy sidewalks, Dressed in holiday style, In the air there is a feeling of Christmas.
Children laughing, People passing, Meeting smile after smile, And on every street corner you’ll hear,
Silver bells, silver bells. It’s Christmas time in the city
Ring- a- ling, hear them ring, soon it will be Christmas day.
Strings of street lights, Even stop lights, Blink a bright red and green As the shoppers rush, home with their treasures. Hear the snow crunch,
See the kids bunch, This is Santa’s big scene, And above all this bustle You’ll hear,
Silver bells, silver bells, It’s Christmas time in the city,
Ring-a-ling, hear them ring, Soon it will be Christmas day.
(เพลง Silver Bells)

ใกล้จะถึงเทศกาลวันคริสต์มาส ช่วงเวลาแห่งความสุข และเวลาแห่งการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ประจำปีของมวลมนุษยชาติ โดยเฉพาะผู้ที่นับถือคริสต์ศาสนา และแม้กระทั่งชาวพุทธเองก็ยังมีใจยินดี และร่วมรื่นเริงไปกับเทศกาลคริสต์มาสด้วย
ทุกครั้งเมื่อเวลาเราได้ยินเสียงเพลง Silver Bells ในช่วงเวลาใกล้วันคริสต์มาส ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่มีเสียงร้อง หรือเพียงแค่ทำนอง ก็ทำให้เราเคลิบเคลิ้มไปกับความหวานของเพลงนี้ แล้วถ้ายิ่งเราได้ไปอยู่ในบรรยากาศจริงของชุมชนที่เฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสแบบเต็มรูปแบบด้วยแล้ว ก็บอกได้เพียงคำเดียวว่า ได้บรรยากาศจนสุดจะบรรยาย

Mr.Flower ได้รับมอบหมายให้ไปสำรวจตลาดคริสต์มาสในประเทศเยอรมนี (แฟรงค์เฟิร์ต, นูเรมเบิร์ก, โรเธนบวร์ก, บาเดน บาเดน, วีสบาเดน) ประเทศฝรั่งเศส (สตราสบูร์ก) และสาธารณรัฐเช็ก (ปราก, คาร์โลวี วารี) เพื่อไปเก็บข้อมูลเชิงลึกสำหรับพาผู้อ่านแนวหน้าไปเที่ยวชมตลาดคริสต์มาสสำคัญของโลก
วันนี้จะพาคุณไปเที่ยวตลาดคริสต์มาสเมืองนูเรมเบิร์ก (Nurnberg) เมืองสำคัญอันดับสองของแคว้นบาวาเรีย ซึ่งคนเยอรมันออกเสียงชื่อเมืองนี้ว่าเนิร์นแบร์ก เหตุผลสำคัญที่พาคุณไปเที่ยวตลาดคริสต์มาสในนูเรมเบิร์กก็เพราะที่นี่เป็นตลาดคริสต์มาสเก่าแก่ที่สุดของเยอรมนี ตามประวัติบอกว่ามีมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 แต่ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ก็จำเป็นต้องยุติการจัดตลาดคริสต์มาสไป เนื่องจากเมืองนี้ถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลอง แต่หลังจากสงครามโลกผ่านพ้นไป ก็กลับมารื้อฟื้นอีกครั้ง ตราบจนปัจจุบัน

สถานีจัดตลาดคริสต์มาสของเมืองนี้อยู่ที่จตุรัสกลางเมือง ซึ่งเรียกว่าย่าน Old Town อยู่ใกล้กับมหาวิหารเซนต์ลอว์เรนซ์ แต่ตัวตลาดจริงๆ จะจัดอยู่หน้า The Church of Our Lady โบสถ์แห่งนี้สร้างโดยพระเจ้าชาร์ลส์ ที่ 4 ในกลางยุคคริสต์ศตวรรษที่ 14 แต่ปัจจุบันตัวตลาดคริสต์มาสขยายกินบริเวณไปอีกกว่า 200 เมตร คือไล่เรื่อยไปจนถึงบริเวณวิหารเซนต์ซาบาล์ด (St. Sabald Church)

ปีนี้ ตลาดคริสต์มาสเมืองนูเรมเบิร์กเปิดมาตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน และเปิดไปจนถึง วันที่ 24 ธันวาคมนี้
หากจะถามว่า เวลาไปเที่ยวแล้วต้องไปดูอะไรบ้าง หรือต้องทำอะไรบ้าง
ก็ขอตอบแบบรวบรัดว่า สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกก็คือการชมร้านรวงต่างๆ (จำนวนหลายร้อยร้านค้า) ที่นำข้าวของเกี่ยวกับเทศกาลคริสต์มาสไปขายกันอย่างเอิกเกริก แล้วชมผู้คนจำนวนมากมายมหาศาลที่พากันเดินเที่ยวชม จับจ่ายซื้อข้าวของ และกินดื่มกันอย่างสำราญบานใจ โดยทุกคนก็สวมเครื่องกันหนาวกันแบบเต็มสูตร เพราะอากาศในช่วงนี้หนาวเย็นมาก (บางวันติดลบ 6-8 องศา แค่เฉพาะช่วงเวลาที่ Mr.Flower ไปนะครับ แต่ช่วงยิ่งใกล้คริสต์มาสก็จะยิ่งหนาวเย็นมากขึ้น จนถึงกับมีสโนว์ตกลงมา ทำให้กลายเป็น White Christmas) และมีอีกสิ่งที่ต้องทำคือ การกินขนมปังขิง (Gingerbread) กินไส้กรอกเยอรมัน (Bratwurst) และดื่มไวน์อุ่น (Mulled Wine หรือ Gluhwine) ซึ่งไวน์ชนิดนี้เป็นไวน์แดง แบบทั้งมีแอลกอฮอล์ และไร้แอลกอฮอล์ แต่ที่น่ารักคือเมื่อซื้อไวน์อุ่นแล้ว สามารถนำแก้วไวน์ซึ่งทำด้วยกระเบื้องเคลือบมีลวดลายและสีสันสวยงามกลับบ้านไปด้วย และที่ไม่ควรพลาดคือการนั่งรถม้าชมย่านเมืองเก่า แต่สิ่งที่พลาดไม่ได้เป็นอันขาดคือการเข้าไปชมวิหารสำคัญของเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เปิดให้เข้าชมฟรี แต่หากไปเที่ยวกับ Mr.Flower แล้ว สิ่งที่ไม่พลาดคือ การเข้าไปชมปราสาทเก่าและชมพิพิธภัณฑ์ประจำเมือง ซึ่งสามารถช่วยบอกเล่าความเป็นมาของเมืองได้เป็นอย่างดี

สำหรับคุณๆ ที่มีวีซ่าเชงเกน (Schengen VISA) อยู่แล้ว และต้องการจะไปเที่ยวตลาดคริสต์มาสที่นูเรมเบิร์ก
กับทัวร์คุณแหน หนังสือพิมพ์แนวหน้าภายในปีนี้ โปรดติดต่อ Mr.Flower ด่วนที่หมายเลข 091-7233615 (รับสมาชิกเพียง 10 ท่านเท่านั้นครับ) เราจะไปเที่ยวกันสักหนึ่งอาทิตย์ โดยนอนในโรงแรมกลางเมืองนูเรมเบิร์ก ส่วนการเที่ยวใน
เมืองนั้น เน้นการเดินเที่ยวด้วยเท้าเท่านั้น ส่วนหากออกไปเที่ยวนอกเมือง เช่น Bamburgh และ Bayrauth คณะของเราจะนั่งรถไฟไป แล้วไปเดินเที่ยวด้วยกัน แบบเช้าไป แล้วเย็นกลับมานอนในนูเรมเบิร์ก
แต่ถ้าหากปีนี้ไม่สะดวกจะเดินทางไปเที่ยวตลาดคริสต์มาสในยุโรป ก็สามารถจองที่นั่งสำหรับปีหน้าได้ครับ แต่ขอย้ำว่ารับสมาชิกเพียง 20 คนเท่านั้นครับ
Merry Christmas and Happy New Year 2017 to All of You.
สุขสันต์วันคริสต์มาส และสวัสดีปีใหม่ 2560 ครับ



ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248316
วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
อีก20วันก็จะถึงวันปีใหม่ สื่อทั้งทีวี.สิ่งพิมพ์ คงเริ่มประมวลข่าวเด็ดๆ ในรอบปีมาสรุปช่วงปีใหม่ ทั้งข่าวการเมือง เศรษฐกิจ สังคมบันเทิง รวมทั้งอะไรที่เป็นที่สุดในโลกออนไลน์ อย่างสิ่งที่คนไทยเซิร์จมากที่สุดใน “กูเกิล”
หรือคลิปอะไรมีคนดูเยอะสุดใน “ยูทูบ” อย่างปีที่แล้วเพลง “เชือกวิเศษ”ของ วงลาบานูน แชมป์ยอดวิวสูงสุด 209,015,147 วิว ปีนี้น่าจะอยู่อันดับต้นๆ อีกปีด้วยยอดวิวสูงสุดกว่า 350 ล้านวิว ไปแล้วหรือล่าสุดอยู่ที่352,731,851วิว

อยากรู้ว่าโลกเมื่อ3ทศวรรษที่แล้วเป็นอย่างไร คลิกไปที่นี่ http://time.com/timelapse2016/จากนั้นพิมพ์ชื่อเมืองชื่อประเทศที่ต้องการรู้ลงไปใน EXPLORE THE WORLDเชื่อว่าคงมีส่วนทำให้มนุษย์รักษ์โลกมากขึ้น ตระหนักปัญหาโลกร้อนที่อาจทำให้หิมะละลายมากขึ้น
ทั้งนี้เป็นการต่อยอดนวัตกรรมของGoogle หรือ Google Earth กับ Time ประมวลภาพความเปลี่ยนแปลงของโลก และใช้ภาพความละเอียดสูงจากดาวเทียมของ NASA ตั้งแต่ปี 1984 จนถึง ปี 2016

แคสเปอร์สกี้ แลป รายงานในงานเปิดตัวซอฟท์แวร์ป้องกันการคุกคามบนโลกไซเบอร์ว่า ผู้ใช้ทุกๆ หนึ่งในห้าคน (18%) จะตกเป็นเหยื่อทางไซเบอร์เมื่อเวลาเดินทาง ขณะที่ นักเดินทางจำนวนหนึ่งในห้า (18%) ไม่มีการป้องกันตัวเองเลยทางออนไลน์
สำหรับ Kaspersky Internet Security และ Kaspersky Total Security เป็นโซลูชั่นเพื่อความปลอดภัยที่ให้การป้องกันใช้บนวินโดว์ แมค หรือแอนดรอยด์ สกัดกั้นมัลแวร์ เว็บไซต์สุ่มเสี่ยง การถูกสะกดรอยทางออนไลน์ รวมถึงการโกงและขโมยเงิน

เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส เผยผลวิจัยเจาะลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการส่งออกและนำเข้าของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยระบุว่า อีคอมเมิร์ซ จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถเจาะเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น โดยผู้ส่งออกเอสเอ็มอีถึงร้อยละ 80 ของภูมิภาคนี้ได้มีการใช้อีคอมเมิร์ซแล้ว และร้อยละ 44 ในกลุ่มนี้เชื่อว่าจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นจากอีคอมเมิร์ซในช่วงอีก 12 เดือนข้างหน้า
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
view-source:http://www.naewna.com/lady/248313
“ไฟรักไฟสงคราม” น่าจะเป็น นิยายอิงประวัติศาสตร์จีน อีกเรื่องหนึ่งที่จะทำให้ ชื่อของ “จิ่วถู” ผู้ประพันธ์ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่า เขาคือ นักเขียนนิยายที่ให้สาระมากพอๆ กับการให้ความบันเทิง
จิ่วถู เคยได้รับการยอมรับจากนิยายอิงประวัติศาสตร์มาแล้ว จาก นิยายอิงประวัติศาสตร์จีนกำลังภายใน หรือ จีนโบราณ ในชุด สุยถัง ซึ่งประกอบด้วยเรื่อง ยุทธการล่าบัลลังก์, เรื่องขุนโจรคู่บัลลังก์ และเรื่อง เทพบุตรคู่บัลลังก์ สำหรับเรื่องล่าสุดเล่มนี้
(ไฟรักไฟสงคราม) เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์เช่นเคย แต่เป็นช่วงของประวัติศาสตร์ในยุคใหม่ เมื่อจีนสิ้นสุดระบบฮ่องเต้ เข้าสู่การปกครองแบบสาธารณรัฐ ซึ่งเหตุการณ์ในประเทศจีนยังวุ่นวาย แตกออกเป็นสองฝ่ายคือ ฝ่ายจีนคอมมิวนิสต์ กับฝ่ายพรรคก๊กมินตั๋ง ที่ยังแย่งพื้นที่และประชาชนกันอยู่ และในช่วงเวลานี้ จีนก็เจอศึกภายนอกที่น่ากลัวระดมเข้ามา นั่นคือ ญี่ปุ่นยกทัพมาบุกดินแดนทางชายทะเล จนพรรคก๊กมินตั๋งที่ครอบครองอยู่ต้องถอยร่นออกไปตั้งมั่นให้ห่างจากชายฝั่งทะเลนับเป็นพันๆ ไมล์ ปล่อยให้ ประชาชนที่ถูกรุกรานจากญี่ปุ่นต้องผจญกรรมภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น เรื่องราวดำเนินไปแบบตัวเอกของเรื่อง เป็นเพียงคนธรรมดาที่ต้องเจอกับชะตากรรมแบบเพื่อการอยู่รอด ด้วยกลวิธีทุกอย่างทั้งการอยู่รอดเพื่อตัวเอง และการปลดปล่อยให้หลุดจากอำนาจของญี่ปุ่น
การเขียนนิยายอิงประวัติศาสตร์ของ จิ่วถู ยังคงรักษาเอกลักษณ์เด่น แบบดั้งเดิมของเขา คือ ทุกเนื้อหาจะเป็นเรื่องจริงที่สามารถนำเอาไปกล่าวอ้างทางด้านวิชาการได้ โดยเฉพาะในเรื่องนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งจะผ่านมาแค่ 70-80 ปี เท่านั้น ตัวละครหลายตัวจึงยังอาจมีชีวิตอยู่ และเรื่องราวต่างๆ ยังมีหลักฐานที่สามารถสืบค้นหาความจริงได้ในปัจจุบัน จึงเป็นความยาก และต้องเป็นความพิถีพิถันของผู้ประพันธ์ที่จะ “แหกตา”คนอ่าน หรือเบี่ยงเบนความจริงได้ยาก ซึ่ง ประเด็นนี้ “จิ่วถู”สอบผ่าน และเขายังได้คะแนนเพิ่มมากขึ้น เมื่อจินตนาการทางด้านนิยายที่เขาสร้างตัวละครแต่ละตัวขึ้นมา สร้างความสนุกสนาน ประทับใจ
และแฝงให้เห็นถึงอุดมคติของคนจีนที่เป็นชาวบ้านธรรมดา แต่มีหัวใจรักในมาตุภูมิ ทุกเหตุการณ์ในวิถีชีวิต
ของพวกเขาสร้างความประทับใจกับผู้อ่านได้อย่างน่ายกย่อง(สำหรับคนดี) และน่าสาปแช่ง (สำหรับคนเลว)ที่เป็นอุทาหรณ์ในการดำเนินชีวิตได้ไม่น้อย
ไฟรักไฟสงคราม ที่กำลังวางตลาดอยู่ในเวลานี้เป็นเล่มที่ 1 คาดว่า ในนิยายชุดนี้ น่าจะหลายเล่มจบ ที่เราคงจะต้องติดตามอ่านกันต่อๆ ไป
เรื่องราวในประวัติศาสตร์ของประชาชนชาวจีน เป็นเรื่องราวที่คละเคล้ากับวิถีชีวิตซึ่งเต็มไปด้วย การอยู่รอด ในทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เมื่อเราได้รับรู้ถึงภาพรวมในช่วงเวลาเดียวกัน จึงทำให้เกิดเรื่องราวที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

เปิดโปงชีวิตในธุรกิจบ่อนกาสิโน
การช่วงชิงอำนาจเพื่อความเป็นหนึ่ง
“กุหลาบจีน” นิยายที่เป็นเรื่องราวตีแผ่วงการธุรกิจบ่อนกาสิโน ในมาเก๊าและฮ่องกง ของ “ประภัสสร เสวิกุล” ศิลปิน
แห่งชาติ ซึ่งถูกจัดพิมพ์ขึ้นมาเป็นครั้งที่สอง โดยมีเนื้อหาที่กล่าวถึง ตัวเอกของเรื่องที่ห้ำหั่นเพื่อแย่งชิงทั้งอำนาจและความรักกันมาตลอดระยะเวลายาวนาน โดยในช่วงแรก ฝ่ายหนึ่งได้ครอบครองอำนาจทั้งด้านการบริหารบ่อน พร้อมๆ กับได้ครอบครองหญิงงาม ซึ่งเป็นที่หมายปองของทั้งสองฝ่าย แต่แล้ววันหนึ่งผู้ครอบครองได้เกิดอุบัติเหตุจนหายไปจากวงการ ผู้ที่พลาดหวังในครั้งแรกจึงหวนกลับมาเพื่อยึดเอาอำนาจและหัวใจคืน ทำให้เหตุการณ์ต้องกลายเป็นการต่อสู้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง กับฝ่ายที่ต้องการเข้ามายึดครองอำนาจอย่างยุ่งเหยิง จำหน่ายเล่มละ 295 บาท

เปิดใจจินตนาการล้วนๆเพื่อความสนุกสนาน
‘พระพายทายรัก’ใช้เวลาครึ่งปีเสร็จสมบูรณ์
“พระพาย ทายรัก” เป็นเรื่องของความเชื่อของราชตระกูลที่ปลูกฝังกันมาว่า ทายาทของตระกูลจะได้เนื้อคู่ที่ถูกส่งมาจาก
ฟากฟ้า และเมื่อวันนั้นมาถึงปรากฏว่า ทั้งหนุ่มและสาวที่ถือว่าถูกส่งมาจากฟากฟ้ากลายเป็นคู่กัด กันมาตั้งแต่เด็กๆ เรื่องจึงอลเวงแบบไม่น่าเป็นไปได้ โดยผู้เขียนเปิดใจว่า เรื่องทั้งหมดเป็นจินตนาการที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงล้วนๆ ไม่มีอยู่จริง ทั้งตัวละคร สถานที่แม้แต่ คำราชาศัพท์ที่นำมาใช้และจรรยาบรรณทางด้านการแพทย์ก็อาจจะผิดเพี้ยนไปบ้าง จึงขอให้ผู้อ่าน อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อสร้างความสนุกสนานให้กับคนอ่านมากกว่าจะสร้างตำราวิชาการให้คนได้นำไปใช้ จำหน่ายเล่มละ 300 บาท ซึ่งผู้เขียนยืนยันว่า ต้องใช้เวลานานถึงกว่า 6 เดือน จึงสำเร็จสมบูรณ์ออกมาเป็นเล่มในวันนี้

ภาพและเรื่องที่น่าประทับใจของ‘เลสเตอร์’
สุนทรียภาพทั้ง ‘พลัง’ และ ‘ความงดงาม’
“จิ้งจอก 5000-1” โดย “นันทขว้าง สิรสุนทร” เป็น “งานเขียน” อีกรูปแบบหนึ่ง ที่ให้ความอ่อนนุ่ม แต่เต็มไปด้วยพลังในหลากหลายเรื่องราวที่ผู้เขียนบอกว่า เป็น “สิ่งละอัน พันละน้อย” ซึ่งใช้เมือง “เลสเตอร์” เป็นฉากสำคัญที่ทำให้รู้จัก สิ่งที่น่าสนใจมากมาย ตั้งแต่พลังอันเกิดจากการกีฬา(ฟุตบอล) และความงดงามจากธรรมชาติ และวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น ตลอด
รวมไปถึงวัฒนธรรมความเป็นมาของเมืองเก่าแก่ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ ทีมฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีกที่คนทั้งโลกรู้จัก โดยผู้เขียนใช้ประสบการณ์ที่ได้ไปเยือน เมืองเลสเตอร์ ถึงสามครั้งในฐานะสื่อมวลชน เป็นหนังสือที่ให้อารมณ์อันสมบูรณ์แบบในทุกเรื่องสมกับคำว่า “สิ่งละอันพันละน้อย” จำหน่ายเล่มละ 225 บาท

รวมพฤติกรรมสิบเอ็ดเรื่องสั้นที่จี๊ดโดนใจ
พร้อมเอกลักษณ์ภาพวาดที่อบอุ่นและอ่อนโยน
“บางทีก็เป็นเห็บหมา บางคราก็เป็นปลาวาฬ” เขียนเรื่องและภาพ โดย “คิ้วต่ำ” เป็นเรื่องราวที่กล่าวถึง ความรัก 11 เรื่องที่มีทั้ง ความสุข ความเศร้า ความเจ็บ ความคัน และเป็นทั้งความจุก(ในอก) กับความจี๊ด (ในหัวใจ) ของคนที่เคยมีความรักมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแฟนเก่าที่จะตัดให้ออกไปจากหัวใจไม่ได้สักที หรือเรื่องการแอบรักเพื่อนสนิทที่ไม่สามารถจะออกปากบอกความในใจให้เธอทราบได้ และเรื่องชีวิตเหงาๆ ของคนที่หัวใจยังโสด นอกจาก “คิ้วต่ำ” จะเป็นผู้เขียนเรื่องราวเหล่านี้แล้ว เขายังเป็นผู้วาดภาพใสๆ น่ารัก เป็นภาพประกอบตลอดเล่มให้ผู้อ่านเก็บเอาไว้เป็นเพื่อนที่แสนดีด้วย จำหน่ายเล่มละ 340 บาท
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
31 ธันวาคม 2559 เวลา 10:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/473210

โดย…ชีวิน ศรัทธา
หากใครเดินทางขึ้นเหนือมาสัมผัสลมหนาวที่ จ.เชียงใหม่ อยากรับประทานบะหมี่เกี๊ยวอยากแนะนำให้ไปรับประทานที่ร้านซุ้มเฮียฮ๋ง ตั้งอยู่เลขที่ 64/3 หมู่ 2 ซอยเจ็ดยอด ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ร้านแห่งนี้ถือว่าเป็นขวัญใจวัยโจ๋เมืองเหนือเลยก็ว่าได้ เพราะเสิร์ฟเมนูบะหมี่จานใหญ่เท่าโต๊ะจีน และยังมีเมนูชื่อแปลกๆ เช่น บะหมี่พ่อมึงตายจานเบ้อเริ่ม
ร้านแห่งนี้บริหารงานโดย คุณากร กุสาวดี หรือ เฮียฮ๋ง บอกว่า เป็นชาวกรุงเทพฯ แต่เป็นเขยเชียงใหม่ปักหลักปักฐานสร้างครอบครัวที่นี่มานานกว่า 20 ปี มีอาชีพค้าขายเปิดร้านอาหารมาตลอด 20 ปี ก่อนนั้นขายโจ๊กขายกวยจั๊บและร้านอาหารอื่นๆ ออกบูธตามงานมหกรรมอาหาร รวมทั้งทำอาชีพออร์แกไนซ์สลับกับค้าขาย ทำให้ร้านอาหารต้องปิดๆ เปิดๆ อยู่ตลอด แต่สุดท้ายกลับมาเปิดร้านบะหมี่เกี๊ยวอีกครั้ง ครั้งนี้ตั้งใจเปิดร้านบะหมี่เกี๊ยวให้ดีเพราะส่วนตัวชอบรับประทานบะหมี่เกี๊ยวเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว
“เพราะความชอบส่วนตัวที่ชอบกินบะหมี่เกี๊ยวมากหาร้านกินไปทั่ว และร้านบะหมี่หลายแห่งรวมทั้งที่ จ.เชียงใหม่ อร่อยหลายร้าน แต่บางร้านพบปัญหาคือขายในราคาแพงแต่ได้น้อย บางร้านได้บะหมี่น้อยบ้าง ได้หมูแดงน้อย โดยเฉพาะหมูแดงเฉือนเป็นแผ่นหมูบางจนเป่าหมูแทบปลิวหายไปกับลม จึงจำฝังใจไว้ว่าจะต้องเปิดร้านบะหมี่เกี๊ยวและจะต้องทำให้ลูกค้าได้รับประทานแบบเต็มอิ่ม และหมูแดงต้องทำให้ชิ้นใหญ่ๆ จึงหันมาเปิดร้านบะหมี่เกี๊ยวซุ้มเฮียฮ๋งเสียเลย” คุณากร กล่าว

คุณากร บอกต่อว่า อีกชื่อที่ลูกค้าเรียกคือบะหมี่ปากหมา บางคนบอกมาเฟียขายบะหมี่ก็มี เพราะพูดภาษาพ่อขุนเสียงดังฟังชัด จึงดูแปลกไปจากร้านอื่น เนื่องจากปกติคำพูดของตนเป็นแบบนี้ ทำร้านอาหารมาก็นานหลายสิบปีก็พูดแบบนี้มาตลอด ที่หันมาขายบะหมี่เกี๊ยวตลอดกว่า 1 ปี เน้นทำหมูแดงให้ชิ้นใหญ่หรืออาจจะใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ 1 ชิ้น ต้องกัดกินได้เกิน 2 ครั้ง บะหมี่แห้งมีน้ำซุปราดให้เส้นฉ่ำๆ เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าชอบกินบะหมี่แห้ง
ส่วนไข่ลวกออนเซ็นที่อร่อยไม่แพ้ร้านอื่นอีกด้วยดังกล่าวลูกค้าจะติดใจ เริ่มเปิดร้านแรกๆ ก็ขายแบบธรรมดาทั่วไป แต่การที่นิสัยส่วนตัวเป็นคนพูดตรงไปตรงมา ใช้ภาษาพ่อขุนมึง-กูกับเพื่อนๆ และน้องๆ ที่มาอุดหนุนในร้าน โดยตนมองว่าเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย หลายคนมองว่าเป็นร้านที่ใช้คำพูดที่ไม่สุภาพ แต่จริงๆ ผมต้องการให้บรรยากาศในร้านสนุกสนานเฮฮาเป็นกันเอง และเป็นตัวของตัวเองไม่ต้องฝืน เพื่อให้คนเราใช้ชีวิตที่เรียบง่าย เข้าใจกันง่าย สัมผัสกันง่ายขึ้น ตรงนี้ลูกค้าจึงชอบและติดใจแนวคิดนี้ และที่สำคัญได้กินบะหมี่ที่ชามใหญ่และอิ่มกลับบ้าน
สำหรับที่มาของบะหมี่เกี๊ยวชามยักษ์ใหญ่ เริ่มต้นที่ลูกค้ามากิน 1 ชาม บะหมี่ 2 ก้อน และเกี๊ยวไม่อิ่ม ต้องสั่งเพิ่มอีกชาม ทำให้คิดว่าจะต้องล้างชาม 2 ใบ เลยคิดเมนูชามใหญ่ขึ้น เพิ่มบะหมี่จากชามหนึ่งบะหมี่ 2 ก้อน เป็น 4 ก้อน หรือมากกว่านั้นตามเมนู จนกระทั่งมากสุด เมนูพ่อมึงตาย บะหมี่ 60 ก้อน ราคา 600 บาท พร้อมเกี๊ยวด้วย กินได้ 10-15 คน เฉลี่ยกินคนละ 2 ก้อน ล้างชามใบเดียว ส่วนชุดประหยัดราคาลดลงมา คือ เมนูโคตรเฮียกินได้ 6 คนขึ้นไป เมนูโคตรโง่กินได้ 5-6 คน เมนูประหยัดชามเล็ก ราคาถูกสุดชามละ 25 บาท เมนูพ่อมึงตาย กินได้เพียง 10-15 คน
ร้านซุ้มเฮียฮ๋งเปิดให้บริการ 6 วัน ตั้งแต่เวลา 22.00-03.00 น.จะหยุด
