‘เทอดศักดิ์’ป้อง’เบส อรพิมพ์’ปมพาดพิงคนอีสาน จี้’เวิร์คพอยท์’ลงดาบ’ตุ๊กกี้’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245525

'เทอดศักดิ์'ป้อง'เบส อรพิมพ์'ปมพาดพิงคนอีสาน จี้'เวิร์คพอยท์'ลงดาบ'ตุ๊กกี้'

‘เทอดศักดิ์’ป้อง’เบส อรพิมพ์’ปมพาดพิงคนอีสาน จี้’เวิร์คพอยท์’ลงดาบ’ตุ๊กกี้’

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.33 น.

20 พ.ย. 59 จากกรณีที่ มีการวิพากวิจารณ์เกี่ยวกับ “เบส-อรพิมพ์ รักษาผล'”นักพูดชื่อดัง ที่ได้พาดพิงถึงคนอีสาน ขณะบรรยายเกี่ยวกับในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยมีผู้ที่แสดงความเห็นกันในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวางถึงกระแสดราม่าดังกล่าว ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ สุดารัตน์ บุตรพรม หรือ  “ตุ๊กกี้  ชิงร้อยชิงล้าน” นักแสดงตลกชื่อดัง ที่โพสต์ในเฟซบุ๊คส่วน Tukky Sudarat ตำหนินักพูดคนดังกล่าว ระบุว่า “บารมียังไม่พออย่าไปกล่าวถึงใคร เอาเรื่องตัวเองเท่านั้นจะดี โลกไปไกลคำพูดถ้าพาดพิงมันจะกลับมาทำลายเรา ! เอาเรื่องในหลวงมาพูด จนมีงานการทำ นี่ก็ควรจะพอแล้ว ไปพูดถึงคนอีสานทำไมเอาเรื่องเดียวพอแล้ว จำไว้ใคร ๆ ก็รักในหลวงทั้งนั้น”

ด้าน นายเทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา หรือ “โต้ง วิหค” นายกสโมสรสื่อมวลชนภาคเหนือแห่งประเทศไทย ได้แสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าว ผ่านเฟซบุ๊ก “เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา” ระบุว่า “ผมในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ที่รักชาติ ขอเรียกร้องให้คุณปัญญา ผู้บริหารเวอร์คพ้อย พิจารณาการกระทำของ “ตุ๊กกี้” ตลก ที่นิยมชมชอบ… ว่าเหมาะสมหรือไม่ ในการแสดงออกต่อ น้องเบส ที่เจตนาดี ปกป้องในหลวง และพระมหากษัตริย์ แต่กลับถูกตำหนิ จากการบิดเบือน

คุณปัญญา และครอบครัว เป็นคนดีคนหนึ่งในสังคม แสดงออกในการ จงรักภักดีต่อชาติตลอดมา ผมคนบ้านนอก ไม่มีราคา ไร้ยศ ตำแหน่ง ในฐานะผู้ชื่นชมคุณปัญญาเสมอมา จึงขอเป็นตัวแทนคนไทยคนหนึ่งให้ท่านพิจารณา พนักงานของท่านให้ยุติการออกอากาศ และยกย่อง “คนดี” ตลก อื่นๆ เข้ามาทดแทน เพื่อมิให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ของบริษัทที่ท่านทำมาทั้งชีวิต จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งต่อ คนไทยที่รักชาติคนหนึ่ง กราบขอบพระคุณอย่างสูง”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ไขข้อสงสัย!ทำไม’เทอดศักดิ์’ ต้องโดดขย้ำปมร้อน’เบส-ตุ๊กกี้’

‘ตุ๊กกี้’ถูกตีกลับปมสวน’เบส-อรพิมพ์’ ย้อน!แดงหมิ่นเจ้า-‘ตลกดัง’เคยรู้ไหม

 

‘เจ้าคุณประสาร’โอดเห็นต่างจำเป็นต้องแช่ง? หลังมีคนเขียนจม.อยากให้ติดคุก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245523

'เจ้าคุณประสาร'โอดเห็นต่างจำเป็นต้องแช่ง? หลังมีคนเขียนจม.อยากให้ติดคุก

‘เจ้าคุณประสาร’โอดเห็นต่างจำเป็นต้องแช่ง? หลังมีคนเขียนจม.อยากให้ติดคุก

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 10.54 น.
20 พ.ย. 59 พระเมธีธรรมาจารย์ หรือ เจ้าคุณประสาร จนฺทสาโร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้โพสต์รูปภาพ ซึ่งเป็นจดหมายที่ถูกส่งมาจากบุคคลหนึ่ง ผ่านเฟซบุ๊ก “พระเมธีธรรมาจารย์ – เจ้าคุณประสาร” ซึ่งในจดหมายเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับกรณีที่  กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้มีหนังสือลงวันที่ 11 ตุลาคม 2559 ถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขอทราบประวัติ หน้าที่การงานและภาระรับผิดชอบ หลังจากที่ พระเมธีธรรมาจารย์ เรียกร้องให้พระสงฆ์ทั่วประเทศชุมนุม เข้าข่ายความผิดอาญาและประกาศ คสช. ซึ่งบุคคลที่เขียนจดหมาย ได้ระบุไว้ช่วงหนึ่งว่า เห็นด้วยกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ พร้อมกับระบุทิ้งท้ายว่า “คุณติดคุกยิ่งดี”
ทั้งนี้ พระเมธีธรรมาจารย์ ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ ระบุว่า “เราเห็นต่าง จำเป็นต้องเป็นศัตรูและสาปแช่ง หยาบคาย ขนาดนี้หรือ”

รวมพลังแห่งความภักดี รำลึกถึงร.9 พร้อมแล้วทั่วไทย22พ.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245504

รวมพลังแห่งความภักดี  รำลึกถึงร.9  พร้อมแล้วทั่วไทย22พ.ย.

รวมพลังแห่งความภักดี รำลึกถึงร.9 พร้อมแล้วทั่วไทย22พ.ย.

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

รวมพลังแห่งความภักดี

รำลึกถึงร.9

พร้อมแล้วทั่วไทย22พ.ย.

กรมประชาฯชวนส่งภาพ

ร่วมบันทึกประวัติศาสตร์

ถวายสักการะเนืองแน่น

21วันยอด635,048คน

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งเป็นวันที่ 37 ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

เมื่อเวลา 07.02 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และคุณพลอยไพลิน เจนเซน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารเป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภังค์ แสดงปางห้ามญาติหรืออภัยมุทราด้วยพระหัตถ์ขวาเพียงข้างเดียว ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ มาตั้งแต่ค่ำวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559

ถวายสักการะ21วัน635,048คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 05.00-22.10 น. ของวันที่ 18 พฤศจิกายน มีจำนวนทั้งสิ้น 36,240 คน รวม 21 วัน 635,048 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,534,846.75 บาท รวม 21วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 45,162,137.75 บาท

พสกนิกรหลั่งไหลถวายสักการะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 04.40 เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนที่นั่งรถวีลแชร์ เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ทางประตูวิเศษไชยศรีเป็นคณะแรก ตามด้วยเวลา 04.50 น. เป็นประชาชนทั่วไป โดยคลื่นพสกนิกรที่ใช้โอกาสวันหยุดราชการเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศของประเทศ ด้วยความจงรักภักดีและศรัทธาต่อองค์เหนือหัวรัชกาลที่ 9 พร้อมใจกันเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพะมหากรุณาธิคุณอันประเสริฐที่ทรงตรากตรำทุ่มเทพระวรกาย หวังให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ประเทศมีความสงบสุขตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์

ม.5นั่งรถมาจากโคราช

นายนนธิชัย มณีโชติ นักเรียนชั้น ม.5 ร.ร.ปากช่องพิทยาคม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กล่าวว่าตนและเพื่อนร่วมห้องอีก 5 คน ได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั่งรถทัวร์ออกจาก อ.ปากช่อง เมื่อช่วง 1 ทุ่มของวันที่ 18 พฤศจิกายน และต่อรถโดยสารประจำทางมายังท้องสนามหลวงเมื่อเวลา 04.00 น. เพื่อเข้าคิวรอกราบสักการะพระบรมศพ พวกเราตั้งใจเดินทางมาเพราะรักพระองค์ท่านที่ทรงมีโครงการในพระราชดำริต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนคนไทย โดยเฉพาะหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นแนวทางที่ยั่งยืนโดยทางโรงเรียนได้ให้นักเรียนศึกษาเรียนรู้ในการแบ่งพื้นที่ใช้สอย มีการปลูกพืชผัก ขุดบ่อน้ำเลี้ยงสัตว์ และสามารถนำความรู้กลับไปพัฒนาที่บ้านได้ด้วย หากไม่มีพระองค์พวกเราก็ไม่มีปลานิลกิน หลักเศรษฐกิจพอเพียงยังช่วยพัฒนาการศึกษาด้วย ช่วยให้เรารู้จักประหยัด อดออม และรู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ

ชาวอังกฤษซาบซึ้งพระราชกรณียกิจ

ด้านนายเจมส์ ไพเดอร์ อายุ 53 ปี ชาวอังกฤษซึ่งย้ายถิ่นฐานปักหลักอยู่ในประเทศไทย จ.บุรีรัมย์ นาน 15 ปี เพราะความรักในบรรยากาศแบบไทย เดินทางมาพร้อมกับ น.ส.จารุณี ทองด้วง อายุ 37 ปี ภรรยา โดยเล่าว่าตั้งใจเดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล เพราะที่ประเทศอังกฤษมีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ขณะเดียวกันประเทศไทยก็มีกษัตริย์ และตลอดเวลาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยก็ได้รู้จักพระองค์ผ่านการทรงงานในด้านต่างๆ มาตลอด 70 ปี ทั้งโครงการพระราชดำริ, เสด็จเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดาร โดยเฉพาะในภาคอีสาน นอกจากนี้ยังไม่ใช่แค่โครงการพระราชดำริต่างๆ แต่ยังมีพระบรมราโชวาท รวมถึงภูมิปัญญาต่างๆ เวลาที่พระองค์ทรงสอนสิ่งใดประชาชนก็จะปฏิบัติตาม ทำให้ได้เห็นถึงความรักความผูกพันระหว่างสถาบันกษัตริย์กับประชาชนได้เป็นอย่างดี

ชาวปกาเกอะญอร่วมถวายสักการะ

ขณะที่ชนเผ่ากระเหรี่ยง หรือปกาเกอะญอ จาก อ.แม่ละหมาด จ.ตาก เหมารถตู้ออกเดินทางมาตั้งแต่ 6 โมงเย็นของวันศุกร์ และมาถึงสนามหลวงตอนตี 2 พร้อมเข้าคิวเพื่อเข้าสักการะพระบรมศพ โดย นางสาริกา ศรีวนาตระกูล อายุ 32 ปี ชาวปกาเกอะญอ ระบุว่าเดินทางมาพร้อม ด.ญ.รุ่งตะวัน ศรีวนาตระกูล อายุ 11 ปี ลูกสาว และกลุ่มคนในหมู่บ้าน รวมทั้งหมด 12 คน ซึ่งทุกคนในหมู่บ้านอยากจะมา โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่ที่สูงอายุ แต่ลำบากเรื่องการเดินทาง เรามาด้วยความรักที่อยากจะตอบแทนพระองค์ที่ทรงมอบความรักให้กับพวกเราโดยไม่แบ่งเชื้อชาติศาสนา ทรงทำงานหนักเพื่อราษฏรมาอย่างยาวนาน ต้องขอบคุณพระองค์ท่านจริงๆ

พระบรมฯพระราชทานอาหาร4มื้อ

ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ฝั่งตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง ซึ่งได้ย้ายมาอยู่บริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศเหนือเยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยตั้งรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชนที่แบ่งเป็นสัดส่วน และยังคงมีอาหาร ขนม เครื่องดื่มไว้บริการประชาชนครบ 4 มื้อดังเดิม ตามพระราชประสงค์ที่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาแสดงความอาลัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ผลไม้ ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายประชาชนประจำวันที่ 19 พฤศจิกายน มื้อเช้าเวลา 07.00 น. ประกอบด้วย ข้าวต้มปลา 1,500 ถ้วย กาแฟสดบาเรสต้า 600 แก้ว นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อเที่ยงเวลา 11.00 น. ข้าวเหนียวไก่ทอด 4,000 จาน ขนมไทย 300 ชุด มื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง ข้าวเหนียวหมูและข้าวเหนียวไก่ 1,000 กล่อง เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง น้ำดื่มสมุนไพร 500 ลิตร และมื้อเย็นเวลา 18.00 น. ผัดหมี่พิมาย 2,500 ชุด ยำหมูยอ 99 กก. ขณะเดียวกันมีและน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน ทั้งนี้ ได้มีนักเรียนจากมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.) 20 คนจากทั่วประเทศมาเป็นจิตอาสาสลับผลัดเปลี่ยนกันทุกวันเสาร์-อาทิตย์

ฟ้าหญิงรับสั่งจัดทีมแพทย์

ขณะที่เต็นท์มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช ภายในท้องสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงห่วงใยประชาชนที่มาถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดหน่วยแพทย์ เภสัชกร พยาบาล และบุคลาการ จาก ร.พ.วิชัยยุทธ แบ่งเป็น 2 ผลัด 08.00-16.00 น. จำนวน 17 คน และผลัดที่ 2 เวลา 16.00-20.00 น. จำนวน 18 คน โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เข้ามารับการรักษามีอาการวิงเวียนและเป็นลมเนื่องจากอากาศร้อนอบอ้าว

ส่วนที่บริเวณท้องสนามหลวง ด้านทิศตะวันตก เยื้องหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลุ่มเกษตรกรบ้านสุเม่น ต.แม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ได้นำส้มเขียวหวาน กว่า 3 ตัน มาแจกจ่ายประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ ด้วย เพื่อรวมใจทำดีเพื่อพ่อ

บก.จร.ปิด8เส้นทาง24ชม.

ส่วนมาตรการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่จะเดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ ทางกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ได้ยกเลิกปิดเส้นทางจราจรโดยรอบพระบรมมหาราชวัง จาก 27 เส้นทาง เหลือ 8 เส้นทางหลัก เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจนถึงขณะนี้ทุกอย่างเข้าที่หมดแล้ว ส่วนการพิจารณาเปิดหรือปิดเส้นทางอื่นๆ เพิ่มเติม ทาง บก.จร.กำลังพิจารณาว่าจะเพิ่มหรือลดในส่วนไหนบ้าง โดย 8 เส้นทางที่จะห้ามรถทุกชนิดผ่านตลอด 24 ชม. ได้แก่ 1.ถนนราชดำเนินใน ตั้งแต่แยกผ่านพิภพลีลา-แยกป้อมเผด็จดัสกร 2.ถนนสนามไชย ตั้งแต่ป้อมเผด็จดัสกร-วงเวียน รด. 3.ถนนหน้าพระลาน ตั้งแต่ป้อมเผด็จดัสกร-ท่าช้าง 4.ถนนหน้าพระธาตุตั้งแต่ประตูวิเศษไชยศรี-แยกตัดถนนพระจันทร์ 5.ถนนหับเผย 6.ถนนหลักเมือง 7.ถนนกัลยาณไมตรี-แยกช้างโรงสี และ 8.ซอยสราญรมย์

เยาวชนจิตอาสาร่วมทำความดี

ด้านพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยจำนวน 501 คน ประกอบด้วย ผู้แทนเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ จำนวน 381 คน และผู้ดูแลเด็ก จำนวน 120 คน เพื่อทำกิจกรรม “เด็กไทย หัวใจ พม. ทำดีเพื่อพ่อหลวง” ณ บริเวณสนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ โดยเด็กและเยาวชนดังกล่าว จะทำกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มาถวายบังคม พระบรมศพ

ชมรมจักรยานอุดรฯปั่นเข้ากรุง

สำหรับบรรยากาศที่ต่างจังหวัด เช้าวันเดียวกัน ที่บริเวณถนนอธิบดี หน้าศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี เป็นประธานปล่อยขบวนนักปั่นจากชมรมจักรยานอุดรธานี และนักปั่นจาก จ.หนองคาย กว่า 100 คัน นำโดย นายพรเทพ ศักดิ์สุจริต ประธานชมรมจักรยาน จ.อุดรธานี ในกิจกรรม “รวมใจชาวอีสานเหนือเป็นหนึ่งเดียว ปั่นไปกราบพ่อ ในหลวงรัชกาลที่ 9” โดยได้พากันกราบสักการะศาลหลักเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนจะออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ กำหนดถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวังในวันที่ 23 พฤศจิกายน เพื่อเข้ากราบสักการะหน้าพระบรมโกศ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมระยะทางประมาณ 570 กม.

จอมโจร100ศพเดิน1,000กม.

ที่ป้อมตำรวจเพนียด ริมถนนเอเซีย 41 อ.หลังสวน จ.ชุมพร บ่ายวันเดียวกัน พ.ต.ท.ไพศาล ศรีสวัสดิ์ สวป. สภ.หลังสวน นางวัลภา แก้วสวี พัฒนาความนั่นคงของมนุษย ชุมพร และชาวบ้านให้การต้อนรับ นายเจิม เส้งเอียด หรือ “ไข่หมูก” อายุ 67 ปี อดีตจอมโจร 100 ศพ อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ที่ 5 ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ที่เดินเท้าจาก จ.พัทลุง ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน เพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง รวมระยะทางราว 1,000 กม.

เรียกร้องนักโทษกลับใจเป็นคนดี

นายเจิม กล่าวว่า ในชีวิตของตนได้รับพระราชทานอภัยโทษ หลายครั้ง จากที่ต้องโทษจำคุก 32 ปี ในเรือนจำไชยา จ.สุราษฏร์ธานี จนพ้นโทษเมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา จึงรู้สึกรักในหลวงรัชกาล ที่ 9 เหมือนพ่อจริงๆ ทั้งที่ตอนพ่อที่แท้จริงเสียชีวิตก็ไม่ได้ออกมากราบศพ เนื่องจากถูกจองจำ ตนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และอยากขอเรียกร้องให้ นักโทษทั้งที่เคยได้รับพระราชทานอภัยโทษ และ ยังถูกจองจำให้กลับใจเป็นคนดีตลอดชีวิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สำหรับตนจะเป็นคนดีไปจนกว่าจะตาย

จนท.เรือนจำร่วมให้กำลังใจ

ทั้งนี้ ในระหว่างการเดินทาง ได้มีนางอำพา ด้วงแดง อายุ 60 ปี ภรรยาคู่ชีวิต และ นายชนะพงษ์ ภูมิพัน อายุ 33 ปี ลูกบุญธรรม ขับรถยนต์ติดตามดูแลด้วยความห่วงใย เนื่องจากนายเจิมมีอายุมากและจะได้ช่วยดูแล ในเรื่องความปลอดภัยให้ด้วย อีกทั้งเมื่อผ่านไปยังจังหวัดต่างๆ ที่มีเรือนจำจังหวัด เจ้าหน้าที่เรือนจำ จะออกมาต้อนรับให้กำลังใจ เนื่องจาก สมัยที่จอมโจรไข่หมูก ถูกจองจำ จะเป็นนักโทษที่มีความประพฤติดี เป็นตัวอย่างที่ดี ของนักโทษ จนเป็นที่รู้จักใน บรรดา จนท.ของเรือนจำทั่วภาคใต้ และเป็นอดีต นักโทษ คนแรก ที่มีการแสดงออกเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และในวันเดียวกันนี้ ยังมี นายพงษ์ศักดิ์ ฉิ่งสุวรรณโรจน์ เจ้าของ สวนนายดำ ที่เคยถูกจอมโจรไข่หมูกเรียกค่าไถ่ เดินทางมาเป็นกำลังใจให้ด้วย

รวมพลังแห่งความภักดี

วันเดียวกัน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รักษาราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า กรมประชาสัมพันธ์ขอเชิญชวนประชาชนในทุกพื้นที่ ที่มีการจัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” ในเช้าวันที่ 22 พฤศจิกายน นี้ ร่วมส่งภาพนิ่ง รวมถึงคลิปวีดิโอ ภาพบรรยากาศและกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ที่จัดงาน ส่งมาใน facebook ของกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อร่วมกันบันทึกภาพพลังแห่งความภักดีให้ได้มากที่สุด จากทุกพื้นที่ ทุกอำเภอ ทุกชุมชน

“ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมที่ใด ในสถานที่ราชการ ห้างร้าน อาคารสำนักงาน ชมรม สหกรณ์ ศาลาประชาคม วินมอเตอร์ไซค์ โรงเรียน โรงพัก โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ที่ว่าการอำเภอ หรือไม่ว่าที่ใด ก็ขอให้ร่วมใจกันส่งภาพกิจกรรมในพื้นที่ของท่านมาให้มากที่สุด เพื่อร่วมบันทึกกิจกรรมครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย แสดงพลังแห่งความผูกพันและความจงรักภักดีที่พสกนิกรไทยมีต่อ สถาบันพระมหากษัตริย์มาอย่างยาวนานและจะเป็นเช่นนั้นตลอดไปตราบนิจนิรันด์”

แพร่ภาพความประทับใจ

ทั้งนี้ท่านสามารถส่งข้อมูลมาที่เฟสบุ๊คของกรมประชาสัมพันธ์ โดยการส่งข้อมูลภาพ และวีดีโอ มาทาง inbox ของ facebook: https://www.facebook.com/prdofficial ของกรมประชาสัมพันธ์ โดยมีขั้นตอนดังนี้

1.ทำการเลือกที่เมนูข้อความ 2.พิมพ์ข้อความ แนบข้อมูลภาพและวีดีโอ แล้วกดส่งข้อความมาที่ facebook กรมประชาสัมพันธ์ โดยจะมีผู้ดูแลฐานข้อมูลทำการอัพข้อมูลให้ท่านเพื่อเผยแพร่ต่อไป

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวด้วยว่า กรมประชาสัมพันธ์ จะทำการตัดต่อ และคัดเลือกภาพและคลิปวีดิโอ ที่ส่งมา นำมาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ NBT และ NBT World เพื่อเผยแพร่ภาพที่งดงามประทับใจเหล่านี้ต่อไป จึงขอเชิญทุกๆท่าน ร่วมกิจกรรม รวมพลังแห่งความภักดี ในวันที่ 22 พย. นี้ เวลา 8.00 และส่งภาพกิจกรรมมายังกรมประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะต่อไป

อึ้ง!ผลสำรวจปฐมวัย 30%บกพร่อง-พัฒนาการล่าช้า หุนหันพลันแล่นขาดการยับยั้งชั่งใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245499

อึ้ง!ผลสำรวจปฐมวัย  30%บกพร่อง-พัฒนาการล่าช้า  หุนหันพลันแล่นขาดการยับยั้งชั่งใจ

อึ้ง!ผลสำรวจปฐมวัย 30%บกพร่อง-พัฒนาการล่าช้า หุนหันพลันแล่นขาดการยับยั้งชั่งใจ

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

อึ้ง!ผลสำรวจปฐมวัย

30%บกพร่อง-พัฒนาการล่าช้า

หุนหันพลันแล่นขาดการยับยั้งชั่งใจ

นักวิชาการแนะครูเสริมสร้างทักษะ

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ศูนย์การประชุมอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย Thailand EFPartnership จัดการประชุมวิชาการ EF Symposium 2016ปลูกฝังทักษะสมอง บ่มเพาะเด็กไทยยุค 4.0

นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ รองประธานกรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า ทักษะที่จำเป็นของคนไทยในยุค 4.0 ที่ทั่วโลกต้องการคือ การเรียนรู้ที่จะปรับตัวโดยเฉพาะเด็กเยาวชน และกลุ่มวัยแรงงานที่ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงในยุคไอที การสร้างทักษะที่สำคัญเหล่านี้จำเป็นต้องวางรากฐานตั้งแต่ปฐมวัย หรือ 0-6 ปี โดยการพัฒนาทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จ หรือ Executive Function (EF) เป็นการทำงานระดับสูงของสมองในการเฝ้าตามดูและควบคุมอารมณ์ ความคิด และการกระทำ เพื่อกำกับตนเองให้เกิดพฤติกรรมที่มุ่งสู่เป้าหมายช่วยให้เด็กคิดเป็น ทำงานเป็น เรียนรู้เป็น แก้ไขปัญหาเป็น อยู่ร่วมกับผู้อื่นเป็น และหาความสุขเป็น

ซึ่งต้องเน้นการเรียนรู้ด้วยการลงมือทำเพื่อให้เด็กมีโอกาสฝึกคิด วางแผน แก้ไขปัญหา สิ่งสำคัญคือควรคำนึงถึงการสร้างการเรียนรู้แก่เด็กตามความเหมาะสมของช่วงวัย โดยเฉพาะระดับปฐมวัยที่ไม่ควรเร่งเรื่องอ่านเขียน ซึ่งเป็นการกดทับทักษะด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะทักษะความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ และแก้ไขปัญหา สสส.จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายEFกว่า 20 องค์กร พัฒนาองค์ความรู้ทางด้านทักษะสมองให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยรวมทั้งขยายเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดการนำองค์ความรู้ไปใช้เป็นรูปธรรม

ด้าน รศ.ดร.นวลจันทร์ จุฑาภักดีกุล ศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงผลการสำรวจพัฒนาการทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จของเด็กวัย 2-6 ปี จากกลุ่มตัวอย่าง 2,965 คนทั่วทุกภาคของประเทศไทยในช่วงปี 2558-2559 ด้วยแบบประเมินพัฒนาการด้าน EF ในเด็กปฐมวัย พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยมหิดลภายใต้โครงการวิจัยที่สนับสนุนโดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) พบว่าปัจจุบันมีเด็กวัย 2-6 ปีที่มีปัญหาพฤติกรรมที่เป็นความบกพร่องของ EF ประมาณ 30% คือเป็นเด็กที่มีความบกพร่องอย่างชัดเจน 16% และบกพร่องเล็กน้อย 14% ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการด้าน EF ล่าช้า คือพบประมาณ 29% โดยเป็นเด็กที่มีพัฒนาการด้าน EF ต่ำกว่าเกณฑ์อย่างชัดเจน 14% และต่ำกว่าเกณฑ์เล็กน้อย 15% ทั้งนี้ทักษะสมองด้าน EF ที่เป็นปัญหามากเป็นอันดับ 1 คือ ปัญหาด้านการหยุด 2. ปัญหาด้านความจำขณะทำงาน และ3. ปัญหาการควบคุมอารมณ์ ซึ่งจะส่งผลด้านลบต่อความพร้อมและความสำเร็จทางการเรียนในระดับที่สูงขึ้นไป

รศ.ดร.นวลจันทร์ กล่าวว่า การพัฒนาทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จจะช่วยลดปัญหาความล้มเหลวทางการเรียนหรือออกจากระบบการศึกษา ปัญหาพฤติกรรม และลดความเสี่ยงที่เด็กจะตัดสินใจผิดพลาดเช่น การใช้ยาเสพติด การตั้งครรภ์ในวัยเรียน เพราะการทำงานของสมองส่วนหน้าที่เข้มแข็งจะช่วยให้เด็กรู้จักคิดก่อนทำ ยับยั้งชั่งใจเพื่อกำกับตนเองสู่ความสำเร็จ ซึ่งการพัฒนาทักษะสมองเหล่านี้ควรบูรณาการในชีวิตประจำวันทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน แต่ปัญหาในขณะนี้คือครูและพ่อแม่ยังขาดความเข้าใจ โดยเฉพาะการจัดการเรียนการสอนวัยเด็กเล็กที่ขาดสมดุลมุ่งเน้นวิชาการ เร่งเรียนเขียนอ่านก่อนวัย

ซึ่งสมองของเด็กเล็กมีความพร้อมที่จะรับการฝึกทักษะ EF พื้นฐาน เช่นรู้จักหยุด ยืดหยุ่นทางความคิด และความจำขณะทำงานซึ่งเป็นฐานสำคัญที่ส่งเสริมให้เด็กมีทักษะ EF ระดับที่ยากขึ้นไปเช่น การคิดเป็นเหตุผล คาดการณ์ผลของการกระทำ การจัดการกับปัญหาที่ซับซ้อน การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นการสอนและการประเมินเด็กวัยก่อนเรียนควรปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับพัฒนาการด้านการคิดด้วยสมองส่วนหน้าของเด็ก เพราะความสามารถด้านวิชาการเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวยืนยันว่าเด็กจะประสบความสำเร็จเสมอไป

นายแพทย์อุดม เพชรสังหาร จิตแพทย์เด็กและเยาวชนกล่าวว่า งานวิจัยการติดตามเด็กอัจฉริยะที่ทำมากว่า 80 ปี พบว่า IQ ไม่ได้การันตีความสำเร็จของมนุษย์ อีกทั้งโลกใหม่ในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้เน้นเรื่องความจำ แต่เน้นเรื่องการควบคุมตนเอง การมุ่งสู่เป้าหมาย และยืดหยุ่นในวิธีคิด โดยทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จ หรือ EF จะตอบโจทย์ได้ดีที่สุด เพราะเป็นฐานการควบคุมตนเองและจัดระเบียบตนเอง เด็กที่มี EF สูงจะประสบความสำเร็จในชีวิต การทำงาน การเรียน ช่วยแก้ปัญหาด้านพฤติกรรม อาชญากรรม ยาเสพติด ติดโซเชียลมีเดีย การเพศสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม หลายองค์กรในประเทศอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย รวมถึงมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง อาทิ ฮาร์วาร์ด มอนทรีออล จอห์นฮอปกินส์ ได้หันมาให้ความสนใจและเปลี่ยนวิธีคิด โดยนำ EF เข้าไปปรับใช้ในหลักสูตรการเรียนการสอน ดังนั้นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสถานศึกษาปฐมวัย หากไม่เริ่มต้นพัฒนาทักษะสมองตั้งแต่วัยนี้ เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นที่มีแรงอยากรู้ อยากเห็นเป็นตัวขับ โดย EF ยังพัฒนาไม่เข้มแข็งพอ โอกาสที่วัยรุ่นจะเสียหายก็มีสูง

ทหารเรือ-ปชช.ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245507

ทหารเรือ-ปชช.ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

ทหารเรือ-ปชช.ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 20.11 น.

19 พ.ย.59 ที่วัดเขาบำเพ็ญบุญ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พล.ร.ท.สุรศักดิ์ เมธยาภา ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ มอบหมายให้ พล.ร.ต.ธนู อยู่สุขี ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือ นำกำลังพลในสังกัดทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมพุทธศาสนิกชน ประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมและนั่งอธิษฐานจิตอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลและถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อให้ข้าราชการทหารเรือในสังกัดทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ และพุทธศานิกชนในพื้นที่ ที่ยังไม่มีโอกาสเดินทางไปร่วมสักการะพระบรมศพ ที่พระบรมมหาราชวัง ได้ร่วมน้อมถวายความอาลัย

โดยมีการประกอบพิธีสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ นั่งสมาธิตั้งจิตอธิษฐานเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อส่งดวงพระวิญญาณของพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย และเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพราะที่ผ่านมาพระองค์ได้ทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรชาวไทย ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ พร้อมทั้งจะได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการทำหน้าที่และดำเนินชีวิต เพื่อตอบแทนพระเมตตาของพระองค์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้

‘กรมประชาฯ’ชวนปชช.บันทึกภาพประวัติศาสตร์ ในกิจกรรม’รวมพลังแห่งความภักดี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245487

'กรมประชาฯ'ชวนปชช.บันทึกภาพประวัติศาสตร์ ในกิจกรรม'รวมพลังแห่งความภักดี'

‘กรมประชาฯ’ชวนปชช.บันทึกภาพประวัติศาสตร์ ในกิจกรรม’รวมพลังแห่งความภักดี’

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 18.14 น.

19 พ.ย.59 พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า กรมประชาสัมพันธ์ขอเชิญชวนประชาชนในทุกพื้นที่ ที่มีการจัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” ในเช้าวันที่ 22 พ.ย.นี้ ร่วมส่งภาพนิ่ง รวมถึงคลิปวีดิโอ ภาพบรรยากาศและกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ที่จัดงาน ส่งมาในเฟซบุ๊กของกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อร่วมกันบันทึกภาพพลังแห่งความภักดีให้ได้มากที่สุด จากทุกพื้นที่ ทุกอำเภอ ทุกชุมชน

“ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมที่ใด ในสถานที่ราชการ ห้างร้าน อาคารสำนักงาน ชมรม สหกรณ์ ศาลาประชาคม วินมอเตอร์ไซค์ โรงเรียน โรงพัก โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ที่ว่าการอำเภอ หรือไม่ว่าที่ใด ก็ขอให้ร่วมใจกันส่งภาพกิจกรรมในพื้นที่ของท่านมาให้มากที่สุด เพื่อร่วมบันทึกกิจกรรมครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย แสดงพลังแห่งความผูกพันและความจงรักภักดีที่พสกนิกรไทยมีต่อ สถาบันพระมหากษัตริย์มาอย่างยาวนานและจะเป็นเช่นนั้นตลอดไปตราบนิจนิรันด์” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

ทั้งนี้ ท่านสามารถส่งข้อมูลมาที่เฟซบุ๊กของกรมประชาสัมพันธ์ โดยการส่งข้อมูลภาพ และวีดีโอ มาทาง inbox ของเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/prdofficial ของกรมประชาสัมพันธ์ โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1.ทำการเลือกที่เมนูข้อความ 2.พิมพ์ข้อความ แนบข้อมูลภาพและวีดีโอ แล้วกดส่งข้อความมาที่เฟซบุ๊กกรมประชาสัมพันธ์ โดยจะมีผู้ดูแลฐานข้อมูลทำการอัพข้อมูลให้ท่านเพื่อเผยแพร่ต่อไป

นอกจากนี้ พล.ท.สรรเสริญ กล่าวด้วยว่า กรมประชาสัมพันธ์จะทำการตัดต่อ และคัดเลือกภาพและคลิปวีดิโอที่ส่งมา นำมาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ NBT และ NBT World เพื่อเผยแพร่ภาพที่งดงามประทับใจเหล่านี้ต่อไป จึงขอเชิญทุกๆ ท่าน ร่วมกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ เวลา 08.00 น.และส่งภาพกิจกรรมมายังกรมประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะต่อไป

‘มาร์ค’นำลูกพรรคแจก’พันธุ์ข้าว’ แก่ปชช.ร่วมสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245431

'มาร์ค'นำลูกพรรคแจก'พันธุ์ข้าว' แก่ปชช.ร่วมสักการะพระบรมศพ

‘มาร์ค’นำลูกพรรคแจก’พันธุ์ข้าว’ แก่ปชช.ร่วมสักการะพระบรมศพ

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.29 น.

19 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่เต็นท์มูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค , นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และคณะ ได้ร่วมแจกถุงพันธ์ข้าว จำนวน 3,000 ถุง และเครื่องดื่ม ให้กับประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่บริเวณท้องสนามหลวง โดยมีประชาชนมารอรับเข้าคิวเป็นจำนวนมาก

โดย นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกิจกรรมดังกล่าวว่า สถานีโทรทัศน์ฟ้าวันใหม่ได้จัดกิจกรรมเชิญชวนเกษตรกรมาร่วมเกี่ยวข้าวในชื่อโครงการว่า “เกี่ยวข้าว ๙ ตามรอยพ่อ” ที่พื้นที่ทุ่งนาเขตคลองสามวา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งตนได้ไปร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย โดยวันนั้นได้เกี่ยวข้าวให้เป็นรูปเลขเก้าไทย เป็นการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงงานและทรงสนพระราชหฤทัยสนับสนุนเกษตรกรในเรื่องข้าวมาตลอด ซึ่งเดิมทีข้าวที่เกี่ยวนี้ เจ้าของที่นาจะตั้งใจนำมาสีเป็นข้าวสารเพื่อมอบให้โรงครัวที่ท้องสนามหลวง แต่เจ้าของนาได้บอกทางสถานีว่า หลังจากเกี่ยวข้าวแล้วก็ได้ฝัน จึงขอให้ข้าวที่เป็นรูปเลขเก้าไทย เมื่อเกี่ยวแล้วขอให้นำข้าวที่มาเป็นสายพันธุ์แก่พี่น้องเกษตรกรไทย จึงเป็นที่มาของกิจกรรมแจกข้าวเปลือกพอเพียงในวันนี้ ซึ่งในวันที่จัดการเกี่ยวข้าว ได้มีการแจกพันธ์ุข้าวให้กับเกษตรกรชาวนา ชาวอุบลราชธานี และในพื้นที่ใกล้เคียง ที่มาร่วมเกี่ยวข้าวในวันนั้นไปแล้วส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือจึงนำมาบรรจุถุงเพื่อแจกจ่ายเป็นพันธุ์ข้าวให้แก่ประชาชนที่สนามหลวงในวันนี้ด้วย

นร.ม.5ตจว.ชวนเพื่อนมากราบพ่อ เผยถ้าไม่มี’พระองค์’ก็ไร้ปลานิลกิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245426

นร.ม.5ตจว.ชวนเพื่อนมากราบพ่อ เผยถ้าไม่มี'พระองค์'ก็ไร้ปลานิลกิน

นร.ม.5ตจว.ชวนเพื่อนมากราบพ่อ เผยถ้าไม่มี’พระองค์’ก็ไร้ปลานิลกิน

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 12.11 น.

19 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น.ทุกวัน ต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 22 แล้วนั้น โดยในวันนี้ ตั้งแต่เวลา 04.40 เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนที่นั่งรถวิลแชร์ เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ทางประตูวิเศษไชยศรีเป็นคณะแรก ตามด้วยเวลา 04.50 น. เป็นประชาชนทั่วไป โดยคลื่นพสกนิกรที่ใช้โอกาสวันหยุดราชการเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศของประเทศ เปี่ยมไปด้วยความจงรักภักดีและศรัทธาต่อองค์เหนือหัวรัชกาลที่ 9 พร้อมใจเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งหนึ่งในชีวิตด้วยสำนึกในพะมหากรุณาธิคุณอันประเสริฐที่ทรงตรากตรำทุ่มเทพระวรกาย หวังให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ประเทศมีความสงบสุขตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราช

นายนนธิชัย มณีโชติ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนปากช่องพิทยาคม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กล่าวว่าตนและเพื่อนร่วมห้องอีก 5 คน โดยอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั่งรถทัวร์ออกจาก อ.ปากช่อง เมื่อช่วง 1 ทุ่มของวันที่ 18 พ.ย.59 และต่อรถโดยสารประจำทางมายังท้องสนามหลวง เมื่อเวลา 04.00 น. เพื่อเข้าคิวรอกราบสักการะพระบรมศพ พวกเราตั้งใจเดินทางมาวันนี้ เพราะรักพระองค์ท่านที่ทรงมีโครงการในพระราชดำริต่าง ๆเพื่อช่วยเหลือประชาชนคนไทย โดยเฉพาะหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นแนวทางที่ยั่งยืนโดยทางโรงเรียนได้ให้นักเรียนศึกษาเรียนรู้ในการแบ่งพื้นที่ใช้สอย มีการปลูกพืชผัก ขุดบ่อน้ำเลี้ยงสัตว์ และนักเรียนก็สามารถนำความรู้กลับไปพัฒนาที่บ้านด้วยการเลี้ยงกบ เลี้ยงปลากินและขายได้ด้วย

“หากไม่มีพระองค์พวกเราก็ไม่มีปลานิลกิน หลักเศรษฐกิจพอเพียงยังช่วยพัฒนาการศึกษาด้วย ช่วยให้เรารู้จักประหยัด อดออม และรู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ นอกจากนี้ พระองค์เสด็จไปทุกที่ที่ประชาชนเดือดร้อนท่านเสด็จไปแก้ปัญหาให้ทุกเรื่อง ถึงแม้จะเดินทางลำบาก พวกเราจึงรู้สึกเสียใจที่พระองค์เสด็จสวรรคต รู้สึกว่าเหมือนเราขาดอะไรไป ถึงแม้พวกเราจะไม่เคยรับเสด็จพระองค์ท่านแต่ก็มีความผูกพันจากคำสอนของพระองค์”

ด้านนายเจมส์ ไพเดอร์ อายุ 53 ปี ชาวอังกฤษซึ่งย้ายถิ่นฐานปักหลักอยู่ในประเทศไทย จังหวัดบุรีรัมย์ นาน 15 ปี เพราะความรักในบรรยากาศสบายแบบไทย ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม อากาศ และอาหารไทย เดินทางมาพร้อมกับภรรยานางสาว จารุณี ทองด้วง อายุ 37 ปี เล่าว่าตั้งใจเดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล เพราะที่ประเทศอังกฤษมีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ขณะเดียวกันประเทศไทยก็มีกษัตริย์ และตลอดเวลาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยก็ได้รู้จักพระองค์ผ่านการทรงงานในด้านต่างๆ มาตลอด 70 ปี ทั้งโครงการพระราชดำริ เสด็จฯเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดาร โดยเฉพาะในภาคอีสาน นอกจากนี้ ยังไม่ใช่แค่โครงการพระราชดำริต่างๆ แต่ยังมีพระบรมราโชวาท รวมถึงภูมิปัญญาต่างๆ เวลา ที่พระองค์ทรงสอนสิ่งใดประชาชนก็จะปฏิบัติตาม ทำให้ได้เห็นถึงความรักความผูกพันระหว่างสถาบันกษัตริย์กับประชาชนได้เป็นอย่างดี

ผู้สื่อข่าวถามถึงการเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพในครั้งนี้ว่า ประสบปัญหาติดขัดหรือไม่ เนื่องจากเป็นวันแรกที่มีการปรับเปลี่ยนจุดเข้าแถวเพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพ นายเจม ไพเดอร์ กล่าวว่า ได้เห็นข่าวจากในทีวีมาบ้างเหมือนกัน แต่เมื่อตั้งใจมาแล้วก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากการต่อคิวและรอ โดยตนเองเดินทางมาจากจังหวัดบุรีรัมย์ตั้งแต่เมื่อวาน (18 พ.ย.59) แล้วเข้าพักแถวเขตดุสิต จากนั้น ในช่วงเช้าจึงเดินทางมาที่สนามหลวงตอนเวลา 05.00 น. ก่อนได้เข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในช่วงสาย ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่เร็วดี โดยเฉพาะระบบการจัดการข้างในพระบรมมหาราชวังนั้นการจัดการรวดเร็วยอดเยี่ยมมาก

ขณะที่ชนเผ่ากระเหรี่ยง หรือปกาเกอะญอ จาก อ.แม่ละหมาด จ.ตาก เหมารถตู้ออกเดินทางมาตั้งแต่ 6 โมงเย็นของวันศุกร์ และมาถึงสนามหลวงตอนตี 2 พร้อมเข้าคิวเพื่อเข้าสักการะพระบรมศพ

นางสาริกา ศรีวนาตระกูล อายุ 32 ปี ชาวปกาเกอะญอพร้อมลูกสาว ด.ญ.รุ่งตะวัน ศรีวนาตระกูล อายุ 11 ปี และนางอรชร ตระกูลพงอนุชิต อายุ 28 ปี ที่กำลังต่อคิวอย่างใจจดใจจ่อด้วยชุดท้องถิ่นสุภาพ โดยบอกว่ามาทั้งหมด 12 คน ทุกคนพร้อมใจกันมาสักการะในหลวง ร.9

นางสาริกา กล่าวขณะนั่งรอคิวว่า ทุกคนในหมู่บ้านอยากจะมา โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่ที่สูงอายุ แต่ลำบากเรื่องการเดินทางครั้งนี้ จึงรวมตัวเฉพาะผู้สามารถเดินทางได้สะดวกก่อน หากถามว่า ทำไมถึงต้องมานั้น เรามาด้วยความรักที่อยากจะตอบแทนพระองค์ที่ทรงมอบความรักให้กับพวกเราโดยไม่แบ่งเชื่อชาติศาสนา ทรงทำงานหนักเพื่อราษฏรมาอย่างยาวนาน ซึ่งเราในฐานะชาวปกาเกอะญอก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพรองค์ท่าน ทำให้เราอยู่ดีกินดีมาอย่างยาวนาน ต้องขอบคุณพระองค์ท่านจริงๆ

นางสุจิต ลิ้มจุฬารัตน์ อายุ 80 ปี ชาวนครศรีธรรมราช เดินทางมาพร้อมลูกหลานรวม 20 คน มาถึงบริเวณสนามหลวงตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 18 พ.ย.59 ด้วยความตั้งใจเข้ากราบสักการะพระบรมศพสักครั้งในชีวิต กล่าวว่า เพราะประทับใจในน้ำพระทัยของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อพสกนิกร ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นพระองค์ท่านแล้ว เคยเฝ้าฯ รับเสด็จเมื่อครั้งเสด็จฯ ที่ อ.ปากพนัง ที่ทรงลงไปช่วยประชาชนที่ประสบเหตุวาตภัย รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นยิ่งนัก จากนั้น ตัวเองได้เข้าเป็นอาสากาชาดจังหวัด เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการได้เป็นผู้ให้ คอยช่วยเหลือผู้อื่น ทั้งนี้ เพราะเราเห็นในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานเพื่อประชาชนมาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ จึงสอนต่อลูกหลานให้ยึดหลักคำสอนในเรื่องของความพอเพียง การอดออม และการเป็นคนดี

ประชาชนเข้าถวายบังคม21วัน กว่า6แสนรายยอดเงิน45ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245423

ประชาชนเข้าถวายบังคม21วัน กว่า6แสนรายยอดเงิน45ล้าน

ประชาชนเข้าถวายบังคม21วัน กว่า6แสนรายยอดเงิน45ล้าน

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 10.24 น.

19 พ.ย.59 สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 05.00-22.10 น. ของวันที่ 18 พ.ย.59 มีจำนวนทั้งสิ้น 36,240 คน รวม 21 วัน มี 635,048 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,534,846.75 บาท รวม 21วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 45,162,137.75 บาท

ออกแบบเสร็จแล้ว พระโกศพระบรมศพ ทั้งงดงามและสมพระเกียรติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245402

ออกแบบเสร็จแล้ว  พระโกศพระบรมศพ  ทั้งงดงามและสมพระเกียรติ

ออกแบบเสร็จแล้ว พระโกศพระบรมศพ ทั้งงดงามและสมพระเกียรติ

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ออกแบบเสร็จแล้ว

พระโกศพระบรมศพ

ทั้งงดงามและสมพระเกียรติ

เปิดให้ปชช.ร่วมจัดสร้างด้วย

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง  ทรงถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 17 พฤศจิกายน

เวลา 11.00 น. ม.ร.ว.ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ เป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร และวัดราชสิทธารามราช วรวิหารที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

เวลา 15.18 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา  สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในการนี้ ทรงนำลูกพลับมาถวายแด่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชด้วย

พสกนิกรมุ่งมั่นกราบพระบรมศพ

ขณะที่บริเวณสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ประชาชนจำนวนมากยังคงเดินทางมารอเข้าแถวเพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชตั้งแต่ช่วงเช้ามืด โดยเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังได้เวลา 05.00 น. แม้สภาพอากาศจะร้อนจัด แสงแดดแรงกล้า แต่ประชาชนยังยืนหยัดเข้าแถวรอไม่มีใครท้อถอย

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนมีทั้งสิ้น 34,566 คน รวม 20 วันมี 598,808 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,730,514.50 บาท รวม 20 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 42,627,291 บาท

หนุ่มภูฏานมารอเข้าแถวตั้งแต่ตี3

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจำนวนพสกนิกรที่เดินทางมาเข้ากราบสักการะพระบรมศพนั้น   มีนายดาว่า เชอริ่ง มัคกุเทศก์ชาวภูฏานวัย 31 ปี ที่สวมชุดประจำชาติมาถวายสักการะพระบรมศพด้วยความเคารพ  และศรัทธาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงชักชวนแฟนสาวชาวไทย น.ส.ปรารถนา สมชะนะ แอร์โฮสเตสสายการบินกาต้าแอร์เวย์  บินตรงจากประเทศภูฏาน มาถวายสักการะพระบรมศพ

โดยนายดาว่า  กล่าวว่า มาต่อแถวเหมือนคนไทยตั้งแต่ตี 3 จึงได้เห็นความจงรักภักดีของคนไทย ที่ตั้งใจมาถวายสักการะโดยไม่ย่อท้อ รู้สึกภาคภูมิใจแทนคนไทยที่มีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งพวกเราชาวภูฏานรักและเคารพในหลวง รัชกาลที่ 9 มาก  สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระประมุขของเรายังได้น้อมนำพระราชดำริด้านต่างๆ มาเป็นต้นแบบ เพื่อปรับใช้ให้เหมาะสมกับภูฏาน

ยกเลิกปิดถ.27สายเหลือ8สาย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) แถลงผลประชุม ศตส.ว่า จะยกเลิกปิดถนนรอบสนามหลวงเต็มรูปแบบ 27 สาย ช่วงเสาร์-อาทิตย์นี้ แต่จะปิดเพียง 8 สายรอบสนามหลวงเหมือนวันธรรมดาโดยขอความร่วมมือห้ามจอดรถบนถนนราชดำเนินกลาง เพื่อให้รถขสมก.เข้าไปรับส่งประชาชนได้อย่างสะดวกปลอดภัย ส่วนการบริการทางน้ำ และทางบกยังเหมือนเดิม  ส่วนการจัดพื้นที่สนามหลวงจะเสร็จวันที่ 24 พฤศจิกายน  และปรับจุดบริการอาหาร เครื่องดื่ม และทางการแพทย์พยาบาล ทหาร ตำรวจใหม่ทั้งหมด รวมถึงจัดเก้าอี้ 12,000 ตัวให้ประชาชนนั่งพักคอย

ปัดข่าวข้าราชการแทรกคิว

นายสุวพันธุ์กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมกำชับการปฏิบัติของข้าราชการและทำความเข้าใจแล้วว่า ทุกส่วนราชการซึ่งจะมีเวรผลัดเฝ้าที่ได้รับมอบหมายรอบละ 100 คน โดยเบื้องต้นมี 6 รอบ เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องมีบัตรแสดงตนก่อนผ่านจุดเข้า-ออกให้ชัดเจน  ส่วนที่มีความเข้าใจผิดกรณีข้าราชการแทรกคิวเข้ากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น ไม่เป็นความจริง ข้าราชการได้รับมอบหมายให้เข้าเวรรอบละ 100 คน แต่ที่พบคือข้าราชการไปเกินจำนวน จึงกำชับไปแล้ว ส่วนข้าราชการที่แต่งชุดขาวนั้นได้รับโอกาสขึ้นไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ ไม่ได้แทรกคิว โดยได้รับอนุญาตจากสำนักพระราชวัง

สำหรับการจัดคิวออนไลน์ เพื่อเข้ากราบพระบรมศพนั้น นายสุวพันธ์กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี)ว่า ออกแบบเสร็จแล้ว สัปดาห์จะหารืออีกครั้งถึงแนวทางปฏิบัติ ก่อนทดลองใช้จริง รอเพียงบริหารจัดการเรื่องเวลาเท่านั้น

บิ๊กตู่ชวนคนไทยรำลึกถึงในหลวง

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อย (คสช.)กล่าวระหว่างลงพื้นที่จ.ปทุมธานีตอนหนึ่งว่า ขอชื่นชมการดำเนินงานและการแก้ปัญหาในประเทศ ถือว่ามีความสำเร็จน่าพอใจ แต่หวังว่าจะดีกว่านี้อีก ขณะเดียวกัน เราก็ต้องทำความดีให้มากขึ้นให้สอดคล้องกับสถานการณ์วันนี้คือ การถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ยังอยู่กับพวกเราเสมอ จึงขอให้ทุกคนรำลึกถึงพระองค์ท่านเสมอ ขอให้ถวายความจงรักภักดีแด่พระองค์ใหม่รัชกาลที่ 10 ต่อไป  ในฐานะที่เราเป็นคนไทยต้องร่วมมือกันฝ่าอุปสรรคและสถานการณ์ในวันนี้

กรมศิลป์ออกแบบพระโกศเสร็จแล้ว

ส่วนความคืบหน้าการสร้างพระบรมโกศจันทน์ ที่ใช้ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันเดียวกัน ที่สำนักช่างสิบหมู่ จ.นครปฐม นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวถึงความพร้อมจัดสร้างพระโกศจันทน์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า กรมศิลปากรเขียนแบบเสร็จแล้ว โดยคำนึงถึงความสวยงามสมพระเกียรติมากที่สุด ตนจึงลงพื้นที่ตรวจสถานที่รองรับไม้จันทน์หอมที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จะแปรรูปก่อนส่งมาให้ พร้อมตรวจสถานที่เก็บผ้าทองย่นสำหรับใช้ประดับพระเมรุมาศและอาคารประกอบ ซึ่งขณะนี้ได้รับมอบมาแล้วขนาดความยาว 1.5 หมื่นเมตร และนำมาเก็บไว้ที่สำนักช่างสิบหมู่

เปิดให้ปชช.มีฝีมือร่วมสร้าง

นายอนันต์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้การทำจัดสร้างพระโกศจันทน์จะเปิดให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษาที่มีฝีมือช่างมีส่วนร่วมเลื่อยฉลุลาย แต่ต้องอยู่ในการควบคุมของสำนักช่างสิบหมู่ ขณะเดียวกัน มอบให้สำนักสถาปัตยกรรม และสำนักช่างสิบหมู่ร่วมกันจัดกลุ่มภารกิจงานสำคัญ 4 เรื่องได้แก่ งานประณีตศิลป์ ประดับพระเมรุมาศและอาคารประกอบ รวมทั้งบูรณะราช  รถพระยานมาศ   งานประติมากรรมจัดสร้างเทวดา สัตว์หิมพานต์และองค์ประกอบพระเมรุมาศ งานจัดสร้างพระโกศจันทน์ และงานจัดสร้างพระโกศทองคำลงยาสำหรับเก็บพระบรมอัฐิ ซึ่งมั่นใจว่าคณะช่างมีประสบการณ์พร้อมดำเนินงานเต็มที่ให้ออกมางดงาม สมพระเกียรติสูงสุดทุกขั้นตอน

เตรียมจนท.150คนดำเนินการ

ด้านนายสมควร อุ่มตระกูล ผอ.สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากรกล่าวเพิ่มเติม สำนักช่างสิบหมู่  เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่บุคลากรทุกสาขา 150 คนในการปฏิบัติงาน จะเริ่มดำเนินการหลังส่งมอบไม้จันทน์หอมจากกรมอุทยานแห่งชาติฯมาให้ภายในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะใช้สร้างพระโกศจันทน์  ท่อนฟืนและดอกไม้จันทน์สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ ขณะเดียวกัน จะแบ่งทีมช่างประณีตศิลป์ ช่างปิดทองประดับกระจก และช่างไม้ ไปบูรณะราชรถราชยานด้วย

ทร.ร้องเพลงสรรเสริญก้องทะเล

ขณะที่หลายหน่วยงานยังคงจัดกิจกรรมแสดงความอาลัย ถวายความจงรักภักดีและรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างต่อเนื่อง วันเดียวกัน กองทัพเรือเผยแพร่คลิปวิดีโอการขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีบนดาดฟ้าเรือหลวงจักรีนฤเบศร กลางทะเลอย่างยิ่งใหญ่ โดย พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ ร่วมกับข้าราชการทหารเรือทุกระดับชั้นยศจำนวน 4,000 นาย ขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมกับวงดุริยางค์ราชนาวีเต็มวง โดยมีเรือตรีสันติ ลุนเผ่ ร่วมร้องนํา

นอกจากนี้ยังมีเรือรบที่เข้าร่วมกระบวนเรืออีก 3 ลําได้แก่  เรือหลวงนเรศวร เรือหลวงตากสินและเรือหลวงปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นเรือยิงสลุต ที่ผ่านมาได้ทําหน้าที่ยิงสลุตถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุยเดชหลายครั้ง ซึ่งพระองค์ทรงบันทึกภาพ และพระราชทานภาพเรือหลวงปิ่นเกล้า ขณะยิงสลุตถวาย พระราชทานให้กองทัพเรือ เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันกองทัพเรือ 20 พฤศจิกายน 2559

สําหรับเรือหลวงจักรีนฤเบศรนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดําเนินทรงประกอบพิธีเจิมเรือ พร้อมทรงเจิมป้ายเรือหลวงนเรศวร และเรือหลวงตากสินด้วย เมื่อปี2540