ภาพข่าวสังคม : 30 พฤศจิกายน 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246956

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

เบลลอตต้า-มาร์โว่ ส่งมอบความสุขให้น้องสี่ขา ปี 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246958

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

สร้างสังคมอุดมปัญญา…ด้วยโครงการสอบธรรมศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246961

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

ศรีพันวา ภูเก็ต จัดสุดยอดดินเนอร์หรูแห่งปี รังสรรค์เมนู โดย เชฟมิชลินสตาร์บินตรงมาจากอิตาลี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246959

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

รีบเช็ค!!ข้อควรระวังก่อนใช้ ยาสมุนไพร5ชนิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246930

วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 17.49 น.

การใช้ยาทุกชนิด หากใช้เกินขนาดย่อมส่งผลเสียต่อร่างกาย รวมไปถึงยาสมุนไพรที่ถึงแม้จะที่เป็นยาธรรมชาติที่มีความปลอดภัยสูง แต่ถึงอย่างนั้น ผู้ใช้ควรมีความรู้ว่า สมุนไพรบางชนิดนั้นมีผลข้างเคียงบางประการเช่นกัน

วันนี้เราจึงมี ผลข้างเคียงจากการใช้ยาสมุนไพร 5 ชนิด มานำเสนอ

1. คาโมมายด์

การใช้คาโมมายด์มากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการผื่นแพ้ผิวหนัง แม้เป็นกรณีที่พบน้อยมาก ดังนั้นผู้เป็นโรคหืด ควรงดใช้สมุนไพรชนิดนี้ นอกจากนี้ คาโมมายด์อาจไปเสริมฤทธิ์ยาระงับประสาทและยาละลายลิ่มเลือดได้ ผู้ป่วยที่ใช้ยากลุ่มดังกล่าวจึงไม่ควรดื่มยาคาโมมายด์

2. ขมิ้นชัน

ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ไม่ควรกินขมิ้นชันในปริมาณมากๆ เนื่องจากอาจส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์ นอกจากนี้ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ไม่ควรกินเพราะมีผลต่อการออกฤทธิ์ของยา

3. ว่านหางจระเข้

ในผิวของใบว่านหางจระเข้ มีน้ำยางสีเหลือง รสขม ซึ่งเรียกว่า อโลลาเท็กซ์ (Aloe Latex) มีฤทธิ์เป็นยาระบายอย่างแรง กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทำให้เกิดอาการปวดเกร็งในท้องและท้องเสีย และอาจส่งผลให้ร่างกายสูญเสียอิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte) ที่เป็นแร่ธาตุจำเป็น ผู้ที่มีอาการท้องเสียและถ่ายไม่เป็นเวลาจึงไม่ควรได้รับยางของว่านหางจระเข้

4. อบเชย

อบเชย เป็นทั้งเครื่องเทศในอาหาร ขนม และยาสมุนไพรที่ใช้กันมานานแล้ว แต่หากใช้อบเชยในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้เกิดลมแน่นท้องและเป็นผลเสียต่อไตได้ นอกจากนี้ ไม่ควรกินน้ำมันหอมระเหยอบเชย เพราะจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียน ผู้หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหารไม่ควรใช้อบใช้ในทางยา

5. เถาวัลย์เปรียง

ในเถาวัลย์เปรียง มีสารที่คล้ายฮอร์โมนเพศหญิงผสมอยู่จึงไม่ควรกินต่อเนื่องเป็นเวลานาน อีกทั้งคนที่เป็นโรคหัวใจ หรือสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ ก็ไม่ควรกินยาสมุนไพรที่ผสมเถาวัลย์เปรียง เช่นกัน

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นยาประเภท ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนทาน จะดีที่สุด

ขอบคุณ: goodlifeupdate

เปิดตัวป๊อปอัพสโตร์ โจ มาโลน ลอนดอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246733

วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

พระองค์โสมฯ ทรงเปิดงานเทศกาลออกร้านภริยาทูต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246734

วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

ชุมชนบ้านแหลมห่วงใยวัยใส รณรงค์ปลูกฝังวินัยจราจรเยาวชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246731

วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

“เฟด” ขึ้นดอก “คลัง” ไม่หวั่นเงินไหล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ธ.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812707

 

(Janet Yellen)

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% จากกรอบเดิม 0.25-0.50% เป็น 0.50-0.75% เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ทิ้งช่วงการขึ้นดอกเบี้ยมาเกือบปีจนมองเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งนี้ นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ยังส่งสัญญาณจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าและปีต่อไปอีก 3 ครั้ง

มติดังกล่าวแม้จะเป็นไปตามการคาดการณ์ก่อนหน้า แต่ตลาดเงินตลาดทุนโลกก็ยังสั่นไหวด้วยอาการที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นกับทุกสกุลเงินตั้งแต่เอเชียไปจนถึงยุโรป โดยเงินบาทอ่อนค่าลง 0.43% อยู่ที่ 35.77 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อยู่ที่ 1.25 ปอนด์, ยูโร 1.048 ยูโร และเยนอยู่ที่ 118.04 เยน ส่วนตลาดหุ้นผันผวนเล็กน้อย ตลาดหุ้นไทย -1.60 จุด ปิดตลาดที่ 1,519 จุด

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่า ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงต่ำสุดเป็นอันดับ 3 เมื่อเทียบเงินใน 12 สกุลของภูมิภาค โดยดอลลาร์ฮ่องกง และไต้หวันอ่อนค่าต่ำสุด ขณะที่เงินเยน ดอลลาร์สิงคโปร์ และเงินวอนอ่อนค่า 2.2, 1.1 และ 0.73% ตามลำดับ ด้านนายบัณฑูร ล่ำซำ ประธาน บมจ. ธนาคารกสิกรไทย เชื่อว่า ธปท.ยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย ในขณะที่ภาครัฐกำลังกระตุ้นเศรษฐกิจ กระนั้นก็ต้องอ่านโจทย์เรื่องเงินไหลออกด้วย

ขณะที่ฝ่ายวิเคราะห์ตลาดเงิน บมจ.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา คาดว่า ค่าเงินบาทจะอ่อนลงในกรอบ 35.80- 36.00 บาท จากปัจจัยภายนอกเช่นเศรษฐกิจจีน สหรัฐฯ และผลของ Brexit ส่วนนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ยืนยันว่าผลกระทบต่อไทยมีน้อย เพราะเงินกู้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศมีน้อยมากเพียง 4% เท่านั้น เงินกู้ส่วนใหญ่ 96% อยู่ในประเทศ แต่ก็ยอมรับว่าอาจมีความผันผวนทางการเงินบ้าง.

 

ปตท.โชว์ถือเงินสดในมือ 4 แสนล้าน เล็งลงทุนปิโตรเลียมเพิ่ม ตอกย้ำธุรกิจปีหน้ายังแข็งแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ธ.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812652

 

นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่ม ปตท. มีสภาพคล่องทางการเงินสูงมาก โดยมีกระแสเงินสดในมือประมาณ 400,000 ล้านบาท ดังนั้น ปตท.จึงต้องวางแผนบริหารจัดการใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะยังคงแผนการซื้อกิจการปิโตรเลียมในต่างประเทศเพิ่มขึ้นในปีหน้า รวมถึงการลงทุนธุรกิจปิโตรเลียมในระยะยาวซึ่งต้องวางแผนก่อนตัดสินใจลงทุนอย่างรอบคอบ

“ขณะนี้กลุ่ม ปตท.ได้มอบให้บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ที่ถือว่ามีสถานะการเงินแข็งแกร่ง ปัจจุบันมีกระแสเงินสด 100,000 ล้านบาท เร่งพิจารณาการเข้าไปซื้อกิจการเพิ่มเติม ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ผลิตหลายรายทั้งรายใหญ่ และรายเล็ก เน้นลงทุนแหล่งปิโตรเลียมในแถบเอเชียแปซิฟิกเป็นหลัก เพราะมีความคล่องตัวในการเข้าไปลงทุนมากกว่าแหล่งปิโตรเลียมที่อยู่ไกลๆ ”

แม้ว่าแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปลายปีนี้จะปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 50 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล แต่คงไม่สูงขึ้นไปกว่านี้มากนัก เพราะมีแรงกดดันจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่เต็มที่ หลังราคาน้ำมันดิบเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่ง ปตท.มองว่าราคาน้ำมันดิบในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 จะทยอยปรับขึ้น จากการลดกำลังการผลิตขององค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (โอเปก) และนอกโอเปก.