อาลัยยิ่ง!ปวงชนชาวไทยเนืองแน่น สักการะพระบรมศพองค์เหนือหัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245256

อาลัยยิ่ง!ปวงชนชาวไทยเนืองแน่น สักการะพระบรมศพองค์เหนือหัว

อาลัยยิ่ง!ปวงชนชาวไทยเนืองแน่น สักการะพระบรมศพองค์เหนือหัว

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 09.31 น.

18 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 05.00 น.ที่ผ่านมา สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาจากทั่วทุกภูมิภาค ต่างมาเข้าคิวรอเพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพองค์เหนือหัวของปวงชนชาวไทยอย่างเนืองแน่นด้วยความอาลัยยิ่ง

ทั้งนี้ เช้าวันเดียวกันนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ตั้งแต่เวลา 05.00 – 21.00 น.มีจำนวน 34,566 คน รวม 20 วัน มีจำนวนทั้งสิ้น 598,808 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล จำนวน 3,730,514.50 บาท รวม 20 วัน เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 42,627,291 บาท

สมเด็จพระราชินี เสด็จประทับรพ.จุฬาฯ แพทย์พบพระอาการปอดอักเสบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245246

สมเด็จพระราชินี เสด็จประทับรพ.จุฬาฯ แพทย์พบพระอาการปอดอักเสบ

สมเด็จพระราชินี เสด็จประทับรพ.จุฬาฯ แพทย์พบพระอาการปอดอักเสบ

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สมเด็จพระราชินี

เสด็จประทับรพ.จุฬาฯ

แพทย์พบพระอาการปอดอักเสบ

วธ.จัดพิมพ์พระราชนิพนธ์17เรื่อง

1.7แสนฉบับที่ระลึกในหลวงร.9

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 17 พฤศจิกายน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ คุณพลอยไพลิน เจนเซน และคุณสิริกิติยา เจนเซน ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่คืนวันที่ 16 พฤศจิกายน

โศกมิคลายรอเข้ากราบพระบรมศพ

ขณะที่บริเวณรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง พสกนิกรจำนวนมากเดินทางมาตั้งแต่เช้ามืด เพื่อเข้าแถวเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบสักการะได้เวลา 05.00 น. ทั้งนี้ ประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพทุกคนต่างยังอยู่อาการโศกเศร้าเสียใจ หลายคนกอดพระบรมฉายาลักษณ์ที่นำมาจากบ้านไว้แนบอกตลอดเวลา หลายคนเมื่อถวายบังคมเสร็จแล้วก็ร้องไห้ออกมาด้วยความอาลัย

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนมีจำนวน 33,657 คน รวม 19 วันมี 564,242 คนและมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล 2,558,391.75 บาท รวม 19 วัน เป็นเงิน 38,896,776.50 บาท

พระบรมฯพระราชทานข้าวต้มทะเล

ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหารและน้ำดื่มพระราชทานมาแจกประชาชน โดยเมนูพระราชทานวันนี้ มื้อเช้า ข้าวต้มทะเล นม มื้อกลางวัน ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น เฉาก๊วย ขนมตาล มื้อบ่าย ขนมไทย ข้าวเหนียวหมู-ไก่ เฉาก๊วยชากัง มื้อเย็น ผัดไทยเสวย ข้าวราดแกงส้มกุ้ง ไข่ยางมะตูม และน้ำดื่ม

ฟ้าหญิงฯรับสั่งหมอดูแลสุขภาพปชช.

ส่วนเต็นท์ที่ 11 เยื้องโรงแรมรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงมีรับสั่งให้หน่วยแพทย์พระราชทานจากโรงพยาบาลวิชัยยุทธ และโรงพยาบาลปทุมธานี มาดูแลสุขภาพประชาชนต่อเนื่องจนครบ 100 วัน และวันเดียวกันนี้ มีนักจิตวิทยามาให้คำปรึกษาเป็นครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้มีประชาชนที่เข้าข่ายต้องได้รับคำแนะนำจากนักจิตวิทยาด้วย

ทรงปรุงข้าวผัดสเปนพระราชทาน

ขณะเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จลง ณ ห้องประกอบอาหาร พระตำหนักทิพย์พิมาน ต.โป่งน้ำร้อน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทรงปรุงอาหารเมนูข้าวผัดสเปน 7 กระทะนำบรรจุกล่อง 500 กล่อง สำหรับพระราชทานให้ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ ผู้จัดการและผู้อำนวยการโรงเรียนจิตรลดา และอธิการบดีวิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา เชิญไปแจกประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ บริเวณเต็นท์ศิษย์เก่าโรงเรียนจิตรลดา ทางประตูเทวาภิรมย์ ด้วยทรงห่วงใยประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพจะได้รับประทานอาหารพระราชทานที่ปรุงสุกใหม่ ถูกสุขอนามัย มีสารอาหารครบตามหลักโภชนาการ ซึ่งประชาชนสามารถนำอาหารพระราชทานกลับไปรับประทานระหว่างเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ด้วย

กรมศิลป์สำรวจพื้นที่สนามหลวง

สำหรับความคืบหน้าการสร้างพระเมรุมาศ ในการพระราชพิธีพระราชเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากรลงพื้นที่สนามหลวง เพื่อสำรวจพื้นที่จัดสร้างพระเมรุมาศ เมื่อเวลา 10.00 น.วันเดียวกันนี้ โดยนำกล้องวัดระดับไปสำรวจพื้นที่สนามหลวงฝั่งทิศใต้ ไปหาระดับพื้นที่เบื้องต้นทั้งองค์รวม เพื่อส่งข้อมูลให้สถาปนิกและภูมิสถาปัตย์พิจารณาเลือกระดับออกแบบที่เหมาะสม

ส่วนกรณีมีข่าวว่าได้กำหนดวันลงเสาเอกจัดสร้างพระเมรุมาศแล้ววันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560นั้น นายอนันต์กล่าวว่า กรมศิลปากรยังไม่ได้กำหนดวันใดๆ ไม่ว่าจะเป็นวันลงหมุด วันบวงสรวงหรือวันลงเสาเอก มีเพียงกำหนดช่วงเวลาดำเนินงานแต่ละด้าน เช่น การสำรวจและวัดระดับพื้นที่ช่วงเดือนพฤศจิกายน การก่อสร้างโรงขยายแบบพระเมรุมาศช่วงเดือนธันวาคม หรือจัดสร้างพระเมรุมาศช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ทั้งนี้ การกำหนดช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อให้การทำงานชัดเจนไม่ล่าช้า เพราะเมื่อลงมือดำเนินงานแล้วต้องเผื่อช่วงเวลาหน้าฝนที่อาจจำเป็นต้องหยุดดำเนินงานเป็นบางช่วงด้วย

นายกฯเซ็นตั้งกก.สร้างพระเมรุ

อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวต่อว่า ขณะนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแล้ว โดยมีพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อให้การจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสมพระเกียรติ คาดว่าจะประชุมนัดแรกเร็วๆนี้

กทม.เริ่มกั้นรั้วกันพื้นที่10มค.60

ด้านพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)เปิดเผยว่า กทม.แจ้งสำนักพระราชวังว่า ได้เตรียมสถานที่และตั้งเต็นท์จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริเวณสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ และเจ้าหน้าที่จะกั้นรั้วสังกะสีเพื่อสร้างพระเมรุวันที่ 10 มกราคม 2560 รวมพื้นที่ 48 ไร่ และลงมือก่อสร้างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560

ชวนปชช.รวมพลังภักดี22พ.ย.

ในส่วนกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี เพื่อประกาศความจงรักภักดีและร่วมน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพปีที่ 89 วันที่ 22 พฤศจิกายน ซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าภาพนั้น ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า งานดังกล่าวจะจัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 89 พรรษา 5 ธันวาคม 2559 เพื่อให้ประชาชนน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช และเป็นการแสดงออกถึงความรัก สามัคคี จงรักภักดี ตามพระราชปณิธาน โดยจัดขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัดและต่างประเทศ ในส่วนรัฐบาลนายกฯ คณะรัฐมนตรีและข้าราชการจะร้องเพลงชาติร่วมกัน เวลา 08.00 น.หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบฯ จากนั้น นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตน เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมกัน ขณะที่ทุกกระทรวงมอบให้ปลัดกระทรวงเป็นผู้นำกล่าวฯ ส่วนต่างจังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม และระดับอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน หรือชุมชนสามารถร่วมจัดกิจกรรมพร้อมกันได้ โดยประชาชนในพื้นที่ ใกล้ที่ไหนให้ไปที่นั่น ไปร่วมแสดงพลังความสามัคคีถวายความจงรักภักดีพร้อมกันทั่วประเทศ

คนไทยในตปท.พร้อมร่วมใจ20พ.ย

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศกล่าวถึงการจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดีในส่วนคนไทยในต่างประเทศทั่วโลกว่า จะมีขึ้นวันที่ 20 พฤศจิกายน เนื่องจากเป็นวันหยุด ซึ่งได้ประสานสถานทูตประเทศต่างๆทั่วโลกแล้ว ส่วนรูปแบบกิจกรรมแต่ละพื้นที่ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม ที่จะมาเชื่อมโยงกับการสักการะและเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการตั้งปณิธานและถวายคำปฏิญาณ 5 ประการ อาทิ การแสดงความจงรักภักดี การปฏิบัติตามหลักของบ้านเมืองด้วยการเคารพกฎหมาย และหลักการพัฒนาตนเองโดยน้อมนำสิ่งที่พระองค์ท่านพระราชทานให้มาใช้ เป็นต้น

พิมพ์พระราชนิพนธ์ร.9เผยแพร่

ขณะที่นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการ วันภาษาไทยแห่งชาติครั้งที่ 2/2559ว่า ที่ประชุมหารือแนวทางเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้านภาษาและวรรณกรรม ซึ่งที่ประชุมมีมติจะรวบรวมพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งขณะนี้รวบรวมได้แล้ว 17 เรื่อง อาทิ พระราชานุกิจรัชกาลที่ 8 เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิตเซอร์แลนด์ พระมหาชนก นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ ติโต พระราชดำรัส เรื่องทองแดง จัดพิมพ์เป็นหนังสือที่ระลึก เรื่องละ 1 หมื่นเล่มรวมประมาณ 1.7 แสนเล่ม แจกให้ประชาชน และห้องสมุดทั่วประเทศ และให้แต่ละโรงเรียนส่งเสริมการตระหนักถึงพระอัจฉริยภาพและความสำคัญของภาษาไทย โดยให้นักเรียนแต่งกลอนคำถวายอาลัย ในชั่วโมงวิชาภาษาไทย เพื่อรวบรวมให้หอจดหมายเหตุอีกด้วย

พระราชินีเสด็จฯประทับรพ.จุฬา

เมื่อเวลา 20.30 น. สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 4 ความว่า คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระปรอท (ไข้) สูง แต่ทรงรู้พระองค์ดี ผลการตรวจพระโลหิตพบว่าระดับเม็ดพระโลหิตขาวสูงขึ้น บ่งว่ามีการอักเสบ คณะแพทย์ฯจึงได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ผลการตรวจทางรังสีวิทยา พบมีการอักเสบของพระปัปผาสะ (ปอด) คณะแพทย์จึงได้ถวายพระโอสถปฎิชีวนะ

ในวันนี้ พระปรอทลดลง หายพระทัยได้ดี เสวยพระกระยาหารได้ดี คณะแพทย์ฯจะได้ถวายการรักษาด้วยพระโอสถปฎิชีวะอีกระยะหนึ่ง และถวายการรักษาทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูต่อไป จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

กองทัพเรือถวายอาลัย ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245239

กองทัพเรือถวายอาลัย ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร (ชมคลิป)

กองทัพเรือถวายอาลัย ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร (ชมคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 20.25 น.

17 พ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านแชนแนลยูทูป “NavyChannel Thailand” ชื่อคลิปว่า “เพลงสรรเสริญพระบารมี อลังการบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร” พร้อมข้อความระบุว่า

กองทัพเรือได้จัดให้มีการขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีบนดาดฟ้าเรือหลวงจักรีนฤเบศร กลางทะเลอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยกำลังพลรวมกว่า 4,000 นาย จากเรือหลวงที่เข้าร่วมอีกจำนวน 3 ลำ เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันกองทัพเรือ 20 พฤศจิกายน 2559

กองทัพเรือ โดย พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ร่วมกับข้าราช การ ทหาร ชั้นยศตั้งแต่นายพลเรือถึงพลทหาร ขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมกับ วงดุริยางค์ราชนาวี (วงออเคสตร้า) เต็มวง โดยมีเรือตรี สันติ ลุนเผ่ ร่วมร้องนํา บนเรือ หลวงจักรีนฤเบศร โดยมีเรือรบที่เข้าร่วมกระบวนเรืออีก ๓ ลํา ได้แก่ เรือหลวงนเรศวร เรือ หลวงตากสิน และเรือหลวงปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นเรือยิงสลุต ที่ผ่านมาได้ทําาหน้าที่ยิงสลุตถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมนิทรมหาภูมิพลอดลุยเดช หลายครั้ง ซึ่ง พระองค์ ยัง ทรงบันทึกภาพ และพระราชทานภาพเรือ หลวงปิ่นเกล้า ขณะกำลัง ทำการยิงสลุตถวาย พระราชทานให้แก่กองทัพเรือ

สําหรับเรือหลวงจักรีนฤเบศร นั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดําเนินทรงประกอบพิธีเจิมเรือ พร้อมทรงเจิมป้ายเรือหลวงนเรศวร และเรือหลวง ตากสินด้วย เมื่อปี พ.ศ.2540

การจัดให้มีการขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีของทางกองทัพเรือ ซึ่งนําโดยผู้บัญชาการทหารเรือ เนื่องในวันกองทัพเรือ ๒๐ พฤศจิกายน เป็นการแสดงความอาลัย และแสดงออกถึงการสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อกองทัพเรือและเหล่าพสกนิกรนานับประการมาโดยตลอดช่วงรัชสมัย

ทั้งนี้นอกจากการเผยแพร่กิจกรรมของกองทัพเรือทางสถานีโทรทัศน์แล้ว ยัง สามารถรับชมในสื่อ social media ที่ทางกองทัพเรือได้เผยแพร่ต่อไป

‘3พ่อลูก’วิ่งกว่า200โลจากลพบุรี เข้ากราบสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245171

'3พ่อลูก'วิ่งกว่า200โลจากลพบุรี เข้ากราบสักการะพระบรมศพ

‘3พ่อลูก’วิ่งกว่า200โลจากลพบุรี เข้ากราบสักการะพระบรมศพ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.28 น.

17 พ.ย.59 นายสมนึก ชมภูพวง วัย 63 ปี พร้อมลูกชายอีก 2 คน ได้แก่ ด.ช.อาทิตย์ ชมภูพวง วัย 14 ปี บุตรชายคนโต และ ด.ช.อัครชัย ชมภูพวง วัย 11 ปี บุตรชายคนเล็ก นักมวยเยาวชนเจ้าของเหรียญทองในการแข่งขันกีฬามวลไทยชิงแชมป์โลก จากเวที IFMA โดยทั้งสามได้วิ่งจาก จ.ลพบุรี ระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร รวม 4 วัน เพื่อเข้ากราบสักการะพระบรศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดยสามพ่อลูก ให้สัมภาษณ์ด้วยความตื้นตันใจ ว่า ลูกชายคนเล็กตั้งปณิธานว่าจะวิ่งจาก จ.ลพบุรี เพื่อเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพ จากนั้นได้ชักชวนตนและพี่ชายให้วิ่งมาด้วย จากนั้นก็ได้เริ่มวิ่งออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 09.00 น.ของวันที่ 14 พ.ย.รวมระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร ซึ่งระหว่างทางก็ได้แวะพักบ้างไม่กี่ชั่วโมง แล้วก็ออกวิ่งต่อจนมาถึงกองอำนวยการร่วมในรังสิต ประมาณเวลา 12.00 น.ของวันนี้ และได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่นำมาส่งยังท้องสนามหลวง

“ผมเคยรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมกับครอบครัว ครั้งยังเป็นหนุ่ม ซึ่งขณะนั้นท่านไปเยี่ยมประชาชน ตอนนี้ตนมีครอบครัวแล้ว จึงคิดว่าอยากจะทำอะไรเพื่อท่านบ้าง รวมถึงบุตรชายเองเป็นอดีตนักมวยได้เหรียญทองจากเวทีการแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลก ในรุ่นอายุ 10 – 11 ปี เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา มีความตั้งใจที่นำเหรียญนี้เข้าทูลเกล้าถวายพระองค์ตั้งแต่ท่านยังอยู่ แต่เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคตแล้ว บุตรชายจึงไม่มีโอกาส และวันนี้จะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อมอบเหรียญรางวัลนี้ให้แก่ท่านด้วย” นายสมนึก กล่าว

ด้าน ด.ช.อาทิตย์ เปิดเผยว่า ออกเดินทางมาพร้อมกัน 3 คน ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งตนและน้องเคยเดินทางมาแล้วครั้งหนึ่งกับ มนัส บุญจำนงค์ อดีตนักมวย แต่ตอนนั้นยังไม่มีโอกาสเข้าสักการะพระบรมศพ โดยครั้งนี้จึงตั้งใจชักชวนพ่อมาด้วย ซึ่งพ่อพิการที่ขาและได้เดินมาด้วยไม้เท้า ระหว่างทางได้พักบ้างตามศาลาข้างทาง พร้อมติดธงชาติมาตลอดเพื่อระลึกถึงชาติไทย และเป็นการวิ่งเพื่อถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9

ด.ช.อาทิตย์ กล่าวด้วยสีหน้าอ่อนล้า แต่เต็มไปด้วยความตื้นตันใจ ว่า ตนไม่ได้รู้สึกเหนื่อย แต่จะปวดที่หัวเข่า และด้วยความตั้งใจที่วิ่งมาถึงพระบรมมหาราชวัง และนึงถึงว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำเพื่อคนไทยมายาวนาน จึงได้เดินทางมาถึงตามที่ตั้งใจ แม้จะไม่ได้มีโอกาสรับเสร็จ แต่ทราบจากพระราชกรณียกิจต่างๆ ว่าทรงทำเพื่อคนไทยมากมาย

ขณะที่ ด.ช.อัครชัย เจ้าของเหรียญทองในการแข่งขันกีฬามวลไทยชิงแชมป์โลก จากเวที IFMA กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า อยากทดแทนบุญคุณในหลวง ร.9 ที่ทรงทำเพื่อคนไทยและราษฏรให้อยู่ดีกินดี โดยตนจะใช้ความเพียรตามหลักทศพิธราชธรรมของพระองค์ท่านในการเล่นกีฬาต่อยมวย โดยมีฝันอยากเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

ปลื้มปีติ!’ฟ้าหญิงฯ’ทรงเข้าครัว ประกอบอาหารเมนูข้าวผัดสเปน พระราชทานแก่พสกนิกร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245161

ปลื้มปีติ!'ฟ้าหญิงฯ'ทรงเข้าครัว ประกอบอาหารเมนูข้าวผัดสเปน พระราชทานแก่พสกนิกร

ปลื้มปีติ!’ฟ้าหญิงฯ’ทรงเข้าครัว ประกอบอาหารเมนูข้าวผัดสเปน พระราชทานแก่พสกนิกร

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.14 น.

17 พ.ย.59 เมื่อเวลา 09.25 น.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จลง ณ ห้องประกอบอาหาร พระตำหนักทิพย์พิมาน ต.โป่งน้ำร้อน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทรงประกอบอาหารเมนูข้าวผัดสเปน วัตถุดิบประกอบด้วย ข้าวสวย , ไข่ไก่ , กุ้งสด , หอยแมลงภู่ , ปลาหมึก , หอยเชลล์ , แครอทหั่นลูกเต๋า, ถั่วลันเตา, เนยสด และเครื่องปรุงรส ทั้งนี้ ทรงประกอบอาหารเมนูข้าวผัดสเปน ทั้งหมด 7 กระทะ เพื่อนำบรรจุใส่กล่อง จำนวน 500 กล่อง สำหรับพระราชทานให้ ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ ผู้จัดการและผู้อำนวยการโรงเรียนจิตรลดา และอธิการบดีวิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา เชิญไปแจกประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ที่เต็นท์จิตรลดาอาสาทำเพื่อพ่อ ทางออกประตูเทวาภิรมย์ ในพระบรมมหาราชวัง

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงห่วงใยประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ ทั้งที่เดินทางมาจากกรุงเทพ และต่างจังหวัด จะได้รับประทานอาหารพระราชทานที่ปรุงสุกใหม่ ถูกสุขอนามัย มีสารอาหารครบถ้วนตามหลักโภชนาการ ตามพระประสงค์ให้คนไทยมีสุขภาพดี ซึ่งประชาชนสามารถนำอาหารพระราชทานกลับไปรับประทานระหว่างเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ด้วย

โดยเวลา 14.10 น.ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ ได้รับอาหารพระราชทาน “ข้าวผัดสเปน” จำนวน 500 กล่อง มาแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่มากราบสักการะพระบรมศพ โดยมีพระสหายร่วมรุ่นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จากโรงเรียนจิตรลดา มาร่วมแจกอาหารในครั้งนี้ด้วย

นอกจากนี้ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนจิตรลดา ได้นำขนมปังแซนวิช และขนมปังใส้ต่างๆ ข้าวโพดอบเนย รวมถึงไอศครีมเกล็ดน้ำแข็ง น้ำเก๊กฮวย น้ำสมุนไพรรสอื่นๆ ส่วนมือเย็นเป็นมาม่าผัดแจกจ่ายให้กับประชาชนด้วย

ทั้งนี้ ท่านผู้หญิงอังกาบ เผยว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระประสงค์อยากให้ประชาชนได้รับประทานอาหารที่ดี พระองค์จึงทรงเข้าครัวปรุงอาหารด้วยพระองค์เองเมื่อช่วงสายของวันเดียวกันนี้ และเหตุผลที่ทรงเลือกเมนูข้าวผัดสเปนนั้น เพราะเป็นเมนูทรงโปรดและทรงเชี่ยวชาญในการปรุงเมนูนี้เป็นอย่างดี โดยทรงเป็นอาหารพระราชทานที่ทรงปรุงด้วยพระองค์เอง แล้วพระราชทานให้แก่ประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรก แต่หลังจากนี้จะทรงปรุงอาหารเมนูอื่นๆ อีกหรือไม่ ก็ทรงแล้วแต่พระราชอัธยาศัย

นอกจากนี้ โรงเรียนจิตรลดายังได้จัดทำเข็มกลัดโบว์ไว้ทุกข์ที่ประดับด้วยเครื่องหมายเลขเก้าไทย และเข็มกลัดที่มีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 24 แบบ รวมหลายพันชิ้น เพื่อนำทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เพื่อทรงนำไปพระราชทานให้แก่ประชาชนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนมาตั้งแถวรอรับอาหารพระราชทานอย่างเนืองแน่น และต่างรู้สึกซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณ ที่พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงห่วงใยไม่ทอดทิ้งประชาชน

นางสาวฉัฐชนก อัครรุ่งเรืองวุฒิ  อายุ 56 ปี ชาวบ้าน ต.บางพลี อ.ปางปลา จ.สมุทรปราการ ซึ่งเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ กับเพื่อนอีก 2 คน กล่าวภายหลักได้รับข้าวผัดสเปนพระราชทานจากผู้แทนพระองค์ว่า  รู้สึกชื่นใจที่ได้ยินว่า “ข้าวผัดฟ้าหญิง” ปลื้มใจไม่คิดว่าจะมีบุญได้รับพระราชทานข้าวผัดของฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ ขอให้ท่านเจริญๆ ก็จะนำข้าวผัดสเปนกลับบ้านไปแบ่งให้พี่น้องกินคนละคำเพื่อเป็นสิริมงคล

ด้าน นางฉัตร์สรวง หทัยนิรมล อายุ 58 ปี ซอยแบริ่ง 6 สุขุมวิทย 107 สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ เพราะในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นพระมหากษัตริย์ที่ดีและสุดยอดเป็นหนึ่งเดียวในโลก ขนาดพระองค์ท่านประชวรก็ยังทรงงานหนักจนวาระสุดท้าย ก็รู้สึกปลื้มใจที่ได้เกิดในประเทศไทยและเป็นพสกนิกรของประองค์ และดีใจที่ได้มีโอกาสเข้ากราบสักการะพระบรมศพในวันนี้ ก็ขอให้พระเยซูเจ้าโปรดพระเมตตารับดวงพระวิญญาณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไว้ในอ้อมพระหัตถ์ของพระองค์ให้กลับพักผ่อนให้สบาย

‘ดอน’ระบุ20พ.ย.คนไทยในตปท. พร้อมร่วมกิจกรรม’รวมพลังแห่งความภักดี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245116

'ดอน'ระบุ20พ.ย.คนไทยในตปท. พร้อมร่วมกิจกรรม'รวมพลังแห่งความภักดี'

‘ดอน’ระบุ20พ.ย.คนไทยในตปท. พร้อมร่วมกิจกรรม’รวมพลังแห่งความภักดี’

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.44 น.

17 พ.ย.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี ในส่วนของคนไทยในต่างประเทศ ว่า เราได้รับมอบหมายว่าให้ไปดูวันที่เหมาะสม โดยคาดว่าจะเป็นวันที่ 20 พ.ย.เนื่องจากเป็นวันอาทิตย์ ซึ่งคนไทยในต่างประเทศจะสะดวกมากที่จะมาร่วมกิจกรรม เพราะเป็นวันหยุด ซึ่งได้มีการประสานไปยังสถานทูตประเทศต่างๆ ทั่วโลกแล้ว ส่วนกิจกรรมจะเป็นรูปแบบใดนั้น ก็อยู่ที่แต่ละพื้นที่ว่าแบบไหนจะเหมาะกับสิ่งแวดล้อมนั้นๆ ที่จะมาเชื่อมโยงกับการสักการะเฉลิมพระเกียรติ เพื่อจะเป็นส่วนหนึ่งของการตั้งปณิธานและถวายคำปฏิญาณ

ขณะที่ในส่วนของในประเทศไทย กิจกรรมดังกล่าวของรัฐบาลจะแบ่งเป็นสองส่วนคือ ส่วนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมาร่วมถวายสัตย์คำปฏิญาณที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 22 พ.ย.หลังเคารพธงชาติ เวลา 08.00 น.และในส่วนของแต่ละกระทรวงที่จะนำโดยปลัดกระทรวง โดยรูปแบบของกิจกรรมจะมีถวายสัตย์ปฏิญาณตน 5 ประการ อาทิ การแสดงความจงรักภักดี การปฏิบัติตามหลักของบ้านเมืองด้วยการเคารพกฎหมาย และหลักการพัฒนาตนเองโดยน้อมนำสิ่งที่พระองค์ท่านพระราชทานให้มาใช้ เป็นต้น

ผบ.ทอ.ต้อนรับเสนาธิการป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245112

ผบ.ทอ.ต้อนรับเสนาธิการป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

ผบ.ทอ.ต้อนรับเสนาธิการป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.34 น.
17 พ.ย. 59 พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้การต้อนรับ พล.อ.อ.โยชิยูคิ สุกิยามะ (General Yoshiyuki Sugiyama)เสนาธิการกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น (เทียบเท่าผู้บัญชาการทหารอากาศ) ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของกองทัพอากาศ
ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นโดยกองทัพอากาศได้จัดให้มีพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ และพิธีประดับเครื่องหมายความสามารถในการบินชั้นกิตติมศักดิ์เพื่อเป็นเกียรติแก่เสนาธิการกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น
โอกาสเดียวกันในโอกาสนี้เสนาธิการกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่นได้ลงนามในสมุดเยี่ยมกองทัพอากาศรับฟังการบรรยายสรุปภารกิจของกองทัพอากาศและหารือข้อราชการกับผู้บัญชาการทหารอากาศและคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพอากาศ เมื่อวันพุธที่ 16 พ.ย.59 ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศ ดอนเมือง กรุงเทพฯ

ผบ.นรด.เปิดโครงการส่งเสริมพระพุทธศาสนา มุ่งส่งเสริมทำดีตามหลักศีลธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245111

ผบ.นรด.เปิดโครงการส่งเสริมพระพุทธศาสนา มุ่งส่งเสริมทำดีตามหลักศีลธรรม

ผบ.นรด.เปิดโครงการส่งเสริมพระพุทธศาสนา มุ่งส่งเสริมทำดีตามหลักศีลธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.30 น.

17 พ.ย.59 ที่ลานวรรณะสมิต ภายในศูนย์การกำลังสำรอง ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ท.วีรชัย อินทุโศภร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) เป็นประธานเปิดโครงการ ส่งเสริมพระพุทธศาสนาของหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ประจำปีงบประมาณ 2560 โดยได้นิมนต์ พระพรหมดิลก กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และเจ้าอาวาสวัดสามพระยาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ รวมทั้งภิกษุสงฆ์และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ กำลังพลและครอบครัวเข้าร่วมพิธี

นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบป้ายโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ให้แก่ผู้แทนหน่วยงานรักษาศีล 5 และชุมชนรักษาศีล 5 จำนวน 20 คน โดยพระพรหมดิลก เป็นผู้มอบ จากนั้นหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ได้เปิดตัว “รด.จิตสีขาว” ซึ่งเป็นโครงการย่อยที่เป็นการปฏิบัติของนักศึกษาวิชาทหาร ที่จะขยายผลสู่การปฏิบัติทั่วประเทศ ในปีการศึกษาหน้า มีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมให้นักศึกษาวิชาทหาร ปฏิบัติตนเป็นพุทธมามกะที่ดี การทำความดีตามหลักศีลธรรม เป็นต้นแบบพลเมืองที่ดี มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ โดยใช้หลักปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา มาเป็นแนวทางในการฝึกอบรม รวมทั้งมีการแสดงปาฐกถาธรรม โดยพระวิทยากรจากวัดปทุมคงคา เรื่องการน้อมนำหลักศีล 5 สู่ชีวิตประจำวัน และนั่งสมาธิร่วมกัน

‘กนก’สะกิดหน่วยงานลัดคิวสักการะพระบรมศพ ย้อนดูปชช.ต่อแถวตั้งแต่เช้ามืด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245109

'กนก'สะกิดหน่วยงานลัดคิวสักการะพระบรมศพ ย้อนดูปชช.ต่อแถวตั้งแต่เช้ามืด

‘กนก’สะกิดหน่วยงานลัดคิวสักการะพระบรมศพ ย้อนดูปชช.ต่อแถวตั้งแต่เช้ามืด

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.09 น.

17 พ.ย. 59 นายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรและผู้ประกาศข่าว ได้โพสต์ข้อความลงแฟนเพจชื่อ “Kanok Ratwongsakul Fan page”  โดยระบุว่า วันนี้อ่านข่าว เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ติติงผู้ที่ไม่ได้มาต่อแถวรอถวายสักการะพระบรมศพเหมือนประชาชน ส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานรัฐ หรือองค์กรต่างๆ ที่มีตั้งแต่การทำหนังสือขอมาเป็นพิเศษ หรือหน่วยงานที่สลับหมุนเวียนกันมา ขอเข้าสักการะเป็นกรณีพิเศษ ผ่านช่องทางต่างๆที่พบมากคือ มักจะเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมจากที่ขอมา 10 คน แต่ถึงเวลามาจริง มากันหลายสิบคน พอเข้ามานั่งในเต๊นท์พักคอยภายในกำแพงแก้วของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พอเสร็จช่วงพิธี คนกลุ่มนี้จะได้ขึ้นถวายสักการะพระบรมศพเลย เท่ากับคนกลุ่มนี้ได้ “แซงคิว” คนที่ต่อแถวอยู่ภายนอกนานหลายชั่วโมง

หลายคนยังนำโทรศัพท์มือถือมาบันทึกภาพโดยไม่ให้เกียรติสถานที่ ขณะที่ชาวบ้านที่ต่อแถวมานานหลายชั่วโมง ยังไม่กล้าทำ ทุกครั้งที่กลุ่มพิเศษนี้แซงคิว จะยิ่งทำให้ประชาชนภายนอกเกิดภาวะอั้น แถวไม่ขยับเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง จึงอยากฝากไว้ว่า ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรใช้สิทธิพิเศษมาเข้าถวายสักการะ หรือถ้าใช้สิทธิ์ก็ไม่ควรแห่กันมามากเกินไป เพราะแม้แต่ญาติพี่น้องของข้าราชการในสำนักพระราชวังที่ทำงานถวาย ยังต้องต่อคิวเหมือนประชาชนทั่วไป “ขอให้เห็นใจประชาชนที่ต่อแถวหลายๆชั่วโมงด้วย”

อ่านข่าวนี้แล้วคุณรู้สึกอย่างไร?คนที่จะเข้าไปกราบในหลวง คุณยังคิดเอาเปรียบคนไทยด้วยกัน บางคนได้เข้าไปด้วยช่องทางพิเศษลัดคิวคนอื่นแล้ว ยังมีหน้ามาคุยโม้ประมาณว่า “เข้าไปกราบมาแล้ว สบายเลย ไปกับ..(ชื่อหน่วยงาน)..” คุณไม่รู้สึกละอายใจเลยหรือครับ?

ผมอยากให้ทุกกรม กองราชการ สั่งข้าราชการทุกคนในสังกัด ให้มาเดินดูที่ท้องสนามหลวง มาดูแถวประชาชนที่มากันตั้งแต่ ตี 3 ตี 4 ตี 5 หลายคนอายุมากกว่า 60 – 70 ปี หลายคนจูงเด็กอายุไม่กี่ขวบ เข้าใจว่า คุณแม่อยากให้ลูกได้กราบพระองค์ท่านผมเชื่อว่าเมื่อคุณได้มาเห็น มาสัมผัสบรรยากาศความจงรักภักดี ด้วยสำนึกของพสกนิกรที่ไม่เบียดเบียนกัน คุณจะละอายใจ ไม่คิดเอาเปรียบคนเหล่านี้ โดยเฉพาะหน่วยงานใดก็ตาม ที่ไม่เคยมาเป็นจิตอาสาที่สนามหลวง ควรจะมาด้วยความสมัครใจ

ผมเคยถามข้าราชการกระทรวงกลาโหม ที่อยู่ในเต๊นท์แจกอาหาร เครื่องดื่ม เสื้อ และผ้าเย็น ว่าได้เข้าไปกราบพระองค์ท่านหรือยัง “น้องตอบว่า ยังไม่เคยเข้าไปเลย ต้องคอยหมุนเวียนมาทำหน้าที่ตรงนี้ก่อน” ผมสะอึกและนึกชมเชยเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่มาอยู่หน้ากำแพงวังเป็นเดือนแล้ว เขายังไม่ได้เข้าไปกราบสักครั้ง และผมเชื่อด้วยว่า ถ้าเปิดโอกาสให้คนกลุ่มนี้เข้า พวกเขาก็จะไปต่อแถวเหมือนคนอื่นตัวแทนประชาชนที่มาในโควต้าของกระทรวงมหาดไทยก็เช่นกัน คนกลุ่มนี้ จะมาตั้งอีกแถว แล้วได้เข้าไปไวกว่าแถวของประชาชน ผมเห็นผู้สื่อข่าวไปสัมภาษณ์และถ่ายทอดสดมาบางจังหวัด บอกตรงๆว่า “ผมไม่เชื่อว่าเป็นตัวแทนประชาชน” ดูจากบุคลิกลักษณะ ผมเผ้า เครื่องแต่งกายแล้ว เป็นตัวแทนประชาชนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

คุณคิดถึงสมเด็จแต่ละพระองค์ ที่เป็นพระราชโอรส พระราชธิดา เวลาที่ท่านเป็นประธานในพระราชพิธีสวดพระอภิธรรม ท่านยังเกรงใจประชาชนจะคอยนาน ยังมีพระเมตตาให้ประชาชนเข้าไปกราบพระบรมศพ ขณะที่แต่ละพระองค์ยังประทับอยู่วันที่ผมไปกราบสักการะ ช่วงที่นั่งคอยในเต๊นท์หน้าพระที่นั่ง หลังจากยืนแถวมา 6 ชั่วโมง จนมาจ่อใกล้จะได้เข้าไป ช่วงนั้นพอดีเสร็จพิธีสวดตอนค่ำ หลังจากสมเด็จพระเทพฯเสด็จกลับ เรายังไม่ได้เข้า เรายังต้องรอ ข้าราชการในชุดปกติขาว ทยอยออกมาจากพระที่นั่งฯ นานเอาเรื่อง ผมยังคิดตอนนั้นเลยว่า พระที่นั่งดุสิตฯสถานที่ก็คับแคบ แต่ทำไมจุข้าราชการพวกนี้เยอะเหลือเกิน

หยุดเถิดนะครับ หยุดเอาเปรียบกัน แม้สิทธิพิเศษนั้นคุณพึงได้จากหน่วยงาน คุณลองเข้าไปกราบในหลวง ด้วยวิธีเดียวกันกับชาวบ้าน ไม่ว่าจะยืนอยู่ในแถวนานเพียงใด ต้องตากแดดเป็นระยะๆ ต้องเมื่อยล้า ต้องอดทนอั้นปัสสาวะ อดทนทุกสิ่งอย่าง…ลองเอาใจเราไปใส่ใจเขา หรือคิดว่า ขณะที่คุณใช้ช่องทางพิเศษเข้าไปนั้น พ่อแม่คุณกำลังยืนขาแข็ง ใกล้จะเป็นลมอยู่ภายนอก คุณทำได้ลงคอหรือ?

ผมเชื่อว่า มีหลายคนในแถวคิดถึง “ในหลวง รัชกาลที่ ๙” พระองค์ทรงผ่านทุกสภาวะที่ประชาชนเจอในแถวมาแล้ว ๗๐ ปี “เพื่อเรา” ท่านยังผ่านมาได้ ถ้าเราคิดเช่นนี้ หรือคิดว่าพระองค์ทรงทอดพระเนตรอยู่..เราจะยังอยู่ในแถวได้ จนเข้าไปกราบท่านเป็นครั้งสุดท้าย แล้วทุกคนก็จะมีความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต เมื่อเดินออกมา ความภาคภูมิใจนี้จะไม่เกิดกับคนที่เอาเปรียบกัน โดยเฉพาะถ้าคนนั้นเป็น “ข้าราชการ”สุดท้าย ผมขอแสดงความนับถือ ยกย่อง เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังทุกท่าน ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนของพระองค์อย่างดี ประตูวังเปิดตี 5 แสดงว่าพวกท่านต้องมาก่อนตี 5 ประชาชนคนสุดท้ายกราบเสร็จ 4 – 5 ทุ่ม แสดงว่าท่านได้กลับบ้านดึกกว่านั้น ภาพที่ท่านประคองคนเฒ่าคนแก่ คอยชี้แนะแต่ละจุดด้วยน้ำเสียงที่สมกับเป็นข้าราชการในพระองค์ ผมจดจำและนำไปบอกต่อเสมอครับ

 

ไม่ใช่แค่พูดเก่ง!’สุทิน’ชี้คนจะพูดเรื่องพระราชกรณียกิจ’ร.9′ ต้องมีวุฒิภาวะ-ความรู้ลึกซึ้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245103

ไม่ใช่แค่พูดเก่ง!'สุทิน'ชี้คนจะพูดเรื่องพระราชกรณียกิจ'ร.9' ต้องมีวุฒิภาวะ-ความรู้ลึกซึ้ง

ไม่ใช่แค่พูดเก่ง!’สุทิน’ชี้คนจะพูดเรื่องพระราชกรณียกิจ’ร.9′ ต้องมีวุฒิภาวะ-ความรู้ลึกซึ้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.40 น.

17 พ.ย. 59 นายสุทิน วรรณบวร อดีตผู้สื่อข่าวอาวุโสสังกัดสำนักข่าวเอพี เจ้าของฉายา “นักข่าวสายโจร” คอลัมนิสต์ คอลัมน์ “วิภาคสื่อเทศ วิเทศสื่อไทย”ในนสพ.แนวหน้า และแนวหน้าออนไลน์ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Sutin Wannabovorn” ถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาปฏิเสธการออกวีซ่าให้กับ “เบสท์-อรพิมพ์ รักษาผล” นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ ที่จะไปพูดเกี่ยวกับเรื่องพระราชกรณียกิจที่นครลอสแอนเจลิส

โดยนายสุทิน ระบุว่า “มีคนโพสต์ข้อความว่าสถานทูตอเมริกาไม่ออกวีซ่า ให้นักพูดคนหนึ่งที่เตรียมการเดินสายพูดเรื่องพระราชกรณีกิจในหลวงในอเมริกาหลายเมือง เรื่องนี้เห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่ใช่เห็นด้วยที่สถานทูตสหรัฐไม่ออกวีซ่า เห็นด้วยที่ไม่ได้ไปพูด พระราชกรณีย์กิจอันยิ่งใหญ่ของในหลวงที่ได้การยกย่อเทิดทูลทั่วโลก

คนที่จะไปพูดเรื่องพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน หรือเรื่องใดๆก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับสถาบันสูงสุดของชาติ ต้องเป็นคนที่มีวุฒิภาวะ มีความรู้อย่างลึกซึ้ง เคยสนองงานพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิดยาวนาน ต้องมีความเชี่ยวชาญลึกซึ้งในด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ว่าสังคม เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ การพัฒนา กีฬา ดนตรีฯลฯ และคนที่จะไปพูดในต่างแดนเรื่องพระราชกรณีย์กิจ ควรได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากสำนักราชวัง หรือไม่ก็รัฐบาล ตัวอย่างเมื่อท่านหมุ้ยตัดต่อเพลงสรรเสริญพระบารมีเสร็จแล้ว ท่านนำไปให้นายกรัฐมนตรีชม นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าให้สมเด็จพระบรมฯ ทรงวินิจฉัยก่อนออกมาเผยแพร่

เรื่องที่เกี่ยวกับสถาบันสูงสุด ไม่ใช่เรื่องที่ใครคนใดคนหนึ่งพูดเก่ง มีวาทะกรรมดีแล้วไปเปิดโรงละครเดี่ยวไมค์ทอลคโชว์ เพราะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ละเอียดอ่อน มีพิธีกรรม มีจารีตประเพณี

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดุลยเดช ได้รับการเทิดพระเกียรติอย่างสูงสุด เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่สหประชาชาติ จัดประชุมเพื่อสดุดีและถวายความอาลัยแก่พระองค์ท่าน ตัวแทนจากห้าภูมิภาคทั่วโลกได้สดุดีพระองค์ท่านอย่างสูงสุด ทูตถาวรสหรัฐประจำยูเอ็น สดุดีพระองค์ท่านได้อย่างยอดเยี่ยมคมชัดลึกซึ้ง ผมคิดว่าคนทั้งโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยประทับใจในความยิ่งใหญ่ครั้งนั้น และสองวันให้หลังสถานี History Channel ของอเมริกาเสนอสารคดีพระองค์ท่านด้วยความเคารพ

ดังนั้นการที่ใครหนึ่งพูดเก่ง แต่จะลึกซึ่งในพระราชกรณีย์กิจของท่านด้านไหนก็ไม่รู้แล้วพูดให้คนไทยหรืออาจเป็นต่างร่วมฟังด้วย ดูไม่เหมาะด้วยประการทั้งปวง จึงเห็นควรที่สถานทูตไม่ออกวีซ่าให้

อนึ่งคนส่วนใหญ่ทำความดีเพื่อถวายแก่พระองค์ท่าน แต่บางส่วนทำความดีเพื่อโปรโมตตัวเอง โปรโมตกิจการคนพวกหลังนี้ไม่น่ายกย่อง”