ผู้พิการบ้านราชาวดีหญิง กราบสักการะพระบรมศพ’ในหลวงร. 9′

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246041

ผู้พิการบ้านราชาวดีหญิง กราบสักการะพระบรมศพ'ในหลวงร. 9'

ผู้พิการบ้านราชาวดีหญิง กราบสักการะพระบรมศพ’ในหลวงร. 9′

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 15.47 น.

23 พ.ย. 59 เวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่และผู้ปกครองจากสถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (หญิง) หรือบ้านราชาวดีหญิง ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้พาเด็กพิการทางสติปัญญา และผู้พิการซ้ำซ้อน อายุระหว่าง 7-18 ปี จำนวน 23 คน เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

นางวิมลพรรณ กุญแจทอง ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (หญิง) กล่าวว่า เด็ก ๆทุกคนต้องการจะมาสักการะพระบรมศพ เพราะเด็กๆเหล่านี้รับรู้ถึงการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนี้เป็นอย่างดี เพราะทุกเช้าเวลาเข้าแถวเคารพธงชาติ ผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่จะเล่าถึงพระราชกรณียกิจของพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล ที่ทรงงานเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม ให้เด็กๆฟังทุกวัน จนเด็กๆเขาซึมซับเข้าไปในความรู้สึก

“วันที่พระเจ้าอยู่หัวภูมิพล เสด็จสวรรคต ผู้ปกครองทุกคนได้บอกให้เด็กทราบ ซึ่งเด็กๆทุกคนเมื่อทราข่าวนี้แล้วล้วนอยู่ในอาการนิ่งสงบ อันเป็นสิ่งที่ขัดกับพฤติกรรมของเด็กๆที่มีความบกพร่องทางด้านนี้มักจะอยู่นิ่งเฉยๆไม่ค่อยได้  และที่ผ่านมาทางโรงเรียนก็ได้จัดกิจกรรมถวายอาลัยพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล มาโดยตลอดทั้งลงนามถวายความอาลัย และทำพิธีแปรอักษรโดยเด็กๆผู้พิการทางสติปัญญาและพิการซ้ำซ้อน”

นางวิมลพรรณ กล่าวถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อผู้พิการทางสติปัญญา และพิการซ้ำซ้อน ว่า พระองค์ได้พระราชทานพื้นที่ราชพัสดุจำหนึ่งในจ.นนทบุรี เพื่อสร้างสถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (หญิง)  ให้เด็กๆเหล่านี้มีที่พักอยู่อาศัย ถึงแม้ว่าพระองค์จะไม่เคยเสด็จฯมาเลยก็ตาม แต่คณะผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่ทุกคนยังคงจดจำพระราชดำริของพระองค์ท่าน ที่ทรงเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนดูแลเด็กๆเหล่านี้ให้ดี และทุกคนก็นำพระราชดำรินี้มาใส่เกล้าและจะดำเนินตามพระราชดำรินั้นให้ดีที่สุด

“พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำริถึงเด็กๆผู้พิการทางสมองปัญญาและพิการซ้ำซ้อนเสมอว่า ให้ผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่ดูแลเด็กๆกลุ่มนี้ให้ดี เพราะเขาเกิดมาเป็นแบบนี้ก็น่าเห็นใจอยู่แล้ว อีกทั้งยังถูกทอดทิ้งจากผู้เป็นบุพการีผู้ให้กำเนิด ฉะนั้นผู้ปกครองที่บ้านราชาวดีทุกคนจะดูแลเด็กๆกลุ่มนี้ให้ดีที่สุดจนกว่าชีวิตจะหาไม่ เพื่อเป็นการตอบแทนในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้”

น.ส.ไพลิน ชื่นอารมย์ อายุ 17 ปี ผู้พิการทางสติปัญญา กล่าวว่า รักในหลวงรัชกาลที่ 9 มากเพราะท่านมีความเมตตาต่อประชาชน พระองค์ทรงมีโครงการในพระราชดำริเพื่อคนไทยมากมาย ทรงสร้างเขื่อนเก็บน้ำ  และโครงการกังหันชัยพัฒนาเพื่อบำบัดน้ำเน่าเสีย เป็นประโยชน์กับประชาชน และหลักความพอเพียง ไม่ใช่จ่ายเกินตัว ซึ่งที่ผ่านมาผู้พิการจะได้รับพระราชทานเลี้ยงอาหารประจำปี รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิการก็ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป

ขณะที่ น.ส.ประภาพร นกนาก อายุ 16 ปี ผู้พิการขาอ่อนแรงทั้งสองข้างตั้งแต่กำเนิด กล่าวว่า ตอนที่ตนและครอบครัวทราบว่าพระองค์สวรรคตก็เสียใจกันมาก แม้ว่าตนจะไม่เคยไปรับเสด็จฯ หรือเห็นพระองค์ทรงงาน แต่พ่อกับแม่ก็จะบอกเสมอว่านี่คือพระเจ้าอยู่หัวของเรา พระองค์ทรงงานหนักและทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดี พ่อกับแม่จะสอนเสมอว่าให้ตนเป็นเด็กดี ช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่ทำได้

น.ส.ประภาพร กล่าวต่อว่า พวกตนมาเข้าคิวสักการะพระบรมศพตั้งแต่เวลา 06.30 น. แม้จะรอนาน แต่ก็ไม่รู้สึกเหนื่อยหรือท้อเลย ถึงจะไม่ได้ขึ้นไปกราบสักการะพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แต่ได้กราบสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ด้านล่างพระที่นั่งดุสิตฯก็ดีใจและภูมิใจมากแล้ว เพราะในชีวิตนี้ตนไม่รู้จะทดแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อพวกเราชาวไทยได้อย่างไร ตนก็อธิษฐานขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย และตั้งใจว่าจะเป็นลูกที่ดี เชื่อฟังพ่อแม่ และช่วยพ่อแม่ทำงาน

ด้านน.ส.ขนิษฐา บุญเกิด หนึ่งในผู้พิการที่พักอาศัยอยู่ที่บ้านราชาวดี ปากเก็ด กล่าวสั้นๆ ว่า ดีใจมากที่ได้เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพในหลวง รักในหลวงมาก ก็อยากจะมาไหว้ในหลวงอีก

สมเด็จพระบรมฯทรงพระราชทานอาหาร แก่ปชช.ที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246011

สมเด็จพระบรมฯทรงพระราชทานอาหาร แก่ปชช.ที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพ

สมเด็จพระบรมฯทรงพระราชทานอาหาร แก่ปชช.ที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพ

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.40 น.

23 พ.ย.59 ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชนโดย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาแสดงความอาลัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่ม พระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายประชาชน ประจำวันที่ 23 พ.ย.ประกอบด้วย มื้อเช้า เวลา 07.00 น.เกี๊ยวน้ำ 1,500 ถ้วย นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวัน เวลา 11.00 น.ก๋วยเตี๋ยวไก่ 1,000 ถ้วย ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ 1,000 ถ้วย ข้าวผัดกะเพรา 1,000 จาน ข้าวน้ำพริกลงเรือ 1,000 จาน มื้อบ่าย เวลา 16.00 น.ขนมไทย 1,000 กล่อง ข้าวเหนียวหมูทอด – ไก่ทอด 1,000 ชุด เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง มื้อเย็น เวลา 18.00 น.ข้าวผัดเผ็ดหมูป่า – ไข่ยางมะตูม 2,000 จาน ขณะเดียวกันมีน้ำดื่มสมุนไพร 500 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดา ให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กองวังแจ้งว่า สำหรับวันที่ 1 – 2 ธ.ค.ที่มีการงดการเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เนื่องในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ทางเต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะมีการงดแจกจ่ายอาหาร แต่ยังมีน้ำดื่มและน้ำสมุนไพรพระราชทานคอยให้บริการตลอดทั้งวัน ซึ่งทุกวันจะมีจิตอาสามาคอยช่วยให้บริการเสิร์ฟน้ำดื่มและอาหาร โดยเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ ที่มีจิตอาสามาช่วยเพียงพอแล้ว แต่วันธรรมดาจะมีจิตอาสาจำนวนน้อย ทำให้บริการไม่ทั่วถึง จึงขอเชิญชวนโรงเรียนต่างๆ ช่วยนำกลุ่มนักเรียนจิตอาสามาให้บริการประชาชนในวันธรรมดา เพื่อให้บริการได้ทั่วถึงมากขึ้น

ส่วนที่เต็นท์ 11 มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช โซนเหนือ ภายในท้องสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์  อัครราชกุมารี พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงห่วงใยในพสกนิกรที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีรับสั่งให้มีหน่วยแพทย์พระราชทาน มาดูแลสุขภาพประชาชนเป็นประจำทุกวัน ต่อเนื่องจนครบ 100 วัน ระหว่างเวลา 10.00 – 19.00 น.สำหรับวันนี้มีหน่วยแพทย์ เภสัชกร พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล และบุคลากร จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จำนวน 15 คน และแพทย์ พยาบาล จากโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ จำนวน 4 คน มาให้บริการดูแลประชาชนตลอดทั้งวัน โดยส่วนใหญ่ประชาชนมีอาการปวดศรีษะและมีไข้หวัดมาเข้ารับการรักษา

ขณะเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์  อัครราชกุมารี ทรงพระราชทานอาหารมื้อกลางวัน ซึ่งแจกจ่ายให้ประชานในเวลา 12.00 น.สำหรับเมนูวันนี้เป็น ข้าวน่องไก่อบซอส จำนวน 500 กล่อง พร้อมขนมและน้ำดื่ม

ประชาชนร่วมแสดงความอาลัย เข้าถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246001

ประชาชนร่วมแสดงความอาลัย เข้าถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

ประชาชนร่วมแสดงความอาลัย เข้าถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.59 น.

23 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 04.45 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนที่นั่งรถวีลแชร์ ได้เดินทางเข้าถวายบังคม พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี เป็นคณะแรก ก่อนที่เวลา 04.50 น. จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าเข้าถวายบังคม โดยมีพสกนิกรที่ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศเพื่อเข้าคิวรอเป็นจำนวนมาก

ด้าน นางสุขใจ ถาวรกุลชัย อายุ 74 ปี ชาว กทม.กล่าวว่า ตนและลูกสาวพร้อมเพื่อนบ้านเดินทางมาถึงสนามหลวงตั้งแต่ตี 3 เพื่อมาเข้าคิวรอกราบสักการะพระบรมศพ ก่อนนี้เคยมาแล้วแต่ได้กราบอยู่ที่กำแพงพระบรมมหาราชวัง แต่วันนี้มาเช้าหน่อยเพื่อให้ได้เข้าไปกราบใกล้ๆ ก็ไม่รู้สึกท้อ ทุกคนตั้งใจมากและได้เตรียมพร้อมในเรื่องสื้อผ้าให้ถูกระเบียบ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่านรักประชาชนและประชาชนทุกคนก็รักพระองค์มากเช่นกัน ท่านทรงเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน ทั้งเรื่องความประหยัด ความกตัญญูต่อสมเด็จย่า และทรงพัฒนาฝนเทียม การชลประทานเพื่อช่วยเหลือชาวไร่ชาวนา และท่านทรงให้โอกาสคนโดยการให้การศึกษา และทรงมีพระราชดำรัสเพื่อเป็นแนวทางแก่พสกนิกร ซึ่งความดีของพระองค์ไม่สามารถพรรณาได้หมด ทุกสิ่งที่พระองค์ทำนั้น ดีต่อพสกนิกรชาวไทยและดีต่อประเทศไทยทั้งสิ้น

ขณะที่ นายรัตฐกาน แซ่ม้า อายุ 40 ปี ชาวเขาเผ่าม้ง อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร เดินทางมาพร้อมลูกสาว น.ส. เมวดี แซ่ม้า อายุ 18 ปี  และญาติพี่น้องอีก 2 คน ตั้งใจปั่นจักรยานจาก อ.คลองลาน มาถวายบังคมพระบรมศพ สักครั้งหนึ่งในชีวิต โดย นายรัตฐกาน กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า แม้ว่าการเดินทางมายังพระบรมมหาราชวังจะสามารถมาโดยรถยนต์ส่วนตัว หรือรถประจำทางก็ได้ แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงที่ปกเกล้าชาวไทย จึงตั้งใจที่จะปั่นจักรยานเพื่อถวายความอาลัยและแสดงความจงรักภักดี ได้ออกเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 20 พฤศจิกายน ซึ่งเมื่อลูกสาวรู้ว่าตนเองจะปั่นจักรยานมาถวายสักการะพระบรมศพ ลูกสาวก็ขอมาด้วย และบอกว่าอยากมาแสดงความจงรักภักดีแด่พระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งตนก็สอนให้ลูกสาวเป็นคนดีและตอบแทนสังคม และอยู่ทางพอเพียงตามแนวทางของพระองค์ท่าน โดยระหว่างทางแวะนอนพักที่วัดบ้าง ที่ศาลาริมทางบ้าง เดินทางมาถึงวันนี้ราว 04.00 น. ซึ่งระยะทางที่ปั่นมาราว 350-400 กิโลเมตร นี้ เทียบไม่ได้กับระยะทางที่พระองค์ท่านได้เดินทางไปทั่วทุกสารทิศในแผ่นดินไทย

“ในหลวงทรงมีพระเมตตากับชาวเขาเป็นอย่างมาก ทรงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดาน แม้ว่าจะไม่เคยรับเสด็จท่านก็รับรู้ได้ถึงพระเมตตาของพระองค์ท่าน และพระองค์ท่านยังได้นำความรู้และเปลี่ยนแปลงให้ชาวเขาได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี จากเดิมรุ่นปู่ย่าตายายปลูกฝิ่นหารายได้ แต่พระองค์ท่านได้ส่งเสริมให้ปลูกพืชเกษตร ซึ่งไว้สำหรับกินเองและยังขายหารายได้ ปัจจุบันตนเองก็ปลูกข้าว ปลูกมัน เลี้ยงไก่ หมู ปลา กินอยู่พอเพียง ที่เหลือก็ขาย” นายรัตฐกาน กล่าว

ขณะที่ น.ส.เมวดี กล่าวว่า อยากเดินทางมาสักการะพระองค์ท่านพร้อมกับพ่อ และอาจจะเป็นครั้งเดียวที่ได้มา โดยส่วนตัวรับรู้และรู้จักพระองค์ท่านตั้งแต่เด็กจากการบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ในเผ่าม้ง ซึ่งท่านมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวเขาเผ่าม้งมาก ซึ่งตนจะประพฤติคนเป็นคนดี ยึดหลักความพอเพียงและใช้จ่ายอย่างประหยัด

สรุปยอดปชช.ประจำวันที่22พ.ย. เข้าถวายบังคมพระบรมศพ3.7หมื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245999

สรุปยอดปชช.ประจำวันที่22พ.ย. เข้าถวายบังคมพระบรมศพ3.7หมื่น

สรุปยอดปชช.ประจำวันที่22พ.ย. เข้าถวายบังคมพระบรมศพ3.7หมื่น

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.44 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 22 พ.ย.59 ตั้งแต่เวลา 05.00-21.15 น. ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 37,820 คน รวม 25 วัน มี 788,118คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,595,403.75 บาท รวม 25 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 57,628,355.25 บาท

วธ.เน้นอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย6ประเภท บรรจุลงแผนตามยุทธศาสตร์ 20 ปีแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245867

x

วธ.เน้นอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย6ประเภท บรรจุลงแผนตามยุทธศาสตร์ 20 ปีแล้ว

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) เปิดเผยถึง ภารกิจในการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ.2559 ว่า มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม มีด้วยกันทั้งหมด 6 ประเภทได้แก่ 1.วรรณกรรมพื้นบ้านและภาษา 2.ศิลปะการแสดง 3.แนวปฏิบัติทางสังคมพิธีกรรม ประเพณีและเทศกาล 4.ความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล 5.งานช่างฝีมือดั้งเดิม 6.การเล่นพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน และศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ซึ่งปัจจุบัน วธ.ได้ขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยใน 6 สาขาไปแล้ว 318 รายการ ส่วนใหญ่เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในต่างจังหวัด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่าสำหรับนโยบายการส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของวธ.นั้น ขณะนี้วธ.จัดทำแผนงานรองรับเรียบร้อยแล้ว และจะจัดสร้างแหล่งเรียนรู้และเผยแพร่ความรู้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมตามยุทธศาสตร์ 20 ปีของ วธ. ได้แก่ 1.การพัฒนาพื้นที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแสดงและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมระดับโลก อาทิ อาคารสำนักงานกระทรวงวัฒนธรรม หอศิลป์ร่วมสมัย โรงละครแห่งใหม่ ห้องสมุดวัฒนธรรม เป็นต้น 2.การพัฒนาพื้นที่คลองห้าเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมระดับโลก อาทิ  พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์ อาคารคลังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์มรดกโลก และ3.การก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งธรณีพิบัติภัยสึนามิจ.พังงาใน 5 ปี ทั้งนี้ วธ.ตั้งเป้าหมายนำเสนอมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยเข้าสู่บัญชีมรดกภูมิปัญญาระดับโลก5 รายการ ได้แก่ โขน โนราห์ มวยไทย นวดไทย และอาหารไทยภายในวันที่ 31 มีนาคม 2560

โลกสดใสกายสุขสันต์ : ก้าวใหม่ของ ISPAH 2016 ยุทธศาสตร์กิจกรรมทางกาย ลดโรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245870

โลกสดใสกายสุขสันต์ : ก้าวใหม่ของ ISPAH 2016 ยุทธศาสตร์กิจกรรมทางกาย ลดโรค

โลกสดใสกายสุขสันต์ : ก้าวใหม่ของ ISPAH 2016 ยุทธศาสตร์กิจกรรมทางกาย ลดโรค

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

การเปิดการประชุมนานาชาติด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและสุขภาพ ครั้งที่ 6 (The 6th International Congress on Physical Activity and Health 2016 : ISPAH 2016 Congress) หรือ ISPAH 2016 โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ระหว่างวันที่ 16-19 พฤศจิกายน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โดยมีกระทรวงสาธารณสุข และกรุงเทพมหานคร เป็นเจ้าภาพร่วมซึ่งมีองค์การอนามัยโลก เป็นผู้สนับสนุนสำคัญ ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย

ภายในงานมีนักวิชาการ นักวิจัย ภาครัฐ และองค์กร เข้าร่วมประชุมกว่า 800 คน จาก 80 ประเทศ โดยก่อนเปิดการประชุมผู้เข้าประชุมทั้งหมด ร่วมกันยืนสงบนิ่ง เพื่อแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นเวลา 89 วินาที

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่าการประชุมในวันนี้ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านกิจกรรมทางกายจากหลากหลายประเทศทั่วโลก มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และความรู้วิชาการที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางกาย ซึ่งจะช่วยให้ทราบถึงปัญหาสถานการณ์ และนำไปสู่การนำเสนอนโยบายกิจกรรมทางกายในระดับประเทศต่อไป ทั้งนี้ หนึ่งในเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals) หรือSDGs คือ การมุ่งส่งเสริมความเป็นอยู่และสุขภาพที่ดีของประชากรในทุกช่วงวัย โดยลดอัตราการตายจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non Communicable Diseases หรือ NCDs) ให้ได้1 ใน 3 ภายในปี 2573

พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การขาดกิจกรรมทางกายถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักสำหรับกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาจจะนำไปสู่การเป็นโรคหัวใจ มะเร็งและเบาหวาน ดังนั้น ในการแก้ปัญหาการขาดกิจกรรมทางกายนี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งหลังจากการจัดประชุม ISPAH จะมีการร่างยุทธศาสตร์กิจกรรมทางกายแห่งชาติเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของประชาชนทุกกลุ่มวัย ผ่านมิติต่างๆ ทั้งระบบการศึกษา ระบบสาธารณสุข ระบบคมนาคม ระบบผังเมือง ชุมชน ซึ่งในขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข อยู่ระหว่างการจัดทำแผนยุทธศาสตร์กิจกรรมทางกายแห่งชาติฉบับแรกของไทย โดยมีเป้าหมายขับเคลื่อนให้เห็นผลจริงภายในอีก 5 ปีข้างหน้าและพร้อมจะผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติต่อไป

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า แต่ละปีประชากรโลก 35 ล้านคน ต้องเสียชีวิตเพราะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ ความดัน มะเร็งเบาหวาน ซึ่งมีสาเหตุสำคัญเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ที่มีปัจจัยเสี่ยงจาก เหล้า บุหรี่ อาหาร และขาดกิจกรรมทางกาย โดยสาเหตุเหล่านี้ สามารถรักษาและป้องกันได้ด้วยตัวเองทั้งสิ้น

และภายในงานนี้ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ได้กล่าวเอาไว้เป็นแง่คิดที่น่าฟังมาก ว่า ที่ผ่านมาในประเทศไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ สสส. ได้สนับสนุนให้ประชาชนหันมามีกิจกรรมทางกายเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการวิ่งเพื่อสุขภาพการปั่นจักรยาน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราต้องทำอีก คือ ควรจะสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายให้มากขึ้นและง่ายขึ้น เช่น การมีเลนขี่จักรยาน สวนสาธารณะที่ใช้งานได้ เส้นทางการเดินเท้าที่ทุกคนสามารถเข้าถึง และยังรวมไปถึงสิ่งแวดล้อมทางสังคมในเชิงกฎหมาย และนโยบายต่างๆที่ส่งเสริมกิจกรรมทางกายได้มากขึ้น โดยสิ่งเหล่านี้จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างอย่างยั่งยืนได้

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึง กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่สร้างปัญหาให้กับชุมชน ว่า มีการศึกษาแสดงให้เห็นถึงกิจกรรมทางกายว่าเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อกลุ่มโรคดังกล่าว ไม่แพ้การสูบบุหรี่ จึงจำเป็นต้องสนับสนุนให้คนมีกิจกรรมทางกายมากขึ้น ซึ่งการจัดสภาพแวดล้อม รวมถึงการร่างนโยบายต่างๆ เพื่อเอื้อและส่งเสริมให้คนมีกิจกรรมทางกายมากขึ้นก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งจะต้องได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมต่างๆ มาร่วมกันแก้ไขปัญหา สสส.เป็นองค์กรที่มีนวัตกรรมในการส่งเสริมด้านสุขภาพรูปแบบใหม่ โดยมีภารกิจหลักเพื่อให้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้น ทั้งกาย จิตใจ สังคมและปัญญา ด้วยการดำเนินงานและร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐสาธารณสุข ชุมชนท้องถิ่น และในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ งานวิจัย มาสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายที่ดีขึ้น เพื่อที่จะผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับสากล โดยเชื่อว่าการประชุมในครั้งนี้ จะสามารถผลักดันการดำเนินงานในเชิงกิจกรรมทางกาย ทำให้คนไทยรวมไปถึงทั่วโลกมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้

เรามีความเชื่อมั่นว่า จากการประชุมนานาชาติ ISPAH2016 ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดัน “กิจกรรมทางกาย”ให้กลายเป็นวาระระดับชาติของประเทศไทยในอนาคต

ปานมณี

มร.สส. เปิด แนวคิด อนาคต กำหนดเอง โชว์ผลงาน/จำลองรูปแบบการเรียนการสอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245868

มร.สส. เปิด แนวคิด อนาคต กำหนดเอง โชว์ผลงาน/จำลองรูปแบบการเรียนการสอน

มร.สส. เปิด แนวคิด อนาคต กำหนดเอง โชว์ผลงาน/จำลองรูปแบบการเรียนการสอน

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
นายรวีโรจน์ สิงห์ลำพอง หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) เปิดเผยว่า มร.สส.กำหนดจัดงาน จะจัดงานเปิดบ้านสวนสุนันทารับสมาชิกใหม่ SSRU Open House ระหว่างวันที่ 1-2 ธันวาคม 2559 ภายใต้แนวคิด อนาคต กำหนดเองได้ ซึ่งในงานประกอบไปด้วยเปิดคณะและวิทยาลัยจัดแสดงผลงานวิชาการจากนักศึกษาและอาจารย์ รวมถึงเปิดห้องปฏิบัติการ และจำลองรูปแบบการเรียนการสอนของสาขาวิชาต่างๆ เพื่อให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้รับทราบข้อมูล และค้นหาตนเองว่ามีความถนัดและความชอบในสาขาวิชาใด จะได้เป็นแนวทางในการเลือกคณะ และสาขาสำหรับการเรียนในระดับอุดมศึกษาต่อไปในอนาคต เพื่อเผยแพร่ผลงานทางด้านเอกลักษณ์ของความเป็น “สวนสุนันทา” ให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น ทั้งในแง่มุมของประวัติความเป็นมา ความภาคภูมิใจของนักศึกษา ตลอดจนผลงานทางวิชาการ และการค้นคว้าวิจัย โดยแบ่งเป็นพื้นที่การจัดงานเป็น 2 ส่วนหลัก โดยใช้หลักการจัดกลุ่มศาสตร์ พิจารณาจากปรากฏการณ์ที่ศาสตร์นั้นๆ มุ่งศึกษาโดยจำแนกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือกลุ่มวิทยาศาสตร์ ได้แก่ กลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์วิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ กลุ่มที่สองคือกลุ่มมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้แก่ กลุ่มวิชาที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์และสังคม อาทิ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ศึกษาศาสตร์การศึกษา ภาษาวรรณกรรม ศิลปะ ดนตรี เป็นต้น นอกจากนี้ภายในงานยังเปิดสมัครนักศึกษาพร้อมให้คำแนะนำในการเลือกสาขาวิชาตามความถนัดและสนใจของนักศึกษาอีกด้วย

‘สำนักพระราชวัง’แจ้ง1-2ธ.ค.59 งดเข้าถวายสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245964

'สำนักพระราชวัง'แจ้ง1-2ธ.ค.59 งดเข้าถวายสักการะพระบรมศพ

‘สำนักพระราชวัง’แจ้ง1-2ธ.ค.59 งดเข้าถวายสักการะพระบรมศพ

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 20.53 น.

22 พ.ย.59 เมื่อเวลา 19.45 น.สำนักพระราชวังแจ้งว่า สำนักพระราชวังจะปิดการจำหน่ายบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวังสำหรับนักท่องเที่ยว และงดการเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เนื่องในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ในวันที่ 1 – 2 ธ.ค.59 เป็นเวลา 2 วัน

สำหรับวันที่ 5 ธ.ค.59 และวันที่ 6 ธ.ค.59 จะมีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ สำนักพระราชวังจะปิดการจำหน่ายบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวังสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้ง 2 วัน แต่ยังคงเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ได้ตามปกติ

ชาวร้อยเอ็ดรวมพลังแห่งความภักดีถวายพ่อหลวง (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245893

ชาวร้อยเอ็ดรวมพลังแห่งความภักดีถวายพ่อหลวง (ประมวลภาพ)

ชาวร้อยเอ็ดรวมพลังแห่งความภักดีถวายพ่อหลวง (ประมวลภาพ)

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 17.45 น.

22 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.00 น. ณ หน้าศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด จัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี เพื่อร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 เห็นชอบให้จัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี เพื่อร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพปีที่ 89 ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 เวลา 08.00 น. พร้อมกันทั่วประเทศและต่างประเทศ

ซึ่งกิจกรรมประกอบด้วย การทำดีด้วยกาย เป็นการจัดกิจกรรมความดีถวายในหลวง เช่น การทำความสะอาดสาธารณะสถาน ให้บริการสาธารณะ เยี่ยมคนป่วยไข้ตามโรงพยาบาล อ่านหนังสือพิมพ์ให้เด็กพิการฟัง บำเพ็ญกุศลทางศาสนา การทำดีด้วยวาจา เป็นการปฏิญาณตนทำดีเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี หรือเพลงอื่นตามความเหมาะสม การทำดีด้วยใจ เป็นสิ่งที่ประชาชนทำอยู่แล้ว คือ ทำสมาธิสำรวมจิตภาวนา แผ่เมตตา ตั้งใจดี ตั้งมั่นทำความดีตามหลักคำสอนตามศาสนาที่ตนนับถือ

ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวอีกว่า จังหวัดร้อยเอ็ด กำหนดจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี ด้วยการร่วมกันร้องเพลงชาติ ปฏิญาณตนทำดีเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป เพื่อพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ด แสดงออกถึงความจงรักภักดี พร้อมกับสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงเสด็จเยือนจังหวัดร้อยเอ็ด 3 ครั้ง 3 ครา

นายกฯระบุรวมพลังแห่งความภักดี มุ่งหวังปชช.ทำดีถวาย’พ่อหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245860

นายกฯระบุรวมพลังแห่งความภักดี มุ่งหวังปชช.ทำดีถวาย'พ่อหลวง'

นายกฯระบุรวมพลังแห่งความภักดี มุ่งหวังปชช.ทำดีถวาย’พ่อหลวง’

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 15.47 น.
22 พ.ย.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการจัดกิจกรรมการ “รวมพลังแห่งความภักดี” ที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ และร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพปีที่ 89 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า กิจกรรมดังกล่าวมุ่งหวังให้ทุกคนช่วยกันทำความดีให้กับแผ่นดิน เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึงสถาบันในโอกาสต่อๆ ไปด้วย เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างไรก็ตาม กิจกรรมเหล่านี้จะเกิดตามช่วงระยะเวลาที่มีอยู่ จนกว่าจะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ