รษก.อธิบดีกรมประชาฯชวนสังคมไทย เสพสื่อสร้างสรรค์-งดขยายต่อข่าวเป็นภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246161

รษก.อธิบดีกรมประชาฯชวนสังคมไทย เสพสื่อสร้างสรรค์-งดขยายต่อข่าวเป็นภัย

รษก.อธิบดีกรมประชาฯชวนสังคมไทย เสพสื่อสร้างสรรค์-งดขยายต่อข่าวเป็นภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 10.08 น.

24 พ.ย. 59 พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รักษาราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ขอเชิญชวนทุกคนในสังคมไทยเลือกเสพข้อมูลข่าวสารที่สร้างสรรค์ ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพชีวิต การพัฒนาจิตใจ การปรับปรุงศักยภาพตนเองตลอดจนประสิทธิภาพในการทำงานเพื่อความก้าวหน้าของตนเองและการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของประเทศชาติ ที่สำคัญอีกประการคือ เมื่อพบเจอข้อมูลที่ไม่เหมาะสม ข้อมูลเป็นภัยต่อสังคม ต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติ ก็ควรละเว้นที่จะส่งต่อ แม้จะมีเจตนาเพื่อบอกต่อว่ามีเรื่องไม่ดี เรื่องไม่ถูกต้องแพร่กระจายไปก็ตาม เพราะเท่ากับเราได้กลายเป็นหนึ่งในผู้ช่วยขยายข้อมูลอันไม่เหมาะสมเหล่านั้นให้กว้างขวางออกไปอีก

อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือประชาชนว่าหากพบเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ให้ร้าย หรือหมิ่นประมาทสถาบันหลักของประเทศ ขอให้ช่วยกันแจ้งสายด่วน 1212 ศูนย์ประสานการปฏิบัติงานการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ กระทรวงดิจิตัลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ให้ได้รับทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป  ทั้งนี้เพื่อช่วยกันขจัดข่าวสารอันเป็นโทษ และสร้างพิษ ร้าย สร้างความวุ่นวายในสังคมให้หมดไป

เฉ่ง!’แด๊ก-ซิลลี่ฟูลส์’ร้องเพลงพระราชนิพนธ์เพี้ยน ‘ดี้-สุเมธ’ออกโรงตำหนิ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246159

เฉ่ง!'แด๊ก-ซิลลี่ฟูลส์'ร้องเพลงพระราชนิพนธ์เพี้ยน 'ดี้-สุเมธ'ออกโรงตำหนิ (ชมคลิป)

เฉ่ง!’แด๊ก-ซิลลี่ฟูลส์’ร้องเพลงพระราชนิพนธ์เพี้ยน ‘ดี้-สุเมธ’ออกโรงตำหนิ (ชมคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 09.57 น.

24 พ.ย. 59 หลังจากที่ “แด๊ก ร็อคไรเดอร์” หรือ เอกรัตน์ วงศ์ฉลาด พร้อมด้วย วงซิลลี่ ฟูลส์ (Silly Fools) ที่ได้ไปออกรายการเรื่องเล่าเช้านี้ วานนี้ (23 พ.ย.) เพื่อชวนแฟนๆ ไปร่วมคอนเสิร์ต “ดอกไม้ของย่า บทเพลงของพ่อ” ที่สิงห์ปาร์คเชียงราย ในวันที่ 25-27 พ.ย.นี้ ซึ่งได้เหล่าศิลปินดังกว่า 200 ชีวิต ไปรวมใจถ่ายทอดบทเพลงเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกันนี้ยังได้ร้องเพลง ‘พ่อครับ’ จากการแต่งโดย ฟองเบียร์-ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม ซึ่งตอนจบรายการได้มีการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ ความฝันอันสูงสุด ที่ร้องโดยหนุ่มแด๊ก พร้อมด้วย “ริม” กฤษณะ ปานดอนลาน นักร้องนำวงซิลลี่ ฟูลส์

ชมคลิป : คลิก

อย่างไรก็ตาม เมื่อเพลงนี้ออกอากาศไป ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ที่ได้รับชมรายการเป็นจำนวนมาก รวมทั้งศิลปินชื่อดังของเมืองไทยอย่าง “สุเมธ องอาจ” ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “สุเมธ องอาจ” ระบุว่า “บทเพลงพระราชนิพนธ์ที่พระองค์ท่านพระราชทานแก่ชาวไทยนั้น งดงามและมีความปราณีตมากนะครับทั้งเมโลดี้และคอร์ด อัญเชิญบทเพลงกันอย่างปราณีต ให้ได้ยินถึงความตั้งใจที่ดีงามหน่อยเถอะนะครับ เชื่อว่าคุณมีฝีมือกันกว่านี้แน่ถ้าตั้งใจจริง ถ้าเป็นเพลงของคนอื่นจะเล่นชุ่ยยังไงไม่มีใครว่าคุณหรอก #เพลงพระราชนิพนธ์เพลงนี้หาคนร้องผิดยากมากนะครับ”

 

ขณะที่ “ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค” นักแต่งเพลงชื่อดัง ก็ได้แสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Nitipong Honark” ระบุว่า “ช่วงนี้ คนไทยเราก็รู้สึกเหมือนๆ กันนะ พูดคุยอะไร คิดเรื่องอะไร ก็ไม่พ้นเรื่องของในหลวงรัชกาลที่เก้า หลายคน หลายฝ่าย ต่างก็แสดงออกซึ่งความอาลัย จงรักภักดี ด้วยวิถีความถนัดแห่งตน ถ้ารู้สึกว่าไม่ถนัดเรื่องใดเลย ก็อย่ารู้สึกผิดเลย ที่จะนั่งเฉยๆ แล้วทำจิตใจให้ดีงาม ทำอะไรก็ได้ที่นึกออก และสบายใจ อย่ากดดันตัวเองให้ทำอะไรสักอย่างเพื่อพระองค์ท่าน ถ้าไม่พร้อม ไม่จำเป็นต้องบำเพ็ญทุกรกริยาให้ตัวเองเดือดร้อนกายใจ เพื่อพิสูจน์ความจงรักภักดี บำเพ็ญประโยชน์ง่ายๆ ยังจะมีประโยชน์กว่า
พระพุทธเจ้า ยังเคยทรงทดลองบำเพ็ญทุกรกริยามาแล้ว ก็พบว่าไม่เวิร์ค ทางสายกลางสร้างประโยชน์จะดีกว่า แต่ถ้ายังอยากจะทำอะไรสักอย่าง ก็อนุโมทนา แต่ถ้าเป็นทุกรกริยา ที่ต้องให้ผู้อื่นช่วย เป็นห่วง ว่าวิ่ง เดิน หลายร้อยกิโลเมตร จะโดนรถชนไหม หวาดเสียวจริงๆ นะ เลยต้องมีรถตำรวจ หรือรถอาสามาดูแล เอารถมารับไป พระบรมมหาราชวัง ง่ายกว่า ไม่สิ้นเปลืองผู้คอยอาสามาดูแล ผู้อาสาจะได้ไปดูแลคนอื่นได้อีกมาก
แต่งเพลง แต่งกลอน ถวาย ก็ดีงาม ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ก็ดีงาม ในหลวงรัชกาลที่เก้าท่านไม่กริ้วดอก แต่ถ้าจะแต่งเพลง ก็ ขอให้ประณีต ซึ่งเท่าที่เห็น ก็ประณีตด้วยจงรัก แต่งกลอน ก็ขอให้มีสัมผัสระหว่างบทบ้าง เพราะมีจำนวนมากที่แต่งกลอนแปด แล้วไม่มีสัมผัสต่อบท ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ผิดพลาดเรื่องฉันทลักษณ์ แล้วทำให้คนรุ่นใหม่คิดว่าเป็นเรื่องถูก ก็ขอแค่ให้ระวังหน่อย
ร้องเพลงพระราชนิพนธ์นะ ก็ศึกษาหน่อย จะร้องเพลงท่าน ก็ร้องให้มันถูกโน้ตของท่าน จะเปลี่ยนสไตล์บ้าง ก็ไม่เป็นไร แต่อย่าไปเปลี่ยนทำนองหลักของพระองค์ท่าน ไม่งั้นก็อย่าไปร้อง ไปเล่นเลย ทำนองหลัก กับทำนองรอง ที่เอาไว้ด้นสด อิมโพรไวซ์ อะไรก็ตาม มันต่างกัน แต่ถ้า ยึดทำนองหลักไว้ได้ จะอิมโพรไวซ์แพรวพราวอย่างไรก็ได้ พระองค์ท่านโปรด
เห็นบางวง ไปออกรายการเรื่องเล่าเช้าช่องหนึ่ง ร้องเพลง ความฝันอันสูงสุด ร้องออกมา โน้ตหลักผิด แล้วร้องเพี้ยน อย่าว่าแต่เพลงพระราชนิพนธ์เลย เพลงอื่นๆ ธรรมดา คนแต่งก็คงไม่ชอบนัก ไม่เกี่ยวกับป๊อบ แจ๊ส ร็อค มันคือ ไม่รู้ คนที่บังคับให้น้อง ๆ มาร้องเพลงนี่แหละ ทั้งๆ ที่น้องๆ ก็ไม่รู้ คนที่บังคับให้น้องๆ มาร้อง ก็ไม่รู้อะไรเลย จะเอาแต่หน้าเอาตา ในช่วงนี้น่ะหรือ อย่าทำกันแบบนี้เลยจ้ะ มันผิดจ้ะ มันผิด”

ตามหา11คน ใน9ภาพแห่งความภักดี ร่วมร่ำไห้อาลัย‘ในหลวงร.9’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246146

ตามหา11คน  ใน9ภาพแห่งความภักดี  ร่วมร่ำไห้อาลัย‘ในหลวงร.9’

ตามหา11คน ใน9ภาพแห่งความภักดี ร่วมร่ำไห้อาลัย‘ในหลวงร.9’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ตามหา11คน

ใน9ภาพแห่งความภักดี

ร่วมร่ำไห้อาลัย‘ในหลวงร.9’

เล่าความรู้สึกบันทึกจม.เหตุ

กทม.เล็ง‘บิกคลีนนิ่ง’1-2ธค.

การบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 41

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 23 พฤศจิกายน พล.ท.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหารและวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 22 พฤศจิกายน โดยมีราชสกุลจิตรพงศ์ ราชสกุลยุคล และราชสกุลอิศรางกูร ณ อยุธยา ร่วมในพระราชพิธี ต่อมาเวลา 11.00 น.พล.ท.ม.จ.เฉลิมศึกทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร จำนวน 8 รูป

เวลา 17.30 น. ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหารและวัดราชสิทธารามราชวรวิหารสวดพระอภิธรรม

วิลแชร์เกราบพระบรมศพชุดแรก

ขณะที่บริเวณโดยรอบสนามหลวง ประชาชนจำนวนมากยังเดินทางมารอเข้าแถวกราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังเนืองแน่น ซึ่งวันนี้ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนที่นั่งรถวิลแชร์เข้าสักการะพระบรมศพ ทางประตูวิเศษไชยศรีเป็นคณะแรกเวลา 04.45 น. จากนั้นเวลา 04.50 น.ถึงเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ากราบพระบรมศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน มีจำนวน 37,820 คนรวม 25 วัน มี 788,118 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลจำนวน 2,595,403.75 บาท รวม 25วัน เป็นเงิน 57,628,355บาท

กทม.เล็งจัดบิ๊กคลีนนิ่ง1-2ธค.

ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.)พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (รองผู้ว่าฯกทม.) แถลงหลังประชุมว่า ที่ผ่านมา เราเคยบอกว่าจะย้ายเต็นท์อาหารมายังฝั่งเหนือ ให้แล้วเสร็จในวันที่ 24 พฤศจิกายน เราก็ขอยืนยันตามกำหนดการเดิม ซึ่งเรามีความเป็นห่วงเรื่องระบบน้ำประปา และระบบไฟฟ้า โดยเราจะมีการประสานกับการไฟฟ้านครหลวง และการประปานครหลวง ในการดำเนินการให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้ สำหรับเต็นท์ประกอบอาหารที่มีถังแก๊ส เราจะติดตั้งถึงดับเพลิงเพื่อป้องกันอัคคีภัย ทั้งนี้ จากกรณีสำนักพระราชวัง งดเข้าสักการะพระบรมศพ และงดนักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระแก้วในวันที่ 1- 2 ธันวาคม กทม. กำลังคิดว่าจะจัดโครงการทำความสะอาด และตรวจสอบระบบความปลอดภัยในวันดังกล่าว โดยเต็นท์ประกอบอาหารที่มีถังแก๊สได้ตั้งถังดับเพลิงป้องกันอัคคีภัย ทั้งนี้ ในวันดังกล่าว กทม.จะไม่ปิดพื้นที่สนามหลวง เชื่อว่าเมื่อไม่มีการสักการะพระบรมศพ ประชาชนคงไม่เดินทางมา แต่ถ้าจะนำไม้กวาดมาช่วยทำความสะอาดก็มาได้

แจก”คู่มือเดินทาง”5แสนเล่ม

วันเดียวกัน นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (รองผู้ว่าฯกทม.) รับมอบ”คู่มือการเดินทางไปร่วมถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” จากรศ.ดร.เชาวลิต ลิ้มมณีวิจิตร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและคณะ ที่กอร.รส.ซึ่งร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดทำคู่มือการเดินทางและคำแนะนำการแต่งกาย ข้อควรปฏิบัติสำหรับประชาชน รวมถึงแผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งจุดสำคัญรอบสนามหลวง เพื่อแจกให้ประชาชนที่ตั้งใจเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ สำหรับคู่มือดังกล่าว อาจารย์ นักศึกษา หลักสูตรมีเดียอาตส์ มจธ. ในนามกลุ่ม มดอาสา ๙ มจธ. ร่วมออกแบบมีหน่วยงานเครือข่าย กลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมสนับสนุนการจัดพิมพ์ 5 แสนฉบับ ซึ่งจะส่งต่อไปยังหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องนำไปแจกและเผยแพร่ให้ประชาชนตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ

วธ.ตามหา11คน9ภาพจงรักภักดี

ด้านนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ประกาศเชิญชวนให้ประชาชน ช่างภาพอาชีพ ช่างภาพอาสา ส่งภาพบันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับพระราชพิธีงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา และวธ.คัดเลือกภาพจาก 5 หมื่นภาพ นำมาจัดนิทรรศการ“ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” แบ่งเป็นภาพจากประชาชน ช่างภาพอาสา 89 ภาพ และช่างภาพอาชีพ 89 ภาพรวม 178 ภาพมาจัดแสดงที่ลานสังคีต ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม-30 พฤศจิกายน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ และแสดงให้เห็นความจงรักภักดีที่ประชาชนมีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งวธ.จะรวบรวมภาพบันทึกเหตุการณ์ ข้อมูลงานพระราชพิธีพระบรมศพ จัดทำเป็นจดหมายเหตุ

ดังนั้น วธ. จึงคัดเลือกภาพแห่งความจงรักภักดี 9 ภาพ โดยให้ประชาชนร่วมกันเลือกภาพที่เห็นว่าตรงกับความรู้สึกตนเองมากที่สุดผ่านเว็บไซต์ ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ และประชาชนเลือกผ่านการเข้าชมนิทรรศการในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดย วธ.จะเชิญประชาชนที่ปรากฏในภาพดังกล่าวมาบอกเล่าความรู้สึกที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเหตุการณ์ที่ปรากฏในภาพนั้นๆ เพื่อบันทึกเป็นข้อมูลและภาพเคลื่อนไหวใช้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำจดหมายเหตุ เป็นประวัติศาสตร์ของชาติต่อไป

เล่าความรู้สึกบันทึกจม.เหตุ

สำหรับภาพแห่งความจงรักภักดีทั้ง 9 ภาพ ที่ได้รับการคัดเลือกประกอบด้วย 1.ภาพหญิงวัยกลางคนร่ำไห้ ในมือถือพระบรมฉายาลักษณ์และน้ำตาไหลอาบแก้ม ผู้ถ่ายภาพคุณสโรชา หวังดี 2.ภาพหญิงสาว กำลังพนมมือไหว้และร้องไห้อย่างสุดอาลัย ณ โรงพยาบาลศิริราช ผู้ถ่ายภาพ คุณทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ 3.ภาพ หญิงสาว 2 คน กำลังร่ำไห้อย่างสุดอาลัย น้ำตานองหน้า ผู้ถ่ายภาพ คุณนิสากร ปิตุยะ 4.ภาพเด็กชายกำลังยกมือพนมไหว้และนั่งอยู่ในอ้อมแขนชายสูงวัย ผู้ถ่ายภาพ คุณพรทิพย์ เจริญไพศาลศิริ 5.ผู้ชาย ยกภาพพระบรมฉายาลักษณ์เหนือหัว สีหน้าเศร้าโศก ผู้ถ่ายภาพ คุณณกฤช จรูญศรีรักษ์ 6.ภาพหญิงสาวก้มหน้าร้องไห้ด้วยความอาลัย น้ำตาหยดบนภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ผู้ถ่ายภาพ คุณวสันต์ วณิชชากร 7.ภาพหญิงสาวนั่งพนมมือไหว้ ในมือถือพระบรมฉายาลักษณ์ ผู้ถ่ายภาพ คุณปรีดา หวายนำ 8.ภาพหญิงสาวกำลังเก็บขยะ ผู้ถ่ายภาพ คุณอนุชิต สุนทรกิติ 9.ภาพหญิงสาวชุดดำนั่งร้องไห้และกอดภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ผู้ถ่ายภาพ คุณนวลพรรณ นาคปรีชา

ทั้งนี้ วันที่ 29 พฤศจิกายน เวลา 14.30 น. วธ.เชิญประชาชนจาก 9 ภาพจำนวน 11 คน มาบันทึกความรู้สึกและบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลไว้เป็นส่วนหนึ่งของหอจดหมายเหตุ ย่างไรก็ตาม ประชาชนที่ปรากฏอยู่ในภาพทั้ง 9 ภาพ สามารถติดต่อกลับมายังกระทรวงวัฒนธรรม ได้ที่สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม โทร 02-422-8828-9 ในวันเวลาราชการ หรือโทรศัพท์มือถือ 08-1908-9330 และ 08-6668-4102

งดนำขรก.เข้ากราบพระบรมศพ

ในส่วนรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การเข้าสักการะพระบรมศพของข้าราชการจนทำให้ประชาชนต้องใช้เวลาเข้าแถวรอนานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีรับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว และอยากให้ถ้อยทีถ้อยอาศัยไม่แบ่งแยกกัน เพราะข้าราชการก็คือลูกหลานคนไทย และทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อเห็นสิ่งใดไม่เหมาะสม ก็อยากให้พูดตักเตือน เชื่อว่าเจ้าหน้าที่พร้อมรับฟังและแก้ไข อย่างไรก็ตาม สำนักนายกรัฐมนตรีประกาศงดนำข้าราชการเข้าสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคมเป็นต้นไป เพื่อความเหมาะสมและเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ที่ผ่านมาข้าราชการแต่ละหน่วยงานหมุนเวียนเข้าฟังพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมทุกวัน และขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากการฟังพระพิธีธรรม จึงคิดว่าไม่มีข้าราชการคนใดต้องการเอาเปรียบประชาชน อีกทั้ง เชื่อว่าทุกคนยินดีและเต็มใจเข้าคิวเหมือนประชาชน

รอความชัดเจนเรียกวันที่5ธค.

ขณะที่พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเรียนออกมาชี้แจงเรื่องวันสำคัญในเดือนธันวาคม หลังมีการเสนอข่าวระบุการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันที่ 22 พฤศจิกายนมีมติเรียกว่าที่ 5 ธันวาคมเป็นวัน คล้ายวันพระราชสมภพ ร.9ว่า มีสื่อมวลชนบางส่วนเข้าใจคลาดเคลื่อน จึงขอชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องให้ทราบถึงเรื่องวันสำคัญในเดือนธันวาคมคือ วันที่ 5 ธันวาคม ไม่ได้ออกมาเป็นมติครม.แต่เป็นการพูดคุยในที่ประชุมครม.ว่าวันที่ 5 ธันวาคมปีนี้ ยังคงเป็นวันหยุดราชการ โดยสำนักพระราชวังจะจัดบำเพ็ญพระราชกุศลถวาย และจะมีพิธีพระราชทานสถาปนาเลื่อนและตั้งสมณศักดิ์แก่พระสังฆาธิการ ส่วนกิจกรรมของประชาชนสามารถทำบุญตักบาตรและทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้ สำหรับหน่วยงานราชการและเอกชนที่จะทำปฏิทินปี 2560 ขอให้รอความชัดเจนในการเรียกวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ วันที่ 5 ธันวาคมปีนี้จะไม่มีการจัดงานสโมสรสันนิบาต

แจ้งจับแก๊งอ้างชื่อหญิงแม้น

วันเดียวกัน ที่สน.พระราชวัง พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคลหรือ”ท่านใหม่” พร้อมม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต หรือ “หญิงแม้น” เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง หลังพบกลุ่มบุคคลแอบอ้างกับสำนักพระราชวังว่าเป็นญาติกับม.ร.ว.แม้นนฤมาส เพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

พล.ต.ม.จ.จุลเจิมเปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวตนได้ยินมานานแล้ว แต่ไม่มีหลักฐานเอาผิดคนเหล่านี้ กระทั่งวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เวลา 20.00 น. มีคนนำชื่อหญิงแม้นไปอ้างกับเจ้าหน้าที่วัง เมื่อตรวจสอบบริเวณทางเข้าด้านหลังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งเป็นทางเข้าพิเศษสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ พบว่าคนที่แอบอ้างนั้นเซ็นชื่อ น.ส.แม้นนฤมาศ ยุคล สวัสดิวัฒน์ จึงผ่านเข้ามาได้ และพาคนนอกอีก 4-5 คนเข้ามาด้วย แต่เจ้าหน้าที่เห็นชื่อแล้วผิดสังเกตจึงควบคุมตัวไว้ และตักเตือนก่อนปล่อยตัวไป ตนจึงนำหลักฐานทั้งรูปถ่ายบัตรประชาชน ลายเซ็นต์พร้อมเบอร์โทรศัพท์ และภาพจากวงจรปิดมอบให้ตำรวจ สน.พระราชวังดำเนินการ เพราะกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อราชสกุลทุกราชสกุล ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า พวกตนนำคนมาลัดคิว ให้อภิสิทธิ์บุคคลใกล้ชิด ตนมีหลักฐานหมด มีเกือบ 10 รายที่มาทำพฤติกรรมลักษณะดังกล่าว

พ.ต.อ.ธนกฤต ไชยจารุวุฒิ ผกก.สน.พระราชวัง กล่าวว่า หลังรับเรื่องพร้อมหลักฐานแล้ว ขอหารือสำนักพระราชวังว่าจะดำเนินการอย่างไร พร้อมเชิญเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมก่อนแจ้งความดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตัวบุคคลต่างๆตามภาพนั้น ตำรวจสามารถตรวจสอบและตามตัวมาสอบสวนได้

กระบี่สร้างบ้านปลาถวายพ่อหลวง

หลายจังหวัดทั่วประเทศยังคงจัดกิจกรรมทำความดีถวายในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ แสดงความอาลัย ความจงรักภักดี และถวายเป็นพระราชกุศล อย่างที่จ.กระบี่ นาย กิตติชัย เอ้งฉ่วน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นำเจ้าหน้าที่และประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมทำกิจกรรมรวมใจชาวกระบี่ สร้างบ้านปลา ถวายพ่อ ครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชนและชาวกระบี่ร่วมกันบริจาคท่อระบายน้ำที่เหลือจากการใช้ประโยชน์ เพื่อนำมาสร้างเป็นบ้านปลา เป็นที่อยู่ให้ปลา เป็นแหล่งอาหาร แหล่งสืบพันธ์ของสัตว์น้ำ ฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งทะเล รวมไปถึงการพัฒนาเป็นแหล่งประมง

ลพบุรีซ้อมจุดเทียนบนเขื่อนป่าสัก

ที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี คณะผู้จัดงาน “จุดเทียนศรัทธา มหาราชาภูมิพล ณ เขื่อนป่าสักชลสิทฺธิ์” และกำลังพลจากหน่วยทหารในจ.ลพบุรี 1,500 นาย นักเรียนโรงเรียนพัฒนานิคม 1,000 คน และโรงเรียนเพ็ญพัฒนา 500 คน ซักซ้อมการแปรอักษรบริเวณสนามหน้าลานพญานาค การจุดเทียน ในงาน “จุดเทียนศรัทธา มหาราชาภูมิพล ณ เขื่อนป่าสักชลสิทฺธิ์” ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 25 พฤศจิกายน เวลา 16.00 น. ซึ่งมีทั้งการแสดงกระโดดร่มแปรขบวนสัญลักษณ์เทิดพระเกียรติฯ การแปรอักษร การแสดงดนตรีบทเพลงพระราชนิพนธ์ การเล่าเรื่อง “เขื่อนของพ่อ” และปิดท้ายด้วยการจุดเทียนศรัทธา และกล่าวคำปฏิญาณ สืบสานตามรอยความดีพ่อของแผ่นดิน และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงต้นไม้ของพ่อ และเพลงความฝันอันสูงสุดในเวลา 18.19 น. ทั้งนี้ ในวันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นวันครบรอบปีที่ 17 แห่งการเสด็จฯทรงปิดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

ม.เว็บสเตอร์ ไทย เผยทุนเรียนต่อ มุ่งส่งเสริมให้สตรีได้รับการศึกษาที่ดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246037

x

ม.เว็บสเตอร์ ไทย เผยทุนเรียนต่อ มุ่งส่งเสริมให้สตรีได้รับการศึกษาที่ดี

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ดร.คีธ เวสช์ อธิการบดีมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย เว็บสเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยได้มีการมอบทุนให้แก่ นักศึกษาหญิงจำนวนสองรางวัลผ่านโครงการ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี โดยทุนการศึกษาดังกล่าว ประกอบด้วย ทุนค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมทั่วไปหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับการศึกษาเป็นเวลาสี่ปีโดยสามปีแรกจะเข้ารับการศึกษาที่มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ ประเทศไทย และอีกหนึ่งปีการศึกษาในมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการกับมหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ในระดับนานาชาติ อาทิ สหรัฐอเมริกาสวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร กรีซ จีน หรือกานา นอกจากนี้ยังได้รับตั๋วเครื่องบินไป-กลับการศึกษาต่างประเทศฟรีเพื่อเดินทางไปศึกษายังต่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมเว็บสเตอร์ เวิลด์ ทราเวลเลอร์

ดร.คีธ กล่าวว่า  ประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในเรื่องของการศึกษา ทั้งยังมีจุดมุ่งหมายที่ส่งเสริมให้สตรีได้รับการศึกษาที่ดี เพื่อการเป็นผู้นำ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยโดยคณะซิสเตอร์พระแม่แห่งลอเร็ตโต จนถึงปัจจุบันที่ ดร.เอลิซาเบ็ท (เบ็ท) เจ. สโตรเบิล อธิการบดี มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ เข้ารับตำแหน่ง ได้แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงได้รับตำแหน่งและบทบาทสำคัญภายในองค์กร ซึ่งเราหวังว่าทุนการศึกษาที่มอบให้นี้จะช่วยกระตุ้นให้ผู้หญิงมีความอยากเรียนรู้ให้มีการศึกษาที่สูงขึ้นและได้รับตำแหน่งเป็นผู้นำในอาชีพที่ตนเองใฝ่ฝัน ซึ่งมหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ประเทศไทย มีทั้งหมดสองวิทยาเขต ได้แก่ ศูนย์วิชาการกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ที่ตึกเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ถนนสาทร และวิทยาเขตชะอำ/หัวหิน ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งภายหลังจากการก่อตั้งเป็นวิทยาลัยสำหรับผู้หญิงในปี พ.ศ.2458 มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์มุ่งมั่นที่จะมอบการศึกษาที่มีคุณภาพให้แก่ผู้หญิง อันเป็นภารกิจของเราในการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก้าวสู่ความเป็นเลิศส่วนบุคคลและเป็นพลเมืองที่ดีให้แก่โลก ด้วยเหตุนี้เราจึงรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมการศึกษา ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และด้วยจำนวนมหาวิทยาลัยที่ครอบคลุมทั้งสี่ทวีป มหาวิทยาลัยได้มอบการศึกษาระดับโลกให้แก่นักเรียนในศตวรรษที่ 21

  มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ ประเทศไทยดำเนินการเรียนการสอนมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2542 มีทั้งหมดสองวิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขตชะอำ/หัวหิน สำหรับหลักสูตรปริญญาตรี และศูนย์วิชาการกรุงเทพฯสำหรับหลักสูตรปริญญาโทและบางภาควิชาสำหรับหลักสูตรปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ประเทศไทยได้รับการรับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการรับรองคุณวุฒิฯ ของสหรัฐอเมริกา (The Higher Learning Commission,USA) และผ่านการรับรองจากสภารับรองโรงเรียนธุรกิจและโปรแกรม คณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการตามกฎหมายไทย และได้รับการรับรองคุณภาพในระดับ “ดีเยี่ยม” จากสำนักงานรับรองมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติและการประเมินคุณภาพ (สมศ.)

เก็บมาคิด : เรื่องเล็กๆน้อยๆ ของข้าราชการไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246036

x

เก็บมาคิด : เรื่องเล็กๆน้อยๆ ของข้าราชการไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เรื่องของปลัดกระทรวงเกษตรฯที่ไม่สามารถตอบคำถาม นายกรัฐมนตรีได้ว่ากระทรวงเกษตรฯตั้งมากี่ปีแล้ว คนส่วนใหญ่คิดกันว่า เป็นเรื่องหน้าแตกของปลัดกระทรวง แต่สำหรับผมกลับมองว่า “ไม่ใช่”แต่มันเป็นอุทาหรณ์ที่จะทำให้นายกรัฐมนตรีได้ตระหนักถึงการทำงานของกระทรวงต่างๆ ว่าผู้บริหารมีสมรรถภาพ และจิตวิญญาณแห่งการทำงานมากน้อยแค่ไหน

ซึ่งมันบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าผู้ครอบครองตำแหน่ง มีความใส่ใจ และรู้จักขอบข่ายของการทำงานของตนเองมากน้อยแค่ไหน เพราะการทำงานที่รู้เขารู้เราย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ

เมื่อมีตัวอย่างที่เกิดขึ้นในเชิงประจักษ์แบบนี้ น่าที่นายกรัฐมนตรีควรจะเก็บเอามาคิดได้ว่า “การที่ผลงานของกระทรวงหลายแห่งไม่มีความก้าวหน้า เต็มไปด้วยปัญหานานาประการ เกิดขึ้นมาจากจิตวิญาณของผู้บริหารระดับสูงใช่หรือไม่” และเมื่อยอมรับว่า ใช่ ก็คงต้องเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาในจุดนี้เป็นอันดับแรก เพราะเป็นปัญหาที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด และไม่มีใครกล้าโต้เถียง
ว่าตนเองยังมีประสิทธิภาพในการทำงานอยู่เพราะแม้แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดยังแก้ไขไม่ได้ นับประสาอะไรกับเรื่องที่ต้องใช้สติปัญญาในการแก้ไขที่เห็นได้ยากกว่า และซับซ้อนกว่าเขาจะสามารถแก้ไขได้

ผมจะขอยกตัวอย่างที่เห็นมาบ่อยที่สุด จากสายงานที่ผมได้ประสบพบเห็นอยู่ทุกวัน ดังต่อไปนี้

สถานการศึกษา หากสถาบันใด ที่มีส้วมส่งกลิ่นเหม็น สกปรก รู้ได้ทันทีว่าผู้บริหารขาดประสิทธิภาพ เพราะส้วม เป็นสิ่งที่ทุกคนรับรู้ว่า เป็นแหล่งสกปรก ในเมื่อทั้งๆ ที่รู้ก็ยังไม่สามารถจัดการให้ดีได้ นับประสาอะไรกับงานที่ยากกว่า และซับซ้อนกว่านี้

กระทรวงวัฒนธรรม เป็นกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของชาติ นับตั้งแต่เข้าไปในเขตบริเวณกระทรวงเริ่มตั้งแต่ รปภ. ที่ยืนจ่ายบัตร ขาดซึ่งวัฒนธรรมก็ไม่ต้องไปดูที่อื่นๆ อีกแล้ว เมื่อเข้ามาถึงตัวกระทรวงหากข้าราชการคนใด มีกริยาที่ขัดต่อวัฒนธรรมประเพณี ซึ่งกระทรวงเป็นผู้ส่งเสริมอนุรักษ์อยู่ ก็ไม่ต้องไปยกย่องว่าผู้บริหารเป็นคนเก่งได้อีกแล้วเช่นกัน

กระทรวงศึกษา ถ้าคนในกระทรวงยังเป็นกลุ่มคนที่ไม่มีจิตใจในการใฝ่หาความรู้ ชอบที่จะปล่อยเวลาให้หมดไปอย่างไร้สาระเพียงวันๆ ก็สามารถประเมินถึง ความใส่ใจของผู้บริหารได้เลย

ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ไม่ชอบที่จะทำงานในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ แต่ชอบทำงานในส่วนอื่นๆ ที่สามารถสร้างผลประโยชน์ส่วนเกินให้กับตัวเองได้มากกว่า ประสิทธิภาพในการทำงานของ ข้าราชการไทยจึงต้องปฏิรูปกันทุกๆ ปีอย่างที่ผ่านมานั่นแหละ

ชนิตร ภู่กาญจน์

มรภ.สงขลาสร้างผู้ประกอบการมืออาชีพ เตรียมความพร้อมนศ.เป็นนักธุรกิจหน้าใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246035

x

มรภ.สงขลาสร้างผู้ประกอบการมืออาชีพ เตรียมความพร้อมนศ.เป็นนักธุรกิจหน้าใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผศ.นิตยา จิตรักษ์ธรรม คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยถึงการสัมมนาความท้าทายในการเป็นผู้ประกอบการอย่างมืออาชีพ ว่าวัตถุประสงค์เพื่อให้นักศึกษารู้ถึงวิธีการจัดการและการปรับตัวของภาคธุรกิจ ฝึกเป็นผู้ประกอบการ สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตนเองหรือปรับใช้ในการดำเนินชีวิต เนื่องจากสภาวะปัจจุบันประเทศไทยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก ส่งผลต่อการประกอบการของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งนำไปสู่ปัญหาการเลิกกิจการ มีผลให้เกิดผู้ว่างงานหรือผู้ถูกเลิกจ้างเป็นจำนวนมาก และส่งผลกระทบกับธุรกิจรายใหม่ที่เพิ่งเริ่มธุรกิจไม่สามารถอยู่รอดได้ ภาครัฐจึงมีนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของ SMEs โดยถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ด้วยการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันก็ช่วยเหลือพัฒนาผู้ประกอบการเดิมที่ยังคงมีศักยภาพให้อยู่รอดเพื่อให้ SMEs ทั้งรายใหม่และรายเดิมสามารถอยู่รอดได้

คณบดีคณะวิทยาการจัดการ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอดีตผู้ที่มีการศึกษาสูงมักมุ่งประกอบอาชีพเป็นพนักงานหรือลูกจ้าง ในขณะที่ผู้ที่มีการศึกษาไม่สูงนักมักเลือกประกอบอาชีพอิสระเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งมักจะมีพื้นฐานความรู้ไม่เพียงพอที่จะบริหารจัดการและปรับปรุงพัฒนากิจการให้มีขีดความสามารถเพียงพอที่จะแข่งขันได้ ภายใต้ระบบการค้าเสรียุคใหม่ กลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาส่งเสริม SMEs จึงมุ่งเชิญชวนผู้ที่มีการศึกษาดี มีประสบการณ์ และมีความรู้ความสามารถให้ก้าวเข้ามาเป็นผู้ประกอบการ ดังนั้น การเสริมสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่จึงถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ให้เติบโตและมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศสามารถฟื้นตัวและมีภูมิคุ้มกันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คุรุสภารับสมัคร รองเลขาธิการ2ตำแหน่ง อายุไม่เกิน65ปี ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246038

คุรุสภารับสมัคร รองเลขาธิการ2ตำแหน่ง อายุไม่เกิน65ปี ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง

คุรุสภารับสมัคร รองเลขาธิการ2ตำแหน่ง อายุไม่เกิน65ปี ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
คุรุสภาประกาศรับสมัครบุคคลผู้มีคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ เข้ารับการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่ง “รองเลขาธิการคุรุสภา” จำนวน 2 ตำแหน่ง ซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี โดยมีหน้าที่รับผิดชอบช่วยเลขาธิการคุรุสภาปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย ทั้งในด้านการบริหารงานการปกครองบังคับบัญชา ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกำกับดูแลการบริหารงานในสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาตามที่ได้รับมอบหมาย โดยผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสรรหาต้องเป็นผู้สามารถทำงานให้แก่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้เต็มเวลามีคุณสมบัติทั่วไป ดังนี้ 1)มีสัญชาติไทย 2)อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน 65 ปี และ 3) มีความรู้ ความสามารถเหมาะสมกับกิจการของคุรุสภา ส่วนคุณสมบัติเฉพาะ ต้องประกอบด้วย1)มีวุฒิไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี และ 2)มีประสบการณ์ด้านการบริหาร ทั้งนี้ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม คือ 1)เป็นบุคคลล้มละลายซึ่งศาลยังไม่สั่งให้พ้นจากคดี2)เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ 3)เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ 4)เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือตำแหน่งที่รับผิดชอบเกี่ยวกับพรรคการเมือง 5)เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และ 6)เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับคุรุสภา สำหรับวิธีการสรรหา คณะอนุกรรมการสรรหาฯ จะพิจารณาความรู้ความสามารถ และความเหมาะสม จากหลักฐานการสมัคร และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสัมภาษณ์ ตามลำดับการสมัคร ภายในวันที่ 23 ธันวาคม 2559 ภายหลังจากสัมภาษณ์จะเสนอบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการสรรหา จำนวน 2 เท่า นำเสนอคณะกรรมการคุรุสภา พิจารณาคัดเลือก ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการคุรุสภาให้ถือเป็นที่สุด

‘ม.กรุงเทพ’ร่วมร้องเพลง’สรรเสริญพระบารมี’ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ’ในหลวง ร.9′

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246125

'ม.กรุงเทพ'ร่วมร้องเพลง'สรรเสริญพระบารมี' น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ'ในหลวง ร.9'

‘ม.กรุงเทพ’ร่วมร้องเพลง’สรรเสริญพระบารมี’ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ’ในหลวง ร.9′

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 19.48 น.

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดกิจกรรม “รวมพลังความจงรักภักดี เพื่อร่วมกันรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพปีที่ 89” โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์และนักศึกษา ใส่เสื้อขาวและเสื้อดำยืนแปรอักษร รูปเพชร และเลข 9 ต่อจากนั้นร่วมร้องเพลงชาติ และจุดเทียนร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีโดยยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 นาที ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

วธ.ประกาศตามหา 9 บุคคลในภาพแห่งความจงรักภักดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246117

วธ.ประกาศตามหา 9 บุคคลในภาพแห่งความจงรักภักดี

วธ.ประกาศตามหา 9 บุคคลในภาพแห่งความจงรักภักดี

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 19.36 น.

23 พ.ย. 59 นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า สำหรับภาพบันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. ที่ผ่านมา ทางวธ.ได้คัดเลือกจาก 5 หมื่นภาพ นำมาจัดนิทรรศการ “ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” รวมทั้งหมด 178 ภาพ ที่ลานสังคีต ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค. 2559 จนถึง 30 พ.ย.2559 โดยทางวธ.ได้รับมอบหมายให้รวบรวมภาพบันทึกเหตุการณ์ ข้อมูลเกี่ยวกับงานพระราชพิธีพระบรมศพ เพื่อจัดทำเป็นจดหมายเหตุ

นายวีระ กล่าวต่อว่า ดังนั้น วธ.จึงคัดเลือกภาพแห่งความจงรักภักดี 9 ภาพ โดยคัดเลือกภาพที่ประชาชนร่วมกันเลือกที่เห็นว่า ตรงกับความรู้สึกตนเองมากที่สุดผ่านระบบออนไลน์ และประชาชนเลือกผ่านการเข้าชมภายในนิทรรศการ ภาพแห่งความจงรักภักดี 9 ภาพ ที่ได้รับการคัดเลือก ประกอบด้วย

ภาพที่ 1 หญิงวัยกลางคนร่ำไห้ ในมือถือพระบรมฉายาลักษณ์และน้ำตาไหลอาบแก้ม ผู้ถ่ายภาพ คุณสโรชา หวังดี

ภาพที่ 2 หญิงสาวกำลังพนมมือไหว้และร้องไห้อย่างสุดอาลัย ณ โรงพยาบาลศิริราช ผู้ถ่ายภาพ คุณทวีพงษ์ ประทุมวงษ์

ภาพที่ 3 หญิงสาว 2 คน กำลังร่ำไห้อย่างสุดอาลัย น้ำตานองหน้า ผู้ถ่ายภาพ คุณนิสากร ปิตุยะ

ภาพที่ 4 เด็กชายกำลัง ยกมือพนมไหว้และนั่งอยู่ในอ้อมแขนชายสูงวัย ผู้ถ่ายภาพ คุณพรทิพย์ เจริญไพศาลศิริ

ภาพที่ 5 ผู้ชาย ยกภาพพระบรมฉายาลักษณ์เหนือหัว สีหน้าเศร้าโศก ผู้ถ่ายภาพ คุณณกฤช จรูญศรีรักษ์

ภาพที่ 6 หญิงสาวก้มหน้าร้องไห้ด้วยความอาลัย น้ำตาหยดบนภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ผู้ถ่ายภาพ คุณวสันต์ วณิชชากร

ภาพที่ 7 หญิงสาวนั่งพนมมือไหว้ ในมือถือพระบรมฉายาลักษณ์ ผู้ถ่ายภาพ คุณปรีดา หวายนำ

ภาพที่ 8 หญิงสาวกำลังเก็บขยะ ผู้ถ่ายภาพ คุณอนุชิต สุนทรกิติ

ภาพที่ 9 หญิงสาวชุดดำนั่งร้องให้และกอดภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ผู้ถ่ายภาพ คุณนวลพรรณ นาคปรีชา

รมว.วธ. กล่าวอีกว่า ในวันที่ 29 พ.ย.นี้ ทางวธ.จะเชิญบุคคลที่อยู่ในภาพทั้ง 9 ท่าน มาร่วมบอกเล่าความรู้สึกและเหตุการณ์ในวันดังกล่าว โดยบุคคลทั้ง 9 สามารถติดต่อกลับมายัง สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม โทร. 02-422-8828-9 ในวันเวลาราชการ หรือโทรศัพท์มือถือ 081-908-9330 และ 086-668-4102

ทั้งนี้ ทางกระทรวงกำลังคัดเลือกภาพบันทึกเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559 เป็นต้นมา ที่ประชาชน ช่างภาพอาสาสมัคร และช่างภาพอาชีพ จัดส่งมายัง วธ.เพื่อจัดแสดงนิทรรศการ “ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” เป็นชุด 2 ซึ่งจะเริ่มจัดนิทรรศการและเปิดให้ประชาชนเข้าชม ในวันที่ 2 ธ.ค.2559 จนถึงวันที่ 21 ม.ค.2560 ต่อไป

ขอ’ปชช.-ขรก.’ถ้อยทีถ้อยอาศัย กรณีเข้ากราบสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246074

ขอ'ปชช.-ขรก.'ถ้อยทีถ้อยอาศัย กรณีเข้ากราบสักการะพระบรมศพ

ขอ’ปชช.-ขรก.’ถ้อยทีถ้อยอาศัย กรณีเข้ากราบสักการะพระบรมศพ

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 17.10 น.

23 พ.ย.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของข้าราชการ จนทำให้ประชาชนต้องใช้เวลารอนาน ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว และอยากให้ทั้งสองฝ่ายถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ไม่แบ่งแยก เพราะข้าราชการก็คือลูกหลานคนไทย และทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ การน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดย นายกฯ ระบุว่า เมื่อเห็นสิ่งใดที่ไม่เหมาะไม่ควร ก็อยากให้ตักเตือนกัน ไม่ควรว่ากล่าวหรือวิพากษ์วิจารณ์แบ่งฝักแบ่งฝ่าย โดยเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมรับฟังและให้ความร่วมมือแก้ไข ซึ่งล่าสุดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ประกาศงดนำข้าราชการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค.59 เป็นต้นไปแล้ว เพื่อความเหมาะสมและเป็นระเบียบเรียบร้อย

ทั้งนี้ พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาข้าราชการแต่ละหน่วยงานจะหมุนเวียนกันเข้าร่วมฟังพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมเป็นประจำทุกวัน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากการฟังพระพิธีธรรม จึงคิดว่าไม่มีข้าราชการคนใดต้องการจะเอาเปรียบประชาชน และเชื่อว่าทุกคนยินดีและเต็มใจจะเข้าคิวเหมือนกับประชาชน ส่วนกรณีที่มีภาพข้าราชการวางตัวไม่เหมาะสมขณะปฏิบัติหน้าที่ในพระบรมมหาราชวัง แชร์กันในโซเชียลมีเดียนั้น ผู้บังคับบัญชาได้มีการตักเตือนและดำเนินการทางวินัยแล้ว โดยนับจากนี้ขอให้ข้าราชการที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ทุกคน รักษาระเบียบวินัย และแสดงกิริยาอาการด้วยความสำรวม เหมาะสม เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประชาชน