ไฟเขียวกองทุน “ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์” สคร.ฝันปีหน้าคลอดแน่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ธ.ค. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812676

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะออกกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund : TFF) วงเงิน 60,000-80,000 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้จะทยอยแบ่งออกเป็น 1-3 กอง ตามความต้องการใช้เงิน เบื้องต้นคาดว่าจะมีการใช้เงินทันทีประมาณ 30,000-40,000 ล้านบาท เพื่อนำไปก่อสร้างทางด่วนดาวคะนอง-พระราม 3 ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่จะเริ่มก่อสร้างในเดือน พ.ค.หรืออย่างช้าไม่เกินเดือน มิ.ย.2560

“กองทุนฯของ กทพ.จะเป็นกองทุนแรกของ Thailand Future โดยจะนำรายได้ของเส้นทางพิเศษบูรพาวิถี ทางพิเศษฉลองรัช และถนนกาญจนาภิเษกมาเป็นกองทุน ซึ่งทั้ง 3 โครงการมีมูลค่ารวมกันประมาณ 60,000-80,000 ล้านบาท จึงไม่มีความจำเป็นต้องออกกองทุนฯเต็มวงเงิน เพราะจะทำให้เกิดภาระดอกเบี้ย โดยกองแรกคาดว่าจะออกขายหน่วยลงทุนวงเงิน 30,000-40,000 ล้านบาท หาก กทพ.ต้องการใช้เพิ่ม สคร.จะออกกองที่ 2 และ 3 ตามลำดับ”

ทั้งนี้ กทพ.มีเป้าหมายที่จะก่อสร้างถนนเพิ่มอีก 2 เส้นทาง คือ ทางด่วนถนนเกษตร-นวมินทร์ ซึ่งปัจจุบันก่อสร้างตอม่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว และอีก 1 เส้นทาง คือ เส้นภูเก็ต-กะทู้ แต่ทั้ง 2 โครงการนี้ ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจนในเรื่องของงบประมาณค่าก่อสร้าง จึงไม่สามารถกำหนดวงเงินที่ต้องใช้จ่ายที่แท้จริงได้ โดยหลักการการออกกองทุนฯดังกล่าวจะช่วยลดภาระงบประมาณของรัฐ เพราะเป็นการระดมทุนจากนักลงทุนทั่วไปแทนที่จะกู้เงินที่มีภาระดอกเบี้ยสูง.

 

ดึงบริษัททัวร์เข้าระบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ธ.ค. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812671

 

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) เปิดเผยในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การเสียภาษีอย่างไรให้ถูกต้องของธุรกิจนำเที่ยว” ว่า รัฐบาลมีนโยบายจัดระเบียบด้านการท่องเที่ยว เพื่อแก้ปัญหาทัวร์ผิดกฎหมาย จากนี้ไปจะเดินหน้าสนับสนุนให้ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวที่มีประมาณ 5,000 ราย เข้าสู่ระบบการเสียภาษีให้ถูกต้อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งกับผู้ประกอบการเองที่สามารถนำค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างไกด์ทัวร์ ค่าน้ำ และอื่นๆ มาหักลดหย่อนภาษีได้ “ปัจจุบันรัฐมีรายได้จากการเก็บภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อมจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปีละ 300,000 ล้านบาท หากมีการท่องเที่ยวมากขึ้น ก็จะมีเงินภาษีมากขึ้น ต่อไปหากผู้ประกอบการท่องเที่ยวเข้าสู่ระบบมากขึ้น ก็เป็นไปได้ที่รัฐอาจมีมาตรการสนับสนุนด้านภาษีเพิ่มขึ้น เช่น มาตรการเที่ยวช่วยชาติ”

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า การที่ธุรกิจการท่องเที่ยวเข้ามาจดทะเบียนเป็นผู้เสียภาษีนิติบุคคล ถือเป็นเรื่องดี ไม่อยากให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวกลัวไปก่อน เพราะค่าคอมมิชชั่นที่ให้ไกด์ ค่าแวะจอดรถในร้านค้าที่ตกลงกันไว้ (ค่าเหยียบเบรก) ที่บริษัททัวร์ต้องจ่าย ถือเป็นค่าใช้จ่าย ที่นำไปหักลดหย่อนภาษีได้

ด้านนายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ รองประธานฝ่ายนโยบายและวิชาการ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า มีแนวคิดจะเสนอให้รัฐบาลออกมาตรการจูงใจให้กับบริษัททัวร์เหมือนสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ให้ลดหย่อนภาษีการลงทุนได้ เพราะธุรกิจท่องเที่ยวก็ถือเป็นธุรกิจที่นำรายได้เข้าประเทศเช่นกัน.

 

หุ้นสหรัฐฯ กลับมาบวก หลังสะดุดเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ธ.ค. 2559 06:07

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812777

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ กลับมาปิดบวกในวันพฤหัสบดี หลังจากลดลงเมื่อวันพุธ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 15 ธ.ค. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 59.71 จุด หรือ 0.30% ปิดที่ 19852.24 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 8.75 จุด หรือ 0.39% ปิดที่ 2262.03 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 20.19 จุด หรือ 0.37% ปิดที่ 5456.86 จุด

ดัชนีหุ้นใหญ่ 3 ตัวของสหรัฐฯ กลับมาบวกอีกครั้งในวันพฤหัสบดี นำโดยหุ้นกลุ่มการเงิน หลังจากดิ่งแรงในวันพุธเนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานอีก 0.25% เป็นระหว่าง 0.5% ถึง 0.75% ทำให้ค่าเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดกลับมาสู่จุดเดิมที่นักลงทุนทุกคนคาดหวังนโยบายหนุนการเติบโต, หนุนธุรกิจ และลดข้อบังคับ จากรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะรับตำแหน่งในปีหน้า

 

มะเร็งปอด 1 ใน 5 โรคร้ายคร่าชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247628

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

คุณแหน : 6 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247660

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ll ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ พล.ต.หญิง อัสนีย์ เสาวภาพ จัดกิจกรรมโครงการน้ำพระทัยพระราชทานแด่พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 และเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ระหว่าง วันที่ 6-8 ธ.ค. ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการฯหลักสี่ และหน้าศาลากลางสมุทรปราการในวันสุดท้าย…

ll ถูกจัดเป็น Young Blood ในวงการเมืองในช่วงที่ผ่านมา แต่เมื่อบ้านเมืองเปลี่ยนมาอยู่ในสถานการณ์พิเศษ ธงชัย ลิ้มทองสิทธิคุณ “เสี่ยเหลียง” ก็วางมือวางใจชั่วคราวหันมาหาความสุขกับการสะสมวัตถุโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “งาช้าง” เสี่ยมีในคอลเลคชั่นทั้งงาฆ้องกลม-ฆ้องกลมปลายเชิดและงาปรีขนาดงาม นับเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ของธรรมชาติผสมผสานด้วยความงามของศิลปะนักสะสมดูแล้วไม่มีวันเบื่อ…

ll นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ท็อปเทนประเทศไทยสินทรัพย์ระดับแสนล้านบาท ถ้าถอยไปสัก 30 ปี คุณหมอแม้จะเป็นทายาทตระกูลเก่าแต่กลับขาด “เทพีโชค” ทำการค้าหลายชนิดริเริ่มอุตสาหกรรมมากมายรวมถึงการบินพาณิชย์ ล้มเหลวหมดจนสถาบันการเงินคร้าม แต่ท่านกลับเป็นแม่แบบของความวิริยอุตสาหะ (Perseverance) ไม่มีเกียร์ถอยหลังจวบกระทั่งความสำเร็จของท่านในด้านธุรกิจการแพทย์และการบินพาณิชย์ได้กลายเป็นประวัติศาสตร์ไป และกำลังก้าวสู่บท “ราชาเทคโอเวอร์” ธุรกิจด้านต่างๆ รวมทั้งสื่อสารมวลชน Digital TV-PPTV ของท่านก็ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว ล่าสุดรุกคืบเข้าเป็น Strategic Partner ของ “one TV” ช่อง 31 ของเสี่ยกู๋แกรมมี่เพิ่มขึ้นอีก…

ll พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ อดีตสว. และรองอธิบดีตำรวจ งานในเครือข่ายของท่านกลุ่มบริษัท สหชาติ กำลังไปโลดยิ่งมีการพัฒนากฎหมายและความร่วมมือระหว่างประเทศอาเซียนยกระดับเป็น AEC งานของบริษัทยิ่งจะขยายแบบก้าวกระโดด จำเป็นต้องเพิ่มพื้นที่ออฟฟิศรองรับปริมาณงานและบุคลากร จึงตัดสินใจสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ในบริเวณพื้นที่เดิม และจะมีพิธีทำบุญเปิดแกรนด์โอเพนนิ่ง ในวันพฤหัสที่ 8 ธ.ค.นี้…

ll ดร.รติศักดิ์ พลศรี อดีต ผอ.ผู้คิดริเริ่มนำระบบ GiS มาใช้ในงานด้านสิ่งแวดล้อม จากไปแล้วด้วยวัย 65 ปี กำหนดพระราชทานเพลิงศพ วันที่ 10 ธ.ค.เวลา 18.00 น. ที่เมรุวัดมกุฏฯ ขอเชิญผู้เคารพนับถือร่วมงานไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย…

ll ดร.วรุณ กาญจนกุญชร ป่วยกะทันหันระหว่างไปทริปยุโรปช่วงอยู่เยอรมันพอดี หลานชายพาแอทมิตที่โรงพยาบาลได้ทันเวลา โชคดีที่ พิมลพรรณ ภรรยาไปด้วย…

ll ตอนทำงานใช้แต่บัตรข้าราชการ พอเกษียณแล้วพล.อ.ต.เสนาะ กับหวานใจ พล.อ.ต.หญิง ยลสลวยอิศรางกูรฯ วาริทสวัสดิ์ เพิ่งจูงกันขึ้นอำเภอสายไหมเพื่อทำบัตรประจำตัวประชาชน และไปฉลองบัตรใบล่าสุดที่ร้านอาหารญี่ปุ่น…โออิชิ เดสกะ !!…ll

บารอนเนส

เจาะลึกคุณค่าที่เหลืออยู่ของน้ำมะพร้าว 100%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247627

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

กลุ่ม Gourmet journey ท่องเที่ยวเมือง Unseen ญี่ปุ่น ชิมอาหารระดับ ‘มิชลินสตาร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247626

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

หนังสือเฉลิมพระเกียรติราชสกุลมหิดล ‘The Mahidol Family’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247651

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“The Mahidol Family” หนังสือเฉลิมพระเกียรติราชสกุลมหิดล ฉบับภาษาอังกฤษหนังสือทรงคุณค่า สร้างแรงบันดาลใจที่คนไทยควรมีไว้ครอบครอง

ราชสกุลมหิดล เป็นราชสกุลที่สมาชิกทุกพระองค์ทรงสร้างคุณูปการแก่แผ่นดินไทยและคนไทยอย่าง อเนกอนันต์ นับตั้งแต่ต้นราชสกุล คือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักและเทิดทูนของชาวไทยทั้งสองพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลพระอัฐมรามาธิบดินทร และ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร

ในปีนี้ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดทำหนังสือเฉลิมพระเกียรติ “The Mahidol Family” หรือ ราชสกุลมหิดล ฉบับภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 70 ปี9 มิถุนายน 2559 เพื่อเผยแพร่เรื่องราวและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและพระกรุณาธิคุณของสมาชิกราชสกุลมหิดลที่พระราชทานแก่แผ่นดินให้นานาประเทศได้รับทราบ

หนังสือ “The Mahidol Family” เล่มนี้มีเรื่องราวที่น่าสนใจเต็มไปด้วยความรู้และประวัติศาสตร์มากมาย เริ่มตั้งแต่การให้ความรู้เกี่ยวกับโบราณราชประเพณีในการเรียงลำดับพระรัชทายาท ตามพระอิสริยศักดิ์ และตำแหน่งแห่งพระภรรยาเจ้าในสมัยรัชกาลที่ 5 การตั้งนามสกุลและราชสกุลพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6เป็นที่มาของราชสกุลมหิดล

เนื้อหาหลักๆ ของหนังสือแบ่งออกเป็น 5 บทด้วยกัน คือ บทที่ 1 รู้ซึ่งหน้าที่ของวงศ์ตระกูล กล่าวถึงพระประวัติ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 7 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับ สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา บรมราชเทวี เรื่องราวจะเล่าถึงราชประเพณี อาทิ พระราชพิธีโสกันต์และทรงกรม การบรรพชา เป็นต้น รวมถึงการเสด็จไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ

บทที่ 2 การสร้างครอบครัว วิถีชีวิตและความคิดของโลกใหม่ กล่าวถึงการเป็นเจ้านายรุ่นแรกที่เสด็จไปทรงศึกษาในต่างประเทศ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช ทรงช่วยเหลือนักเรียนไทยให้สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ทรงเป็นแม่แบบสำคัญของผู้ที่จะกลับมาสร้างความเจริญให้ประเทศไทยในเวลาต่อมา รวมทั้งเรื่องราวที่ทรงพบรัก และนำมาสู่การอภิเษกสมรส กับนางสาวสังวาลย์ การสร้างครอบครัวมหิดล และการเสด็จนิวัตพระนครและพระกรณียกิจในฐานะทรงเป็นแพทย์

บทที่ 3 ความพลิกผัน กล่าวถึงสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหิดล สิ้นพระชนม์ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง และการดำรงชีวิตของครอบครัวมหิดลในสวิตเซอร์แลนด์ บทที่ 4 ครอบครัวอันเป็นที่รัก กล่าวถึงพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ, ช่วง 10 ปี ของการศึกษาสำหรับกษัติรย์ในบรรยากาศประชาธิปไตย ที่สวิตเซอร์แลนด์ และเรื่องราวประชาธิปไตยในครอบครัว, การศึกษาของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ (วิชาเคมี) ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (รัฐศาสตร์) ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (วิศวกรรมศาสตร์) และการศึกษาเล่าเรียน การเตรียมพร้อมทุกพระองค์เพื่อการทำงานเพื่อแผ่นดินไทย

บทที่ 5 ครอบครัวอันเป็นหลักแห่งศรัทธาและเทิดทูน กล่าวถึงสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์, พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเปลี่ยนสาขาวิชาเรียนเป็นสาขารัฐศาสตร์, เสด็จฯนิวัตประเทศไทยเพื่อถวายพระเพลิงสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช, พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก, การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในภูมิภาค, การบำบัดทุกข์บำรุงสุขด้านความยากจน ความเจ็บป่วย การด้อยการศึกษา และการพัฒนาชนบท, ความทุ่มเทอุทิศพระวรกายทรงงานเพื่อแผ่นดินของสมาชิกราชสกุลมหิดลทุกพระองค์, สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงอุทิศพระวรกายทรงงานด้านสาธารณสุขและการช่วยเหลือพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาส, สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ทรงสอนหนังสือในมหาวิทยาลัย

ส่วนท้ายเล่มบรรจุแผ่นวิดีทัศน์สารคดี ชุด“ราชสกุลมหิดล” จำนวน 9 ตอน ตอนละ 5 นาทีไว้ด้วย ซึ่งสารคดีชุดนี้ได้เผยแพร่ออกอากาศแล้วทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ เมื่อเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา

“The Mahidol Family” เป็นหนังสือปกแข็ง ขนาด 10.00X10.75 นิ้ว พิมพ์ 4/4 สี เนื้อใน จำนวน 251 หน้า ปกหลังแทรกแผ่นวิดีทัศน์สารคดีชุดราชสกุลมหิดล เริ่มวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้านหนังสือคิโนะ คุนิยะ และศูนย์หนังสือจุฬาฯในราคาเล่มละ 1,500 บาท ซึ่งรายได้จะนำเข้าสมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

รำลึกพ่อหลวงในดวงใจไทยนิรันดร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247654

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผลงานของ ณัฐศิลป์ มีบ่อทรัพย์

เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย มูลนิธิชัยพัฒนา สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ห้างสรรพสินค้าเซนจัดนิทรรศการพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 และผลงานศิลปะของศิลปินจากหลากหลายสาขา ในงาน “นิรันดร์ | en mémoire” (ออง เมมัวร์) โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจนถึงวันที่ 6 ธันวาคม 2559 ณ พื้นที่บริเวณ ZEN Event Arena ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าเซน

นิทรรศการ “นิรันดร์ | en mémoire” จัดแสดงผลงานที่หาชมได้ยากยิ่งของ 30 ศิลปินที่มีชื่อเสียงในหลากหลายสาขา อาทิ พลอากาศตรีอาวุธ เงินชูกลิ่น (ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์)เทวิน จรรยาวงษ์ (อดีตช่างภาพตามเสด็จฯ รัชกาลที่ 9), ศาสตราจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์ (ศิลปินชั้นเยี่ยม จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 38 พ.ศ.2535), นิติกร กรัยวิเชียร (นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์), สมชาย แก้วทอง (ดีไซเนอร์ระดับแถวหน้าของไทย), สมนึก คลังนอก (ศิลปินนักวาดภาพชื่อดัง), ณัฐ ประกอบสันติสุข (ช่างภาพแฟชั่นชื่อดัง), อมาตย์ นิมิตภาคย์ (ช่างภาพแฟชั่นชื่อดัง) เป็นต้น เปิดใจถ่ายทอดความรู้สึก น้อมนำแนวพระราชดำริ พระบรมราโชวาท พระราชดำรัส มาเป็นแรงบันดาลใจ รังสรรค์เป็นผลงานศิลป์อันงดงามตามความถนัดและพรสวรรค์ของตนเองทั้ง จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม รวมถึงงานออกแบบเสื้อผ้า เครื่องประดับ ตลอดจนภาพวาดด้วยเทคนิคทางคอมพิวเตอร์ โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลงานมอบให้มูลนิธิชัยพัฒนา

ไฮไลท์สำคัญของนิทรรศการ มีอาทิ พิมพ์เขียว ดินสอดำบนกระดาษไข แบบพระอุโบสถวัดพระรามเก้า กาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นพระอุโบสถวัดประจำรัชกาลในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผลงานของ พลอากาศตรี อาวุธ เงินชูกลิ่น ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ โดยทรงมีพระราชดำริ ให้เน้นความเรียบง่าย และ พอเพียง, ผลงานประติมากรรมภาพพิมพ์ดิจิตอล 13.10.2559 ของ วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ศิลปินศิลปาธร สาขาการออกแบบ ปี 2553 ถ่ายทอดความสว่างไสว เด่นชัดที่สุดของ “ในหลวง” ในความทรงจำ แม้วันที่มืดหม่น เศร้าหมอง โดยผลงานชิ้นนี้ได้ถูกนำไปตั้ง ณ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขาชะงุ้ม จ.ราชบุรี, ผลงาน แผนที่ของพ่อ ของจารุพัชร อาชวะสมิต และ อุสรา เซอร์เฟสผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์วัสดุ ใช้เทคนิคการขึ้นเป็นผ้าทอสเตนเลส 100% แสดงถึงแผนที่ทรงงานของพระองค์ เพื่อประชาชนชาวไทย

ผลงาน เดินตามรอยเท้าพ่อ ซึ่งใช้เทคนิค ดิจิตอลคอลลาจ ของ นักรบ มูลมานัส กราฟิกดีไซเนอร์ และนักทำภาพประกอบอิสระ ได้แรงบันดาลใจจากบทกวีพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี,ผลงาน พระองค์ผู้ทรงอยู่เหนือใจประชาชน ของ ณัฐ ประกอบสันติสุข ช่างภาพแฟชั่นชื่อดัง ได้แรงบันดาลใจจากการที่ได้มีโอกาสไปถ่ายรูป และศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการหลวงดอยอ่างขาง

ผลงาน จอมทัพไทย ด้วยเทคนิค สีปากกาและดินสอ ของ จุ๊กกรู หว่อง ศิลปินนักวาดภาพและผู้เชี่ยวชาญด้านงานสักบนร่างกาย ซึ่งภาพนี้สื่อถึงพระองค์ท่านทรงเป็นจอมทัพนำสยาม ทรงปกป้องคุ้มครองชาวไทย ให้อยู่ดีกินดี มีความสุขความเจริญ รู้รักสามัคคี มีหัวใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน, ผลงาน ในหลวงของเรา (MY KING) ของ อมาตย์ นิมิตภาคย์ (ช่างภาพแฟชั่นชื่อดัง) สร้างสรรค์จากพระบรมฉายาลักษณ์ต้นฉบับหมายถึงพระองค์ท่าน ผสมผสานงาน ป๊อปอาร์ต ศิลปะแนวแอ๊บสแทร็กและอิมเพรสชั่นนิสต์ หลากหลายสีสัน แทนถึงพระราชกรณียกิจอันมากมายของพระองค์ เป็นต้น

ผลงานของ นิติกร กรัยวิเชียร

ผลงานของ สิทธินนท์ มงคลแสงสุรีย์

ผลงานของ นักรบ มูลมานัส

5วิธีดูแลผิวก่อนนอน เพิ่มความเนียนใสอ่อนวัยไร้ริ้วรอย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247644

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 15.49 น.

พฤติกรรมที่คุณทำก่อนนอนนั้น ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของคุณโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ ความคิด จิตใจ รวมไปถึงเรื่องผิวพรรณ โดยสำหรับสุขภาพผิวนั้น ช่วงเวลาที่เรานอนถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผิวได้พักผ่อน และฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่

วันนี้เราจึงมี 5 วิธีดูแลผิวก่อนนอน มานำเสนอ เพื่อให้คุณมีสุขภาพผิวที่ดีไปนานๆ

1. ล้างเครื่องสำอางทุกครั้ง

ข้อนี้ถือเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เครื่องสำอางที่เราแต่งหน้าในแต่ละวันนั้น เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดสิว ริ้วรอย อีกทั้งส่งผลให้ใบหน้าหมองคล้ำ ยิ่งเช้าวันต่อมาเราแต่งหน้ากลบเข้าไปอีกก็จะยิ่งสร้างสิ่งอุดตันให้กับผิวหน้าทับถมสิ่งสกปรกเข้าไปเรื่อย ๆ ดังนั้นต่อให้ขี้เกียจหรือกลับมาจากปาร์ตี้ดึกดื่นแค่ไหนก็ต้องล้างเครื่องสำอางก่อนเข้านอนทุกครั้ง

2. โทนเนอร์

คุณควรเช็ดโทนเนอร์หลังล้างหน้าในเวลาเช้าและเย็น เพราะโทนเนอร์มีหน้าที่ทำความสะอาดผิวในขั้นตอนสุดท้าย ช่วยขจัดสิ่งตกค้างและปรับสมดุลผิวเพื่อให้ครีมหรือเซรั่มซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น แต่ถ้าหากเป็นสิวควรหลีกเลี่ยงโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ไม่อย่างนั้นสิวอาจเห่อแดงมากขึ้นกว่าเดิมได้

3. ทาอายครีม

ดวงตาคือส่วนที่ใบหน้าของเราแสดงอารมณ์ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะยิ้ม หัวเราะ หรือร้องไห้ เพราะฉะนั้นอย่าแปลกใจที่หางตาเราจะมีขีดรอยย่นเล็ก ๆ หรือที่เรียกว่า “ตีนกา” นั่นเอง หรือบางคนชอบนอนดึกจนใต้ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยอายครีม โดยสาวๆ ควรใช้อายครีมบำรุงรอบดวงตาก่อนนอนทุกคืน เพื่อดวงตาอันสดใส ไม่เป็นแพนด้า

4. เพิ่มความชุ่มชื้น

ปิโตรเลียมเจลหรือที่เราชอบเรียกกันว่าวาสลีน ของดีที่ควรมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง สามารถบำรุงผิวได้หลายส่วน ดังนั้นก่อนเข้านอนคุณควรหยิบออกมาใช้ อันดับแรกทาริมฝีปากป้องกันปากแห้งแตกเป็นขุย ต่อมาทารอบโคนเล็บเพื่อป้องกันจมูกเล็บลอก สุดท้ายทาตามข้อศอก หัวเข่า ส้นเท้า เพื่อลดความแห้งกร้าน

5. อย่าลืมบำรุงผิวมือด้วย

นอกจากผิวหน้าและผิวกายที่เราต่างให้ความสำคัญในการทาครีมบำรุงแล้ว “ผิวมือ” ก็เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่หลาย ๆ คนมักจะมองข้ามไป ดังนั้น อย่าลืมดูแลผิวมือของเราด้วย วิธีการง่าย ๆ แค่ล้างมือด้วยสบู่และน้ำอุ่น เช็ดให้สะอาด จบด้วยการทาแฮนด์ครีม แค่นี้ผิวมือของคุณก็ไม่เหี่ยวเกินวัยแล้ว

ที่มา : womenkapook