ไขข้อสงสัย!ทำไม’เทอดศักดิ์’ ต้องโดดขย้ำปมร้อน’เบส-ตุ๊กกี้’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245642

ไขข้อสงสัย!ทำไม'เทอดศักดิ์' ต้องโดดขย้ำปมร้อน'เบส-ตุ๊กกี้'

ไขข้อสงสัย!ทำไม’เทอดศักดิ์’ ต้องโดดขย้ำปมร้อน’เบส-ตุ๊กกี้’

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 10.20 น.

21 พ.ย. 59 จากกรณีที่ นายเทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา หรือ “โต้ง วิหค” นายกสโมสรสื่อมวลชนภาคเหนือแห่งประเทศไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องไปยัง “ปัญญา นิรันดร์กุล” หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ให้พิจารณาการกระทำของ ตุ๊กกี้-สุดารัตน์ บุตรพรม หรือ  “ตุ๊กกี้  ชิงร้อยชิงล้าน” นักแสดงตลกชื่อดัง ที่โพสต์ในเฟซบุ๊ก Tukky Sudarat ตำหนิ “เบส-อรพิมพ์ รักษาผล” นักพูดชื่อดัง ที่พูดได้พาดพิงถึงคนอีสาน ขณะบรรยายเกี่ยวกับในหลวง รัชกาลที่ 9 จนเป๋นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น

ล่าสุด นายเทอดศักดิ์ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงถึงสาเหตุที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณี เบส-อรพิมพ์ รักษาผล และ ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน โดยระบุว่า “บางคนสงสัยว่าผมไปแสดงออกทำไมเรื่อง ตุ๊กกี้กับเบส ทั้งที่เป็นความขัดแย้งของคนอื่น ที่ไม่เกี่ยวกับตนเอง เรียนว่า เรื่องเหล่านี้ มีเบื้องหลังมาตลอด ทั้ง 2 คนคือเหยื่อทางการเมือง ควบคู่กับการโจมตีทหาร ที่มีเป้าหมายที่จะปลุกประชาชนออกมาปฏิวัติประชาชน เหมือนทำใน ฮังการี่ บาวาเลีย รัสเซีย จีน

กรณีของเบส เคยมีตัวอย่างคล้ายกันเกิดในฟิลิปปินส์ จนมีประชาชนออกมาท้องถนน สุดท้ายมีการส่งขายชุดดำไปฆ่าผู้ชุมนุม สหรัฐก็ลักษณะเดียวกัน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการโกรธแค้น จนกลายเป็นจราจล บานปลายเป็นสงครามกลางเมือง มันเป็นสูตรทางการเมือง ที่คนไทยเคยเผชิญแบบนี้ตอน เมษาจราจลปี52 พฤษภาทะเลเพลิงปี 53

กลยุทธ์ที่สำคัญในเรื่องนี้ ที่ผมต้องเรียกร้องไปยังคุณปัญญา มีเป้าหลักคือให้คนไทยมาสนใจข้อเท็จจริง อย่าถูกหลอกต้ม จากการตัดต่อสร้างวาทกรรมหลอกลวง “คนอีสานไม่รักในหลวง” ที่กลุ่มขบวนการล้มเจ้ากุข่าวขึ้น เพื่อหลอกคนมาตายแทน โดยเขาได้จ้างคนรอไว้แล้วหัวละ 400 เพื่อเข้าสมทบในการชุมนุม แล้วจะต้องสังหาร ทำร้ายผู้ชุมนุมตามสูตร ยุทธศาสตร์การเมือง เพื่อปลุกแรงเกลียดชังรัฐบาลทหาร ที่จะลามปามเป็นการล้มสถาบัน ประวัติศาสตร์ในยุคพฤษพาทมิฬ เป็นตัวอย่าง ชุลมุน จนงง ศพหาย จับมือใครดมไม่ได้จนถึงปัจจุบัน

สำหรับผมโดนด่า โดนตำหนิ ไม่สะท้าน เพราะพูดในหลายคลิป ผมหน้าด้าน ขอให้มาด่าผม อย่าไปด่าสถาบันอีกเลย ท่านทำมาเพื่อชาติคนไทยทั้งชีวิต จากผลของการเดินกลยุทธ์นี้ เป็นข่าวเพียงข้ามคืน ทำให้มีผู้เข้ามาชม คลิปใน vihok news ใน ยูทูป สูงมากกว่า 13 ล้านวิว ความจริงเกี่ยวกับสถาบันที่ถูกป้ายสี ที่ผมอธิบายทั้งหมดไว้พร้อมหลักฐาน ถูกชมอย่างต่อเนื่องจากทั้งนอกในประเทศ

ตอนนี้ม๊อบจุดไม่ติด คนไทยรู้เท่าทันอุบายสร้างกระแสการก่อตัวของม๊อบ โดยใช้ เบส เป็นเครื่องมือมากขึ้น ม๊อบจึงจุดไม่ติด ที่เขาทำแบบนี้ เพราะกำลังจะถูกยึดทรัพย์จำนำข้าว ทั้งโคตร

มีคนถามผมว่าคุ้มไหมที่เอาตัวเองมาโดนด่าแบบนี้ ผมถามกลับว่า คุ้มไหม ที่จะไม่มีม๊อบออกมากก่อจราจล และต่อต้านพระราชพิธีในการครองราช ในเดือนมหามงคล และคุ้มไหมที่คนไทยจะได้มาชมคลิปความจริงของสถาบัน ที่ถูกป้ายสีเสมอมา ตลอด 10 ปี ส่วนใครไม่เข้าใจในกรณีนี้ ชม 3 คลิป ท้ายนี้ จะเข้าใจกระจ่าง มากขึ้น ถึงเวลาตาย วายชีวาวาท ทรัพย์และธาตุก็มิตกไปเมืองผี เกิดเป็นคนจงมุ่งทำแต่ความดี กลายเป็นผีตายไปใครก็ชม”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง‘ลายจุด’ท้า’เทอดศักดิ์’ระบุตัว’นายทุน’ หลังปูดใช้กระแส’เบส’ปลุกม็อบหัวละ400ล้มคสช.

‘เทอดศักดิ์’ป้อง’เบส อรพิมพ์’ปมพาดพิงคนอีสาน จี้’เวิร์คพอยท์’ลงดาบ’ตุ๊กกี้’

‘ตุ๊กกี้’ถูกตีกลับปมสวน’เบส-อรพิมพ์’ ย้อน!แดงหมิ่นเจ้า-‘ตลกดัง’เคยรู้ไหม

 

ตรรกะป่วย!’อ.อดัม’สอนคนไทยบางคน หลังบอกพูดอังกฤษชัดคือ’กระแดะ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245639

ตรรกะป่วย!'อ.อดัม'สอนคนไทยบางคน หลังบอกพูดอังกฤษชัดคือ'กระแดะ'

ตรรกะป่วย!’อ.อดัม’สอนคนไทยบางคน หลังบอกพูดอังกฤษชัดคือ’กระแดะ’

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 09.43 น.
21 พ.ย. 59 อ.อดัม แบรดชอว์ ครูสอนภาษาอังกฤษชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “อาจารย์อดัม” เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 59 ที่ผ่านมา หลังจากมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพูดภาษาอังกฤษ โดยระบุว่า “แต่ไหนแต่ไรคนไทยก็พูดภาษาไทย ส่วนประโยคที่ว่า พูดภาษาอังกฤษชัด มันคือการกระแดะ สังคมไทยเป็นอย่างนี้มานานแล้ว จะมาเปลี่ยนยังไง มาพูดสนับสนุนให้ดูดีขนาดไหนมันก็คือการกระแดะ”
โดยอ.อดัม ได้แคปหน้าจอข้อความของผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นดังกล่าว พร้อมระบุว่า “ทุกวันนี้ยังมีคนไทยบางคนที่คิดว่าการพูดภาษาอังกฤษชัดเป็นการกระแดะ ผมไม่เข้าใจตรรกะแบบนี้เลย ก็เปรียบเสมือนบอกว่าฝรั่งที่พยายามพูดไทยให้ชัดนั้นกระแดะ “ม้ากับหมากลับกินมาม่า ฝรั่งไม่ต้องพยายามพูดให้ชัด ! พูดมากับมากลับมากินมามาก็พอแล้ว อย่าผันวรรณยุกต์ให้ชัด กระแดะ !” 555 ผมว่าตรรกะป่วยมากครับ สำหรับผมการพยายามพูดภาษาที่สองอย่างชัดไม่ใช่การกระแดะ แต่เป็นการเปิดประตูสู่การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้นเพราะการออกเสียงอย่างชัดเจนทำให้ผู้ฟังเข้าใจเราอย่างง่ายดาย ผมว่าการกระแดะนั้นคือการแสร้งพูดภาษาแม่ไม่ชัดนั่นเองครับ”

ร่วมแสดงพลัง รบ.ย้ำ8โมงเช้า22พย. ถวายความจงรักภักดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245628

ร่วมแสดงพลัง  รบ.ย้ำ8โมงเช้า22พย.  ถวายความจงรักภักดี

ร่วมแสดงพลัง รบ.ย้ำ8โมงเช้า22พย. ถวายความจงรักภักดี

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ร่วมแสดงพลัง

รบ.ย้ำ8โมงเช้า22พย.

ถวายความจงรักภักดี

ร้อง‘เพลงชาติ-ถวายสัตย์’

ทำเนียบฯเตรียมพร้อมแล้ว

เมื่อเวลา 06.59 น. วันที่ 20 พฤศจิกายนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

เวลา 15.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง มีพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

สรุปลงนามอาลัย8.8ล้านคน

ในส่วนพสกนิกรไทยที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันที่ 23 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงมีประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมารอเข้าแถวเข้ากราบพระบรมศพอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 04.00 น. โดยเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพตั้งแต่เวลา 05.00 น.

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย สรุปผลดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัย และการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนถึงวันที่ 19 พฤศจิกายนมีประชาชนลงนามแสดงความอาลัย 11,742 ราย โดยมียอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2558 เป็นต้นมา จำนวน 8,802,642ราย ส่วนกิจกรรมน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประกอบด้วย กิจกรรมสวดอภิธรรม มียอดสะสมผู้เข้าร่วมตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม-19 พฤศจิกายนทั้งหมด 10,821437 คน การทำบุญตักบาตร มียอดสะสมผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 3,254,836 คน และกิจกรรมอื่นมียอดสะสม 3,994,380คน

ชาวเขาเผ่าผะโอตื้นตันมากราบพ่อ

นายที (ไม่มีนามสกุล) ชาวเขาเผ่าผะโอ ประเทศเมียนมากล่าวว่า ผู้นำหมู่บ้านได้ชักชวนมาถวายสักการะพระบรมศพเดินทางโดยรถทัวร์และรถตู้มาทั้งหมด 300 คน ออกเดินทางตั้งแต่ช่วงดึกวันที่ 19 พฤศจิกายน มาทางจ.แม่ฮ่องสอนถึงสนามหลวง กรุงเทพมหานครเวลา 05.00 น.

“พ่อเป็นคนดี เราชาวเขารู้สึกรักและเสียใจมาก ขอบคุณพระองค์ที่ให้เราได้มาอยู่เมืองไทย เพราะชาวเขาเผ่าผะโอส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ช่วงจ.แม่ฮ่องสอน หลายคนได้เข้ามาอาศัยและทำมาหากินในเมืองไทย จนมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น วันนี้ดีใจมากที่ได้มาเยี่ยมพ่อ” นายทีกล่าวอย่างตื้นตัน

ตาบอด300คนกราบพระบรมศพ

นอกจากนี้ ยังมีผู้พิการทางสายตา 300 คนและจิตอาสา 100 คน จากสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีนักแสดงสาว ประกอบด้วย ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิก นิวเคลียร์-หรรษา จึงวิวัฒนวงศ์ และน้ำชา-ชีรณัฐ ยูสานนท์ ร่วมเป็นจิตอาสา

ซาบซื้งทรงเห็นคุณค่าผู้พิการ

นายรัชตะ มงคล อุปนายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดฯกล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อผู้พิการทางสายตาด้วยความซาบซึ้งว่า โรงเรียนสอนคนตาบอดฯเกิดขึ้นด้วยแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงเห็นคุณค่าของผู้พิการทางสายตา ซึ่งสามารถมีศักยภาพในการเรียนหนังสือ มิใช่เพียงอยู่บ้านเฉยๆเท่านั้น เพราะเมื่อพวกเขาเหล่านั้นสำเร็จการศึกษาก็จะสามารถดูแลตัวเองและผู้อื่นได้เป็นอย่างดี พระองค์จึงมีพระราชดำริให้จอมพลป.พิบูลสงคราม ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีขณะนั้น สร้างโรงเรียนคนตาบอดในกรุงเทพฯ ขึ้นมา

พระบรมฯพระราชทานอาหาร

ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ยังคงมีอาหารและเครื่องดื่มพระราชทานไว้บริการประชาชน 4 มื้อเช่นเคย โดยเมนูมื้อเช้า ประกอบด้วย ข้ามต้มซี่โครงหมูอ่อน กาแฟ นมหนองโพ มื้อกลางวันประกอบด้วยก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น ขนมจีนน้ำยาปลา ขนมไทย น้ำดื่มจิตรลดา มื้อบ่ายเป็นขนมไทย ซาลาเปาหมูแดง เฉาก๊วยชากังราว และมื้อเย็นประกอบด้วยผัดไทเสวย ข้าวน้ำพริกหมูไข่ต้มยางมะตูม และน้ำดื่มจิตรลดา

กำชับกอร.รส.ดูแลปชช.ให้ดีที่สุด

ด้านพล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่1 ในฐานะรองผู้อำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.)กล่าวถึงกรณีพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกอร.รส.ว่า ผบ.ทบ.กำชับเรื่องการจัดเตรียมสถานที่อำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเข้าไปถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งกอร.รส.จะนำรถสุขา จัดหาเก้าอี้เพิ่มเติม ส่วนเรื่องอาหาร กรุงเทพมหานครทำเต็มที่อยู่แล้ว ปัจจุบันได้เพิ่มจำนวนจิตอาสาเข้าไปดูแลประชาชนรอบสนามหลวง

“ผู้บัญชาการทหารบกเป็นห่วงคนเจ็บป่วย คนสูงอายุ กำชับเจ้าหน้าที่ว่าถ้าพบเห็นคนที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง ร่างกายอ่อนแอ หรือคนที่ชรามากให้นำออกมาจากแถว เพื่อให้เจ้าหน้าที่แพทย์รักษาและขอใช้คิวพิเศษ ซึ่งท่านเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่ามีประชาชนจำนวนมาก ทุกฝ่ายพยายามบริหารจัดการให้ดีที่สุด”รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าว

พร้อมจัดรวมพลังความภักดี22พย.

และว่า ส่วนการจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดีวันที่ 22 พฤศจิกายน ซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นทั่วประเทศพร้อมกันนั้น ที่สนามหลวงจะร้องเพลงชาติ กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยไม่ตั้งแถว ใครยืนตรงไหนก็ถวายความจงรักภักดีตรงนั้น ซึ่งกอร.รส.จะกระจายเสียงให้ประชาชนทราบทั่วกัน

ปรับระบบเข้าแถวใหม่ใช้บัตรลาคิว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดแถวเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งมีประชาชนเดินทางมารอแถวต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ทำให้มีประชาชนนั่งพักคอยภายในเต็นท์โซนทิศเหนือเต็มพื้นที่ทั้ง 9 หลัง ซึ่งเต็นท์ 1หลัง จะมี 3แถวย่อย ที่จัดให้ประชาชนนั่งแบบ 4 แถวตอนลึก ขณะที่สภาพอากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว เจ้าหน้าที่พยาบาล จิตอาสาเดินแจกยาดม แอมโมเนีย และน้ำดื่ม ให้ประชาชน

สำหรับประชาชนที่ต้องการออกจากแถวเพื่อไปเข้าห้องน้ำหรือทำธุระต้องหยิบบัตรลาคิว ด้านหน้าเต็นท์พักคอยที่ตัวเองเข้าแถวอยู่ โดยแบ่งสีตามเลขแถว แถวที่1-6 บัตรสีชมพู แถวที่7-12 บัตรสีเขียว และแถวที่13-20 เป็นบัตรสีฟ้า โดยบัตรทุกใบจะมีหมายเลขกำกับไว้ และหากต้องการกลับเข้าแถวประชาชนจะต้องนำบัตรดังกล่าวคืนให้เจ้าหน้าประจำเเถวเพื่อแสดงตัวตน แก้ปัญหาการแซงคิว และวันนี้เป็นวันที่ 2 ที่กอร.รส.จัดระเบียบคิวปล่อยแถวประชาชนใหม่ โดยไม่ผ่านโซนทิศใต้ ซึ่งประชาชนที่เดินทางเข้ามายังคงผ่านจุดคัดกรอง 8จุด ด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยประชาชนส่วนใหญ่ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ทราบเรื่องจัดคิวใหม่ แต่ถึงจะรอนานแค่ไหน ก็ไม่ย่อท้อ ขอแค่ได้เข้ากราบพระบรมศพเป็นครั้งสุดท้าย

เปิดถ.ราชดำเนินขาเข้าช่วงเช้า

ขณะที่พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยถึงการปรับแผนจราจรรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังว่า เบื้องต้นขออนุมัติกอร.รส.ให้เปิดถนนราชดำเนินใน เพื่อระบายการจราจรช่วงเช้าเวลา 06.00-08.30น.เนื่องจากมีปริมาณรถขาเข้าสะสมบริเวณสะพานพระราม 8 และฝั่งธนบุรีเป็นจำนวนมาก โดยจะเริ่มวันที่ 21 พฤศจิกายนเป็นวันแรกส่วนช่วงเย็นยังปิดถนนเช่นเดิม เนื่องจากปริมาณรถจะมากช่วงขาออก ไม่มีผลกระทบมากสำหรับการจราจรวันเสาร์-อาทิตย์ จะปิดจราจรา 27 เส้นทางเฉพาะวันที่มีการจัดกิจกรรมเท่านั้น หากไม่มีกิจกรรมก็จะปิดถนน 8 เส้นทางตามปกติ

ยืนตรงไหนร้องเพลงตรงนั้น

พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กิจกรรม”รวมพลังแห่งความภักดี” ที่จะมีการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีพร้อมกันทั่วประเทศ ในสนามหลวงนั้น จะไม่มีการจัดกิจกรรม อย่างเป็นทางการแต่จากลิงค์สัญญาณถ่ายทอดสดผ่านจอLCD ที่ตั้งอยู่ และให้ข้าราชการ หน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ มาร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีที่สนามหลวง ส่วนประชาชนหากอยู่จุดไหน ก็ให้ยืนขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมาร่วมร้อง ที่ท้องสนามหลวง เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ทำเนียบฯจัดสถานที่เตรียมพร้อม

ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล ด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า เจ้าหน้าที่จัดเตรียมสถานที่จัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี เพื่อประกาศความจงรักภักดีและร่วมน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพปีที่ 89 ในวันที่ 22 พฤศจิกายน โดยติดตั้งแสงสีเสียง พร้อมจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ ด้านซ้าย-ขวา ของเวทีใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง สำหรับให้นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี(ครม.) ร่วมร้องเพลงชาติ และนายกรัฐมนตรีกล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความจงรักภักดีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ก่อนร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเวลา 08.30 น.

ชาวพังงาบวชถวายในหลวง

อีกด้านหนึ่งหลายจังหวัดทั่วประเทศยังคงจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างต่อเนื่อง โดยที่วัดธัญเขต หมู่ 2 ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา ประชาชนในต.ตากแดด 54 คน เข้าพิธีอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะบวชเป็นเวลา 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 21-29 พฤศจิกายน

สุโขทัยเกี่ยวข้าวส่งสนามหลวง

ด้านยพ.อ.สุชาติ พุ่มสุวรรณ เสนาธิการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.สุโขทัย พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร ประชาชนและเด็กนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆร่วมกิจกรรม “จับเคียวกันเถิดลูกหลาน สืบสานตำนานชาวนา” โดยร้านเรือนแก้วผ้าม่าน ที่หมู่ 5 ต.บ้านใหม่ไชยมงคล อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ซึ่งนางเรือนแก้ว เอี่ยมสะอาด อายุ 67 ปี เจ้าของร้านเรือนแก้วผ้าม่านกล่าวว่า ที่บ้านปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ไว้กินเอง 2 ไร่ รวมทั้งดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงมาตลอด และเพื่อเป็นการทำดีเพื่อพ่อ จึงได้จัดกิจกรรม“จับเคียวกันเถิดลูกหลาน สืบสานตำนานชาวนา” ข้าวทีเกี่ยวได้ส่วนหนึ่งจำนวน 100 ถังจะนำไปสีเป็นข้าวสารส่งไปเลี้ยงประชาชนที่เดินทางไปสักการะพระบรมศพ ที่สนามหลวงกรุงเทพฯ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

2ล้ออีสานปั่นไปกราบพ่อหลวง

ส่วนนายพรเทพ ศักดิ์สุจริต ประธานชมรมจักรยานจังหวัดอุดรธานีกล่าวว่า ชมรมปั่นจักรยานภาคตะวันออกเฉียงเหนือร่วมใจกันด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยชมรมปั่นจักรยานฯ จึงรวมทีมนักปั่นจักรยานจาก จ.อุดรธานี จ.หนองบัวลำภู จ.มุกดาหาร จ.นครพนม จ.ขอนแก่น อ.บ้านไผ่ อ.พลปั่นจักรยานเไปกราบถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ก่อนเดินทางต่อชมรมนักปั่นจักรยานภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ร่วมกันแปรอักษรด้วยรถจักรยานกว่า 300 คัน เป็นรูปหัวใจล้อมรอบเลข 9 จากนั้นร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมทั้งยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 99 วินาที ก่อนออกเดินทางต่อไปจ.นครราชสีมา

ชาว ต.ตากแดด’พังงา’อุปสมบทหมู่54รูป ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245578

ชาว ต.ตากแดด'พังงา'อุปสมบทหมู่54รูป  ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวง

ชาว ต.ตากแดด’พังงา’อุปสมบทหมู่54รูป ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวง

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 17.55 น.

20 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดธัญเขต หมู่ 2 ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา ประชาชนในตำบลตากแดด 54 คน มีความตั้งใจที่จะทำการอุปสมบทเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งในช่วงบ่ายได้เดินทางมาปลงผมที่วัดกันอย่างต่อเนื่องจนครบ

โดยมีนายนฤทธิ์ มงคลศรี นายอำเภอเมืองพังงา ให้เกียรติมาเป็นประธานปลงผมนาค ท่ามกลางชาวบ้าน ญาติพี่น้องมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้กว่า 500 คน หลังจากปลงผมนาคเรียบร้อย ก็ได้ภาพภาพหมู่ร่วมกันและร่วมร้องเพลงสรรญเสริญพระบารมีด้วยกัน

ทั้งนี้ในวันเดียวกัน เวลา 19.00 น. มีพิธีสมโภชนาค เช้าวันที่ 21 พ.ย.59 เวลา 07.00 น. พิธีแห่นาค และ เวลา 08.30  น. เริ่มทำการอุปสมบท และในวันที่ 22 พ.ย.59 เวลา 09.00 น. ทำพิธีตักบาตรฉลองพระใหม่ ซึ่งจะบวชเป็นเวลา 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 – 29 พ.ย. 59

นายวีชัช  ชูดวง ผญบ.2 หนึ่งในผู้อุปสมบท กล่าวว่า การอุปสมบทในวันนี้เกิดจากที่ได้มีการพูดคุยกันในกลุ่มเล็กๆด้วยกันเรื่องการอุปสมบทหมู่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนมีชาวบ้านทราบข่าวและมีความตั้งใจที่จะบวชอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลครั้งนี้ด้วย จึงมาลงชื่อรวมทั้งสิ้น 54 ราย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนในตำบลตากแดด และองค์กรต่างภายในตำบลเป็นอย่างดี รู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งเกิดเป็นชายชาตินี้มีโอกาสบวชถวายเป็นพระราชกุศลให้พ่อหลวง รัชกาลที่ 9 และจะจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากระษัติทุกพระองค์

คนไทยในอิตาลีนับร้อย จุดเทียนกลางเมืองถวายความอาลัย’พ่อหลวง’ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245535

คนไทยในอิตาลีนับร้อย จุดเทียนกลางเมืองถวายความอาลัย'พ่อหลวง' (ประมวลภาพ)

คนไทยในอิตาลีนับร้อย จุดเทียนกลางเมืองถวายความอาลัย’พ่อหลวง’ (ประมวลภาพ)

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 15.19 น.

20 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนา เวสโกสิทธิ์ เอกอัครราชทูต ประจำกรุงโรม นายอันแดร มาค่อน กงสุลกิตติมศักดิ์เมืองเวนิส ร่วมกับวัดเทวราชเวนิส ชมรมวัฒนธรรมไทยในเวนิส นำเจ้าหน้าที่สถานทูตและพสกนิกรคนไทยที่มีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศอิตาลี ร่วมกว่า 100 ชีวิต ออกมาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำ พร้อมรวมใจจุดเทียนสีขาวร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ด้วยความมุ่งมั่นต่างถวายจงรักภักดี บรรยากาศที่เศร้าโศก ต่างรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ณ จัตุรัสซานมาร์โค กลางเมืองเวนิส สาธารณรัฐอิตาลี

นางอาภรณ์  ชื่นเมือง ประธานชมรมวัฒนธรรมไทยในเวนิส กล่าวว่า หลังจากที่ทราบข่าวเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศและที่อยู่ต่างแดนต่างก็เสียใจ รำไห้ ที่เราได้สูญเสียกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ เสมือนสูญเสียบิดาแท้ๆของตนไป วันนี้ พณ.ท่านธนา เวสโกสิทธิ์ เอกอัครราชทูต พร้อมกับเจ้าหน้าที่ของสถานทูตและท่านมหาวินัย วินยธโร เจ้าอาวาสวัดเทวราชเวนิส สาธารณรัฐอิตาลี นายอันแดร มาค่อน กงสุลกิตติมศักดิ์เมืองเวนิส พร้อมกับสมาชิกชมรมวัฒนธรรมไทยในเวนิส ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมจุดเทียนถวายอาลัยและร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี กลางจัตุรัสซานมาร์โค ซึ่งทางเมืองเวนิสยังไม่เคยอนุญาตให้ต่างชาติใดๆทำกิจกรรมในจัตุรัสซานมาร์โคมาก่อน

ในการทำกิจกรรมครั้งนี้เพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน ว่าเป็นกษัตริย์ทรงงานหนักมากที่สุดในโลก ในระยะตลอดเวลา 70 ปี ที่พระองค์ท่านได้ครองราชย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริเริ่มต้นโครงการต่างๆเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละปีในพื้นที่ทุรกันดาร พระองค์เสด็จเยี่ยมเยียนชาวบ้านในทั่วทุกภูมิภาคเพื่อทรงรับฟังปัญหาของชาวบ้าน เพื่อทรงซักถามถึงสิ่งที่ชาวบ้านต้องการให้ช่วยเหลือเพื่อบรรเทาปัญหา

และในฐานะคนไทยที่อยู่ต่างแดนคนหนึ่ง เราขอน้อมรำลึกน้อมนำคำสอนของพระองค์ท่าน เรื่องความพอเพียง มายึดถือปฏิบัติ ทุกอย่างถ้าเราพอ เราก็จะมีเหลือกินเหลือเก็บและอีกข้อคือการรู้รักสามัคคี อันนี้สำคัญที่สุด ถ้าเราสามัคคีกัน พลังก็จะยิ่งใหญ่ ที่ทำธุรกิจการใดเราก็จะเดินหน้าต่อไปได้ รอดพ้นจากวิกฤติทุกอย่าง ถ้าเราร่วมใจกันแล้วเจอปัญหาอะไรเราก็จะฝ่าฟันไปได้ นางอาภรณ์ ชื่นเมือง ประธานชมรมวัฒนธรรมไทยในเวนิส กล่าว

โพลเผยคนไทยตั้งใจเป็นจิตอาสา ช่วยสังคมถวาย’ในหลวงร.9′

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245530

โพลเผยคนไทยตั้งใจเป็นจิตอาสา ช่วยสังคมถวาย'ในหลวงร.9'

โพลเผยคนไทยตั้งใจเป็นจิตอาสา ช่วยสังคมถวาย’ในหลวงร.9′

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 12.47 น.
20 พ.ย. 59 กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความเห็นของประชาชนเรื่อง “ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์ : ตามรอยพ่อ…ขอทำความดี” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,150 คน พบว่าคนไทยระบุว่ากิจกรรมทำความดีในช่วงเวลานี้ที่น่าชื่นชมมากที่สุดคือ การเป็นจิตอาสาเก็บขยะบริเวณท้องสนามหลวง (ร้อยละ 27.8) รองลงมาคือ การแจกอาหาร น้ำ ขนม พัด ยาดม ร่ม (ร้อยละ 22.3) และการขับขี่มอเตอร์ไซด์ รถยนต์ รับ-ส่ง สนามหลวงฟรี (ร้อยละ 16.7)

ทั้งนี้กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อถวายแด่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ทำให้ซาบซึ้งใจและประทับใจมากที่สุด คนไทยส่วนใหญ่ร้อยละ 54.3 ระบุว่าคือ การที่ปวงชนชาวไทยพร้อมใจกันร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา รองลงมาร้อยละ 20.1 ระบุว่าคือ การจุดเทียน ถวายความอาลัย แปรอักษร ที่แต่ละภาคส่วนจัดขึ้น และร้อยละ 11.0 ระบุว่าคือ การเดินเท้าจากต่างจังหวัดเพื่อเข้ามากราบพระบรมศพสำหรับการทำความดีที่ตั้งใจจะทำเพื่อพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในช่วงเวลานี้มากที่สุด คนไทยร้อยละ 56.8 ระบุว่าอยากเป็นจิตอาสาช่วยเหลือประชาชน ช่วยเหลือสังคม เช่น เก็บขยะสนามหลวง แจกอาหาร รองลงมาร้อยละ 24.7 ระบุว่าอยากสวดมนต์ ทำบุญ นั่งสมาธิ อธิษฐาน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และร้อยละ 4.8 จะจุดเทียนถวายอาลัยและร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและแปรอักษรในที่ชุมชนและที่จังหวัดจัดขึ้น

ส่วนสิ่งที่ตั้งใจทำเพื่อสร้างความระลึกถึงว่า พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ยังคงสถิตอยู่ในใจตลอดไป นั้น คนไทยร้อยละ 29.6 ระบุว่า จะเก็บสะสมพระบรมฉายาลักษณ์ของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9ไว้เป็นที่ระลึกและกราบไหว้ บูชา รองลงมา ร้อยละ 26.2 ระบุว่า จะนำคำสอนของพระเจ้าอยู่หัวโดยเฉพาะเรื่องการกินอยู่อย่างพอเพียงไปปฏิบัติและจะนำไปสอนรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป และร้อยละ 13.9 ระบุว่า จะสะสมธนบัตร เหรียญประจำรัชกาลที่ 9 ไว้เป็นที่ระลึกและนำติดตัวเสมอ

ชมรมจักรยานตรังรวมใจแปรอักษร ปั่นจักรยานเส้นทางตามรอย”พ่อหลวง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245529

ชมรมจักรยานตรังรวมใจแปรอักษร ปั่นจักรยานเส้นทางตามรอย"พ่อหลวง"

ชมรมจักรยานตรังรวมใจแปรอักษร ปั่นจักรยานเส้นทางตามรอย”พ่อหลวง”

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 12.41 น.

20 พ.ย.59 ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ศาลากลางจังหวัดตรัง  นายศิริพัฒ พัฒกุล  ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อม นางสาวกรุณา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.ตรัง นางพิชญ์สนี  ทัศน์นิยม ผ.ช.ททท.ตรัง นายศุกศักดิ์  ศรีหมาน ผอ.สนง.การท่องเที่ยวและกีฬาตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ “ปั่นรวมพลัง ทำดีเพื่อพ่อที่จังหวัดตรัง” Green for You, Tourism for All : Bike @ Trang โดยมีนักปั่นจากชมรมจักรยานจังหวัดตรัง รวมทั้งนักปั่นจากชาวต่างประเทศร่วมกิจกรรมกว่า 600 คน เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีการร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี แปรอักษรเป็นเลข 9 ไทย และคำว่าตรัง พร้อมหมอบสงบนิ่ง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นางสาวกรุณา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.ตรัง กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นการปั่นจักรยานและร่วมกิจกรรม CSR ( Corporate Social Responsibility) หมายถึงการท่องเที่ยวและรับผิดชอบต่อสังคม ตามรอยเท้าพ่อ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ดำเนินรอยตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีกิจกรรมร่วมปลูกต้นไม้และขุดลอกท่อระบายน้ำ พร้อมกิจกรรมร่วมรักษ์แผ่นดินนี้ของพ่อ ณ น้ำตกโตนปลิว โดยลำดับกิจกรรมต่างๆมากมาย

“การจัดกิจกรรมควบคู่กับการกระตุ้นการมีส่วนร่วมในการเดินทางท่องเที่ยวอย่างมีจิตสำนึก ภายใต้ความร่วมมือด้วยดีระหว่างนักท่องเที่ยวกับเจ้าของบ้าน นอกเหนือจากนี้ ททท.สำนักงานตรัง ได้รับความร่วมมือจากผู้อำนวยการโรงเรียนสวัสดิ์รัตนาภิมุข นำนักเรียนจำนวน 50 คน ร่วมทำกิจกรรม “รักษ์แผ่นดินนี้ของพ่อ” โดยการร่วมกันรักษาดูแลต้นไม้ ถือเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการหวงแหนทรัพยากรการท่องเที่ยวให้กับเยาวชน” นางสาวกรุณา กล่าว

นายศิริพัฒ  กล่าวว่า กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ “ปั่นรวมพลัง ทำดีเพื่อพ่อที่จังหวัดตรัง” Green for You, Tourism for All : Bike @ Trang  ในครั้งนี้เป็นกิจกรรมต่อเนื่องที่ทางชมรมจักรยานตรังจัดขึ้น โดยมีการจัดไปแล้วเมื่อปลายเดือนตุลาคม 2559 ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ได้เสด็จประพาสจังหวดตรัง เมื่อวันที่16 มีนาคม 2502  และได้เสด็จประพาส น้ำตกกะช่อง ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาช่อง  ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง พระองค์ ทรงลงพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. และพระนามาธิไธยย่อ บนชะง่อนผาน้ำตกโตนปลิว

นายศิริพัฒ กล่าวอีกว่า วันนี้จึงเป็นการรวมกันกระทำความดี รวมใจ รวมพลังปั่นไปยังน้ำตกกะช่อง ตามเส้นทางปั่นจักรยานจากลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชการที่ 5 –  มุ่งหน้าสู่ถนนพัทลุงผ่านตลาดสด – เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกันตัง ถึงแยกธรรมรินทร์ – เลี้ยวซ้ายสู่ถนนพระราม 6 ถึงแยกสิริบรรณเลี้ยวขวา – วงเวียนอนุสาวรีย์พระยารัษฎา และเลี้ยวซ้ายสู่อำเภอนาโยง แวะจุดพัก ณ ร้านเค้กขนิษฐา –  ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาช่อง ร่วมกิจกรรมรวมพลังทำดีเพื่อพ่อ  โดยการขุดลอกทางระบายน้ำ เก็บกวาดขยะทางเข้าสู่น้ำตกโตนปลิว  ระยะทาง 1.5  กิโลเมตร และร่วมปลูกต้นศรีตรัง จำนวน 89 ต้น

“จุดที่พระองค์ท่านเสด็จประทับพัก ถือเป็นการปั่นจักรยานตามรอยพระองค์ท่านส่วนหนึ่ง จากนั้นจะมีการแยกย้ายกันทำกิจกรรมมีการเก็บขยะ ปลูกต้นไม้ จำนวน 89 ต้น รวมพลังแยกกันกระทำความดีให้งานได้ขยายไปในหลายๆกิจกรรม การทำความสะอาดเส้นทาง ปรับปรุงถนน นอกจากนี้ยังมีการแปรอักษร เป็นเลข 9 ไทย และเขียนคำว่า ตรังอีกด้วย” นายศิริพัฒ กล่าว

โคราช “ปั่นร้อยดวงใจ นักปั่น ถวายอาลัย พ่อหลวง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245528

โคราช "ปั่นร้อยดวงใจ นักปั่น ถวายอาลัย พ่อหลวง"

โคราช “ปั่นร้อยดวงใจ นักปั่น ถวายอาลัย พ่อหลวง”

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 12.16 น.

20 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.00 น. ที่บริเวณหน้าที่ว่าการ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา นายวิจิตร กิจวิรัตน์ นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ปั่นร้อยดวงใจ นักปั่น ถวายอาลัย พ่อหลวง” เพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช และร่วมลงนามไว้อาลัย รวมทั้งร่วมทำกิจกรรมต้นไม้ของพ่อ โดยเขียนความมุ่งมั่นตั้งใจทำความดีใส่ลงในกระดาษรูปหัวใจแล้วนำไปติดไว้บนกิ่งก้านต้นไม้ของพ่อ พร้อมเปิดโรงทานบารมีแจกอาหารฟรี 89 ซุ้ม จากนั้นนักเรียนระดับประถมศึกษา จำนวน 20 โรงเรียน ร่วมกับประชาชนแต่งกายเสื้อสีดำ และสีขาว ทำการแปรอักษรพระปรมาภิไธยย่อ “ภปร” พร้อมตัวหนังสือ อ.เฉลิมพระเกียรติ อยู่ด้านล่าง โดยมีนักปั่นจักรยานนำจักรยานเข้ารวมแปรอักษร รวมกว่า 2,000 คน โดยทั้งหมดยังได้ร่วมกันกล่าวคำอาลัย และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี 3 จบ ซึ่งการแปรอักษรอย่างสวยงาม เพื่อแสดงความอาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านด้วย

ทั้งนี้ ได้จัดกิจกรรมปั่นจักรยานระยะทาง 35 กม. เส้นทางสตาร์หน้าที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ตามถนนเพชรมาตุคลา อ.เฉลิมพระเกียรติ-ราชสีมา ไปยังตำบลพระพุทธ แล้วเลี้ยววกอ้อมเข้าถนนทางหลวงชนบท สาย อ.หนองบุญมาก – อ.เฉลิมพระเกียรติ มุ่งหน้าไปยังด้านหลังที่ว่าการอำเภอ จัดขึ้นโดยกลุ่มเสือจักรยานอำเภอเฉลิมพระเกียรติ โดยมีนักปั่นในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียง , อำเภอใกล้เคียงในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมไม่กว่า 500 คน/คัน

โดย เมื่อช่วงเช้าที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลศาลเจ้าพ่อ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นายอภิชาติ ธนะมัย นายอำเภอวังน้ำเขียวฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมปั่นจักรยานแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ร่วมกับนายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว อ.วังน้ำเขียวฯ ซึ่งจัดขึ้นโดยกลุ่มจักรยานวังน้ำเขียว มีนักปั่นในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมไม่ต่ำกว่า 189 คน

ซึ่งนักปั่นได้เริ่มปั่นจักรยานออกจากจุดเริ่มต้นบริเวณด้านหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลศาลเจ้าพ่อ แล้วปั่นจักรยานไปตามเส้นทางถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-ราชสีมา โดยไปเข้าเส้นชัยบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอวังน้ำเขียว รวมระยะทางการปั่นจักรยานทั้งสิ้น 29 กิโลเมตร ทั้งนี้นักปั่นทั้งหมดยังได้ร่วมกันกล่าวคำอาลัย และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมทั้งจอดจักรยานแปรอักษรเป็นเลข 9 ไทยอย่างสวยงาม เพื่อแสดงความอาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านด้วย

งดงาม!!’ชาวแก่งคอย’ร้อยดวงใจ แปรอักษรอาลัย’พ่อหลวง’ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245527

งดงาม!!'ชาวแก่งคอย'ร้อยดวงใจ แปรอักษรอาลัย'พ่อหลวง' (ชมคลิป)

งดงาม!!’ชาวแก่งคอย’ร้อยดวงใจ แปรอักษรอาลัย’พ่อหลวง’ (ชมคลิป)

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.49 น.
20 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (19 พ.ย.59) เมื่อเวลา 13.00 น. เทศบาลเมืองแก่งคอย จ.สระบุรี พสกนิกรชาวอำเภอแก่งคอย ข้าราชการ นักเรียน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการแปรอักษร เลข 9 ไทย พร้อมข้อความว่า “แก่งคอยรักพ่อ”  โดยมีพสกนิกรเข้าร่วมกิจกรรมแน่นทั่วพื้นที่บริเวณถนนเลียบสันติสุข (หลังสถานีรถไฟชุมทางแก่งคอย) อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

ขอบคุณคลิป-ภาพ : Take1

 

ยอดปชช.เข้าสักการะพระบรมศพ 22วันกว่า6แสนราย-ยอดเงิน48ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245526

ยอดปชช.เข้าสักการะพระบรมศพ 22วันกว่า6แสนราย-ยอดเงิน48ล้าน

ยอดปชช.เข้าสักการะพระบรมศพ 22วันกว่า6แสนราย-ยอดเงิน48ล้าน

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.43 น.
20 พ.ย. 59 สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 19 พ.ย. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ไห้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 23.10 น. จากเดิมที่กำหนดในเวลา 21.00 น. เนื่องจากมีประชาชนต่อแถวรอเข้าสักการะที่บริเวณมณฑลพิธีสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 40,737 คน รวม  22 วัน มี 675,785 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,947,458.75บาท รวม 22 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 48,109,596.50บาท