‘ต๊อด ปิติ’สวน’เบส อรพิมพ์’พูดถึงคนอีสาน แขวะไม่ได้วีซ่าเพราะอะไร?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245413

'ต๊อด ปิติ'สวน'เบส อรพิมพ์'พูดถึงคนอีสาน แขวะไม่ได้วีซ่าเพราะอะไร?

‘ต๊อด ปิติ’สวน’เบส อรพิมพ์’พูดถึงคนอีสาน แขวะไม่ได้วีซ่าเพราะอะไร?

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 20.30 น.
18 พ.ย. 59 กำลังเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนพูดถึง กรณี “เบส-อรพิมพ์ รักษาผล” นักพูดชื่อดัง ได้กล่าวพาดพิงถึงคนอีสานขณะบรรยายเกี่ยวกับในหลวง รัชกาลที่ 9 จนถูกสื่อสังคมออนไลน์ตำหนิอย่างหนัก รวมไปถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงต่างๆ โดย”ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี” ทายาทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่ง เป็นอีกหนึ่งคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าว
โดย ต๊อด ปิติ ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก “Todd Piti” ซึ่งระบุว่า “เชิญไปพูดที่อีสานหน่อยครับ พื้นฐานคนอีสาน อยู่ง่าย ตรงๆและรักพวก รักท้องถิ่น ลองไปดูครับ ผมคนกทมฟังยังไม่ชอบเลย พ่อสอนให้คนรักกัน รักแผ่นดิน รักในหน้าที่ ไม่ใช่แบ่งภูมิภาค แบ่งพรรค แบ่งพวก อย่าใช้คำว่านักพูดของพระราชาฯเลย วีซ่าไม่ได้เพราะอะไร อย่าแอบอ้างนะ ไม่ผ่านเพราะตัวเอง ไม่ใช่เค้าไม่ให้ไปพูด”

‘สิบตรีจาง’เดินเท้าจากเพชรบูรณ์ เข้าถวายบังคมพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245390

'สิบตรีจาง'เดินเท้าจากเพชรบูรณ์ เข้าถวายบังคมพระบรมศพ

‘สิบตรีจาง’เดินเท้าจากเพชรบูรณ์ เข้าถวายบังคมพระบรมศพ

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 18.45 น.

18 พ.ย.59 เมื่อเวลา 13.15 น. สิบตรีจาง แซ่เล่า อาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดเพชรบูรณ์ สาขาหล่มสัก ราษฎรชาวไทยภูเขา บ้านทับเก อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เดินเท้าจากจังหวัดเพชรบูรณ์ มุ่งสู่พระบรมมหาราชวังเพื่อถวายบังคมพระบรมศพ โดยมีนายมณฑล แก้วเก่า หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมคุมประพฤติ พร้อมด้วยผู้บริหารตลอดจนเจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติ ให้การต้อนรับและให้กำลังใจ บริเวณประตู 1 ฝั่งพระแม่ธรณี  ศาลฎีกา (เดิม)

ซึ่งสิบตรีจาง เคยรับราชการทหารกองประจำการ ณ ค่ายวชิรปราการ จังหวัดตาก ตามระเบียบของทหารเป็นเวลา 2 ปี จากนั้นได้สมัครใจเข้ารับราชการทหารกองประจำการต่ออีก 2 ปี โดยได้ออกปฏิบัติราชการชายแดนที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และปฏิบัติงานพิเศษตามชายแดนซึ่งเป็นการประกอบคุณงามความดีต่อประเทศชาติ จึงได้รับการแต่งตั้งเป็น สิบตรีจาง แซ่เล่า ในระหว่างรับราชการทหารได้มีโอกาสถวายอารักขาแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะเสด็จพระราชดำเนินเพื่อปล่อยพันธุ์ปลา ณ เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก จึงรู้สึกภูมิใจและประทับใจ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสืบมา

โดย สิบตรีจาง ได้เริ่มออกเดินเท้าตั้งแต่ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 เวลา 07.59 นาฬิกา โดยระหว่างทางมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเพชรบูรณ์ สาขาหล่มสัก, ลพบุรี, สระบุรี, อยุธยา, ปทุมธานี และในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครร่วมดูแล รวมถึงมีอาสาสมัครคุมประพฤติ, มูลนิธิร่วมกตัญญ และประชาชนในพื้นที่ต่างให้กำลังใจตลอดเส้นทางการเดินเท้า

ทั้งนี้  สิบตรีจาง มีกำหนดการเข้าคิวเพื่อเข้ากราบพระบรมศพในวันพรุ่งนี้ เวลา 04.00 นาฬิกา สำหรับในวันนี้จะเข้าพักในสถานที่ที่สำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 6 จัดเตรียมรองรับไว้ให้

สำนักพระราชวังแก้ปัญหา’แซงคิว’ปชช. กำหนดโควต้าหน่วยงานละไม่เกิน100คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245353

สำนักพระราชวังแก้ปัญหา'แซงคิว'ปชช.  กำหนดโควต้าหน่วยงานละไม่เกิน100คน

สำนักพระราชวังแก้ปัญหา’แซงคิว’ปชช. กำหนดโควต้าหน่วยงานละไม่เกิน100คน

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 17.48 น.
18 พ.ย. 59  จากกรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงการที่มีส่วนราชการ และองค์กรบางหน่วยงาน ใช้สิทธิพิเศษมาเข้าสักการะพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในลักษณะของการ แซงคิวประชาชน ที่ล้วนต้องใช้เวลาคนละหลายๆ ชั่วโมงมาเข้าแถวในท้องสนามหลวง เพื่อรอขึ้นสักการะพระบรมศพ ตามเวลาที่สำนักพระราชวังกำหนด จนถูกท้วงติงว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนั้นผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนี้ว่า จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทราบที่มาของปัญหานี้ว่า ในแต่ละวัน ทางสำนักนายกรัฐมนตรี จะจัดเวรข้าราชการหมุนเวียนกันมาแต่ละหน่วยงาน เพื่อมาทำหน้าที่ผลัดเฝ้า หรือการสลับเวรกันมาเข้าร่วมในพระราชพิธี ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของพิธีหลวง และตามที่กำหนดไว้ จำนวนผู้มาทำหน้าที่ผลัดเฝ้า จะต้องมีหน่วยงานละแค่ไม่เกิน 100 คน หลังเสร็จสิ้นพิธีสวดจะได้รับสิทธิ์ขึ้นสักการะพระบรมศพ

ซึ่งโดยปกติจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ไม่กระทบแถวประชาชนที่รอคิวอยู่ด้านนอก แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เริ่มสังเกตความผิดปกติว่า จำนวนข้าราชการชุดผลัดเฝ้ามีมากกว่าปกติ บางครั้งเกินกว่าที่นั่ง ที่จัดไว้ให้สำหรับข้าราชการ  จนต้องเข้าไปนั่งในที่นั่งที่เตรียมไว้สำหรับประชาชนที่เข้าแถวรอมาตั้งแต่ท้องสนามหลวง ทำให้แถวของประชาชนที่อยู่ด้านนอกต้องรอนานขึ้นสำนักพระราชวังตรวจสอบเรื่องนี้ จนพบข้อเท็จจริงว่า มีหน่วยงานราชการบางหน่วย นำคนมาเกินกว่าจำนวนโควต้าที่กำหนดไว้จริง ส่วนใหญ่คือคนที่อยากสักการะพระบรมศพ แต่ไม่ต้องการมาต่อคิว เพื่อเป็นการแก้ปัญหานี้ สำนักพระราชวังประชุมกับทางสำนักนายกฯแล้ว ได้ข้อสรุปว่า จากนี้จำนวนข้าราชการที่เข้ามาเข้าเวรชุดผลัดเฝ้า จะต้องไม่ให้เกินกว่าที่กำหนดไว้คือ 100 คน และต้องมีการติดบัตร ที่ทางหน่วยงานออกให้เพื่อเป็นการแสดงตัว ผู้ที่มาเกินจะไม่ได้สิทธิพิเศษเหนือประชาชนที่ต่อแถวใดๆ ทั้งสิ้น ยกเว้นแขกวีไอพีของพระบรมวงศานุวงศ์แต่ละพระองค์ และแขกวีไอพีจากประเทศต่างๆ เท่านั้น

สนช.แจกหนังสือ’วิถีธรรม ตามรอยพ่อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245348

สนช.แจกหนังสือ'วิถีธรรม ตามรอยพ่อ'

สนช.แจกหนังสือ’วิถีธรรม ตามรอยพ่อ’

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.59 น.
18 พ.ย. 59 นายศิระชัย โชติรัตน์ คณะกรรมาธิการการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พร้อมด้วยนางนิพัทธา อมรรัตน์นเมธา คณะกรรมาธิการการเมือง สนช. ได้นำหนังสือ วีถีธรรมตามรอยพ่อ ซึ่งจัดพิมพ์เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม 2558 มาแจกจ่ายแก่ประชาชน บริเวณทางออกประตูเทวาภิรมย์ โดยนายศิระชัย กล่าวว่า สนช. ได้นำหนังสือการ์ตูนวิถีธรรมตามรอยพ่อ ฉบับการ์ตูน 2 มาแจกจ่ายแก่ประชาชน วันละ 1,000 เล่ม โดยสมาชิก สนช. จะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาแจกในช่วงบ่ายของทุกวัน ขณะนี้มีหนังสืออยู่ทั้งสิ้น 50,000 เล่ม โดยจะนำมาแจกจ่ายจนกว่าหนังสือจะหมด
“หนังสือวิถีธรรมตามรอยพ่อ จัดพิมพ์ในรูปแบบการ์ตูน อ่านง่าย โดยมีเนื้อหาสาระสำคัญที่เป็นประโยชน์ หลักการทรงงานของพระองค์ ซึ่ง สนช.อยากให้ประชาชนได้นำไปอ่านและน้อมนำไปฏิบัติตาม โดยวันนี้นำมาแจก 1,000 เล่ม พร้อมขนมอบกรอบ พร้อมกันนี้ยังได้นำหอยทอด มาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝั่งถนนหน้าพระธาตุด้วย นอกจากนี้ สนช. ได้รวบรวมเงินบริจาคจากทั้งสมาชิกและประชาชนทั่วไป นำไปซื้อข้าวจากชาวนา โดยจะนำมาบรรจุถุงเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพต่อไป” นายศิระชัย กล่าว

‘รักพ่อ’ คำสั้นๆล้านความหมาย ‘รร.บ้านบ่อฝ้าย’รวมพลังแปรอักษรถวาย’พ่อหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245339

'รักพ่อ' คำสั้นๆล้านความหมาย 'รร.บ้านบ่อฝ้าย'รวมพลังแปรอักษรถวาย'พ่อหลวง'

‘รักพ่อ’ คำสั้นๆล้านความหมาย ‘รร.บ้านบ่อฝ้าย’รวมพลังแปรอักษรถวาย’พ่อหลวง’

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.43 น.

18 พ.ย.59 ที่ลานหน้าเสาธง โรงเรียนเทศบาลบ้านบ่อฝ้าย อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายมนตรี ชูภู่ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พร้อมด้วย นางกนกวรรณ ไข่แก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้นำคณะครูและนักเรียนโรงเรียนเทศบาลบ้านบ่อฝ้าย ซึ่งสังกัดเทศบาลเมืองหัวหิน จำนวน 528 คน ได้ประกอบพิธีถวายอาลัย แด่หน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหามิได้ จากนั้นได้ร่วมกันแปรอักษรให้เด็กก้มลงกราบเป็นเลข ๙ ในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีความหมายถึง ครูและนักเรียน มีความจงรักภักดีและเทิดทูนรัชกาลที่ ๙ พร้อมคำว่า “รักพ่อ” เพื่อปลูกฝังให้เด็กรักเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดไป

เตรียมรื้อนั่งร้านชุดเดิมหลังบูรณะองค์พระบรมธาตุฯแล้วเสร็จ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245330

เตรียมรื้อนั่งร้านชุดเดิมหลังบูรณะองค์พระบรมธาตุฯแล้วเสร็จ (ประมวลภาพ)

เตรียมรื้อนั่งร้านชุดเดิมหลังบูรณะองค์พระบรมธาตุฯแล้วเสร็จ (ประมวลภาพ)

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.10 น.

เตรียมรื้อนั่งร้านชุดเดิม หลังบูรณะองค์พระบรมธาตุเจดีย์แล้วเสร็จสิ้นเดือนนี้ – ส่วนการบูรณะปลียอดทองคำ อาจมีการเปลี่ยนจากตะปูหรือหมุดที่ยึดปลียอด เป็นหมุดทองคำ

18 พ.ย.59 เมื่อเวลา 10.00 น. นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย นายจุมพต ตระกูลนุช วัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช และคณะช่างสำนักศิลปากรที่ 14 และพระศรีธรรมประสาธน์ เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (ธรรมยุติ) ได้ปีนนั่งร้านขึ้นไปยังปลียอดทองคำ เพื่อตรวจสอบสภาพปลียอดทองคำ ติดตามความคืบหน้าการบูรณะองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งก่อนปีนขึ้นไปบนยอดพระบรมธาตุ ได้กราบขอขมาต่อองค์พระบรมธาตุก่อน เนื่องจากภายในองค์พระบรมธาตุ ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้

ส่วนการบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์นั้นมีความคืบหน้า โดยเฉพาะตัวองค์พระบรมธาตุตั้งแต่ปล้องไฉนลงมาใกล้แล้วเสร็จ คาดว่า จะสามารถรื้อนั่งร้านที่ติดตั้งอยู่ในปัจจุบันได้ภายในสิ้นเดือนนี้ จากนั้นจะมีการติดตั้งนั่งร้านใหม่เพื่อการปฏิบัติงานที่มีความมั่นคงแข็งแรงกว่าเดิมในการบูรณะปลียอดทองคำองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งนั่งร้านเดิมตรงบริเวณปลียอดทองคำมีความคับแคบ การทำงานของช่างสิบหมู่ สำนักศิลปากร ไม่สะดวก

นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เมื่อขึ้นไปถึงยอดพระบรมธาตุ ทำให้รู้ว่าไม่ง่ายเลยสำหรับการทำงาน เนื่องจากมีพื้นที่จำกัด รวมทั้งความสูงและสภาพดินฟ้าอากาศ โดยเฉพาะกระแสลมและฝน แต่สิ้นเดือนนี้จะมีการทยอยรื้อนั่งร้านที่ติดตั้งอยู่ลงมาพร้อมกับเก็บงานจากยอดพระธาตุไล่ลงมาถึงตัวองค์พระธาตุตามลำดับ ต่อจากนั้น จะติดตั้งนั่งร้านชุดใหม่ ซึ่งเป็นนั่งร้านสำหรับการบูรณะปลียอดทองคำ เป็นนั่งร้านที่มีความมั่นคงแข็งแรงกว่านั่งร้านชุดเดิม และจะมีสายลวดสลิงยึดโยง 8 เส้น เพื่อความปลอดภัย และจะมีพื้นที่สำหรับให้ช่างสิบหมู่ทำงานได้สะดวก สำหรับทองคำที่จะนำไปบูรณะปลียอดทองคำนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

ส่วนของเงินบริจาคที่ นายจิมมี่ ชวาลา เจ้าของห้างผ้าจิ่มมี บริจาคผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน 28 ล้านบาท จะนำไปเป็นสายรัดระหว่างกลีบบัวคว่ำกับกลีบบัวหงาย ในส่วนของจังหวัดและกรมศิลปากร ซึ่งได้มีการจัดซื้อทองคำไว้แล้ว ในส่วนของทองคำนั้นถือว่าเพียงพอแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อดูตะปูหรือหมุดที่ยึดปลียอดพระธาตุแล้ว อาจจะมีการปรับเปลี่ยนเป็นหมุดทองคำด้วยหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่ในการพิจารณาของช่างกรมศิลปากร ซึ่งหากมีการเปลี่ยนเป็นตะปูหรือหมุดทองคำ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดจะได้ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ เพื่อจะได้มีส่วนร่วมในการบูรณะให้องค์พระบรมธาตุมีความมั่นคงสถาพรยืนนานมากที่สุด ส่วนแผ่นทองคำที่หุ้มปลียอดทองคำที่ถอดลงมาทำใหม่ ซึ่งบางแผ่นมีการสลับกันไปมา ต่อไปเมื่อทำใหม่แล้วจะทำให้ซ้อนกันเป็นชั้นๆ จากล่างขึ้นบน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลซึมเข้าไปข้างในได้

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวถึงข้อกังวลของประชาชนว่า การบูรณะจะใช้เวลานานแค่ไหนนั้น ว่าขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมศิลปากรร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดและวัฒนธรรมจังหวัด จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ถึงขั้นตอนในการบูรณะแต่ละขั้นตอนว่า ใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ ถ้าไม่มีปัญหาอุปสรรคจะเป็นไปตามแผนหรือไม่ ถ้ามีอุปสรรคก็จะบอกว่า เกิดจากสาเหตุใด ซึ่งจะทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจมากขึ้น โดยจะติดตั้งไว้ที่บริเวณวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร

‘สุวพันธุ์’เผยยกเลิกปิดถนน27สาย เตรียมปรับจุดตั้งเต็นท์ใหม่รอบสนามหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245327

'สุวพันธุ์'เผยยกเลิกปิดถนน27สาย เตรียมปรับจุดตั้งเต็นท์ใหม่รอบสนามหลวง

‘สุวพันธุ์’เผยยกเลิกปิดถนน27สาย เตรียมปรับจุดตั้งเต็นท์ใหม่รอบสนามหลวง

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 15.58 น.

“สุวพันธุ์” เผยยกเลิกปิดถนน 27 สาย เหลือเพียง 8 สายรอบสนามหลวง ขอประชาชนอย่าจอดรถถนนราชดำเนิน เผยตั้งเต็นท์เสร็จ 24 พ.ย. ยันข้าราชการไม่ได้แทรกคิว เข้าร่วมตามเวรรอบละ 100 คนเท่านั้น ขณะที่พม.รายงานคนเร่ร่อนลดลง

18 พ.ย.59 เมื่อเวลา 12.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) แถลงถึงผลการประชุมว่า จะยกเลิกการปิดถนนโดยรอบท้องสนามหลวงเต็มรูปแบบ 27 สาย ในช่วงเสาร์-อาทิตย์นี้ แต่จะปิดเพียง 8 สาย รอบท้องสนามหลวงเหมือนเดิมตามปกติที่เคยปิดมา เนื่องจากไม่มีการรับพระราชทานปริญญาบัตรของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้ว ขณะเดียวกันขอความร่วมมือประชาชนที่ใช้รถส่วนบุคคล ห้ามจอดรถบนถนนราชดำเนินกลาง เพื่อให้รถขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) เข้าไปรับส่งประชาชน และให้บริการได้อย่างสะดวกปลอดภัย ส่วนการบริการทางน้ำ และทางบกยังเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง

นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ การจัดพื้นที่บริเวณสนามหลวงจะเสร็จสิ้นทั้งหมดในวันที่ 24 พ.ย. 2559 ส่วนเต็นท์จะมีการปรับใหม่ทั้งหมด ทั้งจุดบริการอาหาร เครื่องดื่ม และทางการแพทย์พยาบาล ทหาร ตำรวจ รวมถึงจะมีเก้าอี้จำนวน 12,000 ตัว เพื่อให้ประชาชนนั่งพักคอย ทั้งนี้ ยอมรับว่าจนถึงขณะนี้จำนวนประชาชนยังมีจำนวนมากอยู่

“ในที่ประชุมได้กำชับการปฏิบัติของข้าราชการ และได้ทำความเข้าใจแล้วว่า ทุกส่วนราชการซึ่งจะมีเวรผลัดเฝ้าที่ได้รับมอบหมายรอบละ 100 คน โดยเบื้องต้นจะมี 6 รอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องมีบัตรแสดงตนก่อนผ่านจุดเข้า-ออกให้ชัดเจน โดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) และสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการประสานงาน และดูแลในการปฏิบัติร่วมกับสำนักพระราชวังต่อไป ส่วนการที่มีความเข้าใจผิดถึงกรณีที่ข้าราชการแทรกคิวเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้นไม่เป็นความจริง ข้าราชการได้รับมอบหมายให้เข้าเวรรอบละ 100 คน แต่ที่พบคือข้าราชการไปเกินจำนวน จึงได้กำชับไปแล้ว ส่วนข้าราชการที่แต่งชุดขาวนั้นได้รับโอกาสขึ้นไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ ไม่ได้มีการแทรกคิวแต่อย่างใด แต่ได้รับการอนุญาตจากสำนักพระราชวังให้เข้าไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ ได้” นายสุวพันธุ์ กล่าว

นายสุวพันธุ์ ยังกล่าวถึงการจัดงาน “รวมพลังแห่งความภักดี” วันที่ 22 พ.ย. 2559 ที่รัฐบาลจัดขึ้นนั้น ประชาชนที่อยู่ที่บริเวณท้องสนามหลวงจะร่วมงานในครั้งนี้ด้วย โดยประชาชนที่เข้าคิวอยู่ที่บริเวณท้องสนามหลวงก็ยังเข้าคิวตามปกติ ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในพื้นที่ก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ในพื้นที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ โดยตั้งแต่ 8 โมงเช้าทั้งหมดจะร่วมกันร้องเพลงชาติ ถวายสัตย์ปฏิญาณ และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ในจุดที่ทำงานตามปกติ ขณะเดียวกันจะมีการจัดพื้นที่ให้กับประชาชนทั่วไปที่จะเข้าร่วมกิจกรรมด้วย โดยจะจัดแบบเรียบง่าย

นายสุวพันธุ์ เปิดเผยด้วยว่า สำหรับการจัดคิวออนไลน์ เพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้น ศตส.ได้รับการยืนยันจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ว่าออกแบบเสร็จแล้ว ซึ่งในสัปดาห์จะมีการหารืออีกครั้งถึงแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ก่อนที่จะทดลองใช้จริง รอเพียงการบริหารจัดการเรื่องเวลาเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้รายงานสถิติคนไร้ที่อยู่อาศัย และเร่ร่อน ในท้องสนามหลวงลดลง แต่พบว่าไปอยู่ตามพื้นที่รอบนอก ตามตรอกซอกซอย เช่น ถนนราชดำเนินการ ทั้งนี้ได้คุยกับ พม. เทศกิจ และตำรวจ จะทำงานร่วมกัน ส่งกลับภูมิลำเนา และผู้ที่สมัครอยู่จะส่งไปบ้านมิตรไมตรี สำหรับผู้ที่ป่วยทางจิตจะส่งไปยังโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา

ทหารเรือร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมเปิดประวัติเรือหลวงจักรีนฤเบศร(ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245287

ทหารเรือร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมเปิดประวัติเรือหลวงจักรีนฤเบศร(ชมคลิป)

ทหารเรือร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมเปิดประวัติเรือหลวงจักรีนฤเบศร(ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.39 น.

18 พ.ย. 59 พล.ร.อ. ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. นำข้าราชการกองทัพเรือ จำนวน 2,500 นาย ร่วมขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ นับตั้งแต่การเสด็จนิวัติพระนคร จนถึงเสด็จสวรรคต โดยได้ทำการขับร้องบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ที่ลอยลำกลางอ่าวไทย พร้อมเรือหลวงตากสิน เรือหลวงนเรศวร เรือหลวงปิ่นเกล้า และ เรือ ต.996 ซึ่งนอกจากเพลงสรรเสริญพระบารมีแล้ว กำลังพลทั้ง 2,500 นาย ยังได้ร่วมขับร้องเพลงความฝันอันสูงสุดอันเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเพลงดาบของชาติ อันเป็น เพลงพระนิพนธ์ใน พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

ทั้งนี้ เรือหลวงจักรีนฤเบศร เป็นเรือธงและเรือบรรทุกอากาศยานลำแรก ของราชนาวีไทยโดยกองทัพเรือได้ขอพระราชทานชื่อเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กองทัพเรือและเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลประจำเรือพระบาทสมเด็จพระทรงพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานนามเรือหลวงลำนี้ว่า เรือหลวงจักรีนฤเบศร แปลว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งราชวงศ์จักรี เรือหลวงจักรีนฤเบศร ต่อจากบริษัท บาซาน ประเทศสเปน โดยนำแบบมาจากเรือปรินซีเปเดอัสตูเรียส (Principe de Asturias) ของกองทัพเรือสเปน โดยปรับปรุงระบบขับเคลื่อน ระบบควบคุมการบิน ระบบอาวุธ และลดระวางขับน้ำลงเหลือสองในสาม โดยได้เริ่มสร้างในเดือนตุลาคม พ.ศ.2536 และวางกระดูกงูเรือในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2537 ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในวันที่ 20 มกราคม พ.ศ.2539 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธี

เรือหลวงจักรีนฤเบศร ได้เดินทางถึงประเทศไทยในต้นเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน เรือได้เข้าประจำการ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2540 ต่อมาในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2540

เรือหลวงนเรศวร และเรือหลวงตากสิน เป็นเรือประเภทเรือฟริเกตซึ่งกองทัพเรือได้สั่งต่อจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน  เป็นเรือที่กองทัพเรือออกแบบใหม่ร่วมกับบริษัท  CHINA  STATE  SHIPBUILDING  COORPERATION  (CSSC) โดยใช้ระบบอาวุธและเครื่องจักรส่วนใหญ่ของยุโรปและสหรัฐอเมริกาเป็นหลักจึงทำให้มีขีดความสามารถและประสิทธิภาพในการรบที่ทันสมัย  โดยชื่อได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานชื่อเรือทั้งสองลำนี้ ซึ่งเป็นพระนามของพระมหากษ้ตริย์ที่ทรงกู้แผ่นดินไทยให้เป็นเอกราชจนถึงปัจจุบันนี้

กองทัพเรือได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจิมเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือหลวงนเรศวร และเรือหลวงตาก เพื่อความเป็นสิริมงคล ยังความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของทั้งสองพระองค์ที่ทรงมีแก่กองทัพเรืออย่างหาที่สุดที่มิได้

เรือหลวงปิ่นเกล้าเป็นเรือประเภทเรือพิฆาต เมื่อประมาณ 60 ปี ที่ผ่านมา สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นช่วงเวลาของยุคการต่อสู้การแบ่งฝ่ายของประเทศมหาอำนาจในขณะนั้น สหรัฐอเมริกา ได้ทำการต่อเรือพิฆาตคุ้มกัน (Destroyer Escort ) จำนวน 555 ลำ เพื่อมาคุ้มกันเรือสินค้าอังกฤษที่ถูกเรือดำน้ำของกองทัพเรือเยอรมันโจมตีจน เรืออับปาง โดยได้ทำการต่อเรือ Destroyer Escort ชั้น Cannon ทั้งหมด 72 ลำ หนึ่งในนั้นซึ่งเป็นเรือลำที่ 59 ได้ชื่อว่า USS.HEMMINGER (DE 746) เพื่อเป็นเกียรติแก่ Ensign Gyril Franklin Hemminger ผู้ได้ปฏิบัติหน้าที่ ในการรบอย่างกล้าหาญ คนตัวตายในการยุทธ์ทางเรือที่หมู่เกาะโซโลมอน เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2485 และ นาง Hemminger ภริยาหม้ายได้รับเกียรติให้ปล่อยเรือลำนี้ลงน้ำในวันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2486  เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2501 สหรัฐ ฯ ได้ส่งมอบเรือ USS.Hemminger ให้ ราชนาวีไทย ภายใต้โครงการให้ความช่วยเหลือทางทหารเมื่อวันที่ 22 กรกฏาคม 2502 ที่ Naval Shuoyard New York USA และได้เดินทางกลับถึงเมืองไทยเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2502 กองทัพเรือได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ชื่อเรือลำนี้ว่า ” เรือหลวงปิ่นเกล้า ” ตามพระราชทินนามของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อกองทัพเรือเป็นอเนกอนันต์ ในขณะนั้น เรือหลวงปิ่นเกล้า ได้เข้าประจำการอยู่ในกองเรือปราบเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็นกองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ ในปัจจุบัน

ส่วนภารกิจของเรือหลวงปิ่นเกล้าเป็นเรือ”ยิงสลุตหลวง” ถวายที่พระราชวังไกลกังวลทุกครั้งที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นเรือถวายอารักขาในหมู่เรือรักษาการณ์วังไกลกังวล ทุกครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จฯ แปรพระราชฐาน ณ พระราชวังไกลกังวล  เรือหลวงปิ่นเกล้า ได้ทำการยิงสลุต 21 นัด ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นเรือลำเดียวที่ยิงสลุตด้วยปืนใหญ่เรือขนาด 76/50 และเข้าไปยิงใกล้ฝั่งที่สุดในระยะ 1,400 หลา ซึ่งจะทำให้ได้ยินเสียงปืนใหญ่ และประกายไฟที่ชัดเจนกว่าเรือทั่วไป พระองค์ท่านจะทรงส่องกล้อง และบันทึกภาพในขณะที่เรือวิ่งแปรรูปขบวนเข้ายิงสลุต บางครั้งก็มาทราบจากราชองครักษ์ประจำพระองค์ว่าพระองค์ท่านจะทรงส่องกล้องดูไปจนกระทั่งเรือทิ้งสมอเรียบร้อยแล้ว และเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2540 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ขณะเรือหลวงปิ่นเกล้ายิงสลุตหลวงถวายคำนับ ณ วังไกลกังวล หัวหิน โดยพระราชทานให้แก่กองทัพเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2541 ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจ และตื้นตันแก่กำลังพลของกองทัพเรือในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

เรือต.996เป็นเรือที่กองทัพเรือได้จัดทำโครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 7 รอบ 84  พรรษา 5 ธันวาคม 2554 ประกอบด้วย เรือ ต.994 ซึ่งกองทัพเรือดำเนินการต่อเอง ส่วน เรือ ต.995 แล ะ เรือ ต.996 ต่อโดย บริษัท มาร์ซัน จำกัด ซึ่งนอกจากเป็นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทางด้านเทคนิคตลอดจนบุคลากรของ กองทัพเรือ ในการสร้างเรือขึ้นใช้เอง ซึ่งถือเป็นการพึ่งพาตนเองตามแนวพระราชดำริ ยังเป็นการ ส่งเสริมขีดความสามารถการสร้างเรือของเอกชนและส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเรือใน ภายในประเทศ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีคุณูปการแก่กองทัพเรือเป็นอเนกอนันต์ ซึ่งทหารเรือทุกนายต่างซาบซึ้งและเปี่ยมไปด้วยความสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานแก่บรรดาเหล่าทหารเรือเป็นล้นพ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กองทัพเรือถวายอาลัย ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร (ชมคลิป)

เต็นท์อาหารพระราชทานเตรียมย้าย อยู่ทิศเหนือท้องสนามหลวงพรุ่งนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245280

เต็นท์อาหารพระราชทานเตรียมย้าย อยู่ทิศเหนือท้องสนามหลวงพรุ่งนี้

เต็นท์อาหารพระราชทานเตรียมย้าย อยู่ทิศเหนือท้องสนามหลวงพรุ่งนี้

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.57 น.

18 พ.ย.59 ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาแสดงความอาลัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ผลไม้ ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายประชาชนประจำวันนี้ (18 พ.ย.) มื้อเช้าเวลา 07.00 น. ประกอบด้วย ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใน 1,500 ถ้วย กาแฟสดบาเรสต้า 600 แก้ว นมหนองโพ2,000 กล่อง มื้อเที่ยงเวลา 11.00 น. ข้าวราดแกงใต้ 2,000 จาน ไส้กรอกอีสาน 1,000 จาน ขนมไทย 300 ชุด มื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง พายไก่-พัฟผักโขม-แยมโรล 1,000 กล่อง เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง และมื้อเย็นเวลา 18.00 น.ข้าวเหนียวไก่ทอด 5,000 ชุด  ขณะเดียวกันมีน้ำดื่มสมุนไพร 500 ลิตรและน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กองงานส่วนพระองค์ฯ แจ้งว่า ในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ย.) จะทำการย้ายจุดตั้งเต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ ไปยังบริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศเหนือ เยื้องกันพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยจะรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชนที่แบ่งเป็นสัดส่วน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีอาหาร ขนม เครื่องดื่มไว้บริการประชาชนครบ 4 มื้อดังเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เต็นท์มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช ภายในท้องสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงห่วงใยประชาชนที่มาถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดหน่วยแพทย์ เภสัชกร และพยาบาล จาก ร.พ.จุฬาภรณ์ จำนวน 14 คน และจาก ร.พ.วิชัยยุทธ์อีก 11 คนมาให้บริการตรวจรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ พร้อมกันนี้ยังได้พระราชทานอาหาร และน้ำดื่มแจกจ่ายประชาชนเพื่อประทังความหิวระหว่างเข้าแถวรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ซึ่งเมนูพระราชทานในวันนี้ ได้แก่ข้าวไก่ทอด จำนวน 500 ชุด พร้อมขนมและน้ำดื่ม

ทั้งนี้ เต็นท์มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช ซึ่งเป็นที่ตั้งเต็นท์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประกอบด้วยหน่วยอาหารและหน่วยทีมแพทย์จะย้ายไปยังศูนย์อาหารและศูนย์แพทย์เช่นเดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ของ กทม. ปรับปรุงพื้นที่เพื่อเตรียมการสร้างพระเมรุมาศ

ขณะที่เต็นท์ของสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนจิตรลดา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณข้างทางออกประตูเทวาภิรมย์ ในพระบรมมหาราชวัง  ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ ผู้จัดการและผู้อำนวยการโรงเรียนจิตรลดา และอธิการบดีวิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา ได้นำคณะศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันโรงเรียนจิตรลดา นำขนมปังแซนด์วิชไส้ไก่หยองพริกเผา 5,000 ชิ้น, น้ำมะนาว น้ำมะตูม น้ำหวาน และเสื้อยืดสีดำสกรีนเลขเก้าไทย 1,200 ตัว เพื่อแจกจ่ายประชาชนด้วย

อนุบาลหนองคายกว่า2พันคน ร้อยดวงใจแปรอักษรถวายพ่อหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245270

อนุบาลหนองคายกว่า2พันคน ร้อยดวงใจแปรอักษรถวายพ่อหลวง

อนุบาลหนองคายกว่า2พันคน ร้อยดวงใจแปรอักษรถวายพ่อหลวง

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.36 น.

18 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามโรงเรียนอนุบาลหนองคาย นายกฤษภณ  หล้าวงศา ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลหนองคาย ได้นำคณะครู และนักเรียนทุกชั้นปีของโรงเรียน รวม 2,000 คน ประกอบพิธีถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยได้ลงนามถวายความอาลัย กล่าวถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

ในครั้งนี้ผู้แทนครูได้ร้องหมอลำกลอนพร้อมเสียงแคนแสดงความอาลัย จากนั้นได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที นักเรียนแปรอักษรเป็นเลขเก้าไทยในกรอบ ตัวอักษรภาษาอังกฤษ เอ เอ็น เค คือชื่อย่อของโรงเรียนอนุบาลหนองคาย นักเรียนและครูได้ร่วมกันร้องเพลงรูปที่มีทุกบ้าน ซึ่งขณะร้องนักเรียนบางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ร้องไห้ออกมา มีการเขียนข้อความทำความดีบันทึกลงกระดาษนำมาผูกไว้ที่ต้นไม้แห่งความดีถวายพ่อหลวง สุดท้ายได้ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

การทำกิจกรรมในครั้งนี้ทุกคนต่างตั้งใจ แม้ว่าแสงแดดจะร้อนตั้งแต่เช้า ทุกคนก็ไม่หวั่น ยืนกลางสนามร่วมพิธีเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น