สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ในหลวงร.9 ‘ชาวศิริราช’ร่วมน้อมใจรำลึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245079

สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ในหลวงร.9 'ชาวศิริราช'ร่วมน้อมใจรำลึก

สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ในหลวงร.9 ‘ชาวศิริราช’ร่วมน้อมใจรำลึก

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์

ในหลวงร.9

‘ชาวศิริราช’ร่วมน้อมใจรำลึก

จัดห้องประทับทำพิพิธภัณฑ์

นายกฯนำ’ถวายสัตย์’22พ.ย.

กรมประชาฯถ่ายทอดสดพิธี

เมื่อเวลา 06.55 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดอนงคารามวรวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังเวลา 11.00น. พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระราชกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพล แด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

เวลา 15.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จฯยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ในการนี้ มีท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เข้าร่วมในพระราชพิธีด้วย

ปชช.รอกราบสักการะเนืองแน่น

ส่วนบรรยากาศที่สนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ยังคงมีประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมาเข้าแถวรอถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเริ่มเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ตั้งแต่เวลา 04.45 น. ซึ่งชาว จ.ชุมพรประมาณ 100 คน เป็นกลุ่มแรกที่ได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ หลังออกเดินทางจากจ.ชุมพรมาถึงสนามหลวง เวลา 01.00 น.วันนี้ ทุกคนบอกตรงกันว่า วินาทีที่ได้เข้าไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ เป็นช่วงเวลาที่จะจดจำไปตลอดชีวิต ส่วนชาวบ้านที่เดินทางมาตามคิวจังหวัดซึ่งกระทรวงมหาดไทยจัดนั้น วันนี้เป็นลำดับพสกนิกรจากจ.สิงห์บุรี สุพรรณบุรี บึงกาฬ และจ.อ่างทอง เดินทางมาจังหวัดละ 750 คน รวม 4 จังหวัด เป็นจำนวน 3,000 คน

ยอดถวายเงินทำบุญ36ล้าน

ด้านสำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน หลังปิดเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ในเวลา 22.00น.จากกำหนดเดิมเวลา 21.00 น.เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอเข้ากราบพระบรมศพเป็นจำนวนมากว่า มีทั้งหมด 29,669 คน รวม 18 วันมี 530,585 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลจำนวน 2,370,406บาท รวม 18 วัน เป็นเงิน 36,338,384บาท

พระคาร์ดินัล-ภริยาทูตถวายอาลัย

วันเดียวกัน มีคณะบุคคลสำคัญเดินทางเข้าสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อาทิ พระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประธานสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย นำตัวแทนนักบวชชายหญิง ตัวแทนฆราวาส หน่วยงานและองค์กรต่างๆในสภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย 32 คน ร่วมถวายคำนับและสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และประกอบวจนพิธีถวายเป็นพระราชกุศล

นอกจากนี้ ยังมีคณะคู่สมรสเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย 10 ประเทศ อาทิ ออสเตรีย โคลัมเบีย เคนย่า กรีซ ฮังการี อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ โมร็อคโค โปรตุเกสและรัสเซีย เข้าแสดงความอาลัยและกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ตั้งสะพานหน้ารร.รอยัลฯลดแออัด

ในส่วนการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 แถลงว่า กองพันทหารช่างที่ 9 ได้เคลื่อนย้ายสะพานเบลีย์  M2 ที่ใช้เป็นสะพานชั่วคราวข้ามคลองหลอด บริเวณสะพานช้างโรงสี หลังกระทรวงกลาโหม ติดตั้งใหม่หน้าโรงแรมรอยัลรัตนโกสิทร์ เพราะบริเวณนี้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาหนาแน่นมากที่สุด  ก่อนผ่านจุดคัดกรองที่8 เข้าสนามหลวง ทั้งนี้ ได้ปรับพื้นที่ให้สามารถรองรับจำนวนประชาชนที่เดินทางผ่านจุดนี้ได้มากขึ้น และสำหรับการเดินทางวันเสาร์-อาทิตย์นี้จะปิดการจราจร 8 เส้นทางตามแผนเดิม

เพิ่มพื้นที่จัดกิจกรรมพิเศษ3จุด

สำหรับการสร้างเต็นท์ที่พักคอยให้ประชาชนเสร็จแล้ว เหลือติดตั้งระบบสาธานูปโภค และหน่วยแพทย์ ส่วนหน่วยงานต่างๆ ขอจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อถวายความจงรักภักดีในพื้นที่ กอร.รส.ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณาเพื่อความเหมาะสม โดยใช้เกณฑ์ต้องเป็นกิจกรรมเชิดชูพระเกียรติ ไม่ส่งผลกระทบต่อการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน เบื้องต้นกทม.จัดพื้นที่เพิ่มเพื่อให้จัดกิจกรรมพิเศษใน 3จุดคือ สวนสันติชัยปราการ  ลานคนเมืองและลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์

คนนับหมื่นใช้บริการรถเมล์กทม.

ด้านนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยหลังตรวจสอบเส้นทางเดินรถเมล์โบราณ ซึ่งจัดให้บริการประชาชนที่มากราบพระบรมศพว่า เพื่อแก้ปัญหาปิดการจราจรในถนนบางเส้นทาง กทม.จึงร่วมมือกับเจษฎาเทคนิคมิวเซียมนำรถเมล์โบราณ 5 คัน ให้บริการประชาชน 2 เส้นทางคือ ถ.ราชดำเนินตลอดสาย และหน้าถ.เจษฎาบดินทร์ผ่านถ.พระอาทิตย์ถึงถ.พระสุเมรุ ตั้งแต่ 09.00 -18.00น.ทุกวัน จากสถิติพบประชาชนมาใช้บริการเกือบ 10,000 คนต่อวัน และตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม-15 พฤศจิกายนมีประชาชนใช้บริการทั้งหมด 236,084 คน

‘วิษณุ’แจงจัดรวมพลังภักดี22พย.

ส่วนการจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี เพื่อประกาศความจงรักภักดีและร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพปีที่ 89 วันที่ 22 พฤศจิกายน ในส่วนรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกิจกรรมดังกล่าวว่า ที่จัดงานวันที่ 22 พฤศจิกายน เนื่องจากใกล้วันพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร 50 วันในวันที่ 1 ธันวาคม และยังใกล้วันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม จึงเป็นโอกาสดีที่จะร่วมแสดงความจงรักภักดี นอกจากการไปถวายบังคมพระบรมศพ ยังมีหลายกิจกรรมที่ทำถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ อย่างการถวายสัตย์ปฎิญาณตนให้คำมั่นว่าจะทำความดีตามรอยพ่อ

“เดิมทีรัฐบาลอยากจัดกิจกรรมวันที่ 5 ธันวาคม แต่เป็นวันหยุดราชการ อาจมีงานพระราชพิธีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องเข้าร่วม ทำให้จัดไม่ได้ ส่วนคำถามว่าทำไมไม่จัดช่วงค่ำวันที่ 5 ธันวาคมแทนการจุดเทียนชัยถวายพระพร รัฐบาลก็คิดว่าอาจไม่สะดวก เพราะสนามหลวงมีประชาชนจำนวนมากรอเข้าแถวเข้าถวายบังคมพระบรมศพจะไปแย่งที่เขาก็คงลำบาก ทำให้เกิดแนวคิดจัดที่ใดก็ได้ ไม่ต้องมารวมกัน ส่วนกระทรวงต่างประเทศ (กต.)ขอจัดกิจกรรมวันที่ 20 พฤศจิกายน เพราะสะดวกวันหยุดราชการ ยืนยันไม่มีอะไรที่เป็นสัญญาณใดๆ”นายวิษณุ กล่าว

นายกฯนำกล่าว’ถวายสัตย์’

ขณะที่พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะรักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์กล่าวเรื่องนี้ว่า ในส่วนรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเป็นประธานนำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณวันที่ 22 พฤศจิกายน เวลา 08.00 น.ที่ทำเนียบฯ ส่วนต่างจังหวัดไม่ได้บังคับว่าต้องจัดกิจกรรมเวลา 08.00 น. เหมือนรัฐบาล เพียงขอความร่วมมือร่วมใจกันจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในวันที่ 22 พฤศจิกายน

กรมประชาฯเล็งถ่ายทอดสด

ส่วนการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณแต่ละพื้นที่ พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ผู้นำแต่ละส่วนงาน จะเป็นผู้กล่าวนำ อาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวนำที่ศาลากลางจังหวัด ส่วนที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ให้นายกฯอบต.กล่าวนำ ส่วนกรมประชาสัมพันธ์กำลังหารือขั้นตอนถ่ายทอดสดประมวลภาพกิจกรรมทั่วประเทศผ่านสถานีโทรทัศน์และวิทยุของกรมประชาฯในวันที่ 22 พฤศจิกายน เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศมีโอกาสรับชมและร่วมเทิดพระเกียรติพร้อมกัน

ศิริราชเดินหน้าทำพิพิธภัณฑ์

ความคืบหน้ากรณีรพ.ศิริราชเตรียมขออนุญาตสำนักพระราชวัง จัดทำห้องประทับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในรพ.ศิริราชเป็นพิพิธภัณฑ์ และขออนุญาตในการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ผศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการรพ.ศิริราชเปิดเผยว่า การจัดทำพิพิธภัณฑ์และสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอยู่ระหว่างขออนุญาตจากสำนักพระราชวัง และตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแล รวมถึงกรรมการที่จะรวบรวมข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกับรพ.ศิริราชทั้งหมด เพื่อจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งในส่วนนี้เราสะสางเองได้ เพราะเก็บข้อมูลไว้ในหอจดหมายเหตุศิริราชอยู่แล้ว

ทรงริเริ่มโครงการแก้ปัญหาให้รพ.

ผศ.นพ.วิศิษฎ์กล่าวต่อว่า สิ่งที่แสดงความใกล้ชิดระหว่างพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกับรพ.ศิริราชคือ การพระราชทานแนวทางแก้ปัญหาให้รพ.ศิริราชทุกครั้งที่เสด็จฯมา นับตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จประทับเพื่อรักษาพระอาการประชวร และพระองค์ที่เสด็จฯมาประทับหลายครั้ง เช่น ปัญหาน้ำท่วม รถติด โดยเฉพาะปัญหารถติดที่มีหลายโครงการที่พระราชทางแนวทางไว้ เช่น ทำถนนบริเวณศาลาน้ำร้อน รพ.ศิริราช ริมคลองบางกอกน้อย การทำถนนลอยฟ้าผ่านหน้ารพ.คือ ขยายสะพานอรุณอมรินทร์ โดยช่วงหนึ่งจะลงหน้า รพ.ศิริราช และอีกช่วงหนึ่งข้ามไปลงบริเวณหน้ากองทัพเรือ และอีกโครงการหนึ่งคือ ทำถนนจากบรมราชชนนี มาบริเวณข้างสะพานอรุณอมรินทร์ เลี้ยวขวาไปศาลาน้ำเย็น เลี้ยวซ้ายไปพรานนก และเลี้ยวขวาข้ามไปแยกไฟฉายเลย เพราะบริเวณถนนบรมราชชนนีรถแน่นมาก คนอยู่พุทธมณฑลลำบาก ทางนี้ก็จะตัดเป็นบายพาส ถือเป็น 2 – 3 โครงการที่ต่อเนื่องกันจากพระราชดำริ

ส่วนการสร้างทางยกระดับหรือสกายวอล์คในรพ.ศิริราชนั้น ผศ.นพ.วิศิษฎ์กล่าวว่า เป็นโครงการแก้ปัญหาจราจรในรพ. เพื่อความปลอดภัยในการขนย้ายผู้ป่วยและใช้เป็นทางฉุกเฉิน เริ่มก่อสร้างโดยปิดจราจรภายในรพ. 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งจะเชื่อมกับตึกอุบัติเหตุ นิติเวช ด้านข้างลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก อาคารสยามินทร์ รวมไปถึงอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ซึ่งเป็นอาคารสุดท้ายที่พระองค์พระราชทาน เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้รพ. อีกเรื่องคือ จะทำท่อสำหรับร้อยสายไฟ ท่อคอมพิวเตอร์ และระบบแก๊ส ถือเป็นกระดูกงูของรพ.ศิริราช

“ทุกโครงการในรพ.ศิริราชส่วนใหญ่พระองค์ทรงริเริ่ม ซึ่งโครงการอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา และสกายวอล์ก พระองค์ก็ทรงสนับสนุน เพียงแต่รับสั่งว่าจะทำอะไรขออย่าทำให้ประชาชนเดือดร้อนผศ.นพ.วิศิษฎ์กล่าว

ติดพระรูปบนอาคารที่ประทับ

ด้านศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวว่า รพ.ศิริราชได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชขึ้นประดิษฐาน ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ฝั่งด้านแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้คนไทยทั้งที่เป็นผู้สัญจรทางรถผ่านสะพานพระปิ่นเกล้า และสัญจรทางน้ำโดยเรือได้รำลึกถึงพระองค์และเตือนใจตนเองในการเดินตามรอยพระราชปณิธาน

นอกจากนี้ ได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ขึ้นประดิษฐานที่อาคารศาลาศิริราช 100 ปี ใกล้ลานพระราชานุสาวรีย์พระบรมราชชนก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นที่ประดิษฐานพระราชานุสาวรีย์พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเหล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงเป็นบริเวณรวมจิตใจของชาวศิริราชและคนไทยทุกคนให้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์

ทั้งนี้ ตั้งใจประดิษฐานไว้ตลอดไป หรืออย่างน้อยจนครบ 100 วัน เพื่อให้คนไทยเตือนตัวเองว่า พระบรมราโชวาทต่างๆที่พระองค์พระราชทานไว้มากมายได้น้อมนำไปปฏิบัติหรือไม่

เตรียมปั้นพระบรมราชานุสาวรีย์

ในส่วนการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในรพ.ศิริราชนั้น ศ.นพ.ประสิทธิ์เปิดเผยว่า เบื้องต้นจะปรึกษาสำนักพระราชวังถึงความเหมาะสมต่างๆ ทั้งบริเวณที่จะประดิษฐาน และลักษณะของพระบรมราชานุสาวรีย์ ซึ่งวางไว้ 2-3 จุด แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยมีแนวโน้มให้สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้ดำเนินการจัดปั้น ทั้งนี้ ศิริราชตั้งใจที่จะให้แล้วเสร็จและมีพิธีเปิดพร้อมอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ในอีก 2 ปีข้างหน้า

มรภ.สงขลาต่อยอดงานวิจัย ทำขนมดอกจอกจากข้าวสังข์หยด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244980

x

มรภ.สงขลาต่อยอดงานวิจัย ทำขนมดอกจอกจากข้าวสังข์หยด

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
น.ส.ฐิติมาพร หนูเนียม ประธานโปรแกรมวิชาคหกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยถึงการจัดส่งเสริม การทำขนมดอกจอกด้วยข้าวสังข์หยด ว่า ขนมดอกจอก ที่ทำจากข้าวสังข์หยด เป็นการต่อยอดจากผลงานวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมดอกจอกจากแป้งข้าวสังข์หยด วัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูขนมไทยให้เป็นที่รู้จัก โดยนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาเพิ่มคุณค่า ตอบสนองความต้องของผู้บริโภค ซึ่งในปัจจุบัน ข้าวสังข์หยดเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองของ จ.พัทลุง ที่มีการปลูกและเป็นที่นิยมในท้องถิ่นมายาวนาน ทั้งยังเป็นข้าวนาสวนที่มีคุณภาพ ต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดี มีคุณค่าทางอาหารสูง เช่น วิตามินบี 6 เบต้าแคโรทีน ลูทีน ธาตุเหล็ก มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันโรคเหน็บชา และมีเส้นใยอาหารสูง ดังนั้น จึงมีความเหมาะสมที่จะนำมาศึกษาวิจัย ร่วมกับการทำขนมดอกจอก ซึ่งเป็นขนมพื้นบ้านของไทย ที่ไม่สามารถหารับประทานได้ง่ายนัก ได้จากการนำแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งอื่นๆ มาผสมกับน้ำปูนใส ไข่ น้ำตาลทราย เกลือป่น ผสมให้เข้ากัน จากนั้นจึงใช้พิมพ์ดอกจอกที่ทำให้ร้อนในน้ำมัน จุ่มลงในส่วนผสม นำไปทอดในน้ำมันจนกรอบ การที่นำเอาข้าวสังข์หยด มาแทนแป้งมันสำปะหลัง หรือแป้งข้าวจ้าว จึงเป็นการต่อยอดงานวิจัยของนักศึกษา โดยได้มีการพัฒนาเนื้อสัมผัสของขนม จากเดิมที่เนื้อขนมมีความกรอบกระด้าง ผู้วิจัยแก้ไขโดยใช้การโม่แป้งด้วยกรรมวิธีอื่นๆ เช่น โม่เปียก โม่ผสม ส่วนเรื่องรสชาติจะมีการพัฒนาโดยนำสีจากผักผลไม้ในธรรมชาติ มาผสมกับแป้งข้าวสังข์หยด เช่น ใบเตย ฟักทอง อัญชัน แก้วมังกร เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะช่วยสืบทอดขนมพื้นบ้านของไทยให้คงอยู่ต่อไปแล้ว ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับผู้บริโภคที่ห่วงใยสุขภาพด้วย

ปฏิทินการศึกษา : 17 พฤศจิกายน 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244977

x

ปฏิทินการศึกษา : 17 พฤศจิกายน 2559

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นิทรรศการ ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรมโดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 จ.นครราชสีมาจัดมหกรรมวันนัดพบผู้ประกอบการ ในงาน MOI OPENHOUSE “พลิกธุรกิจ สู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 และ SMEs4.0” ซึ่งภายในงานพบกับกิจกรรมการออกบูธการให้บริการในด้านต่างๆ ของกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานเครือข่ายเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs และ OTOPนอกจากนี้จะได้พบกับการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “พลิกธุรกิจสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 และ SME 4.0” และการบรรยายพิเศษหัวข้อ “โตอย่างอเมซอน พร้อมเข้าสู่การแข่งขันในอนาคต” พร้อมชมนิทรรศการ ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์ตามรอยพ่อ ในวันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2559 เวลา 08.00-16.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมสีมาธานี อ.เมือง จ.นครราชสีมา

บรรยายธรรม‘ชะตากรรมในกำมือ’

โรงพยาบาลหัวเฉียว จัดโครงการธรรมโอสถ โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการฟังเทศน์ฟังธรรมว่าเป็นเหมือนกับการให้ยาป้องกันโรคภัยไข้เจ็บทางด้านจิตใจ พร้อมเปิดการบรรยายธรรม เรื่อง “ชะตากรรมในกำมือ” โดย พระอาจารย์ภาสกร ภูริวฑฺฒโน ผู้อำนวยการธรรมสถาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในวันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2559 เวลา 13.00-15.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 โรงพยาบาลหัวเฉียว

สุขภาพจิตศึกษาแก่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์

TCELS ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับมูลนิธิโรคอัลไซเมอร์แห่งประเทศไทย จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การให้สุขภาพจิตศึกษาแก่ผู้ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์”เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2559 เวลา 08.00-15.00 น. ณ ห้องประชุมศรีสุริยวงศ์บอลรูม โรงแรมตวันนา สุรวงศ์ กรุงเทพฯ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมชมภาพยนตร์และหนังสั้นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ ร่วม Workshop กิจกรรมกลุ่ม โดย ทีมวิทยากรและเปิดตัวแอพพลิเคชั่น “365 วัน ป้องกันอัลไซเมอร์”เป็นการฝึกฝนที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังสมอง ทั้ง 365 วันแบ่งเป็นการทำงานของสมองด้านต่างๆ สามารถเกิดกิจกรรมในการออกกำลังสมอง เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ต่อไป

ทหารช่วยคุมเข้มร้านเหล้ารอบมหา’ลัย มทร.ปลื้มวางแผนสร้างพฤติกรรมดีให้ นศ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244979

x

ทหารช่วยคุมเข้มร้านเหล้ารอบมหา’ลัย มทร.ปลื้มวางแผนสร้างพฤติกรรมดีให้ นศ.

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น

รศ.สุจิระ ขอจิตต์เมตต์ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวถึงมาตรการป้องกันและปราบปรามร้านเหล้าและยาเสพติด รอบ มทร.ธัญบุรี ว่า หน่วยงานภาครัฐ และมหาวิทยาลัยจะต้องร่วมมือกันทำงานอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่ขณะนี้มีหน่วยงานทหารเข้ามาช่วยดูแลเรื่องนี้อีกแรงหนึ่ง ทำให้การบังคับใช้เขตโซนนิ่งได้รับผลดีเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยได้หันมาทำงานแบบเชิงรุก อีกทั้งให้ความสำคัญในการเฝ้าระวังเพิ่มมากขึ้น โดยมีการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ให้นักศึกษาได้ทราบถึงข้อดีและข้อเสีย ในส่วนผู้ประกอบการได้เน้นย้ำเตือนเรื่องโทษตามกฎหมายข้อบังคับ

ผู้ช่วยอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า หลายปีที่ผ่านมามหาวิทยาลัยมีนโยบายตรวจสุขภาพ และตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดของนักศึกษาเข้าใหม่ชั้นปีที่ 1 รวมถึงนักศึกษาชั้นปีที่ 2-5 ด้วยนั้น พบว่าจำนวนนักศึกษาที่มีปัสสาวะสีม่วงลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัญหายาบ้าแทบไม่เหลือในพื้นที่ของ มทร.ธัญบุรี นอกจากการป้องกันเรื่องยาเสพติดแล้ว มทร.ธัญบุรี ยังได้ดำเนินการเข้มงวดวินัยจราจรในมหาวิทยาลัย โดยร่วมกับกรมการขนส่งทางบกคลองหลวง จัดโครงการขับขี่ปลอดภัยรู้วินัยจราจรให้กับนักศึกษา เพื่อให้ได้รับความรู้ที่ถูกต้อง เพราะปัจจุบันในมหาวิทยาลัยนักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ใส่หมวกกันน็อก ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้รณรงค์ให้นักศึกษาได้เห็นถึงผลดีของการใส่หมวกกันน็อกตลอดปี รวมถึงรณรงค์ให้นักศึกษาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาปั่นจักรยานแทน โดยมีการทำเลนสำหรับรถจักรยานขึ้นโดยเฉพาะ แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ซึ่งมหาวิทยาลัยก็จะพยายามรณรงค์เรื่องนี้ต่อไป

รศ.สุจิระ ขอจิตต์เมตต์ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวถึงมาตรการป้องกันและปราบปรามร้านเหล้าและยาเสพติด รอบ มทร.ธัญบุรี ว่า หน่วยงานภาครัฐ และมหาวิทยาลัยจะต้องร่วมมือกันทำงานอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่ขณะนี้มีหน่วยงานทหารเข้ามาช่วยดูแลเรื่องนี้อีกแรงหนึ่ง ทำให้การบังคับใช้เขตโซนนิ่งได้รับผลดีเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยได้หันมาทำงานแบบเชิงรุก อีกทั้งให้ความสำคัญในการเฝ้าระวังเพิ่มมากขึ้น โดยมีการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ให้นักศึกษาได้ทราบถึงข้อดีและข้อเสีย ในส่วนผู้ประกอบการได้เน้นย้ำเตือนเรื่องโทษตามกฎหมายข้อบังคับ

ผู้ช่วยอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า หลายปีที่ผ่านมามหาวิทยาลัยมีนโยบายตรวจสุขภาพ และตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดของนักศึกษาเข้าใหม่ชั้นปีที่ 1 รวมถึงนักศึกษาชั้นปีที่ 2-5 ด้วยนั้น พบว่าจำนวนนักศึกษาที่มีปัสสาวะสีม่วงลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัญหายาบ้าแทบไม่เหลือในพื้นที่ของ มทร.ธัญบุรี นอกจากการป้องกันเรื่องยาเสพติดแล้ว มทร.ธัญบุรี ยังได้ดำเนินการเข้มงวดวินัยจราจรในมหาวิทยาลัย โดยร่วมกับกรมการขนส่งทางบกคลองหลวง จัดโครงการขับขี่ปลอดภัยรู้วินัยจราจรให้กับนักศึกษา เพื่อให้ได้รับความรู้ที่ถูกต้อง เพราะปัจจุบันในมหาวิทยาลัยนักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ใส่หมวกกันน็อก ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้รณรงค์ให้นักศึกษาได้เห็นถึงผลดีของการใส่หมวกกันน็อกตลอดปี รวมถึงรณรงค์ให้นักศึกษาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาปั่นจักรยานแทน โดยมีการทำเลนสำหรับรถจักรยานขึ้นโดยเฉพาะ แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ซึ่งมหาวิทยาลัยก็จะพยายามรณรงค์เรื่องนี้ต่อไป

โรงพยาบาลหัวหินถวายความอาลัย ร่วมใจแปรอักษร’หัวใจล้อมเลข๙’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245081

โรงพยาบาลหัวหินถวายความอาลัย ร่วมใจแปรอักษร'หัวใจล้อมเลข๙'

โรงพยาบาลหัวหินถวายความอาลัย ร่วมใจแปรอักษร’หัวใจล้อมเลข๙’

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 20.16 น.

16 พ.ย.59 เมื่อเวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดย นายแพทย์ สมชายเทพ เจริญนิรันทร์ ผู้โรงพยาบาลหัวหิน พร้อมด้วย นายมนตรี ชูภู่ รองนายเทศมนตรีเมืองหัวหิน ร่วมกันในการประกอบพิธีถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยนำผู้คณะบริหาร คณะแพทย์และพยาบาลลูกจ้างกว่า 200 คน ร่วมเข้าแถวแปรอักษร ณ.สนามหน้าหน้าลานหลวงพ่อทวด ทั้งหมดร่วมกันแปรอักษรเป็นรูปหัวใจล้อมเลข ๙

จากนั้นได้กล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินรมหาภูมิพล ที่ได้ทรงพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยมานานกว่า 70 ปีตลอดการครองราชย์และได้ร่วมกันร้องเพลง ต้นไม้ของพ่อและเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นอันเสร็จพิธี

ท้องฟ้ายามเย็น ณ พระบรมมหาราชวัง (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245063

ท้องฟ้ายามเย็น ณ พระบรมมหาราชวัง (ประมวลภาพ)

ท้องฟ้ายามเย็น ณ พระบรมมหาราชวัง (ประมวลภาพ)

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 18.28 น.
16 พ.ย. 59 ประชาชนจำนวนมากยังคงทยอยเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้อากาศจะร้อนและรอนานสักเพียงใดก็ไม่ท้อถอย เพียงขอให้ได้มีโอกาสเข้ากราบพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ อย่างใกล้ชิดที่สุดในชีวิต

Unseen วัดท่าขนุนทองผาภูมิ ตามประทีป15,000ดวงรูปร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245022

Unseen วัดท่าขนุนทองผาภูมิ ตามประทีป15,000ดวงรูปร.9

Unseen วัดท่าขนุนทองผาภูมิ ตามประทีป15,000ดวงรูปร.9

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 17.30 น.

จุดตามประทีปถวายเป็นพุทธบูชา 15,000 ดวง น้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ณ วัดท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรีวันลอยกระทง วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2559(งานกระลอยทงครั้งสุดท้ายในรัชสมัยของในหลวง รัชกาลที่ 9)

คณะสงฆ์วัดท่าขนุน โดยพระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. (พระอาจารย์เล็ก) และคณะศิษยานุศิษย์แสดงความสมัครสมานสามัคคีร่วมใจกันจุดตามประทีป 15,000 ดวง ถวายเป็นพุทธบูชาน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9

ในงานลอยกระทงปีนี้ (พ.ศ. 2559) เป็นงานลอยกระทงครั้งสุดท้ายในรัชสมัยของในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยวัดท่าขนุนได้ทำการแปรอักษรเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเมื่อครั้งทรงผนวช รวมทั้งแปรอักษรเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุด และเลข ๙ อันหมายถึงพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

นอกจากการแปรอักษรแล้ว ในช่วงเย็นแล้วในช่วงเช้า ได้มีพระภิกษุบวชถวายในหลวงในวันลอยกระทง 12 รูป

การอุปสมบททุกครั้งในปี 2559 และ 2560 เป็นการอุปสมบทหมู่เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สำหรับการอุปสมบทหมู่เพื่อถวายพระราชกุศล 89 รูป ระหว่างวันที่ 1-7 ธันวาคม 2559 โดยมี พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน เป็นพระอุปัชฌาย์

ข้อมูลโดย : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ เว็บพลังจิต

ค่ายมวยดังเมืองอุดรฯ แสดงความอาลัยแด่’พ่อหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245019

ค่ายมวยดังเมืองอุดรฯ แสดงความอาลัยแด่'พ่อหลวง'

ค่ายมวยดังเมืองอุดรฯ แสดงความอาลัยแด่’พ่อหลวง’

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 17.16 น.

16 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศิริลักษณ์ มวยไทยยิม ซอยกำนัน ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี นายภุชงค์ กิจขยัน อายุ 42 ปี เจ้าของค่ายมวยดังอุดร หรือที่รู้จักกันในนาม หมาน้อย อุดร นำนักมวยซึ่งอยู่ในสังกัดประมาณ 35 คน ตั้งแต่รุ่นเล็กจนถึงรุ่นใหญ่ แสดงความอาลัยต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้นำคณะนักมวยร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี กราบถวายสักการะและยืนสงบนิ่งน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าในโอกาสเดียวกันนี้ นายจักรพงษ์ ดีษะเกตุ เจ้าของ หจก.โรงพิมพ์บ้านเหล่าการพิมพ์ ได้นำภาพพระบรมฉายาลักษณ์ซึ่งมี 7 รูปแบบ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาแจกจ่ายให้กับนักมวยของค่ายด้วย

นายภุชงค์  กิจขยัน กล่าวว่า ทางค่ายมวยก็ยังฝึกซ้อมทุกวัน ถึงแม้ช่วงนี้จะหยุดชกในรายการต่างๆ เนื่องจากเป็นช่วงที่แสดงความอาลัยของคนไทยทั่วทั้งประเทศ ในครั้งนี้ก็เป็นโอกาสดีที่ทางโรงพิมพ์นำภาพมามอบให้และคณะนักมวยก็อยู่เกือบครบ จึงได้พากันแสดงออกถึงความจงรักภักดี ตนเองในฐานะหัวหน้าคณะ ก็จะขอนำนักมวยเดินตามรอยพ่อทำแต่ความดี

ขณะที่นายจักรพงษ์ ดีษะเกตุ เจ้าของโรงพิมพ์บ้านเหล่า เปิดเผยถึงการพิมพ์ภาพพระบรมฉายาลักษณ์และพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แจกจ่ายประชาชนเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลนั้น ยอดพิมพ์ ณ ปัจจุบัน 150,000 แผ่นแล้ว ก็จะพิมพ์แจกเรื่อยๆตามความต้องการของประชาชนและหน่วยราชการต่างๆที่ขอมา จะแจกในงานใหญ่อีกทีวันที่ 5 ธันวาคม 2559 ณ สนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี

ประชาชนหลั่งไหลแสดงความอาลัย ถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244953

ประชาชนหลั่งไหลแสดงความอาลัย ถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

ประชาชนหลั่งไหลแสดงความอาลัย ถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 15.08 น.

16 พ.ย.59 เมื่อเวลา 05.00 น. สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง  โดยตั้งแต่เช้ามืดวันนี้ได้มีประชาชนทั้งที่เดินทางมาเอง มาเป็นครอบครัว และเป็นหมู่คณะจากทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ได้เดินทางเข้าถวายความอาลัยอย่างต่อเนื่อง

นายอำนาจ แซ่ว่อง อายุ 31 ปี เดินทางมาจากบ้านย่านรัชดา กทม. พร้อมภรรยาและลูก กล่าวว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เก่งไม่มีกษัตริย์ใดเสมอเหมือน ที่ผ่านมาตนได้ท่องจำ “พระราชดำรัสข้อคิดในการใช้ชีวิตของในหลวงรัชกาลที่ 9” ซึ่งมี 19 ข้อ เพื่อว่าวันใดวันหนึ่งก็ต้องได้ใช้ และหากทำได้ชีวิตเราก็จะไม่เดือดร้อน เพราะทุกข้อที่พระองค์ทรงตรัสไว้นั้นมีครบทุกอย่าง เพราะพระองค์จะสอนให้เราอยู่ได้ด้วยตัวของเราเอง ท่านทรงให้อาชีพ ให้อุปกรณ์ความรู้แนวทางในการดำเนินชีวิตและการทำมาหากินซึ่งเป็นสิ่งที่ยั่งยืนที่สุด ไม่ใช่ให้อาหารกินอิ่มเฉพาะในมื้อนั้นเพียงมื้อเดียว

“ผมรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้มีโอกาสได้รับเสด็จเลยสักครั้ง เพราะคิดว่าทำงานก่อนๆ จึงไม่ได้หาโอกาสไปรับเสด็จ พอพระองค์ท่านเสด็จสวรรคตแล้วก็รู้สึกเสียใจมากเพราะไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว วันนี้จึงพาครอบครัวเดินทางมากราบสักการะถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย”

ด้าน น.ส.พิณทิพา สืบแสง อายุ 31 ปี เดินทางมาพร้อมกับคุณแม่ กล่าวว่า ช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ตนเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกที่ประเทศออสเตรเลีย และเป็นช่วงกำลังสอบ จึงไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ เสียใจมาก คนไทยที่อยู่ในประเทศออสเตรเลียมีอยู่ประมาณ 5,000 คน ได้ไปรวมตัวกันที่หอประชุมในเมืองเมลเบิร์น ทุกคนเสียใจมาก ได้ร่วมทำบุญถวายพระองค์ท่าน หลังสอบเสร็จตนจึงรีบเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อมากราบสักการะถวายความอาลัย รู้สึกเศร้าเสียใจเพราะรักพระองค์มาก เพราะพระองค์ท่านทำทุกอย่างเพื่อคนไทยและทั่วโลกก็นำไปใช้ พระองค์ท่านแก้ไขปัญหาทุกอย่างด้วยใจบริสุทธิ์ ท่านทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในทุกๆ ด้าน แล้วแต่ใครจะน้อมนำไปปรับใช้ สำหรับตนแล้วก็จะขอทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ถึงแม้จะเป็นส่วนน้อยอาจไม่เกิดแรงกระเพื่อมมากนัก แต่ถ้าทุกคนทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดก็จะสามารถทำให้สังคมโดยรวมดีขึ้นได้

เคยฟังหรือยัง? ‘น้องโนเกีย’ลูกคอ9ชั้น ร้องเพลง’ล้นเกล้าเผ่าไทย’ เพราะจนน้ำตาซึม (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244949

เคยฟังหรือยัง? 'น้องโนเกีย'ลูกคอ9ชั้น ร้องเพลง'ล้นเกล้าเผ่าไทย' เพราะจนน้ำตาซึม (ชมคลิป)

เคยฟังหรือยัง? ‘น้องโนเกีย’ลูกคอ9ชั้น ร้องเพลง’ล้นเกล้าเผ่าไทย’ เพราะจนน้ำตาซึม (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.53 น.

16 พ.ย.59 ในห้วงเวลานี้คลิปวีดีโอที่ถูกทำขึ้นเพื่อน้อมรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณถึง ‘พ่อหลวง’ ได้ถูกแชร์ผ่านโลกโซเชียลกันอย่างมากมาย เช่นเดียวกับชาวเน็ตรายหนึ่งที่ได้โพสต์คลิปวีดีโอที่มีความยาว 2.15 นาที โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก เกศแก้ว ทรานสปอต์ โดยหนูน้อยมีชื่อว่า น้องโนเกีย หรือ ด.ช.การัณยภาส ขณะเปล่งเสียงร้องเพลง ‘ล้นเกล้าเผ่าไทย’ อย่างมุ่งมั่นและตั้งใจด้วยวัยเพียง 4 ขวบ

หลังคลิปดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ด้วยยอดเข้าชมกว่า 1 ล้านครั้ง ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ด้วยข้อความที่ฟังแล้วรู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาไหลและทำให้คิดถึงพ่อหลวง ขณะเดียวกันหลายคนก็เข้ามาชื่นชมในน้ำเสียงที่ไพเราะ ทั้งชื่นชมคุณพ่อของน้องโนเกียที่นั่งอยู่ในข้างๆ สำหรับการปลูกฝังความเป็นไทยให้ลูกชาย

ทั้งนี้น้องโนเกียยังเคยบอกผ่านรายการ Thailand’s Got Talent season 6 ว่าเริ่มเรียนลิเกมาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ และชอบทำการแสดงลิเกรวมถึงร้องเพลงเป็นอย่างมาก แถมยังบอกด้วยว่าอนาคตอยากเป็นลิเกอีกด้วย เป็นเด็กดีมีความสามารถแบบนี้ถือว่าเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยอีกอย่างหนึ่งที่ดีมากๆเลยทีเดียว ขอชื่นชมค่ะ

ขอบคุณ :  เกศแก้ว ทรานสปอต์