ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/245728
x
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/245728
x
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/245732
x
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/245757

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.59 ที่ห้องกิ่งเพชร โรงแรมเอเชีย ดร.ธนู กุลชล ที่ปรึกษาสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ( สสอท. ) มอบประกาศเกียรติคุณให้แก่ นายปพนชัย ฮกชุน นักศึกษาชั้นปี่ที่ 4 สาขาวิศวกรรมมัลติมีเดียและระบบอินเตอร์เน็ต คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับรางวัลนักศึกษาดีเด่น ประเภทวิชาการ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และดร.พรชัย มงคลวนิช นายกสมาคมฯ เพิ่งพ้นวาระมอบประกาศเกียรติคุณรางวัลนักศึกษาดีเด่น ประเภทวิทยานิพนธ์ดีเด่น กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ แก่ นางสาวมาตา สินดำ นักศึกษาปริญญาโท สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยมีคณะผู้บริหารร่วมแสดงความยินดี



ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/245688

นายสกุลศักดิ์ มิตรวงศ์ ผอ.วิทยาลัยการอาชีพท้ายเหมือง พร้อมด้วย อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยการอาชีพท้ายเหมือง วิทยาลัยการอาชีพตะกั่วป่า และวิทยาลัยเทคนิคพังงา จัดกิจกรรม ประชารัฐร่วมพัฒนาสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา การประกวดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ปี 2559 ที่หอประชุมวิทยาลัยการอาชีพท้ายเหมือง ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา
กิจกรรมดังกล่าว เป็นกิจกรรมที่มีค่าทางด้านวิชาชีพต่อผู้เรียนแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาการเรียนการสอนให้นักเรียน นักศึกษา สามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ตามแนวทางบูรณาการความรู้ STEM Education ไปประยุกต์ใช้ในงานอาชีพ สามารถต่อยอดพัฒนาองค์ความรู้ที่เกิดจากการสร้าง นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง สนองตอบต่อเป้าหมายการพัฒนาประเทศเพื่อให้ประเทศไทยเป็นสังคมฐานความรู้ด้านการวิจัยและเป็นประเทศเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม
โดยมีผลงานนักเรียน นักศึกษา ที่เข้าร่วมการประกวดครั้งนี้จำนวน 90 ผลงาน นอกจากนี้พบว่ามีการนำข้าวไร่ดอกข่า มาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าของข้าวซึ่งเป็นข้าวพื้นถิ่นของจังหวัดพังงา เพื่อส่งเสริมให้เป็นที่นิยมบริโภคกันมากต่อไปในอนาคต



ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/245689

21 พ.ย. 59 ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ บุตรสาวของท่านผู้หญิงพึงจิตต์ ศุภมิตร คุณข้าหลวงผู้ใหญ่ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้โพสต์ข้อความลงยังเฟซบุ๊ก “Jintanant Chaya Subhamitr” ถึงกรณีของ น.ส.อรพิมพ์ รักษาผล หรือเบส นักพูดดัง ที่ตกเป็นประเด็นพูดพาดพิงถึงคนอีสาน เมื่อครั้งไปพูดบรรยายที่ จ.มหาสารคาม โดยระบุว่า
“ให้กำลังใจน้องเบสท์นะ เชื่อว่าตั้งใจดี รักในหลวงจริงๆ ไม่เห็นด้วยที่ทนายไปแจ้งความ และกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ถ้าต่อไปยังทำงานนี้อยู่ และอยากให้ทำต่อไปนะ แต่ไปปรับปรุงข้อมูล เข้าใจว่ากลวิธีการพูด ต้องการดุคนฟังก่อนให้เกิดความรู้สึกแล้วจะได้ฟัง จากนั้นฟีดข้อมูลเข้าไปก่อให้เกิดความสะเทือนใจ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งน้อยคนจะทำเก่งเท่านี้ เพียงอยากขอเตือนหลายเรื่อง
1. เข็มพระราชทานเฉลิมฉลองในวาระต่างๆ ห้ามติดในงานศพ ยกเว้น เข็มพระราชทานภปร.ที่ให้ติดในงานพระบรมศพเท่านั้น (หมายความว่าหลังถวายพระเพลิงปีหน้าแล้วห้ามติดในงานศพคนอื่นๆ) และเข็มมวก. ที่ข้าราชบริพารทางสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ติดทุกงาน ดังนั้น เข็มสก.น้องเอาออกด่วนๆๆ สมเด็จฯ ท่านทรงพระประชวรอยู่นะ อันนี้ไม่ได้อย่างแรง ถ้ารูปนี้ ถ่ายนานแล้ว ต้องรู้ว่า เขาไม่ติดกับชุดดำ จะพูดเรื่องท่านต้องศึกษาหาความรู้มากๆ ไม่เฉพาะเรื่องที่พูด ยังเด็กอ่านให้มากๆ
2. การตั้งตัวเองเป็นนักพูดของพระราชา มันไม่สวย ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ เพราะท่านไม่ได้ตั้ง ควรถ่อมตัวเป็นข้าใต้เบื้องละอองธุลีพระบาทอะไรแบบนี้จะฟังน่ารักกว่า คนที่ทราบจะไม่กล้าเลย
3. ทบทวนเรื่องการใช้คำพูดขานพระนามใหม่ทั้งหมด ไม่ควรก็อย่าใช้เพียงเพื่อฟังเท่ เราเป็นต้นแบบของเยาวชนต้องระวังมากๆ ทราบว่าอยากให้ฟังแล้วเด็กสมัยใหม่สัมผัสได้ ถ้าจะใช้ ให้พูดให้ถูก ก่อนแล้วค่อยพูดสามัญ
4.เอาเรื่องของพระองค์ท่านในโซเชียลมีเดียมาพูด ต้องระวัง เชคข้อมูลให้ดี บางเรื่องที่แชร์กันสนั่น แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่เป็นเรื่องไม่จริง ได้ยินหลายเรื่อง
5. ไม่ว่าเรื่องชารจตังค์เพราะเป็นอาชีพ เพียงแต่อยากให้มีบางส่วนจิตอาสา บางส่วนชารจเงิน ลองศึกษาอาจารย์ทางโบราณคดีชื่อดัง ท่านคิดแบบนี้นะ ถ้าเป็นของราชการส่วนใหญ่อาจารย์รับเรทราชการหรือฟรี แล้วชารจเงินภาคเอกชนราคาสูงเลย ครั้งนี้แม้จะเป็นบทเรียนราคาแพง อยากให้เข้มแข็ง และปรับกลยุทธ์ใหม่ คนเราพลาดกันได้ค่ะ สู้ๆ”
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/245673

21 พ.ย.59 กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดเผยว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.และเลขาธิการ คสช.เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการ คสช.โดยกล่าวถึงการจัดงาน “รวมพลังเพื่อน้อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 22 พ.ย.เวลา 08.00 น.เพื่อประกาศความจงรักภักดี และร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพปีที่ 89 โดยให้ทุกส่วนของ คสช.เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างกว้างขวาง
พร้อมย้ำว่า นอกจากการจัดกิจกรรมในลักษณะถวายความอาลัย รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมถึงการเผยแพร่พระเกียรติคุณแล้ว สิ่งสำคัญคือการสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านให้เป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนชาวไทย โดยกำชับให้ทุกส่วนงานได้นำโครงการตามแนวพระราชปณิธานที่ดำเนินการเสร็จสิ้น และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการแล้วมาขยายผล เผยแพร่สร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ควบคู่ไปกับการเร่งสานต่องานในโครงการตามแนวพระราชปณิธานที่กำลังดำเนินการอยู่ให้เกิดความต่อเนื่องและบรรลุผล
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า ส่วนการสนับสนุนงานที่เกี่ยวเนื่องกับการอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพนั้น เลขาธิการ คสช.ได้ติดตามการดูแลประชาชนของกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.)โดยรอบพระบรมมหาราชวังมาตลอด โดยเจ้าหน้าที่ทุกส่วนทำงานได้อย่างเรียบร้อย บริหารจัดการทั้งพื้นที่และอำนวยความสะดวกประชาชนได้เป็นอย่างดี แต่ขอให้พิจารณาลดระยะเวลาการรอถวายสักการะพระบรมศพ รวมทั้งคัดกรองประชาชนเข้าสู่พื้นที่สนามหลวงให้มีความรอบคอบที่สุด โดยเฉพาะในวันหยุดต่อเนื่อง
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า เลขาธิการ คสช.ย้ำให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) เข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละพื้นที่ในลักษณะสนับสนุนส่วนราชการที่รับผิดชอบโดยตรง โดย คสช.ยังจำเป็นที่จะต้องเข้าไปสนับสนุนและบริหารจัดการในทุกๆปัญหาของสังคม เพื่อดูแลให้ภาพรวมของประเทศมีความเรียบร้อย พัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น พร้อมย้ำให้ กกล.รส.ประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการจัดระเบียบสังคมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยใช้กลไกของส่วนราชการที่รับผิดชอบโดยตรงเป็นหลัก รวมทั้งการปฏิบัติภารกิจในด้านอื่นๆ เช่น ป้องปรามการกระทำผิดกฎหมาย , การพนัน , การช่วยสนับสนุนตามมาตรการทางเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น การช่วยรับซื้อข้าว การสกัดกั้นการลักลอบนำผลผลิตทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย นอกจากนี้ ให้ กกล.รส.เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงนี้ทั้งภัยหนาว ไฟป่าและหมอกควัน
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/245665

21 พ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร (วัดพระปรางค์) หมู่ที่ 6 ต.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ช่างกลุ่มงานอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร ได้มีการเร่งซ่อมแซมพระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลาอายุหลายร้อยปี ที่ประทับยืนอยู่ในพระวิหารหลวง ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามคลาสสิกที่สุด เนื่องจากพบการชำรุดแตกร้าวทั่วทั้งองค์จากความชื้นสะสม จนเสียหายหนักเมื่อช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา
นายผสม นาระต๊ะ นายช่างศิลปกรรมชำนาญงาน เปิดเผยว่า ก่อนที่จะทำการบูรณะครั้งนี้ พบว่าองค์พระเคยมีการบูรณะมาแล้วเมื่อหลายสิบปีก่อน ที่พระเศียรมีเม็ดพระศกหายไปหลายเม็ด ปูนกะเทาะหลุดล่อนหลายแห่ง ทั้ง เศียร ไหล่ พระอุระ (อก) และเอว บางแห่งปูนล่อนจนถึงชั้นแกนในที่เป็นศิลาแลง น้ำฝนไหลซึมเข้าได้ทำให้เกิดความชื้นสะสม จนมีคราบราและตะไคร่น้ำจับเกาะตามผิวจำนวนมาก

โดยขั้นตอนการบูรณะจะมีการบันทึกข้อมูลสภาพเดิมอย่างละเอียด แล้วจึงทำความสะอาดขัดคราบรากับตะไคร่น้ำ และตรวจสอบรูโพรงโครงสร้างว่ามีจุดใดใกล้หลุดล่อน ก่อนเสริมความแข็งแรงด้วยการอุดซ่อม ส่วนปูนที่ใช้ซ่อมจะมีสูตรผสมเพื่อให้เกิดความคงทนแข็งแรง และให้สีที่ใกล้เคียงของเดิมที่สุด หลังจากซ่อมส่วนที่หลุดล่อนแล้ว ก็จะมีการขัดแต่งผิวให้มีสภาพคล้ายของเก่า คือ เห็นเนื้อทรายและขึ้นสีนวล จากนั้นก็เคลือบน้ำยากันชื้นเพื่อให้คงสภาพได้ยาวนาน คาดว่าจะบูรณะแล้วเสร็จภายในเดือนนี้
สำหรับพระพุทธรูปปางลีลา ผลงานชิ้นเอกของวัดพระปรางค์แห่งนี้ เป็นปางในพุทธประวัติตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากไปโปรดพระมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ชาวบ้านท้องถิ่นเรียกว่า “ปางพระเจ้าหย่อนตีน” มีลักษณะที่งดงามระดับโลก แม้แต่ Mr.A.B.Griswold นักสะสมผลงานศิลปะ และผู้เชี่ยวชาญศิลปะตะวันออกชาวอเมริกัน ยังกล่าวว่า “เป็นพระพุทธรูปที่มีเส้นสายพลิ้วดุจเปลวเพลิง นี่คือรูปลักษณ์ของพระพุทธรูปที่งดงามคลาสสิกที่สุด เท่าที่ศิลปกรรมไทยจะสร้างสรรค์ขึ้นได้” รวมทั้งยังเป็นจุดไฮไลท์ ที่กองถ่ายสารคดี และนักท่องเที่ยว จะต้องมาเก็บบันทึกภาพไว้ด้วยทุกครั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/245662

21 พ.ย.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการดำเนินการจัดสร้างพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ในวันที่ 28 พ.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศเป็นครั้งแรก เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการที่มีมาตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอน โดยขณะนี้รูปแบบของพระเมรุมาศ สถานที่ รวมถึงพระโกศจันทน์ และรายละเอียดต่างๆ ถือว่าสมบูรณ์แล้ว แต่เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุด เราจะปรับให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ
นอกจากนี้ ในส่วนของประชาชนที่มีความรู้ความสามารถในงานฝีมือ เช่น การแทกหยวกกล้วย การทำกระดาษย่น ก็จะเชิญเข้ามาร่วมในกระบวนการจัดสร้างด้วย โดยจะอยู่ภายใต้การดูแลของช่างสิบหมู่ นอกจากนี้ คาดว่าในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือน ม.ค.60 หรือไม่เกินวันที่ 10 ม.ค.จะสามารถกำหนดพื้นที่สำหรับประดิษฐานพระเมรุมาศในบริเวณพื้นที่สนามหลวง แต่ขณะนี้ยังต้องใช้พื้นที่เพื่อรองรับประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพให้ดีที่สุด
“ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ทุกคนทำด้วยใจทุ่มเท ทุกอย่างรวดเร็ว และมีความละเอียดรอบคอบ คณะกรรมการทั้งหลายจะมีการไปตรวจดูอย่างต่อเนื่อง และอาจมีการตั้งศูนย์ติดตามการดำเนินการขึ้นในบริเวณใกล้เคียง ส่วนแบบจำลองพระเมรุมาศเราจะใช้โรงละครเล็กเป็นสถานที่จัดสร้าง เพื่อให้เห็นถึงรายละเอียดก่อนดำเนินการจัดสร้างจริง จะช่วยให้ทำงานได้อย่างชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การจัดสร้างคาดว่าจะเสร็จตามกรอบเวลา 1 ปีที่กำหนด โดยตั้งเป้าว่าจะแล้วเสร็จก่อนเดือน ก.ย.60 แต่ก็ต้องดูสภาพอากาศ ทั้งฝนฟ้า และต้องดูว่าส่วนใดสามารถทำได้ก่อนฤดูฝนมาถึง หรือส่วนใดสามารถทำได้ในช่วงฤดูฝน ทั้งนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะมาร่วมพระราชพิธีมีประมาณ 7 – 8 พันคน” รองนายกฯ กล่าว
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/245660

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/245647

21 พ.ย.59 สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ของเมื่อวันที่ 20 พ.ย.59 ตั้งแต่เวลา 05.00-22.30 น. มีจำนวนทั้งสิ้น 40,023 คน รวม 23 วันมี จำนวน 715,808 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,289,303.50 บาท รวม 23 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 51,398,900 บาท